ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิ

ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิ

ตำแหน่งใกล้เคียง ร้านขายของ

ตลาดนัดแม่ทองริ้วป่าซางลำพ
ตลาดนัดแม่ทองริ้วป่าซางลำพ
Pa Sang 51120
บ้านกล่องไม้ใส่เครื่องประด
บ้านกล่องไม้ใส่เครื่องประด
Nonthaburi
เสื้อผ้าแฟชั่นนำเข้า by TNY
เสื้อผ้าแฟชั่นนำเข้า by TNY
ถนนพหลโยธิน, Chiang Rai
ร้านจุฬาลักษณ์ วัตถุมงคลองค
ร้านจุฬาลักษณ์ วัตถุมงคลองค
Chon Buri
Feels Good koh phangan
Feels Good koh phangan
33/18 MOO8, Ko Phangan
MG Modify byช่างเกม สายไฟหัวฉีดรถยน
MG Modify byช่างเกม สายไฟหัวฉีดรถยน
Samut Sakhon ึ74000
ลูกโป่งราคาถูก Joy Balloon BKK
ลูกโป่งราคาถูก Joy Balloon BKK
396 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด, Bangkok
บ้านชมพูเบบี้เซนเตอร์ ของใช
บ้านชมพูเบบี้เซนเตอร์ ของใช
Nakhon Sawan 60140
Bubblebbsweet
Bubblebbsweet
ทุ่งมังกร 10, Bangkok
ญ ศิ คิ้วเป๊ะ
ญ ศิ คิ้วเป๊ะ
137 ถนนทวีวรรณ์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110, Hat Yai
กระบองเพชรและแคคตัสชุมพร
กระบองเพชรและแคคตัสชุมพร
Chumphon
Thongchaiitplus Group จำหน่ายเครื่องใช้ไฟ
Thongchaiitplus Group จำหน่ายเครื่องใช้ไฟ
61/24-25 ถนนทรงพล ต.พระปฐมเจดีย์, Nakhon Pathom
วิเชียรการช่าง พนมดงรัก สุริ
วิเชียรการช่าง พนมดงรัก สุริ
Muang Surin 32140
Akone Thoke BKK Supplier
Akone Thoke BKK Supplier
Bangkok 10110
ของกิ๋น กาดบ้านเฮา
ของกิ๋น กาดบ้านเฮา
Amphoe Thoeng 57160

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิ, ร้านหนังสือ, 16 หมู่ 3 ถนนชัยสงคราม ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย, Mae Hong Son.

12/10/2013

ร้านหนังสือฟรีฟอร์ม Lonely [email protected]ถนนคนเดินปาย

"ผมซื้ออิฐและซีเมนท์ด้วยงานเขียนวันละ 3 ถึง 4 ชิ้น
ผมไม่เรียกตัวเองว่าเป็นคนขยัน
เพราะผมบูชาความขี้เกียจ
แต่ผมกำลังจะมีบ้าน..."


ผม บนถนนนานและไกลของชีวิต
เคยพูดกับคนมากมายหลายระดับในสังคม
ผมพูดกับรัฐมนตรี ผมพูดกับขโมย
ผมพูดกับนักการเมือง ผมพูดกับคนเฝ้าตู้เรี่ยไรในโบสถ์
ผมพูดกับนายพลเอกแห่งกองทัพ ผมพูดกับคนขับรถบรรทุกขยะ
ผมพูดกับนายธนาคาร ผมพูดกับสาวสังคมผู้มีบทบาทในวงการทูต
ผมพูดกับคนขายข้าวแกง และผมพูดกับคนขายลูกชิ้นปิ้ง
ผมพูดกับนักธุรกิจการเงินในสำนักงานแอร์ค็อนดิชั่นของเขา
ผมพูดกับดาราภาพยนต์ที่ฮอลลีวูดและที่กรุงเทพ
ผมพูดกับคนขายกัญชาริมวงเวียนพิคคดิลลีย์ของลอนดอน
ผมพูดกับคนไวโอลินในสวนเบียร์แห่งเวียนนา
และผมพูดกับคนเป่าแคนผู้เร่ร่อนจากผืนดินแห้งแล้งเข้ามาในป่าคอนกรีท
ผมพูดกับเจ้าของโรงแรมบนหาดพัทยา
และผมพูดกับคนตกปลาผู้ว้าเหว่แห่งเกาะปันหยี
ผมเคยพูดกับใครมาแล้วทั้งนั้น โดยหลายสรรพนามแตกต่างกัน
แต่ยังไม่เคยพูดกับบ้าน ...

'รงค์ วงสวรรค์
พูดกับบ้าน

ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์
ราคาปก 255 บาท

ช็อกโกแลตร้อน 55 บาท
Biscotti 15 บาท
Oatmeal Soft Cookie 18 บาท

มีความสุขกับวันหยุดกันนะครับ :)

ร้านหนังสือฟรีฟอร์ม Lonely [email protected]ถนนคนเดินปาย

13/09/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

หนุ่มบอล กลายเป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือเชียงดาวอีกคนหนึ่ง เขาเคยเป็นนักฟุตบอลทีมจังหวัด(เขาบอกเพื่อนนักฟุตบอลตอนนี้ติดทีมชาติหลายคน) ก่อนผันมาเป็นนักปั่น อย่างจริงๆ จังๆ เมื่อมาทำงานที่การไฟฟ้าฯ เชียงดาว

"การปั่นจักรยาน และมีจักรยานดีๆ ก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งเหมือนกันนะครับ" เขาบอกอย่างนั้น.

เขาปั่นจักรยานคู่ใจมาจอดหน้าร้าน พร้อมรอยยิ้ม บอกว่ามาเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายก่อน เขาสั่งกาแฟเย็น ระหว่างรอเขาเดินดูหนังสือตามชั้นไปพลางๆ เราคุยกันหลายเรื่อง...หนังสือ ห้องสมุด รวมทั้งเรื่องร้านหนังสือเชียงดาว อยากจัดกลุ่มนักอ่าน มาเป็นนักปั่น จัดทริปปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวไปตามเส้นทางต่างๆ ของเมืองเชียงดาวร่วมกัน ในหนาวปีนี้, เขาบอกยินดีเป็นอย่างยิ่ง...

ก่อนจะออกปั่น...เขาซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง แล้วบอกกับเราว่า "ฝากหนังสือไว้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้แวะมาเอาครับ..."

13/09/2013

ร้านสุนทรภู่ ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด 1 อ.แกลง จ.ระยอง

หนุ่มน้อย วัยฮอร์โมน
เข้ามาหาหนังสืออ่านเล่น
หยิบหนังสือปรัชญาชีวิตพลิกไปมาหลายเล่ม

คุยกันเพลินๆ น้องบอกว่าปีนี้อยู่ ม.6 แล้ว
น้องอยากเรียนหมอฟันเพราะเงินดี
แต่ก็อยากเป็นสถาปนิกเพราะใจชอบ

ตกลงว่าดีทั้งสองอย่างครับ
แต่ผมชอบวาดการ์ตูนที่สุด
อ้อ...

