Cinnamon Academy Culinary Arts School

Cinnamon Academy Culinary Arts School

Cinnamon Academy Culinary Arts School Thai and International Cuisine

07/09/2021

Did you know? 👨🏼‍🍳
ลวกผักอย่างมีชั้นเชิง ให้สีสวยน่ารับประทาน
.
.
“ผักลวก” เครื่องเคียงที่เหมาะกับการรับประทานคู่กับอาหารจานหลักต่าง ๆ และยังเป็นวัตถุดิบในการประกอบเมนูอาหารได้ทั่วโลก แม้ชื่อจะฟังดูเหมือนง่าย แต่การลวกผักให้ออกมาอร่อย สีสันน่ารับประทาน คงคุณค่าทางสารอาหารได้ครบถ้วน กลับเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเทคนิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกะเวลา การคุมอุณหภูมิของน้ำ รวมถึงการรู้ลักษณะของผักแต่ละชนิด
.
ซึ่งการลวกผักให้ออกมาเพอร์เฟกต์ หากคุณมีธุรกิจอาหารเป็นของตัวเอง นอกจากจะทำให้อาหารมีรสชาติอร่อย เพิ่มสีสันให้ดูน่ารับประทานมากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างมูลค่าให้ธุรกิจของคุณได้ด้วย เพราะเป็นการทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าคุณก็ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อย ๆ ในอาหารแต่ละจาน อย่างการนำผักมาประกอบอาหาร ทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจในความพิถีพิถัน จนนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจอาหารที่เพิ่มขึ้นได้ด้วย
.
แต่เทคนิคในการลวกผักอย่างมีชั้นเชิง ให้ผักทุกชิ้นออกมามีสีสันสวยงามน่ารับประทาน จะมีเทคนิคอะไรที่คุณต้องทราบบ้าง ?
.
อันดับแรก รู้จักชนิดของผักและระยะเวลาในการลวกผักแต่ละชนิดให้สุก
.
ผักแต่ละประเภทจะมีลักษณะ และระยะเวลาในการลวกให้สุก ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผักที่ใช้ระยะเวลาในการลวกน้อยที่สุด คือ ผักใบเขียว (เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ฯลฯ) เพียงแค่นำไปลวกในน้ำเดือด ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ก็ยกขึ้นมาสะเด็ดน้ำ พร้อมรับประทานได้เลย
.
ส่วนผักที่ต้องใช้ระยะเวลาในการลวกเพิ่มขึ้นมา ก็คือผักตระกูลหัว (เช่น แครอท บีทรูท หัวไชเท้า มันฝรั่ง ฯลฯ) ที่จะต้องต้มน้ำให้เดือดจัด แล้วปรับมาใช้ไฟอ่อน จากนั้นจึงใส่ผักตระกูลหัวต่าง ๆ ลงไป ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาด) ก็จะทำให้ผักเหล่านี้สุกกำลังดี มีรสชาติอร่อยและสารอาหารครบถ้วนเหมือนเดิม
.
ขั้นตอนต่อมาก็คือ การเรียนรู้วิธีลวกผักอย่างถูกวิธี
.
ตั้งแต่การล้างผักที่จะนำมาลวกให้สะอาด ยังไม่ต้องหั่น จากนั้นนำไปแช่น้ำที่ใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อขจัดสารเคมีที่ตกค้างอยู่บนผัก แช่ผักทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยนำมาหั่น เพื่อรักษาคุณค่าทางสารอาหารไว้ จากนั้นจึงนำลงไปลวก
.
