ศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนา

ศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนา

ตำแหน่งใกล้เคียง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ฟาร์มลุงหนุ่ม - เพาะเห็ดจังห
ฟาร์มลุงหนุ่ม - เพาะเห็ดจังห
33 ม. 10 ต.สะเดียง อ.เมือง
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริม
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริม
บ้านปากปู่ 33 หมู่ 10 ต.สะเดียง อ.เมือง เพชรบูรณ์, Amphoe Muang Phetchabun
ชุมชนคนรักเมี๊ยว - น้องแมว
ชุมชนคนรักเมี๊ยว - น้องแมว
67110
บ้านภูหนาว
บ้านภูหนาว
88 ม.10 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ, Petchabun
วัดเขาคลัง ตำบลคลองกระจัง อำ
วัดเขาคลัง ตำบลคลองกระจัง อำ
หมู่ที่๘ ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์, Pechabun
นายประสิทธิ์ จันทร์หีบ บ้านส
นายประสิทธิ์ จันทร์หีบ บ้านส
67110
สังคมแห่งการแบ่งปัน สร้างสร
สังคมแห่งการแบ่งปัน สร้างสร
ศูนย์อบรมฯบ้านเข็กน้อย ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ชมรมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบ
ชมรมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบ
ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ข่าวสารงานบุญวัดธรรมยาน
ข่าวสารงานบุญวัดธรรมยาน
สระบุรี-หล่มสัก, Amphoe Nong Phai
วัดบ้านไร่ ต.สะเดียง จ.เพชรบู
วัดบ้านไร่ ต.สะเดียง จ.เพชรบู
หมู่8 ต.สะเดียง จ.เพชรบูรณ์

ความคิดเห็น

ถ้าเราป่วยต้องหาหมอ ถ้าดินป่วยละคะ.......จะทำไง

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนา, 2/44-45 ถ.สามัคคีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์, Phetchabun.

27/10/2021

ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่ยังไม่เคยรับวัคซีน อายุ 12-18 ปีลงทะเบียนรับวัคซีน

02/09/2021

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 89)
“พ.ร.บ.ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย”

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 รัฐบาลได้นำเสนอ (ร่าง)พ.ร.บ.ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ถือเป็นกฎหมายเชิงปฏิรูป ที่ ส.ส. และ ส.ว. ต้องทำงานร่วมกัน เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย นับเป็นร่างกฎหมายใหม่ฉบับแรกที่เข้ามาสู่รัฐสภา

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนและการจัดทำร่างกฎหมาย กำหนดบทนิยาม คำว่า การเข้าเสนอชื่อกฎหมาย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผู้เชิญชวน