13/09/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

อยากให้คุณระลึกถึงเธอ
"สุวรรณี สุคนธา"
ที่ร้านหนังสือเชียงดาว

(1) "งูร้องไห้ดอกไม้ยิ้ม"
คัดสรร 36 เรื่องสั้นยอดเยี่ยมที่สุดของศิลปินนักเขียนหน้าพระลาน ตำนานแห่งวรรณกรรมไทย ที่เคยตราตรึงใจผู้อ่านมาแล้วมากมาย "..ซ่านและโรแมนติก" 'รงค์ วงษ์สววรค์ เคยนิยามไว้ ต้นแบบและแรงบันดาลใจ ยังสดใหม่ วิบวับจับใจจนถึงวันนี้ ด้วยสำนวนภาษาเรียบง่ายแต่คมคาย อ่อนหวาน งดงาม เซ็กซี่ โรแมนติก มีสไตล์ เหงาบาดลึกเข้าไปถึงจิตใจใครหลายคน

“ฉันชอบความร้ก ฉันว่ามันเป็นศิลปะที่อยู่ในขั้นคลาสสิกทีเดียว ถ้าจะวัดกันด้วยอารมณ์สะเทือนใจ ฉันชอบความสะเทือนใจ เพราะมันทำให้เราเกิดอารมณ์...เพราะฉะนั้นฉันจึงมีความรัก และพร้อมที่จะรักใครสักคนหนึ่งอย่างฉาบฉวยเสมอ ฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ฉันจะรักเขา...แต่อย่างเงาในสระน้ำเท่านั้น

ฉันชอบความหึง มันทำให้หัวใจฉันโลดแล่น ตกตื่นแสบร้อน และทุรนทุราย

ฉันไม่ใช่ก้อนหินหรือท่อนไม้ เป็นมนุษย์ที่มีกิเลสมากมายในหัวใจ ฉะนั้น ฉันจึงชอบที่จะหึง...และรัก...ใครๆ...อย่างเงาในสระน้ำเท่านั้น”

(2) "สายบ่หยุดเสน่ห์หาย"
หอมจรุงไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สลับเสียงคลื่นกลิ่นอายทะเล...เรื่องของความรักต่างชนชั้นต่างวัยระหว่างนางแบบสาว กับสถาปนิกหนุ่มนักเรียนนอก ลูกผู้ดีเก่า

”หมึก” ลูกสาวชาวสวนดอกไม้ริมคลองประปาของกรุงเทพฯต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าเมื่อพ่อแม่เสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกัน “ฉันท์” เจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน รับอุปการะไว้ด้วยความเวทนาสงสาร โดยให้เธอกับ “จ้อย” พี่ชายเป็นคนดูแลสวนดอกไม้ที่เขาซื้อทิ้งไว้ ก่อนที่ตัวเองจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ

หลายปีต่อมาเมื่อฉันท์กลับเมืองไทยพบว่าสวนดอกไม้ที่เคยเบ่งบานสะพรั่งกลายเป็นสวนรกร้าง หมึกและพี่ชายก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ฉันท์พยายามออกตามหา จนรู้ความจริงว่าหมึกเป็นหญิงสาวคนเดียวกับนางแบบเปลือย ที่กำลังตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ในหน้าหนังสือพิมพ์ ในห้วงเวลานั้น ฉันท์ตอบหัวใจตัวเองได้แล้วว่าเขาหลงรักหมึกแต่เขาก็ต้องพิสูจน์ให้สาวเจ้าเห็นว่าเขาไม่ได้รังเกียจ “อดีต” อันน่าเจ็บปวดของเธอ

”สายบ่หยุดเสน่ห์หาย” เป็นนวนิยายเรื่องแรกในชีวิตของ สุวรรณี สุคนธา นักเขียนศิลปินหน้าพระลาน ผู้เป็นตำนานหน้าหนึ่งของวงการวรรณกรรมไทย เธอบันทึกภาพกรุงเทพฯ ย่านบางซ่อนสมัยยังเป็นทุ่งนาและสวนดอกไม้เขียวชอุ่มเมื่อสี่สิบปีก่อนไว้อย่างงดงาม ตลอดจนเกาะเสม็ดในยุคที่น้ำทะเลยังใสสะอาด หาดทรายยังขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง

ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์ จัดพิมพ์.

13/09/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

22/08/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ในวันแดดสาดฝนโปรยอ่อน...
พี่บาฟ...ภานุ มณีวัฒนกุล นักเขียนสารคดี นักเดินทางคนเก่งของเรา มาเยือนร้านหนังสือเชียงดาว
ทันทีที่เจอหน้ากัน เราโอบกอดกันและกัน
"นานแล้วไม่ได้เจอกันนะน้า..."
จริงสิ, เขาชอบเรียกเราหรือหลายคนว่าน้าตลอด
และเขาถือว่าเป็นนักเขียนผู้ใหญ่ที่ใจดีอีกคนหนึ่งเลย
เป็นทั้งนักเขียน นักเดินทางในดวงใจของใครหลายคน
และเป็นเจ้าของร้านหนังสือ Rhythm & Books ที่หัวหิน ประจวบฯ อีกด้วย

หนังสือของเขา เคยเขียนถึงอารมณ์กาแฟ และชา
อากาศเย็นๆ สบายๆ เขาจึงสั่งชาเขียวร้อน มานั่งจิบเบาๆ เรานั่งสนทนาแลกเปลี่ยนในเรื่องการใช้ชีวิตในแบบสไตล์ของคนเดินทางแบบเขา

"อย่างเรา ไม่ชอบหวาน แต่ชอบแบบยาพิษ" เขาชอบพูดติดตลกแบบนี้เสมอๆ

ขณะเดินชมหนังสือวางชั้น สายตาเขาไปกระทบกับหนังสือเล่มหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
"โอ้ มีเล่มนี้ด้วย..."
วอลเดน - - คืนชีวิตสู่ห้วงสงบภายใน, ของ Henry David Thoreau, สุริยฉัตร ชัยมงคล แปล. ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์ จัดพิมพ์ใหม่ งามงดน่าจับต้อง

"ผมชอบหนังสือของสุริยฉัตร ชัยมงคล แปลมาก สำนวนภาษาเขาสุดยอด
แล้วชีวิตแกก็เหมือนอาฮุย สหายสนิทของลี้คิมฮวง ในทธิ์มีดสั้น มากเลย...ชีวิตแกเหมือนคำโปรยหน้าปกนี่เลย..."...เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแห่งความสิ้นหวังอย่างเงียบงัน" ,และ เดวิด ธอโร ก็เขียนดีมาก" เขาบอกอย่างนั้น

พี่บาฟ ภาณุ ตัดสินใจซื้อ วอลเดน สองเล่มทันที

แดดอ่อน ฝนปรอยๆ เรายังคงนั่งคุยถึงเรื่องการใช้ชีวิตของคนเขียนหนังสือ การเลือก การรับ การรู้จักตัวเอง ฯลฯ

