Field - feel

Field - feel

แชร์

Field - Feel Media Co., Ltd.
สื่อสาร สัมผัสสนาม ข้ามพรมแดน

ฟิล์ด - ฟิล มีเดีย (Field - Feel Co., Ltd.) เริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนสื่อ และนักเรียนมานุษยวิทยา ต้องการมีส่วนร่วมสื่อสารภายใต้แนวคิด "สัมผัสสนาม ข้ามพรมแดน เล่าเรื่องใหญ่ ผ่านมุมมองของคนตัวเล็ก ๆ" เพื่อบอกเล่าและขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรม ในระดับมหภาค ผ่านมุมมองจุลภาค ในแต่ละท้องถิ่น ตีแผ่ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ผ่านเรื่องราวสายตาของคนตัวเล็ก ๆ ฟิล์ด ฟิล มีเดีย มีเป้าหมายเพื่อพ

08/06/2026

เชื่อว่าหนอนหนังสือส่วนใหญ่คงเคยมีข้อสงสัยว่าบรรณารักษ์คือใคร ทำหน้าที่อะไร
“คนส่วนใหญ่มักมีภาพจำว่าบรรณารักษ์ทำงานแบบสโลว์ไลฟ์ เหมือนขลุกอยู่แต่ในห้องหนังสือซึ่งไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวันใช่ไหมคะ สำหรับที่นี่ด้วยความเป็นห้องสมุดศูนย์ฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือวิชาการทางมานุษยวิทยาด้วยแล้ว บรรณารักษ์เลยยิ่งต้องทำความเข้าใจหนังสือแต่ละเล่ม แล้วก็ต้องเอาข้อมูลแต่ละเล่มนั้นไปทำ Metadata ของหนังสือในระบบของห้องสมุด จากนั้นหนังสือก็ต้องถูกนำไปติดตั้งระบบที่ควบคุมความปลอดภัยป้องกันการขโมยอีก ในขณะเดียวกันพี่ๆ บรรณารักษ์ก็ยังมีงานที่ต้องทำประจำในแต่ละวันคือการอยู่ที่เคาน์เตอร์คอยให้บริการ” -จรรยา ยุทธพลนาวี
อ่าน ห้องสมุดยุคดิจิทัลกับการเรียนรู้เชิงรุก: คุยกับ จรรยา ยุทธพลนาวี ได้ที่ https://field-feel.com/digitallibraries-and-activelearning-with-janya
เรื่องโดย จิราพร แซ่เตียว, ภาพ จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์

05/06/2026

ตุ๊กตายางเจ้าแม่ เผยให้เห็นประเด็นสังคม การเมือง วัฒนธรรม ศาสนา สิ่งแวดล้อม เพศสถานะ เทคโนโลยี ความรัก ฯลฯ ที่นักเขียนต้องการสื่อสารไปยังผู้อ่านและเปิดพื้นที่ให้คิดตีความ วิเคราะห์บริบท เทคนิคการเขียน/การเล่าเรื่อง ในส่วนของนักแปลที่ใช้เวลาอยู่กับการแปล ตุ๊กตายางเจ้าแม่ เป็นเวลา 6 เดือนนั้น ย่อมมองนวนิยายเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกของคนนอกและคนกลางในการสื่อสารเพื่อให้งานเขียนตรงตามต้นฉบับอย่างสุดความสามารถ
บทบาทของผู้หญิง, s*x doll หุ่นยนต์ และเจ้าแม่ที่ผู้คนสักการะบูชาในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นอีกประเด็นที่ซ่อนระหว่างเรื่องให้ค้นพบเรื่องเพศสถานะ อำนาจ การต่อรอง การขัดขืน และปิตาธิปไตยก็ทำงานกับเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างไม่ลดละซึ่งหุ่นยนต์อย่างสามแสนคือตัวอย่าง
อ่าน จาก ตุ๊กตายางเจ้าแม่ ของ จเด็จ กำจรเดช สู่ S*x Doll Goddess หนังสือแปลเล่มแรกของ ฮันเตอร์ เธอร์รอน ได้ที่ https://field-feel.com/s*x-doll-goddess-bookreview
โดย นงค์ลักษณ์ บัทเลอร์ เรื่อง