ส่วนน้ำที่ใช้ในการลวก แนะนำว่าควรใส่น้ำปริมาณน้อยพอเอาให้ท่วมผักพอ ตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นใส่เกลือและน้ำมันพืชเล็กน้อยลงไปในน้ำ โดยเกลือจะช่วยทำให้ผักมีสีเขียวสด เหมาะสำหรับการลวกผักใบเขียว ส่วนน้ำมันพืช จะช่วยทำให้ผักมีความเงางาม สีสันสวยงามน่ารับประทาน
.
และจึงใส่ผักลงไปลวก โดยใช้เวลาลวกตามชนิดของผักต่าง ๆ เมื่อผักสุกเรียบร้อย ก็นำขึ้นมาแช่ไว้ในน้ำเย็นจัด วิธีจะช่วยทำให้ผักลวกของเรา ไม่เหี่ยวแห้ง ยังคงสีสันความสวยงามและรสชาติกรอบอร่อยเอาไว้แม้ทิ้งไว้นาน
.
ยกตัวอย่างผักที่นิยมนำมาลวก เพื่อรับประทานคู่กับน้ำพริกอย่าง มะเขือเปราะ และ กระเจี๊ยบ ที่แม้จะรับประทานคู่กันแต่ก็มีวิธีการลวกที่ไม่เหมือนกัน โดยการลวกมะเขือเปราะนั้น ต้องใส่มะเขือลงไปลวกทั้งลูกพร้อมกับน้ำที่ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วจึงตั้งไฟ รอให้น้ำเดือด แล้วค่อยตักออก วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อข้างในมะเขือเปราะไม่ดำ มีสีสันน่ารับประทาน
.
ส่วนกระเจี๊ยบ จะมีวิธีการลวกคล้ายผักใบเขียวอื่น ๆ คือใส่กระเจี๊ยบลงไปตอนน้ำเดือด (น้ำใส่เกลือเล็กน้อย) ลวกแค่ประมาณ 1 นาที แล้วจึงตักมาแช่ไว้ในน้ำเย็นเพียงเท่านี้กระเจี๊ยบก็จะมีสีสันเขียวสด รสชาติกรอบอร่อย ไม่มีเหี่ยวแน่นอน
.
แต่ทั้งนี้วิธีการลวกผัก ก็จะมีความแตกต่างกันออกไปตามเมนูที่คุณจะนำไปประกอบอาหารด้วย อย่างเช่น ผัดผัก ที่ใครหลายคนนำไปทำแล้วเกิดปัญหาผักเหี่ยว ไม่อร่อย ซึ่งความจริงแล้วเคล็ดลับอยู่ที่ การลวกผัก ตั้งแต่แรก ซึ่งต้องลวกผักให้พอตึง ๆ (สุกแค่ 50%-80%) เพราะเราต้องนำผักไปโดนความร้อนจากการผัดอีก
.
หรือจะลวกผักให้สุกไปเลย แล้วนำไปแช่น้ำเย็นจัดเพื่อล็อกความกรอบและรสชาติของผักเอาไว้ จากนั้นนำไปผัดต่อด้วยไฟกลางหรือเรียงลำดับชนิดของผักที่สุกยาก ๆ ลงไปผัดก่อนก็ได้เช่นกัน วิธีทั้งสองที่กล่าวมานี้จะช่วยให้เมนูผัดผักของคุณ ยังคงรสชาติ ความกรอบ และสีสันน่ารับประทานได้
.
ซึ่งการลวกผักแบบผิดวิธี หรือการให้ผักโดนความร้อนนานเกินไป นอกจากจะทำให้สีสันของผักเหี่ยวเฉา ไม่สดสวย ยังทำให้คุณค่าทางอาหารอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในผักแต่ละชนิดหายไปอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะลวกผักเพื่อ “รับประทานเอง” หรือ “ทำธุรกิจอาหาร” ก็ควรศึกษาวิธีลวกผักที่ถูกต้องเอาไว้เสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคทุกคน
.
หากท่านใดที่ต้องการเรียนรู้เทคนิคอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำอาหารที่ Cinnamon Academy สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ เรามีคอร์สสอนทำอาหารตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับเชฟมืออาชีพ รวมถึงคอร์สบริหารและจัดการความปลอดภัยสำหรับธุรกิจอาหาร มาตรฐานระดับฮาลาล พร้อมให้คุณได้เริ่มต้นศึกษาแล้ววันนี้

