กฤษฎาคลินิกกายภาพบำบัด

กฤษฎาคลินิกกายภาพบำบัด

ตำแหน่งใกล้เคียง คลินิก

คลินิกตา หมอปาริดา กระบี่
คลินิกตา หมอปาริดา กระบี่
222/10 ถ. อุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง
ต้นยาเภสัช tonya pharmacy
ต้นยาเภสัช tonya pharmacy
323/8-9 ถ.อุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่, Amphoe Muang Krabi
GraceClinic
GraceClinic
232/14 Maharaj Road, Paknum, Amphur Maung
โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ อิน
โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ อิน
Krabi Nakharin International Hospital
Krabi Nakharin International Hospital
Krabi Nakharin International Hospital
Krabi Nakharin International Hospital
Krabi Meesuk Laboratory and Nursing กระบี่มีสุข แล็
Krabi Meesuk Laboratory and Nursing กระบี่มีสุข แล็
3 ถนน มหาราช ซอย 7
คลินิกเด็กหมอจันทรมาศ
คลินิกเด็กหมอจันทรมาศ
ถนน มหาราช
คลินิกหมอณรงค์
คลินิกหมอณรงค์
90/69 ถ.มหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่
คลินิกรักฟัน กระบี่ Ruk Fun Dental Clinic Kr
คลินิกรักฟัน กระบี่ Ruk Fun Dental Clinic Kr
หน้าตลาดสดมหาราช 65 ซ.7 ถ.มหาราช อ.เมือง
วัลลภาคลินิกกายภาพบำบัด
วัลลภาคลินิกกายภาพบำบัด
345 ถนนจันทร์กวีกูล ตำบลปากน้ำ
W Dental Clinic ดับเบิลยูเด็นทัลคลินิ
W Dental Clinic ดับเบิลยูเด็นทัลคลินิ
2/2 โครงการซิตี้พลาซ่า ดับเบิลยูเด็นทัลคลินิก ถ.มหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมือง
ร้านขายยา เภสัชกรพรประเสริฐ
ร้านขายยา เภสัชกรพรประเสริฐ
111 ถนน มหาราช ต ปากน้ำ อ เมือง จ กระบี่
กระบี่ อินเตอร์ แล็บ Krabi Inter Lab
กระบี่ อินเตอร์ แล็บ Krabi Inter Lab
434/51-52 ถนนอุตรกิจ ตำบลกระบี่ใหญ่, Amphoe Muang Krabi
เลอบิวทีคคลินิกกระบี่ เลเซอ
เลอบิวทีคคลินิกกระบี่ เลเซอ
90/7, , มหาราช
คลินิกตาหมอสาขนิตย์
คลินิกตาหมอสาขนิตย์
4034

ความคิดเห็น

ขอขอบพระคุณคุณหมอที่ช่วยเป็นธุระเรื่องกระเป๋าที่ลืมไว้ร้านจี้ออด้วยนะคะ กิจการรุ่งเรืองนะคะ
บริการดีให้คำแนะนำดี สะอาดและที่สำคัญรักษาไม่แพงค่ะ❤

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก กฤษฎาคลินิกกายภาพบำบัด, 222/7 ถ.อุตรกิต ต. ปากน้ำ, Krabi.

เปิดเหมือนปกติ

Photos from กฤษฎาคลินิกกายภาพบำบัด's post 12/11/2021

...ช่วงนี้เห็นเข้ามาคลินิกกันเยอะ ด้วยรองช้ำ...075-612-533

Photos from กฤษฎาคลินิกกายภาพบำบัด's post 03/11/2021

.....เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นหรอ แค่ว่ายนํ้าก็หายปวดแล้ว....

เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น แค่ว่ายนํ้าก็หายปวดแล้ว

ได้อ่านหัวข้อแล้วหลายท่านคงสงสัยใช่มั้ยว่า เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นแล้วไปว่ายนํ้ามันทำให้อาการปวดหลังลดลงได้ไง? จริงๆแล้วไม่ต้องถึงกับว่ายนํ้าหรอกครับ แค่ไปเดินโต๋เต๋ในนํ้าความสูงระดับอกก็ถือว่าโอเคแล้วละครับ ส่วนระยะเวลที่ใช้ก็ 20-50 นาทีเลยครับ ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความแข็งแรงของตัวผู้ป่วยเอง หากผู้ป่วยร่างกายไม่แข็งแรงอาจจะเริ่มต้นให้ลงนํ้าเพียง 20 นาทีก่อนเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเหนื่อยจนเกินไป แล้วเมื่อแข็งแรงมากขึ้นก็ค่อยๆเพิ่มระยะเวลาการอยู่ในนํ้าให้นานขึ้นครับ

