Siam-art

Siam-art

ตำแหน่งใกล้เคียง retail

Chamakao ชามะเก๋าสาขาแม่ฮ่องสอน
Chamakao ชามะเก๋าสาขาแม่ฮ่องสอน
ถ.รุ่งเรืองการค้า, Mae Hong Son
สหพานิช แม่ฮ่องสอน
สหพานิช แม่ฮ่องสอน
109 ถนน ขุนลุมประพาส ตำบล จองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน 58000, Amphoe Muang Mae Hong Son
ร้านแม่ฮ่องสอนคอสเมติคส์
ร้านแม่ฮ่องสอนคอสเมติคส์
เทศบาลเมือง แม่ฮ่องสอน, Mae Hong Son
New Fashion shop
New Fashion shop
[email protected], Mae Hong Son
กาดคำ Kadkam Fanpage
กาดคำ Kadkam Fanpage
17/3 ถ.ผดุงม่วยต่อ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน, Mae Hong Son
EDD TITAN
EDD TITAN
ถนน ขุนลุมประพาส, Mae Hong Son
Modza
Modza
3/1 ชำนาญสถิตย์ต.จองคำ อ.เมือง, Mae Hong Son
Pic_Pai
Pic_Pai
Mae Hong Son 58130
NUDOK
NUDOK
ห นู ด อ ก, Mae Hong Son
พรพิรุณเภสัช
พรพิรุณเภสัช
ถนน สิงหนาทบำรุง, Mae Hong Son
Super Shop
Super Shop
39 ขุนลุมประพาส, Mae Hong Son
Vespacafe Maehongson
Vespacafe Maehongson
26 ถนนสิงหนาทบำรุง ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน, Mae Hong Son
ขนมงา ตราดอกงา แม่ฮ่องสอน
ขนมงา ตราดอกงา แม่ฮ่องสอน
108
รัชชา ปลาสวย
รัชชา ปลาสวย
22/1 m.5, Amphoe Muang Mae Hong Son
ชายอดน้ำค้าง บ้านรักไทย
ชายอดน้ำค้าง บ้านรักไทย
คุ้มสรรพากร, Mae Hong Son

ความคิดเห็น

5500

antique & Art

เปิดเหมือนปกติ

12/10/2019

การเล่นแร่ แปรธาตุ ยุคโบราณ

01/03/2019

พระพุทธ ปลายงาแกะ ศิลปะไทใหญ่ (สามส่าง เปลวปล่องฟ้า) สวยๆ เก่าๆ โพล์คลึกๆครับ

24/04/2018

ประวัติการขุดค้นพบ
พระขุนแผนวัดบ้านกร่าง ถูกค้นพบ ราวปี พศ. 2447 บริเวณ วัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ว่ากันว่า แรกเริ่มเดิมที ที่มีการขุดค้นพบ
พระชุดนี้ เกิดจากการลักลอบขุด จากพวก ขโมย ของมีค่า ตามกรุพระ โดยพวกลักลอบขุด หวัง พวก ทองคำ เครื่องประดับ อัญมณีต่าง ๆ ที่มัก
จะใส่รวมมาปะปนกับ กรุพระเครื่อง แต่กลับไม่พบ พบเพียงแต่พระเครื่อง พระเครื่องที่ถูกลักลอบขุด กันขึ้นมาจากกรุ จึงถูกนำมากอง ๆ รวมกันไว้
บริเวณวัด สมัยนั้นพระเครื่องยังไม่ใช่ของมีค่ามีราคาอะไรมากมาย อีกทั้งความเชื่อในสมัยนั้น ไม่นิยม นำพระเข้ามาบูชา ในบ้านเนื่องจากพระเครื่อง
เป็นของสูง ควรไว้ที่ ที่ สมควรคือวัด มากกว่า หลักจาก พวกที่ลักลอบขุดพระไม่ได้สมบัติมีค่าอะไรไป ชาวบ้านบริเวณนำ ได้นำพระเครื่องชุดนี้ที่ถูก
ขุดขึ้นมา มากอง ๆ รวมกันบริเวณต้นโพธิ์ และก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น เด็ก ๆ บริเวณวัด บางคนได้นำพระชุดนี้ มาเล่นทอยเส้นกันบ้าง มาเล่นไปลงแม่น้ำ
กันบ้าง

ต่อมา ความเชื่อเรื่อง การนำไม่พระเข้าบ้านก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป อีกทั้ง มีชาวบ้านบริเวณนั้นได้หยิบพระขุนแผนบ้านกร่าง ไปไว้กับตัวแล้วพบเจอ
ปาฎิหารย์ ต่าง ๆ พระขุนแผนบ้านกร่าง จึงเริ่มเป็นที่เสาะแสวงหาแก่ ผู้นิยมชมชอบวัตถุโบราณในยุคนั้น จากของที่เคยทิ้งไว้ ก็ถูกชาวบ้านหยิบนำติด
ตัวกลับบ้าน ไป เรื่อย ๆ ว่ากันว่า พอจำนวนพระที่ถูกนำมากองทิ้งไว้ ตามต้นไม้ หรืออื่น ๆ บริเวณวัดหมดแล้ว ก็มีชาวบ้านจำนวน นึง ถึงกับไปลงงมหา
กันในแม่น้ำ กันเลยทีเดียว และสุดท้าย พระที่เคยกองเรี่ยราดตามพื้นก็ไม่มีเหลืออีกแล้ว จนถึงปัจจุบัน

ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับผู้สร้างพระขุนแผน
พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง ไม่ได้มีบันทึกที่แน่ชัดว่า ผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่สันนิษฐาน กันว่า ผู้ที่ดำริ สร้างพระชุดนี้ น่าจะเป็น สมเด็จพระนเรศวร มหาราช
เนื่องด้วยเหตุผล สำคัญ ดังต่อไปนี้
1. หากจะพูดถึงพระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง ต้องพูดถึงพระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ ชัยมงคล จ.อยุธธา ด้วยเนื่องจากเป็นพระที่ มีพุทธลักษณะ ที่แทบ
จะเหมือนกันทุกประการ ว่า ง่าย ๆ ว่าบางพิมพ์แทบจะเป็นพิมพ์ด้วยกันเลย โดย พระขุนแผนเคลือบกรุวัดใหญ่ชัยมงคล ค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้สร้าง คือ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยสร้างไว้ เพิ่มเฉลิมฉลอง หลังได้รับชัยชนะจากการทำยุทธหัตถี กับสมเด็จพระมหาอุปราช ของพม่า และด้วยเหตุนี้ จึงสัน
นิษฐานว่า คนทำแม่พิมพ์ เพื่อถวาย สมเด็จพระนเรศวร นี้ น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ทำแม่พิมพ์ พระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง
2.ตามข้อสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์ ในสมัย ก่อน คือ ตำบลหนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้เคียง กับ วัดบ้านกร่าง
แต่ปัจจุบัน ก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ ว่าที่ทำยุทธหัตถีจริง ๆ อาจจะเป็น จ.กาญจนบุรี ซึ่ง ประเด็นตรงนี้ผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ ไม่อาจจะฟันธงได้ แน่นอน
แต่เอาเป็นว่า ไม่ว่าจุดที่ทำยุทธหัตถีจริง ๆ อยู่ตรงไหน กันแน่ แต่บริเวณ วัดบ้านกร่าง น่าจะเป็นจุดที่สมเด็จพระนเรศวร ได้เคลื่อนทัพผ่านมา แน่นอน ด้วยเหตุนี้ จึงพอจะเชื่อมโยงได้ว่า บริเวณวัดบ้านกร่างมีความเป็นไปได้มาก ที่จะเป็นจุดพักหรือจุดผ่าน ทัพ ของสมเด็จพระนเรศวร และท่านอาจจะนำพระเครื่องชุดนี้ มาสร้างและบรรจุกรุไว้ที่นี่

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ไม่มีหลักฐานชัดเจน ว่าใครเป็นผู้สร้างกันแน่ แต่พระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง นี้ ก็เป็นหนึ่ง ในโบราณวัตถุ ชิ้นหนึ่ง ที่เก่าแก่ และทรงคุณค่าชิ้นหนึ่งครับ

24/09/2017

พระรอด ครูบากองแก้ว

09/09/2016

ปรอทกินทอง.....หรืออัคคียะ(สำเร็จได้ด้วยไฟ) หรือปะตาวิจจ่า (วิชาที่สำเร็จด้วยการเล่นแร่แปรธาตุ) หรืออนันตซุง หรือธาตุลุงคำ(ลุง=ถลุง , คำ=ทอง) แล้วเทลงหลุมทราย(ไม่ได้เทลงเบ้า) เลยมีขนาดไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับ นำ้หนักมือเวลาหยอด และทำให้ผิวของปรอทที่ออกมา เป็นผิวขลุขละไม่เรียบตึง......
สร้างโดยเจ้าสล่าเฒ่าเมืองจ๊อกแม รัฐฉาน ประเทศพม่า อายุท่านร่วมร้อยปี เป็นพระเถระผู้เฒ่าผู้มากด้วยวิชาอาคมขลัง แห่งเมืองจ๊อกแม รัฐฉาน ประเทศพม่า ชุดนี่ท่านทำไว้หลายสิบปีแล้ว แต่ไม่ได้ใช้เลยครับ........
อันว่าปรอทกินทองนี้ มีสรรพคุณหลากหลายด้าน.....
- ไม่ว่ากันสัตว์มีพิษกัดต่อย
- ค้ำจุนหนุนนำดวงชะตามิให้ตกต่ำ
- แคล้วคลาดปลอดภัยจากสัพอันตราย
- ทั้งทางเมตตาค้าขาย
เมื่อพกติดตัวแล้วลองสังเกตุดูหากสีของปรอทกินทองซีดหมองแสดงว่าธาตุในตัววิปริต จะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือดวงชะตาตก ก็ให้เอาทองคำเปลวบริสุทธิ์ มาแปะที่ปรอทกินทองเสมือนเป็นการเลี้ยงปรอท ไปในตัวด้วย
แต่หากสีของปรอทกินทองสดใสเปล่งปลั่ง แสดงว่าโชคชะตาราศีดียิ่งนัก จักทำมาค้าขึ้น มีโชคมีลาภ สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
เวลาใช้ปรอทกินทองต้องเลี่ยมเปิดแบบเปลือยๆเพื่อให้สัมผัสกับธาตุกายในตัวเรา
เครดิต - ขอบคุณข้อมูล สจ.บอม เมืองน่าน