03/06/2026

จากประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ความรักของหญิงรักหญิงนั้น เต็มไปด้วยพลวัต และร่องรอยของการปะทะช่วงชิง จากเงื่อนไขของสังคมที่ถูกกำกับด้วยแนวคิดเพศทวิลักษณ์ บรรทัดฐานรักต่างเพศ ค่านิยมปิตาธิปไตย และความเกลียดชังคนรักเพศเดียวกัน
ความรักของหญิงบางครั้งต้องผ่านช่วงเวลาที่ถูกกดปราบให้กลายเป็นเพียงความรักที่เป็นไปไม่ได้ และบางครั้งความรักนั้นพยายามดิ้นรนแสดงออกมา เพื่อให้สังคมได้ตระหนัก ว่ายังมีอีกแง่มุมอันงดงามและหลากหลายของความรักที่ควรจะได้รับคุณค่า
บทความชวนผู้อ่านร่วมต้อนรับวันแห่งความรัก ด้วยการย้อนไปสืบสาวพลวัต "ความรัก" ของหญิงรักหญิง ที่ถูกนิยามคุณค่าโดยสถาบันสำคัญทางสังคม อย่างสถาบันสื่อมวลชน และผันแปรไปตามบริบทความรู้ทางสังคมวัฒนธรรมแต่ละยุคแต่ละสมัย
ความรักโรแมนติกยังคงเป็นโฉมหน้าของบรรทัดฐานรักต่างเพศแบบปิตาธิปไตย ดังนั้น การที่คู่รักหญิงรักหญิงผนวกตนเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความรักโรแมนติกแบบหญิงชาย จึงนำไปสู่ความคาดหวังในการแสดงบทบาทของอีกฝ่ายให้เป็นไปตามบรรทัดฐานรักต่างเพศ เช่น ต้องมีฝ่ายหนึ่งที่เข้มแข็งกว่า คอยดูแลอีกฝ่าย หรือคอยทำงานหนัก ๆ พร้อม ๆ กับเกิดความคาดหวังในสายสัมพันธ์ว่าความรักจะต้องมั่นคงยืนยาว รักเดียวใจเดียวชั่วนิรันดร์ ท้ายที่สุดแล้ว ก็ย้อนกลับไปบั่นทอนความสัมพันธ์ของคู่รักหญิงรักหญิง
จึงไม่แปลกที่ในที่สุดแล้ว การแผ่อิทธิพลของทฤษฎีเควียร์และแนวคิดหลังสมัยใหม่ ทำให้แนวคิดความรักโรแมนติกที่มั่นคงถูกตั้งคำถามมากขึ้น หญิงรักหญิงบางส่วนอาจจะค้นพบว่าตนเองไม่จำเป็นจำต้องสวมบทบาทความเป็นหญิงและความเป็นชายที่ตายตัวในความสัมพันธ์ รวมถึงไม่จำเป็นจะต้องผนวกตนเองเข้ากับคุณค่าของรักโรแมนติกอย่างชายหญิง หากแต่สามารถที่จะแสวงหาและเรียนรู้ความรักครั้งใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ
อ่าน เรื่องรักของ “หญิงรักหญิง” ในประวัติศาสตร์ “สื่อไทย” ร่วมสมัย https://field-feel.com/thelovestoryofyingrakyinginthaimedia
โดย ณหทัย แสนมงคล

