สนง.กฎหมาย จิณณะ นาคสุขุม

สนง.กฎหมาย จิณณะ นาคสุขุม

ตำแหน่งใกล้เคียง การปฏิบัติตามกฎหมาย

Myanmar Consulate-General,Chiang Mai
Myanmar Consulate-General,Chiang Mai
9/4 Maneenopporat Soi 3,Sriphum,A.Mueang Chiang Mai
ทนายความจังหวัดลำพูน Lamphun lawyer
ทนายความจังหวัดลำพูน Lamphun lawyer
สำนักงานใหญ่ เลขที่ ๒๒ อาคารเค ซอยสุขุมวิท ๓๕ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเห, Bangkok
ElephantDreamValley
ElephantDreamValley
50100
ซื้อขาย บ้านที่ดิน เชียงใหม่
ซื้อขาย บ้านที่ดิน เชียงใหม่
Chiangmai
สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงให
สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงให
169 ถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
สำนักกฎหมาย นิติรัฐ ทนายความ
สำนักกฎหมาย นิติรัฐ ทนายความ
50000
Get Ticket Seller Co.,LTD - เก็ทคนขายตั๋ว
Get Ticket Seller Co.,LTD - เก็ทคนขายตั๋ว
Nim Space เลขที่ 44, 1-2 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
Visa Protection Services
Visa Protection Services
43 Nimmana Haeminda Rd 17
Legally Married in Thailand
Legally Married in Thailand
Head Office 61-65 Wualai Road, Muang Chiang Mai
ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิ
ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิ
199/332 ม.2 หมู่บ้านสวนนนทร ซ.7/2 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
สำนักงาน นพนภัส ทนายความเชีย
สำนักงาน นพนภัส ทนายความเชีย
227/74 หมู่ 7 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
Minimal cafe at มาลินพลาซ่า
Minimal cafe at มาลินพลาซ่า
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มคร
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มคร
ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ชั้น 2 ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก, Amphoe Muang Chiang Mai
เชียงใหม่ MRI
เชียงใหม่ MRI
ทางหลวง ชนบท ชม. 3029
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่ว
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่ว
ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ อาคารรวงผึ้ง 2 (เข้า, Amphoe Muang Chiang Mai

ความคิดเห็น

สวัสดีวันอาทิตย์ อ่านแล้วก็น่าเห็นใจพนักงานสอบสวนนะครับ😷
พ่อแม่พี่น้อง ชาวอำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย วันที่ 24 มีนาคม 2562 เข้าคูหา กาเบอร์ซาว นะครับ ทนายโด่ง ขออาสาเป็นตัวแทนของทุกท่านครับ 😀😀

ให้คำปรึกษาข้อกฎหมายและรับว่าความ?

เปิดเหมือนปกติ

24/09/2021

🚗กรณี ผ่อนรถยนต์ไม่ไหวแล้วนำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์ และไฟแนนซ์ยินดีรับรถยนต์คืน ถือว่าทั้งสองฝ่ายบอกเลิกสัญญาโดยปริยาย ผู้เช่าซื้อ ไม่ต้องจ่ายเงินค่าส่วนต่าง🚕คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2330/2558
สัญญาเช่าซื้อข้อ 12 กำหนดว่า หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดใดงวดหนึ่งก็ดี ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อได้กลับเข้าครอบครองทรัพย์ที่เช่าซื้อและ/หรือบอกเลิกสัญญาได้ทันที ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ 2 โจทก์จึงมีสิทธิดำเนินการตามข้อสัญญาดังกล่าว แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์รับชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ 3 และงวดที่ 4 แสดงว่าโจทก์สละสิทธิตามข้อสัญญานี้ หนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ไม่ถือเป็นหนังสือบอกเลิกสัญญา และยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญา ดังนั้น สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ยังมีผลผูกพันอยู่ การที่ ช. ผู้รับจ้างในการติดตามรถที่เช่าซื้อรถของโจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโดยจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้ง พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายในวันที่ยึดรถที่เช่าซื้อคืน คู่สัญญาจึงไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาอีกต่อไป โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าขาดราคาส่วนที่ขายทรัพย์ที่เช่าซื้อไป หรือราคาทรัพย์ที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาข้อ 15 ซึ่งระงับไปแล้วไม่ได้ แม้จำเลยทั้งสี่จะมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
อนึ่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 50,987.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 260,987.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง จำเลยทั้งสี่ฎีกาขอให้พิพากษาตามศาลชั้นต้น ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาจึงต้องหักต้นเงิน 50,987.20 บาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระแก่โจทก์ออก ที่จำเลยทั้งสี่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในทุนทรัพย์ 260,987.20 บาท เป็นการชำระค่าขึ้นศาลเกินมา ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินมาแก่จำเลยทั้งสี่🚎
ที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