นานหลายนาน เขาขอตัวกลับเข้าเวียง เราโอบกอดล่ำลากันอีกครั้ง,

เมื่อเขากลับไป เราหยิบสมุดบันทึกของร้านหนังสือเชียงดาว ออกมาอ่านลายมือของเขาอยู่เงียบๆ

"ยินดีครับน้าภู...รักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจครับ" >ภาณุ มณีวัฒนกุล

ใครอยู่แถวเชียงใหม่ ไปร่วมสนทนา กับพี่บาฟ...ภาณุ มณีวัฒนกุล นักเขียน นักเดินทางและเจ้าของร้านหนังสือ Rhythm & Books 6 โมงเย็น ศุกร์ 23 สิงหานี้ ที่ 'ร้านเล่า' ถนนนิมมานห์ เชียงใหม่

04/08/2013

ร้านสุนทรภู่ ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด 1 อ.แกลง จ.ระยอง

น้องเจพาคุณแม่มาจากกรุงเทพ มาเยี่ยมคุณยายที่ระยอง ขากลับแวะมาอ่านไกรทอง พร้อมทั้งซื้อ สุดสาคร ไปอ่านที่บ้านต่อ ส่งท้ายด้วยไปรษณียบัตร...ไม่รู้เขียนถึงสาวที่ไหนอ๊ะป่าว ^_^

04/08/2013

ร้านสุนทรภู่ ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด 1 อ.แกลง จ.ระยอง

นึกว่าอั้ม พัชราภา มาร้านสุนทรภู่
มาแบบสวยๆ มาเช็คอินที่ร้านหนังสือเล็กๆที่บ้านเกิด

แล้วพบกันใหม่

04/08/2013

ร้านหนังสือฟรีฟอร์ม Lonely [email protected]ถนนคนเดินปาย

Coffee Painting
ร้านหนังสือฟรีฟอร์ม Lonely [email protected]ถนนคนเดินปาย

04/08/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ใกล้ค่ำ วันนี้ร้านหนังสือเล็กๆ ของเราน่ารักกว่าเมื่อวาน เพราะได้กล้วยหอมแก่จัดมาเครือหนึ่งแขวนไว้ชายคา รอเวลาสุกงอม กินฟรีสำหรับทุกชีวิต ไม่ว่าคน หรือนกกา คนต่างจังหวัดสมัยก่อนเค้าชอบแขวนกล้วยแบบนี้ เช้าวันนี้เราเห็นในตลาดสดเช้าของเชียงดาวมีกล้วยขายเป็นเครือด้วย เลยหิ้วกลับร้านมาหนึ่งเครือ อยากย้อนเวลาบ้าง ...คิดถึงตอนเด็กๆ

โครงการ
ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด We Love Little Bookshops
โดย เครือข่ายนักอ่านไทย
THAI readers network

04/08/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ขอบคุณสำหรับทุกลายมือ ทุกภาพ บางท่านมาเยือนแล้วคนขายมัวแต่วุ่น ไม่ได้นำสมุดไปให้เขียน. ไม่ได้ถ่ายภาพ ไม่ได้ถามชื่อกันด้วยซ้ำบางที ต้องขออำไพอย่างแรง รบกวนช่วยมาอีกนะคะ ^_^

31/07/2013

ร้านหนังสือฟรีฟอร์ม Lonely [email protected]ถนนคนเดินปาย

"ผมซื้ออิฐและซีเมนท์ด้วยงานเขียนวันละ 3 ถึง 4 ชิ้น
ผมไม่เรียกตัวเองว่าเป็นคนขยัน
เพราะผมบูชาความขี้เกียจ
แต่ผมกำลังจะมีบ้าน..."


ผม บนถนนนานและไกลของชีวิต
เคยพูดกับคนมากมายหลายระดับในสังคม
ผมพูดกับรัฐมนตรี ผมพูดกับขโมย
ผมพูดกับนักการเมือง ผมพูดกับคนเฝ้าตู้เรี่ยไรในโบสถ์
ผมพูดกับนายพลเอกแห่งกองทัพ ผมพูดกับคนขับรถบรรทุกขยะ
ผมพูดกับนายธนาคาร ผมพูดกับสาวสังคมผู้มีบทบาทในวงการทูต
ผมพูดกับคนขายข้าวแกง และผมพูดกับคนขายลูกชิ้นปิ้ง
ผมพูดกับนักธุรกิจการเงินในสำนักงานแอร์ค็อนดิชั่นของเขา
ผมพูดกับดาราภาพยนต์ที่ฮอลลีวูดและที่กรุงเทพ
ผมพูดกับคนขายกัญชาริมวงเวียนพิคคดิลลีย์ของลอนดอน
ผมพูดกับคนไวโอลินในสวนเบียร์แห่งเวียนนา
และผมพูดกับคนเป่าแคนผู้เร่ร่อนจากผืนดินแห้งแล้งเข้ามาในป่าคอนกรีท
ผมพูดกับเจ้าของโรงแรมบนหาดพัทยา
และผมพูดกับคนตกปลาผู้ว้าเหว่แห่งเกาะปันหยี
ผมเคยพูดกับใครมาแล้วทั้งนั้น โดยหลายสรรพนามแตกต่างกัน
แต่ยังไม่เคยพูดกับบ้าน ...

'รงค์ วงสวรรค์
พูดกับบ้าน

ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์
ราคาปก 255 บาท

ช็อกโกแลตร้อน 55 บาท
Biscotti 15 บาท
Oatmeal Soft Cookie 18 บาท

มีความสุขกับวันหยุดกันนะครับ :)

ร้านหนังสือฟรีฟอร์ม Lonely [email protected]ถนนคนเดินปาย

30/07/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

คนชอบแซว ร้านหนังสือทำไมมีกาแฟ เบเกอรี่ ข้าวผงข้าวผัดแกงขายด้วย คงกำไรดีกว่าขายหนังสือใช่มั้ย โธ่เอ๋ย.. คุณไม่รู้อะไร ขายข้าวขายของกินไม่ค่อยมีกำไรหรอกค่ะ อย่างจานละ 35 บาทนี้ ใส่หมูขีดนึง ค่าหมูอย่างเดียวก็ 14 บาท เข้าไป.แล้ว อย่างอื่นจะเท่าไหร่ ลองบวกลบดู แต่เราขาย เพราะอยากให้คุณมาร้านเรา แม้ว่าคุณจะไม่สนใจหนังสือเท่าไหร่ แต่คนเราก็ยังต้องกินข้าว กินอาหารอร่อยๆ ไม่มีผงชูรส ราคาไม่แพง ใช่ไหม

