เอส เอส พี สหคลินิกการแพทย์แ

เอส เอส พี สหคลินิกการแพทย์แ

ตำแหน่งใกล้เคียง คลินิก

คลินิกแพทย์นนนี่ เพชรบูรณ์ I D
คลินิกแพทย์นนนี่ เพชรบูรณ์ I D
ถนน กลางเมืองพัฒนา
Healthy is Everything
Healthy is Everything
45/2 ซอยเพชรพัฒนา 2 ถนนกลางเมืองพัฒนา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
แว่นพุชชงค์ ออฟติค
แว่นพุชชงค์ ออฟติค
ถนน เมืองเพชรพัฒนา
โยคะเพชรบูรณ์ The Balance yoga by krunut
โยคะเพชรบูรณ์ The Balance yoga by krunut
เพชรเจริญ, Amphoe Muang Phetchabun
ธิติมา-พลเทพสหคลินิก
ธิติมา-พลเทพสหคลินิก
1/12ถนนประชาสิทธิ์ ต.ในเมือง อ.เมือง
กาแฟ We coffee เพชรบูรณ์
กาแฟ We coffee เพชรบูรณ์
66/2 ม.8 ต. สะเดียง
EKG Make It Easy
EKG Make It Easy
67130
โรงพยาบาลเพชรรัตน์ PhetcharatHospital
โรงพยาบาลเพชรรัตน์ PhetcharatHospital
2/1, ถนนสามัคคีชัย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพ
72 ถนนนิกรบำรุง, Petchabun
คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล  สูติ
คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูติ
คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูตินรีแพทย์ รพ.เพชรบูรณ์ 3/4-5 ถ.เมืองเพชรพัฒนา ต.ใ
Skate Topland Phetchabun
Skate Topland Phetchabun
ท็อปแลนด์เพชรบูรณ์ 19 ถนนเกตุกันยา ตำบลในเมือง
DDC dental clinic คลินิกทันตกรรมดาวเด็
DDC dental clinic คลินิกทันตกรรมดาวเด็
Saraburee - Lomsak road, Muang Phetchabun
คลินิกกายภาพบำบัดใบเฟิร์น
คลินิกกายภาพบำบัดใบเฟิร์น
67000
Wat Pah Chaichoompol
Wat Pah Chaichoompol
Petchabun
โรงพยาบาลบึงสามพัน
โรงพยาบาลบึงสามพัน
333 ม.9 ต.ซับสมอทอด อ.บีงสามพัน, Bung Sam Phan

ตำแหน่งใกล้เคียง beauty

Classic Detail. Salon
Classic Detail. Salon
สระกลางเมือง
คลินิกแพทย์นนนี่ เพชรบูรณ์ I D
คลินิกแพทย์นนนี่ เพชรบูรณ์ I D
ถนน กลางเมืองพัฒนา
Crystal Care
Crystal Care
4/49 ถ.ตั้งใจพัฒนา อ.เมือง
สักคิ้วเสริมโหงวเฮ้ง 3มิติ 6ม
สักคิ้วเสริมโหงวเฮ้ง 3มิติ 6ม
150/8 ถนน ประชาสิทธิ์ ตำบล ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
Healthy is Everything
Healthy is Everything
45/2 ซอยเพชรพัฒนา 2 ถนนกลางเมืองพัฒนา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ร้านรักเล็บสวย เพชรบูรณ์ ทาส
ร้านรักเล็บสวย เพชรบูรณ์ ทาส
ตลาดพัฒนา 98/26 ถ.เทศบาลพัฒนา ต.ในเมือง อ.เมือง เพชรบูรณ์
A Fitness Phetchabun  ฟิตเนส
A Fitness Phetchabun ฟิตเนส
5/16 ถ.พรพัฒนา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
บี บิวตี้ เวดดิ้ง เพชรบูรณ์
บี บิวตี้ เวดดิ้ง เพชรบูรณ์
ร้าน​ บี​ บิวตี้​ บขส​ สระ​ยาว​ เพชรบูรณ์​ ตรงวินมอเตอร์ไซค์​
ร้านชมพู่ คอสเมติกส์ เพชรบูร
ร้านชมพู่ คอสเมติกส์ เพชรบูร
34 ถนน พระพุทธบาท
จิปาถะ ถูกทุกอย่าง
จิปาถะ ถูกทุกอย่าง
67000
โรงพยาบาลเพชรรัตน์ PhetcharatHospital
โรงพยาบาลเพชรรัตน์ PhetcharatHospital
2/1, ถนนสามัคคีชัย
สบู่หน้าใส YOYO WHITE
สบู่หน้าใส YOYO WHITE
2/2 ซ.เพชรเจริญ2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์, Petchabun
กฤษฎ์ธมน ผ้าหอม บริการซัก-รี
กฤษฎ์ธมน ผ้าหอม บริการซัก-รี
ถนน สนามชัย
เวดดิ้งเพชรบูรณ์ จัดงานแต่ง
เวดดิ้งเพชรบูรณ์ จัดงานแต่ง
67000
ตลาดไนท์เดินเพลิน
ตลาดไนท์เดินเพลิน
Phetchabun, Amphoe Muang Phetchabun

ความคิดเห็น

**ปัจจุบันคนที่ทำงานออฟฟิศ มักต้องพบเจอกับปัญหาที่ต้องนั่งติดโต๊ะเป็นเวลานานๆ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยอิริยาบถเดียวต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูก และกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบฮอร์โมน นัยน์ตาและการมองเห็น โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานกายภาพบำบัดจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่

🏥แนวทางในการรักษา คือ
1. การรักษาด้วยยา
2.เวชศาสตร์ฟื้นฟูและการทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดกล้ามเนื้อ
3.รักษาด้วยศาสตร์ทางเลือก เช่น การฝังเข็ม/การนวดแผนไทย

✅ข้อดีและประโยชน์ของการนวดแผนไทย✅
การนวดรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นการรักษาด้วยมือและอุปรกรณ์ สามารถบังคับเลือดลมให้เข้าไปเลี้ยงบริเวณกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆของร่างที่ต้องการได้ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นประสาทและฟื้นฟูอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ระบบกล้ามเนื้อ หัวใจ ปอด และยังมีผลต่อระบบการไหวเวียนโลหิต ระบบน้ำเหลือง ระบบผิวหนัง ระบบกระดูก และยังมีผลต่อสุขภาพจิตทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น

📲📞สามารถติดต่อสอบถามและปรึกษาปัญหาสุขภาพได้ที่ คลินิกเอสเอสพี (เปิดทำการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์) บริการโดยแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน โทร 056-713-608, 088-429-666-5, 082-787-954-1

รักษาแบบผสมผสานโดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนฝังเข็ม ยาจีน การจัดกระดูก การรักษาแบบแพทย์แผนจีน ฝังเข็ม ยาจีน จัดกระดูก ครอบแก้ว

เปิดเหมือนปกติ

31/12/2021
30/12/2021
20/12/2021

กลัวการผ่าตัด ปรึกษาเรา เรารักษาโดยศาสตร์แพทย์แผนจีน ฝังเข็ม ครอบแก้ว จัดกระดูก ทุยหน่า

‼️ลุกก็โอ้ย นั่งก็โอ้ย นอนก็โอ้ย อาการปวดหลัง ปวดเอว มักก่อให้เกิดความรำคาญและทรมานต่อร่างกาย บางคนไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข อาการที่พบบ่อย และที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวด
คือ โรคโพรงประสาทส่วนเอวตีบแคบ
(Lumbar spinal stenosis)