🚗กรณี ผ่อนรถยนต์ไม่ไหวแล้วนำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์ และไฟแนนซ์ยินดีรับรถยนต์คืน ถือว่าทั้งสองฝ่ายบอกเลิกสัญญาโดยปริยาย ผู้เช่าซื้อ ไม่ต้องจ่ายเงินค่าส่วนต่าง🚕คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2330/2558
สัญญาเช่าซื้อข้อ 12 กำหนดว่า หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดใดงวดหนึ่งก็ดี ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อได้กลับเข้าครอบครองทรัพย์ที่เช่าซื้อและ/หรือบอกเลิกสัญญาได้ทันที ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ 2 โจทก์จึงมีสิทธิดำเนินการตามข้อสัญญาดังกล่าว แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์รับชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ 3 และงวดที่ 4 แสดงว่าโจทก์สละสิทธิตามข้อสัญญานี้ หนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ไม่ถือเป็นหนังสือบอกเลิกสัญญา และยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญา ดังนั้น สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ยังมีผลผูกพันอยู่ การที่ ช. ผู้รับจ้างในการติดตามรถที่เช่าซื้อรถของโจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโดยจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้ง พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายในวันที่ยึดรถที่เช่าซื้อคืน คู่สัญญาจึงไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาอีกต่อไป โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าขาดราคาส่วนที่ขายทรัพย์ที่เช่าซื้อไป หรือราคาทรัพย์ที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาข้อ 15 ซึ่งระงับไปแล้วไม่ได้ แม้จำเลยทั้งสี่จะมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
อนึ่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 50,987.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 260,987.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง จำเลยทั้งสี่ฎีกาขอให้พิพากษาตามศาลชั้นต้น ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาจึงต้องหักต้นเงิน 50,987.20 บาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระแก่โจทก์ออก ที่จำเลยทั้งสี่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในทุนทรัพย์ 260,987.20 บาท เป็นการชำระค่าขึ้นศาลเกินมา ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินมาแก่จำเลยทั้งสี่🚎
ที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

21/08/2021

เมื่อที่ดินซึ่งมิใช่โฉนดที่ดิน ถูกแย่งการครอบครอง
ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1375 มีสารสำคัญดังนี้ "ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่าซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองได้
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5697/2553
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป และมาตรา 1375 วรรคสอง การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ในกรณีเช่นนี้จะถือว่าจำเลยทั้งสองได้แย่งการครอบครองก็ต่อเมื่อได้เปลี่ยนลักษณะการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังโจทก์ผู้ครอบครองว่า ตนไม่มีเจตนาจะยึดถือที่ดินพิพาทแทนโจทก์ต่อไป ดังนั้น การที่ก่อนปี 2539 ระหว่างแนวเขตที่ดินพิพาทมีการปลูกต้นยูคาลิปตัสและนาย จ. บอกฝ่ายจำเลยให้รื้อถอนต้นยูคาลิปตัสกับรั้วลวดหนามออก ไม่ใช่การบอกล่าวเปลี่ยนลักษณะการยึดถือไปยังโจทก์ จึงไม่เป็นการแย่งการครอบครอง แต่เมื่อประมาณกลางเดือนมกราคม 2541 จำเลยทั้งสองได้ทำรั้วลวดหนามอ้างว่าทำขึ้นทดแทนรั้วเดิมซึ่งทรุดโทรมไปแล้วและโจทก์เห็นว่ารั้วดังกล่าวสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ จึงมีการเจรจากับจำเลยทั้งสองให้รื้อรั้วออกไป แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอม ต่อมาโจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้บอกกล่าวไปยังโจทก์ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมกราคม 2541 แล้วว่าได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือจากการยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์เป็นการยึดถือครอบครองเพื่อตนเองซึ่งเข้าลักษณะแย่งการครอบครอง เมื่อโจทก์ได้ฟ้องคดีนี้เพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2542 จึงเป็นการฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองแล้ว จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์และต้องรับผิดชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์...

