ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิ

ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิ

ตำแหน่งใกล้เคียง การปฏิบัติตามกฎหมาย

สำนักงาน นพนภัส ทนายความเชีย
สำนักงาน นพนภัส ทนายความเชีย
227/74 หมู่ 7 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอ
ทนายเชียงใหม่ "ดร.เกียรติศัก
ทนายเชียงใหม่ "ดร.เกียรติศัก
ดร.เกียรติศักดิ์ เนติบัณฑิตย์ ทนายวิถีพุทธ ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายควา
chiang mai legal and business
chiang mai legal and business
ICO Inter Law (Chiang Mai Lawyer)
สำนักกฎหมาย นิติรัฐ ทนายความ
สำนักกฎหมาย นิติรัฐ ทนายความ
50000
เชียงใหม่ MRI
เชียงใหม่ MRI
ทางหลวง ชนบท ชม. 3029
ทนายสืบทรัพย์บังคับคดี เชีย
ทนายสืบทรัพย์บังคับคดี เชีย
ทนายความจังหวัดลำพูน Lamphun lawyer
ทนายความจังหวัดลำพูน Lamphun lawyer
สำนักงานใหญ่ เลขที่ ๒๒ อาคาร, Bangkok
Aphiwat Bualoi Law Office- สำนักงานกฎหมายอภิ
Aphiwat Bualoi Law Office- สำนักงานกฎหมายอภิ
293/58 M.3 T. Sanpuloei, Muang Chiang Mai
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มคร
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มคร
ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ชั้น 2 ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก, Amphoe Muang Chiang Mai
ElephantDreamValley
ElephantDreamValley
50100
Myanmar Consulate-General,Chiang Mai
Myanmar Consulate-General,Chiang Mai
9/4 Maneenopporat Soi 3,Sriphum,A.Mueang Chiang Mai
สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรี
สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรี
588/19 ถ.เจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี
TopperTours
TopperTours
12/3 CharoenMuang road, soi 8
ศูนย์ศึกษาความเป็นธรรม คณะน
ศูนย์ศึกษาความเป็นธรรม คณะน
50200
Legally Married in Thailand
Legally Married in Thailand
Head Office 61-65 Wualai Road, Muang Chiang Mai

ความคิดเห็น

*Thai below

Watch the “Dreamers of the Deep South” video and see Thailand’s Deep South from new perspectives. This video features beautiful ways of living and pluralism in culturally diverse communities, presenting how people in the communities live "TODAY" and dream for their "FUTURE."

Through the USAID Together project, we work to catalyze collaborative partnerships between local civil society organizations and media organizations in Thailand to develop and disseminate creative, evidence-based media coverage on key issues in Thailand’s Deep South.

Dreamers of the Deep South นำเสนอเรื่องราวของสามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทยด้วยมุมมองใหม่ โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตอันงดงามและความเป็นพหุนิยมในชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การดำรงชีวิตของคนในชุมชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ในปัจจุบัน และภาพอนาคตที่พวกเขาวาดฝันไว้

องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ดำเนินงานผ่านโครงการ USAID Together ในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรสื่อในประเทศไทย เพื่อพัฒนาและเผยแพร่สื่อที่สร้างสรรค์และมีข้อมูลรองรับในประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในสามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย

DAI Global Love Frankie THE PEN กลุ่มลูกเหรียง ผู้หญิง ภาคประชาสังคม Patani Forum - ปาตานีฟอรั่ม Muslim attorney centre foundation มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR THE STANDARD The MATTER สภาประชาสังคมชายแดนใต้ สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน Melayu Living Digital4Peace ดิจิทัลเพื่อสันติภาพ Patani Artspace
Recently, USAID and DAI Global brought together local civil society organization (CSO) partners under the USAID Together project to identify opportunities for collaboration on issues of common interest.

Through the project, we collaborate with CSOs to improve their ability to advocate for public interests and work with the Royal Thai Government to develop solutions to common challenges in Thailand.