14/08/2016

รูปหล่อ 3 กษัตริย์ หลวงพ่อเสาร์ห้า วัดธรรมปัญญา

15/02/2016

พระนาคปรก

พระพุทธรูปและพระเครื่องในลักษณาการที่เรียกว่า “นาคปรก” นับเป็นพระที่มีพุทธลักษณะงดงาม และมีนัยแสดงความหมายซึ่งสืบ ทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาล ลักษณะ “นาคปรก” ที่พบเห็นนั้นมีหลายแบบ อาทิ เป็นรูปพระพุทธประทับนั่งทับบนบัลลังก์นาคขนด หรือมีขนดนาคล้อมรอบองค์พระพุทธ ปรากฏพญานาคแผ่เศียรอยู่ด้านบน มีทั้งเศียรเดียวและหลายเศียร เป็นต้น

คติความเชื่อเรื่อง “พญานาคกับศาสนา” ปรากฏทั้งในศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนา สำหรับศาสนาพราหมณ์ “นาค” มีความสำคัญหลายประการ ตัวอย่างเช่น เป็นบัลลังก์ขององค์พระวิษณุในไวกูณฑ์ ที่เรียกว่า “วิษณุอนันตศายินปัทมะนาภะ” หรือ “นารายณ์บรรทมสินธุ์” หรือใน “ครุฑปุราณะ” เรื่องพญานาควาสุกรีที่พันรอบเขา มิลินทระในคราวกวนเกษียรสมุทรเพื่อทำน้ำอมฤต การเป็นเทพพาหนะของพระวรุณ หรือพระพิรุณ ซึ่งทำหน้าที่ให้ฝน การเป็นสัตว์สำคัญที่เฝ้ามหานทีสีทันดรล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ตลอดจนการกล่าวถึงนาคในปุราณะต่างๆ

นอกจากเรื่องราวของ “นาค” ยังสัมพันธ์กับพงศาวดารเขมร ซึ่งกล่าวถึงนาคว่าเป็นต้นบรรพบุรุษของขอมโบราณ และมักมาปรากฏช่วยสร้างเมืองอยู่เสมอ จนเมื่อชาวขอมจะสร้างศาสนาสถานต่างๆ ก็มักจะจำลองรูปพญานาคไว้ บ้างก็ถือว่านาคเป็นตัวแทนของสะพานสายรุ้งที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์ด้วย

ส่วนพุทธศาสนา เป็นที่ทราบกันว่ามีความนิยมสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก อันเกี่ยวเนื่องกับพญานาคที่ชื่อ “มุจลินท์” ซึ่งมาแผ่พังพานปกป้องพระพุทธองค์ และกลายเป็นพระประจำวันเสาร์ นอกเหนือไปจากเรื่องพญานาคเลื่อมใสในพุทธศาสนาถึงขนาดปลอมตนมาขอบวชจนเรียกว่า “บวชนาค” มาจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ หากพิจารณาอาคารสถาปัตยกรรมจะพบเห็นเค้าเงื่อนที่พญานาคทำหน้าที่ปกป้องดูแลพระศาสนาอย่างเอาจริงเอาจัง เช่น การทำช่อฟ้า รวยระกา ใบระกา และหางหงส์ เป็นรูปพญานาค หรือการทำคันทวยเป็นรูปนาค เรียกกันว่า “นาคทัณฑ์” ล้อมรอบอุโบสถ วิหารไว้

ศิลปะพระพุทธรูปปางนาคปรกที่เก่าแก่ในแถบบ้านเรา อาจจะนับพระพุทธรูปหินแกะสลัก ศิลปะเขมรแบบบายน ที่ปรากฏในแถบเมืองลพบุรี ครั้งขอมเรืองอำนาจ และนับถือพุทธแบบมหายาน และยังปรากฏในพระเครื่องชนิดพระแผงที่เรียกกันในวงการพระว่า “นารายณ์ทรงปืน” ซึ่งความจริงทำเป็นรูปพระปางนาคปรกอยู่กลาง พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระนางปรัชญาปารมิตา ประทับอยู่ซ้ายขวา ซึ่งพระปางนาคปรก ทั้งองค์พระพุทธรูปหินจำหลักและที่ปรากฏในพระแผงนั้น เป็นการจำลองพระพุทธรูป “พระชัยพุทธมหานาถ” ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้ครองนครธม โปรดให้สร้างขึ้น 23 องค์ และพระราชทานไปประดิษฐานตามเขตแดนต่างๆ ที่เป็นขอบขัณฑสีมาในราชอาณาจักรของพระองค์