อาการปวดหลัง เป็นอาการที่พบมากที่สุดในผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ แผนกผู้ป่วยนอกบางแห่งอาจมีถึงร้อยละ 40 ของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ อาการปวดหลังอาจเป็นเล็กน้อย แล้วหายเองได้ แต่มีบางรายที่ต้องผ่าตัด��ข้อสันหลังเป็นข้อที่รับน้ำหนัก การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังเกิดที่ข้อข้างสันหลัง ( Posterior facet joint ) ซึ่งเป็นข้อชนิดมีเยื่อบุข้อ และการเคลื่อนไหวที่หมอนรองกระดูกสันหลัง ไขสันหลังสิ้นสุดที่กระดูกสันหลังระดับบั้นเอวข้อที่ 2 ดังนั้นพยาธิสภาพที่เกิดในช่องไขสันหลังในระดับบั้นเอวล่าง ๆ ที่ต่ำลงมา จึงมีเฉพาะประสาทสันหลัง (spinal nerve) ที่แยกออกมาจากไขสันหลัง
(spinal cord) แล้วเท่านั้นที่จะถูกกด ��ใยประสาทที่ให้ความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณหลังจะอยู่ในเอ็นยึดข้อ เอ็นหุ้มข้อของข้อข้างกระดูกสันหลัง เยื่อหุ้มกระดูกบริเวณที่เอ็นเกาะอยู่ และใยประสาทในหลอดเลือดที่อยู่ในส่วนนอก ๆ ของหมอนรองกระดูก ดังนั้น อาการปวดหลังจึงเกิดขึ้นได้หลายกรณี สาเหตุแรกเกิดจากตัวหมอนกระดูกสันหลังโป่งนูนออกมากด สาเหตุการกดอื่น ๆ ได้แก่
ข้อสันหลังเสื่อมมีกระดูกสร้างใหม่เป็นสันรอบข้อ (spur) ถ้าหมอนกระดูกสันหลังเป็นต้นเหตุ จะถูกกดมากในท่ายกของหนัก หรือในท่าก้มหลังมาก ๆ หรือในท่านั่งก็จะเป็นการเพิ่มแรงกดที่หมอนกระดูกสันหลังเช่นกัน �� �สาเหตุของการปวดหลังที่พบบ่อย ��1. สาเหตุจากการผิดท่า หรือผิดรูปทางกลศาสตร์ �� 1.1 หมอนกระดูกสันหลังโป่งนูน�� 1.2 ข้อข้างสันหลังเสื่อม�� 1.3 ช่องไขสันหลังตีบ �� 1.4 ข้อสันหลังเสื่อม �� 1.5 ความผิดปกติแต่กำเนิด �� 1.6 กระดูกอ่อนอักเสบจากโรค Scheuermann �� 1.7 กระดูกสันหลังหัก ��2. สาเหตุจากการอักเสบของข้อสันหลัง �� 2.1 ข้อสันหลังอักเสบยึดติด �� 2.2 ข้ออักเสบรูมาตอยด์ �� 2.3 ภาวะติดเชื้อ ��3. สาเหตุเนื่องจากเนื้องอก �� 3.1 เนื้องอกที่กระดูก �� 3.2 เนื้องอกในไขสันหลัง ��4. สาเหตุจากต่อมไร้ท่อ �� 4.1 กระดูกบาง �� 4.2 กระดูกตายจากการขาดเลือด ��5. สาเหตุอื่นๆ �� 5.1 การอักเสบในช่องเชิงกราน �� 5.2 สาเหตุเกิดจากอิริยาบถที่ผิด�� การวิเคราะห์แยกกลุ่มอาการโรค�อาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ จากประวัติในพวกที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกสันหลังไม่ตรง แอ่นเกินไป หรือหลังค่อมเกินไป ผู้ป่วยพวกนี้จะมีอาการปวดเวลาเคลื่อนไหว ถ้าได้พักจะทุเลา��พวกที่มีข้อสันหลังอักเสบ แม้พักก็จะไม่ทุเลา ในรายที่การอักเสบลุกลามจนมีอาการบวมในส่วนที่เป็นโรค การเคลื่อนไหวหลังก็จะมีอาการเจ็บปวดเพิ่มขึ้น พวกที่กระดูกสันหลังอักเสบอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหลังแข็งตรงบริเวณบั้นเอว ��พวกที่เป็นเนื้องอกของกระดูกสันหลัง หรือจากต่อมไร้ท่อที่มีความผิดปกติ อาการปวดในกระดูกก็จะพบได้
โดยเฉพาะเวลานอนพักยิ่งปวดมากขึ้น และจะปวดตลอดเวลาเมื่อเคลื่อนไหวกระดูกสันหลัง บางครั้งจะเห็นอาการกระดูกสันหลังของผู้ป่วยคด (scoliosis) ทั้งนี้เป็นเพราะกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งตัว การที่กระดูกสันหลังคด ทำให้การหดเกร็งของกล้ามเนื้อไม่สมดุล จึงทำให้ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ��พวกที่มีข้อสันหลังเสื่อม จะเคลื่อนไหวไม่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะท่าเอียงตัวไปซ้ายหรือขวา ในโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด จะเอียงตัวไปด้านซ้ายหรือขวาไม่ได้เลย ��การตรวจกระดูกสันหลัง จำเป็นต้องตรวจหาอาการกดทับประสาทสันหลังด้วย เช่น การดึงตัวของประสาทขาทางด้านหลัง (Sciatic nerve) พวกนี้ถ้าก้มตัวจะปวดร้าวลงไปตามขาทางด้านหลัง และยิ่งถ้าไอหรือจามก็จะปวดหลังมาก มีอาการปวดร้าวแปลบไปตามแนวด้านหลังขาที่ประสาทผ่านไป�� ��การตรวจภาพรังสี�ในโรคปวดหลัง โดยทั่วไป เงากระดูกสันหลังจะปกติในพวกที่มีสาเหตุจากกลศาสตร์ของสันหลังที่เสียไป แม้ในพวกที่มีการเสื่อมของหมอนกระดูกสันหลัง ก็อาจไม่พบความผิด ปกติในภาพรังสีได้สูง ��กระดูกสันหลังบาง ถ้าเป็นน้อยจะมองไม่เห็นความจางในเงารังสีกระดูก ��การตรวจพิเศษโดยวิธีฉีดสารทึบรังสีเข้าช่องไขสันหลัง หรือทำ MRI เพื่อหาตำแหน่งการกดรากประสาทสันหลัง
จะใช้ในรายที่มีอาการมาก ��อาการปวดหลังบางครั้งเกิดจากเนื้องอกประสาท การวินิจฉัยลำบาก แต่มักมีอาการรบกวนของระบบขับถ่ายปัสสาวะ และ/หรืออุจจาระร่วมด้วย�� �หลักการรักษา�แนะนำวิธีบริหารกล้ามเนื้อหลัง ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติสำคัญมากสำหรับผู้ปวดหลัง ต้องทำเป็นอันดับแรกเพราะเป็นทั้งการป้องกันและรักษา ในรายที่มีอาการปวดมากต้องนอนพัก อาจต้องรักษาโดยกายภาพบำบัด เช่น การดึงถ่วงหลัง
การนวดจัดกระดูกคู่กับการฝังเข็ม หรือการรักษาอื่น ๆ รวมทั้งการใช้เครื่องพยุงหลังและในที่สุดอาจต้องผ่าตัด�� ��มุมมองต่อโรคในศาสตร์การแพทย์แผนจีน�ปวดหลังบั้นเอว อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างแนวกลางกระดูกสันหลัง และบริเวณด้านข้างทั้งสองข้าง โดยเฉพาะเวลามีอาการปวดจะเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า Lumbospinal pain โดยทั่วไปมักเรียก Lumbago หรือ TCM เรียกอาการนี้ว่า Yao Tong บริเวณบั้นเอวเป็นที่อยู่ของไต ดังนั้นอาการปวดบั้นเอวจึงสัมพันธ์กับไต อาการอาจเป็นแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรังก็ได้��สาเหตุและกลไกการเกิดโรค�1. ความเย็นชื้น �เป็นสาเหตุที่พบบ่อย เช่น อาจเกิดจากอยู่กลางสายฝนเป็นเวลา นาน นั่งในที่ชื้นแฉะ ถูกลมโกรกใบหน้าขณะที่มีเหงื่อออก สวมใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้น ทำงานในที่ชื้นเย็น ชอบนอนบนพื้นปูน นำไปสู่อาการปวดหลังแบบความเย็นชื้น เนื่องจากทำให้เกิดชี่ติดขัดและเลือดคั่งในเส้นลมปราณ แต่หากความเย็นและชื้นสะสมอยู่เป็นเวลานาน จะแปรสภาพเป็นร้อน เกิดอาการปวดเอวแบบร้อนชื้น ��2. ชี่ติดขัดและเลือดคั่ง �สาเหตุจากได้รับบาดเจ็บ บริเวณเส้นลมปราณ และกล้าม เนื้อที่บั้นเอว ทำให้การไหลเวียนของชี่และเลือดบริเวณดังกล่าวถูกรบกวนติดขัด เช่น ได้รับอุบัติเหตุจากตกที่สูงหรือถูกกระแทก ใช้งานบั้นเอวหนักมากเกินไป หรือเคลื่อนไหวผิดท่าผิดจังหวะ เป็นต้น ��3. ไตพร่อง�สาเหตุจากร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด เจ็บป่วยเรื้อรัง คนสูงอายุ หรือมีกามกิจมากเกินไป ทำให้สารจำเป็นของไตพร่อง และมีผลต่อภาวะขาดสารอาหารในกล้าม เนื้อ รวมทั้งเส้นลมปราณ ��4. ความผิดปกติในเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับไต �โดยปกติ เมื่อชี่ก่อโรคจากภายนอกรุกรานร่างกาย จะก่อให้เกิดความผิดปกติบริเวณผิวนอกร่างกายบางส่วน ซึ่งมีเส้นลมปราณผ่าน และเชื่อมต่อกับเส้นลมปราณไต และ/หรือผ่านแนวกระดูกไขสันหลัง ความ ผิดปกติของกระดูกสันหลังและไต นอกจากเกิดอาการปวดหลังแล้ว ยังมีอาการผิดปกติของอวัยวะภายใน รวมทั้งเนื้อเยื่อที่สัมพันธ์ตามแต่เส้นลมปราณที่ผิดปกติ อาการและอาการแสดงของเส้นลมปราณที่ผิดปกติ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการวินิจฉัยและรักษาโรค เส้นลมปราณที่เกี่ยวกับการปวดบั้นเอว ได้แก่ ��4.1 เส้นลมปราณตู แขนงของเส้นตูวิ่งผ่านเส้นไตเข้าสู่ไขสันหลัง แล้วออกมาเข้าไต ��อีกแขนงหนึ่งวิ่งลงไปบริเวณบั้นเอวทั้งสองข้างของแนวไขสันหลัง แล้ววิ่งเข้าสู่ไต ดังนั้นเมื่อมีชี่ก่อโรคกระทำต่อเส้นลมปราณตู อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังบั้นเอว หลังแข็ง เนื่องจากมีการอุดกั้นชี่ในเส้นลมปราณ ��4.2 เส้นลมปราณเญิ่น เส้นลมปราณเญิ่นและชง มีจุดกำเนิดที่มดลูก แขนงหนึ่งของเส้นเญิ่นวิ่งไปด้านหลังเข้าสู่เส้นไตและวิ่งต่อตามแนวไขสันหลัง เส้นเญิ่นเป็นทะเลของอิน และควบคุมอินของร่างกายทั้งหมด เมื่อใดก็ตามที่การไหลเวียนชี่ในเส้นเญิ่นผิดปกติ จะทำให้เกิดไส้เลื่อนในชาย หรือก้อนบริเวณท้องน้อยในหญิง ร่วมกับอาการปวดบั้นเอว��4.3 เส้นลมปราณชง เหมือนกับเส้นลมปราณตูและเญิ่น ที่มีจุดกำเนิดจากมดลูก เส้นชงม่ายวิ่งขึ้นบนตามแนวด้านในของไขสันหลัง เส้นชงม่ายเป็นทะเลของเส้นลมปราณหลัก 12 เส้น และเป็นทะเลแห่งเลือด เพราะมีจุดกำเนิดดังกล่าวข้างต้น เมื่อมีพยาธิสภาพต่อเส้นชง จึงมีอาการปวดหลังอย่างเฉียบพลันจากชี่ตีกลับ ��4.4 เส้นลมปราณไต้ วิ่งรอบบั้นเอวและท้องน้อยเหมือนเข็มขัด มีหน้าที่เชื่อมเส้นลมปราณอินขา 3 เส้นและเส้นลมปราณหยางขา 3 เส้น แพทย์จีนโบราณกล่าวว่า “ความผิด ปกติในเส้นลมปราณต้าย ผู้ป่วยจะมีอาการท้องตึงแน่นและรู้สึกว่าบั้นเอวจมอยู่ในน้ำ” เมื่อเส้นลมปราณต้ายมีพยาธิสภาพ เท้าจะอ่อนแรง มีปัญหาด้านสูตินรีเวช เช่น ประจำเดือนมาไม่แน่นอน ตกขาวมาก เป็นต้น ร่วมกับปวดบั้นเอว ��4.5 เส้นลมปราณไต เริ่มจากด้านในนิ้วก้อยของเท้า วิ่งเฉียงไปยังฝ่าเท้า ขึ้นบนไปด้านหลังในของขาและต้นขา แล้วผ่านไปตามแนวไขสันหลังเข้าสู่ไต และมีแขนงเชื่อมต่อกับกระเพาะปัสสาวะ ถ้ามีชี่ก่อโรครุกรานเส้นลมปราณไต จะมีอาการปวดบั้นเอว และปวดเย็น ๆ บริเวณด้านหลังในของต้นขา��4.6 เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ เป็นเส้นลมปราณที่ก่อให้เกิดอาการปวดบริเวณเอว หลัง และด้านหลังนอกของขาเป็นหลัก เส้นกระเพาะปัสสาวะเริ่มจากด้านในของเบ้าตา วิ่งเข้าและเชื่อมต่อกับสมองบริเวณกระหม่อม วิ่งต่อเข้าด้านในแตกเป็นสองแขนง วิ่งขนานลงตามแนวกระดูกสันหลัง ผ่านหลังคอ ด้านในขอบสะบัก เชื่อมกับไตและกระเพาะปัสสาวะ ถ้าเส้นลมปราณนี้มีพยาธิสภาพ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหนัก ๆ ที่ศีรษะ ปวดเบ้าตาเหมือนนัยน์ตาจะถลนออก คอแข็ง ปวดหลังประหนึ่งบั้นเอวขาดสะบั้น ต้นขาและข้อพับเข่าจะแข็งเกร็ง รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อบริเวณ Fibula ฉีกแยก �� ��การวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการของโรค�1. จากความเย็นชื้น ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเอวหนัก ๆ กล้ามเนื้อเกร็งแข็งเหมือนไม้กระดาน และเป็นมานานไม่หาย อาการปวดหนักไม่รุนแรง แต่รู้สึกหนักมากกว่า บิดเอวลำบาก อาจมีปวดขา อาการเลวลงในวันที่มีฝนตกและอากาศเย็น ร่วมกับมีประวัติดังกล่าวข้างต้น ลิ้น มีฝ้า ถ้าความเย็นเด่นฝ้าขาว ความชื้นเด่นฝ้าเหนียว หรืออาจขาวเหนียว ชีพจร จม-ช้า (Chen-ChiMai)��ากความร้อนชื้น ผู้ป่วยมีอาการปวดเอว รู้สึกอุ่นบริเวณที่ปวด อาการเลวลงในหน้าร้อนหรือมีฝนตก อาการจะทุเลาถ้ามีการเคลื่อนไหวบั้นเอว ลิ้นมีฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรลื่น-เร็ว (Hua-ShuMai)��2. จากชี่ติดขัดและเลือดคั่ง ปวดเอวเวลาบิดเอวไปมา ก้มหรือเงยหลังจะรู้สึกตึงหลัง ถ้าอาการรุนแรงจะบิดเอวซ้าย-ขวาลำบาก ปฏิเสธการกดบริเวณบั้นเอว บางครั้งจามหรือไอจะปวดมากขึ้นได้ อาจมีอาการปวดอยู่กับที่เหมือนเข็มทิ่มแทง ร่วมกับมีประวัติดังกล่าวข้างต้น ลิ้นคล้ำออกม่วง ชีพจร ตึง-ฝืด (Xian-SeMai) ��3. ไตพร่อง ปวดเมื่อยล้าบริเวณเอวไม่ปวดมาก ขาอ่อนแรงร่วมด้วยเสมอ ถ้าทำงานมาก พักผ่อนไม่พอจะปวดหลังมากขึ้น การอยู่ในอิริยาบถนั่ง เดิน ยืน นอน ในท่าใดท่าหนึ่ง�นานหรือมากเกินไป จะปวดหลังมากขึ้นได้ ร่วมกับมีประวัติดังกล่าวข้างต้น��ถ้าร่วมกับมีอาการอ่อนเพลีย แขนขาเย็น อสุจิหลั่ง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เมื่อกดนวดหรือพักผ่อน