ทำไมการลงนํ้า หรือการว่ายนํ้าในสระทำให้อาการปวดของผู้ป่วยลดลง

นั่นก็เพราะว่าเป็นผลมาจาก"แรงดันนํ้า"ครับ อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นเกิดจาก ตัวเจลที่อยู่ในหมอนรองกระดูกมันปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทที่อยู่ทางด้านหลัง เมื่อผู้ป่วยลงนํ้าที่มีความลึกมากขึ้น จะทำให้แรงดันนํ้าที่อยู่รอบๆตัวเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะความสูงระดับอก แรงดันนํ้าจะช่วยดันเจลที่ปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทอยู่ให้กลับเข้าไปในหมอนรองกระดูกสันหลัง อาการปวดหลังของผู้ป่วยจึงเบาลง

นอกจากเรื่องของแรงดันนํ้าแล้ว ภายในนํ้ายังมี"แรงลอยตัว"ร่วมด้วย โดยจะสังเกตุได้ว่า ยิ่งเราลงนํ้าที่มีระดับความลึกมากเท่าไหร่ การลงนํ้าหนักที่เท้าทั้งสองข้างจะลดน้อยลงเท่านั้น เพราะแรงลอยตัวเนี่ยแหละครับที่ช่วยพยุงตัวเราให้ลอยขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ปวดหลังมากจนเดินไม่ไหว ผู้ป่วยอัมพาตช่วงล่าง และผู้ป่วยกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงที่ต้องการฟื้นฟูเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อขาให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม

ทันทีที่เราลงนํ้าที่มีความลึกระดับอก เราจะรู้สึกว่าเดินลำบาก เดินได้ช้าลง หนืด เป็นต้น แต่สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ทันทีที่ลงนํ้าผู้ป่วยจะรู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองกลับมายืนได้อีกครั้งแล้ว (เย้ เย้) ซึ่งช่วยสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี (กำลังใจนั้นสำคัญมากสำหรับผู้ป่วย) และที่สำคัญก็คือ ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวขาได้แม้จะมีกำลังกล้ามเนื้อน้อย (เพราะมีแรงลอยตัวของนํ้าอยู่) จึงถือว่าเป็นการเริ่มตันให้ผู้ป่วยได้ขยับข้อ ป้องกันภาวะข้อติดแข็งที่จะตามมาได้นั่นเองครับผม

วิธีการออกกำลังกายในนํ้า

ในรายที่กำลังกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง หรือปวดหลังมากจนเดินลำบากนั้น เราแค่พาผู้ป่วยลงไปยืนในนํ้าที่ความสูงระดับอกเฉยๆก่อนครับ ยังไม่ต้องทำอะไรมาก เพื่อให้แรงดันนํ้าดันเจลที่ปลิ้นออกมากลับเข้าที่จนอาการปวดของผู้ป่วยทุเลาลงจึงเริ่มขึ้นตอนที่ 2 ครับ

ขั้นที่ 2 ให้ผู้ป่วยเดินครับ โดยให้เดินเกาะขอบสระไปเรื่อยๆแล้วคอยบอกให้ผู้ป่วยเดินหลังตรง (ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นมักจะเดินก้มหลังเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวด) เมื่อผู้ป่วยเดินได้ดีแล้ว ให้ผู้ป่วยเดินร่วมกับเตะขาไปข้างหน้าสลับกัน เพื่อให้กล้ามเนื้อหลังคลายตัว และเสริมกำลังกล้ามเนื้อขาร่วมด้วยครับ

ขั้นที่ 3 ฝึกย่อเข่าในนํ้า ให้ผู้ป้วยยืนหลังชิดขอบสระ มือเท้าเอวแล้วย่อเข่าลง พยายามให้ผู้ป่วยหลังตรงตลอดนะครับ เพราะหากก้มหลังขณะออกกำลังอาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดได้ครัมผม

ขั้นที่ 4 ท่านี้ให้เอามือจับขอบสระ ลอยตัวในท่าควํ่า แล้วตีขา (ขยับเท้าขึ้นลงไปมาเหมือนตอนว่ายนํ้า) ซึ่งท่านี้จะช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อขาและหลัง แต่ท่านี้จะทำให้หลังแอ่นต้องคอยสังเกตุอาการอยู่ตลอดว่า อยู่ในท่านี้แล้วมีอาการปวดหลังหรือไม่ ถ้ามีควรยกเลิกครับ (การออกกำลังกายที่ดี ไม่ควรมีอาการปวดร่วมขณะออกกำลังนะครับ)