สยามประเทศ คงได้รับอิทธิพลการสร้าง “พระปางนาคปรก” จากเขมรก่อนเป็นเบื้องแรก ตั้งแต่สมัยอยุธยาจึงเริ่มพบพระประเภทดังกล่าว และเมื่อราชสำนักพยายามรวบรวมพุทธประวัติ ได้มีการสร้างพระปางต่างๆ ตามเรื่องราว พระปางนาคปรกก็ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากแสดงออกถึงอิทธิฤทธิ์แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อเมื่อมีการจัดสรรให้เกิดพระปางประจำวัน เพื่อเข้าไปทดแทนการบูชาเทพนพเคราะห์ ซึ่งได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ไปจนถึงพระราหู พระเกตุทั้งเก้าดวง ซึ่งเป็นคติพราหมณ์ “พระปางนาคปรก” ก็ได้รับการจัดสรรให้เป็นปางประจำวันเสาร์ แทนดาวพระเสาร์แต่นั้นมา

อาจกล่าวได้ว่า พระนาคปรกนับเป็นการแสดงถึงพุทธภาวะที่มีอยู่เหนือสัตว์สำคัญ เช่น พญานาค นอกเหนือไปจากการแสดงพุทธภาวะเหนือเหล่าอสูร ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติจนเหล่าอสูรยอมศิโรราบถวายตนเป็นผู้ปกป้องศาสนา อาทิ อาฬาวกยักษ์ และท้าวเวสสุวัณ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจ บุญบารมี และพระเมตตาของพระพุทธองค์ที่มีเหนือสามโลก เหนือทั้งเทพเทวะ มนุษย์ ยักษ์ สัตว์ ภูตผีปีศาจต่างๆ

ในวงการพระเครื่องพระบูชา จึงมีความนิยมสร้างพระพุทธรูป พระเครื่อง และพระพิมพ์ ปางนาคปรก กันมากมาย เช่น พระนาคปรกวัดท้ายตลาด พระนาคปรกใบมะขาม สำนักต่างๆ ตลอดจนพระเครื่องที่นิยมสร้างประจำวันตั้งแต่รัตนโกสินทร์เป็นต้นมา ล้วนแล้วแต่มีการจัดสร้างเป็นพระปางนาคปรกประกอบด้วยทั้งสิ้นครับผม

21/01/2016

เหรียญพระพุทธยอดฟ้าฯ วัดโพธิ์ พ.ศ. 2510 ในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สวย เดิม ผิวหิ้ง

ข้อสำคัญ 5 ประการ ในเหรียญพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พ.ศ. 2510
1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้าง ตามตำราโบราณ ของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว กรุงเก่าอยุธยา เพื่อสมทบทุนสร้างมูลนิธิ “ ทุนพระพุทธยอดฟ้า ” ในพระบรมราชูปถัมภ์
2. พระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ จารอักขระเลขยันต์บนแผ่นโลหะ มาร่วมในการจัดสร้าง
3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก-มังคลาภิเษก เป็นแบบพระราชพิธี ในวันจักรี 6 เมษายน พ.ศ. 2510 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเป็นองค์ประธาน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์
ในการนี้ ทุกพระองค์ ได้ทรงเครื่องยศใหญ่ ที่เรียกว่า “ทรงเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรี” ซึ่งน้อยครั้งนักที่จะทรงเครื่องยศใหญ่ในพิธีเช่นนี้ และทรงโปรดฯ ให้ข้าราชบริพาร ที่มาร่วมในพระราชพิธีนี้ ต้องแต่งตัวเต็มยศด้วย
นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 กรมประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสด นับเป็นพิธีพุทธาภิเษก พิธีเดียว ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ
4. วันที่เสด็จฯ ประกอบพิธี ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 8 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันที่ถือกันมาแต่โบราณกาลว่า เป็นวันอุดมมงคล
5. มหาพุทธาภิเษก โดยพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษ จำนวน 108 รูป ได้แก่
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี , หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม , หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ , หลวงพ่อทบ วัดชนแดน .
หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ . หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน , หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว , ครูบาวัง วัดบ้านเด่น ,
หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม , หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ , หลวงปู่ธูป วัดแค นางเลิ้ง , หลวงพ่อปี้ วัดด่านลานหอย ,
หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ , หลวงปู่สี วัดสะแก , หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติฯ , หลวงปู่หน่าย วัดบ้านแจ้ง .
พระครูเล็ก วัดบางนมโค , หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ , หลวงปู่เส็ง วัดประจันตคาม , อาจารย์นำ วัดดอนศาลา ฯลฯ

