สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรี

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรี

ตำแหน่งใกล้เคียง การปฏิบัติตามกฎหมาย

ทนายเชียงใหม่ ปรึกษาฟรี "ดร.เ
ทนายเชียงใหม่ ปรึกษาฟรี "ดร.เ
299/1-10, Lamphun
Magic Thai Car Rent เช่ารถเชียงใหม่ คูเม
Magic Thai Car Rent เช่ารถเชียงใหม่ คูเม
7/18 ถนนกุหลาบ ตำบลท่าศาลา
ขายทุกอย่างราคาโรงงาน แท้คุ
ขายทุกอย่างราคาโรงงาน แท้คุ
เชียงใหม่
Omthong Audit and Law
Omthong Audit and Law
91/216 หมู่ที่4 ต.ท่าศาลา
สำนักกฎหมาย นิติรัฐ ทนายความ
สำนักกฎหมาย นิติรัฐ ทนายความ
50000
เชียงใหม่ ออโต้ แบตเตอรี่
เชียงใหม่ ออโต้ แบตเตอรี่
70/21 ม.8 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
chiang mai legal and business
chiang mai legal and business
ICO Inter Law (Chiang Mai Lawyer)
ทนายเชียงใหม่ "ดร.เกียรติศัก
ทนายเชียงใหม่ "ดร.เกียรติศัก
ดร.เกียรติศักดิ์ เนติบัณฑิตย์ ทนายวิถีพุทธ ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายควา
อธิป ทนายเชียงใหม่ และทีมทนา
อธิป ทนายเชียงใหม่ และทีมทนา
โครงการทรีบูติคอเวนิว ต.ท่าศาลา
ทนายความจังหวัดลำพูน Lamphun lawyer
ทนายความจังหวัดลำพูน Lamphun lawyer
สำนักงานใหญ่ เลขที่ ๒๒ อาคารเค ซอยสุขุมวิท ๓๕ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเห, Bangkok
Notarista1720
Notarista1720
Soi12 Charoenprated rd. T.Changklan A.Mueng
Thai Visa Support -Chiang Mai visa service รับทำวีซ่า เช
Thai Visa Support -Chiang Mai visa service รับทำวีซ่า เช
เมือง
ElephantDreamValley
ElephantDreamValley
50100
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเ
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเ
เชียงใหม่
ข้าวเหนียวปิ้งแม่ปาย
ข้าวเหนียวปิ้งแม่ปาย
เชียงใหม่-ฮอด กม.43 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ

ความคิดเห็น

ทค.ศุภเลิศ อภิรักษ์เสรี ทนายความหัวหน้าสำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ
Atty.SOOPALERT APIRAGSERI THE HEAD OF APIRAGSERI LAW OFFICE.
ทนายความว่าความ และทนายความรับรองเอกสาร Lawyer&Notarial Services Attorney (Notary Public)
...............สถานที่ติดต่อ สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ 588/19 ถนนเจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทร 053-246840, มือถือ 063-6273416 (ในเวลาทำการ)
...............APIRAGSERI LAW OFFICE 588/19 CHAROEN MUEANG ROAD(NHONGPHA TEEP INTERSECTION ) T.THASALA A.MUEANG CHIANGMAI 50000 Tel.053-246840, Mobile 063-6273416 (During working hours)

................E-mail: [email protected]
🎯 ดอกผลของมรดกถือเป็นมรดกหรือไม่ 🤔

****************************************************************
🎯สิ่งที่ต้องพิจารณาประการแรกคือ ดอกผลคืออะไร ?

✅ปพพ. มาตรา 148 บัญญัติว่า “ดอกผลของทรัพย์ ได้แก่ ดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัย

🔴ดอกผลธรรมดา หมายความว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของทรัพย์ ซึ่งได้มาจากตัวทรัพย์ โดยการมีหรือ ใช้ทรัพย์นั้นตามปกตินิยม และสามารถถือเอาได้เมื่อขาดจากทรัพย์นั้น

🔴ดอกผลนิตินัย หมายความว่า ทรัพย์หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้มาเป็นครั้งคราวแก่เจ้าของทรัพย์จากผู้อื่น เพื่อการที่ได้ใช้ทรัพย์นั้น และสามารถคำนวณและถือเอาได้เป็นรายวันหรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้”

🎯สิ่งที่ต้องพิจารณาประการที่สองคือ ดอกผลเป็นของใคร ?