เราพบว่า คนที่ไม่ค่อยได้ได้อ่านหนังสือ มักจะซื้อหนังสือจากร้านเราเยอะกว่าปกติ เพราะมีโอกาสได้สัมผัสหนังสือ ได้ลองอ่าน ระหว่างนั่งรอกินข้าว ซึ่งร้านอาหารตามสั่งทั่วไป ก็ไม่ค่อยมีหนังสือแบบนี้ให้ได้อ่าน การขายอาหารตามสั่งเล็กๆ น้อยๆ ในร้านหนังสือของเรา นอกจากจะมีครัวให้เราทำกินเองได้ด้วย เรายังเปิดโอกาสให้ตัวเองเพื่อได้พบกับนักอ่านในอนาคตของเราค่ะ

หรือแม้คุณจะไม่อ่านหนังสือ ไม่ได้ซื้อหนังสือจากร้านเราเลย แต่คุณก็ยังได้เห็น ได้พบว่า หนังสือดีๆ หลายเล่มในโลกเรามันหน้าตายังไง อย่างน้อยก็ได้มีประสบการณ์ตรง กับเล่มจริงๆ ของมันบ้าง สักครั้งหนึ่งในชีวิต

สำหรับนักอ่านที่เป็นหนอนหนัวสืออยู่แล้ว การเดินทางมาเจอร้านหนังสือเล็กๆ ที่คุณฝันอยากมา คุณก็มักจะอยากอยู่นานๆ แต่บางทีมันหิว ก็ต้องออกไปหาของกินที่อื่น เราอยากให้คุณอยู่ร้านเราได้นานๆ ่หรือเตรียมตัวมานั่งอ่าน มาคุยกันในร้านได้นานๆ ค่ะ เลยพยายามเตรียมอาหาร กาแฟ เครื่องดื่ม ขนมอร่อยๆ หรือเมนูพิเศษที่เราทำกินเองเอาไว้ต้อนรับคุณด้วย

ทุกอย่างที่ทำไป ก็เพื่อคววามสุขในการอ่านทั้งสิ้น เราอยากให้คุณรัก และสนับสนุนร้านหนังสือเล็กๆ อยากให้คุณอ่านหนังสือมากขึ้น รักหนังสือที่คุณอ่านมากขึ้นค่ะ เหนื่อยน่ะเหนื่อยแน่ แต่ผลที่ได้รับ ก็ทำให้เราอิ่มใจลืมเหนื่อยได้ทุกวัน

ถ้ามีโอกาส
ลองมาอ่าน
มาชิมด้วยตัวเองบ้างนะคะ
ฝีมือทำอาหาาของเราก็ไม่เลวนักหรอกค่ะ

อนึ่ง การขายหนังสือ
ก็ไม่ได้มีรำรี้กำไรมากมายเช่นกันค่ะ
T_T
...

30/07/2013

ร้านหนังสือเชียงดาว : ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

สองสาว "สีน้ำ" กับ "กวาง" สองคุณครูวัยรุ่นมาก จากโรงเรียนอรุโณทัย. แวะมาหาหนังสืออ่านที่ร้านเรา เปิดโอกาสให้คนขายหนังสือโชว์พาวแนะนำใหญ่เลย สองสาวชิมอาหารหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ผัดพริกแกงกะทิสด เมนูขายดีพิเศษของร้านเรา กินกับข้าวหอมมะลิ 100% ที่เราตั้งใจหุงให้หนึบๆ แบบข้าวญี่ปุ่น กินเข้ากันอร่อยนัก สองสาวยังชิมเครปมะม่วง บานานาเค้ก สมูธตี้ฝรั่ง คาปูชิโนเย็น คาราเมลลาเต้เย็น เบิ้ลข้าวกับขนมจีนเพิ่มด้วยคนละจาน สาวๆ กินข้าวเยอะไม่ห่วงอ้วนเนี่ย น่ารักทุกคนจริงๆ นะ -^_^.

จากคอมเมนต์ :
Alex-manager Panyachon เขียนถึงลูกค้าสาวๆๆทีไร เยิ่นเย้อเก็บทุกประเด็นเลยจิงๆๆฮิๆๆ


ร้านหนังสือเชียงดาว ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด 2 อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ : คุณภูไม่ได้เขียนค่ะ 'ปราย พันแสง เป็นคนเขียนค่ะ เยิ่นเย้อเกินไปใช่ไหมคะ จะได้ปรับปรุงการเขียนค่ะ เพจนี้เราช่วยกันดูแลหลายคน ตามเวลาที่เราว่างค่ะ

17/07/2013

บรรยากาศร้านหนังสือเชียงดาว

มองจากร้านหนังสือเชียงดาวของเรามุมนี้ นอกจากมีร้านเจริญรุ่งเรืองพาณิชย์ และ วังจ๊อมฟาร์มาซี เป็นเพื่อนบ้าน แลไปเหนือยอดมะพร้าว เรายังมียอดดอยหลวงเชียงดาวให้ชมแกล้มขนม หนังสือและกาแฟ ตลอดเวลาด้วยค่ะ ^_^

17/07/2013

ร้านยังจัดของไม่เสร็จ ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ แต่เรามีลูกค้ารายแรกคือเธอผู้ร่าเริงลั้ลล้าน่ารักคนนี้ ...เชียงดาวเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนก็น่ารักค่ะ ^_^

ลูกค้ารายแรกของร้านหนังสือเชียงดาว
เธอบอกว่าชื่อในเฟชฯ คือ "น้องดี ขี้ปุ๋ม"
เป็นนักเดินทาง มาจากอำเภอไชยปราการ
ผ่านทาง ตามลายแทงจากเพจ 'ปราย พันแสง
จึงแวะเข้ามาในร้านขณะเรากำลังง่วนจัดของกันอยู่
เธอบอกเป็นนักอ่าน และเป็นแฟน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ด้วย
แน่นอน สองเล่มแรกของเธอ จึงมี "วานปีศาจเขียน" ของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ติดไม้ติดมือไปด้วยฯ

14/07/2013

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ร้านหนังสือเล็กๆ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

สมัยผมยังเป็นครูหนุ่มอยู่ในโรงเรียนมัธยม (ปี พ.ศ.2521- 2535) มีกลุ่มเพื่อนชายหญิง 4-5 คน ที่สนใจการอ่าน รักหนังสือ ร่วมกันจัดกิจกรรมสนุกๆ อยู่เสมอ เราเคยตั้งร้านหนังสือเฉพาะกิจ...ชื่อ “คนรักหนังสือ” นำไปขายในงานต่างๆ หากเป็นสมัยนี้ก็แบบงานถนนคนเดินนั่นแหละครับ แต่ร้านหนังสือของเราเป็นแบบกึ่งร้าน กึ่งห้องสมุดเคลื่อนที่ คือใครใคร่ซื้อซื้อ ใครใคร่อ่านอ่าน ไม่ซื้อก็เชิญนั่งอ่านตามสบาย

ต่อมาเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มได้ก่อตั้งร้านหนังสือขึ้นมาจริงๆ โดยเช่าห้องอยู่ในตลาด ทำตามความฝันได้ไม่นานปีก็มีอันต้องล้มและเลิกไป... จะเรียกว่าแพ้ก็ได้ครับ ยังความรู้สึกเศร้าเสียดายแก่พวกเรา ซึ่งเป็น “คนกลุ่มน้อย” ที่อยากเห็นทุกท้องถิ่น ทุกเมืองเล็กๆ มีร้านหนังสือเล็กๆ ในอุดมคติ