เมื่อที่ดินซึ่งมิใช่โฉนดที่ดิน ถูกแย่งการครอบครอง
ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1375 มีสารสำคัญดังนี้ "ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่าซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองได้
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5697/2553
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป และมาตรา 1375 วรรคสอง การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ในกรณีเช่นนี้จะถือว่าจำเลยทั้งสองได้แย่งการครอบครองก็ต่อเมื่อได้เปลี่ยนลักษณะการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังโจทก์ผู้ครอบครองว่า ตนไม่มีเจตนาจะยึดถือที่ดินพิพาทแทนโจทก์ต่อไป ดังนั้น การที่ก่อนปี 2539 ระหว่างแนวเขตที่ดินพิพาทมีการปลูกต้นยูคาลิปตัสและนาย จ. บอกฝ่ายจำเลยให้รื้อถอนต้นยูคาลิปตัสกับรั้วลวดหนามออก ไม่ใช่การบอกล่าวเปลี่ยนลักษณะการยึดถือไปยังโจทก์ จึงไม่เป็นการแย่งการครอบครอง แต่เมื่อประมาณกลางเดือนมกราคม 2541 จำเลยทั้งสองได้ทำรั้วลวดหนามอ้างว่าทำขึ้นทดแทนรั้วเดิมซึ่งทรุดโทรมไปแล้วและโจทก์เห็นว่ารั้วดังกล่าวสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ จึงมีการเจรจากับจำเลยทั้งสองให้รื้อรั้วออกไป แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอม ต่อมาโจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้บอกกล่าวไปยังโจทก์ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมกราคม 2541 แล้วว่าได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือจากการยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์เป็นการยึดถือครอบครองเพื่อตนเองซึ่งเข้าลักษณะแย่งการครอบครอง เมื่อโจทก์ได้ฟ้องคดีนี้เพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2542 จึงเป็นการฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองแล้ว จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์และต้องรับผิดชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์...

15/08/2021

เมื่อรถยนต์สูญหาย สัญญาเช่าซื้อ ระงับ คือสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกัน
🙌ป.พ.พ.มาตรา 567 ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปทั้งหมดไซร้ ท่านว่าสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วย
🙌ศาลฎีกา ได้วินิจฉัยตาม คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 5819/2550 เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปนับแต่วันที่รถยนต์สูญหายตาม ป.พ.พ. มาตรา 567 จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ แต่เมื่อปรากฏข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อว่าในกรณีที่รถยนต์นั้นสูญหายผู้เช่าจะยอมชดใช้ค่ารถยนต์เป็นเงินจำนวนเท่ากับค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือที่ผู้เช่าจะต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อทันที ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ตกลงจะชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์กรณีนี้ไว้ด้วย อันเป็นการกำหนดความรับผิดในการที่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ล่วงหน้า มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับซึ่งหากสูงเกินส่วนศาลชอบที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคแรก ส่วนค่าขาดประโยชน์นั้นเมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปเป็นเหตุให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกันแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
ที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เมื่อรถยนต์สูญหาย สัญญาเช่าซื้อ ระงับ คือสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกัน
🙌ป.พ.พ.มาตรา 567 ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปทั้งหมดไซร้ ท่านว่าสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วย
🙌ศาลฎีกา ได้วินิจฉัยตาม คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 5819/2550 เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปนับแต่วันที่รถยนต์สูญหายตาม ป.พ.พ. มาตรา 567 จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ แต่เมื่อปรากฏข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อว่าในกรณีที่รถยนต์นั้นสูญหายผู้เช่าจะยอมชดใช้ค่ารถยนต์เป็นเงินจำนวนเท่ากับค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือที่ผู้เช่าจะต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อทันที ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ตกลงจะชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์กรณีนี้ไว้ด้วย อันเป็นการกำหนดความรับผิดในการที่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ล่วงหน้า มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับซึ่งหากสูงเกินส่วนศาลชอบที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคแรก ส่วนค่าขาดประโยชน์นั้นเมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปเป็นเหตุให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกันแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
ที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