✅มาตรา 1336 บัญญัติว่า “ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่าย ทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคล ผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย”

✅มาตรา 1360 วรรคสอง บัญญัติว่า “ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิได้ดอก ผลตามส่วนของตนที่มีในทรัพย์สินนั้น”

************************************************************************************

📌คำพิพากษาฎีกาที่ 370/2506

โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของนาย ส. เจ้ามรดก ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยซึ่ง เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. ตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 มีปัญหา ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะทรัพย์รายการที่ 4 คือ เงินค่าขายสุกร คู่ความรับกันว่าสุกรมี 9 ตัว ขายไปในราคา 4,916 บาท และได้ความว่าสุกร 9 ตัวนี้เกิดจากสุกรพ่อและสุกรแม่ซึ่งเลี้ยงไว้ในระหว่างที่นาย ส. ยังมีชีวิตอยู่แต่เกิดเมื่อนาย ส. ตายแล้วได้ 7 วัน เพิ่งขายไปหลังจากนาย ส. ตาย 2 ปีเศษ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ลูกสุกร 9 ตัวนี้เป็นดอกผลธรรมดา ของสุกรพ่อแม่ซึ่งเป็นสินสมรส จึงเป็นสินสมรสเงินค่าขายสุกรย่อมเป็นสินสมรสด้วยตามลักษณะช่วงทรัพย์ โจทก์ผู้เป็นทายาทมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในมรดกที่เป็นสินสมรสของนาย ส. เงินค่าขายสุกร 4,916 บาทนี้ ให้คิดหัก ใช้สินเดิม 1,320 บาท ให้จำเลยก่อน ที่เหลือเป็นสินสมรส จำเลยมีสินเดิมฝ่ายเดียวได้ 2 ส่วน นาย ส. ไม่มีสิน เดิมได้ส่วนเดียว สินสมรสส่วนของนาย ส. เป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ จำเลยผู้เป็นทายาทคนละกึ่งตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1633, 1635 (1) โจทก์จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง 1 ใน 6 เป็นเงิน 599 บาท 33 สตางค์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าลูกสุกรนี้เกิดภายหลังจากที่เจ้ามรดกตายแล้ว จึงไม่เป็นมรดกและหากว่าเป็นมรดก การคำนวณราคาต้องคำนวณราคาในวันแรกเกิดคือ ตัวละ 10 บาท เพราะที่ ขายไปได้รวมราคาถึง 4,916 บาท ก็เพราะจำเลยเสียค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูเป็นเวลา 1 ปี ราคาส่วนที่เกินจาก 90 บาท นั้นไม่เป็นมรดกไปด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อนาย ส. ตาย สุกรพ่อและสุกรแม่เป็นมรดกซึ่งโจทก์มีส่วนแบ่ง 1 ใน 6 อยู่แล้ว ลูกสุกรซึ่งเกิดจากสุกรอันเป็นมรดกก็คงเป็นของทายาทตามส่วนเดิมอยู่นั่นเอง ส่วนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยง สุกร เจ้าของรวมต้องช่วยกันออกตามส่วนของตน ในเวลาแบ่งเจ้าของรวมผู้เป็นเจ้าหนี้จะเรียกให้เอาส่วนซึ่งจะ ได้แก่ลูกหนี้ชำระหนี้เสียก่อนก็ได้ แต่จำเลยมิได้เรียกให้โจทก์ชำระหนี้ค่าใช้จ่าย โดยมิได้ขอหักมาในคำให้การสู้คดี เมื่อมิได้เรียกร้องขอหักโดยอ้างว่าตนออกค่าใช้จ่ายคนเดียว จึงไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยในข้อนี้ พิพากษายืน

**********************************************************************************

✔️เมื่อมรดกได้แก่ทรัพย์สินของผู้ตายทุกชนิดซึ่งต้องมีราคาและถือเอาได้ กรณีลูกสุกรที่ยังอยู่ในท้องแม่ สุกร ไข่ของไก่ที่อยู่ในท้องแม่ไก่ ผลไม้ที่อยู่บนต้นไม้ กรณีดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินแต่เป็นเพียงดอกผล ธรรมดาเท่านั้น เพราะยังไม่สามารถถือเอาได้ จะเป็นทรัพย์สินได้ก็ต่อเมื่อขาดจากตัวแม่ทรัพย์แล้ว หากลูกสุกร ลูกไก่ หรือผลไม้ ได้ขาดออกจากตัวแม่ทรัพย์ ภายหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วย่อมตกเป็น ทรัพย์สินของทายาท ไม่ใช่มรดกของผู้ตายเนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากการตายของเจ้ามรดก

**********************************************************************************
📌คำพิพากษาฎีกาที่ 678-690/2530

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกหลายอย่างรวมทั้งโรงแรมที่เป็นมรดก กับรายได้จากกิจการโรงแรมและร้านตัดผมที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว ทั้งขอให้จำกัดมิให้ได้ มรดกเพราะปิดบังยักย้ายรายได้จากกิจการโรงแรมและร้านตัดผมที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงินรายได้จากกิจการโรงแรมรวมทั้งร้านตัดผมที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายมิใช่ ทรัพย์มรดกของผู้ตายเพราะไม่ใช่ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนหรือในขณะ ที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแต่เป็นดอกผลของโรงแรม แม้จำเลยจะยักย้ายปิดบังก็ไม่ถูกกำจัดมิให้รับมรดก

(รายได้จากกิจการโรงแรม เป็นดอกผลนิตินัย)