23/12/2015

เมื่อปี ๒๔๘๓ กลิ่นอายสงครามได้กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคอินโดจีน หลายประเทศตกอยู่ในภาวะสงคราม ประเทศไทยก็คือหนึ่งในนั้น ทั้งๆ ที่พยายามหลีกเลี่ยงทุกวิถีทาง เพราะรัฐบาลและคนไทยต่างก็รู้ดีว่า ผลพวงจากสงครามท้ายที่สุดแล้วก็จะเหลือแค่เพียง "ความสูญเสีย"
ในภาวะสงครามสิ่งที่เป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยก็คือ "สิ่งศักดิ์สิทธิ์-พระคู่บ้านคู่เมือง" แต่สำหรับทหารที่ต้องอยู่แนวหน้า "พระเครื่อง" ถือเป็นมงคลวัตถุคู่กายที่หลายคนต้องพกพาหาติดตัวไป
ด้วยเหตุนี้เอง ชาวไทยในแนวหลัง นำโดย "พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย" จึงตัดสินใจดำเนินงานสร้าง "พระพุทธชินราช" จำลองขนาดบูชาขึ้นมา พร้อมทั้ง พระพุทธชินราชขนาดเล็กแบบหล่อที่สามารถคล้องคอได้ ซึ่งแต่เดิมเป็นความตั้งใจของ ๒ สมาคมพุทธฯ คือ "พุทธธรรมสมาคม" และ "ยุวพุทธศาสนิกธรรม" แต่ต้องระงับเรื่องค้างไว้ตั้งแต่ปี ๒๔๘๓ เพราะเกิดสงครามอย่างหนัก และเมื่อสงครามอินโดจีนสงบลง ในปี ๒๔๘๕ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย จึงเดินหน้าสานงานสร้าง "พระพุทธชินราช" อย่างจริงจัง
พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี ๒๔๘๕ ได้ประกอบพิธี เททองหล่อ ที่วัด พระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ในวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ ตรงกับวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๕ ก่อนที่คณะกรรมการ พุทธสมาคมจะมากราบทูล ขอพระเมตตา ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) วัดสุทัศนเทพวราราม ในเรื่องการประกอบพิธีพุทธาภิเษก
ทั้งนี้พระองค์ทรงพระเมตตาให้คณะกรรมการพุทธสมาคมนำพระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม ในวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ โดยมีท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) เป็นองค์ประธาน และท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) เป็นแม่งานผู้ดำเนินการ พร้อมทั้งได้ ทำพิธี เททองหล่อพระตามตำรับตำราการสร้างพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ของวัดสุทัศน์อย่างถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์
พิธีพุทธาภิเษกที่จัดขึ้นในเวลานั้นถือว่ายิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ จนเป็นที่กล่าวขวัญมาถึงทุกวันนี้ เพราะพระคณาจารย์ ทั่วประเทศแ ละพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นได้มอบแผ่นพระยันต์ พร้อมทั้งเดินทางมาร่วม เมตตาอธิษฐานจิต กันอย่างมากมาย
การสร้างพระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี ๒๔๘๕ พล.ร.ต.หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกพุทธสมาคมและคณะกรรมการ กำหนดไว้ให้สร้างเพียงแค่ ๒ แบบ คือ พระบูชา และ พระเครื่อง โดยได้กรมศิลปากรเข้ามาช่วยดูแลการหล่อและออกแบบพิมพ์พระ
พระบูชา ที่จัดสร้างในคราวนี้ได้จำลองแบบจากองค์พระพุทธชินราช วัดใหญ่ เมืองพิษณุโลก โดยใช้กรรมวิธีการหล่อเป็นพระขัดเงา จากหลักฐานบันทึก การสร้าง ได้ระบุไว้ว่า
"พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในครั้งนี้มีขนาดหน้าตักค่อนข้างใหญ่ ก่อนจะส่งไป ให้ทุกจังหวัด ทั่วเมืองไทยไว้สักการบูชา และถ้าประชาชนคนไหน ปรารถนา อยากได้ พระบูชาไว้เป็น ส่วนตัว ต้องแจ้งความจำนงเป็น ลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้ง ส่งเงินค่าจัดสร้างองค์ละ ๑๕๐ บาท ไปให้คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ช่างจัดสร้าง ตามจำนวนที่แจ้งความจำนงไว้เท่านั้น"
ในส่วนของ พระเครื่อง คณะผู้ดำเนินงานได้ใช้กรรมวิธี ๒ แบบ คือ "หล่อ" และ "ปั้น" พระหล่อ จัดสร้างประมาณ ๙๐,๐๐๐ องค์ เป็นพระเนื้อโลหะผสม โดยมีทองเหลือง เป็นหลัก แต่สุดท้าย คัดเหลือ สภาพสมบูรณ์ ๘๔,๐๐๐ องค์ ซึ่งให้ความหมายเท่ากับพระธรรมขันธ์
เสน่ห์ของพระเครื่องพระพุทธชินราชแบบหล่อจะอยู่ที่ผิวพระและโค้ดใต้ ฐาน จะตอกเป็นรูปตรา "ธรรมจักร" และ "อกเลา" ซึ่งอกเลานี้ได้คัดลอกแบบ มาจากรูปอกเลาที่ติดอยู่หน้าบานประตูพระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) จ. พิษณุโลก