Photos: USAID Together

Love Frankie THE PEN กลุ่มลูกเหรียง CIVIC WOMEN Patani Forum - ปาตานีฟอรั่ม Muslim attorney centre foundation มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR THE STANDARD The MATTER สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สภาประชาสังคมชายแดนใต้
📌วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2564
เวลา 13.00 – 15.00 น.
.
📢 ชวนรับฟัง เวทีสาธารณะ “ประชาชนเป็นเจ้าของแร่ การบริหารจัดการแร่ต้องมาจากประชาชน”ปัญหาการบังคับใช้แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี และพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560”
.
🔴รับชมทาง Live Facebook : มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW
.
ร่วมแลกเปลี่ยนโดย
.
O บำเพ็ญ ไชยรักษ์ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
O อับดุลกอฟฟาร์ หลีเยาว์ กลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง
O แววรินทร์ บัวเงิน กลุ่มรักษ์บ้านแหง
O ธนากร อัฏฐ์ประดิษฐ์ นักวิชาการอิสระ
O เอกชัย อิสระทะ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่
O จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ (PPM)
.
ดำเนินรายการโดย วิภาพร วัฒนวิทย์ ผู้ประกาศข่าว ThaiPBS
.
เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเหมืองแร่ในประเทศไทย ตลอดจนภาคประชาสังคมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้ร่วมกันติดตามปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขั้นตอนการทำเหมืองแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 อนุบัญญัติต่าง ๆ ที่ออกตามความพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมถึงนโยบายการบริหารจัดการแร่ ซึ่งพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ที่มีเนื้อหาไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และได้มีข้อเสนอในระดับนโยบายให้ยกเลิกแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 – 2564 และดำเนินการจัดทำใหม่โดยกำหนดเขตแหล่งเพื่อการทำเหมืองให้สอดคล้องกับมาตรา 17 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 โดยจัดให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชน และมีข้อเสนอในการแก้ไขพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่และในทางปฏิบัติแล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่นำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาและไม่มีการชี้แจงข้อมูลใด ๆ แก่เครือข่ายฯ
.
จึงต้องมีการถกเถียงแลกเปลี่ยนปัญหาการบังคับใช้แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี และพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 โดยภาคประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงในพื้นที่ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และนักกฎหมาย เพื่อเสนอแนวทางต่อการจัดทำร่างแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565 - 2569) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี และการแก้ไขพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อเสนอของเครือข่ายฯ ไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้มาตรฐานในการทำเหมืองแร่ของประเทศไทยมีมาตรฐานที่สูงขึ้น และสามารถปกป้องประชาชนจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
.
ร่วมจัดโดย
.
เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่
โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW
Community Resource Centre Foundation - มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน
ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR
ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
The Reporters
Backpack Journalist X Decode
สื่อเถื่อน ข่าว
ใบแจ้งข่าว
17 องค์กรส่งข้อเสนอเรื่องสิทธิในที่ดินต่อคณะกรรมการยูเอ็น
ว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
เน้นเรื่องความชอบธรรมด้านสิทธิในที่ดินของชนเผ่าชาติพันธุ์ทั้งในพื้นที่ป่าและทะเล

.
กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมประเทศไทยจำนวน 17 องค์กร ได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อร่างความเห็นทั่วไปที่ 26 (2564) ว่าด้วยเรื่องสิทธิในที่ดิน ให้กับคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมไปเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564

.
โดยความเห็นในเอกสารฉบับนี้ได้ถูกรวบรวมโดยจากการแลกเปลี่ยนพูดคุยในการสัมมนาหัวข้อ “สิทธิในที่ดิน : หลักสากลและสถานการณ์ในประเทศไทย” ในรูปแบบออนไลน์ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ระหว่างภาคประชาสังคมในประเทศไทยจำนวน 17 องค์กร ภายใต้การสนับสนุนของ ดร. เสรี นนทสูติ ในฐานะสมาชิกของคณะกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยการประสานงานและการสนับสนุนข้อมูลโดยคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล

.
ข้อเสนอแนะต่อร่างความเห็นทั่วไปที่ 26 ฉบับนี้ แบ่งออกเป็น 6 ประเด็น ได้แก่ 1. ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วม การปรึกษาหารือ และความโปร่งใส 2. ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับพันธกรณีของรัฐภาคีภายใต้ ICESCR ที่เกี่ยวกับที่ดินตามหลักการเคารพ 3. ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับพันธกรณีของรัฐภาคีภายใต้ ICESCR ที่เกี่ยวกับที่ดินตามหลักการคุ้มครอง 4.พันธกรณีข้ามพรมแดน 5.ประเด็นจำเพาะ และ 6.การเยียวยา

.
“ปัญหาที่ดินที่สำคัญคือการรับรองการใช้สิทธิในที่ดินอย่างชอบธรรมของคนกลุ่มต่างๆซึ่งรวมถึงชนเผ่าและชนกลุ่มนัอยทั้งในพื้นที่ป่าและทะเลซี่งเป็นประเด็นหลักในร่าง General comment ที่จัดส่งให้คณะกรรมการสหประชาชาติด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ฉบับนี้” ดร.เสรี นนทสูติ ในฐานะสมาชิกของคณะกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม กล่าว

