Cafe Consultant ที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ

สอนทำกาแฟ, สอนเปิดร้านกาแฟ, Set up ร้านก?

02/10/2023

บทความดีๆ ที่บาริสต้าควรรู้

#ผ้า5ผืนบนบาร์กาแฟ

ผมมักแนะนำนักดื่มมือใหม่ หรือว่าที่บาริสต้าให้เข้าร้านกาแฟ แล้วไปนั่งหน้าบาร์ หัดสังเกตสิ่งต่างๆ หรือการทำกาแฟของร้านนั้นๆ เสมอ

เช่น

#ดูช็อตกาแฟไหลเร็วมั๊ย ถ้าสายของช็อตกาแฟเส้นใหญ่กว่าไม้เสียบลูกชิ้น ก็กินไม่ได้แล้ว กาแฟที่ได้ รสชาติจะจาง ไม่หอม ไม่เข้มข้น เครม่าสีซีดๆ
หรือลองนับในใจเล่นๆ ว่าเขาสกัดกี่วินาทีถ้าไม่ถึง 25 วินาที กาแฟคุณจางแน่นอน
(ข้อนี้เป็นหลักการคร่าวๆ เบื้องต้นนะครับ แต่ไม่น่าต่ำกว่า 25วิแน่ๆ สำหรับกาแฟอย่างน้อย40ml

#ลองดูปลายท่อสตีมของเขาสิว่ามีคราบขาวของนมติดเกราะกรังอยู่หรือเปล่า
หรือบางร้านอาจจะเป็นคราบสีเหลืองไปเลยก็ได้นะครับ

นั่นแสดงว่า หลังจากสตีมนมแล้วไม่ได้เช็ดท่อทันที นมก็จะแห้งคาท่อสตีม
#เคยได้กลิ่นนมบูดมั๊ยครับ ถ้าคุณสั่งลาเต้ร้อน เขาก็จะต้องเอาท่อนั้นจุ่มลงในพิชเชอร์ให้คุณดื่มนั่นแหละ

#โถกาแฟมีน้ำมันเคลือบจนโถจากสีใสๆกลายเป็นสีเหลืองหรือเปล่า
นั่นแสดงว่า เขาอาจจะไม่เคยยกโถออกมาล้าง หรือเก็บเมล็ดกาแฟออกจากโถเครื่องบดเลย
ก็คล้ายๆ ขายข้าวไข่เจียวไม่เคยล้างกระทะเลยนั่นแหละ จะมีกลิ่นหืนของน้ำมันกาแฟอยู่ในโถนั้นด้วย

#สุดท้ายก็คือเรื่องผ้า5ผืนลองดูว่าเขาใช้ผ้ากี่ผืนในบาร์ของเขา

อย่างน้อยที่สุดบนบาร์ของเขา ก็ควรจะมีผ้าสัก 5 ผืนในการใช้งานที่แตกต่างกันนะครับ

1. #ผ้าเช็ดด้ามชง ทุกครั้งก่อนจะโดสกาแฟ เราต้องเช็ดบาสเก็ตให้สะอาดทุกครั้ง ไม่เหลือเศษกาแฟค้างในบาสเก็ต

2. #ผ้าเช็ดทำความสะอาดแก้วหลังเครื่อง ทุกครั้งที่หยิบแก้วมาใช้ควรเช็ดให้สะอาดปราศจากฝุ่น และหลังเครื่องไม่ใช่ที่โชว์ฝุ่น

3. #ผ้าเช็ดถาดวางแก้วใต้หัวชง ก่อนชงกาแฟเราจะฟลัชน้ำ(flush)ล้างหัวชงหรือปรับอุณหภูมิเสมอ เราจะต้องใช้ผ้าเช็ดถาดรองน้ำให้แห้งเสมอ รวมทั้งหลังชงเสร็จด้วย

4. #ผ้าเช็ดท่อสตีมนม หลังจากสตีมนมเสร็จ ในทุกๆ ครั้ง เราจะต้องเช็ดท่อสตีมทันที และดันกลับเข้าที่เดิม เพื่อความปลอดภัยจากความร้อนของท่อ ผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าที่หมาดไม่แห้ง หรือชุ่มไปด้วยน้ำนม

5. #ผ้าเช็ดโต๊ะ เราไม่ควรให้โต๊ะ หรือเคาน์เตอร์เปียกเด็ดขาด ต้องเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ แต่ไม่ควรเอาผ้าเปียกไปเช็ดเครื่อง จะเกิดคราบน้ำได้ และไม่ควรเปียกจนเกินไป หรืออมกลิ่นนม จะเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

📌ถ้าใช้ด้ามชงวางกับพื้นเคาน์เตอร์บาร์ ก็ควรจะมีผ้า วางรองด้ามชงอีกสัก 1 ผืนนะครับ

คราวนี้ก็ลองดูว่า หน้าที่ของผ้าแต่ละผืน ไม่มีผืนไหนไม่สำคัญ และทำหน้าที่แทนกันได้เลยใช่ไหมครับ

ดังนั้น เรื่องเหล่านี้ เป็นแนวทางในการนำไปปรับใช้กับบาร์ของเรา
หรือเวลาเดินเข้าร้านกาแฟ เราจะได้พิจารณาดูว่า ควรจะสั่งกาแฟหรือน้ำเปล่าดีครับ

#แอดมินตูม
#วิชากาแฟ101

17/08/2023

เป็นบทความที่ดีอีก 1 บทความที่แนะนำให้อ่านค่ะ❤️

ไปต่อยาวๆ กับบทความเกี่ยวกับการเปิดร้าน
#เปิดร้านกาแฟยังไงให้ปัง

ช่วงนี้มีคนถามเข้ามาเยอะ ว่ากำลังคิดจะเปิดร้านแต่ยังหาไอเดียไม่ได้
และยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน วันนี้แอดมินนำแนวทางการทำร้านให้ปังมาฝากกันค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้อ่านนะคะ จะ copy ไปทำเลย หรือจะเก็บไว้เป็นแนวทางก็ได้ค่ะ มาดูกันเล้ยยย ว่าต้องใส่ใจกับอะไรบ้าง ร้านเราถึงจะปัง!!!!

#ทำเลในการเปิดร้าน
เรื่องนี้สำคัญอันดับ1 เลย การเลือกทำเลที่มีผู้คนพลุกพล่าน ประชากรหนาแน่น เดินทางไป มา ได้สะดวก เข้าถึงง่าย และที่สำคัญ ทำเลตรงนั้นต้องมีกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการจะขายด้วย เช่น ต้องการขายกาแฟแก้วละ 100 บาท เราก็ควรจะไปอยู่ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัยเอกชน หรือสถานที่ท่องเที่ยว หรือเรียกได้ว่าไปอยู่ในที่ ที่คนส่วนใหญ่มีกำลังซื้อ ฉะนั้นก่อนเปิดร้านวิเคราะห์ดีๆนะคะ จะขายใคร ราคาเท่าไหร่???

#รสชาติ
อันนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำคัญ เพราะถ้าเราทำร้านดี ทำเลดี แต่รสชาติไม่ได้เรื่อง
ไม่ประทับใจ คุณภาพเครื่องดื่มห่วยมาก เราก็จะไม่สามารถได้ลูกค้าประจำ หรือจะไม่เกิดการซื้อซ้ำนั่นเอง ข้อนี้ไม่พูดเยอะนะคะ เพราะรสชาติวัดกันเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่ขอให้ไม่แย่จนเกินไป!!!