31/05/2026

“ในทางมานุษยวิทยา จริยศาสตร์ควรถูกมองว่าเป็นการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มากกว่าการตัดสินใจในสถานการณ์พิเศษเพียงไม่กี่ครั้ง การใช้ AI ซ้ำ ๆ ในงานประจำวัน เช่น การประเมินผลงาน การคัดเลือกคน การให้คะแนนนักเรียน หรือการจัดสรรทรัพยากร จะค่อย ๆ หล่อหลอมความคาดหวังและพฤติกรรมของผู้คน หากไม่มีพื้นที่ให้ตั้งคำถามหรือทบทวน เช่น การเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถโต้แย้งหรือขอให้ทบทวนผลลัพธ์ของระบบได้ การปฏิบัติเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นเรื่องปกติและพ้นจากการตรวจสอบทางจริยธรรมไปโดยปริยาย” วิสุทธิ์ เวชวราภรณ์ กล่าว
เราอยู่ในยุคสมัยที่ปัญญาประดิษฐ์สามารถผลิตซ้ำงานศิลปะ จำลองความรู้ และเนรมิตความจริง ขึ้นมาได้ภายในเสี้ยววินาที การมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้เพียงแค่ท้าทายว่าอะไรคือสิ่งจริงหรือสิ่งปลอม
ทว่ามันกำลังสั่นคลอนรากฐานความไว้วางใจในประสาทสัมผัสและสถาบันทางสังคมของมนุษย์ รื้อถอนและเปลือยให้เห็นว่า “ความจริงแท้” (Authenticity) และ “มนต์ขลัง” (Aura) ของต้นฉบับที่เราเคยยึดถือ แท้จริงแล้ว ไม่เคยตั้งอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยว แต่ถูกค้ำยันไว้ด้วยเงื่อนไขทางโครงสร้างและเครือข่ายความรับผิดชอบร่วมกันมาโดยตลอด
ท้ายที่สุด การรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธ AI หรือการดื้อแพ่งวิ่งหนีไปหาพื้นที่ปลอดเทคโนโลยีอันเพ้อฝัน แต่อยู่ที่การยอมรับร่วมกันว่า ชีวิตมีมิติที่ไม่สามารถและไม่สมควรถูกทำให้มีประสิทธิภาพได้ทั้งหมด ความเป็นมนุษย์สถิตอยู่ในพื้นที่แห่งความช้า ความลังเลใจ การประสานความผูกพัน และสำนึกความรับผิดชอบที่ไม่สามารถโยนให้ระบบอัตโนมัติใด ๆ แบกรับแทนได้
ความท้าทายในโลกปัจจุบันจึงคือการร่วมกันออกแบบโครงสร้างสถาบันและวัฒนธรรมทางสังคม ที่เปิดโอกาสให้มนุษย์สามารถปฏิเสธ ทบทวน หรือโต้แย้งระบบอัลกอริทึมได้จริง การอยู่รอดในยุคปัญญาประดิษฐ์จึงไม่ใช่การเร่งฝีเท้าเพื่อเอาชนะเครื่องจักร ทว่าคือการยืนหยัดโอบกอดความเปราะบางและความไม่แน่นอนของชีวิตเอาไว้ ในฐานะสิ่งเดียวที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่มีวันเลียนแบบได้สำเร็จ
อ่าน หรือคือกาลอวสาน ? : คุณค่าของศิลปะ ความจริง จริยธรรม และความเป็นมนุษย์ในยุค AI สัมภาษณ์ วิสุทธิ์ เวชวราภรณ์ ได้ที่ https://field-feel.com/art-truth-ethics-and-humanity-in-ai-visut
เรื่องโดย ณหทัย แสนมงคล
จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์: ภาพ

26/05/2026

"ลาบ" เป็นคำกริยา หมายถึง "การสับ" วัตถุดิบของลาบประกอบด้วยกระเทียม ข่า ตะไคร้ กะปิ มะเขือขื่น โขลกรวมกับพริกแห้งและเครื่องเทศ คือ ดีปลี ดอกจันทร์ ยี่หร่า พริกไทยดำ กระวาน มะแหลบ มะแขว่น และลูกผักชี ที่คั่วไฟแล้ว
ในหมู่คนไทยเองก็มักมีการเปรียบเทียบ 'ลาบ' จากภาคเหนือ และ 'ลาบอีสาน' เนื่องจากมีความคล้ายกันและใช้ชื่อร่วมกัน จนอาจจะเกิดความเห็นที่แตกต่างว่าลาบภาคไหนอร่อยกว่ากัน ลาบเหนือ หรือลาบเมืองแตกต่างจากลาบอีสานตรงเครื่องเทศที่ใช้
ลาบเมืองจะไม่ใส่มะนาว รสชาติจึงเน้นเผ็ดและมีกลิ่นเครื่องเทศเป็นหลัก และอีกด้านคือหน้าตาของลาบเหนือจะมีสีดำของพริกแห้งย่างไฟ ทำให้เรียกพริกลาบว่าพริกดำ เครื่องเทศเป็นวัตถุดิบหลักที่นำมาประกอบกันจนกลายเป็นพริกลาบ มีพืชชนิดหนึ่ง
ที่สำคัญในการทำลาบเหนือและอาหารล้านนาอื่น ๆ ลักษณะของมันที่สามารถมองเห็นได้คือ ผลเล็ก ๆ พวงสีเขียว แต่ที่คุ้นตาอาจจะอยู่ในสภาพที่แห้งแล้วจนสีออกแดงแห้ง ๆ หรือเราอาจเคยเห็นเมล็ดของมันบรรจุในแพ็ก ห่อขายในซูปเปอร์มาร์เก็ต พืชที่ว่าคือ 'มะแขว่น' มะแขว่นเป็นพืชที่พบมากในภาคเหนือของประเทศไทย พืชชนิดนี้ถูกนำมาตำเป็นน้ำพริกที่เรียกว่า 'เจียวมะแขว่น' ของชุมชนบ้านฝายมูล จังหวัดน่าน มะแขว่นมีสรรพคุณทางยาในการแก้วิงเวียนศีรษะ ลดความดัน เมล็ดและผลของมะแขว่นยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงพริกลาบของภาคเหนือที่สร้างเอกลักษณ์แก่ลาบเมือง
ลาบเมือง: The Speciality of Larp โดย ปิยเทพ ตันมหาสมุทร: เรื่อง, จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ : ภาพ อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://field-feel.com/local011