พระพุทธชินราชแบบหล่อนี้ในตอนแรกได้หล่อ "อกเลานูน" ติดไว้บริเวณใต้ฐานพระ แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นก้นเรียบ แล้วใช้วิธีตอกโค้ดแทนจนครบ ๘๔,๐๐๐ องค์ ดังนั้นพระในส่วนที่เหลือจึงไม่ได้ตอกโค้ด
ในส่วนของราคาทางพุทธสมาคม นำออกให้เช่า บูชาองค์ละ ๑ บาท ถ้าองค์ไหนที่สภาพ สวยสมบูรณ์ราคาจะอยู่ที่ ๑.๕๐ บาท
สำหรับพระพุทธชินราชแบบปั๊มได้ทำเป็นเหรียญลักษณะคล้ายใบเสมา ด้านหน้าเป็น รูปพระพุทธชินราชมีซุ้มเรือนแก้ว ส่วนด้านหลัง เป็นรูปอกเลา สร้างเป็น เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน ๓,๐๐๐ เหรียญ ราคาค่าบูชาเหรียญละ ๕๐ สตางค์ สำหรับเหรียญรุ่นนี้ อนาคตจะกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดเหรียญยอดนิยม ของวงการ
ราคาพระพุทธชินราชเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ปี ๒๕๐๐ ที่วัดยังมีให้เช่าอยู่บางพิมพ์ในราคา ๑๐ บาท ปี ๒๕๑๐ ราคาที่วัดเพิ่มเป็น ๒๐-๒๕ บาท และคาดว่าน่าจะจำหน่ายหมดในปี ๒๕๒๐ ในราคา ๑๐๐ บาท
จากนั้นในปี ๒๕๓๐ องค์ที่ไม่มีโค้ดราคาเพิ่มเป็นหลักพันต้นๆ ส่วนองค์ที่มีโค้ดราคา อยู่ในหลักพันปลายๆ ถึงหลักหมื่นต้นๆ
ส่วนราคา ณ ปัจจุบันอยู่ที่หลักหมื่นกลางๆ บางองค์และบางพิมพ์ก็มีกา รเช่าซื้อกันในราคาหลักแสน
เหตุผลที่ทำให้ราคา มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ พิธีกรรมการปลุกเสก ซึ่งได้ใช้พระคณาจารย์ร่วมสมัย ที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก เช่น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ), หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา, หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว, หลวงพ่ออี๋ วัดสัต***บ, หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้, หลวงพ่ออ๋อย วัดไทร, หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อเผือก วัดกิ่งแก้ว, หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู, หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ, หลวงพ่อช่วง วัดบางแพรกใต้, หลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก, หลวงพ่อนาค วัดระฆัง เป็นต้น
อีกเหตุผลหนึ่งคือ ความเชื่อทางพุทธคุณ เพราะ จุดประสงค์และ เจตนาการสร้าง พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ของพุทธสมาคม นี้เพียงเพื่อต้องการให้ทหารและประชาชน ได้มีพระเครื่องไว้บูชาติดตัวในยามเกิดสงครามอินโดจีน แต่ปรากฏว่าหลังจาก สงครามอินโดจีนสงบลง ยังได้เกิดสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม ทหารและประชาชน ที่ได้บูชาพระพุทธชินราช อินโดจีน ติดกายประสบพบ กับเหตุการณ์รอดชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ใจ หลายต่อหลายคน ซึ่งทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงพระพุทธานุภาพและพระพุทธคุณ ของพระพุทธชินราช อินโดจีน กันเป็นอย่างดี จนมีเรื่องเล่าขานกันมากมาย
พระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่หลายคนเชื่อว่า...เพียงแค่หลับตานึกถึงภาพองค์ท่าน ตั้งอธิษฐานจิตชีวิตก็จะพบแต่ความสุขและแคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้ง ปวง
นอกจากนี้แล้วจำนวนพระที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง มีการประมาณการ ว่าพระที่สร้าง ๘๔,๐๐๐ องค์ น่าจะหลงเหลืออยู่จริงประมาณ ๕๐% ด้วยเหตุผลที่ว่า หาย ชำรุด ขณะเดียวกันผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ มักมอบพระพุทธชินราชไว้ให้ญาติ หรือเพื่อนสนิท ไว้เป็นที่ระลึก
จากความนิยมดังกล่าวนี้เอง ทำให้เกิดมีการปลอมแปลงขึ้น การปลอมแปลงนี้น่า จะเกิดขึ้นเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว หรือประมาณปี ๒๕๑๘ เพราะ พระเริ่มหายาก และมีราคาสูงขึ้น พระปลอมบางองค์ผ่านการใช้งานมานานเนื้อจัดจ้านมาก แต่มีข้อสังเกตที่ว่าพิมพ์ไม่ได้ โค้ดไม่ถูก รวมทั้งมีขนาดเล็กกว่าของแท้
อย่างไรก็ตาม มีการ ประมาณการว่าในตลาดพระเครื่องกรุงเทพฯ น่าจะมีพระปลอม เร่ขายประมาณ ๕๐% ส่วนตลาดต่างจังหวัดนั้นน่าจะสูงถึง ๙๐% ที่สำคัญคือ ฝีมือการปลอมทำได้ใกล้เคียงกับของแท้มาก บางองค์พระแท้แต่โค้ดปลอม ในขณะที่ส่วน ให้ปลอมทั้งพระปลอมทั้งโค้ด ด้วยเหตุนี้จึงอยากเตือนผู้เช่าพระพุทธชินราชว่า ไม่แน่จริงอย่าตัดสินใจซื้อตามลำพัง ถามเซียนที่ไว้ใจได้เป็นดีที่สุด หรือขอหลักประกันจากคนขายว่า หากเป็นพระไม่แท้ต้องรับคืนเงินให้ด้วย