อ่านต่อ
https://www.facebook.com/poldej120/posts/3002295579988709

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 89)
“พ.ร.บ.ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย”
.
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 รัฐบาลได้นำเสนอ (ร่าง)พ.ร.บ.ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ถือเป็นกฎหมายเชิงปฏิรูป ที่ ส.ส. และ ส.ว. ต้องทำงานร่วมกัน เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย นับเป็นร่างกฎหมายใหม่ฉบับแรกที่เข้ามาสู่รัฐสภา
.
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนและการจัดทำร่างกฎหมาย กำหนดบทนิยาม คำว่า การเข้าเสนอชื่อกฎหมาย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผู้เชิญชวน
.
และมีการกำหนดให้ต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คน ในการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ และไม่น้อยกว่า 50,000 คนในการเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และระบุไว้ด้วยว่าการเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำมิได้ เป็นต้น
.
อันที่จริง เราเคยมีกฎหมายเช่นนี้มาก่อน แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่และมีเงื่อนไขใหม่ ก็ต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในฉบับปี 2542 กำหนดให้ กกต.เป็นหน่วยงานสนับสนุน ต่อมาฉบับปี 2556 ให้สำนักงานปฏิรูปกฎหมาย สภาพัฒนาการเมือง และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3 หน่วยงานทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุน อย่างไรก็ตามเมื่อมีคำสั่งคสช.ยุบเลิกสำนักงานปฏิรูปกฎหมายและสภาพัฒนาการเมืองไปเสียแล้ว พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จึงต้องกำหนดกันใหม่ให้ชัดเจน
.
เมื่อรัฐสภาพิจารณารับรองหลักการของ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ในวาระที่ 1 แล้ว มี 20 มาตรา ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 45 คนพิจารณารายละเอียดและการแปรญัตติ มีท่าน ส.ว.พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตรเป็นประธาน ใช้เวลาทำงานกัน 3 เดือนเต็ม มีหลักการและสาระสำคัญ ดังนี้
.
📌 ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถริเริ่มเสนอกฎหมาย กี่คนก็ได้ โดยมีร่างกฎหมายมาพร้อมเลย หรือถ้าจะให้สำนักงานช่วยร่างให้ ต้องมีกลุ่มผู้ริเริ่มไม่น้อยกว่า 20 คน
.
📌 เมื่อสำนักงานได้ตรวจเอกสารร่างกฎหมายและได้รับอนุญาตจากประธานรัฐสภาแล้ว จึงไปรวบรวมรายชื่อประชาชนที่สนับสนุนกฎหมาย จำนวน 10,000 คน สำหรับร่างกฎหมายทั่วไป หรือ 50,000 คนสำหรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะให้สำนักงานช่วยรวบรวมรายชื่ออีกทางหนึ่งด้วยก็ได้ สามารถใช้ระบบข้อมูลอีเล็คทรอนิกส์ที่ยืนยันตัวตน แสดงชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชนและข้อความที่แสดงความประสงค์จะเสนอกฎหมายฉบับนี้
.
📌 ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ห้ามมิให้แก้ไขหลักการหรือข้อความในกฎหมาย คณะผู้รวบรวมรายชื่อต้องเสนอรายชื่อผู้สนับสนุนตามจำนวนที่กำหนดภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้สำนักงานตรวจสอบ พร้อมกับเสนอรายชื่อผู้เป็นตัวแทน 20-30 คน
.
📌 สำนักงานตรวจสอบเอกสาร หลักการ และหลักฐานครบถ้วนภายใน 45 วัน ถ้ารายชื่อและเอกสารไม่ครบถ้วนจะแจ้งให้คณะผู้รวบรวมทราบและดำเนินการให้สมบูรณ์ครบถ้วน กรณีที่พบว่ามีการปลอมลายมือชื่อจะหักออก ถ้ายังมีจำนวนตามเกณฑ์ก็เสนอประธานต่อไป กรณีที่ตายหรือถอนชื่อภายหลังให้ถือว่าการเข้าชื่อยังมีผลอยู่
.
📌 ถ้าไม่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอให้ประธานรัฐสภา ถ้าเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องเสนอรัฐบาลให้พิจารณารับรองก่อน เมื่อเรียบร้อยแล้วจะบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐสภาตามกระบวนการต่อไป
.
📌 ผู้ใดกระทำความผิดฐานปลอมลายมือชื่อในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
.
📌 ประธานรัฐสภาเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ.
.
✏️ ✏️ ✏️ หมายเหตุ บัดนี้ รัฐสภาได้พิจารณาผ่านกฎหมายฉบับนี้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 และออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2564.
.
.
.
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 31 ส.ค. 2564

28/08/2021

ท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ (18) “ อวสาน? ส.ส.พึงมี ”

“ส.ส.พึงมี” คือ จำนวน ส.ส. รวมที่แต่ละพรรคการเมือง (พึง) จะมีได้ เป็นผลลัพธ์จากระบบจัดสรรปันส่วนผสม คิดจากจำนวนคะแนนที่เลือกพรรคนั้น หารด้วยจำนวนบัตรดีทั้งหมดและคูณด้วย 500 ที่นั่ง เป็นตัวเลขที่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด

ผลการพิจารณา(ร่าง)แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระ 2 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม มติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบต่อการแก้ไข ม.83 และ ม.91 กล่าวคือ 1) จำนวน ส.ส.เขต/ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็น 400/100 2) ใช้ระบบบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ แยกจากกัน 3) แบ่งเขตขนาดเล็ก 1 คน / 1 เสียง

อ่านต่อใน Fackbook นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
https://www.facebook.com/poldej120/posts/3000185100199757