#เมนูของหวาน
เรียกได้ว่าเป็นเมนูคู่สร้างคู่สมกับคาเฟ่เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าเราอยู่ในทำเลที่ดี รสชาติเครื่องดื่มดี สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำคือ เพิ่มมูลค่าต่อบิลให้สูงขึ้น วิธีก็คือหาขนมหวาน
เบเกอรี่มาขายเพิ่ม หรือบางที่มีอาหารด้วย อันนี้ตามทำเล และลักษณะร้านของแต่ละที่ด้วยนะคะ ประเด็นหลักก็คือ เราต้องทำให้ลูกค้าที่เข้าร้านเราจ่ายเพิ่มขึ้นให้ได้

#การบริการที่ดี
หัวใจหลักของการทำร้านกาแฟ หรือธุกรกิจประเภทการบริการ แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการบริการต้องดี ประทับใจ มัดใจลูกค้าที่เข้ามาในร้าน และทำใหเกิดการซื้อซ้ำให้ได้
ไม่ว่าจะเป็นการยิ้มแย้ม ทักทาย การจดจำลูกค้า การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการมาดื่มกาแฟที่ร้านเรามันทำให้เค้ารู้สึกพิเศษ สบายใจ ถ้าเค้ามีเพื่อน แน่นอนว่าเค้าก็ต้องชวนเพื่อนมาในร้านที่เค้ารู้สึกพิเศษอยู่แล้ว คุณก็เหมือนกันใช่ไหมคะ

#สิ่งอำนวยความสะดวก
ในปัจจุบันการมาร้านกาแฟ ไม่ใช่แค่การมาดื่มกาแฟ แล้วก็ไป แต่หลายคนมักจะใช้ร้านกาแฟเป็นที่ทำงาน นัดประชุม นัดคุยธุรกิจ หรืออื่นๆ ซึ่งการที่พวกเค้าจะเลือกร้านกาแฟนัดคุยงาน หรือธุรกิจ แน่นอนเค้าต้องเลือกร้านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เค้าอยู่แล้ว ทั้งสถานที่นั่งสบายๆ แอร์เย็นๆ มีปลั๊กไฟพร้อม ห้องน้ำสะอาด เสียงต้องไม่ดังจนเกินไป บรรยากาศร้านไม่วุ่นวาย เป็นสัดส่วน [เช่นเคยว่าข้อนี้ต้องอยู่ที่สถานที่และข้อจำกัดในการทำร้านของเราด้วยนะคะ ว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าทำได้ทั้งหมดนี้ ปังแน่นอนค่ะ]

#จัดการร้านของเราด้วยระบบ
ระบบการชำระเงิน ระบบจัดการสต็อค ระบบการทำงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวมไปถึงการจัดการกะพนักงาน ระบบการจ้างพนักงาน ถ้าจะให้ดี ถ้ามีระบบที่สามารถจัดการได้บนแอพลิเคชั่น จะยิ่งสะดวกมากขึ้น เพราะจะทำให้พนักงาน และเจ้าของร้านสามารถตรวจสอบงาน หรือยอดขายได้แบบเรียลไทม์
อย่าลืมข้อนี้นะคะ ระบบดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ

#โลกออนไลน์และโปรโมชั่น
หลีกเลี่ยงข้อนี้ไม่ได้จริงๆ ในยุคปัจจุบัน การใช้ social มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตมาก ดังนั้นถ้าเราไปมีตัวตน และเติบโตในโลกออนไลน์ได้ จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ง่ายขึ้น และถ้าเราทำโปรโมชั่น แล้วเก็บเงียบไว้ที่ร้าน ก็คงจะไม่ได้ผลซักเท่าไหร่ ดังนั้น นำโปรโมชั่นเราไปประกาศให้โลกรู้ด้วยค่ะ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ช่วยได้เยอะค่ะ

และทั้งหมดนี้เป็นแนวทางสำหรับคนที่คิดว่าจะทำยังไงกับการกาแฟเราดี
จะเริ่มยังไง และควรโฟกัสจุดไหนก่อน บทความนี้อาจจะช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย
และหาก มีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลส่วนไหนเพิ่มเติม สามารถทักมาสอบถามได้นะคะ มีแอดมินและทีม อาจารย์ที่คอยให้ความรู้ คอยตอบคุณอยู่ค่ะ

#เปิดร้านกาแฟยังไงให้ปัง
#สอนเปิดร้านกาแฟ
#วิชากาแฟ101

10/01/2023

#ทางรอดของคนอยากเปิดร้านกาแฟ

#5เรื่องต้องรู้ก่อนเปิดร้านกาแฟ

จากสถานการณ์โควิด19 คงมีเพื่อนๆหลายคนที่
โดนพิษโควิดไปตามๆกัน และแน่นอน จากประสบการณ์ set up ร้านกาแฟ เห็นได้ชัดเลยว่า
มีคนต้องการเปิดร้านกาแฟเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
เพราะงานประจำไม่ใช่อาชีพที่มั่นคงอีกต่อไป

ดังนั้นเพื่อเป็นกำลังใจสำหรับคนที่คิดอยากจะหารายได้จากการทำร้านกาแฟ มาดูกันเลยค่ะ ว่าก่อนเปิดร้านกาแฟเราควรรู้อะไรบ้าง?
เพื่อให้เราตัดสินใจลงทุนได้ถูกทาง หรือใครที่
เปิดร้านแล้ว ก็นำข้อมูลนี้ไปปรับใช้ได้นะคะ🥰

เริ่มกันเลยยย

1. #รู้จักกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการขาย
ก่อนจะเปิดร้านกาแฟเราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการขายใคร ลูกค้ากลุ่มไหนคือกลุ่มเป้าหมาย
เช่น กลุ่มชาวออฟฟิศ กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มนักเดินทาง หรือแม้แต่นักเรียน นักศึกษา ฯลฯ
หากเรารู้จักลูกค้าแล้วค่อยมาเลือกสายพันธ์ หรือชนิดกาแฟ และราคาที่ต้องการขาย เพื่อให้ตรงกลุ่มลูกค้ามากที่สุด

2. #รู้จักคู่แข่งหรือร้านอื่นๆในระแวกใกล้เคียงกับร้านเรา
เมื่อได้กลุ่มลูกค้าแล้ว จะเป็นที่มาของการหาทำเล ซึ่งพอได้ทำเลหรือที่เปิดร้านแล้ว สิ่งที่เราต้องศึกษาต่อมาคือ...ร้านกาแฟในระแวกนั้นๆ เราต้องไปสำรวจให้ทั่วก่อน ว่าร้านแถวนั้นเขาทำกันอย่างไร ขายดีช่วงเวลาไหน และลูกค้าส่วนใหญ่ชอบรสชาติหวานมาก หวานน้อย หรือชอบสไตล์ ประมานไหน (ทั้งหมดนี้ไม่ได้ให้ไปก๊อปเค้ามานะคะ )เพียงแต่ต้องศึกษาไว้เป็นแนวทางเท่านั้นค่ะ
นอกไปจากนี้เรายังจำเป็นต้องรู้จักร้านค้าอื่นๆ แถวนั้นอีกด้วย เผื่อว่าวันนึงเราอาจจะต้อง มีกิจกรรมทางการตลาดร่วมกันค่ะ มีมิตรไว้ดีกว่าศัตรูน๊า

3. #รู้จักทำเลที่เข้าถึงง่ายไปสะดวก
ขยายความจากข้อ 2 เลย อันนี้จำเป็นค่ะ การที่เราจะเลือกทำเลสักที่ เพื่อเปิดร้าน สิ่งที่ต้องคำนึงคือ เข้าถึงได้ง่าย เดินทางสะดวก ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องขับรถวนในเขาวงกตซัก 2-3 รอบก่อนค่อยเจอร้าน ที่จำเป็นไปกว่านั้นคือ!! ต้องมีที่จอดรถสะดวก สบาย เพียงต่อจำนวนลูกค้าที่จะเข้ามาอุดหนุนร้านเรา แบบชงไม่หยุดมือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน และกลุ่มเป้ายหมายด้วยนะคะ!!