#สัมผัสล้านนา: สัมผัสรอยปะทะทางวัฒนธรรม ผ่านวิถีการกินของคนเมือง

24/05/2026

The Noise Village: จากถุงกล้วยแขก สู่ลานเซิ้งหน้ารถแห่” จากหนังสือ งัน: รถแห่ พรมแดนใหม่ ของความบันเทิงอีสาน
“The Noise Village” คำนี้มาจากอาจารย์อานันท์ นาคคง ผู้พยายามเปิดพรมแดนแง่มุมใหม่ของการศึกษาดนตรีในเชิงมานุษยวิทยา คำนี้สัมพันธ์กับเนื้อหาหลายตอนที่พวกเราได้นำมาเผยแพร่ในเพจและเว็บไซต์ฟีลด์ฟีลด์
บทสนทนาจะนำไปสู่การตั้งคำถามว่า การศึกษาดนตรีเปิดพื้นที่ทางสังคมให้เราได้สนทนาและรับฟังเสียงของผู้คนที่หลากหลายอย่างไร ความเป็นดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีตะวันตก ดนตรีสากล หรือกระทั่งพรมแดนระหว่างโลกกายภาพกับดิจิทัล จะพร่าเลือนและอยู่ร่วมกันได้อย่างไร มาร่วมตั้งคำถามกับ “ความเป็นน้อยส์” ของเสียงดนตรีในแต่ละมุมมอง
ส่วน นงค์ลักษณ์ บัทเลอร์ (ผู้ดำเนินรายการ) มีความเห็นว่า ความน่าตื่นเต้นประการหนึ่งของการอ่านหนังสือเล่มนี้ โดยเฉพาะหากคุณมีพื้นเพเป็นคนอีสาน ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงและเสมือนได้ร่วมกิจกรรม “งัน” ที่ไม่เงียบงัน
เพราะสิ่งที่เรียกว่า “แนวงัน” ของชาวอีสานนั้น เป็นมหรสพที่ปรากฏขึ้นทั้งในงานบุญและงานอวมงคล เนื้อหาแต่ละบทนำพาให้ย้อนกลับไปทบทวนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมดนตรีอีสาน ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยที่จะตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ และส่องมองการต่อรองอำนาจทางดนตรี ระหว่างดนตรีแบบจารีตกับดนตรีพื้นบ้าน/ท้องถิ่น/ชาวบ้าน
อ่านต่อที่ https://field-feel.com/esanpop-culture-rod-hae
ดนตรีทำงานกับสังคมได้อย่างหลากหลาย ไม่ได้มีเพียงมิติของความตลก สนุกสนาน หรือความม่วนซื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นสนามแห่งการต่อรองอำนาจในหลายรูปแบบ รวมถึงเป็นพื้นที่ทดลองสิ่งใหม่ ๆ ของวัยรุ่นหนุ่มสาว เราจึงชวน เขต PLERN VERN ผู้มีผลงานดนตรีอีสานแนวอิเล็กทรอนิกส์ มาร่วมเปิดประสบการณ์ทางเสียงกับผู้ฟังด้วย
อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. – 20.30 น. ณ Hope space💫 ธนบุรี 4 / BTS วงเวียนใหญ่
🔥ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://forms.gle/QdffTmEpqYXodUo47
จัดโดย field-feel, hope space และ สำนักพิมพ์ common books