อาการจะดีขึ้น แต่ทำงานหนักอาการจะมากขึ้น รู้สึกเกร็งท้องน้อย หน้าซีดขาว ลิ้นซีด ชีพจรเล็กจม จัดเป็น ไตหยางพร่อง แต่ถ้ามีอาการหงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ ปากคอแห้ง โหนกแก้มแดง มีอาการร้อนฝ่ามือฝ่าเท้า ปัสสาวะเหลือง ลิ้นแดง ชีพจรเล็กเร็ว เป็นไตอินพร่อง ��4. ความผิดปกติของเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับไต�4.1 เส้นลมปราณตู เอวแข็งและปวดโดยเฉพาะแนวกระดูกสันหลังระดับเอว ไม่สามารถก้มหรือเงยหลังได้ ��4.2 เส้นลมปราณเญิ่น ปวดเอวร่วมกับกล้ามเนื้อเกร็ง ปวดท้องน้อย ตกขาวมากในผู้ป่วยหญิง ปัสสาวะราดและปวดเหมือนเข็มทิ่มแทงบริเวณฝีเย็บ��4.3 เส้นลมปราณชง ปวดเอวและท้องน้อย ในผู้ป่วยหญิงประจำเดือนผิดปกติและปวดระหว่างมีประจำเดือน ��4.4 เส้นลมปราณไต้ ปวดเอว ฝีเย็บและด้านในของต้นขา ขาอ่อนแรง ท้องอืดและแน่นตึง ตกขาวออกแดง ��4.5 เส้นลมปราณไต ปวดเอว เย็นเท้าและอ่อนแรง หรือปวดด้านหลังในของต้นขาและข้อพับเข่า ร่วมกับปวดบริเวณฝ่าเท้า ปากคอแห้ง ��4.6 เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ ปวดหลังและบริเวณเอว ประหนึ่งบั้นเอวขาดสะบั้น ร่วมกับปวดเย็นและชาบริเวณขาส่วนล่างประหนึ่งข้อเท้าหลุดหรือเคลื่อน�� ��หลักการรักษา�1. ความเย็นชื้น ขับความเย็น สลายความชื้น ทะลวงและอุ่นเส้นลมปราณ�ความร้อนชื้น ขจัดร้อน สลายความชื้น คลายกล้ามเนื้อและเอ็นเพื่อระงับปวด��2. ชี่ติดขัดและเลือดคั่ง กระตุ้นเลือดให้ไหลเวียน เพื่อสลายเลือดคั่ง ปรับการไหล เวียนของชี่เพื่อระงับปวด��3. ไตพร่อง บำรุงไตเพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว เป็นหลักการทั่วไป กรณีไต หยางพร่อง บำรุงไตหยาง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว กรณีไตอินพร่อง เลี้ยงบำรุงไตอินให้สมบูรณ์��4. ความผิดปกติของเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับไต ทะลวงเส้นลมปราณ ปรับการไหลเวียนของจิงชี่ บริเวณบั้นเอว และระงับปวด�� ��การรักษา�1. การฝังเข็มระบบเส้นลมปราณ ร่วมกับ รมยา เข็มอุ่น ครอบแก้ว��ภาวะไตพร่องเป็นจุดกำเนิดของอาการปวดหลัง โดยมีเสียชี่จากภายนอกหรือการได้รับอุบัติเหตุเป็นปัจจัยเสริม ดังนั้น การรักษาอาการปวดหลัง จึงต้องมีจุดเสริมบำรุงไตเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับบั้นเอวด้วย และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายเพื่อขจัดเสียชี่ออกไป นอกจากนี้อาการปวดหลังบั้นเอว อาจเป็นลักษณะผสมระหว่างพร่องและแกร่ง ดังนั้นการรักษาจีงควรรักษาทั้งเปียวและเปิน ( Biao and Ben ) ไปพร้อม ๆ กัน�� ��ระยะเวลาฝังเข็ม �การฝังเข็ม 10 ครั้งนับเป็น 1 รอบการรักษา ปักวันเว้นวัน หรือทุกวันถ้ามีอาการปวดมาก อาการดีขึ้นปักห่างได้ หยุดพักระหว่างระยะการรักษา 3 - 5 วัน แนะนำผู้ป่วยปรับเปลี่ยนวิถีและการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง เพื่อเป็นการรักษาและป้องกันอาการปวดหลังในอนาคต อาจใช้รมยา ส่อง TDP เจาะปล่อยเลือด เครื่องกระตุ้นเข็ม หรือ Moving cupping (การครอบแก้วแบบเคลื่อนที่) ร่วมตามความเหมาะสมเป็นราย ๆ ไป��หมายเหตุ ��1. กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน แพทย์จีนจะฝังเข็มระงับปวดก่อน ค่อยหาสาเหตุ และรักษาในภายหลัง ดังนี้��- ผู้ป่วยมีประวัติยกของหนักมาก่อน แล้วมีอาการปวดหลังเฉียบพลันอย่างมากจนนั่ง หรือยืนเดินไม่ได้ �� - ถ้าผู้ป่วยมีประวัติปวดหลังเป็น ๆ หาย ๆ มานาน แล้วเกิดปวดหลังเฉียบพลัน ก้มหรือเงยหลังลำบาก ผู้ป่วยยังพอเดินไปมาได้ ��- ปวดกึ่งกลางหลัง แนวเส้นเอ็นยึดข้อต่อกระดูกสันหลัง มักเป็นข้อเดียว��2. การฝังเข็มเหมาะสำหรับอาการปวดหลังที่เกิดจากกล้ามเนื้อ�และเอ็นบริเวณเอวเป็นส่วนใหญ่ หากเกิดจากกระดูก จะใช้จุดฝังเข็มแบบอื่น ๆ ที่มีรายละเอียดเฉพาะเป็นกรณี��3. ผู้สูงอายุ ถ้าฝังเข็มแล้วไม่ได้ผล ในผู้ป่วยชายอาจเกิดจากปัญหาต่อมลูกหมากโต ��ส่วนผู้ป่วยหญิงอาจมีปัญหาอุ้งเชิงกรานอักเสบ ��4. การใช้เครื่องกระตุ้นเข็มไฟฟ้า ความถี่ต่ำ��5. ถ้าหากผู้ป่วยกลัวเข็ม อาจพิจารณาใช้ครอบกระปุกแทนได้ ผู้ป่วยที่ฝังเข็มได้อาจใช้ Moving Cupping (การครอบแก้วแบบเคลื่อนที่) เสริม��6. ผู้ที่ผ่าตัดหลังมาแล้ว ยังมีอาการปวดหลัง สามารถฝังเข็มและรมยาได้เช่นกัน ��7. ผู้ป่วยเป็นเนื้องอก หรือวัณโรคกระดูกสันหลัง การฝังเข็มและรมยาควรงด หญิงที่มีประจำเดือน หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงจุดฝังเข็มบริเวณบั้นเอวและกระเบนเหน็บ ระหว่างรักษาผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงถูกลมเย็น การใช้ชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง ทั้งการรับประทานอาหาร การทำงาน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย��ตัวอย่างผู้ป่วย �ชายไทยคู่ อายุ 25 ปี อาชีพชาวนา อาการสำคัญ มีอาการปวดบั้นเอวสองข้าง ตึงหลัง ก้มและเงยลำบากปกติต้องยกก้อนน้ำแข็งหนักเป็นประจำ ก่อนมาพบแพทย์ 1 วัน ผู้ป่วยยกน้ำแข็งผิดจังหวะ จึงมีอาการปวดดังกล่าว ตรวจร่างกายให้ผู้ป่วยก้มหลังจะมีอาการตีงด้านหลังต้นขา และกล้ามเนื้อหลังเกร็งทั้งสองข้าง SLRT : negative ลิ้นบวมคล้ำ ฝ้าขาวบาง ชีพจรตึง ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Acute low back pain from sprain��การรักษา�- ฝังเข็มแบบระบายทั้งสองข้าง ตามด้วยจุด Ashi ที่กดเจ็บ กระตุ้นเข็มทุก 10 นาที คาเข็ม 40 นาที ตามด้วย Moving cupping บริเวณแผ่นหลังทั้งสองข้าง นัดฝังเข็มทุกวัน รักษา 3 ครั้ง ผู้ป่วยอาการทุเลาเกือบเป็นปกติ��📌มาตราการป้องกันโควิด คลิกชม : https://www.facebook.com/750984261625319/posts/4302835666440143/?d=n