ประกอบพิธีในช่วงสงครามมหาเอเซียบูรพา จัดสร้างโดยพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย พิธีปลุกเสกของพระรุ่นนี้จัดว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้นเลยก็ว่า ได้

พระชุดนี้ ทางวัดได้ทำการ แจกแก่ทหารหาญของไทย นำไปร่วมสมรภูมิการรบ ประสบการณ์คงกระพันชาตรีสุดยอด จนทหารไทย ได้รับสมญาว่า "ทหารผี" เพราะถูกยิงด้วยลูกปืนจนหงายท้องแล้วก็ยังลุกขึ้นมาจับปืนสู้ใหม่ได้อีก

ชนิดที่ทำการสร้าง พระพุทธชินราชจำลองที่สร้างขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

1. พระบูชา จะสร้างโดยใช้วิธีหล่อเป็นพระขัดเงามีเรือนแก้วขนาดห น้าตักขนาดใหญ่เพื่อสำหรับจัดส่ง
ไปประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วเมืองไทย พระพุทธรูปชะนิดนี้ หากประชาชนปรารถนาจะสร้างไว้สำหรับสักการะบูชา
ของตนเอง ก็ขอให้แสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งส่งเงินค่าสร้างองค์ละ ๑๕๐ บาท
ไปยังคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อจักได้รวบรวมจำนวนให้ช่างจัดการต่อไป

2. พระเครื่อง มีการสร้างพระเครื่องขึ้นเป็น 2 วิธีคือ โดยวิธีหล่อ และ โดยวิธีปั๊ม

- พระเครื่องชนิดหล่อ จะทำการหล่อด้วยโลหะและมีรูปลักษณะทำนองพระยอดธง ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธชินราช
มีเรือนแก้ว และมีรูปดอกเลาบานประตูพระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ข้างใต้ฐาน พระเครื่องชนิดนี้ ค่าสร้างองค์ละ1 บาท

- พระเครื่องชนิดปั๊ม จะสร้างขึ้นโดยวิธีปั๊ม มีรูปลักษณะคล้ายเสมา ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธชินราชมีเรือนแก้ว
ด้านหลังมีรูปดอกเลาบานประตูพระวิหารวัดพระศรีรัตนมห าธาตุพระเครื่องชนิดนี้ ค่าสร้างองค์ละ 50 สตางค์

ผู้ประกอบพิธี

สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานในพิธีหล่อพร้อมด้วยพระอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณต่างๆ จากทั่วราชอาณาจักร

พระชุดนี้ได้พิธีหล่อ และปลุกเศกในพระอุโบสถวัดสุทัศน์ฯ (ปี พ.ศ.2485) โดยมีท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระสังฆราชแพ (ติสสเทวะ)
เป็นองค์ประธาน และท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) เป็นผู้ดำเนินการ ได้ทำพิธีลงทองถูกต้องตามตำหรับการสร้างพระกริ่ง-พระชัยของวัดสุทัศน์นี้แล้ว ยังมีแผ่นทองจากท่านพระคณาจารย์ ที่นิมนต์มาร่วมพิธีปลุกเศกสมทบหล่อหลอมในครั้งนี้อีกด้วย จึงนับได้ว่าพิธีหล่อพระรูปจำลองพระพุทธชินราช เป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพิธีหนึ่งในประวัติศาสตร์ชนชาติไทยที่จะหาพิธีไหนมาเปรียบเทียบได้ยากยิ่ง