===========================
Cinnamon Academy Culinary Arts School
สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจอาหารมาตรฐานระดับโลก ภายใต้แก่นและหลักการฮาลาล สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้ไม่มีพื้นฐานการเข้าครัวก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ พร้อมรับใบประกาศนียบัตรเฉพาะทาง ตลอดจนการเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดเกี่ยวกับอาหารระดับสากล เพื่อปูเส้นทางเชฟมืออาชีพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารในอนาคต
ติดต่อสอบถามคอร์สเรียน >> https://bit.ly/3eb9hlT
หรือทักข้อความผ่าน INBOX 📩

Photos from Cinnamon Academy Culinary Arts School's post 31/08/2021

12 ส่วนผสมจากธรรมชาติ สรรพคุณเพียบ
ปรุงอาหารได้หลากหลาย 🥣
.
.
“เครื่องเทศ” และ “สมุนไพร” เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ทั่วโลกนิยมนำมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะใช้เพื่อเพิ่มกลิ่น ปรุงรส รวมไปถึงเพิ่มสีสันให้กับเมนูอาหาร ให้น่าทานมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่นี้ แต่เครื่องเทศและสมุนไพรนั้นยังมีประโยชน์มากมาย บางชนิดทานแล้วเป็นยา สามารถบำรุงร่างกาย และยังช่วยให้เจริญอาหารอีกด้วย
.
ซึ่งเครื่องเทศและสมุนไพรแต่ละชนิดก็ให้กลิ่น รสชาติและสรรพคุณที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจะมาแนะนำทุกท่านให้รู้จักกับ 12 ส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยสรรพคุณ 108 ประการ และปรุงอาหารได้หลากหลายชนิดจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันต่อได้เลย

=========================================
Cinnamon Academy Culinary Arts School
สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจอาหารมาตรฐานระดับโลก ภายใต้แก่นและหลักการฮาลาล สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้ไม่มีพื้นฐานการเข้าครัวก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ พร้อมรับใบประกาศนียบัตรเฉพาะทาง ตลอดจนการเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดเกี่ยวกับอาหารระดับสากล เพื่อปูเส้นทางเชฟมืออาชีพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารในอนาคต
ติดต่อสอบถามคอร์สเรียน >> https://bit.ly/3eb9hlT
หรือทักข้อความผ่าน INBOX 📩

30/08/2021

📌 ประกาศเลื่อนการไลฟ์ 📌
.
เนื่องจากมีเหตุขัดข้องทางเทคนิค
ทาง Cinnamon Academy จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนการไลฟ์ออกไปก่อน
แล้วจะทำการแจ้งให้ทุกท่านทราบกำหนดการไลฟ์ใหม่อีกครั้งทางหน้าเพจครับ
.
จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ
🙏

24/08/2021

ทำความรู้จัก HACCP มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารที่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเชฟทุกคนต้องรู้!
.
.
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญของผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญก็ต้องเป็นเรื่องของความสด สะอาด ปลอดภัยของอาหาร ในทุกกระบวนการขั้นตอนการผลิต คุณจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลของ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety)
.
ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน GMP ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ผู้ผลิตอาหารควรให้ความสำคัญ, มาตรฐาน HACCP ที่เน้นควบคุมดูแลตั้งแต่กระบวนการผลิตจนกระทั่งผลิตภัณฑ์ถึงมือผู้บริโภค หรือมาตรฐานระดับ ISO 22000 ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุด
.
สำหรับผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหารทุกประเภท รวมถึง “อาหารฮาลาล” ที่กำลังมีความต้องการที่จะขยายการเติบโตของธุรกิจไปสู่อีกระดับ เช่นต้องการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไปยังต่างประเทศ เครื่องหมายรับรองความปลอดภัย ที่จะเป็นเครื่องหมายการันตีมาตรฐานความสะอาดของขั้นตอนการผลิตถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ โดยเฉพาะมาตรฐาน HACCP
.
แล้ว HACCP คืออะไร?
.
HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) คือ สัญลักษณ์รับรองระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุมในขั้นตอนการผลิตอาหาร เพื่อเป็นมาตรฐานสากลในการส่งออกผลิตภัณฑ์ด้านอาหารไปทั่วโลก ที่ใช้รับรองว่าผลิตภัณฑ์อาหารของคุณมี ‘คุณภาพและความปลอดภัย’ ในทุกขั้นตอนการผลิต
.
ที่จะครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตจนผลิตภัณฑ์ถูกส่งถึงมือผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบที่ต้องมาจากแหล่งต้นน้ำของวัตถุดิบที่มีคุณภาพ, ขั้นตอนการผลิต ที่ต้องสะอาด ปลอดภัยถูกข้อกำหนดของอาหารฮาลาลทุกประการ ที่ปราศจากอันตรายจากสารเคมี สารปนเปื้อนทางชีวภาพใด ๆ รวมไปถึงการขนส่งและเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ก่อนถึงผู้บริโภคอย่างถูกวิธี
.
ซึ่งมาตรฐาน HACCP จะแตกต่างจากมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practices) ที่จะเน้นแค่เรื่องมาตรฐานของการผลิตอาหารแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุมเหมือนมาตรฐาน HACCP หรือเรียกว่า HACCP เป็นขั้นกว่าของ GMP ก็ว่าได้
.
โดยมาตรฐาน HACCP ถือเป็นมาตรฐานที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดีว่าอาหารฮาลาลนั้นมีเกณฑ์ของความสะอาดค่อนข้างสูงตั้งแต่เรื่องวัตถุดิบ เช่น ห้ามมีฮะรอม (ฮะรอม คือ สิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งต้องห้าม) ในขั้นตอนการผลิตอาหาร เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อว่าผลิตภัณฑ์อาหารของคุณนั้นปลอดภัย ถูกสุขอนามัยตามข้อกำหนดของฮาลาล 100%
.
สำหรับผู้ประกอบการอาหารฮาลาลท่านใดที่ต้องการทราบรายละเอียดของมาตรฐานความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่าง HACCP รวมถึงมาตรฐานอื่น ๆ ในการนำไปทำธุรกิจอาหารฮาลาลของคุณ สามารถปรึกษา Cinnamon Academy Culinary Arts School ได้แล้ววันนี้
.
เพราะที่ Cinnamon Academy Culinary Arts School เราไม่ได้สอนแค่การทำอาหารเท่านั้น แต่เรามีคอร์สเรียนการบริหารและจัดการความปลอดภัยสำหรับอาหารฮาลาลโดยตรง ปูเส้นทางสู่การเริ่มทำธุรกิจอาหารฮาลาลมาตรฐานระดับสากล