12/08/2021

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564
ฑีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี
ถวายพระพรชัยมงคล
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ทรงพระเกษมสำราญมีพลานามัย สมบูรณ์ แข็งแรง เป็นพระมิ่งขวัญพสกนิกรปวงชนชาวไทยตลอดกาลตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายจิณณะ นาคสุขุม

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564
ฑีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี
ถวายพระพรชัยมงคล
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ทรงพระเกษมสำราญมีพลานามัย สมบูรณ์ แข็งแรง เป็นพระมิ่งขวัญพสกนิกรปวงชนชาวไทยตลอดกาลตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายจิณณะ นาคสุขุม

07/08/2021

7 สิงหาคม วันรพี
“เอ็งกินเหล้า เมายา ไม่ว่าหรอก
แต่อย่าออก นอกทางไป ให้เสียผล
จงอย่ากิน สินบาท คาดสินบน
เรามันชน ชั้นปัญญา ตุลาการ”

7 สิงหาคม วันรพี
“เอ็งกินเหล้า เมายา ไม่ว่าหรอก
แต่อย่าออก นอกทางไป ให้เสียผล
จงอย่ากิน สินบาท คาดสินบน
เรามันชน ชั้นปัญญา ตุลาการ”

28/07/2021

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

09/04/2021

😊ผู้ค้ำประกันตาย ขณะที่ลูกหนี้ยังไม่ผิดนัด ความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ตกทอดกับทายาทผู้ตายครับ😊
คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 1268/2555
ค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันหาได้มีหนี้ที่จะต้องปฏิบัติต่อเจ้าหนี้โดยอาศัยความสามารถหรือคุณสมบัติบางอย่างซึ่งต้องกระทำเป็นการเฉพาะตัวไม่ ผู้ค้ำประกันมีความผูกพันต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้อันเป็นความผูกพันในทางทรัพย์สินเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เมื่อ พ. ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้อันสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคหนึ่ง แม้ขณะที่ พ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ผู้กู้ยังไม่ผิดสัญญาหรือผิดนัดก็ตาม สัญญาค้ำประกันก็หาได้ระงับไปเพราะความตายของ พ. ไม่ สิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ตามสัญญาค้ำประกันที่ พ. ทำกับโจทก์จึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600

😊ผู้ค้ำประกันตาย ขณะที่ลูกหนี้ยังไม่ผิดนัด ความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ตกทอดกับทายาทผู้ตายครับ😊
คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 1268/2555
ค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันหาได้มีหนี้ที่จะต้องปฏิบัติต่อเจ้าหนี้โดยอาศัยความสามารถหรือคุณสมบัติบางอย่างซึ่งต้องกระทำเป็นการเฉพาะตัวไม่ ผู้ค้ำประกันมีความผูกพันต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้อันเป็นความผูกพันในทางทรัพย์สินเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เมื่อ พ. ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้อันสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคหนึ่ง แม้ขณะที่ พ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ผู้กู้ยังไม่ผิดสัญญาหรือผิดนัดก็ตาม สัญญาค้ำประกันก็หาได้ระงับไปเพราะความตายของ พ. ไม่ สิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ตามสัญญาค้ำประกันที่ พ. ทำกับโจทก์จึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600