ทุกๆท่าที่ผมแนะนำไปเป็นแค่ท่าพื้นฐานเท่านั้นนะครับ แต่ก็เพียงพอสำหรับการฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อและลดปวดได้ในผู้ป่วยที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และที่สำคัญที่สุดคือ ควรมีญาติๆหรือคนดูแลลงประกบตัวผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลาที่ลงนํ้านะครับ เหตุผลก็เพื่อความปลอดภัย เพราะเราไม่รู้ว่าผู้ป่วยอาจจะหมดแรง ขาพับ หรือเป็นตะคริวเมื่อไหร่ (โดยเฉพาะตะคริวนี่พบบ่อยเลยนะ) ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุดครับผม

30/09/2021

#ช่วยด้วย !
#ช่วยคุณจากโควิดถึงบ้าน

#คนกระบี่ช่วยคนกระบี่
ฝ่าวิกฤตโควิด 19 !

#โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ , Doctor A to Z Telemedicine , BHS เอเชียเนอร์สซิงโฮม ร่วมกับโครงการ ช่วยด้วย !
ช่วยคุณจากโควิดถึงบ้าน

ขอเชิญร่วมบริจาคเวชภัณฑ์ สำหรับผู้ป่วยโควิด 19 ชาวกระบี่

บริจาค
ชุดเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วและปรอทวัดไข้
ชุดละ 999 บาท

รับเสื้อที่ระลึก
โครงการช่วยด้วย
ทันทีพร้อมส่ง ทั่วไทย

ร่วมบริจาคผ่านช่องทางนี้ได้
คลิ๊กเลย
https://mkp.doctoratoz.co/product-detail/PK1628832442632/ขอเชิญร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์-จังหวัดกระบี่

เราจะฝ่าวิกฤตโควิดครั้งนี้ไปด้วยกัน คนกระบี่ร่วมใจช่วยคนป่วยโควิด 19

Photos from กฤษฎาคลินิกกายภาพบำบัด's post 05/06/2021

...สำหรับท่านใดที่กำลังหา ที่ฟื้นฟู และพักสำหรับผู้สูงอายุ หรือ ท่านใดไม่มีเวลาที่จะดูแล คนที่ท่านรัก ให้เรายินดี ดูแล เรียนเชิญมาอยู่ด้วยกันได้เป็นกันเอง และอบอุ่นเสมอครับ...

02/04/2021

....ประชาสัมพันธ์โครงการอบรมดีดี และได้ความรู้นำไปใช้ได้จริง ทั้งดูแลตนเอง และคนไข้ที่ท่านได้ดูแลอยู่ เปิดรับสมัครผู้เข้าอบรมทั้งนักกายภาพบำบัด,วิทยาศาสตร์การกีฬา และเทรนเนอร์ จำนวนจำกัดครับ สามารถลงทะเบียนได้ตามลิ้งค์นี้ได้ https://forms.gle/PTbqaoiMPZp9cKFg9

Photos from กฤษฎาคลินิกกายภาพบำบัด's post 02/02/2021

...เช็คอาการกันได้ครับ เป็นไปตามข้อมูลนี้หรือเปล่า...

19/11/2020

....ช่วงนี้ มีเด็กมาด้วยกระดูกสันหลังคดเยอะมาก...

กระดูกสันหลังคดในเด็ก เรื่องที่พ่อแม่ควรระวัง

กระดูกสันหลังคดพบมากในเด็กและวัยรุ่น แต่มักคดไม่มากและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ แต่พ่อแม่ควรพาเด็กที่มีกระดูกสันหลังคดไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เด็กบางรายอาจต้องใส่อุปกรณ์พยุงหลังหรือเข้ารับการผ่าตัดในกรณีที่มีอาการรุนแรง นอกจากนี้ พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลักษณะกระดูกสันหลังของเด็กและคอยดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