4. #รู้ว่าในหนึ่งร้านต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง
ข้อนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องหนักใจ ของคนที่จะเปิดร้าน เพราะยังไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าต้องใช้เครื่องชงแบบไหน เครื่องบดแบบไหน เครื่องปั่นรุ่นไหนดี
แล้วแก้วหล่ะ ถ้วยตวงล่ะ โอ๊ย เยอะแยะไปหมด
ที่น่าสงสารไปกว่านั้นคือ ผู้ประกอบการหลายๆราย มักจะไปตกเป็นทาสการตลาด ของเซลล์ หรือนักขายมือทองทั้งหลาย (อันนี้แอดไม่ได้ว่าใครน๊า ) คือไปเดินห้างแล้วเจอบูทขายเครื่องชงเอย มีคนรู้จักบอกมาเอย Search google เจอเอยฯลฯ ทั้งหมดนี้ไม่ผิดเลยนะคะ ถ้าเครื่องที่คุณเสียเงินเป็นหมื่นๆซื้อมาแล้ว สามารถตอบโจทย์การขายได้จริง แต่!! ส่วนใหญ่มักเจอเชียร์ขายแบบ ราคาถูกๆ โปรเยอะ ประหยัดเงินในกระเป๋า แบบว่าซื้อไปเถอะครับ/ค่ะ รุ่นนี้ใช้ได้แน่นนอน ราคาถูกจากโรงงาน โปรแถม บรา ๆ ๆ ๆๆ แล้วแล้วเงินในกระเป๋าของคุณก็หายไปแบบงงๆ พร้อมกับได้เครื่องเครื่องชงเล็กๆ น่ารักๆ มาประดับบ้าน สุดท้าย ใช้ได้จริงค่ะ แต่แค่ชงกินเองในบ้าน 2-3 แก้วเท่านั้น!!
#อย่าลงทุนผิดอีกเลยนะคะ
#สงสารกระเป๋าสตางค์ที่จะต้องเสียตังค์ไปแบบงงๆๆ

5. #สำคัญที่สุดรู้จักต้นทุนต่างๆ
แต่ที่แอดฯยกเรื่องต้นทุนมาบอกคือ หลายๆร้านเจอปัญหานี้ค่ะ คือ อยากดึงลูกค้าโดยการขายถูกๆไว้ก่อน ค่อยว่ากัน! ยอมขายแบบกำไรน้อยๆ บางคนยอมขาดทุนก่อนก็มี นั่น! เป็นความคิดที่ไม่ควรทำนะคะ เราต้องคิดต้นทุนต่อแก้วให้ได้ก่อน แล้วค่อย บวกกำไร ให้เพียงพอต่อต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าพนักงาน(อันนี้อย่าลืมค่าแรงตัวเองน๊า) ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คุณต้องนำมาคิดเป็นต้นทุนให้หมด ก่อนตั้งราคาขาย

#ต้นทุนที่ควรรู้มี หัวข้อหลักๆตามนี้
1. ต้นทุนเครื่องดื่ม (Cost of goods) ไม่ควรเกิน 30-40% ของยอดขาย
2. ต้นทุนแรงงาน (Cost of labour)ไม่ควรเกิน 20-30% ของยอดขาย
3. ต้นทุนค่าเช่าที่+ค่าน้ำ ค่าไฟ (Cost of rent)ไม่ควรเกิน 10-20% ของยอดขาย
4. ต้นทุนการบริหารจัดการ(Cost of Operating)ไม่ควรเกิน 5-10% ของยอดขาย

ต้นทุนใครเกินกว่านี้รีบเช็คด่วนค่า

เป็นกำลังใจให้ร้านกาแฟมือใหม่ทุกคนค่ะ

#ที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ

#เปิดร้านกาแฟให้รอด
#สิ่งควรรู้ก่อนเปิดร้านกาแฟ
#สอนเปิดร้านกาแฟ

22/12/2022

ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับชา #ชาไทยนมสด
เป็นเมนูที่ทุกร้านต้องมี แชร์เก็บไว้เป็นความรู้ค่ะ🥰

#ชาไทย!!
เปิดที่มาของชาไทยที่หลายคนยังไมรู้??

เพื่อนๆคงรู้จักเจ้า #ชาสีส้ม เป็นอย่างดีว่า เป็นเครื่องดื่มที่ อร่อยมาก ดื่มง่าย และเป็นที่นิยมกันมาก ของทุกรุ่น ทุกวัย ดื่มได้ทุกวันโดยไม่เบื่อ

แต่เพื่อนๆรู้หรือยังว่า จริงๆ แล้ว ไอ้เจ้าชาสีส้มที่เราดื่มกันทุกวันนี้ มาจากไหนกันนะ?

วันนี้ ชาที จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

เดิมทีแล้วคนไทยเรารู้จักการดื่มชามาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราชแล้วว แต่สมัยนั้นจะเป็นการจิบชาแบบร้อน แต่ก็ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เพราะบ้านเราอยู่ในเขตร้อน การดื่มชา จึงนิยมดื่มกันในงานราชการ หรือการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองซะส่วนใหญ่

เอ๊…แล้วใครพาเราดื่มชาใส่น้ำแข็งกันนะ?

ตามข้อมูลได้บอกไว้ว่า เจ้าของไร่ชา ชาวอังกฤษ ที่ชื่อว่า Richard Blechynden
เขาได้เดินทางไปแสดงสินค้าที่งาน World’s Fair ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเขาได้นำชาร้อนรสชาติดีจากไร่ของเขามาเพื่อแจกจ่ายให้คนในงานดื่ม
แต่ตอนนั้นสภาพอากาศก็ดันร้อนเกิน คนที่มาชมงานก็มองหาแต่เครื่องดื่มเย็นๆ
เพื่อดับกระหาย คลายร้อนกัน เขาจึงได้ตัดสินใจนำน้ำแข็งมาใส่ชาร้อนที่เตรียมไว้
เพื่อแจกซะเลย จบๆไป 555 และใครจะไปรู้ว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการดื่มชาใส่น้ำแข็ง จนแพร่หลายไปทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน😳🤔

อ้าว แล้วชาใส่นมล่ะ มาจากไหน?? สงสัยกันต่ออีกใช่มั้ยคะ

มา ฟังต่อ เอ้ย อ่านต่อค่ะ😅

ว่ากันว่า ไทยเราได้รับอิทธิพลการดื่มชาใส่นม ใส่น้ำตาลมาจากอินเดีย
เพราะในช่วงนั้น ไทยเราค้าขายกันชาวอินเดียวซะส่วนใหญ่

และในปี 2436 บริษัท เนสท์เล่ ได้เปิดตัวนมข้นหวานยี่ห้อแรกในไทย
ที่มีชื่อว่า นมข้นหวาน”แหม่มทูนหัว” จึงทำให้การดื่มชา แบบใส่นม ใส่น้ำตาล
เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นไปอีก เพราะรสชาติชาใส่นมข้นหวานมันนัวถึงใจพี่ไทยมากๆ

10 ปีต่อมา ไทยมีโรงงานน้ำแข็งเป็นโรงแรก ซึ่งสามารถผลิตน้ำแข็งกินเองได้
[สุดยอดไปเลย…] รวมไปถึงในยุคนั้น กาแฟโบราณ เกิดขึ้น อย่างแพร่หลายอีกด้วย
จึงส่งผลให้ชาไทย หรือชาเย็นนั้น เป็นที่นิยมมากขึ้นอีก กลายเป็นเมนูที่ทุกร้านต้องมีไปเลย [นัวจริงๆนะ] แอดฯคอนเฟิร์ม😁

แต่เดี๋ยวก่อน เดิมทีแล้ว ชาเย็น หรือชาไทย ไม่ได้มีสีส้มนะ !! อ้าวงงไปอีก😄

สีของน้ำชาในสมัยนั้น เวลาชงออกมาแล้วจะสีใกล้เคียงกับกาแฟมาก
ทำไงดีล่ะ เพื่อให้แยกออกชัดเจน จึงต้องใช้วิธีการผสมสีให้ชาเข้มขึ้น
ซึ่งมีการใส่สีผสมอาหาร ดอกโป๊ยกั๊ก หรือเครื่องเทศบ้าง เพื่อให้ได้สีส้มสวยงาม

ปัจจุบันเราเลยมีชาสีส้มไว้เป็นเครื่องดื่มสุดแสนอร่อย นัวๆ มันๆ ให้ดื่มกันทุกวัน

ส่วนชื่อเรียกนั้น บ้างก็เรียกชานม บ้างก็เรียกชาเย็น บ้างก็เรียกชาไทยเย็น ฯลฯ

ที่ร้านเพื่อนๆ เรียกชาสีส้มใส่นมใสน้ำแข็งว่า อะไรกันบ้างคะ

แชร์ให้ฟังหน่อยนะคะ

เล่ามาเยอะแล้ว เริ่มคอแห้ง แอดมินขอไปชงชาดื่มก่อนนะคะ🥰😘

#ชาไทยสีส้ม
#ชาไทย
#ชานม
#ที่มาของชาไทย
#ชาเย็น
#ชาที

28/03/2022

#เคยสงสัยไหมว่าใครคือลูกค้าร้านเรากันแน่?