ท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ (18)
“ อวสาน? ส.ส.พึงมี ”
.
ถึงเครือข่ายผู้นำองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคมและเครือข่ายท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ ทุกจังหวัด.
.
“ส.ส.พึงมี” คือ จำนวน ส.ส. รวมที่แต่ละพรรคการเมือง (พึง) จะมีได้ เป็นผลลัพธ์จากระบบจัดสรรปันส่วนผสม คิดจากจำนวนคะแนนที่เลือกพรรคนั้น หารด้วยจำนวนบัตรดีทั้งหมดและคูณด้วย 500 ที่นั่ง เป็นตัวเลขที่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด
.
ผลการพิจารณา(ร่าง)แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระ 2 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม มติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบต่อการแก้ไข ม.83 และ ม.91 กล่าวคือ 1) จำนวน ส.ส.เขต/ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็น 400/100 2) ใช้ระบบบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ แยกจากกัน 3) แบ่งเขตขนาดเล็ก 1 คน / 1 เสียง
.
สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นจากเครือข่ายฯและกลุ่มประชาชนที่สนใจ จำนวน 342 คนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเป็นไปตามความต้องการของพรรคใหญ่ ซึ่งคาดว่า ส.ว. คงจะไม่โหวตคว่ำในวาระ 3 จึงเป็นอันถึงบทอวสานของหลักคิด “ส.ส.พึงมี”
.
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คือ พรรคจิ๋วและพรรคเล็กหมดสิทธิ์เกิด มีแนวโน้มสูญพันธุ์ ในสภาผู้แทนราษฎรจะเหลือแต่พรรคขนาดกลางและขนาดใหญ่ ดังนั้น ใครที่กำลังคิดจะตั้งพรรคใหม่จึงต้องใคร่ครวญอย่างหนัก นอกจากนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.เขต ในครั้งต่อไป ระบบเขตเล็กกว่าเดิม จึงคาดได้ว่าการใช้เงินทุ่มซื้อเสียงจะยิ่งแข่งขันรุนแรงหนักขึ้นกว่าเก่า
.
มีบทเรียนรู้และข้อเท็จจริงบางประการ ที่ควรบันทึกในความทรงจำ ดังนี้
.
📌 1) กรณีสัดส่วน ส.ส.เขต / ส.ส.บัญชี
.
เรื่องนี้มีพัฒนาการ จาก 400/100 (รธน.2540) มาเป็น 375/125 (รธน.2550) และเป็น 350/150(รธน.2560) ด้วยหลักการและเหตุผลว่า ต้องการให้ ส.ส.ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติในระดับชาติ มากกว่าการดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน ซึ่งเป็นงานที่มีองค์กรปกครองท้องถิ่นดูแลอยู่แล้ว จึงมีทิศทางแนวโน้มที่จะเพิ่ม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และลด ส.ส.เขต ลงเรื่อยๆ แต่คราวนี้ กลับถอยหลังไปถึง 24 ปี
.
📌 2) กรณีระบบบัตรเลือกตั้ง
.
2.1) บัตร 1 ใบ 2 ระบบ (MMA) ใช้ในการเลือกตั้ง 2562 ข้อดี ทำให้พรรคทางเลือกพรรคเล็กพรรคน้อยมีสิทธิ์แจ้งเกิด แต่ข้อเสีย ทำให้มีพรรคจำนวนมากเกินไป ประกอบกับขาดนักคณิตศาสตร์ช่วยทำให้ชัดเจนแน่นอน ปฏิบัติง่ายและประชาชนเข้าใจได้
.
2.2) บัตร 2 ใบ 2 ระบบแยกกัน (MMM) เป็นแบบดั้งเดิมตั้งแต่ 2540 และ 2550 ข้อดี คือ ประชาชนคุ้นเคย เข้าใจง่าย แต่ข้อเสียคือ ไม่สะท้อนความต้องการได้เท่าที่ควร
.
2.3) บัตร 2 ใบ 2 ระบบแบบปันส่วนผสม (MMP) เป็นรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยได้ใช้ เป็นรูปแบบที่ (ร่าง)รธน.ฉบับ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกแบบไว้ ข้อดี สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด ส่วนข้อเสีย เป็นเพียงแนวคิดทฤษฎี ยังไม่เคยได้ใช้จริง
.
📌 3) กรณีขนาดของเขตเลือกตั้ง
.
เขตเล็ก 1 เขต ส.ส.1 คน เป็นรูปแบบที่ใช้มาตั้งแต่ รธน.2540 จนถึงปัจจุบัน ข้อดีคือ ใช้กันมานานจนคุ้นชิน ข้อเสียคือ เขตยิ่งเล็ก การซื้อเสียงยิ่งสู้กันหนัก
.
ระบบเขตใหญ่ 1 เขต ส.ส. 2-3 คน อันนี้ สว.เสรี สุวรรณภานนท์ สงวนคำแปรญัตติด้วยตัวเอง ท่านเชื่อว่าจะสามารถลดความรุนแรงในการใช้เงินซื้อเสียงได้ เพราะเคยใช้กันมานาน เพิ่งเปลี่ยนในยุค รธน.2540 จนเกิดปัญหาซื้อเสียงหนักหนาสาหัสแบบทุกวันนี้
.
📌 4) มองไปข้างหน้า
.
ผู้ใดสนใจลงสมัคร ส.ส. ต้องเตรียมรับมือการใช้เงินซื้อเสียงที่รุนแรงกว่าเดิม ใครคิดจะตั้งพรรคการเมือง ก็ต้องมั่นใจว่าสามารถแจ้งเกิดเป็นพรรคขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ นักการเมืองควรต้องมองหาพรรคการเมืองขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ที่มีอุดมการณ์แนวคิดใกล้เคียง การเลือกตั้งครั้งหน้า เราอยากเห็น 2-3 พรรคการเมืองในวิถีใหม่ รวมกันเป็นพันธมิตร เพื่อสร้างสรรค์รัฐสภาวิถีใหม่
.
นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป
สมาชิกวุฒิสภา / 28 สิงหาคม 2564.