กระดูกสันหลังคดในเด็กแตกต่างจากวัยอื่นอย่างไร

ส่วนใหญ่แล้ว กระดูกสันหลังคดมักพบได้ในเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป ส่งผลให้เด็กมีระดับหัวไหล่หรือเอวทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน บางรายอาจมีไหล่ ซี่โครง หรือสะโพกข้างใดข้างหนึ่งยื่นออกมามากเกินไป โดยเด็กผู้หญิงจะเสี่ยงเกิดกระดูกสันหลังคดอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษามากกว่าเด็กผู้ชาย ทั้งนี้ หากบุคคลในครอบครัวหรือญาติพี่น้องมีประวัติป่วยเป็นกระดูกสันหลังคด ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ เนื่องจากเป็นปัญหาสุขภาพที่อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

กระดูกสันหลังคดในเด็กเกิดจากอะไร

ภาวะกระดูกสันหลังคดในเด็กเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งแบ่งตามประเภทของกระดูกสันหลังคดออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ กระดูกสันหลังคดที่ไม่ทราบสาเหตุ กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด และกระดูกสันหลังคดจากปัญหาสุขภาพอื่น ดังนี้

1 กระดูกสันหลังคดที่ไม่ทราบสาเหตุ เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุดในเด็ก ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเมื่อใกล้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยไม่ปรากฏสาเหตุการเกิดที่ชัดเจน แต่พบว่าอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

2 กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด คือความผิดปกติของกระดูกสันหลังที่เกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ มักสังเกตอาการและลักษณะที่คดของกระดูกสันหลังได้ชัดเจนเมื่อเด็กอายุ 2 ปี หรือในช่วงอายุระหว่าง 8-13 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กมีพัฒนาการและการเจริญเติบโตทางร่างกายอย่างรวดเร็ว

3 กระดูกสันหลังคดจากปัญหาสุขภาพอื่น มีสาเหตุมาจากโรคที่ส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อหรือกระดูก เด็กที่มีปัญหาสุขภาพในด้านนี้เป็นเวลานานอาจเกิดกระดูกสันหลังคดได้ เช่น โรคกล้ามเนื้อฝ่อ โรคสมองพิการ มาร์แฟนซินโดรม (Marfan Syndrome) โรคกระดูกเปราะกรรมพันธุ์ เนื้องอกที่กระดูกสันหลัง เป็นต้น

รักษากระดูกสันหลังคดในเด็กได้อย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดที่มีอาการไม่รุนแรงนั้นไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ แต่ในรายที่รุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยวิธีต่าง ๆ และหากอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด การรักษาโรคกระดูกสันหลังคดในเด็กมีหลายวิธี ดังนี้

- ติดตามอาการ เด็กเล็กที่มีกระดูกสันหลังคดไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา เนื่องจากกระดูกสันหลังจะเหยียดตรงได้เมื่อเด็กโตขึ้น อย่างไรก็ตาม แพทย์จะติดตามอาการในกรณีที่เมื่อโตขึ้นแล้วกระดูกสันหลังยังไม่อยู่ในแนวตรง เนื่องจากอาจส่งผลให้อวัยวะภายในร่างกายเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ โดยอาจตรวจร่างกายและเอกซเรย์ดูลักษณะความคดของกระดูก เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าควรให้เข้ารับการรักษาหรือไม่ ส่วนเด็กโตที่มีอาการไม่รุนแรงมากอาจเข้ารับการตรวจเพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องรักษาด้วยวิธีอื่นหากอาการไม่แย่ลง

- ใส่เฝือก ผู้ป่วยวัยทารกหรืออยู่ในวัยหัดเดินอาจใส่เฝือกเพื่อช่วยให้กระดูกสันหลังกลับมาอยู่ในแนวตรง โดยต้องใส่เฝือกไว้ตลอด และเปลี่ยนเฝือกใหม่ทุก 2-3 เดือน หรือเปลี่ยนไปใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงหลังเมื่อโตขึ้น

- ใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงหลัง หากอาการกระดูกสันหลังคดแย่ลง เด็กอาจต้องใส่อุปกรณ์พยุงหลังเมื่อเริ่มโตขึ้น เพื่อให้อาการป่วยคงตัว โดยจำเป็นต้องใส่วันละ 23 ชั่วโมง และถอดออกเมื่ออาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬาอื่น ๆ เด็กส่วนใหญ่จะเลิกใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงหลังได้เมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้วหรืออายุประมาณ 16-17 ปี แต่วิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้กระดูกสันหลังตรงได้