ทุกครั้งที่มีการสอนเปิดร้าน จะถามนักเรียนเสมอ
ว่า ตั้งใจจะเปิดร้านกาแฟเพื่อขายลูกค้ากลุ่มไหน?

คำตอบที่ได้บ่อยที่สุดคือ
"ขายทุกกลุ่มค่ะ ขายทุกคนค่ะ"

หลายคนมักจะคิดแบบนี้ เพราะต้องการขายทุกคนเลย เวลาทำร้านออกมา ถึงไม่กล้าแตกต่าง หรือไม่กล้าตั้งราคาให้สูงกว่าร้านอื่นๆ

#ความจริงคือเราไม่สามารถขายให้ลูกค้าทุกคนได้

หรือ ขายคนทุกกลุ่มได้หรอกค่ะ
เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น
ราคา รสชาติ ความพรีเมี่ยม สไตล์ของร้าน การตกแต่งร้าน การบริการ รวมถึงความสะดวกสบายอีกด้วย

ขอจำแนกกลุ่มลูกค้าให้เข้าใจง่ายตามนี้นะคะ

1. คือกลุ่มแฟนคลับร้านกาแฟสด ราคา25-35 บาท

คนที่อยู่ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเลือกเครื่องดื่มจากราคาเป็นอันดับแรก
โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องรสชาติที่ดีเลิศ หรือ การบริการที่ยอดเยี่ยมอะไรมากนัก
ขอราคาไม่สูงเอาไว้ก่อน กินแก้กระหาย แก้ง่วงก็พอแล้ว

ถ้าเราเลือกลูกค้ากลุ่มนี้ มันก็เป็นเรื่องยากที่เราจะคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาทำเครื่องดื่มให้ลูกค้าได้ เพราะราคาขายต่ำมากจนแทบไม่เหลือกำไรอยู่แล้ว

ดังนั้นเราก็จะขายได้แค่คนกลุ่มเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ขายได้ทุกคน เพราะอีกหลายๆคนเขาก็ต้องการเครื่องดื่มที่มีคุณภาพสูงหน่อยนั่นเอง

2. คือกลุ่มที่อยู่ในช่วงราคา 40-65 บาท
กลุ่มนี้น่าสนใจ คือกลุ่มที่มีลูกค้าเป็นจำนวนมาก และมีกำลังซื้อ ที่จะซื้อเครื่องดื่มของเราได้ทุกๆวัน
เราจึงสามารถเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีและหลากหลายมากขึ้น

แต่เราจะต้องทำเครื่องดื่มให้อยู่ในมาตรฐานให้ได้ทุกๆแก้วและทุกๆวัน เพราะคนกลุ่มนี้หลายคนกินกาแฟเป็นแล้ว

วัตถุดิบต้องดีหน่อย อุปกรณ์ก็ต้องมีมาตรฐานที่ดี ตัวพนักงานก็จะต้อง มีความรู้ความชำนาญพอสมควรเลยทีเดียว

3. เป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากไม่เกี่ยงเรื่องราคา แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ก็มีไม่มากเท่ากลุ่มที่ 2

ด้วยจุดแข็งของลูกค้ากลุ่มนี้ คือไม่ได้เกี่ยงเรื่องราคา ดังนั้นเราจะสามารถ คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี พนักงานชั้นดี สถานที่อย่างดี มารองรับกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้ อาจจะรวมไปถึง ขนมที่ขายในร้าน และเมล็ดกาแฟ ที่หลากหลายจากทั่วมุมโลก มาเสิร์ฟให้กับลูกค้าเรานี้ ในแบบ Special ได้
แต่สิ่งที่เขาต้องการก็คือ
ความมีมาตรฐานที่ดีในทุกๆด้าน ทั้งเครื่องดื่มที่มีคุณภาพดี พนักงานที่ต้อนรับเป็นอย่างดี และมีความรู้ความชำนาญ รวมไปถึงสถานที่ ที่สะดวกสบาย ทั้งภายในคือสะอาด สบาย ไม่แออัด
และภายนอก เช่นเรื่องที่จอดรถอีกด้วย

#ดังนั้นถ้าเราลองพิจารณาลูกค้าทั้ง3กลุ่มแล้ว

เราจะรู้ว่าเราไม่สามารถขายลูกค้าทุกกลุ่มได้

เราจึงจะต้องเลือกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกมาก่อนว่าเราจะขายใครกันแน่

และต่อมาก็คือหาจุดขายของตัวเองให้เจอหรือตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในชุมชนตรงนั้นให้ได้

เช่น
เราอยู่ข้างโรงเรียนมหาวิทยาลัยก็อาจจะไม่ได้เจาะจงไปที่เครื่องดื่มประเภทกาแฟเพียงอย่างเดียว
อาจจะต้องมีเครื่องดื่มประเภทสมูทตี้หรือโกโก้รวมไปถึง signature ต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นเป็นต้น

หรืออยู่ในกลุ่มที่จะขายระดับผู้บริหารก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีเมนูประเภทปั่นเพราะเสียงจะไปรบกวนการนั่งคุยงานของพวกเขาได้ และคนในระดับนี้ก็อาจจะไม่ได้ชอบเครื่องดื่มประเภทปั่นก็เป็นได้

#หรือถ้าได้ทำเลในปั๊ม
แต่ทางปั๊มกำหนดมาว่าไม่สามารถเปิดร้านกาแฟได้

เพราะทางปั๊มมีกาแฟอยู่แล้วแบบนี้ตัดใจได้เลย
ถ้าอยู่ในปั๊มแล้วไม่ได้ขายกาแฟเป็นหลักไปอยู่ข้างนอกดีกว่า

หรือได้ทำเล ใกล้ฟิตเนส เจาะกลุ่มคนที่มาฟิตเนสเป็นหลัก แล้วไปขายชานมไข่มุก แบบนี้ก็ถือว่า ไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่
เพราะคนที่ไปออกกำลังกาย ส่วนมากก็จะต้องการ รักษาสุขภาพ ลดแคลอรี่
ดังนั้นร้านชานมไข่มุกของเรา ไปอยู่ผิดที่แน่นอน จะต้องปรับไปเป็น ร้านขายเครื่องดื่มแนวสุขภาพ พวกผลไม้สด ผักต่างๆ ที่สามารถนำมา ประกอบเป็นเครื่องดื่มได้นั่นเอง

#นี่เป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าก่อนที่จะเปิดร้านเราจะต้องเลือกกลุ่มลูกค้าให้ได้ก่อน

ว่าเราจะขายใครแล้วค่อยเริ่มที่จะลงทุน
จะได้ไม่เสียเวลา

เพื่อนๆขายเครื่องดื่มให้ลูกค้ากลุ่มไหนอยู่บ้าง
คอมเมนต์ให้ดูหน่อยค่ะ

#เป็นกำลังใจให้ร้านกาแฟมือใหม่ทุกคนนะคะ

#ร้านกาแฟมือใหม่

#สอนทำกาแฟเพื่อเปิดร้าน
#สอนเปิดร้านกาแฟ
#เปิดร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ

22/03/2022

#อยากเปิดร้านกาแฟแล้วรอดต้องอ่าน
#5เรื่องต้องรู้ก่อนเปิดร้านกาแฟ

ก่อนเปิดร้านกาแฟเราควรรู้อะไรบ้าง
มาดูกันเลยค่าาา

1. #รู้จักกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการขาย
ก่อนจะเปิดร้านกาแฟเราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการขายใคร ลูกค้ากลุ่มไหนคือกลุ่มเป้าหมาย
เช่น กลุ่มชาวออฟฟิศ กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มนักเดินทาง หรือแม้แต่นักเรียน นักศึกษา ฯลฯ
หากเรารู้จักลูกค้าแล้วค่อยมาเลือกสายพันธ์ หรือชนิดกาแฟ และราคาที่ต้องการขาย เพื่อให้ตรงกลุ่มลูกค้ามากที่สุด