===========================
Cinnamon Academy Culinary Arts School
สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจอาหารมาตรฐานระดับโลก ภายใต้แก่นและหลักการฮาลาล สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้ไม่มีพื้นฐานการเข้าครัวก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ พร้อมรับใบประกาศนียบัตรเฉพาะทาง ตลอดจนการเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดเกี่ยวกับอาหารระดับสากล เพื่อปูเส้นทางเชฟมืออาชีพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารในอนาคต
ติดต่อสอบถามคอร์สเรียน >> https://bit.ly/3eb9hlT
หรือทักข้อความผ่าน INBOX 📩

17/08/2021

เปิดประวัติ ‘ติ่มซำ’ เมนู Touch The Heart จากเส้นทางสายไหม
.
.
‘ติ่มซำ’ หรือในภาษาจีนกลางเรียกว่า ‘เตี่ยนซิน’ (点心) ถือเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยของประเทศจีนที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ และเป็นที่นิยมในไทยเช่นกัน เพราะเป็นอาหารที่รับประทานง่าย อร่อยและมีครบทุกรสชาติ แต่กว่าจะได้ติ่มซำมาในแต่ละจานนั้น มีหลายขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างมาก ซึ่งติ่มซำมีต้นกำเนิดมาอย่างไร แล้วเดินทางจากประเทศจีนสู่เส้นทางสายไหมได้อย่างไร วันนี้เราจะพูดถึงประวัติของติ่มซำกัน
.
ต้นกำเนิดของติ่มซำสู่เส้นทางสายไหม
.
ติ่มซำ หรือเตี่ยนซิน (ภาษาจีนกลาง)​ มีต้นกำเนิดมาจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ซึ่งติ่มซำในภาษากวางตุ้ง แปลว่า “Touch the Heart” (สัมผัสถึงหัวใจ) เพราะเป็นการทำอาหารคำเล็กคำน้อยที่นอกจากจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังต้องใช้ความประณีตละเอียดอ่อนให้ติ่มซำออกมาสวยงาม น่าลิ้มลอง และอร่อย ดังนั้นหัวใจสำคัญในการทำติ่มซำให้อร่อยนั้น จะต้องใส่ใจลงไปกับติ่มซำทุกคำนั่นเอง
.
ซึ่งในสมัยก่อนนั้นมีตำนานเล่าเอาไว้ว่า ระหว่างทางของเส้นทางสายไหมนั้นจะมีสถานที่ไว้สำหรับแวะพักผ่อน ตลอดเส้นทางสายไหมจึงเต็มไปด้วยร้านค้า และมีร้านน้ำชา (Yum Cha) จำนวนมากเพื่อรอต้อนรับนักเดินทางอยู่เป็นประจำ ช่วงเวลาที่นักเดินทางแวะพักดื่มน้ำชานั้น ทางร้านต่างๆ จึงได้คิดอาหารทานเล่นเพื่อเอาไว้ทานคู่กัน ติ่มซำจึงถือกำเนิดขึ้นและด้วยความที่ทานง่ายบวกกับความแปลกใหม่ในรสชาติ ทำให้ในเวลาต่อมาติ่มซำจึงกลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก
.
วัฒนธรรมการทานติ่มซำ
.
วัฒนธรรมการทานติ่มซำนั้นก็มีหลักการเช่นกัน ในปัจจุบันติ่มซำยังเป็นอาหารที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมของชนชาติจีนในการรับรองต้อนรับเเขกบ้านเเขกเมือง ถือเป็นอีกประเพณีที่เมื่อต้องมีการเจรจาธุรกิจหรือเลี้ยงรับรองลูกค้า ซึ่งมารยาทในการทานติ่มซำที่ถูกต้องนั้น จะต้องค่อยๆ ทานทีละคำ พร้อมกับจิบน้ำชาร้อนๆ และระหว่างนั้นจะต้องพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบหรือเจรจาธุรกิจกันไปนั่นเอง