- ผ่าตัด ผู้ป่วยที่อาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ หรือมีอาการแย่ลงกว่าเดิมอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงอายุ ดังนี้
เด็กเล็ก ผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 10 ปี จะได้รับการผ่าตัดสอดแท่งเหล็กดามกระดูกสันหลัง เพื่อช่วยให้กระดูกไม่คดเมื่อโตขึ้น และต้องไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับความยาวของแท่งเหล็กให้เท่ากับกระดูกสันหลังที่เติบโตขึ้น รวมทั้งใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงเพื่อป้องกันหลัง เมื่อเด็กโตเต็มที่แล้ว แพทย์จะนำแท่งเหล็กออกและผ่าตัดกระดูกสันหลังให้ตรง

วัยรุ่นหรือเด็กโต แพทย์จะผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังโดยใช้แท่งเหล็กหรือเส้นลวดมาประกอบกับกระดูกจากส่วนอื่นในร่างกาย เพื่อยึดให้กระดูกสันหลังตั้งตรง และใส่ไว้อย่างถาวร ผู้ป่วยที่ผ่าตัดมักต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์ และพักฟื้นร่างกายจนกว่าจะกลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติ ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนขึ้นไป ระหว่างนี้อาจต้องใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงหลังเพื่อป้องกันหลังกระแทกด้วย ทั้งนี้ การผ่าตัดกระดูกสันหลังคดอาจเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยมีเลือดออก เกิดแผลติดเชื้อ แท่งเหล็กเคลื่อนจากตำแหน่ง หรือเส้นประสาทที่กระดูกสันหลังถูกทำลายได้ พ่อแม่จึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงก่อนตัดสินใจให้เด็กเข้ารับการผ่าตัด

- ออกกำลังกาย เด็กที่มีกระดูกสันหลังคดสามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ โดยการออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลดอาการปวดหลังได้ ทั้งนี้ อาจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำได้และกิจกรรมที่ควรเลี่ยง
กระดูกสันหลังคดในเด็กควรดูแลอย่างไร

นอกจากการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ พ่อแม่ควรดูแลเด็กที่ป่วยเป็นโรคกระดูกสันหลังคดอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยบรรเทาและป้องกันไม่ให้อาการป่วยของเด็กแย่ลง วิธีการดูแลทำได้ดังนี้

ดูแลเรื่องยา พ่อแม่ควรดูแลการกินยาของเด็กอย่างละเอียด โดยดูว่าเด็กต้องรับประทานยาอะไรบ้าง ยาแต่ละชนิดรักษาอาการใด ต้องกินในปริมาณเท่าไร และรับประทานอย่างไร เมื่อต้องไปพบแพทย์ตามนัดหรือในกรณีฉุกเฉิน ควรนำตัวอย่างยาพกติดตัวเสมอ
ให้กินยาตามแพทย์สั่ง ควรจัดยาให้เด็กรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมทั้งปรึกษาแพทย์ในกรณีที่คิดว่าอาการไม่ดีขึ้น เด็กมีอาการแพ้ยา ต้องการหยุดหรือเปลี่ยนปริมาณยา นอกจากนี้ ไม่ควรให้เด็กกินยาที่หมดอายุแล้ว รวมทั้งไม่ควรให้รับประทานวิตามิน สมุนไพร หรืออาหารเสริมโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
ห้ามใช้ยาแอสไพริน เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ห้ามรับประทานยาแอสไพริน รวมทั้งควรตรวจดูฉลากยาทุกชนิดก่อนให้รับประทานว่ามีส่วนผสมของแอสไพริน ซาลิไซเลต น้ำมันระกำ หรือเมทิลซาลิไซเลตหรือไม่ เนื่องจากตัวยาเหล่านี้อาจทำให้เด็กเกิดอาการแพ้หรือที่เรียกว่ากลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งจะส่งผลให้สมองและตับถูกทำลายจนเสียชีวิตได้
พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นมากเกินไปในช่วงพักฟื้นร่างกายหลังผ่าตัด เพราะจะส่งผลให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่และเสี่ยงได้รับบาดเจ็บได้ง่าย
ดูแลเรื่องเฝือกหรืออุปกรณ์ช่วยพยุงหลัง พ่อแม่อาจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเฝือกหรืออุปกรณ์พยุงหลังสำหรับใส่บรรเทาอาการกระดูกสันหลังคด รวมทั้งดูแลให้เด็กสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าวอย่างถูกต้อง
ืสังเกตอาการผิดปกติ ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันทีในกรณีที่มีอาการต่อไปนี้
- มีไข้
- อาการปวดหลังไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
- หายใจลำบากหรือมีเสียงหายใจฟืดฟาด
- มีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะและการขับถ่าย
- ขยับขาลำบาก
- ขาชา อ่อนแรง หรือไม่มีความรู้สึก

การรักษาทางกายภาพบำบัด เป็นอีกทางเลือกที่ใช้ในการรักษาโดยไม่ผ่าตัด และสามารถกลับมาตรงได้เหมือนเดิม หรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด...