📌วิธีการรักษาทางศาสตร์แพทย์จีน คลิกชม: https://fb.watch/7Tk7p_-L0P/

📌วิธีการจัดกระดูกทางศาสตร์แพทย์จีน คลิกชม : https://fb.watch/7TkF-nfFMz/

📣ราคาคอร์สเริ่มต้น 2,000 บาทต่อ10 ครั้ง เฉลี่ย 200 บาทต่อครั้ง
📣ทางเราจัดคอร์สผ่อนชำระบัตรเครดิตกับธนาคารกสิกรไทย ผ่อน 0% นาน 9 เดือน

✨เพียงท่านคอมเม้นใต้โพสต์ “สนใจ”inbox เข้ามา แถมครอบแก้ว 2 ครั้งทันที

✨สอบถามข้อมูล/รายละเอียดเกี่ยวกับการรักษา
พิกัด : สระยาว เพชรบูรณ์เยื่องกับ บขส.เพชรบูรณ์ 🚎🚌
เอส เอส พี สหคลินิกการแพทย์แผนไทยและการประกอบโรคศิลปะการแพทย์แผนจีน เปิดบริการเวลา 09:00-20:00น . หยุดทุกวันพุธ

✨🧑‍⚕️ยินดีให้คำปรึกษาด้วยการแพทย์แผนไทย/จีนสามารถสำรองคิวรักษาได้ที่
☎️ 056-713-608
📱082-787-9541
Facebook : https://www.facebook.com/sasipuk.thaimed/?ref=bookmarks

#คลินิกฝังเข็ม #หมอจีน #แพทย์แผนจีน #หมอฝังเข็ม
#ฝังเข็มเพชรบูรณ์ #คลินิกฝังเข็มเพชรบูรณ์ #แพทย์แผนจีนเพชรบูรณ์ #แพทย์แผนไทยเพชรบูรณ์ #เอสเอสพีสหรลินิกการแพทย์ไทยจีน #นักเรียน #นักศึกษา #อายุ50ปี #โรคนอนไม่หลับ #ไมเกรน #ปวดหลัง #ปวดชาลงแขนขา #ปวดบ่าคอ #ไหล่ติด #เข่าเสื่อม #นิ้วล็อก #ผังผืดรัดข้อมือ #ชาแขนชามือ #แขนขาอ่อนแรง #โรคผิวหนัง #ผื่นคัน #ผมร่วง #ปวดท้องประจำเดือน #ประเดือนมาไม่ปกติ #รักษาสิว #ท้องอืดเฟ้อ #แน่นท้อง #ยาจีน #ยินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษา

13/12/2021

การฝังเข็มเสริมรักษาภาวะมีบุตรยากในสตรี Infertility
ภาวะนี้ถือว่า การที่หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์หลังแต่งงานกับผู้ชายที่ปกติในระยะ 3 ปี หรือเกินกว่านั้นหรือไม่ตั้งครรภ์อีกหลังจากเคยมีบุตรแล้วหลายปีจัดว่าอยู่ในภาวะมีบุตรยาก��การวิเคราะห์แยกกลุ่มอาการโรค�ภาวะมีบุตรยาก แบ่งเป็น 4 ประเภท �1. ไตพร่อง �2. เลือดพร่อง �3. มดลูกมีความหนาว เย็น (Retention of Cold in the Uterus) �4. มีการคั่งของเลือดและเสมหะ ��จุดที่แพทย์จีนเลือกใช้ในการฝังเข็มรักษา มักเป็น จุดในเส้นลมปราณ เญิ่น ตับ ไต และม้าม �� 1. ไตพร่อง �อาการ: มีภาวะมีบุตรยากร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ มาน้อย สีเข้ม ปวดหลัง อ่อนเพลีย ขาไม่มีแรง วิงเวียน .�ลิ้น ฝ้าขาว �ชีพจร ลึกและเบา (Chen Rou Mai 沉弱脉)��หลักการรักษา: บำรุงชี่ของไต เพื่อควบคุมเส้นลมปราณ ชง เญิ่น �เพื่อเสริมความแข็งแรงต่อม้ามบำรุงอินและควบคุมประจำเดือน .��2. เลือดพร่อง �อาการ: มีภาวะมีบุตรยากร่วมกับประจำเดือนมาน้อย สีจาง หน้าซีดออกเหลืองเล็กน้อย ไม่มีแรง หมดอาลัยตายอยาก มึน วิงเวียน ศีรษะ �ลิ้น ตัวลิ้นขาว ฝ้าบาง �ชีพจร จม และเป็นเส้นด้าย( Chen Xi Mai 沉细脉)��หลักการรักษา: บำรุง (Tonify and replenish) essence และเลือด เพื่อควบคุมเส้นลมปราณ ชงและเญิ่น
�3. ความหนาวเย็นคั่งมดลูก �อาการ : ประจำเดือนมาช้า ปริมาณไม่มากสีคล้ำ ปวดเนื่องจากความเย็นที่�ท้องน้อย ตัวเย็นมือเท้าเย็น ปัสสาวะใส ปริมาณมาก �ลิ้น ตัวลิ้นซีด ฝ้าบาง �ชีพจร ลึก ช้า (Chen Chi Mai 沉迟脉)��หลักการรักษา : เพิ่มความอบอุ่นแก่มดลูกเพื่อขับไล่ความเย็น ปรับการทำงานของระบบสืบพันธุ์ให้ดีขึ้น��จุดเสริม�1. ประจำเดือนมาล่าช้า �2. ปวดเมื่อยหลังและขารู้สึกไม่มีแรง ��4. การคั่งของเสมหะและเลือด �อาการ : มีบุตรยาก ประจำเดือนมาช้า ประจำเดือนเป็นก้อนเลือด ไหลออกไม่สะดวก แน่นในหน้าอกและท้อง กระสับกระส่ายไม่เป็นสุข หรืออ้วน เวียนศีรษะ ใจสั่น ตกขาวจำนวนมาก สีเข้มเหนียว �ลิ้น คล้ำดำ จุดเลือดบนตัวลิ้น �ชีพจร ลื่นหรือเป็นคลื่น (Hua Mai滑脉)��หลักการรักษา กำจัดเสมหะ และขจัดการอุดตัน ��จุดเสริม�1. การไหลออกของประจำเดือนติดขัด �2. แน่นหน้าอกและท้อง �3. ประจำเดือนมาเป็นก้อนเลือดปริมาณมาก �4 ตกขาวปริมาณมาก ��การฝังเข็มมีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้ร่วมกับการรักษาโดยใช้สมุนไพร ผู้รับการรักษาควรหลีกเลี่ยงการมีอารมณ์ฉุนเฉียว (emotional upsets) หรือมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอและดำเนินชีวิตตามปกติ (lead an orderly life and get appropriate rest)