*********************************************************************************

✔️ส่วนกรณีของดอกผลนิตินัย เช่น ค่าเช่าจากการทำนา หากทายาทได้รับค่าเช่าอันเป็นดอกผลจากการเช่า เพื่อทำนาภายหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว ย่อมไม่เป็นมรดก

📜📜สรุป : ดอกผลของทรัพย์มรดกไม่ว่าจะเป็นดอกผลธรรมดา หรือดอกผลนิตินัยที่เกิดหรือได้มาภายหลังจากเจ้ามรดกตายไม่ถือเป็นมรดก (แต่ถ้าเป็นดอกผลที่มีอยู่ก่อนเจ้ามรดกตาย นั่ถือเป็นมรดก)
📌 ข้อจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง

🔷ในคดีฟ้องขับไล่ นอกเหนือจากค่าเช่า ต้องนำเงินกินเปล่า/เงินแป๊ะเจี๊ยะมาถัวเฉลี่ยด้วย

************************************************************

🎯คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3830/2540

โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามหนังสือสัญญาเช่ามีข้อความเกี่ยวกับค่าเช่าว่า ค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท และผู้เช่าชำระเงินกินเปล่าแล้ว เมื่อเงินกินเปล่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าที่ชำระกันล่วงหน้าจึงต้องนำมาคำนวณเฉลี่ยรวมเป็นค่าเช่าด้วย เงินกินเปล่ามีจำนวน 2,000,000บาท กำหนดเวลาเช่า 11 ปี 6 เดือน คิดเป็นค่าเช่าเฉลี่ยเดือนละ 14,492.75บาท เมื่อรวมกับค่าเช่าปกติเดือนละ 1,000 บาท จึงเป็นค่าเช่าเดือนละ15,492.75 บาท ในขณะยื่นคำฟ้อง ซึ่งเป็นค่าเช่าที่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 วรรคสอง

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความเชียงใหม่ให้คำปรึกษากฏหมายและรับว่าความ ทนายความประจำจังหวัดเชียงใหม่ ทนายความรับรองลายมือชื่อ และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ สถานที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้บริการ ให้คำปรึกษากฎหมายแก่บุคคลทั่วไปและเป็นที่ปรึกษากฏหมายแก่องค์กรธุรกิจ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร เกี่ยวกับคดีดังต่อไปนี้
- รับเป็นทนายความ ว่าความคดีแพ่งและคดีอาญา
- รับเป็นทนายความ ว่าความในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
- รับเป็นทนายความ ว่าความในศาลปกครอง
- รับปรึกษาความ
- รับทำสัญญาประเภทต่างๆ
- รับทำพินัยกรรม
- ร้องขอศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
- ร้องขอศาลทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ แทนผู้เยาว์
- ร้องขอศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ
- ร้องขอศาลมีสั่งเป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

รับรองเอกสาร Notarial Services Attorney (Notary Public)
เรายินดีให้บริการท่าน

ติดต่อทนายความ

...............สถานที่ติดต่อ สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ 588/19 ถนนเจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทร 053-246840, มือถือ 063-6273416 (ในเวลาทำการ)
...............APIRAGSERI LAW OFFICE 588/19 CHAROEN MUEANG ROAD(NHONGPHA TEEP INTERSECTION ) T.THASALA A.MUEANG CHIANGMAI THAILAND 50000 Tel.053-246840 , Mobile 063-6273416 (During working hours)
E-mail: [email protected]

เปิดเหมือนปกติ

Photos from สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public's post 22/12/2021

Photos from สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public's post

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public updated their information in their About section. 30/10/2021

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public updated their information in their About section.

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public updated their information in their About section.

การ์ตูนสั้น จบในตอน "ให้อาหารนกพิราบในบ้านแต่เดือดร้อนคนอื่น" 24/12/2020

การ์ตูนสั้น จบในตอน "ให้อาหารนกพิราบในบ้านแต่เดือดร้อนคนอื่น"

🚩 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีคำสั่งห้ามดำเนินการที่ก่อให้เกิดเหตุเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น ทั้งที่เหตุดังกล่าวอยู่ในพื้นที่บ้านของผู้ก่อเหตุ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? ติดตามอ่านได้ใน...

⚖การ์ตูนสั้น จบในตอน เรื่อง ให้อาหารนกพิราบในบ้านแต่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งห้ามได้หรือไม่?

:: จัดทำโดย สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลปกครอง ::

📡ช่องทางการติดต่อของสำนักงานศาลปกครอง
- สายด่วนศาลปกครอง: 1355
- www.admincourt.go.th
- Facebook: http://bit.ly/38A6aPq
- Line OA: https://lin.ee/4KbchEO
- Instagram: http://bit.ly/37xJduV
- Twitter: http://bit.ly/2P2iHn7
- Youtube: http://bit.ly/2V0iogv
- Google podcast: http://bit.ly/31GJ1YW