ในวัยประถม ผมยังจำบรรยากาศสวยงามระหว่างทางที่เดินจากบ้านของผมไปยัง “บ้านหนังสือ” ที่อยู่ห่างออกไป 3 กิโลเมตร บ้าน “สุขแสงดาว” ของเพื่อนซึ่งพ่อแม่ของเขาเป็น “ศึกษาธิการอำเภอ” ที่นั่นคือสวรรค์สำหรับผม ในห้องห้องหนึ่ง มีหนังสือนิทาน นิยาย การ์ตูน มากมายนับร้อยๆ เล่ม

ในวันเสาร์-อาทิตย์ ผมจะไปบ้านเพื่อนแต่เช้า และอ่านหนังสืออย่างกระหายใคร่รู้ นั่งอ่านนอนอ่านอยู่กับเพื่อนผู้เป็นเจ้าของบ้าน และเพื่อนบางคนที่ไปใช้บริการ

บรรยากาศแห่งความสุขแบบนั้นได้กลับหวนย้อนทวนมาอีกครา เมื่อผมได้ไปเยี่ยมเยือนร้านหนังสือเล็กๆ บางร้านตามต่างจังหวัด... และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง ผมได้รับ “ชวน” ให้ไปร่วมกิจกรรมที่ร้านหนังสือเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ อ.แกลง จ.ระยอง

ร้าน “สุนทรภู่” ร้านหนังสือที่ให้บรรยากาศของความเป็นเพื่อน เช่นเดียวกันกับร้านหนังสือเล็กๆ ทุกหนแห่งที่มีบรรยากาศของความรัก รักหนังสือ รักการอ่าน

หนังสือส่วนใหญ่ได้ “โชว์ปก” และทุกเล่มได้รับความเอาใจใส่ตั้งแต่เริ่มแรก “หนังสือ” ได้เป็น “หนังสือ” อย่างเต็มภาคภูมิ จนไม่รู้สึกดึงความเป็น “สินค้า” แต่ละเล่มถูกเลือกมาด้วยความรักของเจ้าของร้าน ปรารถนาส่งผ่านสู่มือของคนที่รักหนังสือด้วยกัน

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ผมได้รับรู้ว่า “ร้านหนังสือเล็กๆ” รวมตัวกันได้เป็นเครือข่ายโยงใย ผูกพัน ไม่ต่างโดดเดี่ยว เดียวดาย หรือล้มหายตายจากไปเพียงลำพังอย่างปราศจากการับรู้

โยงใยกันได้ย่อมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ย่อมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ร่วมคิดร่วมฝัน กิจกรรมร่วมโครงการ ร่วมมือ ร่วมใจทำ บางสิ่งบางอย่างที่เอื้อ เกื้อ อำนวย ทะนุบำรุงความฝันที่ต่างฝันและความฝันร่วมกัน

ผมได้รู้จักนามเครือข่ายนักอ่านไทย ได้ยินชื่อกิจกรรม “หนังสือบนรถโฟล์ก” ที่จะเป็นพาหนะ” นำพา “โลกทั้งใบ” ตระเวนไปทั่วสารทิศ ผมได้ยินชื่อกิจกรรม “ร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิด” โครงการ “หนังสือแกล้มกาแฟ” โครงการตื่นเถิดห้องสมุด... และอยากได้ยินชื่อ นาม ถ้อยคำอื่นๆ อีกมากมายครับ

ผมในฐานะ “คนรักหนังสือ” คนหนึ่ง การได้มาเยือนร้านหนังสือเล็กๆ “สุนทรภู่” ที่เมืองแกลง ถือเป็นความเบิกบานเล็กๆ ครับ ความหวังของคนรักหนังสือก็คือ สร้างการอ่านเชิงคุณภาพอย่างไม่ต้องไปพะวงเรื่อง “จำนวนบรรทัดต่อปี” ...อ่านกันอย่างเงียบๆ ในมุมสงบๆ ตามประสาคนรักหนังสือ รักการอ่าน และรักเพื่อนครับ

ขอให้กำลังใจร้านหนังสือเล็กๆ ครับ


-----------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ร้านหนังสือเล็กๆ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)
ที่มา : คม ชัด ลึก http://www.komchadluek.net/detail/20130630/162190/ศิลป์แห่งแผ่นดิน:ร้านหนังสือเล็กๆ.html#.UeK_RYwaySN

13/07/2013

attitude coffee

shows.voicetv.co.th 07/07/2013

วันสุนทรภู่

เทปรายการบุ๊คไกด์ เยี่ยมร้านสุนทรภู่ ในวันสุนทรภู่

http://shows.voicetv.co.th/book-guide/73567.html

shows.voicetv.co.th วันสุนทรภู่ รายการ Book Guide ประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2556 26 มิถุนายน ของทุกปีถือว่าเป็นวันสุนทรภู่ กวีเอกของไทยเรา ที่มีชื่อเสียงไปถึงระดับโลก แม้ว่าวันนี้ท่านจะไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผลงานทางด้านวรรณกรรมของท่านยังคงเป็นแบบอย่างให้กับนักเขียนรุ่นหลังๆ ต่อไปอีกนานแสนนาน สัปดาห์นี้ทางรายการจึงพาคุณผู้ช...

07/07/2013

‘สุนทรภู่’ ร้านหนังสือเล็กๆที่บ้านเกิด ของ สาวเมืองแกลง : ASTV ผู้จัดการออนไลน์

ณีรนุช เอี่ยมอารยา และ รัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์

จากกรณีที่ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการหนังสือเคยส่งจดหมายถึงสำนักพิมพ์และบริษัทจัดจำหน่าย เพื่อขอความสนับสนุน จ่ายค่าธรรมเนียมศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center Fee : DC) 1 เปอร์เซ็นต์ จากมูลค่าส่งสินค้าราคาปกของทุกใบส่งสินค้า โดยให้เหตุผลว่า มีต้นทุนการกระจายหนังสือ และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น

นอกจากครั้งนั้นจะมีหลายเสียงของคนในแวดวงหนังสือออกมาคัดค้าน ยังเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญต่อการก่อเกิดหลายเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้การอ่านหนังสือของประเทศไทยเป็นไปอย่างยั่งยืน ธุรกิจหนังสือขนาดเล็กและนักเขียนอยู่ได้ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจนเกินไป อาทิ เครือข่ายนักอ่านไทย,เครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก ฯลฯ

ร้านหนังสือเล็กๆที่บ้านเกิด เป็นหนึ่งโครงการที่ถูกผลักดันให้เกิดขึ้น โดย เครือข่ายนักอ่านไทย ซึ่งมี ปราย พันแสง นักเขียนชื่อดัง เป็นหัวหอก และมีเป้าหมายให้มีร้านหนังสือเล็กๆของเครือข่าย เกิดขึ้นอย่างน้อยจังหวัดละ 1 ร้าน ทั่วทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทย

ร้านสุนทรภู่ แห่ง อ.แกลง จ.ระยอง คือร้านหนังเล็กๆที่บ้านเกิด ร้านแรกของเครือข่ายฯ ซึ่งมีสองสาวชาวแกลงแท้ๆ เป็นเจ้าของ เคยผ่านการไปทำงานและใช้ชีวิตที่บ้านอื่นเมืองอื่นมาก่อน แต่ท้ายที่สุดชีวิตก็ถูกขีดให้กลับมาทำอะไรเล็กๆที่บ้านเกิด



>>>2 สาวเมืองแกลง กลับบ้านเกิด

ฐอน - รัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์ รายแรกนี้ เป็นศิษย์เก่า คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มงานแรกด้วยการเป็นนักข่าวในเครือ ASTVผู้จัดการ ศูนย์เชียงใหม่ ก่อนจะลาออกไปเรียนต่อในระดับปริญญาโท แล้วหันไปทำงานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ที่ คาลวิน ไคลน์ ต่อด้วยงานด้านตลาดที่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)

หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาทำบริษัทของตัวเอง รับงานด้านอีเว้นท์และออแกไนซ์นานกว่า 10 ปี พร้อมเป็นอาจารย์พิเศษ สอนระดับปริญญาโท ที่ มช.ปิดท้ายด้วยการทำงานด้านโทรทัศน์ในต่างแดน ก่อนจะกลับมาบ้านเกิด และเลยเถิดมาจนถึงปัจจุบัน

“ก่อนกลับมาบ้าน ไปทำงานทีวีที่อเมริกาก่อน พอจะกลับบ้านมาต่อวีซ่า แม่ไม่สบายก็เลยเป็นจุดหักเหในชีวิตว่า ไม่ไปแล้วกลับบ้านดีกว่า เพราะตอนที่มาต่อวีซ่า แม่นอนอยู่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เลยตัดสินใจไม่ไปแล้ว

ตอนกลับมาใหม่ๆก็เซ็งนะ เรายังไม่รักบ้านเกิด (หัวเราะ) แต่กลับมาเพราะแม่ จากนั้นก็เริ่มชิน และเริ่มทำโรงเรียนสอนศิลปะเด็กก่อน (โรงเรียนศิลปะบ้านสีขาว) เน้นให้เด็กวาดรูปได้ มีจินตนาการ และเรื่องของ EQ แต่ให้คนอื่นสอน เพราะตอนทำบริษัท ลูกน้องเยอะ พอกลับมาบ้าน ก็เลยชวนลูกน้องเก่ามาช่วย แล้วเปิดสอนอังกฤษ คณิตศาสตร์และดนตรี เพิ่มขึ้นมา”

หนึ่งในครูสอนดนตรีประจำโรงเรียนคือ อ๊อบ - ณีรนุช เอี่ยมอารยา ศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์ (ดนตรีสากล) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หรือ อดีตมือกีต้าร์ วง PINK ซึ่งเคยโด่งดังจากเพลง ‘ผู้หญิงลืมยาก’ นั่นเอง

“พอออกจากวง และเลิกทำอะไรทุกอย่างที่กรุงเทพฯ เพราะก่อนหน้านี้อ๊อบเป็นฟรีแลนซ์เขียนเรื่องท่องเที่ยวและถ่ายภาพ ด้วย จึงกลับมาบ้านและได้มารู้จักกับพี่ฐอน เพราะอ๊อบมาสมัครเป็นครูสอนดนตรี ร่วมงานกันมาเรื่อยๆ อยู่ที่นี่ก็เป็นทั้งครูสอนดนตรี และเป็นครีเอทีฟ เพราะพี่ฐอนยังรับตัดงานด้านอีเว้นท์และออกาไนซ์อยู่”


หล่านักเขียนไปให้กำลังใจวันเปิดร้าน





>>>'สุนทรภู่' หนังสือแกล้มชา

กระทั่งวันหนึ่ง ฐอนซึ่งในด้านหนึ่งเป็นนักอ่านอยู่แล้ว และมีเพื่อนเป็นนักเขียนอยู่ที่เชียงใหม่หลายคน รวมถึง ‘ฮวงซีเนี้ย’ ซึ่งเป็นเพื่อนกับ ปราย พันแสง อีกที ในที่สุดเธอจึงถูกชักชวนจาก เครือข่ายนักอ่านไทย ให้เปิดร้านหนังสือเล็กๆขึ้นที่บ้านเกิดของตัวเอง

“ข้างบนเราเป็นโรงเรียนกวดวิชา แต่ข้างล่างเราว่างอยู่ พอมองว่าค่าใช้จ่ายคงไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก เลยตัดสินใจ เปิดก็เปิด”

พร้อมกับได้เรียกตัวอ๊อบ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวไร่ชา ณ เมืองดาร์จีลิงค์ ประเทศอินเดีย ให้กลับมาร่วมปลุกปั้นร้านหนังสือด้วยกัน และเปิดร้านอย่างเป็นทางการไปเมื่อ ‘วันสุนทรภู่’ วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2556 ทันได้เป็น 1ใน 15 ร้านหนังสืออิสระทั่วประเทศ ที่เข้าร่วม ‘สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติ’ จัดโดย เครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก

ในวันเปิดร้าน จรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย คนล่าสุด และเรืองเดช จันทรคีรี เจ้าของสำนักพิมพ์รหัสคดี สองผู้ร่วมขับเคลื่อน เครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก จึงชักชวนบรรดานักเขียนและกวีชื่อดังไปร่วมให้กำลังใจอย่างมากมาย อาทิ ชมัยพร แสงกระจ่าง อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, 3 กวีซีไรต์ ศักดิ์สิริ มีสมสืบ,ไพวรินทร์ ขาวงาม,เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์,ขจรฤทธิ์ รักษา ฯลฯ รวมไปถึงที่เดินทางไปร่วมด้วยช่วยกันอย่าง ฮวงซีเนี้ย,เตมัน(นักเขียนแนวสยองขวัญ) และทอม-จักรกฤต โยมพะยอม แฟนพันธุ์แท้สุนทรภู่

Be Blossom Book & Tea คือนิยามที่สองสาวเมืองแกลงเจ้าของร้านมีให้กับ ร้านสุนทรภู่ เพราะนอกจากจะจำหน่ายหนังสือดีมีคุณภาพและหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางที่เน้นสร้างความเบิกบานให้กับผู้อ่าน ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตรงที่มี ‘ชา’ ดีระดับโลกจาก เมืองดาร์จีลิ่ง ประเทศอินเดีย มาวางจำหน่ายด้วย

“ตอนแรกดิฉันไม่อาจเอื้อม บารมีเราถึงเหรอที่จะใช้ชื่อ ‘สุนทรภู่’ เรื่องชื่อร้านต้องให้เครดิตกับ พี่แจ๋ว (ปราย พันแสง) กับ ฮวงซีเนี้ย ที่ตั้งชื่อนี้ให้ ซึ่งในที่สุดดิฉันก็โอเค เห็นด้วย