27/08/2020

...พบกันบ่อย ณ. ตอนนี้ที่คลินิก

โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis

Ankylosing Spondylitis หรือโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด คือ โรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ทำให้มีอาการเจ็บปวด หรือรู้สึกว่ามีข้อติดแข็งตามร่างกาย เช่น บริเวณหลัง สะโพก หรือก้น ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคอย่างแน่ชัด จึงยังไม่มีวิธีใดรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ ซึ่ง Ankylosing Spondylitis เป็นโรคที่พบได้น้อย แต่อาจทำให้เกิดอาการอย่างเรื้อรังได้ ผู้ป่วยจึงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาบรรเทาอาการ เพราะหากปล่อยให้อาการทวีความรุนแรงขึ้น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้ผู้ป่วยพิการได้

อาการของโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการที่แตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งอาการของ Ankylosing Spondylitis มักเป็นอาการเรื้อรังที่ปรากฏนานร่วมเดือนหรือเป็นปี และอาการอาจแย่ลง ดีขึ้น หายดี หรือเป็น ๆ หาย ๆ ตามแต่ละบุคคล

โดยลักษณะอาการของ Ankylosing Spondylitis มีดังนี้

- ปวดหลังช่วงล่างและสะโพกร่วมกับอาการหลังตึงหรือรู้สึกยึดติดในบริเวณดังกล่าว ซึ่งอาจเกิดอาการต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป โดยผู้ป่วยอาจยังรู้สึกปวดหรือมีอาการข้อติดบริเวณอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น หลัง ก้น ข้อต่อไหล่ ข้อต่อระหว่างฐานกระดูกสันหลังกับกระดูกเชิงกราน กระดูกอ่อนระหว่างกระดูกหน้าอกและซี่โครง กระดูกสันหลังส่วนล่าง เส้นเอ็น และจุดยึดเส้นเอ็น เป็นต้น และอาการปวดหรือข้อติดมักเป็นมากในตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือเมื่ออยู่นิ่งเป็นเวลานาน แต่อาการดังกล่าวมักดีขึ้นได้ด้วยการออกกำลังกาย
- ปวดสะโพก และมีปัญหาเกี่ยวกับการเดิน
- ปวดส้นเท้าและฝ่าเท้า
- งอตัว ก้มตัว หรือโน้มตัวลำบาก
- ช่องทรวงอกแคบลงจากอาการข้อติด ซึ่งส่งผลให้เหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ
- ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการตาแดงและปวดตาร่วมด้วย

หากปรากฏอาการรุนแรงดังต่อไป ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ทันที

- ปวดหลังช่วงล่างมากขึ้น ปวดหลังนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
- รู้สึกข้อติดแข็งและปวดหลังมากหลังจากตื่นนอนตอนเช้า แต่ดีขึ้นเมื่อได้อาบน้ำอุ่น ขยับท่าทาง หรือออกกำลังกาย
- หายใจติดขัด หายใจเข้าลึก ๆ ลำบาก เพราะรู้สึกเจ็บปวดเมื่อหน้าอกขยาย
- เป็นไข้ ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด เหนื่อยล้ามาก หมดแรง
- ตาบวม แดง และปวด มองเห็นไม่ชัด และตาไวต่อแสง

สาเหตุของโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของ Ankylosing Spondylitis ได้ แต่คาดว่าโรคนี้อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น

- พันธุกรรม มักตรวจพบยีน HLA-B27 ในผู้ป่วย Ankylosing Spondylitis จึงคาดว่าอาจป่วยจากปัจจัยทางพันธุกรรมที่ส่งผ่านกันมาในครอบครัว แต่ผู้ที่มียีน HLA-B27 ก็อาจไม่ได้เป็นโรคนี้เสมอไป
- เพศ ผู้ชายมีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิง
- อายุ Ankylosing Spondylitis มักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือผู้ใหญ่ตอนต้น