09/06/2020

ทค.ศุภเลิศ อภิรักษ์เสรี ทนายความหัวหน้าสำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ
Atty.SOOPALERT APIRAGSERI THE HEAD OF APIRAGSERI LAW OFFICE.
ทนายความว่าความ และทนายความรับรองเอกสาร Lawyer&Notarial Services Attorney (Notary Public)
...............สถานที่ติดต่อ สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ 588/19 ถนนเจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทร 053-246840, มือถือ 063-6273416 (ในเวลาทำการ)
...............APIRAGSERI LAW OFFICE 588/19 CHAROEN MUEANG ROAD(NHONGPHA TEEP INTERSECTION ) T.THASALA A.MUEANG CHIANGMAI 50000 Tel.053-246840, Mobile 063-6273416 (During working hours)

................E-mail: [email protected]

27/05/2020

🎯 ดอกผลของมรดกถือเป็นมรดกหรือไม่ 🤔

****************************************************************
🎯สิ่งที่ต้องพิจารณาประการแรกคือ ดอกผลคืออะไร ?

✅ปพพ. มาตรา 148 บัญญัติว่า “ดอกผลของทรัพย์ ได้แก่ ดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัย

🔴ดอกผลธรรมดา หมายความว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของทรัพย์ ซึ่งได้มาจากตัวทรัพย์ โดยการมีหรือ ใช้ทรัพย์นั้นตามปกตินิยม และสามารถถือเอาได้เมื่อขาดจากทรัพย์นั้น

🔴ดอกผลนิตินัย หมายความว่า ทรัพย์หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้มาเป็นครั้งคราวแก่เจ้าของทรัพย์จากผู้อื่น เพื่อการที่ได้ใช้ทรัพย์นั้น และสามารถคำนวณและถือเอาได้เป็นรายวันหรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้”

🎯สิ่งที่ต้องพิจารณาประการที่สองคือ ดอกผลเป็นของใคร ?

✅มาตรา 1336 บัญญัติว่า “ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่าย ทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคล ผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย”

✅มาตรา 1360 วรรคสอง บัญญัติว่า “ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิได้ดอก ผลตามส่วนของตนที่มีในทรัพย์สินนั้น”

************************************************************************************

📌คำพิพากษาฎีกาที่ 370/2506

โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของนาย ส. เจ้ามรดก ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยซึ่ง เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. ตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 มีปัญหา ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะทรัพย์รายการที่ 4 คือ เงินค่าขายสุกร คู่ความรับกันว่าสุกรมี 9 ตัว ขายไปในราคา 4,916 บาท และได้ความว่าสุกร 9 ตัวนี้เกิดจากสุกรพ่อและสุกรแม่ซึ่งเลี้ยงไว้ในระหว่างที่นาย ส. ยังมีชีวิตอยู่แต่เกิดเมื่อนาย ส. ตายแล้วได้ 7 วัน เพิ่งขายไปหลังจากนาย ส. ตาย 2 ปีเศษ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ลูกสุกร 9 ตัวนี้เป็นดอกผลธรรมดา ของสุกรพ่อแม่ซึ่งเป็นสินสมรส จึงเป็นสินสมรสเงินค่าขายสุกรย่อมเป็นสินสมรสด้วยตามลักษณะช่วงทรัพย์ โจทก์ผู้เป็นทายาทมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในมรดกที่เป็นสินสมรสของนาย ส. เงินค่าขายสุกร 4,916 บาทนี้ ให้คิดหัก ใช้สินเดิม 1,320 บาท ให้จำเลยก่อน ที่เหลือเป็นสินสมรส จำเลยมีสินเดิมฝ่ายเดียวได้ 2 ส่วน นาย ส. ไม่มีสิน เดิมได้ส่วนเดียว สินสมรสส่วนของนาย ส. เป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ จำเลยผู้เป็นทายาทคนละกึ่งตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1633, 1635 (1) โจทก์จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง 1 ใน 6 เป็นเงิน 599 บาท 33 สตางค์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าลูกสุกรนี้เกิดภายหลังจากที่เจ้ามรดกตายแล้ว จึงไม่เป็นมรดกและหากว่าเป็นมรดก การคำนวณราคาต้องคำนวณราคาในวันแรกเกิดคือ ตัวละ 10 บาท เพราะที่ ขายไปได้รวมราคาถึง 4,916 บาท ก็เพราะจำเลยเสียค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูเป็นเวลา 1 ปี ราคาส่วนที่เกินจาก 90 บาท นั้นไม่เป็นมรดกไปด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อนาย ส. ตาย สุกรพ่อและสุกรแม่เป็นมรดกซึ่งโจทก์มีส่วนแบ่ง 1 ใน 6 อยู่แล้ว ลูกสุกรซึ่งเกิดจากสุกรอันเป็นมรดกก็คงเป็นของทายาทตามส่วนเดิมอยู่นั่นเอง ส่วนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยง สุกร เจ้าของรวมต้องช่วยกันออกตามส่วนของตน ในเวลาแบ่งเจ้าของรวมผู้เป็นเจ้าหนี้จะเรียกให้เอาส่วนซึ่งจะ ได้แก่ลูกหนี้ชำระหนี้เสียก่อนก็ได้ แต่จำเลยมิได้เรียกให้โจทก์ชำระหนี้ค่าใช้จ่าย โดยมิได้ขอหักมาในคำให้การสู้คดี เมื่อมิได้เรียกร้องขอหักโดยอ้างว่าตนออกค่าใช้จ่ายคนเดียว จึงไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยในข้อนี้ พิพากษายืน