13/03/2021

ว่าด้วยเรื่อง "แจ้งตวามเท็จ" ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 137 "ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
มาตาม 172 "ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
มาตรา 173 "ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5236/2549 “ข้อความที่จำเลยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตรงตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยแจ้งความตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ส่วนการกระทำของโจทก์ทั้งสองจะเป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่จำเลยแจ้งหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะการแจ้งข้อความย่อมหมายถึงแจ้งเฉพาะข้อเท็จจริงไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย แม้ต่อมาพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองตามที่จำเลยแจ้งและพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีโจทก์ทั้งสองก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งนั้นเป็นความเท็จ” และ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3383/2541 "การที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และ 174 นอกจากจะต้องแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อแกล้งให้ ผู้อื่นต้องรับโทษแล้ว ผู้กระทำจะต้องรู้ว่าข้อความที่ แจ้งนั้นเป็นเท็จด้วย จำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยมีเหตุการณ์ทำให้จำเลยเข้าใจว่าต้องดำเนินคดีแก่โจทก์ ส่วนการจะตั้งข้อหาดำเนินคดีแก่โจทก์หรือไม่ ก็เป็นอำนาจ หน้าที่ของพนักงานสอบสวน หาได้เกิดจากการกระทำของจำเลย โดยตรง กรณียังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความ อันเป็นเท็จดังกล่าว"
#ข้อความที่แจ้งต่อเจ้าพนักงานอันจะเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จได้นั้น จึงต้องพิจารณาจาก “ข้อเท็จจริง” เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย
จากหนังสือคำอธิบาย ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ ได้อธิบายไว้ว่า องค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งของความผิดฐานนี้คือ “ข้อความอันเป็นเท็จ” ซึ่งหมายความว่า เป็นข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง กล่าวคือข้อความนั้นจะต้องเป็นข้อจริงเท็จจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีตหรือปัจจุบัน ไม่เกี่ยวกับเรื่องในอนาคต

ว่าด้วยเรื่อง "แจ้งตวามเท็จ" ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 137 "ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
มาตาม 172 "ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
มาตรา 173 "ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5236/2549 “ข้อความที่จำเลยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตรงตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยแจ้งความตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ส่วนการกระทำของโจทก์ทั้งสองจะเป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่จำเลยแจ้งหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะการแจ้งข้อความย่อมหมายถึงแจ้งเฉพาะข้อเท็จจริงไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย แม้ต่อมาพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองตามที่จำเลยแจ้งและพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีโจทก์ทั้งสองก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งนั้นเป็นความเท็จ” และ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3383/2541 "การที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และ 174 นอกจากจะต้องแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อแกล้งให้ ผู้อื่นต้องรับโทษแล้ว ผู้กระทำจะต้องรู้ว่าข้อความที่ แจ้งนั้นเป็นเท็จด้วย จำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยมีเหตุการณ์ทำให้จำเลยเข้าใจว่าต้องดำเนินคดีแก่โจทก์ ส่วนการจะตั้งข้อหาดำเนินคดีแก่โจทก์หรือไม่ ก็เป็นอำนาจ หน้าที่ของพนักงานสอบสวน หาได้เกิดจากการกระทำของจำเลย โดยตรง กรณียังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความ อันเป็นเท็จดังกล่าว"
#ข้อความที่แจ้งต่อเจ้าพนักงานอันจะเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จได้นั้น จึงต้องพิจารณาจาก “ข้อเท็จจริง” เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย
จากหนังสือคำอธิบาย ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ ได้อธิบายไว้ว่า องค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งของความผิดฐานนี้คือ “ข้อความอันเป็นเท็จ” ซึ่งหมายความว่า เป็นข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง กล่าวคือข้อความนั้นจะต้องเป็นข้อจริงเท็จจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีตหรือปัจจุบัน ไม่เกี่ยวกับเรื่องในอนาคต