รายนามพระอาจารย์ที่ร่วมปลุกเศก พระพุทธชินราชในปี พ.ศ. 2485

1.สมเด็จพระสังฆราช แพ วัดสุทัศน์ เป็นองค์ประธานในพิธี
2.ท่านเจ้าคุณศรี สนธิ์ เป็นผู้ดำเนินการควบคุมการจัดสร้าง
3.หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา
4.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
5.หลวงปู่นาค วัดระฆัง
6.หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู
7.หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว
8.หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง
9.หลวงพ่อแช่ม วัดตากล้อง
10.หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว
11.หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด
12.หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ
13.หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง
14.หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ
15.หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา
16.หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติ
17. หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก
18.พระพุทธโฆษาจารย์เจริญ วัดเทพศิรินทร์
19.หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่
20.หลวงพ่อติสโสอ้วน วัดบรมนิวาส
21.สมเด็จพระสังฆราชชื่น วัดบวรนิเวศ
22.พระพุฒาจารย์นวม วัดอนงค์
23.หลวงพ่อเส็ง วัดกัลยา
24.หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้
25.หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ
26.หลวงพ่อเล็ก วัดบางนมโค
27.หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ
28.หลวงพ่อช่วง วัดบางแพรกใต้
29.หลวงพ่ออาจ วัดดอนไก่ดี
30.หลวงพ่อกลิ่น วัดสพานสูง
31.สมเด็จพระสังฆราชอยู่ วัดสระเกศ
32.หลวงพ่อเชย วัดเจษฎาราม
33.หลวงพ่อปาน วัดเทพธิดาราม
34.หลวงพ่อเซ็ก วัดทองธรรมชาติ
35.หลวงพ่อเจีย วัดพระเชตุพน
36. หลวงพ่อเผื่อน วัดพระเชตุพน
37.หลวงพ่อหลิม วัดทุ่งบางมด
38. หลวงพ่อแพ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก
39.หลวงพ่อสอน วัดพลับ
40.หลวงพ่อเฟื่อง วัดสัมพันธวงศ์
41.หลวงพ่อบัว วัดอรุณ
42. หลวงพ่อนาค วัดอรุณ
43.หลวงพ่อปลั่ง วัดคูยาง
44.หลวงพ่อชุ่ม วัดพระประโทน
45.หลวงพ่อสนิท วัดราษฎร์บูรณะ
46.หลวงพ่อเจิม วัดราษฎร์บูรณะ
47.หลวงพ่อสุข วัดราษฎร์บูรณะ
48.หลวงพ่ออาคม สุนทรมา วัดราษฎร์บูรณะ
49.หลวงพ่อดี วัดเทวสังฆาราม
50.หลวงพ่อประหยัด วัดสุทัศน์
51.หลวงพ่อปลอด วัดหลวงสุวรรณ
52. หลวงพ่ออิ่ม วัดชัยพฤกษ์มาลา
53.หลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก
54. หลวงพ่อทอง วัดดอนสะท้อน
55.หลวงพ่อครุฑ วัดท่อฬ่อ
56.หลวงพ่อกลีบ วัดตลิ่งชัน
57.หลวงพ่อทรัพย์ วัดสังฆราชาวาส
58.หลวงพ่อแม้น วัดเสาธงทอง
59.หลวงปู่รอด วัดวังน้ำว
60.หลวงพ่อสาย วัดพยัคฆาราม
61.หลวงพ่อเส็ง วัดประจันตาคาม
62.หลวงพ่อพิศ วัดฆะมัง
63.หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก
64.หลวงพ่อหมา วัดน้ำคือ
65.หลวงปู่จันทร์ วัดบ้านยาง
66.หลวงปู่เหมือน วัดโรงหีบ
67.หลวงปู่เหรียญ วัดหนองบัว
68.หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง
69.หลวงพ่อปลื้ม วัดปากคลองมะขามเฒ่า
70.หลวงพ่อแนบ วัดระฆัง
71.หลวงพ่อเลียบ วัดเลา
72.หลวงพ่อพักตร์ วัดบึงทองหลาง
73.หลวงพ่อสอน วัดลาดหญ้า
74.หลวงปู่เผือก วัดโมรี
75.หลวงพ่อผิน วัดบวรนิเวศ
76. หลวงพ่อเจียง วัดเจริญธรรมาราม
77.หลวงพ่อทองอยู่ วัดประชาโฆษิตาราม
78.หลวงพ่อไวย์ วัดดาวดึงส์
79.หลวงพ่อกลึง วัดสวนแก้ว
80. หลวงพ่ออ่ำ วัดวงฆ้อง
81.หลวงปู่จันทร์ วัดคลองระนง
82.หลวงพ่ออ๋อย วัดไทร
83.หลวงพ่อศรี วัดพลับ
84.พระอาจารย์เชื้อ วัดพลับ
85. หลวงพ่อพริ้ง วัดบางประกอก
86.หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ
87.หลวงพ่อพริ้ง วัดราชนัดดา
88.หลวงพ่อขำ วัดตรีทศเทพ
89.หลวงพ่อหนู วัดปทุมวนาราม
90.หลวงพ่อทองคำ วัดปทุมคงคา
91.หลวงพ่อเจียง วัดเจริญสุธาราม
92.หลวงพ่อกรอง วัดสว่างอารมณ์
93.หลวงพ่อเนียม วัดเสาธงทอง
94.หลวงพ่อบุญ วัดอินทราราม
95.หลวงพ่อเปลี่ยน วัดบึง
96. หลวงพ่อฉ่ำ วัดท้องคุ้ง
97.หลวงพ่อพรหมสรรอด วัดบ้านไพร
98. หลวงปู่จันทร์ วัดโสมนัสวิหาร
99.หลวงพ่อโสม วัดราษฎร์บูรณะ
100. หลวงพ่อบุตร วัดบางปลากด
101.หลวงพ่อโต วัดบ้านกล้วย
102. หลวงพ่อทองอยู่ วัดบางหัวเสือ
103.หลวงพ่อวงศ์ วัดสระเกศ
104. พระอาจารย์พงษ์ วัดกำแพง
105.พระอธิการชัย วัดเปรมประชา
106. หลวงปู่รอด วัดเกริ่น
107.หลวงพ่อเที่ยง วัดบางหัวเสือ
108.หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ (ตัวท่านไม่ได้มาร่วมปลุกเสก แต่จารแผ่นทองเหลือง ทองแดงมาร่วมพิธี)

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Khunlumpapas
Mea Haung Saun
58000
Mea Haung Saun ศิลปะและความบันเทิงอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
Maehongson cool boy & cute girl Maehongson cool boy & cute girl
MAEHONGSON
Mea Haung Saun, 58000

หนุ่ม สาว จาวแม่ฮ่องสอน เฮามั่นใจ๋ ในหน้าต๋าของเฮา ^^