การวินิจฉัยอาการของ Ankylosing Spondylitis
แพทย์อาจถามรายละเอียดเกี่ยวกับอาการปวดที่ปรากฏ เช่น ระยะเวลาหรือความรุนแรงของอาการ รวมถึงถามประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย และอาจวินิจฉัยอาการเพิ่มเติมด้วยวิธีดังต่อไปนี้

- การตรวจร่างกาย โดยให้ผู้ป่วยก้มหรือโน้มตัวไปในทิศทางต่าง ๆ เพื่อทดสอบช่วงการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง ซึ่งแพทย์อาจกดตามส่วนต่าง ๆ ของกระดูก และขยับขาของผู้ป่วยไปตามท่าทางต่าง ๆ เพื่อทดสอบอาการเจ็บปวด รวมถึงให้ผู้ป่วยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสังเกตถึงปัญหาในการขยายหน้าอก
- การตรวจจากภาพถ่าย อาจเป็นการเอกซเรย์เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลง การสึกหรอ หรือการอักเสบของข้อต่อและกระดูก รวมถึงการทำเอ็มอาร์ไอ (MRI Scan) โดยใช้คลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็กพลังงานสูงสร้างภาพกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนเพื่อหาการเกิด Ankylosing Spondylitis หรือปัญหาจากข้อต่ออื่น ๆ ที่ทำให้เจ็บปวดหรือรู้สึกถึงข้อติดแข็ง
- การตรวจเลือด เพื่อตรวจหาการอักเสบต่าง ๆ หรือตรวจหายีน HLA-B27 ที่เป็น 1 ในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคนี้

การรักษาโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
ยังไม่มีวิธีใดที่รักษาโรค Ankylosing Spondylitis ให้หายขาดหรือรักษาความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโรคนี้ได้ การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการที่ปรากฏ และป้องกันความพิการที่อาจเกิดขึ้นได้

โดยวิธีการรักษา Ankylosing Spondylitis มีดังนี้

1. การใช้อุณหภูมิบรรเทาอาการ การอาบน้ำอุ่นหรือการประคบร้อน จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและการติดแข็งบริเวณข้อต่อ ส่วนการประคบเย็นจะช่วยบรรเทาอาการบวม
2. การอยู่ในท่วงท่าที่เหมาะสม การจัดท่าทางเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาจเริ่มจัดโต๊ะทำงานหรือเก้าอี้นั่งให้อยู่ในระดับพอดี ไม่นั่งหลังค่อม นอนบนพื้นราบให้หลังตรงเป็นแนวระนาบ และหลีกเลี่ยงการนอนหนุนหมอนหลายใบ เพื่อไม่ให้คองอมาด้านหน้ามากเกินไป
3. การรักษาสุขภาพปอด การฝึกหายใจเป็นวิธีที่ช่วยดูแลการทำงานของปอด เนื่องจาก Ankylosing Spondylitis อาจส่งผลต่อกระดูกซี่โครงของผู้ป่วยจนทำให้ช่วงอกขยายได้ไม่เต็มที่ขณะหายใจ และควรเลิกสูบบุหรี่ด้วยเช่นกัน
4. การทำกายภาพบำบัด ปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อหาวิธีผ่อนคลายอาการปวดยึดตึงด้วยการยืดกล้ามเนื้อ การนวด การจัด ดัด ดึง หรือขยับข้อต่อส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวและบรรเทาอาการปวด
5. การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่เน้นบริเวณหลังและช่องท้อง การว่ายน้ำ และการปั่นจักรยาน เพื่อบรรเทาอาการปวด เพิ่มความแข็งแรงและสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย ทั้งยังเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวขยับท่าทางด้วย แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกดบริเวณหลังหรือกระดูกสันหลัง เช่น การวิ่งจ็อกกิ้ง หรือการกระโดด เป็นต้น
6. การรักษาด้วยยา รับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ยาไอบูโพรเฟน ยาอินโดเมทาซิน และยานาพรอกเซน เพื่อบรรเทาอาการปวด การอักเสบ และอาการติดแข็ง รับประทานยาลดปวด เช่น ยาพาราเซตามอล ยาซัลฟาซาลาซีน และยาเมโธเทรกเซท รวมถึงยาฉีดอื่น ๆ ในกลุ่มยายับยั้งทีเอ็นเอฟ (TNF Blockers) เช่น ยาอะดาลิมูแมบ ยาเซอร์โทลิซูแมบ ยาอินฟลิซิแมบ ยาโกลิมูแมบ และยาอีทาเนอร์เซ็บต์ เป็นต้น แต่ยาบางชนิดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น มีเลือดออกในทางเดินอาหาร ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรอย่างละเอียดก่อนใช้ยาทุกครั้ง
7. การผ่าตัด แพทย์อาจให้ผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดหากมีความเสียหายที่เส้นประสาทในกระดูกสันหลัง หรือบริเวณกระดูกสันหลังเสียหายอย่างรุนแรง แต่พบได้ไม่บ่อยนัก