ภาวะมีบุตรยาก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนไทยในยุคปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากผู้หญิงเริ่มมีอัตราการแต่งงานที่ช้าลง อีกทั้งปัจจัยต่างๆ เช่นความเครียด การทำงานหนัก นอนน้อย เป็นต้น ส่งผลให้อัตราของผู้มีบุตรยากเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี อีกทั้งภาวะมีบุตรยากไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจและร่างกายของผู้หญิงเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วย ดังนั้น ปัญหาภาวะมีบุตรยากจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป��นิยามภาวะมีบุตรยาก คือ การที่สามีและภรรยาแต่งงานกัน โดยที่มีเพศสัมพันธุ์แบบไม่คุมกำเนิดเป็นระยะเวลา 1 ปีแต่ยังไม่มีการตั้งครรภ์ ภาวะมีบุตรยากแบ่งออกเป็นภาวะมีบุตรยากแบบปฐมภูมิ (Primary infertility) และภาวะมีบุตรยากแบบทุติยภูมิ(Secondary infertility) ��ภาวะมีบุตรยากแบบปฐมภูมิ หมายถึง ภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสที่ไม่เคยมีการตั้งครรภ์มาก่อนเลย��ภาวะมีบุตรยากแบบทุติยภูมิ หมายถึง ภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสที่เคยมีการตั้งครรภ์มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง��สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในแพทย์แผนปัจจุบันมีหลายสาตุ เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูดเจริญผิดที่ ท่อนำไข่ตัน โรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ ภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นต้น��สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในมุมมองแพทย์แผนจีน�《女科正宗·广嗣总论》กล่าวไว้ว่า "หนานจิงจั่วเอ้อร์หนู่จิงเถียว โหย่วจื่อจือเต้าเยียร์" (“男精状而女经调,有子之道也”) หมายความว่า พื้นฐานของการตั้งครรภ์ คือ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจำเป็นต้องมีชี่ไตเพียงพอ มีเทียนกุ่ยถึงพร้อม (天癸) เส้นลมปราณเริ่น(任脉)เดินถึงมดลูก เส้นลมปราณชง(冲脉)เพิ่มพูน ประจำเดือนของฝ่ายหญิงมาตรงเวลา อสุจิของฝ่ายชายแข็งแรงเป็นปกติ อีกทั้งการมีเพศสัมพันธุ์ควรมีในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่นนี้จึงทำให้ไข่และอสุจิมีการปฎิสนธิกันและเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น��ดังนั้น สาเหตุของการเกิดภาวะมีบุตรยากจึงเป็นเพราะชี่ของไตพร่อง ชี่และเลือดในเส้นลมปราณชงเริ่นเสียสมดุล ทำให้เส้นลมปราณชงเริ่นติดขัด เป็นผลทำให้ไข่และอสุจิไม่สามารถปฎิสนธิได้��ตัวอย่างกรณีศึกษา�ข้อมูลทั่วไป :นางช*** เพศหญิง อายุ 39 ปี�เลขประจำตัวผู้ป่วย:324***�วันที่เข้ามารับการรักษาครั้งแรก :วันที่ 6 มิถุนายน 2563�อาการสำคัญ :แต่งงาน 11 ปี ไม่เคยคุมกำเนิดแต่ไม่ตั้งครรภ์��ประวัติอาการ�เมื่อ 12 ปีก่อนเคยแท้งบุตร 1 ครั้ง หลังจากแท้งบุตร 1 ปีได้ดำเนินการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกและพยายามมีบุตรมาแล้ว 11 ปีแต่ไม่สำเร็จ ในปี พ.ศ.2559 เคยตรวจฮอร์โมน FSH,LH,E2,T,P,PRL ผลตรวจปกติ ประจำเดือนมาช้าและไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนปริมาณปกติและมีลิ่มเลือด เมื่อประจำเดือนมาจะมีอาการปวดหัว คัดหน้าอกร่วมด้วย ผลตรวจอสุจิฝ่ายชายระบุว่าฝ่ายชายปริมาณอสุจิน้อย��ประวัติประจำเดือน :8/45-50 วัน ประจำเดือนครั้งสุดท้าย(LMP)มาวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ปริมาณปกติ สีแดงสด มีลิ่มเลือดปนออกมาด้วย ประจำเดือนก่อนครั้งสุดท้าย (PMP)มาวันที่ 10 มีนาคม 2563��ประวัติการตั้งครรภ์ :0-0-1-0�อาการที่มาในปัจจุบัน :ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการร่วมอื่นๆได้แก่มือทั้งสองข้างมีอาการชา หนาวง่าย แน่นท้อง นอนหลับไม่สนิท ปัสสาวะบ่อย อุจจาระปกติ ��ประวัติในอดีต :เมื่อปี 2552 ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก��ตรวจร่างกาย :ความดันโลหิต 116/69 mmHg อัตราการเต้นหัวใจ 76 ครั้ง/นาที ตรวจชีพจรพบชีพจรตึง ตรวจลิ้นพบลิ้นคล้ำซีดฝ้าขาวบาง ขอบลิ้นมีรอยฟัน��การวินิจฉัย :ภาวะมีบุตรยาก ��กลไกการเกิดโรค :เนื่องจากคนไข้เคยแท้งบุตรทำให้เกิดภาวะไตพร่อง อีกทั้งยังมีความเครียดสะสมทำให้ชี่ตับและเลือดเดินติดขัดส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ มีลิ่มเลือด มีอาการคัดหน้าอก ชีพจรตึง อีกทั้งความเครียดและความคิดมากมีผลเสียต่อม้าม ดังที่แพทย์จีนกล่าวว่า“思伤脾”เมื่อม้ามพร่องทำให้คนไข้มีอาการแน่นท้อง ลิ้นมีรอยฟัน��วิธีการรักษา :ใช้ตำรับยาเซียวเหยาส่านเพิ่มลด(逍遥散加减)ที่มีฤทธิ์ระบายชี่ตับ บำรุงม้าม กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตร่วมกับเพิ่มสมุนไพรที่ช่วยบำรุงไต ปรับประจำเดือน ��ประเมินผลหลังการรักษาครั้งที่ 8 (วันที่ 26 กรกฏาคม 2563)�- ประจำเดือนกลับมาสม่ำเสมอเป็นปกติ lmp : 05/07/63 x 7d ปริมาณปกติ สีแดงสด มีลิ่มเลือด ไม่มีอาการปวดเอว คัดแน่นหน้าอก ไม่ปวดท้องประจำเดือน�- มีการตกไข่(BBT 双相) มีอาการขี้หนาวร่วมด้วย นอนหลับดี ปัสสาวะและอุจจาระปกติ�- ตรวจชีพจรพบชีพจรตึง�- ตรวจพบลิ้นสีคล้ำฝ้าขาวบาง��แนวทางและวิธีการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน�ใช้หลักการบำรุงไตเพื่อช่วยกระตุ้นการตกไข่ บำรุงไข่ รวมถึงนับวันตกไข่เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์��ประเมินผลหลังการรักษาครั้งที่ 19 (วันที่ 24 ตุลาคม 2563)�- ตั้งครรภ์สำเร็จ�- มีเลือดออกที่ช่องคลอดเล็กน้อย มีอาการปวดเอว นอนหลับดี ปัสสาวะและอุจจาระปกติ �- ตรวจชีพจรพบชีพจรลื่น�-ตรวจพบลิ้นสีแดงอ่อน��แพทย์จีนที่ทำการรักษาพิจารณาปรับการรักษาอาการดังกล่าว โดยใช้ตำรับยาโซวทายหวาน เพิ่มลด(寿胎丸加减)เพื่อบำรุงไตร่วมกับสงบครรภ์ ระงับเลือดออก ��สรุปผลการรักษา�จากกรณีตัวอย่างของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา แสดงให้เห็นว่ายาสมุนไพรจีนสามารถบำรุง ส่งเสริมการรักษาภาวะมีบุตรยากได้เป็นอย่างดี ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยดีขึ้น��วิเคราะห์ผลการรักษา�ผู้ป่วยมีภาวะมีบุตรยาก ร่วมกับมีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลิ่มเลือด คัดแน่นหน้าอก ปวดท้องประจำเดือน โดยในทางการแพทย์แผนจีนนั้นจัดเป็นอาการที่พบในกลุ่มอาการชี่ตับติดขัด นอกจากนี้ผู้ป่วยยังมีอาการแน่นท้อง เบื่ออาหาร อาการดังเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากชี่ของม้ามพร่อง และคนไข้เคยแท้งมาก่อนส่งผลให้ชี่ไตพร่องร่วมด้วย��สำหรับชีพจรนั้นมีชีพจรตึงและเล็ก โดยชีพจรตึงนั้นบ่งบอกถึงการไหลเวียนของชี่และเลือดในเส้นลมปราณตับติดขัด ซึ่งเกิดจากความเครียดสะสมของคนไข้ ส่วนชีพจรเล็กนั้นจะบ่งบอกถึงภาวะพร่องในร่างกาย��สำหรับลิ้นนั้นมีสีซีดคล้ำในตอนแรก บ่งบอกถึงการไหลเวียนของชี่และเลือดที่ไม่ดี หลังการรักษาไป 8 อาทิตย์ อาการปวดหัว เบื่ออาหารและอ่อนเพลียหายไป จึงเปลี่ยนตำรับยาเพื่อเน้นบำรุงไต ช่วยในการกระตุ้นการตกไข่ และเมื่อรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถตั้งครรภ์สำเร็จ��จากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้นพบว่าภาวะมีบุตรยากสามารถใช้สมุนไพรจีนเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาได้อย่างประสิทธิภาพ โดยผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ��บันทึกข้อมูลการรักษาโดย�Cr.แพทย์จีน สิตา สร้อยอัมพรกุล (หลิน อิ่ง เหวิน)�คลินิกอายุรกรรมนรีเวช�เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.1049