.
อ่านเอกสารฉบับเต็มทั้งภาษาไทยและอังกฤษได้ที่ https://bit.ly/2TGgR0P

องค์กรที่ร่วมลงนาม
1. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
2. มูลนิธิชุมชนไท
3. ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR
4. @ศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
5. @มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน
6. วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
7. @คณะติดตามการลงทุนและความรับผิดชอบข้ามพรมแดน
8. @มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ
9. @กลุ่ม the Mekong Butterfly
10. @มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย
11. @กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน
12. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW
13. สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
14. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร - SAC
15. @สมาคมความมั่นคงด้านอาหารอันดามัน
16. @มูลนิธิส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
17. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
ศาลลำปางยกฟ้องหญิงเหยื่อทวงคืนผืนป่า ชี้ ทำกินมาก่อน-ได้รับการคุ้มครองตามนโยบายโฉนดชุมชน
.
ศาลจังหวัดลำปางยกฟ้องนางวันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง หรือ นางแสงเดือน ตินยอด เหยื่อทวงคืนผืนป่า อ.งาว จ.ลำปาง ชี้ มีหลักฐานการทำกินมาก่อนตามภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 และได้รับการคุ้มครองเพราะมีการจัดการทรัพยากรในรูปแบบโฉนดชุมชนซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล
.
วันนี้ (18 ธันวาคม 2562) ศาลลำปางมีนัดอ่านคำพิพากษากรณีนางวันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง หรือ นางแสงเดือน ตินยอด หญิงวัย 52 ปี ชาวบ้านแม่กวัก อ.งาว จ.ลำปาง ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและมีอาวุธไว้ในครอบครอง โดยมีชาวบ้านจากสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ร่วมให้กำลังใจ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องทุกคดี และยังไม่ต้องย้ายออกจากพื้นที่จนกว่ากรมป่าไม้จะสามารถพิสูจน์ได้ว่านางแสงเดือนไม่เข้าข่ายการคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิถุนายน 2541
.
“ดีใจมากเลย กินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายเดือน สู้มาตลอดค่ะ เราทำกินในที่ดินตรงนั้น ขาดรายได้มาหลายปี แต่วันนี้เห็นพี่น้องมาให้กำลังใจ มีคนให้กำลังใจในเฟซบุ๊ก อยากจะบอกรัฐบาลว่าอย่าดำเนินการกับคนจนแบบสองมาตรฐานแบบนี้เลย เราทุกข์อยู่แล้ว จนอยู่แล้ว ก็ยิ่งจนลงไปอีก นโยบายเขามาไม่เคยถามชุมชนเลย” นางวันหนึ่งกล่าวน้ำตาคลอหลังรับฟังคำพิพากษา
.
จากคำพิพากษา สรุปได้ว่า จำเลยขาดเจตนา การเข้าไปทำกินของจำเลยมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2545 อยู่ในกลุ่มประชาชนที่ได้รับการผ่อนผันตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 และพยานของรัฐทุกปากให้การว่าพื้นที่ตรงนี้มีการทำประโยชน์มาก่อนจริง เข้าหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ไม่ผิดอาญา เมื่อไม่ผิดคดีอาญา จึงไม่ต้องชำระค่าเสียหายคดีแพ่งกว่า 1 ล้านบาท ในข้อหาทำให้โลกร้อน ส่วนคดีอาวุธปืน สืบได้ว่ากระท่อมนั้นเป็นที่เปิดโล่ง ซึ่งจำเลยใช้ประโยชน์เพียงชั่วคราว มีคนผ่านไปผ่านมาตลอด ใครก็สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ และไม่มีการตรวจลายนิ้วมือ ไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นของจำเลยจริง ให้ยกประโยชน์ให้จำเลย
.
ส่วนประเด็นว่าต้องออกจากที่ดินหรือไม่ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ โดยการที่จะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือออกจากพื้นที่นั้นต้องให้กรมป่าไม้พิสูจน์สิทธิ์ตามมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 ก่อน หากเข้าข่ายได้รับการคุ้มครองก็ไม่ต้องออกจากพื้นที่ แต่หากไม่ได้รับการคุ้มครองให้จำเลยย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 60 วันนับจากวันที่การพิสูจน์สิทธิ์เสร็จสิ้น
.
นอกจากนั้น ศาลยังวินิจฉัยว่า การดำเนินการตามนโยบายโฉนดชุมชนของชุมชนบ้านแม่กวักตั้งแต่ปี 2556 นั้น เป็นการดำเนินการไปตามนโยบายของรัฐ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 จึงเป็นนโยบายที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจยึดพื้นที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ปฏิบัติตามดุลยพินิจของตัวเอง
.
นางแสงเดือน ตินยอด ถูกอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทดำเนินการให้ตัดฟันยางพาราสองครั้ง คือในปี 2556 และ 2558 ตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ภายหลังได้รับการพิสูจน์ว่าพื้นที่ทำกิน 12 ไร่ของตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานฯ เมื่อลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจึงถูกเจ้าหน้าที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่งแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 แม้มีคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 คุ้มครอง และพิสูจน์ได้ว่าทำกินในพื้นที่มาก่อน
ทั้งนี้ มีผู้ร่วมลงนามสนับสนุนนางแสงเดือนผ่านเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ 271 คน และเนื่องจากคดีความยังไม่สิ้นสุด สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ในนามสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) จะผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมต่อนางแสงเดือนและเหยื่อทวงคืนผืนป่าทุกกรณีอย่างถึงที่สุดต่อไป