.
ความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์เมนูติ่มซำ
.
ติ่มซำเป็นเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยคำเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ นอกจากรูปลักษณ์ที่ต้องดึงดูดดูน่าทาน การทำติ่มซำให้อร่อยยังต้องใส่ใจในการปรุงทุกขั้นตอน ทั้งการปั้นแป้ง การเลือกวัตถุดิบ และการปรุง เชฟติ่มซำจะต้องไม่ปะปนกับเชฟทำอาหารทั่วไป และใช้เวลาฝึกฝนขัดเกลาฝีมือไม่น้อยกว่า 3 ปี
.
การเป็นเชฟติ่มซำนั้น จึงต้องอาศัยความชำนาญและพิถีพิถันเป็นอย่างมากในการทำ ยกตัวอย่างเช่น การทำซาลาเปา ทุกลูกจะต้องมีน้ำหนักเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นแป้งหรือไส้จะต้องชั่งน้ำหนักพอดีและปั้นให้ไส้อยู่ตรงกลาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ของเชฟแต่ละคนที่จะไปพลิกแพลงวัตถุดิบของตัวไส้กับแป้งให้รสชาติอร่อยและมีรูปลักษณ์ออกมาน่าทาน
.
อย่างไรก็ตามอาหารอย่างติ่มซำเอง ก็สามารถพลิกแพลงมาปรุงตามหลักอาหารฮาลาลได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องศึกษาการเตรียมความพร้อมในการประกอบอาหารตามขั้นตอนและหลักการฮาลาล ถึงจะสามารถทำติ่มซำแบบฮาลาลได้ หากท่านสนใจการปรุงอาหารฮาลาลตามหลักสากล สามารถปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Cinnamon Academy Culinary Arts School สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ การบริหารจัดการธุรกิจอาหาร ความปลอดภัยและความสะอาดเกี่ยวกับอาหาระดับสากล

===========================
Cinnamon Academy Culinary Arts School
สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจอาหารมาตรฐานระดับโลก ภายใต้แก่นและหลักการฮาลาล สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้ไม่มีพื้นฐานการเข้าครัวก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ พร้อมรับใบประกาศนียบัตรเฉพาะทาง ตลอดจนการเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดเกี่ยวกับอาหารระดับสากล เพื่อปูเส้นทางเชฟมืออาชีพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารในอนาคต
ติดต่อสอบถามคอร์สเรียน >> https://bit.ly/3eb9hlT
หรือทักข้อความผ่าน INBOX 📩

ผลิตภัณฑ์

Culinary Arts School

เว็บไซต์

ที่อยู่


Hat Yai
90110

บทเรียนทำอาหาร อื่นๆใน Hat Yai (แสดงผลทั้งหมด)
The Cakery - Homemade Bakery & Class The Cakery - Homemade Bakery & Class
ถนน ราษฎร์ยินดี
Hat Yai, 90110

Baking [email protected], Songkhla Bake to order homemade style