2. #รู้จักคู่แข่งหรือร้านอื่นๆในระแวกใกล้เคียงกับร้านเรา
เมื่อได้กลุ่มลูกค้าแล้ว จะเป็นที่มาของการหาทำเล ซึ่งพอได้ทำเลหรือที่เปิดร้านแล้ว สิ่งที่เราต้องศึกษาต่อมาคือ...ร้านกาแฟในระแวกนั้นๆ เราต้องไปสำรวจให้ทั่วก่อน ว่าร้านแถวนั้นเขาทำกันอย่างไร ขายดีช่วงเวลาไหน และลูกค้าส่วนใหญ่ชอบรสชาติหวานมาก หวานน้อย หรือชอบสไตล์ ประมานไหน (ทั้งหมดนี้ไม่ได้ให้ไปก๊อปเค้ามานะคะ )เพียงแต่ต้องศึกษาไว้เป็นแนวทางเท่านั้นค่ะ
นอกไปจากนี้เรายังจำเป็นต้องรู้จักร้านค้าอื่นๆ แถวนั้นอีกด้วย เผื่อว่าวันนึงเราอาจจะต้อง มีกิจกรรมทางการตลาดร่วมกันค่ะ มีมิตรไว้ดีกว่าศัตรูน๊า

3. #รู้จักทำเลที่เข้าถึงง่ายไปสะดวก
ขยายความจากข้อ 2 เลย อันนี้จำเป็นค่ะ การที่เราจะเลือกทำเลสักที่ เพื่อเปิดร้าน สิ่งที่ต้องคำนึงคือ เข้าถึงได้ง่าย เดินทางสะดวก ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องขับรถวนในเขาวงกตซัก 2-3 รอบก่อนค่อยเจอร้าน ที่จำเป็นไปกว่านั้นคือ!! ต้องมีที่จอดรถสะดวก สบาย เพียงต่อจำนวนลูกค้าที่จะเข้ามาอุดหนุนร้านเรา แบบชงไม่หยุดมือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน และกลุ่มเป้ายหมายด้วยนะคะ!!

4. #รู้ว่าในหนึ่งร้านต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง
ข้อนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องหนักใจ ของคนที่จะเปิดร้าน เพราะยังไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าต้องใช้เครื่องชงแบบไหน เครื่องบดแบบไหน เครื่องปั่นรุ่นไหนดี
แล้วแก้วหล่ะ ถ้วยตวงล่ะ โอ๊ย เยอะแยะไปหมด
ที่น่าสงสารไปกว่านั้นคือ ผู้ประกอบการหลายๆราย มักจะไปตกเป็นทาสการตลาด ของเซลล์ หรือนักขายมือทองทั้งหลาย (อันนี้แอดไม่ได้ว่าใครน๊า ) คือไปเดินห้างแล้วเจอบูทขายเครื่องชงเอย มีคนรู้จักบอกมาเอย Search google เจอเอยฯลฯ ทั้งหมดนี้ไม่ผิดเลยนะคะ ถ้าเครื่องที่คุณเสียเงินเป็นหมื่นๆซื้อมาแล้ว สามารถตอบโจทย์การขายได้จริง แต่!! ส่วนใหญ่มักเจอเชียร์ขายแบบ ราคาถูกๆ โปรเยอะ ประหยัดเงินในกระเป๋า แบบว่าซื้อไปเถอะครับ/ค่ะ รุ่นนี้ใช้ได้แน่นนอน ราคาถูกจากโรงงาน โปรแถม บรา ๆ ๆ ๆๆ แล้วแล้วเงินในกระเป๋าของคุณก็หายไปแบบงงๆ พร้อมกับได้เครื่องเครื่องชงเล็กๆ น่ารักๆ มาประดับบ้าน สุดท้าย ใช้ได้จริงค่ะ แต่แค่ชงกินเองในบ้าน 2-3 แก้วเท่านั้น!!
#อย่าลงทุนผิดอีกเลยนะคะ
#สงสารกระเป๋าสตางค์ที่จะต้องเสียตังค์ไปแบบงงๆๆ

5. #สำคัญที่สุดรู้จักต้นทุนต่างๆ
แต่ที่แอดฯยกเรื่องต้นทุนมาบอกคือ หลายๆร้านเจอปัญหานี้ค่ะ คือ อยากดึงลูกค้าโดยการขายถูกๆไว้ก่อน ค่อยว่ากัน! ยอมขายแบบกำไรน้อยๆ บางคนยอมขาดทุนก่อนก็มี นั่น! เป็นความคิดที่ไม่ควรทำนะคะ เราต้องคิดต้นทุนต่อแก้วให้ได้ก่อน แล้วค่อย บวกกำไร ให้เพียงพอต่อต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าพนักงาน(อันนี้อย่าลืมค่าแรงตัวเองน๊า) ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คุณต้องนำมาคิดเป็นต้นทุนให้หมด ก่อนตั้งราคาขาย

#ต้นทุนที่ควรรู้มี หัวข้อหลักๆตามนี้
1. ต้นทุนเครื่องดื่ม (Cost of goods) ไม่ควรเกิน 30-40% ของยอดขาย
2. ต้นทุนแรงงาน (Cost of labour)ไม่ควรเกิน 20-30% ของยอดขาย
3. ต้นทุนค่าเช่าที่+ค่าน้ำ ค่าไฟ (Cost of rent)ไม่ควรเกิน 10-20% ของยอดขาย
4. ต้นทุนการบริหารจัดการ(Cost of Operating)ไม่ควรเกิน 5-10% ของยอดขาย

ต้นทุนใครเกินกว่านี้รีบเช็คด่วนค่า

เป็นกำลังใจให้ร้านกาแฟมือใหม่ทุกคนค่ะ

#ที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ

#เปิดร้านกาแฟให้รอด
#สิ่งควรรู้ก่อนเปิดร้านกาแฟ
#สอนเปิดร้านกาแฟ

18/01/2022

จากใจผู้เขียน..

#ผมอาจารย์ตูมเองครับ
ผู้ก่อตั้งเพจวิชากาแฟ101ที่เพื่อนๆกำลังอ่านอยู่นี่แหละครับ

เจตนารมณ์ ของการสร้างเพจวิชากาแฟ 101 ก็คือ

แบ่งปันความรู้ประสบการณ์ จากการทำงานจริง จากปัญหาหน้างาน ที่เกิดขึ้นมากกว่า 100 สาขาที่ผมเข้าไปดูแลและทำงาน

เริ่มตั้งแต่
-การหาทำเลที่ตั้ง ที่เหมาะสมกับการก่อสร้างร้าน
-การรับสมัครพนักงานที่จะเข้ามาร่วมทีมกับเรา
-การเลือกกลุ่มลูกค้าที่เราจะขาย
-การหาเอกลักษณ์ของแบรนด์ตนเอง
-การหาจุดอ่อนของคู่แข่ง
-การหาจุดแข็งของตัวเอง
-การวางรากฐาน เพื่อให้ร้านของเรา สามารถพัฒนา จนสามารถขายแฟรนไชส์ในแบรนด์ของเราได้ในอนาคต
- การรักษาคุณภาพของเครื่องดื่ม ให้ได้รสชาติที่คงที่ แม้พนักงาน จะมีการสับเปลี่ยนหรือลาออก ก็ยังทำงานแทนกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

#เรื่องพวกนี้คือประสบการณ์ในการทำงานของผมที่เอามาถ่ายทอดลงในเพจวิชากาแฟ101

จนทำให้เรารวบรวมเป็นหนังสือเล่มแรก
ออกวางจำหน่าย มีการ pre order ทะลุ 300 เล่มอย่างรวดเร็ว และขายออกไป ทั้งแบบเป็นเล่มและ E Book อย่างมากมาย

#หลังจาก1ปีผ่านไปเราก็ยังไม่หยุด ที่จะเผยแพร่ความรู้ ในเรื่องต่างๆลงในเพจของเรา

หลายๆเรื่องมีผลตอบรับที่ดีมาก มีการ กดไลค์และแชร์ออกไป หรือนำไปใช้จริงและมี feedback กลับมา เป็นอย่างดีก็หลายๆเรื่อง