**********************************************************************************

✔️เมื่อมรดกได้แก่ทรัพย์สินของผู้ตายทุกชนิดซึ่งต้องมีราคาและถือเอาได้ กรณีลูกสุกรที่ยังอยู่ในท้องแม่ สุกร ไข่ของไก่ที่อยู่ในท้องแม่ไก่ ผลไม้ที่อยู่บนต้นไม้ กรณีดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินแต่เป็นเพียงดอกผล ธรรมดาเท่านั้น เพราะยังไม่สามารถถือเอาได้ จะเป็นทรัพย์สินได้ก็ต่อเมื่อขาดจากตัวแม่ทรัพย์แล้ว หากลูกสุกร ลูกไก่ หรือผลไม้ ได้ขาดออกจากตัวแม่ทรัพย์ ภายหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วย่อมตกเป็น ทรัพย์สินของทายาท ไม่ใช่มรดกของผู้ตายเนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากการตายของเจ้ามรดก

**********************************************************************************
📌คำพิพากษาฎีกาที่ 678-690/2530

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกหลายอย่างรวมทั้งโรงแรมที่เป็นมรดก กับรายได้จากกิจการโรงแรมและร้านตัดผมที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว ทั้งขอให้จำกัดมิให้ได้ มรดกเพราะปิดบังยักย้ายรายได้จากกิจการโรงแรมและร้านตัดผมที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงินรายได้จากกิจการโรงแรมรวมทั้งร้านตัดผมที่ได้มาหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายมิใช่ ทรัพย์มรดกของผู้ตายเพราะไม่ใช่ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนหรือในขณะ ที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแต่เป็นดอกผลของโรงแรม แม้จำเลยจะยักย้ายปิดบังก็ไม่ถูกกำจัดมิให้รับมรดก

(รายได้จากกิจการโรงแรม เป็นดอกผลนิตินัย)

*********************************************************************************

✔️ส่วนกรณีของดอกผลนิตินัย เช่น ค่าเช่าจากการทำนา หากทายาทได้รับค่าเช่าอันเป็นดอกผลจากการเช่า เพื่อทำนาภายหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว ย่อมไม่เป็นมรดก

📜📜สรุป : ดอกผลของทรัพย์มรดกไม่ว่าจะเป็นดอกผลธรรมดา หรือดอกผลนิตินัยที่เกิดหรือได้มาภายหลังจากเจ้ามรดกตายไม่ถือเป็นมรดก (แต่ถ้าเป็นดอกผลที่มีอยู่ก่อนเจ้ามรดกตาย นั่ถือเป็นมรดก)

19/05/2020

📌 ข้อจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง

🔷ในคดีฟ้องขับไล่ นอกเหนือจากค่าเช่า ต้องนำเงินกินเปล่า/เงินแป๊ะเจี๊ยะมาถัวเฉลี่ยด้วย

************************************************************

🎯คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3830/2540

โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามหนังสือสัญญาเช่ามีข้อความเกี่ยวกับค่าเช่าว่า ค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท และผู้เช่าชำระเงินกินเปล่าแล้ว เมื่อเงินกินเปล่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าที่ชำระกันล่วงหน้าจึงต้องนำมาคำนวณเฉลี่ยรวมเป็นค่าเช่าด้วย เงินกินเปล่ามีจำนวน 2,000,000บาท กำหนดเวลาเช่า 11 ปี 6 เดือน คิดเป็นค่าเช่าเฉลี่ยเดือนละ 14,492.75บาท เมื่อรวมกับค่าเช่าปกติเดือนละ 1,000 บาท จึงเป็นค่าเช่าเดือนละ15,492.75 บาท ในขณะยื่นคำฟ้อง ซึ่งเป็นค่าเช่าที่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 วรรคสอง

ศุภเลิศ อภิรักษ์เสรี ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ 05/05/2020

ศุภเลิศ อภิรักษ์เสรี ทนายความจังหวัดเชียงใหม่

16/03/2020

สื่อศาล

ศาลอาญาขอความร่วมมือจากคู่ความและประชาชนที่มาติดต่อราชการ หากเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงขอให้แจ้งพนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานตอนรับประจำศาล หรือเจ้าหน้าที่ทันที "ป้องกันตัวเรา ป้องกันคนรอบข้าง แล้วเราจะฝ่าวิกฤต Covid-19 ไปด้วยกัน"

#COJ #ศาลยุติธรรม #โควิด19 #COVID19 #coronavirus

04/02/2020

สำนักงานศาลปกครอง

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง

ทค.ศุภเลิศ อภิรักษ์เสรี ทนายความหัวหน้าสำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรี 02/01/2020