16/08/2021

เมื่อโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์กันเสียใหญ่โต ผ่านเครือข่ายสื่อโซเชียลและสำนักข่าวแนวร่วมขาประจำ นัยว่า 7 สิงหาคม 2564 กระแสมวลชนอันไพศาลจะลุกฮือขึ้นโค่นล้มรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งกว่านั้นยังลามปามจะล้มเจ้าเปลี่ยนและระบอบการปกครองกันอีกด้วย ทำให้ต้องติดตามเหตุการณ์กันอย่างเกาะติด.

ท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ (16)
“ข่าวปลอม คนปลอม กระแสปลอม”

อ่านต่อ
https://www.facebook.com/poldej120/posts/2990245537860380

ท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ (16)
“ข่าวปลอม คนปลอม กระแสปลอม”
.
ถึงเครือข่ายผู้นำองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคมและเครือข่ายท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ ทุกจังหวัด.
.
เมื่อโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์กันเสียใหญ่โต ผ่านเครือข่ายสื่อโซเชียลและสำนักข่าวแนวร่วมขาประจำ นัยว่า 7 สิงหาคม 2564 กระแสมวลชนอันไพศาลจะลุกฮือขึ้นโค่นล้มรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งกว่านั้นยังลามปามจะล้มเจ้าเปลี่ยนและระบอบการปกครองกันอีกด้วย ทำให้ต้องติดตามเหตุการณ์กันอย่างเกาะติด.
.
เอาเข้าจริง แม้กลุ่มม็อบพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าปราบปราม เพื่อเป็นเงื่อนไขในการลุกฮือของสังคม จากวันที่ 7 10 11 และ 13 สิงหาคม อย่างเก่งทำได้แค่ก่อกวนความสงบสุข เผานั่นเผานี่ จนชาวบ้านร้านถิ่นและคนทั่วไปในสังคมรวมทั้งคนต่างจังหวัดต่างเอือมระอา ให้ค่าเพียงแค่ “กลุ่มอันธพาลวายร้าย” ที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติเท่านั้น.
.
น่าสนใจว่า อะไรทำให้พวกเขาประเมินกระแสสังคมว่ามีความเกลียดชังรัฐบาลและสถาบันจนถึงขั้นสุกงอมเป็นกระแสปฏิวัติของมวลชน พร้อมลุกฮือปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแล้ว เหมือนที่ชาวฝรั่งเศสทลายคุกบัสตีย์ในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 จึงได้ตัดสินใจกระทำสุ่มเสี่ยงอย่างสุดประมาณแบบนั้น.
โดยส่วนตัว ผมคิดว่าน่าจะเกิดจาก“ข่าวปลอม คนปลอม กระแสปลอม” (ทวิต-ก็อป-แชร์-แฮชแท็ก) ที่มุ่งทำลายคนอื่น ได้วกกลับมาหลอกตัวเองจนหลงเชื่อ.
.
ทำให้นึกถึงคำว่าพีซีอาร์(RT-PCR)ในการรายงานข่าวโควิดของคุณหมอ อันนั้นเป็นเทคนิคปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอเรส(Polymerase Chain Reaction) ช่วยเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม(ดีเอ็นเอ)ให้มีปริมาณมากขึ้นเป็นล้านเท่าภายในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยอาศัยหลักการจำลองตัว(ก็อปปี้)ของสายดีเอ็นเอ(ตัวจริง) เลียนแบบกระบวนการสังเคราะห์ในสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจการติดเชื้อโควิดได้แม้มีเชื้อโรคปนออกมาเพียงจำนวนน้อยนิด นั่นเป็นงานเชิงสร้างสรรค์ที่ก่อเกิดประโยชน์สุขแก่มนุษยชาติ.
.
ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์และพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ตั้งแต่ปี 2562 พวกเขาใช้ข่าวปลอม สื่อโซเชียลและเทคโนโลยี ปั่นกระแสความเท็จ มุ่งปั้นแต่งอารมณ์ให้สังคมและเด็กรุ่นใหม่ที่อ่อนประสบการณ์ชีวิต มองผู้นำและนักการเมืองรุ่นเก่าว่าคร่ำครึน่าเบื่อหน่ายจนเกิดกระแสนิยม”ลองของใหม่” นำพานักการเมืองหน้าใหม่เข้ายึดพื้นที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ.
.
ปี 2563 เมื่อข่าวปลอมและคำพูดให้เกลียดชังแตกแยก ถูกปั่นกระแสโดย“คนปลอม” (หุ่นยนต์ เอไอ และพวกอวตาร์) เยาวชนเรือนล้านที่เข้าถึงและเสพข้อมูลแบบทางเดียว มีผู้เสพติดข่าวปลอมเป็นเรือนแสน ที่คุ้มคลั่งจนออกอาละวาดทางการเมืองก็นับเป็นเรือนหมื่น เหตุการณ์บ้านเมืองจึงปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ตลอดทั้งปี.
.
ปี 2564 ได้ยกระดับ เดินเกมปฏิวัติเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองแบบสุดขั้ว ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม คุกคามสถาบันอย่างหยาบคาย โจ่งแจ้ง ไม่ยี่หระต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่สนใจมาตรการควบคุมโรคระบาด มีพรรคการเมืองหนุนหลังชัดเจน เข้าข่ายก่อกบฏล้มล้าง เปิดแนวรุกทั้งในและนอกรัฐสภาประสานกัน แต่ทว่ายิ่งทำฐานมวลชนกลับยิ่งหดแคบ.
.
ภายหลังจากที่สังคมตกอยู่ในสภาพงุนงงต่อสถานการณ์อยู่เกือบ 2 ปี ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเองก็ทำได้แค่การตั้งรับอย่างป้อแป้ ในที่สุดเมื่อกลุ่มพลังทางสังคมเริ่มตั้งหลักได้ รู้เท่าทันการทำงานของระบบ “ข่าวปลอม คนปลอม กระแสปลอม” จึงเริ่มจัดตั้งตนเองขึ้นมาเป็นกลุ่ม-เครือข่าย สื่อสารและตีโต้ข่าวปลอมแบบหมัดต่อหมัด รวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี ช่วยให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองสามารถบังคับใช้กฎหมายด้วยความมั่นใจมากขึ้น.
.
.
✅✅✅ ประเด็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประจำสัปดาห์ ✅✅✅
.
1.ท่านคิดว่าแนวโน้มการเมืองไทยในกระแสข่าวปลอม จะเป็นเช่นไรในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า
.
2.เครือข่ายชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม ควรมีบทบาทต่อสถานการณ์บ้านเมืองอย่างไร
.
นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป
สมาชิกวุฒิสภา / 14 สิงหาคม 2564.

05/08/2021

• บทเรียนกองทุน SIF ยุควิกฤติต้มยำกุ้ง ระยะเวลา 49 เดือน สนับสนุนชุมชน 7,874 โครงการ 4,401 ล้านบาท มีผู้รับประโยชน์ 13.0 ล้านคน ก่อเกิดเป็นขบวนการองค์กรชุมชนเข้มแข็ง 24 ประเภท 300,000 องค์กรในปัจจุบัน

• รัฐบาลควรทำ “โครงการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจฐานรากจากวิกฤติ COVID-19” มุ่งขับเคลื่อนพลังชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ จัดระบบดูแลผู้รับผลกระทบทางสังคมจากวิกฤติโควิด-19

• ให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลังเป็นหน่วยกำกับดูแล โดยสำนักงานบูรณาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ความยากจนเป็นกลไกดำเนินการ

• เปิดให้องค์กรภาคีที่หลากหลายเข้ามาทำงานแบบสานพลัง ทั้งภาครัฐ องค์การมหาชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม.