22/05/2026

“พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นเหมือนห้องสมุด เป็นโรงเรียน และสำหรับผมแล้วพิพิธภัณฑ์เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวัฒนธรรมที่ชาวบ้านได้บอกเล่าเรื่องตัวเอง และเป็นพื้นที่ในการมีส่วนร่วมของพลเมืองในชุมชนจริงๆ” ทนงศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้เขายังเห็นว่าพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมีฟังก์ชันการทำงานสามารถแบ่งออกเป็นสามด้านหลักๆ คือ พื้นที่ความทรงจำ อาจจะมีการผลิตซ้ำข้อมูลในท้องถิ่นด้วยวิธีการต่างๆ เป็นพื้นที่ต่อรอง และเป็นพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ในการเล่าเรื่อง เพราะเรื่อง และการเลือกเรื่องที่จะเล่าก็เป็นสิ่งสำคัญ และสาม เป็นพื้นที่ที่ใช้ในการขับเคลื่อนประเด็นสังคม ชุมชน เศรษฐกิจ หรือเรื่องของการเรียนรู้การศึกษา
แม้ว่าพิพิธภัณฑ์จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของความทรงจำร่วม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในชุมชนจะมีสิทธิหรือมีพื้นที่อย่างเท่าเทียมกันในการกำหนดและนำเสนอเรื่องเล่าของตนเอง ประเด็นเช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไปในการทำงานท้องถิ่น ไม่ว่าจะในระดับการจัดการพิพิธภัณฑ์ หรือภาพแทนของการนำเสนอประวัติศาสตร์ท้องถิ่นด้วย ซึ่งมักมีเรื่องเล่าที่มีเส้นเรื่องหลักจากการถูกขับเน้นผ่านผู้เล่าหลักเพียงบางคน เพื่อใช้แทนภาพรวมของชุมชนทั้งหมด
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจึงเป็นพื้นที่ของการต่อรอง การปรับตัว และการประสานความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนกับผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมจากภายนอก ความรู้ที่ไหลเวียนอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจะถือเป็นคลังความรู้ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของสังคม เพราะปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นอย่างหลากหลายทั่วประเทศ และวัดเองก็ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน ทั้งในการโอบอุ้มผู้คนภายใน และเปิดรับผู้คนจากภายนอกให้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกันต่อไป
อ่าน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น: พื้นที่ของความทรงจำชุมชน คุยกับทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล ได้ที่ https://field-feel.com/local-museum-interview-thanongsak
จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ : เรื่องและภาพ