การฝังเข็มเสริมรักษาภาวะมีบุตรยากในสตรี Infertility
ภาวะนี้ถือว่า การที่หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์หลังแต่งงานกับผู้ชายที่ปกติในระยะ 3 ปี หรือเกินกว่านั้นหรือไม่ตั้งครรภ์อีกหลังจากเคยมีบุตรแล้วหลายปีจัดว่าอยู่ในภาวะมีบุตรยาก��การวิเคราะห์แยกกลุ่มอาการโรค�ภาวะมีบุตรยาก แบ่งเป็น 4 ประเภท �1. ไตพร่อง �2. เลือดพร่อง �3. มดลูกมีความหนาว เย็น (Retention of Cold in the Uterus) �4. มีการคั่งของเลือดและเสมหะ ��จุดที่แพทย์จีนเลือกใช้ในการฝังเข็มรักษา มักเป็น จุดในเส้นลมปราณ เญิ่น ตับ ไต และม้าม �� 1. ไตพร่อง �อาการ: มีภาวะมีบุตรยากร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ มาน้อย สีเข้ม ปวดหลัง อ่อนเพลีย ขาไม่มีแรง วิงเวียน .�ลิ้น ฝ้าขาว �ชีพจร ลึกและเบา (Chen Rou Mai 沉弱脉)��หลักการรักษา: บำรุงชี่ของไต เพื่อควบคุมเส้นลมปราณ ชง เญิ่น �เพื่อเสริมความแข็งแรงต่อม้ามบำรุงอินและควบคุมประจำเดือน .��2. เลือดพร่อง �อาการ: มีภาวะมีบุตรยากร่วมกับประจำเดือนมาน้อย สีจาง หน้าซีดออกเหลืองเล็กน้อย ไม่มีแรง หมดอาลัยตายอยาก มึน วิงเวียน ศีรษะ �ลิ้น ตัวลิ้นขาว ฝ้าบาง �ชีพจร จม และเป็นเส้นด้าย( Chen Xi Mai 沉细脉)��หลักการรักษา: บำรุง (Tonify and replenish) essence และเลือด เพื่อควบคุมเส้นลมปราณ ชงและเญิ่น
�3. ความหนาวเย็นคั่งมดลูก �อาการ : ประจำเดือนมาช้า ปริมาณไม่มากสีคล้ำ ปวดเนื่องจากความเย็นที่�ท้องน้อย ตัวเย็นมือเท้าเย็น ปัสสาวะใส ปริมาณมาก �ลิ้น ตัวลิ้นซีด ฝ้าบาง �ชีพจร ลึก ช้า (Chen Chi Mai 沉迟脉)��หลักการรักษา : เพิ่มความอบอุ่นแก่มดลูกเพื่อขับไล่ความเย็น ปรับการทำงานของระบบสืบพันธุ์ให้ดีขึ้น��จุดเสริม�1. ประจำเดือนมาล่าช้า �2. ปวดเมื่อยหลังและขารู้สึกไม่มีแรง ��4. การคั่งของเสมหะและเลือด �อาการ : มีบุตรยาก ประจำเดือนมาช้า ประจำเดือนเป็นก้อนเลือด ไหลออกไม่สะดวก แน่นในหน้าอกและท้อง กระสับกระส่ายไม่เป็นสุข หรืออ้วน เวียนศีรษะ ใจสั่น ตกขาวจำนวนมาก สีเข้มเหนียว �ลิ้น คล้ำดำ จุดเลือดบนตัวลิ้น �ชีพจร ลื่นหรือเป็นคลื่น (Hua Mai滑脉)��หลักการรักษา กำจัดเสมหะ และขจัดการอุดตัน ��จุดเสริม�1. การไหลออกของประจำเดือนติดขัด �2. แน่นหน้าอกและท้อง �3. ประจำเดือนมาเป็นก้อนเลือดปริมาณมาก �4 ตกขาวปริมาณมาก ��การฝังเข็มมีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้ร่วมกับการรักษาโดยใช้สมุนไพร ผู้รับการรักษาควรหลีกเลี่ยงการมีอารมณ์ฉุนเฉียว (emotional upsets) หรือมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอและดำเนินชีวิตตามปกติ (lead an orderly life and get appropriate rest)

ภาวะมีบุตรยาก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนไทยในยุคปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากผู้หญิงเริ่มมีอัตราการแต่งงานที่ช้าลง อีกทั้งปัจจัยต่างๆ เช่นความเครียด การทำงานหนัก นอนน้อย เป็นต้น ส่งผลให้อัตราของผู้มีบุตรยากเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี อีกทั้งภาวะมีบุตรยากไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจและร่างกายของผู้หญิงเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วย ดังนั้น ปัญหาภาวะมีบุตรยากจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป��นิยามภาวะมีบุตรยาก คือ การที่สามีและภรรยาแต่งงานกัน โดยที่มีเพศสัมพันธุ์แบบไม่คุมกำเนิดเป็นระยะเวลา 1 ปีแต่ยังไม่มีการตั้งครรภ์ ภาวะมีบุตรยากแบ่งออกเป็นภาวะมีบุตรยากแบบปฐมภูมิ (Primary infertility) และภาวะมีบุตรยากแบบทุติยภูมิ(Secondary infertility) ��ภาวะมีบุตรยากแบบปฐมภูมิ หมายถึง ภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสที่ไม่เคยมีการตั้งครรภ์มาก่อนเลย��ภาวะมีบุตรยากแบบทุติยภูมิ หมายถึง ภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสที่เคยมีการตั้งครรภ์มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง��สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในแพทย์แผนปัจจุบันมีหลายสาตุ เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูดเจริญผิดที่ ท่อนำไข่ตัน โรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ ภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นต้น��สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในมุมมองแพทย์แผนจีน�《女科正宗·广嗣总论》กล่าวไว้ว่า "หนานจิงจั่วเอ้อร์หนู่จิงเถียว โหย่วจื่อจือเต้าเยียร์" (“男精状而女经调,有子之道也”) หมายความว่า พื้นฐานของการตั้งครรภ์ คือ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจำเป็นต้องมีชี่ไตเพียงพอ มีเทียนกุ่ยถึงพร้อม (天癸) เส้นลมปราณเริ่น(任脉)เดินถึงมดลูก เส้นลมปราณชง(冲脉)เพิ่มพูน ประจำเดือนของฝ่ายหญิงมาตรงเวลา อสุจิของฝ่ายชายแข็งแรงเป็นปกติ อีกทั้งการมีเพศสัมพันธุ์ควรมีในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่นนี้จึงทำให้ไข่และอสุจิมีการปฎิสนธิกันและเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น��ดังนั้น สาเหตุของการเกิดภาวะมีบุตรยากจึงเป็นเพราะชี่ของไตพร่อง ชี่และเลือดในเส้นลมปราณชงเริ่นเสียสมดุล ทำให้เส้นลมปราณชงเริ่นติดขัด เป็นผลทำให้ไข่และอสุจิไม่สามารถปฎิสนธิได้��ตัวอย่างกรณีศึกษา�ข้อมูลทั่วไป :นางช*** เพศหญิง อายุ 39 ปี�เลขประจำตัวผู้ป่วย:324***�วันที่เข้ามารับการรักษาครั้งแรก :วันที่ 6 มิถุนายน 2563�อาการสำคัญ :แต่งงาน 11 ปี ไม่เคยคุมกำเนิดแต่ไม่ตั้งครรภ์��ประวัติอาการ�เมื่อ 12 ปีก่อนเคยแท้งบุตร 1 ครั้ง หลังจากแท้งบุตร 1 ปีได้ดำเนินการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกและพยายามมีบุตรมาแล้ว 11 ปีแต่ไม่สำเร็จ ในปี พ.ศ.2559 เคยตรวจฮอร์โมน FSH,LH,E2,T,P,PRL ผลตรวจปกติ ประจำเดือนมาช้าและไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนปริมาณปกติและมีลิ่มเลือด เมื่อประจำเดือนมาจะมีอาการปวดหัว คัดหน้าอกร่วมด้วย ผลตรวจอสุจิฝ่ายชายระบุว่าฝ่ายชายปริมาณอสุจิน้อย��ประวัติประจำเดือน :8/45-50 วัน ประจำเดือนครั้งสุดท้าย(LMP)มาวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ปริมาณปกติ สีแดงสด มีลิ่มเลือดปนออกมาด้วย ประจำเดือนก่อนครั้งสุดท้าย (PMP)มาวันที่ 10 มีนาคม 2563��ประวัติการตั้งครรภ์ :0-0-1-0�อาการที่มาในปัจจุบัน :ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการร่วมอื่นๆได้แก่มือทั้งสองข้างมีอาการชา หนาวง่าย แน่นท้อง นอนหลับไม่สนิท ปัสสาวะบ่อย อุจจาระปกติ ��ประวัติในอดีต :เมื่อปี 2552 ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก��ตรวจร่างกาย :ความดันโลหิต 116/69 mmHg อัตราการเต้นหัวใจ 76 ครั้ง/นาที ตรวจชีพจรพบชีพจรตึง ตรวจลิ้นพบลิ้นคล้ำซีดฝ้าขาวบาง ขอบลิ้นมีรอยฟัน��การวินิจฉัย :ภาวะมีบุตรยาก ��กลไกการเกิดโรค :เนื่องจากคนไข้เคยแท้งบุตรทำให้เกิดภาวะไตพร่อง อีกทั้งยังมีความเครียดสะสมทำให้ชี่ตับและเลือดเดินติดขัดส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ มีลิ่มเลือด มีอาการคัดหน้าอก ชีพจรตึง อีกทั้งความเครียดและความคิดมากมีผลเสียต่อม้าม ดังที่แพทย์จีนกล่าวว่า“思伤脾”เมื่อม้ามพร่องทำให้คนไข้มีอาการแน่นท้อง ลิ้นมีรอยฟัน��วิธีการรักษา :ใช้ตำรับยาเซียวเหยาส่านเพิ่มลด(逍遥散加减)ที่มีฤทธิ์ระบายชี่ตับ บำรุงม้าม กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตร่วมกับเพิ่มสมุนไพรที่ช่วยบำรุงไต ปรับประจำเดือน ��ประเมินผลหลังการรักษาครั้งที่ 8 (วันที่ 26 กรกฏาคม 2563)�- ประจำเดือนกลับมาสม่ำเสมอเป็นปกติ lmp : 05/07/63 x 7d ปริมาณปกติ สีแดงสด มีลิ่มเลือด ไม่มีอาการปวดเอว คัดแน่นหน้าอก ไม่ปวดท้องประจำเดือน�- มีการตกไข่(BBT 双相) มีอาการขี้หนาวร่วมด้วย นอนหลับดี ปัสสาวะและอุจจาระปกติ�- ตรวจชีพจรพบชีพจรตึง�- ตรวจพบลิ้นสีคล้ำฝ้าขาวบาง��แนวทางและวิธีการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน�ใช้หลักการบำรุงไตเพื่อช่วยกระตุ้นการตกไข่ บำรุงไข่ รวมถึงนับวันตกไข่เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์��ประเมินผลหลังการรักษาครั้งที่ 19 (วันที่ 24 ตุลาคม 2563)�- ตั้งครรภ์สำเร็จ�- มีเลือดออกที่ช่องคลอดเล็กน้อย มีอาการปวดเอว นอนหลับดี ปัสสาวะและอุจจาระปกติ �- ตรวจชีพจรพบชีพจรลื่น�-ตรวจพบลิ้นสีแดงอ่อน��แพทย์จีนที่ทำการรักษาพิจารณาปรับการรักษาอาการดังกล่าว โดยใช้ตำรับยาโซวทายหวาน เพิ่มลด(寿胎丸加减)เพื่อบำรุงไตร่วมกับสงบครรภ์ ระงับเลือดออก ��สรุปผลการรักษา�จากกรณีตัวอย่างของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา แสดงให้เห็นว่ายาสมุนไพรจีนสามารถบำรุง ส่งเสริมการรักษาภาวะมีบุตรยากได้เป็นอย่างดี ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยดีขึ้น��วิเคราะห์ผลการรักษา�ผู้ป่วยมีภาวะมีบุตรยาก ร่วมกับมีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลิ่มเลือด คัดแน่นหน้าอก ปวดท้องประจำเดือน โดยในทางการแพทย์แผนจีนนั้นจัดเป็นอาการที่พบในกลุ่มอาการชี่ตับติดขัด นอกจากนี้ผู้ป่วยยังมีอาการแน่นท้อง เบื่ออาหาร อาการดังเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากชี่ของม้ามพร่อง และคนไข้เคยแท้งมาก่อนส่งผลให้ชี่ไตพร่องร่วมด้วย��สำหรับชีพจรนั้นมีชีพจรตึงและเล็ก โดยชีพจรตึงนั้นบ่งบอกถึงการไหลเวียนของชี่และเลือดในเส้นลมปราณตับติดขัด ซึ่งเกิดจากความเครียดสะสมของคนไข้ ส่วนชีพจรเล็กนั้นจะบ่งบอกถึงภาวะพร่องในร่างกาย��สำหรับลิ้นนั้นมีสีซีดคล้ำในตอนแรก บ่งบอกถึงการไหลเวียนของชี่และเลือดที่ไม่ดี หลังการรักษาไป 8 อาทิตย์ อาการปวดหัว เบื่ออาหารและอ่อนเพลียหายไป จึงเปลี่ยนตำรับยาเพื่อเน้นบำรุงไต ช่วยในการกระตุ้นการตกไข่ และเมื่อรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถตั้งครรภ์สำเร็จ��จากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้นพบว่าภาวะมีบุตรยากสามารถใช้สมุนไพรจีนเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาได้อย่างประสิทธิภาพ โดยผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ��บันทึกข้อมูลการรักษาโดย�Cr.แพทย์จีน สิตา สร้อยอัมพรกุล (หลิน อิ่ง เหวิน)�คลินิกอายุรกรรมนรีเวช�เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.1049