แถลงการณ์สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)
กรณีนางแสงเดือนโดนคดี “ทวงคืนผืนป่า” รัฐต้องคืนความเป็นธรรมและต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
.
ตามที่นางแสงเดือน ตินยอด หรือ นางวันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่ง เข้าแจ้งดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์ หรืออาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำไม้ เก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต” นับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 อันเป็นผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล คสช. แม้นางแสงเดือนจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่บุกรุกและเป็นผู้ยากไร้ แต่ก็ยังถูกดำเนินคดีทำให้ได้ความทุกข์อย่างหนักนั้น
.
สหพันธ์เกษตรกรกรเหนือ (สกน.) เห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นรังแกคนยากจน รัฐไม่รับข้อฟังเท็จจจริงที่ปรากฏในพื้นที่ เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน อันส่งผลให้ผู้หญิงคนจนคนหนึ่ง ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ต้องเป็นหนี้และขาดรายได้จากสวนยางตั้งแต่ปี 2556 นับเป็นค่าเสียโอกาสจำนวนมาก อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อจิตใจของนางแสงเดือนและครอบครัว ถึงขั้นต้องหย่าร้าง กล่าวได้ว่า นโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. ตามแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกาศว่า ต้องการเพิ่มพื้นที่ป่าให้คนทั้งประเทศ โดยจะไม่ให้กระทบต่อคนจนผู้ยากไร้นั้น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เห็นได้จากการตั้งแต่เริ่มต้นมีนโยบายทวงคืนผืนป่าเมื่อปี 2557 มีการแจ้งคดีบุกรุกป่าไม่ต่ำกว่า 46,000 คดี โดยไม่มีครั้งใดเลยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจำแนกตัวเลขว่า มีนายทุนถูกดำเนินคดีเท่าไร เพราะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประจักษ์ชัดแล้วว่ามีแต่คนจนผู้ยากไร้และไม่มีที่ทำกินเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว โดยที่พื้นที่ป่าก็ไม่ได้เพิ่มมากขึ้น
.
กรณีนางแสงเดือน ตินยอด หรือ นางวันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง ซึ่งได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการอำนวยความยุติธรรมจนถึงที่สุด ดังที่คนไทยคนหนึ่งพึงจะได้รับ และจะเป็นบทพิสูจน์ว่า รัฐมองเห็นคนจนเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนคนไทยที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกันจริงหรือไม่ การทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำกินโดยสุจริตหวังสร้างอนาคตที่ดีให้ครอบครัวจนชีวิตเกือบล่มสลายรัฐจะเยียวยาเธออย่างไร
.
สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ในนาม “ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ)” และประชาชนที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนการต่อสู้ของนางแสงเดือน ตินยอด หรือ นางวันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง ขอประกาศ ณ ที่แห่งนี้ว่า เราคนจนทั้งผองจะไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรมเชิงโครงสร้าง และให้ความลำเอียงแห่งรัฐมาทำร้ายเราอีกต่อไป เราพร้อมที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังเช่นกรณีนางแสงเดือน ฯ ได้แสดงให้ประชาชนทั้งหลายได้ประจักษ์แล้วว่า นโยบายทวงคืนผืนป่า มีไว้เพื่อรังแกคนจน เอื้อนายทุนและนักการเมืองอย่างชัดเจน เราจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้องและสร้างบรรทัดฐานในสังคมที่เป็นธรรม และไม่ให้เกิดการดำเนินการสองมาตรฐานกับประชาชนในสังคมไทยอีกต่อไป
.
เชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชน
สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)
ณ หน้าศาลจังหวัดลำปาง / วันที่ 18 ธันวาคม 2562

ขอบคุณ ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR , สกน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ , ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move

ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (ศพช)
Center for Protection and Revival of Local Community Rights (CPCR) องค์กรพัฒนาเอกชนที่ส่งเสริมและผลักดันให้หลักการสิทธิมนุษยชนที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีความเท่าเทียม

เปิดเหมือนปกติ

30/05/2022

“ทำงานในเมืองก็เศรษฐกิจไม่ดี อยู่บนดอยก็ไม่มีที่ทำกิน” ​

ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความจากชาวบ้านใน​
หมู่บ้านแม่อีแลบและหมู่บ้านปางตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งสองหมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ประชากรทั้งสองหมู่บ้านเป็นชาติพันธุ์ลีซูและชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตามลำดับ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตรและทำไร่หมุนเวียน ​

ปัจจุบันทั้งสองหมู่บ้านได้รับผลกระทบเดียวกันคือที่ดินทำกินไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบและยึดที่ทำกินเดิมซึ่งเป็นไร่เหล่าและไร่หมุนเวียนของชาวบ้านที่เคยทำกินมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ อีกทั้งได้กำชับให้ชาวบ้านย้ายที่ทำกินไปยังบริเวณพื้นที่ราบใกล้แม่น้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการจัดสรรที่ดินทำกินใหม่ให้แก่ชาวบ้าน จึงเป็นเหตุที่ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องขาดแคลนพื้นที่ทำกินและมีที่ดินไม่เพียงพอต่อประชากรในครัวเรือน

#ชาติพันธุ์ก็คือคน

26/05/2022

หลังจากที่ชาวบ้านหมู่บ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ชาวบ้านในชุมชนทางผ่าน และเครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อย ได้ดำเนินการยื่นฟ้องสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ (คชก.) ต่อศาลปกครองเชียงใหม่เพื่อขอให้เพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565​