24/12/2020

😀 ก่อนตาย ผู้ตายเป็นบุตรนอกสมรสของบิดา ซึ่งบิดาอยู่กินกันฉันสามีภรรยากับมารดาผู้ตาย ภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตาย บิดาและมารดา จดทะเบียนสมรสกัน
ผู้ตายย่อมเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาตั้งแต่วันที่ผู้ตายเกิดแล้ว และบิดาก็มีสิทธิเรียกค่ขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูจากผู้กระทำละเมิดหรือบริษัทประกันภัยได้ แล้วแต่กรณี ..😀
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6436/2562
ขณะเกิดเหตุละเมิด จ. ผู้ตาย เป็นบุตรนอกสมรสของผู้คัดค้านซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยากับ ค. มารดาของผู้ตาย หลังจาก จ. ถึงแก่ความตาย ผู้คัดค้านได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้ตาย เป็นผลให้ จ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้คัดค้านกับมารดาของผู้ตาย ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1557 บัญญัติให้การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวมีผลนับแต่วันที่เด็กเกิด ดังนั้น แม้เหตุละเมิดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2559 ขณะนั้น จ. มีอายุ 21 ปีเศษ และถึงแก่ความตายไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อผู้คัดค้านและ ค. บิดามารดาของ จ. จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 ย่อมมีผลให้ จ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายนับตั้งแต่วันที่ จ. เกิด คือตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2537 จ. จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดานับแต่นั้น การทำละเมิดเป็นเหตุให้ จ. ถึงแก่ความตายย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นบิดาขาดไร้อุปการะ การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดที่ให้ผู้ร้องชำระเงินแก่ผู้คัดค้านไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
😀 ที่มา เพจศาลฎีกา

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


12 ซอย 1 ถนนพัฒนาช้างเผือก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่
Chiang Mai
50300
Chiang Mai การปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้า ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้า
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Chiang Mai, 50200

ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรมทางด้านวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

Chiangmai lawyers "Triple A" Chiangmai lawyers "Triple A"
Chiang Mai, 50100

For 15 years, Chiangmai lawyer Co.,Ltd. served our clients and we provide legal service, accounting, immigration service.

Pitak Prayoch Law office Pitak Prayoch Law office
16/19 Montfort Road, T. Thasala, A. Mueng
Chiang Mai, 50000

English speaking law office, legal advises provider, company registration, work permits, Visa (NON-O, NON-B), right of habitation, family law, taxes, etc

Check in-Kincenเช็คอิน-กินเส้น Check in-Kincenเช็คอิน-กินเส้น
Chiang Mai, 50000

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เนื้อตุ๋น ไก่ตุ๋น กับเส้น20กว่าเมนู

Myanmar Consulate-General,Chiang Mai Myanmar Consulate-General,Chiang Mai
9/4 Maneenopporat Soi 3,Sriphum,A.Mueang Chiang Mai
Chiang Mai, 50200

Consular Districts: Chiang Mai, Chiang Rai, Nan, Phayao, Phrae, Mae Hong Son, Lampang, Lamphun, and Uttaradit.

Nitisart CMRU Nitisart CMRU
202 ต.ช้างเผือก อ.เมือง
Chiang Mai, 50300

เฟชบุคสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

ทนายหนุ่มปรึกษา 24 ชั่วโมง ทนายหนุ่มปรึกษา 24 ชั่วโมง
119/9 หมู่ 7 หมู่บ้านทหารอากาศ ต.สุเทพ อ.เมือง
Chiang Mai, 50200

รับปรึกษากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร Consult a law for a foreign who get a trouble in Thailand

Chiang Mai Lawyers Chiang Mai Lawyers
Curve Mall 2nd/F Room C219-C220, 215/2 Chang Klan Road, Muang, Chiang Mai 50100
Chiang Mai, 50100

Speak to us about your property and real estate transactions in Chiang Mai. Your marriage, immigration, thai visa or other legal disputes and issues.

ซื้อขาย บ้านที่ดิน เชียงใหม่ ซื้อขาย บ้านที่ดิน เชียงใหม่
Chiangmai
Chiang Mai, 50000

ศูนย์บริการรับฝากขาย บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด ในเขตจังหวัด เชียงใหม่-ลำพูน

เชียงใหม่ ผ้าม่าน วอลล์เปเปอ เชียงใหม่ ผ้าม่าน วอลล์เปเปอ
7
Chiang Mai, 50000

บริกาารติดตั้ง ผ้าม่าน วอลล์เปเปอร์ จังหวัดเชียงใหม่

Get Set Go Travel & Education Co., Ltd. Get Set Go Travel & Education Co., Ltd.
144 Moo 1 T. Chang Phuek A. Muang
Chiang Mai, 50200

สำรองห้องพักและตั๋วโดยสาร ทั้งในและต่างประเทศ