#เราจึงคิดว่าเราควรจะออกหนังสือเล่มใหม่ได้แล้วทดแทนหนังสือเล่มแรก

เพราะวันนี้เล่ม 1 ก็ไม่ได้พิมพ์เพิ่มแล้ว
และมีเรื่องน่าประหลาดใจ คือมีการวางจำหน่าย ทางช่องทางออนไลน์ มีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่าไปแล้ว

วันนี้ เราออกหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดชื่อว่า

#เปิดร้านเพราะความฝันแต่ปิดร้านเพราะความจริง

ผมว่า คำนี้มันจี๊ดเข้าไปในอก ของคนที่เคยเปิดร้านไปแล้ว แบบไม่มีทิศทาง
สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ

#อาจจะด้วยเงินก้อนเดียวที่สะสมมาหรือทำด้วยความรักความทุ่มเทอย่างแท้จริง

ลงทุนไปเรียนวิชากาแฟต่างๆก็มากมาย แต่สุดท้าย ก็ยังไม่สามารถ ที่จะยึดเอาอาชีพกาแฟที่ตนเองรักให้ไปรอดได้

#ผมอยากให้คุณซื้อหนังสือเล่มนี้ด้วยเงินเพียง699บาท

แลกกับความเสี่ยง หรือแลกกับประสบการณ์การทำงานของผม ที่ผ่านปัญหามาเป็นร้อยๆปัญหา จากร้อยกว่าสาขาที่เราได้เจอ

#ราคาหนังสือเล่มนี้อาจจะถูกกว่าต้นไม้สักต้นที่ซื้อมาแล้วหาที่วางในร้านไม่ได้

หรือตุ๊กตา 1 คู่ที่ไปซื้อมาแล้ว วางตรงไหนก็ไม่เหมาะสักที สุดท้ายก็ต้องเก็บลงกล่องไป

#ซื้อเถอะครับผมอยากให้ซื้อจริงๆ
มันควรจะมีหนังสือเล่มนี้ ไว้ในร้านของคุณ ซื้อฝากเพื่อนที่ทำร้านกาแฟ หรือจะอยู่ในมุมกาแฟของคุณ อย่างน้อยเป็นหนังสือกาแฟสะสม อีก 1 เล่ม ก็ยังได้ประโยชน์เลยครับ

#เราใช้กระดาษอย่างดี ถ่ายภาพด้วยตากล้องที่เข้าใจในเรื่องกาแฟ
เรียบเรียงโดยผู้ที่ทำงานกาแฟโดยตรง
และพิมพ์โดยเจ้าของโรงพิมพ์ ที่เป็นทั้งเจ้าของร้านกาแฟดัง และลุ่มหลงในการทำกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

#เขาสัญญากับพวกเราว่าเขาจะทำหนังสือเล่มนี้ออกมาให้ดีที่สุด เพราะถือว่า เป็นความภาคภูมิใจของเขาด้วยเช่นกัน

ขอให้คุณได้เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้และไม่พลาดโอกาส เหมือนหนังสือเล่มหนึ่งอีกนะครับ

https://www.facebook.com/100259198324868/posts/467085611642223/

#จากใจของผมอาจารย์ตูมผู้ก่อตั้งเพจวิชากาแฟ101ครับ

#แอดมินตูม
#เปิดร้านเพราะความฝันแต่ปิดร้านเพราะความจริง
#วิชากาแฟ101

Photos from Cafe Consultant ที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ's post 18/01/2022

ัมPerfectShot25วินาทีและกาแฟแก้ว22ออนซ์ถ้า3อย่างนี้รวมกันเตรียมตัวเซ้งร้านได้เลย

ในประเทศไทย
ร้านกาแฟไม่ต่ำกว่า80%อยู่ได้ด้วยการขายกาแฟเย็นและเมนูปั่น
ส่วนเมนูร้อน วันนึงขายกาแฟร้อนได้ 10แก้วก็เก่งแล้ว!

ดังนั้นเราก็ควรมาให้ความสำคัญกับเรื่องกาแฟเย็นกันเถอะ

กาแฟเย็น1แก้ว ประกอบด้วยน้ำกาแฟประมาณ 2ออนซ์(60ml)
เติมนมข้นหวาน นมข้นจืด นมสด แถมด้วยน้ำแข็งเข้าไปอีก

#ดังนั้นถ้ากาแฟไม่เข้มข้นจริงๆทำกาแฟเย็นแก้ว22ออนซ์ไม่อร่อยหรอกค่ะ
ยิ่งใช้กาแฟอราบิก้า100%ไปทำกาแฟเย็น "จบแน่" เพราะมันจะจืดจางมาก

แล้วทำยังไงมันถึงจะเข้ม

#ปัจจัยที่1.
ผงกาแฟยิ่งเยอะ ก็ยิ่งละลายได้เยอะ ควรมีอย่างน้อย20กรัม แต่บาสเก็ตติดมากับเครื่องชงมันดันให้มาแค่16กรัม

#ไอ้เราก็ไม่รู้ไม่เคยชั่งผงกาแฟสักครั้งเลยในชีวิตว่ามันใส่ได้เท่าไหร่?

ก็ได้แต่ใส่พูนๆจนเข้าหัวชงแทบไม่ได้ และกดกาแฟจนบาร์แทบพัง มันก็ยังไม่เข้มสักที
ก็เลยไปบอกคนคั่วกาแฟว่า ขอสีดำสนิทเลยนะ กาแฟจะได้เข้ม....เอ่อ ได้จ้าา

#ปัจจัยที่2.
เวลาสอนมักจะมีแต่คนมาถามว่า อาจารย์....การทำกาแฟ Perfect shot จะต้องใช้เวลากี่วินาที

#เราก็จะย้อนถามกลับไปว่าPerfectshotของอะไรล่ะ?

ของการชงกาแฟไงจารย์...

เราบอกว่าแค่ เราจะต้องรู้ว่า เราจะทำเพอร์เฟคช็อตไปทำอะไร เอะอะก็จะ25วิกันอย่างเดียว
#ไอ้คนสอนก็สอนแต่ตามตำราโบราณกันอยู่นั่นแหละไม่หัดคิดกันซะบ้างเล้ยย..!!

Perfect shot ที่พวกเราชอบเอามาพูดกันที่ 25วิน่ะ มันใช้ไม่ได้
#มันเกิดจากคนอิตาลีนู่น เค้าคั่วกาแฟกันเข้มขม และเขาดื่มแบบเอสเปรสโซ่ช็อต เค้าเลยเลือกเฟอร์เพคช็อตที่เวลาประมาณ 18-25วินาที
เค้าจะได้ดื่มง่าย ไม่ขมจนเกินไป...จำไว้นะคะ

#ซึ่งเค้าคงไม่คิดว่าอีก100ปีต่อมาคนไทยเค้าเอาไปใส่นมข้นหวานหรอก

ถ้าเขามาบอกเราได้ เขาคงบอกว่า....

ยูว์..(You)ไอ้เฟอร์เพคช็อตของฉัน ฉันไว้ดื่มแบบช็อตต่างหากล่ะ ถ้าเวลาสกัดเยอะ มันจะขม ไอ(l)กินไม่ได้..

แต่ถ้ายูว์ เอาไปใส่นมข้นหวาน ใส่นมข้นจืด นมสด แถมน้ำแข็งอีกเต็มแก้ว มันจางเกินไป มันไม่อร่อยนะยูว์..!!

ยูว์ต้องสกัด 30กว่าวินาทีไปนู่ ถึงจะพอกินได้

#ปัจจัยที่3.
เลือกใช้แก้ว22ออนซ์ ลำพังถ้าบาสเก็ตใส่กาแฟได้ไม่มาก เช่น 14-16กรัม ทำกาแฟแก้วขนาด 16 ออนซ์มันก็ไม่เข้มแล้ว นี่ดันเลือกใช้แก้ว 22 ออนซ์อีก จบข่าวเลยกาแฟจางแน่นอน

ถ้าสามปัจจัยนี้มารวมกันคือ
บาสเก็ต16กรัม+Perfect shot25วิ+แก้ว22ออนซ์ เตรียมตัวหาเหตุผลประกาศเซ็งร้านได้เลย

เช่น
ขายดีนะ แต่ต้องไปคลอดลูก (จ้างเด็กไม่ได้เหรอ?)