ขณะนี้ศาลปกครองได้มีคำสั่งรับฟ้องเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย คดีจึงอยู่ระหว่างการพิจารณา​

นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ (คชก.) ดำเนินการคัดค้านคำขอคุ้มครองชั่วคราวที่ผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลคุ้มครอง





#ยุติเหมืองแร่อมก๋อย​
#กะเบอะดินไม่เอาเหมืองแร่

20/05/2022

เชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมสมัครกันนะ

Indigenous Voice on Climate Change Media Workshop
เวิร์คช็อปการทำสื่อ วีดีโอ ภาพนิ่ง ภาพวาด

🛖🌿 🌏 คุณสนใจประเด็นชนเผ่ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือไม่?
📽📷🖌คุณสนใจพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือสื่อหรือไม่?
ถ้าใช่ โอกาสนั้นได้มาถึงคุณแล้ว รีบสมัครเข้าร่วมเวิร์คช็อปเลย!

🙋🏽พี่น้องชนเผ่าหลายพื้นที่ ต้องการส่งเสียงเพื่อสื่อสารประเด็นปัญหาของชนเผ่า และต้องการทักษะการใช้เครื่องมือสื่อเพื่อสื่อสารต่อสาธารณะ เราจึงขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำสื่อร่วมกับเยาวชนชนเผ่ามาเข้าร่วมเวิร์คช็อปเสริมทักษะและร่วมลงพื้นที่ไปทำกระบวนการผลิตสื่อกับชุมชนในแต่ละพื้นที่กับวิทยากรมากประสบการณ์ เพื่อนำผลงานมาแสดงโชว์ในงานอีเวนท์สำคัญในวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก (Indigenous Peoples' Day) ประจำปี 2565 ในเดือนสิงหาคม ณ จังหวัดเชียงใหม่

✏️ลงทะเบียนตอนนี้เลย! คลิกลิงค์นี้เลย ➡️ https://forms.gle/nLQndJQBZzZ6HaLG7
📌หมดเขตรับสมัคร วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 17:00 น.
🔖ประกาศผลวันที่ 3 มิถุนายน 2565 เวลา 17:00 น.

📃คุณสมบัติผู้สมัคร
- ไม่จํากัดวุฒิการศึกษา
- อายุระหว่าง 18-30 ปี (ยืดหยุ่นได้)
- สนใจประเด็นชนเผ่า สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และประชาธิปไตย
- ชอบการถ่ายรูป วีดีโอ หรือวาดภาพ
- รับเพียง 30 คนเท่านั้น
- อุปกรณ์ สื่อ/ศิลปะ (หากมี)
- สามารถเข้าร่วม กิจกรรมฯ ตลอดกระบวนการ

🗓กระบวนการกิจกรรมจะต่อเนื่องกันเป็น 3 ตอน ดังนี้↗️
📍 ตอน 1 | วันที่ 18-20 มิถุนายน 2565 ณ จังหวัดเชียงใหม่
- เรียนรู้ทักษะการใช้เครื่องมือสื่อ/ศิลปะ และทักษะการสร้างคอนเทนต์
- เรียนรู้ประเด็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเด็นปัญหาพี่น้องชนเผ่าในแต่ละพื้นที่
- ออกแบบแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเตรียมลงพื้นที่ทำกระบวนการผลิตสื่อร่วมกับเยาวชนชนเผ่าในแต่ละพื้นที่

📍📍 ตอนที่ 2 | มิถุนายนถึง ไม่เกินสิ้นเดือนกรกฎาคม 2565 ณ เชียงใหม่/เชียงราย/แม่ฮ่องสอน(เลือกได้ 1 พื้นที่)
- ลงพื้นที่ทำกระบวนการผลิตสื่อร่วมกับเยาวชนชนเผ่าในแต่ละพื้นที่พร้อมกับพี่เลี้ยงประจำพื้นที่
- ออกแบบผลงานเพื่อเตรียมสื่อสารและแสดงผลงานในงานอีเว้นท์ วันชนเผ่าพื้นเมืองโลก

📍📍📍 ตอนที่ 3 | วันที่ 8-10 สิงหาคม 2565 วันชนเผ่าพื้นเมืองโลก (Indigenous Peoples' Day) ณ จังหวัดเชียงใหม่
- จัดงานอีเว้นท์ เวทีสาธารณะ
- พื้นที่นิทรรศการ โชว์และแสดงผลงานสื่อ/ศิลปะของแต่ละพื้นที่
- เวทีเสวนา
- มอบรางวัล
- การแสดงดนตรี และซุ้มลานกิจกรรมอื่นๆ

✅ ฟรี ค่าเดินทาง อาหาร ที่พัก ตลอดทุกกระบวนการของการทำกิจกรรม

☎️ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
FB: R2S
IG: r2s_ivc
Email : [email protected]

03/05/2022

การแพร่ระบาดของโควิด-19 กับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนในโรงเรียนของชุมชนชาติพันธุ์​

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงเรียนทั่วประเทศต้องปิดการเรียนการสอนในห้องเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นแบบออนไลน์ หรือบางครอบครัวที่มีกำลังและเวลาก็ทดแทนการเรียนการสอนแบบ Home School ให้แก่บุตรหลานของตน​

ในขณะเดียวกันโรงเรียนในชุมชนชาติพันธุ์เองก็ต้องปิดการเรียนการสอนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ เนื่องจากโรงเรียนบางแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต อีกทั้งทางครอบครัวของเด็กนักเรียนเองก็ไม่มีกำลังและทุนทรัพย์ที่เพียงพอต่อการจัดหาอุปกรณ์ที่จะใช้เรียนออนไลน์ เป็นเหตุให้หลายโรงเรียนในชุมชนชาติพันธุ์ต้องปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นการแจกแบบฝึกหัดให้นักเรียนนำไปฝึกทำด้วยตนเอง โดยคุณครูจะกำหนดวันส่งเพื่อให้นักเรียนนำแบบฝึกหัดมาส่งให้คุณครูตรวจพร้อมกับแจกแบบฝึกหัดชุดใหม่ให้​

รูปแบบการเรียนการสอนข้างต้นเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่สามารถประเมินพัฒนาการ การเรียนรู้และความเข้าใจของนักเรียนได้ทั้งหมด เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ด้วยตัวเองทั้งหมด เมื่อพวกเขาเกิดข้อสงสัยในบทเรียนก็ไม่สามารถสอบถามคุณครูได้ในทันที ฉะนั้นภาระการสอนและการทำความเข้าใจในบทเรียนให้นักเรียนจึงตกไปเป็นของผู้ปกครอง ​

นอกจากนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ในชุมชนชาติพันธุ์ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องทำงานเป็นประจำทุกวัน เป็นเหตุให้ตนไม่สามารถทุ่มเวลาในการสอนให้กับลูกหลานได้อย่างเต็มที่ และนอกจากนี้ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ผู้ปกครองของเด็กไม่เคยได้เข้าศึกษาในโรงเรียนจึงทำให้ไม่มีความรู้ที่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจในแบบฝึกหัดให้บุตรหลานได้ ​

ปัญหาข้างต้นเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด เพราะเด็กทุกคนเป็นอนาคตของชาติที่ต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นไม่ควรมีเด็กกลุ่มไหนถูกละเลยและทอดทิ้ง แต่ควรมีการจัดการและแก้ไขปัญหารูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และบริบทชุมชน​

#ชาติพันธุ์

Photos from ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR's post 04/04/2022

ตลอดระยะเวลา 3 ปี ของการคัดค้านโครงการเหมืองแร่ถ่านหินของชุมชนกะเบอดินและชุมชนบริเวณใกล้เคียงในอำเภออมก๋อย วันนี้ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของการคัดค้านโครงการฯ นั้นคือการยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ต่อศาลปกครอง ณ ศาลปกครองเชียงใหม่ ​

โดยช่วงเช้าของวันนี้ ชาวบ้านหมู่บ้านกะเบอะดิน ชาวบ้านในหมู่บ้านทางผ่าน และเครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ฟ้อง 50 คน และผู้สนับสนุน 615 คน ได้เข้าใช้สิทธิทางศาลยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ซึ่งหน่วยงานที่ถูกฟ้องประกอบด้วย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ (คชก.) ​

ผู้ฟ้องได้มีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังนี้​
1. ขอให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ที่มีมติเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ ของบริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด คำขอประทานบัตรที่ 1/2543 ตั้งอยู่ที่ ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่​

2. ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ที่มีมติ ยึดตาม มติวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ที่ให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ถ่านหิน คำขอประทานบัตรที่ 1/2543 ตั้งอยู่ที่ ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่​

3. ขอให้ศาลสั่งมีการปรับปรุงแก้ไขรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่อมก๋อย โดยให้มีการศึกษาข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมให้ถูกต้อง โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน​

นอกจากนี้ได้มีการยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการดำเนินการใดๆในการนำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วไปใช้

Photos from ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR's post 31/03/2022

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 ชาวบ้านหมู่บ้านกะเบอะดิน ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้เดินขบวนรณรงค์คัดค้านการทำเหมืองแร่ถ่านหินและสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้แก่สาธารณชน จากที่ว่าการอำเภออมก๋อย ไปยังสนามกีฬาอำเภออมก๋อย ​

การจัดกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนชาวอมก๋อย เกี่ยวกับกระบวนการการดำเนินการคัดค้านการทำเหมืองแร่ถ่านหินในหมู่บ้านกะเบอะดิน เนื่องจากโครงการดังกล่าวขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่และยังพบข้อพิรุธและความผิดปกติของการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

อีกทั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสื่อสารถึงข้อกังวลและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนกะเบอะดินและชุมชนอื่นๆในอำเภอมก๋อย ในด้านทรัพยากรธรมชาติ สิ่งแวดล้อม ประเพณี และวิถีชีวิตต่างๆ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังถือเป็นการเรียกกำลังคน กำลังใจเพื่อรวมพลัง เคลื่อนขบวนและเคลื่อนเสียงของชุมชนกะเบอะดินเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อสร้างการรับรู้ต่อผู้คนในเมืองเชียงใหม่ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้คนในเมืองเชียงใหม่ เพื่อนำไปสู่เวทีเปิดตัวการประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (CHIA) ที่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ได้จัดทำโดยชุมชน มีความถูกต้องของข้อมูล คลอบคลุมพื้นที่ต่างๆในชุมชน ​ ซึ่งจะถูกใช้เป็นอาวุธสำคัญในกระบวนการคัดค้านเหมืองแร่ถ่านหินและการใช้สิทธิทางกฎหมายตามกระบวนการยุติธรรมในศาลปกครองต่อไป

สามารถติดตามกิจกรรมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กะเบอะดิน ดินแดนมหัศจรรย์

Photos from ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR's post 28/03/2022

ช่วงเช้าของวันนี้ชาวบ้านหมู่บ้านกะเบอะดิน ได้เปิดเวที ​ “อมก๋อย” แดนมหัศจรรย์: ลมหายใจบนไหล่เขา รอยยิ้มของผืนดิน เสียงหัวเราะของสายน้ำ ณ จุดชมวิวบบ้านกะเบอะดิน ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทบทวนกระบวนการต่อสู้ที่ผ่านมาและร่วมสะท้อนถึงปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการเหมืองแร่ถ่านหิน ​ ​

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจคัดค้านโครงการเหมืองแร่ถ่านหินอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและพบข้อพิรุธจากรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ชุมชนจึงร่วมกันจัดทำข้อมูลชุมชนและรายงานการประเมินผลกระทบโดยชุมชน(CHIA) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการรณรงค์การคัดค้านการทำเหมืองแร่ถ่านหินและใช้เป็นเครื่องมือที่ประกอบการใช้สิทธิทางกฎหมาย​

การจัดงานครั้งนี้จึงถือเป็นการประกาศเจตนารณ์ร่วมของชุมชนอีกครั้งเพื่อยืนยันต่อสาธารณชนอีกว่า ‘ชาวอมก๋อยไม่เอาเหมืองแร่ถ่านหิน’ และจะเคลื่อนขบวนเข้าสู่ตัวอำเภออมก๋อยและตัวเมืองเชียงใหม่ในวันที่ 30 มีนาคมและวันที่ 1 เมษายน ตามลำดับ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ กะเบอะดิน ดินแดนมหัศจรรย์

ิน

Photos from ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR's post 22/03/2022

เมื่อเวลา 13:30 น. ของวันนี้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ หรือ กป.อพช.ภาคเหนือ ได้จัดเวทีแสดงความคิดเห็น (ร่าง)พ.ร.บ.การดำเนินกิจการขององค์กรไม่แสวงผลกำไร จัดขึ้นที่ สวนอัญญา–เฮือนครูองุ่นมะลิก ​ ซ.3 ถ.ห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่​

ภายในงานมีกิจกรรมเดี่ยวไมค์ “เราจะซวยกันหมด” ถ้าหากพ.ร.บ.องค์กรไม่แสวงผลกำไรบังคับใช้ ผู้ร่วมปราศรัยได้พูดถึงปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการรวมกลุ่มของประชาชนในภาคส่วนต่างๆ หากพ.ร.บ.องค์กรไม่แสวงผลกำไรมีผลใช้บังคับ โดยมีผู้ร่วมปราศรัย ดังนี้​

▪️ คุณชาติชาย ธรรมโม ​ เลขาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ​
▪️ คุณสุมิตรชัย หัตถสาร ​ ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น​
▪️ อ.ชำนาญ จันทร์เรือง คณะก้าวหน้า​
▪️ คุณลำดวน มหาวัน เครือข่ายสุขภาพ/องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค​
▪️ คุณสุแก้ว ฟุงฟู ​ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ​
▪️ คุณนิตยา เอียการนา IMPECT​
▪️ คุณสายัณน์ ​ ข้ามหนึ่ง สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต​
▪️ คุณสุริยา ​ แสงแก้วฟั่น เครือข่ายผู้พิการ​

นอกจากนี้มีกิจกรรม Perfomance Art โดยธนุพล ยินดี และ การแถลงจุดยืน ต่อ (ร่าง)พ.ร.บ.การดำเนินกิจการขององค์กรไม่แสวงผลกำไร​

#หยุดพรบควบคุมการรวมกลุ่ม

Photos from ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น - CPCR's post 10/03/2022

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่นได้จัดคลินิกกฎหมาย ประเด็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติลกน้ำกก ณ ห้องประชุมเชอรรี่ มูลนิธิแม่กก ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนผู้เข้าร่วมจากหลากหลายหมู่บ้านในพื้นที่ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย​

กิจกรรมเริ่มต้น ได้มีการแบ่งกลุ่มระดมปัญหา ผลกระทบ และสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยปัญหาหลักของหลายหมู่บ้านในพื้นที่เป็นเรื่องของปัญหาการเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ​ เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น ปัญหาข้างต้นถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานและยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ทางชาวบ้านผู้เข้าร่วมได้กล่าวว่า ​ “หลายหมู่บ้านได้ดำเนินการขอไฟฟ้ามาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไฟฟ้า ชาวบ้านบางหมู่บ้านเลยต้องหาซื้อโซลาเซลล์ใช้กันเอง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างว่าหากชาวบ้านต้องการไฟฟ้าจะต้องออกค่าใช้จ่ายสมทบ แต่หลายครัวเรือนก็ไม่มีกำลังจ่ายในจุดนี้ อาจจะด้วยความที่หมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จะทำอะไรนิดหน่อยก็ลำบากไปหมด”​

นอกจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ชาวบ้านในพื้นที่ยังประสบกับปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากหมู่บ้านในพื้นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้ชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิ์ จึงเกิดการถูกยึดพื้นที่ทำกินและมีชาวบ้านถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แม้จะมีการดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดินแล้วแต่การรังวัดพื้นที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่ทำกินทั้งหมดของชาวบ้าน และไม่ได้รับตรวจสอบหรือคืนข้อมูลแต่อย่างใด เป็นผลให้การเข้าไม่ถึงข้อมูลและการใช้ที่ดินเกิดความยากลำบากมากยิ่งขึ้น​

หลังจากการระดมปัญหา ผลกระทบและสถานการ์ในช่วงแรก ทางศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่นได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับรายงานสถานการณ์ระดับนโยบายและความเป็นมา การออกกฎหมายป่าไม้ฉบับใหม่ ​ นโยบายคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) กับการสำรวจการถือครองที่ดิน และความสำคัญของการจัดทำข้อมูลชุมชน เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ เตรียมประเมินสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

แนะนำองค์กรCPCR
Community Paralegal

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

centerpcr.wordpress.com

ที่อยู่


199/332 ม.2 หมู่บ้านสวนนนทร ซ.7/2 ต.หน
Chiang Mai
50210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

Chiang Mai การปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
A1 Premier Visa Service's A1 Premier Visa Service's
Chiang Mai, <>

Providing visa services. Thailand Elite Visa agent.

Lanna Lawyers -  Expat Specialists - Chiang Mai Thailand Lanna Lawyers - Expat Specialists - Chiang Mai Thailand
298/15 Moo 5 Soi 28 Chottana Rd, T. Don Kaeo A. Mae Rim
Chiang Mai, 50130

Lanna Lawyers is a boutique law firm based in Chiang Mai, Thailand advising expats on Thai law and foreign law throughout Thailand.

EazyLaw for Business ที่ปรึกษากฎหมายทุกอ EazyLaw for Business ที่ปรึกษากฎหมายทุกอ
ชั้น 2 (อาคาร C) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)
Chiang Mai, 50100

ให้คำปรึกษาเรื่องกฎหมาย พร้อมบริการร่างและจัดทำสัญญาให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับนิติบุคคล

ILSCM Thai visa ILSCM Thai visa
8, Lane 15 Nimmanhaemin Rd., Suthep , Mueang, Chiang Mai .
Chiang Mai, 50200

WE ARE ILSCM THAI VISA SERVICE. We provide the best Thai visa service. Come to us. We are ready to make you feel convenient for staying in Thailand.

Chiang Mai Visa Shop Chiang Mai Visa Shop
19 Ratachademon Rd Soi 1 Sriphun Thape Gate
Chiang Mai, 20200

We are a VISA CONSULTANT business located in Chiang Mai Thailand.

EazyLaw ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี EazyLaw ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี
ชั้น 2 (อาคาร C) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)
Chiang Mai, 50100

บริการปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี

BBOOK แนวข้อสอบนักจัดการงานทั่ BBOOK แนวข้อสอบนักจัดการงานทั่
Chiang Mai, 50200

หนังสือเตรียมสอบข้าราชการ

ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณ ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณ
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภ
Chiang Mai, 50300

ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรมของศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย ฯ

แผ่นดินทอง Golden Land - ที่ดินถูกๆเ แผ่นดินทอง Golden Land - ที่ดินถูกๆเ
Chiang Mai, 50000

เป็นพื้นที่เพื่อการซื้อ-ขาย แนะนำและแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

Chiangmai Sheep Visa Services Chiangmai Sheep Visa Services
Chiang Mai, 50100

Cheapest visa services in Chiangmai. service with heart <3

อธิป ทนายเชียงใหม่ และทีมทนา อธิป ทนายเชียงใหม่ และทีมทนา
โครงการทรีบูติคอเวนิว ต.ท่าศาลา
Chiang Mai, 50000

ปรึกษา​ปัญหากฎหมายฟรี รับว่าความทั่ววราชอาณาจักร

Chinyok Limited Partnership Chinyok Limited Partnership
26 Soi.Gudao 2 T.Chang Phueak A. Mueang Chiangmai, Chiangmai 50300
Chiang Mai, 50300

一家为在泰外籍人士提供商业和生活便利服务的公司 A company that provides business and life convenience services for foreigners in Thailand