20/05/2026

ที่รัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีประชากรชาวไทดำอาศัยอยู่หนาแน่น คนกลุ่มนี้เป็นผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองในลาวช่วงปี 1975 สืบเนื่องมาจากสงครามระหว่างฝรั่งเศสและเวียดมินห์ในเขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามช่วงกลางทศวรรษ 1945 - กลางทศวรรษ 1950 (ที่มีการรบที่เมืองเดียนเบียนฟูในปี 1953-1954 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ)
ต่อมาในภายหลังชาวไทดำพลัดถิ่นกลุ่มนี้ได้รวมกลุ่มกันกลายเป็นชุมชนที่มั่นคงและสามัคคี พวกเขายังได้รวมกับชาวอเมริกันก่อตั้ง “ꪚꪮ꪿ꪙ ꪶꪁꪰꪙ ꪵꪮꪚ ꪹꪋꪰ ꪎꪱꪥ ꪺꪕ” (บ่อนโค้นแอบเจื้อสายไท) หรือศูนย์ไทศึกษา (Tai Studies Center-TSC) ขึ้นในปี 1984 เพื่อช่วยธำรงรักษาอัตลักษณ์ไทดำและดูแลชาวไทดำพลัดถิ่นในต่างประเทศ
“คนไทไร้ดินอยู่” เป็นสารคดียาวประมาณ 28 นาทีตามข้อมูลของศูนย์ไทศึกษา หรือประมาณ 25 นาทีตามที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ สารคดีนี้จัดทำขึ้นโดยศูนย์ไทศึกษา
สารคดีจบลงด้วยการตอบคำถามเบื้องต้นว่า สิ่งที่ชาวไทดำได้รับจากฝรั่งเศสและเวียดนามคือ การที่ต้องพลัดพรากออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน (เบ่ามีบ่อนจิ กินดินจิอยู่ - ไร้ที่จะกินอดินจะอยู่) และผู้บรรยายก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ไม่ลืมชาวไทดำ พร้อมทั้งอวยพรให้ทุกท่าน (รวมทั้งชาวไทดำ) มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนยาว และได้กลับคืนไปยังดินแดนไทของคนไท
อ่าน คนไทไร้ดินอยู่: เรื่องเล่าจากความทรงจำของชาวไทดำพลัดถิ่นในรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา ได้ที่ https://field-feel.com/the-tai-dam-displaced-in-lowa-usa
เรื่องโดย ธนกร การิสุข

18/05/2026

field-feel, hope space และ สำนักพิมพ์ common books จัดเสวนาหัวข้อ
“The Noise Village: จากถุงกล้วยแขก สู่ลานเซิ้งหน้ารถแห่” จากหนังสือ งัน: รถแห่ พรมแดนใหม่ ของความบันเทิงอีสาน
ดนตรีอีสานดำรงตนอยู่ในวัฒนธรรมร่วมสมัยในมิติใดบ้าง อยู่ในที่ทางแบบใด วันนี้ชวนสนทนาและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การฟังจากผู้เชี่ยวชาญและศิลปิน นักปฏิบัติการทางดนตรี
🔥 ผู้ร่วมสนทนา ได้แก่ อาจารย์ อานันท์ นาคคง คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ Hope space/field-feel และ นงค์ลักษณ์ บัทเลอร์ สื่ออิสระ (ดำเนินรายการ)
🎧🎼เปิดแผ่นเสียงหมอลำโดย เขต PLERN VERN
ผลงานล่าสุดของเขา https://www.youtube.com/watch?v=lcqpayDs-wY...
💥ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://forms.gle/QdffTmEpqYXodUo47
📌อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. – 20.30 น. ณ Hope space ธนบุรี 4 / BTS วงเวียนใหญ่
🅿️สำหรับท่านที่นำรถยนต์มา สามารถจอดรถได้ที่จอดรถเอกชน (60 บาท/ วัน)
https://maps.app.goo.gl/4Z9s5NZ165DyPtUq8

17/05/2026

คุยเรื่อง (ไม่) สามัญ... ผ่านบันทึกจากสนาม
ตอนที่ 5 สันติภาพฉบับสามัญชน (เมื่อรัฐพึ่งไม่ได้)

19 ปี กับงบประมาณเกือบ 5 แสนล้านบาทที่หายไปในไฟใต้... แต่ทำไมเรายังต้องมีชีวิตอยู่บนความหวาดระแวง

Ground Theory สามัญวิทยา EP นี้ จะพาทุกคนไปแกะรอยรหัสลับของ 'คนตัวเล็ก' ที่รัฐมองไม่เห็น ชำแหละแนวคิด 'สันติทวิกวาร' หรือสันติภาพฉบับสามัญชน กับ อาจารย์เล็ก งามศุกร์ จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
ฟังฉบับเต็มได้ที่
Youtube: https://youtu.be/IlCDgIm4EA4
Spotify: https://open.spotify.com/episode/69wPui8UzwX6dneyWudyTy
ดำเนินรายการ โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่
♦️ YouTube : Field - Feel
♦️ Facebook : Field - Feel
♦️ Spotify : Grounded Theory สามัญวิทยา
เพราะไม่มีเรื่องไหนที่เล็กเกินกว่าจะขยี้ 🔥
#สามัญวิทยา #มานุษยวิทยา

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Chiang Mai?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

ฟิลด์/ฟิล มีเดีย (Field/Feel Media Co. , Ltd)
Chiang Mai
50180