เพราะดิฉันเกิดที่นี่ อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านสุนทรภู่ ตั้งแต่เด็กจนโตเราเรียนเรื่องสุนทรภู่มาเยอะ ผ่านอนุสาวรีย์ก็บ่อย มันเป็นความผูกพัน เราดีใจที่เคยมีกวีผู้นี้อยู่ที่บ้านเรา ท่านเปรียบเหมือนเชคเปียร์ของเมืองไทย แต่ดิฉันชอบท่านสุนทรภู่ในแง่ที่ท่านเป็นนักเดินทาง เพราะถ้าไม่เดินทาง ท่านคงไม่มีนิราศต่างๆออกมามากมาย และโดยส่วนตัวดิฉันก็เป็นคนที่ชอบเดินทาง

Be Blossom เพราะเราให้อารมณ์ของคนที่เข้ามาในร้านรู้สึกว่าเบิกบานมีความสุข ไม่ใช่ทำให้ชีวิตเหนื่อย แต่อยากให้เข้ามานั่งสบายๆดื่มชาบ้าง ทำอะไรอย่างอื่นบ้าง

และอันดับแรก การเลือกหนังสือเข้ามาในร้าน เราต้องคัดวรรณกรรมที่ดีก่อน ที่ได้รางวัล ร้านเราต้องมี สอง ดิฉันกับอ๊อบชอบท่องเที่ยว ก็ต้องหาหนังสือท่องเที่ยวมาวาง และสาม หนังสือที่เกี่ยวกับการดีไซน์ ซึ่งเราก็ชอบด้วยเช่นกัน หรือพวกหนังสือที่ไม่ใช่แค่อ่านแล้วผ่านเลย แต่อ่านแล้วให้กำลังใจ ให้ข้อคิดบ้าง มีธรรมะปนเข้ามาบ้าง” ฐอน- รัสรินทร์ กล่าว

ขณะที่ อ๊อบ- ณีรนุช เสริมว่า “บางคนเขาจะงงค่ะว่า ร้านสุนทรภู่ แต่นิยามตนว่า Be Blossom Book & Tea มันเกี่ยวกันยังไง แต่จริงๆแล้วมันมีเหตุและผลของมันอยู่ อ๊อบนั่งคุยกับพี่ฐอนว่า ความจริงแล้วท่านสุนทรภู่ก็เป็นนักเดินทางเหมือนกัน และส่วนหนึ่งมันเป็นพื้นที่ของเรา เราต้องดึงเอาความรู้สึกของเราออกมา เพื่อที่จะตอบโจทย์ทุกสิ่งทุกอย่าง เราอยากมีพื้นที่นั่งของเรา เวลาเราทำงาน คิดงาน และเวลาคนผ่านไปผ่านมา ร้านจะได้ดึงดูดคนที่ชอบแนวเดียวกันเข้ามา นั่นคือชอบอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยว ชอบกินชา ชอบดนตรี”







>>>ไม่สู้ แต่เสริม

ในช่วงเริ่มต้นนี้ สุนทรภู่ รับหนังสือจาก 2 สายส่ง คือ เคล็ดไทยและฟรีฟอร์ม ของ เครือข่ายนักอ่านไทย รวมถึงเปิดโอกาสให้สำนักพิมพ์เล็กๆ นำหนังสือมาฝากวาง และในบางครั้งเจ้าของร้านจะเป็นผู้ไปสรรหาหนังสือที่ตัวเองชอบมาด้วย

“ไหนๆเรามีพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่น ดังนั้นเจ้าอื่นที่เป็นร้านหนังสือเล็กๆสำนักพิมพ์เล็กๆเราก็อยากจะเชื่อมต่อด้วย เช่น นิตยสารมนต์รักแม่กลอง ฯลฯ เราก็ให้เขาส่งมา ขายไม่ได้ก็ค่อยคืนกลับไป”

แม้ในช่วงถูกจุดประกาย เสมือนว่าต้องการเป็นหนึ่งแรงเพื่อร่วมต่อสู้กับระบบใหญ่ แต่เจ้าของร้านทั้งสองกล่าวยืนยันว่า ไม่ต้องการต่อสู้กับระบบแต่ต้องการเป็นส่วนเสริมให้เกิดการตื่นตัวด้านการอ่าน และทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ของความตั้งใจ อยากสร้างให้ร้านหนังสือเล็กๆที่บ้านเกิดแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความสุข

“เราทำเพื่อความสุขของตัวเอง ดิฉันไม่มีความต้องการที่จะไปต่อสู้กับใคร แค่อยากให้คนได้อ่านหนังสือ อาจจะเป็นหนังสือที่เราเลือกมาบ้าง หรือคนอื่นคิดว่าดี ได้มีพื้นที่นั่งคุยกัน มีกิจกรรมเกิดขึ้นในท้องถิ่น ซึ่งกิจกรรมอย่างนี้มันไม่เคยมีหรอกที่ อ.แกลง ที่จะมานั่งคุยเสวนาเรื่องนั้นเรื่องนี้ อีกอย่างเราอยู่ตรงนี้เราไม่มีเพื่อนไง เราก็อยากจะมีเพื่อนบ้าง

แต่ไอ้เรื่องต่อต้านใครเราไม่คิด เรามองว่า ถ้าเราเริ่มต้นทำร้านหนังสือ แล้วทำให้คนหันมาอ่านหนังสือบ้าง แทนที่จะไปสนใจอย่างอื่น เราพอใจแล้วที่อย่างน้อยที่สุดมีคนอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น

และการเกิดขึ้นของร้านนี้ ดิฉันมองว่าทั้ง ซีเอ็ด และนายอินทร์ เขาจะได้รับประโยชน์เพิ่มนะ ทุกวันนี้หนังสือเล่มไหนที่เราไม่มี ดิฉันยังเดินไปซื้อที่ซีเอ็ดและนายอินทร์อยู่ ไปซื้อมาอ่าน ไปซื้อมาขาย และอย่างร้านนายอินทร์ที่นี่ กับเจ้าของเรารักกันมาก เราไม่ได้เป็นศัตรูกัน เราเล็ก เขาก็จะช่วยสนับสนุน ให้เอาหนังสือจากเขามาขายบ้าง แล้วเราก็จะเปิดเวทีเสวนาร่วมกัน”

เมื่อรู้ดีว่ากำลังสร้างพื้นที่แห่งความสุขและขณะเดียวกันก็เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องยากที่ตักตวงกำไรจากพื้นที่แห่งนี้เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในระยะเวลาสั้นๆ เจ้าของร้านทั้งสองจึงยังต้องมีอาชีพอื่นที่ทำอยู่ก่อนแล้วไว้รองรับ ทั้งโรงเรียนกวดวิชา รวมถึงไปรับงานอีเว้นท์และออกาไนซ์ ตัวอย่างเช่น 'เดินเลาะเรือนไม้ รับไอทะเล @ ปากน้ำประแส' งานถนนคนเดินที่กำลังจะมีขึ้นเร็วๆนี้ ระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม พ.ศ.2556 ณ ชุมชนบ้านปากน้ำประแส