ทค.ศุภเลิศ อภิรักษ์เสรี ทนายความหัวหน้าสำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ
Atty.SOOPALERT APIRAGSERI THE HEAD OF APIRAGSERI LAW OFFICE.
ทนายความว่าความ และทนายความรับรองเอกสาร Lawyer&Notarial Services Attorney (Notary Public)
...............สถานที่ติดต่อ สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ 588/19 ถนนเจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทร 053-246840, มือถือ 063-6273416 (ในเวลาทำการ)
...............APIRAGSERI LAW OFFICE 588/19 CHAROEN MUEANG ROAD(NHONGPHA TEEP INTERSECTION ) T.THASALA A.MUEANG CHIANGMAI 50000 Tel.053-246840, Mobile 063-6273416 (During working hours)

ทค.ศุภเลิศ อภิรักษ์เสรี ทนายความหัวหน้าสำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ
Atty.SOOPALERT APIRAGSERI THE HEAD OF APIRAGSERI LAW OFFICE.
...............สถานที่ติดต่อ สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ 588/19 ถนนเจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทร 053-246840
...............APIRAGSERI LAW OFFICE 588/19 CHAROEN MUEANG ROAD(NHONGPHA TEEP INTERSECTION ) T.THASALA A.MUEANG CHIANGMAI 50000 Tel.053-246840 ปลายปี พ.ศ.2562

16/05/2019

โคตรฎีกา

เงินตามสัญญาประกันชีวิต โดยหลักแล้วไม่เป็นมรดก เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นภายหลังจากการตายของตัวเจ้ามรดก เนื่องจากทรัพย์สินอะไรก็ตามที่จะตกเป็นมรดกได้นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินที่ตัวเจ้ามรดกมีมาอยู่ก่อน หรือขณะที่ตัวเจ้ามรดกจะตายเท่านั้น

🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎

กรณีตามคำพิพากษาฎีกานี้ ตั๋วแลกเงินซึ่งเป็นทรัพย์อันเกิดจากสัญญาประกันชีวิต เกิดขึ้นมาภายหลังการตายของเจ้ามรดก จึงถือไม่ได้ว่าเงินตามตั๋วแลกเงินเป็นมรดกตามกฎหมาย อีกทั้งตัวผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้ในสัญญาประกันชีวิตของตัวเจ้ามรดกเองก็เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ จึงทำให้ขาดตัวผู้รับประโยชน์ในสัญญา

เมื่อไม่มีกฎหมายใดบัญญัติเรื่องนี้ไว้เป็นการเฉพาะเลย เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิจะรับเงินจำนวนนี้ได้ ศาลจึงนำ ปพพ.มาตรา 4 วรรคสอง ที่ให้นำบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งยกมาปรับแก่คดี ซึ่งในที่นี้ก็คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะมรดก จึงทำให้เงินตามตั๋วแลกเงิน ตกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตาย เสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกจริงๆ

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

ดังนั้น เงินตามสัญญาประกันภัยชีวิต ที่เจ้ามรดกทำไว้ และปรากฏว่า ไม่มีตัวผู้รับประโยชน์ในสัญญาประกันชีวิต(ตาย) เงินจำนวนนี้จึงตกได้แก่ทายาทของเจ้ามรดกผู้ทำสัญญาประกันชีวิตแทน

!!! ฎีกา 5 ดาว

# เจ้ามรดกทำสัญญาประกันชีวิตระบุชื่อภรรยาเป็นผู้รับประโยชน์ แต่ภรรยาถึงแก่ความตายก่อนเจ้ามรดก ต่อมาเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย บริษัทประกันชีวิตสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินระบุชื่อภรรยาของผู้ตายเป็นผู้รับเงิน เช่นนี้ จะแบ่งเงินดังกล่าวในระหว่างทายาทกันอย่างไร

*คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2554 ผู้ตายทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกันชีวิต โดยระบุภริยาเป็นผู้รับประโยชน์ ปรากฎว่าภริยาผู้ตายถึงแก่ความตายก่อนผู้ตาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย บริษัทประกันชีวิตสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินระบุชื่อภริยาผู้ตายเป็นผู้รับเงิน ดังนี้ เงินตามสัญญาประกันชีวิตมิใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตายจึงไม่ใช่มรดกของผู้ตาย ส่วนภริยาผู้ตายซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยก็ถึงแก่ความตายไปก่อนผู้ตาย ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้รับประโยชน์ที่จะได้รับเงินตามสัญญาประกันชีวิต สิทธิของภริยาผู้ตายที่จะได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยยังไม่เกิดขึ้น เงินตามตั๋วแลกเงินจึงไม่เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทของภริยาผู้ตาย แม้เงินตามตั๋วแลกเงินจะมิใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตายแต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะมรดกเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งในอันที่จะใช้บังคับแก่เงินตามสัญญาประกันชีวิต เงินตามตั๋วแลกเงินจึงควรตกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดก

14/05/2019

โคตรฎีกา

การทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไว้ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เมื่อยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กัน หากในระหว่างนั้นผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดิน และเริ่มทำประโยชน์ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว กฎหมายถือว่าเป็นการยึดถือครอบครองที่ดิน "แทนตัวผู้ขาย" ไม่ได้ยึดถือที่ดินเพื่อตัวผู้ซื้อเอง (1368)

ถ้าหากผู้ซื้อต้องการได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินแล้ว จะต้องบอกกล่าวไปยังผู้ขาย ซึ่งเป็นผู้ครอบครองว่าไม่มีเจตนายึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองอีกต่อไป (1381) เช่น ทำเป็นหนังสือแจ้งไปยังผู้ขายโดยมีเนื้อหาชัดเจนว่าจะยึดถือที่ดินเพื่อตัวผู้ซื้อเอง

📗📗📗📗📗📗📗📗📗📗📗

แต่กรณีตามคำพิพากษาฎีกานี้ผู้ซื้อทำผิดวิธี แทนที่จะบอกกล่าวไปยังผู้ขายว่าจะไม่ยึดถือครอบครองที่ดินแทนผู้ขายอีกต่อไปแล้ว แต่กลับบอกให้ผู้ซื้อไปโอนกรรมสิทธิ์ให้ตน และปลูกสร้างบ้านลงบนที่ดินเฉยๆ เพียงอย่างเดียว จึงทำให้สิทธิครอบครองของตัวผู้ซื้อไม่เกิดขึ้น เมื่อผู้ซื้อไม่มีสิทธิครอบครอง จึงไม่อาจอ้างเรื่องการครอบครองปรปักษ์ที่ดิน(ต้องมีสิทธิครอบครองก่อน) หรือ เรียกร้องให้เพิกถอนกาารจดทะเบียนที่ผู้ขายทำไปได้

📗📗📗📗📗📗📗📗📗📗📗

การครอบครองที่ดินแทนผู้อื่น หากต้องการยึดถือครอบครองเพื่อตนเอง ต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ ตาม ปพพ. มาตรา 1381 ให้ชัดแจ้งไปยังผู้ครอบครองเสมอ

!!! ฎีกา 5 ดาว

# เมื่อเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย ดังนั้นแม้ผู้จะซื้อเข้าครอบครองและทำประโยชน์ ในที่ดินที่จะซื้อขาย ก็ถือว่าเป็นเพียงการครอบครองแทนผู้จะขาย เว้นแต่จะบอกกล่าวเปลี่ยนแปลงลักษณะการยึดถือ แต่ลำพังการปลูกบ้านบนที่ดินและบอกกล่าวให้ผู้จะขายไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือ ดังนั้นผู้จะซื้อจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ไม่ได้

* คำพิพากษาฎีกาที่ 2406/2561 จำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ร่วมตั้งแต่ปี 2544 ในราคา 70,000 บาท ชำระเงินแล้ว 65,000 บาท จะชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์อีก 5,000 บาท การซื้อขายที่ดินดังกล่าว ไม่มีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่คู่สัญญาประสงค์จะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันให้ถูกต้อง เพียงแต่ที่ดินพิพาทจดทะเบียนจำนองแก่ธนาคารไว้ โจทก์ร่วมแจ้งให้จำเลยมาจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาท แต่เจรจากันไม่สำเร็จเท่านั้น โจทก์ร่วมและจำเลยประสงค์จะจดทะเบียนโอนที่ดินที่ซื้อขายกันที่สำนักงานที่ดินสัญญาระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยจึงเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสอง หาใช่สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ซึ่งเมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะตกเป็นโมฆะตามมาตรา 456 วรรคหนึ่งไม่ ดังนั้น เมื่อเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย แม้จำเลยเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทในระหว่างที่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ การครอบครองดังกล่าวก็เป็นเพียงการครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ร่วมเท่านั้น มิใช่การครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของ เว้นแต่จำเลยจะเปลี่ยนแปลงลักษณะการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังโจทก์ร่วมว่าไม่เจตนายึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ร่วมต่อไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 แต่จำเลยก็มิได้ปฏิบัติเช่นนั้น ลำพังการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินพิพาทและบอกกล่าวให้โจทก์ร่วมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้น ยังไม่พอฟังว่าเป็นการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือดังกล่าวมา การที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ร่วมตามสัญญาจะซื้อจะขายนั้น จำเลยจะอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้วหาได้ไม่ ทั้งไม่ทำให้จำเลยอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300 ด้วย

13/05/2019

คำพิพากษาฎีกา

ผู้จัดการมรดกมี 2 ประเภท และวิธีจัดการทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกร่วมก็แตกต่างกัน 🙂

1.ผู้จัดการมรดก ที่ตั้งโดยพินัยกรรมแต่งตั้งไว้
2.ผู้จัดการมรดก ที่ตั้งโดยไม่มีพินัยกรรมแต่งตั้งไว้ (ทายาทไปร้องขอเป็นเอง)