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด

หากไม่รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา อาการที่ปรากฏอาจทวีความรุนแรงขึ้นจนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ เช่น

- การอักเสบบริเวณผนังชั้นกลางของลูกตา (Uveitis) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วย Ankylosing Spondylitis ซึ่งผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ทันทีหากสังเกตพบสัญญาณของการป่วย เช่น อาการปวดตากะทันหัน ตาไวต่อแสง และมองเห็นภาพไม่ชัด
- ปอดอักเสบและมีโรคปอดเรื้อรังจากเนื้อเยื่อปอดที่อักเสบและกลายเป็นพังผืด
- โรคไต
- ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ จากการอักเสบของเนื้อเยื่อหัวใจต่าง ๆ
- ปัญหาเกี่ยวกับกระดูก เช่น กระดูกสันหลังหัก กระดูกยุบตัว หรือโรคกระดูกพรุน รวมถึงอาการกระดูกสันหลังกดเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของทวารหนัก กระเพาะปัสสาวะ และขา จนอาจทำให้เกิดภาวะกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ ร่วมกับขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างมีอาการอ่อนแรง

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


222/7 ถ.อุตรกิต ต. ปากน้ำ
Krabi
81000

Krabi คลินิกอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
Sheva Yoga Studio : ชีวาโยคะ Sheva Yoga Studio : ชีวาโยคะ
515 Moo 2 Nuakhlong, Krabi, Thailand
Krabi, 81130

ชีวาโยคะ ... ธรรมดาแต่ดี " โยคะเพื่อชีวิต โยคะสำหรับทุกคน " Sheva Yoga,Simplify your life.

ธนาพรเภสัช Thanabhorn Pharmacy ธนาพรเภสัช Thanabhorn Pharmacy
289/26 Uttarakit Rd.,
Krabi, 81000

ศูนย์รวม ยา อุปกรณ์การแพทย์ วิตามิน อาหารเสริม เวชสำอาง นม และสมุนไพร ใจกลางเมืองกระบี่

Krabi bird nest Krabi bird nest
Krabi, 81000

Real bird nest รังนกแอ่นจากบ้านรังนกที่กระบี่ สนใจ0873882425

Krabi Meesuk Laboratory and Nursing กระบี่มีสุข แล็ Krabi Meesuk Laboratory and Nursing กระบี่มีสุข แล็
3 ถนน มหาราช ซอย 7
Krabi, 81000

Medical laboratory & Nursing Blood test กระบี่มีสุข แล็บ และการพยาบาล ตรวจเลือด บริการทางการแพทย์ #covid 19 test #โควิด 19

กู้ชีพ-กู้ภัย มูลนิธิประชาสั กู้ชีพ-กู้ภัย มูลนิธิประชาสั
ศูนย์กู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขเหนือคลอง จ.กระบี่
Krabi, 81130

Rescue-168.100 @ hotmail.com

Doctor Neung MAC Krabi School Doctor Neung MAC Krabi School
39-47 Maharaj Road Soi 4 Paknum
Krabi, 81000

คนไทยไป AEC Hello Asean เตรียมพร้อมต้อนรับการเปลี่ยนแปลง

สบู่นมแพะ สมุนไพร สบู่นมแพะ สมุนไพร
172/2 หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม
Krabi, 81120

Maharat Physioclinic, Krabi Maharat Physioclinic, Krabi
Soi Grand Village 2
Krabi, 81000

รับปรึกษา ตรวจ วินิจฉัย และรักษาทางกายภาพบำบัด

Somewhere Yoga Somewhere Yoga
Pacifico
Krabi, 1

Pop-up yoga classes for all levels of experience, see updates for information about when and where. Currently on Siargao, Philippines.

คลินิกเวชกรรมไทย รพ.สต.บ้านแ คลินิกเวชกรรมไทย รพ.สต.บ้านแ
87 ม.8 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง
Krabi, 81130

Palm lucky massage Palm lucky massage
199/11 อ่าวนางซอย 8 ตำบล อ่าวนาง อำเภออ่าวนาง
Krabi, 81180