“เรากลัวจน เพราะเรารู้ว่า ทำร้านหนังสือไม่ได้กำไร เราก็เลยมองว่า ถ้าเราทำแล้วไม่ได้กำไร เราต้องได้ความสุข แล้วความสุขของเราคืออะไร ในแง่ของดิฉันถ้าเกิดเราทำแล้วมีคนอ่านที่มันตรงกับเราบ้าง เราก็มีความสุขแล้วล่ะ หรือว่าเยาวชนและเด็กๆที่มาเรียนหนังสือ เพราะข้างบนเป็นโรงเรียนกวดวิชา ถ้า ใน 100 คน มี 1 คน มานั่งอ่านหนังสือ ดิฉันก็แฮปปี้แล้วค่ะ เพราะดิฉันเชื่อว่าหนังสือมันทำให้คนคิดได้”



>>>ร้านหนังสือเล็กๆ อบอุ่นเหมือนได้ไปบ้านเพื่อน

ศักดิ์สิริ มีสมสืบ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2535 กล่าวว่า การได้ไปเยือนร้านหนังสือเล็กๆไม่ว่าจะเป็นที่ไหน รวมทั้งร้านน้องใหม่แห่งนี้ อบอุ่นเหมือนได้ไปบ้านเพื่อน และไม่รู้สึกว่าหนังสือเป็นสินค้า

“ตอนเด็กๆ เคยเดิน 3 กิโลเมตรจากบ้าน เพื่อที่จะไปบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีหนังสืออยู่ และตอนนั้นรู้สึกว่าบ้านหลังนั้นเหมือนร้านหนังสือ ดังนั้นจึงรู้สึกทุกครั้งว่า ร้านหนังสือเล็กๆไม่ว่าในชุมชนไหน จังหวัดไหน ถ้าเราได้ไป เหมือนว่าเราได้ไปบ้านหนังสือหลังนั้นในวันเยาว์ อบอุ่น ไม่เหมือนร้านค้า และหนังสือไม่เหมือนสินค้า

เหมือนได้ไปบ้านเพื่อน เพื่ออ่านหนังสือที่เรารัก และเป็นหนังสือที่เจ้าของบ้านรักด้วยนะ ดังนั้นร้านหนังสือเล็กๆมีเสน่ห์ก็ตรงที่ว่า เขาได้เลือกหนังสือที่เขารักมาวางไว้ พอเรามาก็เลยเหมือนได้มาอ่านหนังสือที่บ้านเพื่อน และเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆไม่เหมือนคนค้าขาย แต่เหมือนเพื่อนที่เอาหนังสือที่ตัวเองรักมาแบ่งปันกันอ่าน

อยากเสนอแนะให้เจ้าของร้านหนังสือเล็กทำกิจกรรมควบคู่กันไปด้วยเพื่อที่เราจะได้มีความผูกพันกับผู้ที่เข้ามาหาเรา เราก็จะได้ทั้งกำไรทางธุรกิจและกำไรจากการได้เพื่อน”

ด้าน ทอม-จักรกฤต โยมพะยอม แฟนพันธุ์แท้สุนทรภู่ กล่าวว่า การมีร้านหนังสือเล็กๆที่บ้านเกิดถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะถ้าคนในบ้านเกิดเปิดร้านหนังสือเอง ย่อมจะรู้ธรรมชาติของผู้อ่านในท้องถิ่นของตนว่าชอบหนังสือแบบไหน และย่อมอยากจะให้คนที่บ้านเกิดตนได้อ่านแต่หนังสือดีมีคุณภาพ

“แสดงว่าหนังสือในร้านนี้ผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่าเหมาะกับคนในท้องถิ่นนั้นจริงๆ อยากจะให้กำลังใจ และขออวยพรให้ร้านสุนทรภู่เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีคนแวะเวียนมามากมาย เป็นที่นิยมชมชอบเช่นเดียวกับ ท่านสุนทรภู่”

ร้านสุนทรภู่ เลขที่ 38/1 ถ.โพธิ์ทอง เทศบาลเมืองแกลง อ.แกลง จ.ระยอง 21110 โทร.086-405-6502

Text : ฮักก้า Photo : วารี น้อยใหญ่

ที่มา : http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000079963&fb_action_ids=4978690354749&fb_action_types=og.likes&fb_source=aggregation&fb_aggregation_id=288381481237582

ที่อยู่

16 หมู่ 3 ถนนชัยสงคราม ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย
Mae Hong Son
58130

Mae Hong Son ร้านขายของอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
Onlyone ผ้าทอกะเหรี่ยง Onlyone ผ้าทอกะเหรี่ยง
Mae Hong Son, 58110

สินค้า Handmade ผ้าทอมือ

วิมาหมอก fashion วิมาหมอก fashion
284 หมู่ 11 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง
Mae Hong Son, 58000

ขายปลีก ส่งเสื้อผ้าแฟชั่น ชั้นนำทั่วไป ตั้งอยู่ถนนสายเลี้ยงเมือง

FIN FIN SHOP FIN FIN SHOP
ตำบลแม่ฮี้
Mae Hong Son, 58130

Fashion tasted Fashion tasted
128
Mae Hong Son, 58130

สวยใสด้วยเจอเนส สวยใสด้วยเจอเนส
48
Mae Hong Son, 50254

สวยกระจ่างใส

เกษกนกการเกษตร เกษกนกการเกษตร
142/8 ถ.ขุนลุมประภาส ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
Mae Hong Son, 58000

จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ตราน้อยหน่า และจำหน่ายสินค้าจากกการใช้ปุ๋ยอินทรีย์

แหล่จอมกั๋น แหล่จอมกั๋น
ขุนลุมประพาส ซอย 3
Mae Hong Son, 58000

Pic_Pai Pic_Pai
Mae Hong Son, 58130

รับออกแบบและจัดทำของที่ระลึก,ของชำร่วยต่างๆ

Mook's Hill Tribe Crafts and Tours Mook's Hill Tribe Crafts and Tours
Mae Hong Son, 58150

Jungle tours and traditional handy craft in Muang Phaem, Northern Thailand!

กรอบลอยไวนิล กรอบลอยไวนิล
5/2 ถ.ประชาชนอุทิศ ต.จองคำ อ.เมือง
Mae Hong Son, 58000

งานพิมพ์สีน้ำมัน พิมพ์ละเอียด ใช้เครื่องพิมพ์มูโตะ(made in japan)

PIN Shop Garage PIN Shop Garage
204M.9
Mae Hong Son, 58000

น้ำทะลักฟิชชิ่ง น้ำทะลักฟิชชิ่ง
บ.ทุ่งสารภีอ.แม่ลาน้อยต.แม่ลาน้อย
Mae Hong Son, 58120

การตกปลา