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 85)
“ฟื้นฟูทุนทางสังคม จากสถานการณ์วิกฤติ”

อ่านต่อ
https://www.facebook.com/poldej120/posts/2982344095317191

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 85)
“ฟื้นฟูทุนทางสังคม จากสถานการณ์วิกฤติ”
.
✅ บทเรียนของกองทุน SIF หลังวิกฤติเศรษฐกิจ
.
เพื่อเป็นการฟื้นฟูทุนทางสังคม แก้ไขปัญหาผลกระทบของประชาชนและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในระยะยาว รัฐบาลในยุคนั้น (ชวน หลีกภัย 2) ได้ตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (Social Investment Fund) ขึ้น
.
โดยใช้เงินกู้จาก IMF ภายใต้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดของธนาคารโลก ทั้งนี้มอบให้ธนาคารออมสินซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ใช่ราชการ แต่เป็นกึ่งรัฐกึ่งธุรกิจ (รัฐวิสาหกิจ) ให้เป็นหน่วยดูแลรับผิดชอบ
.
สำนักงานกองทุนฯซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานเฉพาะกิจ ได้สนับสนุนเงินให้เปล่าแก่โครงการที่ตอบสนองความต้องการชุมชนและเพื่อชุมชน โดยองค์กรท้องถิ่นและชุมชนเป็นผู้ริเริ่มเสนอโครงการโดยตรง มีกระบวนการพัฒนาศักยภาพผู้นำและคุณภาพโครงการไปด้วยกันแบบครบวงจร
.
ผลการดำเนินงานในระหว่างพฤศจิกายน 2541 – มกราคม 2546 รวม 49 เดือน กองทุน SIF ได้ให้การสนับสนุนโครงการแก่องค์กรชุมชนต่างๆ รวม 7,874 โครงการ ในวงเงิน 4,401 ล้านบาท มีจำนวนผู้รับประโยชน์จากโครงการรวมทั้งสิ้น 13.0 ล้านคน
.
สำหรับผลกระทบระยะยาวในเวลาต่อมา จากการดำเนินโครงการกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคมในครั้งนั้นพบว่าโครงการของชุมชนเหล่านี้ได้ก่อเกิดเป็นขบวนการชุมชนเข้มแข็งอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ กล่าวคือเป็นจุดเริ่มและต้นกำเนิดขององค์กรชุมชนและองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ มากกว่า 24 ประเภท มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 300,000 องค์กร
.
ดังนั้น ในบทความนี้ จึงมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลให้นำบทเรียนรู้จากโครงการกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (SIF – Social Investment Fund) ที่เคยดำเนินการอย่างได้ผลดีในยุควิฤติ “ต้มยำกุ้ง” มาปรับใช้ในการฟื้นฟูสังคมในยุคโควิด
.
.
.
✅ การฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจฐานรากจากวิกฤติ COVID-19
.
รัฐบาลควรออกนโยบายจัดตั้ง “โครงการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจฐานรากจากวิกฤติ COVID-19” โดยมุ่งขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมจากพลังทางสังคมและชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ จัดระบบดูแลผู้รับผลกระทบทางสังคมจากวิกฤติครั้งนี้
.
ลักษณะของโครงการหรือสถานภาพ ควรเป็นโครงการพิเศษเฉพาะกิจของรัฐบาล มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (หรือไม่เกิน 40 เดือน) กรอบงบประมาณไม่เกิน 17,000 ล้านบาท (ร้อยละ 10 ของแผนงานฟื้นฟูฯ ตาม พรก.กู้เงินโควิดรอบสอง) โดยเมื่อเสร็จภารกิจหรือหมดเวลาตามกำหนดแล้ว ให้ยุบตัวลงเพื่อไม่เป็นภาระทางงบประมาณในระยะยาว
.
ควรมอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลังเป็นหน่วยกำกับดูแลโครงการนี้ โดยมีสำนักงานบูรณาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ความยากจน (หน่วยงานระดับกอง ภายในสำนักงานสภาพัฒนาฯ ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นมาแล้วโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2563 ) เป็นกลไกดำเนินการ
.
.
.
✅ ภาคีความร่วมมือ
.
ควรจัดให้มีองค์กรภาคี “ร่วมปฏิบัติการ” ที่หลากหลายเข้ามาทำงานด้วยกันแบบสานพลัง ทั้งภาครัฐ องค์การมหาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม อาทิ
.
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)
.
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม
.
มูลนิธิพัฒนาไท มูลนิธิพัฒนาประชาสังคม สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์ มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา บริษัทประชารัฐรักสามัคคี (วิสาหกิจเพื่อสังคม)
.
เครือข่ายสภาประชาสังคมไทย เครือข่ายประชาสังคมจังหวัด เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนคุณธรรม เครือข่ายสภาวัฒนธรรม เครือข่ายธนาคารคลังสมอง
.
.
.
✅ หลักการทำงาน
.
การทำงานของโครงการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจฐานรากฯ มีหลักการ 7 ประการ ได้แก่

1. หลักบูรณาการการลงทุนทางสังคมและการเสริมสร้างระบบตาข่ายนิรภัยสังคม
2. หลักการสร้างผู้ประกอบการและวิสาหกิจระดับชุมชนท้องถิ่น พัฒนาคน และองค์กรชุมชนตามศักยภาพ
3. หลักการแบ่งปันทรัพยากร เอื้อเฟื้อเกื้อกูล เสริมสร้างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนครอบคลุมทุกพื้นที่
4. หลักการพึ่งตนเอง สร้างความเข้มแข็งมั่นคงของชุมชน โดยองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา
5. หลักการความร่วมมือหลายฝ่าย (พหุภาคี) แลกเปลี่ยนเรียนรู้และปรับตัวเท่าทันสถานการณ์
6. หลักการบูรณาการฐานทุนชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
7. หลักการความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และนโยบายของรัฐบาล
.
.
.
✅ ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ
.
คาดว่าจะมีโครงการขององค์กรชุมชน ท้องถิ่นและภาคประชาสังคมที่ได้รับการสนับสนุนประมาณ 30,000 โครงการ มีประชาชนและชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากวิฤติโควิด-19 ได้รับประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน
.
นอกจากนั้น จะเกิดระบบตาข่ายนิรภัยทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของชาวบ้านขึ้นมาดูแลตนเองและดูแลกันเอง โดยต่อยอดมาจากเครือข่ายองค์กรชุมชนเข้มแข็ง องค์กรสาธารณะประโยชน์และองค์กรภาคประชาสังคมที่มีอยู่แล้วในทุกจังหวัดทั่วประเทศ อันเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล
.
ในระยะยาว สังคมไทยจะมีฐานทุนทางสังคมและพลังทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสังคม (Resilience) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันเป็นเป้าหมายสำคัญในยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศในหลายด้าน.
.
.
.
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 3 ส.ค. 2564