ขายดีมาก แต่ทำไม่ทัน (เพิ่มคน หรือเพิ่มเครื่องมือก็ได้)

ย้ายบ้าน (จำเป็นต้องเลิกกิจการเหรอ?)

ไปเมืองนอก(ฮิตที่สุด)

ฝากแชร์เรื่องนี้ไว้อ่านกันเล่นๆหน่อยนะคะ

#ร้านกาแฟมือใหม่

#สอนทำกาแฟ
#ความรู้เกี่ยวกับกาแฟ

15/12/2021

#ธุรกิจร้านกาแฟ

นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีต้นทุนด้านการบริหารจัดการสูงกว่าที่หลายคนคาดคิด คนทำร้านกาแฟคงเคยได้ยินคนรอบข้างพูดบ่อยๆ ว่า ทำร้านกาแฟต้องได้กำไรดีแน่เลย ต้นทุนวัตถุดิบไม่เท่าไร ขายแก้วตั้งเป็นร้อย

#ประโยคนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง
แต่ถูกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากต้นทุนด้านวัตถุดิบ (ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของร้านกาแฟ) แล้ว ยังมี ต้นทุนในการทำร้านกาแฟ ด้านอื่นๆ ที่เราควรทราบอีกมาก แยกได้เป็น 4 ส่วนหลักๆ มีอะไรบ้าง

ไปดูกันเลยค่า☺️

1 : #ค่าวัตถุดิบเครื่องดื่ม ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในการทำร้านกาแฟ ต้นทุนข้อนี้ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่เจ้าของร้านควรใส่ใจให้มาก เพราะต่อให้ร้านคุณขายดีแค่ไหน หากไม่มีการควบคุมต้นทุนเครื่องดื่มให้อยู่ในเกณฑ์แล้ว อาจทำให้ไม่เหลือกำไรตอนสิ้นเดือนก็เป็นได้ หรือที่เขาพูดกันว่ายิ่งขายยิ่งขาดทุน !!
โดยปกติต้นทุนเครื่องดื่มร้านทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 30-40% ไม่ควรเกิน นี้นะคะ!!

2 : #ต้นทุนแรงงาน คุณไม่สามารถทำร้านกาแฟโดยปราศจากพนักงานได้เลย ไม่ว่าจะเป็น พนักงานประจำ (Full time) และชั่วคราว (Part time) โดยต้นทุนแรงงานนี้รวมไปถึง เงินเดือน สวัสดิการ และผลประโยชน์อื่นๆ เช่น ทิป ค่าอาหาร,เครื่องดื่ม ที่พนักงานควรได้รับ ซึ่งหากคุณเป็นคนชงและเฝ้าร้านของคุณเอง คุณ!! คือหนึ่งในพนักงานของร้านนี้ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมคิดค่าแรงตัวเองด้วยนะคะ
ต้นทุนแรงงานนี้ ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่รองลงมาจากต้นทุนเครื่องดื่ม ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 20-30% ของยอดขาย

3 : #ต้นทุนค่าเช่าที่ อาจเป็นได้ทั้งแบบคงที่ (Fixed rate) โดยคิดตามตารางเมตรที่เช่า ตามปกติสัดส่วนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ รวมค่าน้ำค่าไฟ จะอยู่ประมาณ 10-20% ของยอดขาย อีกแบบคือคิดตามสัดส่วนรายได้ของร้านหรือที่เรียกกันว่า GP ซึ่งอาจเริ่มที่ 15% ไปจนถึง 30% ขึ้นอยู่กับผู้ให้เช่ากำหนด นอกจากค่าเช่าที่แล้วค่าประกันภัย และค่าภาษีโรงเรือนยังรวมอยู่ในต้นทุนส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

4 : #ต้นทุนการบริหารจัดการ จะรวมไปถึงค่าซ่อมแซมร้าน ค่าเสื่อมของอุปกรณ์ ค่าอุปกรณ์ทำความสะอาด ค่าทำโปรโมชั่นและการตลาด ฯลฯ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5-10% ของยอดขาย ทั้งนี้แต่ละร้านอาจจำแนกต้นทุนการจัดการนี้ไม่เหมือนกัน รวมไปถึงการบริหารจัดการต้นทุนส่วนนี้ด้วยเช่นกัน เช่น ค่าทำการตลาดและโฆษณา เราอาจกำหนดงบประมาณเป็นแบบคงที่ในแต่ละเดือน หรืออาจตั้งงบเป็นเปอร์เซนต์ตามสัดส่วนรายได้ในแต่ละเดือน ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าโทรศัพท์ ค่าที่ปรึกษาต่างๆ เช่น ค่าจ้างบริษัทบัญชี ค่านักกฎหมาย รวมไปถึง ค่าลิขสิทธิ์หรือใบอนุญาตต่างๆ

หากมีขอสงสัยเพิ่มเติม สอบถามทางเพจร้านกาแฟมือใหม่ได้เลยนะคะ

ยินดีให้ปรึกษาฟรี!! ค่ะ

เป็นกำลังใจให้ร้านกาแฟมือใหม่ทุกคนนะคะ♥️

#ร้านกาแฟมือใหม่



#ต้นทุนที่ควรรู้
#ต้นทุนร้านกาแฟ

04/12/2021

#เสียงสตีมนมดังลั่นร้านขนาดนั้นกาแฟมันจะไม่อร่อยนะ

เคยเขียนประโยคนี้ไปท้ายบทความหนึ่ง แล้วมีหลายคนสงสัยว่า
#สตีมนมเสียงดังมันไม่ดีอย่างไร

วันนี้มาคุยเรื่องสตีมนมกันครับ

ในปัจจุบันหลายๆร้าน ก็เปลี่ยนสไตล์การทำกาแฟไปเป็นสไตล์ของทางออสเตรเลียแล้ว

ก็จะมีเมนูชื่อแปลกๆเพิ่มเข้ามาหลายเมนู นอกจากพวก
คาปูชิโน่ ลาเต้ มอคค่า
ก็อาจจะมีเมนูเช่น
พิคโกโร่ลาเต้ และ แฟลตไวท์ เพิ่มเข้ามาด้วย

ซึ่งแต่ละเมนูมันแตกต่างกันอย่างไร

#วันนี้เรามาคุยกันเรื่องฟองก่อนเรื่องรสชาติค่อยว่ากันในบทความต่อๆไป

การทำกาแฟร้อนในอดีต สไตล์อิตาลี

คือมีการทำช็อตกาแฟลงไปในถ้วยกาแฟก่อน แล้วใช้นมที่สตีมแล้ว เทตามลงไป

โดยใช้วิธีเอาช้อนกั้นฟองนมเอาไว้ พอเกือบถึงเต็มแก้วก็เอาฟองมาโปะด้านบน

วิธีนี้ส่วนผสมต่างๆจะไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไหร่ เพราะ

ทำช็อตกาแฟลงในแก้ว เป็นชั้นที่1
แล้วเทนมลงไปเป็นชั้นที่2 จากนั้นเอาฟองมาโป๊ะเป็นชั้นที่3 ส่วนผสมจึงไม่ค่อยเข้ากัน

#แต่ในปัจจุบันทางประเทศออสเตรเลียได้ทำเมนูเหล่านั้นขึ้นมาใหม่เป็นสไตล์ของตนเอง

โดยการทำช็อตกาแฟไว้ด้านล่างของแก้ว แล้วเอานมที่สตีม โดยเรียกความหนาของชั้นฟองในระดับต่างๆ
ค่อยๆเทผสมลงไปในถ้วย จนได้ปริมาณเต็มแก้ว

จึงทำให้กาแฟแก้วนั้นๆ มีส่วนผสมที่เข้ากัน ตั้งแต่ก้นแก้วจนถึงปากแก้ว

#ทำให้ได้รสชาติที่ดีกว่าและชั้นฟองก็ได้ตามขนาดมาตรฐานที่กำหนด
เช่น

*ชั้นฟองของเมนูคาปูชิโน่ จะมีความหนากว่าเมนูอื่น
มีประมาณ 1.5cm ไม่เกิน 2 cm

*ชั้นฟองของเมนูลาเต้ จะมีความหนา 1 cm

*ชั้นฟองของเมนู แฟลตไวท์ จะมีความหนาของชั้นฟอง ประมาณ 0.5 ถึง 0.8 cm

#ดังนั้นตัวบาริสต้าเองนอกจากจะสตีมนมให้เนียนแล้วยังจะต้องคำนึงอีก2เรื่อง

คือเรื่องอุณหภูมิ และเรื่องชั้นฟองของเมนูที่ลูกค้าสั่งมา
หรือจะต้องมีการฝึก การแบ่งฟอง และมีการคิดคำนวณล่วงหน้า ถึงเมนูที่จะได้รับ เช่น