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

กลัวการผ่าตัด ปรึกษาเรา เรารักษาโดยศาสตร์แพทย์แผนจีน ฝังเข็ม ครอบแก้ว จัดกระดูก ทุยหน่า
อย่ารอให้ความเจ็บปวดมาทำร้ายคุณ เพียงท่านปรึกษาเรา หมอก้อย 0827879541
ศาสตร์การรักษาโรคทางแพทย์แผนจีน
จัดกระดูก รักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ปวดหลังจังโว้ย เพียงท่านปรึกษาเรา 082-787-9541 หมอก้อย
ปวดหลังจังโว้ย…!!! เพียงท่านคิดถึงเราเท่านั้น..
อย่ารอให้ความเจ็บปวดมาทำร้ายคุณ เพียงท่านปรึกษาเรา
การครอบแก้ว (Cupping Therapy)

ผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ยาสมุนไพรจีน ยาต้ม ยาเม็ด น้ำมันไพล

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


56/18 ถ.กลางเมืองพัฒนา(สระยาว)ต.ในเมือง
Phetchabun
67000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 21:00
อังคาร 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 21:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 21:00
Phetchabun คลินิกอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
ยูมีไวท์ ยูมีไวท์
สระบุรี-หล่มสัก
Phetchabun, 67000

ผลิตภัณฑ์ความงาม ครีมอาหารเสริมครบวงจร

มีนา มีนา
Phetchabun, 67000

ขอบคุณค่ะ

กาแฟ We coffee เพชรบูรณ์ กาแฟ We coffee เพชรบูรณ์
66/2 ม.8 ต. สะเดียง
Phetchabun, 67000

คอลลาเจนบำรุงสตรี เพชรบูรณ์

Skate Topland Phetchabun Skate Topland Phetchabun
ท็อปแลนด์เพชรบูรณ์ 19 ถนนเกตุกันยา ตำบลในเมือง
Phetchabun, 67000

ลานสเก็ต ท็อปแลนด์ เพชรบูรณ์

คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล  สูติ คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูติ
คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูตินรีแพทย์ รพ.เพชรบูรณ์ 3/4-5 ถ.เมืองเพชรพัฒนา ต.ใ
Phetchabun, 67000

รับฝากครรภ์ ทำคลอด ตรวจหลังคลอด อัลตราซาวน์ ตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูก มีบุตรยาก

Nongphai Optic หนองไผ่การแว่น Nongphai Optic หนองไผ่การแว่น
ซอยเทศบาล30 อ.หนองไผ่ ท่ารถเพชรประเสริฐ
Phetchabun, 67140

Nongphai Optic ตัดแว่นสายตา แว่นกันแดด คุณภาพดี

คลินิกทันตกรรม บ้านฟัน ฟอร์ คลินิกทันตกรรม บ้านฟัน ฟอร์
หน้าหมู่บ้านหน้าค่าย ตึกสีม่วง (ตรงข้ามค่ายพ่อขุนผาเมือง)
Phetchabun, 67000

เปลี่ยนเรื่องทำฟันให้ง่าย สบายๆเหมือนอยู่บ้าน

โรงพยาบาลเพชรรัตน์ PhetcharatHospital โรงพยาบาลเพชรรัตน์ PhetcharatHospital
2/1, ถนนสามัคคีชัย
Phetchabun, 67000

โรงพยาบาลเพชรรัตน์ จังหวัดเพชรบูรณ์ “รักษาจรรยาบรรณ สร้างสรรค์งานบริการ”

แว่นพุชชงค์ ออฟติค แว่นพุชชงค์ ออฟติค
ถนน เมืองเพชรพัฒนา
Phetchabun, 67000

ปรึกษาปัญหาสายตา

EKG Make It Easy EKG Make It Easy
Phetchabun, 67130

คลินิกเด็ก   หมอพรรณทิพย์ คลินิกเด็ก หมอพรรณทิพย์
28/17 ถ.สันคูเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง เพชรบูรณ์
Phetchabun, 67000

ตรวจโรคเด็ก ภูมิแพ้ วัคซีน และโรคทั่วไป