01/08/2021

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 84)
“ก้าวข้ามความแตกแยก ข้อเสนอจากงานวิจัย”
.
เมื่อกลางปี 2563 คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้จัดตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งขึ้นมาทำการศึกษาพิจารณา “โครงการประมวลข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ปรองดองสมานฉันท์”
.
ประเด็นนี้ นอกจากมีสถานการณ์ความขัดแย้งแตกแยกทางสังคมอันเนื่องมาจากการต่อสู้ระหว่างขั้วการเมืองที่เป็นปัญหาเรื้อรังเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2549 แล้ว ยังเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในประเด็นที่ 2 “กลไกการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย”
.
คณะกรรมาธิการฯเห็นพ้องกันว่า เพื่อให้การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความต่อเนื่อง ยั่งยืน และเกิดเสถียรภาพทางการเมือง จึงมีความจำเป็นที่ต้องทำให้ประชาชนมีความรู้รัก-สามัคคี-ปรองดอง อยู่ร่วมกันโดยสันติ ยอมรับและเคารพในความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันโดยสุจริต
.
คณะทำงานได้ศึกษาแนวทางการจัดการปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นระดับชาติ โดยทบทวนเอกสารจากกรณีศึกษาและงานวิจัยที่มีผู้ดำเนินการและเสนอรายงานเอาไว้แล้วในรอบ 10 ปี จำนวน 16 ชิ้น ประกอบด้วย
.
1) Human Right Watch (2554) 6 ข้อ
2) คณะกรรมาธิการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พลเอกสนธิ บุญยรัตนกลิน (2555) 9 ข้อ
3) คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร (2555) 18 ข้อ
4) คณะกรรมการประสานและติดตามคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (2554) 1 ข้อ
.
5) ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้รับผลกระทบสลายชุมนุม (2555) 8 ข้อ
6) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (2556) 8 ข้อ 7) คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (2556) 3 ข้อ
8) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (2558) 6 ข้อ 9) คณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (2560) 8 ข้อ
10) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (2560) 4 ข้อ
11) คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (2560) 1 ข้อ
12) สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า (2553) 3 ข้อ
.
13) วันชัย วัฒนศัพท์ (2547) 10 ข้อ
14) เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2553) 4 ข้อ
15) คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (2552) 6 ข้อ
16) ชมรมนิติกรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (2563) 6 ข้อ
.
และประมวลข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งสิ้น 101 ข้อเสนอ
.
จากนั้นได้นำข้อมูลจากการประมวลข้อเสนอแนะ วิเคราะห์ จัดกลุ่มตามความสัมพันธ์ และสังเคราะห์ จัดทำเป็นข้อเสนอแนวทางการสร้างความสามัคคีในชาติ ที่เรียกกันว่า “แนวทางสันติสมานฉันท์” มี 8 ประการ โดยแบ่งเป็นมาตรการหลัก 5 ประการแรก และมาตรการเสริม 3 ประการหลัง ดังต่อไปนี้
.
1. ยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นสำคัญ ให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ห้ามมิให้ฝ่ายใดดึงลงมาใช้เป็นเครื่องมือ
.
2. พรรคการเมืองต้องประกาศจุดยืนและนโยบายที่เป็นรูปธรรม ที่จะนำพาชาติบ้านเมืองให้ก้าวพ้นปัญหาขัดแย้งเรื้อรัง
.
3. หยุดใช้สื่อปลุกระดมยั่วยุให้เกลียดชังและใช้ความรุนแรง สื่อมวลชนต้องตรวจสอบและนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน
.
4. ต้องปกป้องระบบนิติรัฐ บังคับใช้กฎหมาย และอำนวยกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอหน้า เที่ยงธรรม
.
5. นิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องอย่างมีเงื่อนไข โดยนำหลักยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่านเข้ามาเสริม
.
6. เยียวยา ฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทุกฝ่าย อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
.
7. ขับเคลื่อนมาตรการปรองดองเชิงป้องกัน สร้างพื้นที่ปลอดภัยในจังหวัดและหัวเมืองต่างๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถพูดความจริงและนำสู่ความยุติธรรมได้ โดยไม่จำเป็นต้องมุ่งเข้ามาเรียกร้องหาคำตอบกันที่กรุงเทพฯ
.
8. พัฒนาศักยภาพกลุ่มและเครือข่ายผู้นำ“นักจัดกระบวนการเสวนา”อย่างเพียงพอ เสริมสร้างบุคลิก มีระบบสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ.
.
.
.
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 30 ก.ค. 2564
https://www.csdi.or.th/2021/07/public-report-84/

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

ที่อยู่


2/44-45 ถ.สามัคคีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
Phetchabun
67000
Phetchabun องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
บ้านสวนน้ำคู้  Baan suan nam khu บ้านสวนน้ำคู้ Baan suan nam khu
151 ม.13 ต.นางั่ว
Phetchabun, 67000

" โ ต ขึ้ น ฉั น จ ะ เ ป็ น เ ก ษ ต ร ก ร "

วัดห้วยไคร้ วัดห้วยไคร้
ตำบลตะเบาะ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
Phetchabun, 67000

นัฐพล  สุขเกษม นัฐพล สุขเกษม
อำเภอหนองไผ่
Phetchabun, 67140

อยู่กับปัจจุบัน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

S_PP BETTA FARM S_PP BETTA FARM
ม.13 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี
Phetchabun, 67130

ชมรมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบ ชมรมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบ
ค่ายพ่อขุนผาเมือง
Phetchabun, 67000

สนามชนไก่บ้านยางหัวลม สนามชนไก่บ้านยางหัวลม
ตำบลวังชมภู
Phetchabun, 67210

ประชาสัมพันธ์การเปิดการชนไก้

กู้ภัย กกไทร.จุดเมือง กู้ภัย กกไทร.จุดเมือง
Phetchabun, 67000

องค์กรไม่แสวงผล

ชมรมคนรักโรงเรียนบ้านขมวด ชมรมคนรักโรงเรียนบ้านขมวด
ม.6 ต.นายม อ.เมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
Phetchabun, 67210

รักบ้านขมวด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1

หางาน จัดหางาน หางาน จัดหางาน
จังหวัดเพชรบูรณ์ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000
Phetchabun, 67000

จัดหางาน

บ้านโชกุน หลักด่าน บ้านโชกุน หลักด่าน
ทางหลวง ชนบท พช.
Phetchabun, 67210

บ้านโชกุน หลักด่าน น้ำหนาว เพชรบูรณ์

ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนบ้าน ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนบ้าน
หมูู่ 9 ตำบลนาป่า
Phetchabun, 67000

ศูนย์การเรียนรู้ ICT เพื่อประชาชน