ถ้าลูกค้าสั่ง คาปูชิโน่ร้อน 2 แก้ว เราควรจะเรียกฟอง ในปริมาณเท่าใด

หรือถ้าลูกค้าสั่งแฟลตไวท์ และลาเต้ เราควรเลือกที่จะเทเมนูใดก่อน

#มาถึงเรื่องอุณหภูมิกันบ้าง
โดยปกติ ในนมสดพาสเจอร์ไรส์ ก็ประกอบไปด้วย โปรตีน แร่ธาตุ น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักๆ

#โดยเราต้องคำนึงถึงเรื่องความร้อนที่ใช้ในการสตรีมนมด้วย ว่าจะไม่ไปทำลายคุณสมบัติของนมให้เสียไป

นมจะถูกความร้อน จนเป็นนมที่ สุก หอม หวาน นั้นจะเริ่มที่อุณหภูมิประมาณ55องศาC
ไปถึง 65 องศาC เท่านั้น

#แต่ถ้าร้อนมากกว่านั้นนมก็จะเสียคุณสมบัติของนมไป

โดยปกติแล้ว ความร้อนที่ทำให้คุณสมบัติของนมเสีย คือประมาณ 67 องศาC'ขึ้นไป

#ดังนั้นเราจะต้องมีการฝึกฝนการสตีมนมให้ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ
โดยในต่างประเทศ มักจะสตีมนมที่อุณหภูมิ 55 องศาC'ขึ้นไป

แต่ในประเทศไทย แนะนำให้เลือกใช้ อุณหภูมิประมาณ 60 ไม่เกิน 65 C' เพราะเขายังไม่คุ้นกับอุณหภูมิประมาณ 55 องศาC' อาจจะดูเหมือนอุณหภูมิต่ำจนเกินไปสำหรับเขา

#บาริสต้าควรมีไหวพริบ เราจะต้องดูด้วย ว่าคนที่สั่ง ดูแล้ว เป็นสาวสวย แถมพกตากล้องมาด้วยหรือเปล่า ถ้าแบบนั้น ก็สตีมที่อุณหภูมิสูงสักหน่อย
คือประมาณ 65 องศา เพราะกว่าจะได้ดื่ม ก็จะต้องมีการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก่อน
ถ้าเราสตีมนมอุณหภูมิต่ำจนเกินไป เวลาก็เอาไปดื่ม มันอาจจะเย็นเกินไปและไม่อร่อยได้
#อันนี้แซวเล่นแต่เรื่องจริง55

หรือ ผู้ที่สั่งกาแฟเรา มีอายุ เกิน50ไปแล้ว ก็ควรจะสอบถามเขาด้วย ในเรื่องอุณหภูมิ ว่าเป็นอุณหภูมิปกติ หรือร้อนเพิ่มอีกเล็กน้อย เพราะพออายุมากขึ้น ลิ้นอาจจะ รับรสและความรู้สึกได้น้อยลง

#คราวนี้ก็มาถึงเรื่องสตีมนมเสียงดังลั่นๆมันคืออะไร

ในการสตีมนม จะต้องมีการฝึกฝน และมีเทคนิค พอสมควร

เช่นจุ่มท่อลงในพิชเชอร์ ลึกหรือตื้นจนเกินไป ก็มีผลกับเรื่องอุณหภูมิ และปริมาณฟอง

ถ้าเราจุ่มท่อสตีมลึกลงไปในนมมากจนเกินไป
จะทำให้นมสตีมนั้น ไม่มีฟอง เกิดเสียงดัง และความร้อนที่สูงมากตามมาด้วย

แต่ถ้าเราจุ่มท่อสตีม ตื้นจนเกินไป ฟองก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเป็นฟองที่หยาบ
หรือไม่เป็นฟองขนาดเล็กที่เราเรียกว่า #ไมโครโฟม
รวมทั้ง อุณหภูมิอาจจะไม่ถึง 60 องศาที่เราต้องการ และนมล้นพิชเชอร์ออกมาก่อน

ส่วนเรื่องตำแหน่งของท่อสตีม ให้นึกถึงการฉีดน้ำลงไปในกะละมัง ทำยังไงให้น้ำในกะละมังหมุนวน นั่นแหละคือเทคนิคของการสตีมนม

ถ้าจะไปฝึกกัน ก็จำไว้ 2 ส่วน คืออันดับแรก เรียกปริมาณให้เพียงพอกับเมนูที่ได้รับมา เรื่องที่ 2 คือควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 60 องศาC' และไม่ควรเกิน 65 องศาC'

แล้วจะไปเท ลายหงส์ ลายเป็ด ลายห่าน อะไรก็ว่ากันไปครับ

บทความจากอาจารย์ตูม
เพจ
#วิชากาแฟ101

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านขายของ ใน Pak Chong?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


มิตรภาพ
Pak Chong
30130

Pak Chong ร้านขายของอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
ออร์แกนิคโคราช organic korat ออร์แกนิคโคราช organic korat
1/5 หมู่ 14 ต. วังกะทะ
Pak Chong, 30130

ออร์แกนิคโคราช (organic korat) จำหน่ายสินค้า?

เซรั่มคุณหมอตู๋ DR.TU เซรั่มคุณหมอตู๋ DR.TU
Pak Chong, 30130

เป็นเซรั่มที่ช่วยเรื่องความกระจ่า?

OfficeMate Plus Pakchong OfficeMate Plus Pakchong
บิ๊กซี
Pak Chong, 30130

ศูนย์รวมเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน

Woosh's Guitars Woosh's Guitars
Mitraparp Road
Pak Chong, 30130

ขายกีต้าร์เรื่อยเปื่อย

สินค้าราคาถูก สินค้าราคาถูก
Pak Chong, 30130

สินค้าราคาถูก

Mookda Shop Mookda Shop
ธนะรัชต์ 267 หมู่ที่ 2 ตำบลหมูสี
Pak Chong, 30450

เครื่องส่งสัญญาน FM ในรถยนต์ CarBluetooth MP3 Dual USB Car Charger Car MP3 Bluetooth Receiver Factory Direct Saies OEM

Zhulian by MadamJit Zhulian by MadamJit
Pak Chong, 30130

เกี่ยวสุขภาพ

มังกี้ ชานมไข่มุกไต้หวัน สาขาอำเภอปากช่อง มังกี้ ชานมไข่มุกไต้หวัน สาขาอำเภอปากช่อง
Pak Chong, 30130

มังกี้ ชานม ไข่มุกไต้หวัน สาขาปากช่?

ปากช่องไฮเวย์ มาร์เก็ตเพลส - Pakchong Highway Marketplace ปากช่องไฮเวย์ มาร์เก็ตเพลส - Pakchong Highway Marketplace
149 หมู่ 10 ต. ปากช่อง
Pak Chong, 30130

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่ Line"@dailydrinks"

LTQ Beauty Complex แอลทีคิว บิวตี้ คอมเพล็กซ์ ปากช่อง LTQ Beauty Complex แอลทีคิว บิวตี้ คอมเพล็กซ์ ปากช่อง
เลขที่ 35 ถนนเทศบาล 15 อำเภอปากช่อง
Pak Chong, 30130

จำหน่ายอุปกรณ์ทำผมทุกชนิด ราคาส่ง - ปลีก สาขาใหญ่

𝘑𝘪𝘱𝘢𝘵𝘢 𝘑𝘪𝘱𝘢𝘵𝘢
Pak Chong, 30130

ขายทุกอย่างราคาเท

Taywin Pakchong-ปากช่อง Taywin Pakchong-ปากช่อง
ปากช่อง
Pak Chong, 30130

TAYWIN (เทวินทร์สาขาโลตัสปากช่อง)