📗📗📗📗📗📗📗

ในกรณีที่เป็นการตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกันตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป
อำนาจหน้าที่ในการจัดการทรัพย์มรดก ของผู้จัดการมรดกร่วมทั้ง 2 ประเภท กฎหมายกำหนดไว้แตกต่างกัน จะสลับวิธีจัดการทรัพย์มรดก ของผู้จัดการมรดกคนละประเภทมาใช้ตามอำเภอใจไม่ได้

จากตัวอย่างของคำพิพากษาฎีกาในเหตุการณ์นี้ เป็นเรื่องของผู้จัดการมรดก ประเภทที่ตั้งขึ้นโดยไม่มีพินัยกรรมแต่งตั้งไว้ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน 3 คน ต่อมาผู้จัดการมรดกคนหนึ่งตาย จึงเหลือผู้จัดการมรดกร่วมกันเพียง 2 คน ที่จะจัดการทรัพย์มรดกต่อไปได้

แต่....ผู้จัดการมรดกทั้ง 2 กลับทำผิดวิธี แทนที่จะใช้วิธีจัดการทรัพย์สินตามวิธีเฉพาะของผู้จัดการมรดก ที่ตั้งโดยไม่มีพินัยกรรม ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ใน ปพพ.มาตรา 1726 กลับไปนำวิธีจัดการมรดกของ ปพพ.มาตรา 1715 ซึ่งเอาไว้ใช้กับผู้จัดการมรดก ที่ตั้งโดยพินัยกรรมแต่งตั้งมาใช้แทน จึงเป็นการจัดการทรัพย์มรดกแบบผิดวิธี จึงทำให้ผู้จัดการมรดกทั้งสองที่เหลือ ไม่มีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับมรดก

📗📗📗📗📗📗📗📗📗

ทางแก้ : ไปยื่นคำร้องต่อศาลขอเปลี่ยนแปลงอำนาจผู้จัดการมรดก จาก 3 คน มาเป็น 2 คน และขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ตนเองที่เหลือกัน 2 คน เป็นผู้จัดการมรดกต่อไป

#เนติบัณฑิต #สมัยที่72 #ภาคเรียนที่1
#กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
#ผู้จัดการมรดกหลายคน #คนหนึ่งตาย

🌟🌟🌟 คำพิพากษาฎีกาที่ 6857/2553

แม้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1715 วรรคสองบัญญัติว่า "เว้นแต่จะมีข้อกำหนดไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น ถ้ามีผู้จัดการมรดกหลายคน แต่ผู้จัดการมรดกเหล่านั้นบางคนไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ และยังมีผู้จัดการมรดกเหลืออยู่แต่คนเดียวผู้นั้นมีสิทธิที่จะจัดการได้โดยลำพับ แต่ถ้ามีผู้จัดการมรดกเหลืออยู่หลายคนให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้จัดการมรดกเหล่านั้นแต่ละคนจะจัดการโดยลำพังไม่ได้" #ก็มีความหมายถึงผู้จัดการมรดกที่ตั้งขึ้นโดยพินัยกรรมเท่านั้น #ไม่รวมถึงผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งขึ้นโดยไม่มีพินัยกรรม การที่ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลหลายคนเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน การกระทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการตามมาตรา 1726 ที่ให้กระทำการโดยถือเอาเสียงข้างมาก #หากปรากฏว่าผู้จัดการมรดกร่วมคนใดคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ผู้จัดการมรดกที่เหลือย่อมต้อง #ร้องขอต่อศาลให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม เมื่อการฟ้องคดีเพื่อจัดการทรัพย์มรดกเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามมารตรา 1736 วรรคสอง และมีบทบัญญัติของกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคนต้องดำเนินการตามมาตรา 1726 ที่กฎหมายได้กำหนดไว้โดยเฉพาะแล้วจึงไม่อาจนำวิธีการตามมาตรา 1715 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้เฉพาะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมมาใช้บังคับได้ ดังนั้น เมื่อ ป. ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย โดยโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมจะจัดการมรดกต่อไปเพียงสองคนโดยยังมิได้ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการมรดกต่อไป ย่อมเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลและไม่มีอำนาจจะจัดการได้ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ทนายความประจำสำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ 11/05/2019

ทนายความประจำสำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ

Our Story

สำนักงานทนายความ จังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานทนายความ รับเป็นทนายความว่าความ และทนายความรับรองเอกสาร Notarial Services Attorney (Notary Public)


- รับเป็นทนายความให้การปรึกษาความ

- รับเป็นทนายความ ว่าความใน คดีแพ่ง และคดีอาญา

- รับเป็นทนายความ ในคดีปกครอง ในศาลปกครอง

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


588/19 ถ.เจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Chiang Mai
50000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 08:30 - 16:00
เจ้าหน้าที่รับรองเอกสาร อื่นๆใน Chiang Mai (แสดงผลทั้งหมด)
สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงให สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงให
169 ถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
Chiang Mai, 50200

วิสัยทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ "เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา"