เพาะธรรม

เพาะธรรม

พุทธธรรม
081-918-1806

เปิดเหมือนปกติ

Photos from เพาะธรรม's post 15/09/2022

#สร้างวาสนาเพิ่มค่าให้อายุ
โดย..
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
วาสนาสร้างเองได้
อายุยืนอย่างมีคุณค่า
พุทธภาษิตเกี่ยวกับชีวิตและอายุขัย
ขนาดหนังสือ14X21 CM.
กระดาษถนอมสายตา
จำนวน 62 หน้าไสกาว
ราคา 25 บาท
.....................
ค่าส่ง→
จำนวน 1-50 เล่ม 50 บาท
จำนวน 51 เล่มขึ้นไปเล่มละ 1 บาท

Photos from เพาะธรรม's post 07/09/2022

#วชิรพุทธิฎีกา พากย์คู่ บาลี-ไทย
#พุทธบัญญัติ
มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ ได้จัดให้มีการแปลพระคัมภีร์วชิรพุทธิฎีกา เป็นพากย์คู่บาลี-ไทย โดยมอบหมายให้ นายสุวรรณ์ จินต์ประชา ป.ธ.๙ นักวิซาการประจำ
มูลนิธิฯ เป็นผู้แปลยกร่าง แล้วมอบหมายให้คณะนักวิชาการเป็นผู้ตรวจชำระ และแบ่งออกเป็น ๔ ภาค คือ
ภาค ๑ เริ่มตั้งแต่พรรณนาบทมาติกา พาหิรนิทาน
เวรัญชกัณฑ์ไปจนจบปาราชิกกัณฑ์
ภาค ๒ เริ่มตั้งแต่พรรณนาสังฆาทิเสสกัณฑ์ นิยตกัณฑ์ ไปจนจบ นิสสัคคิยกัณฑ์
ภาค ๓ เริ่มตั้งแต่พรรณนาปาจิตติยกัณฑ์ ทั้งภิกขุวิภังค์และภิกขุนีวิภังค์ไปจนจบอุภโตวิภังค์
ภาค ๔ เริ่มตั้งแต่พรรณนามหาวรรค จูฬวรรค และปาริวาร ไปจนจบ นิคมนกถา
สำหรับพระคัมภีร์วชิรพุทธิฎีกา บาลี-ไทย ภาค ๑ นี้ มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา มูลนิธิ เอส.ซี.จี. นางกิ่งกาญจน์ อารักษ์พุทธนันท์ และนายสุรพล-นางปาริชาต โตวิวัฒน์ ได้จัดพิมพ์เผยแพร่เป็น
ธรรมทาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ ฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัซกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี เนื่องในโอกาสอันเป็นมหาศุภมงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช ๒๕๖๒
ขออานิสงส์แห่งการสร้างคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นธรรมทานนี้จงเป็นแสงสว่างคือปัญญาแก่มนุษยชาติและทวยเทพทั้งปวง ขอให้พระสัทธรรม
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงดำรงอยู่ในโลกตลอดกาลนาน ขอถวายพระพรชัยมงคลให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินีทั้งพระบรมวงศ์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานขอให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าจงเกษมสำราญโดยทั่วกัน เทอญ.
มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ
เพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา
รายละเอียดหนังสือ
ขนาด 18.5x26 cm.
เล่ม๑ จำนวน ๕๙๔ หน้า
เล่ม๒ จำนวน ๓๖๑ หน้า
เล่ม๓ จำนวน ๓๐๖ หน้า
ปกแข็ง เย็บกี่
ปั้มทอง สันโค้ง
**ชำระต้นทางรวมค่าส่ง 1,250.-
**ชำระปลายทางรวมส่ง 1,300.-

14/05/2022

•เจ็งชำ•
ในสมัยชุนชิว ระหว่างรัชกาลพระเจ้าจิวเพ่งอ๋องกับพระเจ้าจิวอุย-เลียดอ๋อง ประมาณสมัยพุทธกาล มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อเจ็งชำ บุตรเจ็งเตี๊ยม ชาวนาเมืองลู้ มารดาชื่อเม่งสี เจ็งชำเป็นศิษย์ในสำนักขงจื้อเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีแรงกล้า ปรนนิบัติผู้บังเกิดเกล้าด้วยความเอาใจใส่และถนอมน้ำใจให้มีความสุข ว่างจากการเรียนก็ช่วยบิดาทำไร่ทำนา ทุกคืนเขาจะจุดธูปเทียนบูชาเง็กเชียนฮ่องเต้ ขอให้ช่วยอภิบาลผู้บังเกิดเกล้าให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อยู่เย็นเป็นสุขมีอายุยืนนาน
ครั้งหนึ่งบิดาใช้ให้ย้ายต้นฟัก เจ็งชำขุดพลาดถูกรากใหญ่ขาดบิดาโกรธมาก เฆี่ยนตีอย่างสาหัส เขาวิตกว่าถ้ามารดารู้ว่าเขาต้องโทษหนักจะเป็นทุกข์ไม่สบายใจ จึงแสร้งไปนั่งดีดพิณให้มารดาสำคัญว่าที่บิดาเมี่ยนนั้นไม่เจ็บปวดเท่าใด
ต่อมาเมื่อบิดาถึงแก่กรรมแล้ว เขาก็เข้าปาตัดฟืนขายบำรุงเลี้ยงมารดา ทุกคราวที่เข้าป๋าเขาเป็นห่วงมารดาที่อยู่เบื้องหลังลำพังผู้เดียวอย่างยิ่ง
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เขาตัดฟืนอยู่ในป่า มีอาคันตุกะผู้หนึ่งแวะมายังที่อยู่ มารดาเป็นชาวบ้านนอกมาแต่กำเนิดก็ไม่รู้ที่จะจัดรับรองหรือเจรจาพาที่อย่างไร อีกทั้งไม่มีทรัพย์จะซื้ออาหารเลี้ยงดูตามประเพณีนางร้อนใจที่รอแล้วรอเล่าไม่เห็นบุตรกลับมา ในที่สุดนางเกิดความคิด
ขึ้นว่า อันสายเลือดของแม่กับลูกนั้นมีความสัมพันธ์ต่อกัน จึงยกนิ้วมือใส่ปากกัดจนนิ้วแตก ในบัดเดียวกันนั้นบุตรของนางที่กำลังตัดฟืนอยู่ในปาก็เจ็บเสียวในทรวง เขาสังหรณ์ใจว่าคงมีเหตุเกิดขึ้นทางบ้าน จึงมัดท่อนฟืนที่ตัดแล้วแบกขึ้นบ่ารีบกลับบ้าน ถึงบ้านตรงเข้าไปคุกเข่าเฉพาะหน้ามารดา แจ้งอาการที่เกิดเจ็บในอก มารดากล่าวว่า "มีอาคันตุกะมาที่บ้าน เราจึงกัดนิ้วให้รู้ถึงเจ้า จะได้รีบกลับมาปรึกษาหารือกันว่าจะควรรับรองเขาอย่างไร"👨🏻‍🚀

Photos from เพาะธรรม's post 01/05/2022

#หนังสือเรียน
#นักธรรมชั้นตรี
#นักธรรมชั้นโท
#นักธรรมชั้นเอก
#เป็นเจ้าภาพถวายหนังสือเรียน
แก่พระภิกษุสามเณรได้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ต้นแบบแห่งสำนักเรียนพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
หนังสือเรียนนักธรรมชั้นตรีและธรรมศึกษา
1.นวโกวาท
2.พุทธศาสนสุภาษิตเล่ม ๑
3.พุทธประวัติเล่ม ๑
4.พุทธประวัติเล่ม ๒
5.พุทธประวัติเล่ม ๓
6.วินัยมุขเล่ม ๑
7.ปฐมสมโพธิ
หนังสือแบบประกอบนักธรรมชั้นตรี ๑๓ เล่ม
1.คำแนะนำเรียงความตรี
2.ทศวิภาค
3.พุทธประวัติปริเฉทที่ ๑
4.วินัยวินิจฉัย
5.อุปกรณ์วินัยมุข เล่ม ๑
6.พุทธประวัติสังเขป สี่สี
7.อธิบายธรรมในนวโกวาท
8.ประมวลปัญหาเฉลยธรรมวิภาค
9. ประมวลปัญหาเฉลยธรรมบัญญัติ
10. .ประมวลปัญหาเฉลยพุทธประวัติ
11.ข้อควรจำวินัยมุขเล่ม ๑
12.อธิบายธรรมวิภาคปริเฉทที่ ๑
13.ศาสนพิธีสังเขป (สี่สี)
หนังสือหลักสูตรนักธรรมโท
1.พุทธศาสนสุภาษิตเล่ม ๒
2.ธรรมวิภาคปริเฉทที่ ๒
3.อนุพุทธประวัติ
4.พุทธานุพุทธประวัติ
5.สังคีติคาถา
6.วินัยมุขเล่ม ๒
หนังสือแบบประกอบนักธรรมชั้นโท ๘ เล่ม
1.เรียงความแก้กระทู้ธรรมชั้นโท
2.อุปกรณ์วินัยเล่ม ๒
3.ธรรมปริทรรศน์เล่ม ๒
4.อุปกรณ์สังคีติกถา
5.ประมวลปัญหาเฉลยธรรมวิภาค
6.ประมวลปัญหาเฉลยวินัยบัญญัติ
7. ประมวลปัญหาเฉลยอนุพุทธประวัติ
8. ประมวลปัญหาเฉลยสังคีติกถา
หนังสือหลักสูตรนักธรรมชั้นเอก
1.ธรรมวิจารณ์
2.พุทธศาสนสุภาษิตเล่ม ๓
3.วินัยมุขเล่ม ๓
4.มงคลวิเสสกถา
5.คาถาธรรมบทแปล
6.สมถกัมมัฏฐาน
7.วิปัสสนากัมมัฏฐาน
8.สมถ-วิปัสสนากัมมัฏฐาน
9.มหาสติ
หนังสือแบบประกอบนักธรรมชั้นเอก ๗ เล่ม
1.อุปกรณ์ธรรมวิจารณ์
2.อุปกรณ์กัมมัฏฐาน สี่สี
3.อุปกรณ์วินัยมุขเล่ม ๓
4.เรียงความแก้กระทู้ธรรมชั้นเอก
5.ประมวลปัญหาเฉลยธรรม
6.ประมวลปัญหาเฉลยวินัยบัญญัติ
7.ประมวลปัญหาเฉลยพุทธานุพุทธ
~•———•~
🔸ชำระก่อนส่งรวมค่าส่งจำนวนชุดละ 🔸
♦️นักธรรมชั้นตรี 265.-
แบบประกอบนักธรรมชั้นตรี 639.-
รวมพร้อมค่าจัดส่งชุดละ 989.-🔸

♦️นักธรรมชั้นโท 250.-
แบบประกอบนักธรรมชั้นโท 360.-
รวมพร้อมค่าจัดส่งชุดละ 699.-🔸

♦️นักธรรมชั้นเอก 400.-
แบบประกอบนักธรรมชั้นเอก 215.-
รวมพร้อมค่าจัดส่งชุดละ 699.-🔸

❇️รวม 3 ชุดพร้อมค่าส่ง 2,439.-❇️
ขออนุโมทนาบุญ แก่ทุกท่าน
ที่สนับสนุน ส่งเสริมการจำหน่าย เผยแผ่ธรรมะในรูปแบบลายลักษณ์อักษรในยุคปัจจุบัน ขอผลบุญที่ท่านได้ทำในครั้งนี้จง
เป็นปัจจัยส่งผลให้ท่านถึงซึ่ง
”พระนิพพานเทอญ.”
งานเผยแผ่ธรรม ร้านพบธรรม
(~•พบธรรม ทุกลมหายใจ•~)
๐๙๒ ๓๖๕ ๔๙๖๕
๐๘๑ ๙๑๘ ๑๘๐๖

Photos from เพาะธรรม's post 09/12/2021

#พุทธธรรมฉบับปรับขยายปกหนังสือแดง
(เลือดหมู)พิมพ์ปี พ.ศ. ๒๕๕๗
ชำระแบบต้นทาง ๗๕๐.-
ชำระแบบปลายทาง ๗๗๐.-
ร้านหนังสือพบธรรม
081-918-1806

26/07/2020

🌿มนุษย์ที่ยังไม่พัฒนา
จะมีความสุขจาก สิ่งที่ชอบและชัง
ได้สุขจากสิ่งที่ชอบและทุกข์จากสิ่งที่ชัง
วนเวียนอยู่ในวังวนแห่งความสุขและความทุกข์
🌿แต่เมื่อไหร่เริ่มพัฒนา
จะได้ความสุขแบบ
"อิสระทางปัญญา
รู้ เข้าใจ สิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง"🍂

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)

03/06/2020

🐢..ต้องฝึกตน~•
พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป. อ. ปยุตโต )

>> คนเรานั้นมีชีวิตที่เจริญงอกงามได้
ก็ต้องมีการฝึกตน
คนไหนไม่ฝึกตนก็เจริญยาก
คนที่เจริญ จะเอาอะไรต่ออะไร
มาเป็นเครื่องฝึกตนหมด
เจอสถานการณ์ใหม่เจออะไรใหม่ๆ
มองว่าจะได้โอกาสฝึกตน
เจอทุกข์เจอปัญหา
ก็คือแบบฝึกหัดในการฝึกตัวเองนั่นเอง..🐌

25/05/2020
25/12/2019

#สัมมาทิฏฐิ
🔶 เมื่อใดคนมองเห็นคุณค่า เกิดความเข้าใจซาบซึ้ง และใฝ่นิยมความสุจริต เป็นสัมมาทิฏฐิแล้ว เมื่อน้ันศีลหรือความประพฤติสุจริต จึงจะแน่นแฟ้นมั่นคงได้(ตอนนี้ค่านิยมจะเป็นฝ่ายกําหนดพฤติกรรม). และเมื่อนั้นแหละจึงเรียกได้ว่าเขาเป็นผู้มีการศึกษา

🔶พูดอีกอย่างหนึ่งว่าการที่ฝึกปรือในไตรสิกขา เริ่มแต่ศีลไปก็เพื่อฟักบ่มให้องค์มรรคทั้งหลายเริ่มแต่สัมมาทิฏฐิเกิดข้ึน เมื่อใดองค์มรรคซึ่งมีสัมมาทิฏฐิเป็นตัวนํา บังเกิดข้ึนในบุคคล จึงจะนับได้ว่าเขามีการศึกษา เพราะนับแต่บัดน้ันไป องค์ธรรมทั้งหลายในตัวบุคคลนั้น จึงจะเริ่มเข้าประจําทําหน้าที่สอดประสานส่งทอดต่อกัน

🔶สัมมาทิฏฐิ นอกจากจะทําให้ศีลหรือความประพฤติสุจริตนั้นมั่นคงจริงจังแล้ว ยังช่วยให้การประพฤติศีล เป็นไปด้วยความจริงใจ ไม่เสแสร้ง และเป็นหลักประกันให้ประพฤติได้ถูกต้องตามความหมายและความมุ่งหมาย ของศีล ไม่ผิดพลาดกลายเป็นสีลัพพตปรามาส หรือถือปฏิบัติโดยงมงายเป็นต้นอีกด้วย

•~สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์~•
ที่มา :คัดจากหนังสือ พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย

23/12/2019

ในแง่นี้ เมื่อโรคเอดส์เกิดขึ้นมาแล้วก็กลายเป็นเครื่องช่วยทางสังคมอย่างหนึ่ง ในการที่จะเหนี่ยวรั้งมนุษย์ไม่ให้เสื่อมโทรมในทางกามารมณ์ หรือมีการเบียดเบียนกันทางด้านกามนี้มากเกินไป
อย่างน้อยมนุษย์น่าจะได้พิจารณาว่า ระหว่างเครื่องมือยับยั้งทางธรรมชาติพื้นฐาน เช่น เรื่องของการตั้งครรภ์ กับการที่มาถูกยับยั้งในขั้นของโรคภัยไข้เจ็บที่รุนแรงขึ้นๆ ซึ่งเกิดจากสำส่อนทางกาม อันไหนจะดีกว่ากัน ถ้ามนุษย์ไม่มีการยับยั้งด้วยการบังคับควบคุมโดยทางศีลธรรมด้วยตัวเอง ก็จะต้องถูกธรรมชาติยับยั้งด้วยปัจจัยภายนอก
ปัจจัยภายใน คือ การที่ตัวมนุษย์เอง มีจิตใจเข้มแข็งที่จะควบคุมตนเอง และดำรงอยู่ในหลักศีลธรรมเป็นต้น
ส่วนในด้านปัจจัยภายนอก แบบแผนและมาตรการต่างๆทางสังคมก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ แต่แค่นั้นยังไม่พอ ธรรมชาตินี่แหละเป็นปัจจัยภายนอกขั้นสุดท้ายที่ว่า เมื่อมนุษย์สำส่อนกันนักในที่สุดผลร้ายก็เกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เอง
ถ้ามองในแง่นี้ เอดส์ก็เป็นทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดี ร้ายที่มาทำให้มนุษย์มีความทุกข์ยาก แต่พร้อมกันนั้นมันก็เป็นเครื่องมาช่วยเหนี่ยวรั้งอารยธรรมไม่ให้มนุษย์ตกไปใต้อำนาจของความลุ่มหลงมัวเมาทางกามารมณ์มากเกินไป

หนังสือ ธรรมะชนะเอดส์
โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
พิมพ์ครั้งที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๖ หน้า ๔

สามารถอ่านหนังสือเพิ่มเติมได้ที่
https://book.watnyanaves.net/index.php?floor=patient
#ธรรมะ #สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
Instagram: @watnyanavesakavan

16/07/2019

....บูชาพระธรรม วันอาสาฬหบูชา......

.....ยอกร ประณม ขึ้นเหนือเกล้า
ไหว้คุณพระ ธรรมเจ้า สุดเกษี
ในวันอา- สาฬห บูชานี้
พระธรรมมี เป็นประถม แล้วสมบูรณ์

.....ขอพระธรรม ทำหน้าที่ ธรรมจักร
ได้หาญหัก กลีร้าย ให้หายสูญ
สัตว์โลกได้ อาศัยธรรมะ ธรรมนูญ
ได้เพิ่มพูน สุขสวัสดิ์ พิพัฒน์ธรรม

.....ขอปวงสัตว์ สารพัด เคารพ,เห็น
พระธรรมเป็น พระเจ้า จอมอุปภัมภ์
คุ้มสัตว์ไว้ พ้นได้ จากบาปกรรม
เป็นเครื่องนำ สู่นิพพาน เบิกบานเอย.

..........พุทธทาสภิกขุ........
.....

16/06/2019

โยนิโสมนสิการ

"โยนิโสมนสิการ" แปลว่า การทำในใจโดยแยบคาย คล้ายกับที่เรียกกันว่ารู้จักคิด คิดเป็น หรือคิดถูกทาง

เมื่อมองเห็นอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไปพบอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าทำใจถูกต้อง คิดถูกต้อง
รู้จักพิจารณา ก็จะทำให้เกิดปัญญาขึ้น ทำให้รู้ว่า
ควรจะปฏิบัติอย่างไร ปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้อง
จะเอามาใช้หรือเอามาทำให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร

"โยนิโสมนสิการ" ก็เป็นหลักที่สำคัญมาก
เป็นตัวนำเข้าสู่ "มรรค" หรือแนวทางที่ถูกต้อง
ซึ่งเป็นคู่กับ "กัลยาณมิตร"

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "กัลยาณมิตร" เป็นองค์ประกอบภายนอก คืออยู่นอกตัวเรา เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์
และพระสงฆ์ อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น ท่านอยู่ข้างนอก แต่ "โยนิโสมนสิการ" เป็นองค์ประกอบภายใน หรือปัจจัยภายใน อยู่ในตัวเราเอง อยู่ที่ความคิดของเรา...

เมื่อไปเห็นอะไรสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
คนหลายคนก็เห็นสิ่งเดียวกัน แต่คิดไม่เหมือนกัน

คนจำนวนมาก จะคิดไปตามแนวทางที่เคยคิดกันมา หรือมองตามที่เห็นเพียงผิวเผิน ความคิดจะตันอยู่แค่นั้น หรือมิฉะนั้น ก็คิดเตลิดเปิดเปิงไปเลย ไม่เป็นลำดับ ไม่มีเหตุผล ไม่เป็นขั้นเป็นตอน หรืออย่างที่ท่าน
เรียกว่า คิดปรุงแต่งไปตามความยินดียินร้าย หรือ
ชอบชัง คนทั่วไปจะเป็นอย่างนั้น เมื่อเห็นอะไรอย่างใด
อย่างหนึ่ง ก็คิดแค่ตามที่ชอบที่ชัง หรือยินดียินร้าย

คนที่ขาดโยนิโสมนสิการ เมื่อพบเห็นอะไร ไม่รู้จักคิด
ก็จะมองแค่ตามที่ชอบใจและไม่ชอบใจ ถ้าชอบใจก็สุข ถ้าไม่ชอบใจก็ทุกข์ วนอยู่แค่นั้น โดยเฉพาะเวลาเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจ มัวแต่ขัดใจอยู่ เลยไม่เห็นประโยชน์ที่จะได้จากสิ่งนั้น มองแค่ว่า จะได้ จะเอา จะเสพหรือไม่ เลยได้แค่คอยจะกิน คอยจะใช้ คอยจะบริโภค ทำอะไรไม่เป็น ไม่รู้จักสร้างสรรค์หรือแก้ไขปรับปรุง ชีวิตของตนเองก็ไม่พัฒนา จะช่วยพัฒนาสังคมประเทศชาติ
ก็ไม่อาจจะทำได้

แต่คนที่มีโยนิโสมนสิการ จะพิจารณาด้วยปัญญา
คิดให้เห็นเหตุเห็นผล พบอะไรที่ยังไม่เข้าใจก็คิดค้น
จนได้ความจริง แม้แต่เจออะไรที่ไม่ถูกใจ ก็มองให้เห็นทางที่จะเอาประโยชน์จากสิ่งนั้นได้

เมื่อพบเห็นอะไรแปลกใหม่ ก็รู้จักคิดค้นว่า สิ่งนั้นทำ
ขึ้นมาได้อย่างไร นำไปสู่การรู้จักทำ รู้จักสร้างสรรค์ ทำได้และทำเป็น เมื่อพบปัญหา ก็คิดค้นหาเหตุปัจจัย ทำให้แก้ปัญหาได้ จากคิดเป็น ก็นำไปสู่ทำเป็น และ
แก้ปัญหาเป็น ชีวิตของตนก็พัฒนา และช่วยพัฒนาประเทศ พัฒนาสังคมไปในทางที่ถูกต้อง...

เมื่อมีองค์ประกอบภายนอก คือ "กัลยาณมิตร" และ
องค์ประกอบภายใน คือ "โยนิโสมนสิการ" ๒ อย่างนี้แล้ว ก็เหมือนกับได้มีแสงเงินแสงทองปรากฏฉายขึ้นมา เรียกว่า รุ่งอรุณ ต่อจากนั้น พระอาทิตย์ก็จะอุทัย
ได้แก่ การที่ "อริยมรรค" กล่าวคือ วิถีชีวิตที่ดีงาม
อันประเสริฐ บังเกิดขึ้นแก่ตัวบุคคลนั้น..."

...สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)

~ พุทธธรรม ธรรมะ เพื่อทางพ้นทุกข์

ที่มา kittiprompong

13/06/2019
07/06/2019

"ชีวิต" คืออะไร?

"ชีวิตนี้คืออะไร? ชีวิตมีธาตุทำให้เกิดอายตนะ อายตนะทำให้เกิดขันธ์ ขันธ์ทำให้เกิดปฏิจจสมุปบาท หรือมีอาการแห่งปฏิจจสมุปบาท มีปฏิจจสมุปบาทก็คือมีทุกข์ เรารู้ ๕ เรื่องนี้แหละ เรื่องชีวิตโดยสมบูรณ์

วิทยาศาสตร์ของโลกปัจจุบันที่ว่าเก่งกันนัก อุตส่าห์ไปเรียนวิทยาศาสตร์จากเมืองนอกเมืองนามา เมื่อถามว่าชีวิตคืออะไร? ชีวิตคืออะไร? มันไม่เคยรู้เรื่องนี้ มันก็ตอบว่าเมื่อโพโตพลาส คือเยื่อที่อยู่ในเซลล์หนึ่งๆยังสดอยู่ เมื่อโพโตพลาสของเซลล์ยังสดอยู่ นั่นคือ "ชีวิต" ถ้าโพโตพลาสนั้นเน่าตายเหี่ยวแห้งไป คือตาย คือไม่มีชีวิต (รู้อย่างนี้)ไม่มีสาระอะไรที่จะดับทุกข์ เป็นเรื่องบอกธรรมชาติล้วนๅ ว่าชีวิตคือโพโตพลาสในแต่ละเซลล์ยังสดอยู่ แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร

มันก็จริงเหมือนกันแหละ ถ้าไปบัญญัติอย่างนั้น ก็จริงตามแบบนั้น ถ้ารู้จักชีวิตในแง่วิทยาศาสตร์ มันจึงไม่ดับทุกข์ แล้ววิทยาศาสตร์ก็ดึงไปหาประโยชน์ทางวัตถุทั้งนั้น ไม่มารู้เรื่องทางจิตใจ.

ถ้าเราจะรู้จักชีวิตที่ถูกต้องในทางจิตใจ มันก็ต้องรู้ ๕ เรื่อง ดังกล่าวมาแล้วนั้น คือรู้เรื่องธาตุ เรื่องอายตนะ เรื่องขันธ์ เรื่องปฏิจจสมุปบาท แล้วก็เรื่องความทุกข์.

ที่เราจะควบคุม"กระแสแห่งชีวิต" จะควบคุมกระแสแห่งชีวิต ก็คือควบคุมสิ่งเหล่านี้ให้ถูกต้อง คือควบคุมเรื่องธาตุให้ถูกต้อง, ควบคุมเรื่องอายตนะให้ถูกต้อง, เรื่องขันธ์ให้ถูกต้อง เรื่องปฏิจจสมุปบาทให้ถูกต้อง ควบคุมเรื่องความทุกข์ให้ถูกต้อง นั่นก็คือควบคุมชีวิตที่เป็นไปอย่างถูกต้อง มันไม่กัดเจ้าของ มีความสงบเย็นและเป็นประโยชน์"

พุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยายอบรมนวกภิกษุ เรื่อง "การควบคุมกระแสแห่งชีวิต" ในพรรษา ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ณ สวนโมกขพลาราม จากหนังสือชุด "หมุนล้อธรรมจักร"
---------------------------------
ดู..ชีวิต หรือ จิต-เจตสิก-รูป ให้เห็นเป็นเพียงขันธ์ ๕

"ถ้าเอาเพียงสั้นๆ ก็เพียง ๕ อย่าง เป็นเบญจขันธ์ จะพูดถึงส่วนที่เป็นเบญจขันธ์ก่อนนะ ฟังให้ดี จะพูดถึงส่วนที่เป็นเบญจขันธ์ พออายตนะกระทบกัน อายตนะภายใน(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)กับอายตนะภายนอก(รูป(สีต่างๆ) เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์)ถึงกัน เกิดวิญญาณ นี้มันเกิดวิญญานขันธ์แล้ว และเกิดรูปขันธ์แล้ว เพราะอายตนะนั้นมันเป็นรูป เป็นรูปขันธ์ เป็นรูปที่ทำหน้าที่แล้ว จึงเป็นรูปขันธ์ เพียงอายตนะภายใน-อายตนะภายนอกกระทบกัน แล้วเกิดวิญญาณขึ้นมานี้ มันเกิดขึ้น ๒ ขันธ์แล้ว คือ รูปขันธ์ก็เกิดแล้ว วิญญาณขันธ์ก็เกิดแล้ว สามอย่างนี้ทำงานด้วยกันอยู่ เป็น"ผัสสะ" เกิดเวทนาก็เกิดเวทนาขันธ์ ครั้นเกิดเวทนาขันธ์แล้วก็สำคัญมั่นหมายในเวทนาขันธ์อย่างไร ก็เป็นสัญญาขันธ์ มีความคิดเนื่องด้วยสัญญาขันธ์อย่างไร ก็เป็นสังขารขันธ์ นี่มันครบ ๕ แล้ว ครบ ๕ ขันธ์แล้ว

วิญญาณขันธ์ก็อยู่ข้างหน้า ตั้งแต่แรกอายตนะกระทบกัน พบกัน มันเป็นวิญญาณขันธ์เสียทีหนึ่ง ตามคู่อายตนะ แต่ว่าวิญญาณขันธ์อาจจะเกิดต่อมาอีกได้หลายครั้ง เช่นว่า เกิดเป็นเวทนาแล้ว วิญญาณขันธ์ส่วนมโนวิญญาณนั่นน่ะ จะสัมผัสเวทนานั้นอีกทีก็ได้ ก็ยังได้ ดังนั้น วิญญาณนั้นมีหน้าที่อยู่ตรงไหนก็ไม่แน่ ข้างหน้าก็ได้ ตรงกลางก็ได้ ข้างปลายก็ได้ ฉะนั้น วิญญาณขันธ์จึงถูกจัดไว้แปลกเพื่อน อยู่สุดท้ายเลย รูปขันธ์มาก่อน แล้วเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ตามลำดับ ส่วนวิญญาณขันธ์เอาไว้สุดโต่ง เพราะว่ามันเกิดตรงไหนก็ได้ ที่แท้มันก็จะเกิดทีแรก ตั้งแต่อายตนะกระทบกันเกิดวิญญาณขันธ์แล้ว ดูอย่างนี้ก็เรียกว่า ดูให้เห็นว่ามันเป็นขันธ์ ๕"

พุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยาย ณ ลานหินโค้ง เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ จากหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ เล่ม"คู่มือการศึกษาพุทธศาสนา" หน้า ๒๕๑-๒๕๒
----------------------------

ความจริงของสิ่งที่เรียกว่า " ชีวิต "
กับ หลักธรรมเรื่อง " อนัตตา "

ชีวิตของบุคคลแต่ละคนพร้อมทั้งโลก ว่าตามจริงแล้วไม่มีอะไรเลย นอกจากกระบวนการแห่งปรากฎการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง อันรวมลงได้ใน "ขันธ์ ๕" ทั้งหมดทั้งสิ้น
กระบวนการนี้ได้ดำเนินมาตั้งแต่เวลาที่กำหนดไม่ได้ ก่อนเราเกิดมา และแม้ภายหลังจากที่เราตายไปแล้ว มันจะดำเนินต่อไปชั่วระยะกาลอันหาที่สิ้นสุดมิได้ นานเท่านาน และไกลแสนไกล ตราบเท่าที่ยังมีปัจจัยให้มันอยู่
"ขันธ์ ๕" ไม่ว่าจะถือเอาแยกกันแต่ละอันก็ดี ถือเอารวมเป็นอันเดียวกันก็ดี "ไม่มีทางที่จะเป็นสิ่งที่มีตัวตน" หรือ เป็นตัวบุคคลที่เป็นจริงที่ยั่งยืนได้เลย และนอกไปจากขันธ์ ๕ เหล่านี้ก็เช่นกัน ไม่มีตัวตน อาตมัน หรือ อัตตา สามารถจะพบว่าเป็นเจ้าของของขันธ์ ๕ นั้น
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ขันธ์ ๕ ไม่ใช่อัตตา และขันธ์ ๕ นั้นไม่เป็นสมบัติของอัตตา
เมื่อพิจารณาในแง่ที่ว่าเป็นของไม่เที่ยง และความเกิดด้วยอาศัยปัจจัยแห่งสภาวธรรมทั้งหลาย ความเชื่อในเรื่อง"อัตตา"ไม่ว่าจะเป็นแบบใดๆ จะต้องถูกถือว่า"เป็นความหลงผิด"ทั้งสิ้น
เปรียบเสมือนสิ่งที่เรากำหนดเรียกโดยชื่อว่า"รถ" ย่อมไม่มีอยู่ต่างหากจาก เพลา ล้อ คาน และตัวถังรถ เป็นต้น
หรือ เหมือนอย่างคำว่า"บ้าน" เป็นแต่เพียงคำกำหนดเรียกเพื่อความสะดวกสำหรับสัมภาระต่างๆที่นำมาประกอบเข้าด้วยกัน ตามแบบอันใดอันหนึ่ง เพื่อที่จะปิดกั้นไว้ซึ่งที่ว่างส่วนหนึ่ง หามีสิ่งที่เป็นตัวตนนั้นต่างหากในสภาวะความเป็นจริงไม่ ฉันใด ฉันนั้นนั่นแล สิ่งที่เราเรียกว่า "สัตว์" หรือ "ตัวตน" หรือ "บุคคล" หรือโดยชื่อว่า "เรา" ไม่มีอะไร นอกจากการรวมลงแห่งปรากฎการณ์ทางรูปและนาม และหาความมีอยู่อย่างแท้จริงด้วยตัวของมันเองไม่"

พระญาณติโลก
ที่มา : จากหนังสือ The Word of The Buddha
( พระพุทธวจนะ ความจริงอันประเสริฐ )
## ท. ส. ปญฺญาวุฑฺโฒ ## รวบรวม.

30/05/2019

เมื่อทุกคน...หนีความจริงไปไม่ได้
จึงไม่มีอะไร ที่จะให้ประโยชน์มากกว่า "ความจริง"

......."ความจริง" เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่มีอะไรที่จะเกินความจริงไปได้ และชีวิตของเราก็ต้องอยู่กับความจริง หนีความจริงไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ในการดำเนินชีวิต เราจึงควรระลึกตระหนักในความจริงอยู่เสมอ และวางใจต่อความจริงนั้นอย่างถูกต้อง แล้วความจริงนั้นก็จะเป็นประโยชน์แก่ชีวิตของเรา เราจะหนีหรือจะสู้ ความจริงก็อยู่นั้น ถ้าเรากลัวความจริง ความจริงก็เป็นโทษแก่เรา แต่ถ้าเรารู้ความจริง ความจริงก็เป็นประโยชน์แก่เรา

"ความจริง"นั้นไม่มีรสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มเอร็ดอร่อย เหมือนอย่างเรื่องสนุกสนานทั้งหลาย ความจริงนั้นเหมือนกับน้ำบริสุทธิ์ที่มีรสจืด แต่รสจืดของน้ำที่บริสุทธิ์นั่นแหละเป็นสิ่งที่ชีวิตต้องการที่สุด เราอาจจะต้องการรสอะไรหลากหลาย ทั้งรสหวาน รสมัน รสเค็ม และรสอะไรสารพัดให้สนุกสนานตื่นเต้นไป แต่ในที่สุดเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องการรสจืดของน้ำที่บริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งที่ชีวิตต้องการแท้ๆ ในทางนามธรรมก็เช่นเดียวกัน ชีวิตของเรานี้ต้องการรสจืดของความจริง ความจริงเป็นรสจืดอย่างสนิท ถึงแม้ใครไม่ชอบ ก็ไม่มีใครหนีความจริงไปพ้น แต่ถ้าเรารู้เท่าทันมัน ความจริงก็จะให้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของเราอย่างที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้เราระลึกถึงความจริงของชีวิตเป็นธรรมดา และที่พระองค์ตรัสสอนไว้นั้นไม่ใช่เพียงให้ระลึกเท่านั้น แต่ยังให้พิจารณาด้วย ความจริงที่ว่านี้มี ๕ ประการด้วยกัน

ความจริงที่เราทุกคนควรพิจารณาอยู่เสมอ ทางพระท่านเรียกเป็นภาษาบาลีว่า อภิณหปัจจเวกขณะ มี ๕ ประการ อย่างที่อาตมภาพได้ยกขึ้นตั้งเป็นคำเริ่มต้นในพระธรรมเทศนานี้ว่า " ชราธมฺโมมฺหิ ชรํ อนตีโตติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ " มีใจความว่า ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า

๑.เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้

๒.เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้

๓.เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้

๔.เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น

๕.เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทของกรรม มีกรรมเป็นแดนเกิด เป็นพวกพ้องของกรรม ทำกรรมไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักได้รับผลของกรรมนั้น จักเป็นทายาทของกรรมนั้น

"ความจริง"เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคน ไม่ว่าสตรีหรือบุรุษ ไม่ว่าคฤหัสถ์คือชาวบ้านหรือบรรพชิตคือพระภิกษุสามเณร ควรจะต้องพิจารณาอยู่เสมอ

รวมความง่ายๆ ว่า ทุกคนควรพิจารณาอยู่เสมอว่า เราเกิดมาแล้วย่อมต้องพบกับความแก่ ความเจ็บไข้ และความตาย เป็นความจริงแน่แท้ และเราก็จะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจไปทั้งหมดทั้งสิ้น มองอีกที หมดทั้งชีวิตของเรานี่ เป็นไปตามกฎแห่งกรรม เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทของกรรม

๕ ประการนี้ เป็นความจริงที่แน่นอน ถึงเราจะไม่พิจารณาหรือไม่นึกถึงมัน ชีวิตของเราก็ต้องเป็นไปตามมัน เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราจะต้องพบต้องเจอต้องเป็นอย่างนั้นแล้ว เราก็เผชิญหน้ากับมัน เอามันมาพิจารณา และเอามาใช้ประโยชน์เสียเลย"

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
( ป. อ. ปยุตฺโต )
ที่มา : พระธรรมเทศนา "จะสุขแท้ต้องเป็นไท"
--------------------------

ชีวิตนี้ มีความพลัดพรากเป็นที่สุด
สิ่งทั้งหลายมีความแตกดับไปสลายไปเป็นธรรมดา ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัส...

“อานนท์ ! ตถาคตได้บอกแล้วมิใช่หรือว่า สัตว์จะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น, สัตว์จะได้ตามปรารถนาในสังขารนี้แต่ที่ไหนเล่า, ข้อที่สัตว์จะหวังเอาสิ่งที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว มีปัจจัยปรุงแต่งแล้ว มีการแตกดับเป็นธรรมดา ว่า สิ่งนี้อย่าฉิบหายเลย ดังนี้ ย่อมไม่เป็นฐานะที่มีได้เป็นได้

อานนท์เอ๋ย! ชีวิตนี้มีความพลัดพรากเป็นที่สุด สิ่งทั้งหลายมีความแตกดับไปสลายไปเป็นธรรมดา จะปรารถนามิให้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นนั้น เป็นฐานะที่ไม่พึงหวังได้ ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไป เคลื่อนไป สู่จุดสลายตัวทุกขณะ”

พระบาลีไตรปิฎก
มหา. ที. ๑๐/๑๓๔/๑๐๒

# ท. ส. ปญฺญาวุฑฺโฒ # รวบรวม.

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
73210

ร้านหนังสือ อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
SE-ED Book Center SE-ED Book Center
1858/87-90 อาคารอินเตอร์ลิงค์ทาวเวอร์ ถนนเทพรัตน แขวงบางนาใต้ เขตบางนา
Bangkok, 10260

inspiration starts here : แรงบันดาลใจเริ่มต้นที่นี่

นิตยสารท่องจีนไทย สองภาษารา นิตยสารท่องจีนไทย สองภาษารา
Bangkok, 10160

จำหน่ายนิตยสารท่องจีนไทย นิตยสารเพื่อการเรียนรู้ภาษาจีน-ไทย มีพินอินประกอบทั้งเล่ม

Nangsuemuesong SHB.TH Nangsuemuesong SHB.TH
Bangkok

Good Condition Second-Hand Books for Sales

ปกนิยาย ปก Ebook สำเร็จรูป งานสว ปกนิยาย ปก Ebook สำเร็จรูป งานสว
Bangkok

ปกนิยาย ปกอีบุ๊ค ebook งานสวย ราคาน่ารัก

Dasa Book Cafe Dasa Book Cafe
714/4 Sukhumvit Rd (btwn Soi 26 & 28) - Phrom Phong BTS Station
Bangkok, 10110

Bangkok's Best Secondhand bookshop

หนังสือนิทานเด็ก 3มิติ 3D popup-peek ins หนังสือนิทานเด็ก 3มิติ 3D popup-peek ins
Bangkok

ขายหนังสือนิทานเด็ก 3 มิติ แบบ popup และ peep/peek/look inside

Hilda shesbound  books and fan group Hilda shesbound books and fan group
St.bandwd
Bangkok

This blog is for stories and jokes and it's personal blog

The Author The Author
The Walk, Prasert-Manukitch Rd., Lat Plao
Bangkok, 10230

CCNBeauty online CCNBeauty online
Bangkok, 10220

Read with phx. Bookstore Read with phx. Bookstore
เลียบคลองสอง 27, สามวาตะวันตก,
Bangkok, 10510

ร้านหนังสือภาษาอังกฤษ-ไทย ใหม่-เก่า ห่อน่ารัก สุ่ม Blind date with books

หนังสือเก่าไทยคดี หนังสือเก่าไทยคดี
พุทธบูชา
Bangkok, 10140

ขาย

Pawaratee&U.Bubbo Pawaratee&U.Bubbo
สายไหม
Bangkok, 10220

ใช้สำหรับนำเสนอผลงานการเขียนหนังสือต่างๆ สำหรับนามปากกา "ภวรตี" และ "U.Bubbo" เป็นหลัก