InsureDaily

InsureDaily

แชร์

สำนักข่าว Insure Daily ทำถึง ยืนหนึ่ง เรื่องประกัน
ติดต่อลงโฆษณา 084-907-8822 : น๊อต

Photos from InsureDaily's post 05/11/2025

🩸❤️ สภากาชาดไทย x MDRT Thailand ส่งต่อพลังแห่งการให้ ❤️🩸
ร่วมบริจาค “เลือด อวัยวะ และดวงตา” เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

📅 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568
📍ณ อาคารศูนย์รับบริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

สภากาชาดไทย ร่วมกับสมาคม MDRT Thailand (Million Dollar Round Table) จัดกิจกรรมบริจาคเลือด อวัยวะ และดวงตา เพื่อเชิญชวนประชาชนและสมาชิก MDRT ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ “ให้ที่ยิ่งใหญ่” ที่สามารถช่วยต่อชีวิตและสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ป่วยทั่วประเทศ 🌍

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น 🤝
สมาชิก MDRT และผู้มีจิตอาสาทั่วไปต่างมาร่วมบริจาคกันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน โดยผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับเสื้อยืดที่ระลึก “MDRT be good n great” เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังแห่งการแบ่งปันและความดีงาม 💪👕

กิจกรรมนี้เป็นอีกหนึ่งภารกิจแห่ง “การให้” ที่สภากาชาดไทยและ MDRT Thailand มุ่งมั่นจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้สังคมไทยร่วมกันเป็นผู้ให้ในทุกมิติของชีวิต 🌟



⭐️มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily รายงาน
ติดต่อลงโฆษณาเพจ 0849078822 (AddLineได้)

✨ “การให้…คือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ✨
#สภากาชาดไทย #บริจาคเลือดต่อชีวิต

24/10/2025

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ของหมอ — แต่มันคือของคนไทยทุกคน 🇹🇭 #บัตรทอง #อินชัวร์เดลี่ #สวัสดิการแห่งรัฐ #ประกันสังคม #ผู้หญิงต้องรู้

24/10/2025

💖 “เรื่องจริงจากคุณพลอย เฌอมาลย์ — มะเร็งเต้านมไม่เลือกใคร รู้เร็ว รักษาเร็ว วางแผนสุขภาพให้พร้อม”

บทเรียนของผู้หญิงเข้มแข็ง กับคำเตือนให้ทุกคนหันมาดูแลตัวเอง และเตรียมพร้อมเรื่อง “สุขภาพ + ประกัน” ให้พร้อมทุกเวลา



สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน 🙏
วันนี้ทีมข่าวอินชัวร์เดลี่ขอนำเสนอเรื่องราวที่ทั้งสะเทือนใจและสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทั่วประเทศ 💪
เมื่อ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดงชื่อดัง ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกว่าเธอป่วยเป็น มะเร็งเต้านมระยะที่ 2

ข่าวนี้ไม่เพียงแต่ทำให้แฟน ๆ เป็นห่วง แต่ยังทำให้ผู้หญิงไทยหลายคนเริ่มหันกลับมาถามตัวเองว่า…

“เราเคยตรวจสุขภาพเต้านมครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?” 🤍



🩷 มะเร็งเต้านมคืออะไร? ทำไมผู้หญิงไทยต้องระวัง

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คือภาวะที่ เซลล์ในเต้านมเจริญผิดปกติและเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้
หากปล่อยไว้ เซลล์เหล่านี้สามารถลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ เช่น ตับ ปอด กระดูก หรือสมอง ⚠️

📍 ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในคนไทย
• อายุที่มากขึ้น 👵
• กรรมพันธุ์หรือพันธุกรรมจากครอบครัว (โดยเฉพาะยีน BRCA1 / BRCA2) 🧬
• ฮอร์โมนเพศหญิงสูงเกินสมดุล (เช่น มีประจำเดือนเร็ว หมดประจำเดือนช้า)
• การใช้ฮอร์โมนทดแทน, ไม่เคยมีบุตร หรือมีบุตรคนแรกหลัง 35 ปี
• การดื่มแอลกอฮอล์ 🍷 สูบบุหรี่ 🚬
• ความเครียด นอนดึก 😴 ขาดการออกกำลังกาย
• การรับประทานอาหารไขมันสูงหรือแปรรูป 🍔🥓

📊 ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็น “มะเร็งอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย”
มีผู้ป่วยใหม่เฉลี่ย 50 คนต่อวัน และเสียชีวิต 13 คนต่อวัน
(ข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข)



🔍 ระยะของมะเร็งเต้านม และสัญญาณเตือนสำคัญ

มะเร็งเต้านมแบ่งได้ 5 ระยะ ตั้งแต่ “เริ่มต้น” จนถึง “แพร่กระจาย”

🌸 ระยะ 0 – ระยะเริ่มต้นที่สุด
ยังอยู่เฉพาะในท่อน้ำนม (DCIS) โอกาสรักษาหายเกือบ 💯%

🌸 ระยะ 1 – ก้อนขนาดไม่เกิน 2 ซม.
ยังไม่ลุกลามต่อมน้ำเหลือง โอกาสหายขาดสูงมาก

🌸 ระยะ 2 – ก้อนใหญ่ขึ้นหรือเข้าต่อมน้ำเหลืองบางส่วน
ระยะเดียวกับของคุณพลอย เฌอมาลย์ 💕
ยังถือว่ารักษาได้และหายขาดได้ หากตรวจพบเร็วและปฏิบัติตามแผนแพทย์

🌸 ระยะ 3 – ลุกลามเฉพาะที่
มักพบก้อนใหญ่กว่า 5 ซม. หรือเข้าต่อมน้ำเหลืองหลายต่อม

🌸 ระยะ 4 – ระยะที่เซลล์มะเร็งกระจายไปอวัยวะอื่น
เช่น ปอด ตับ สมอง หรือกระดูก
ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่รักษาเพื่อยืดอายุและลดอาการ

⚠️ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
• คลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือรักแร้
• รูปร่างเต้านมเปลี่ยน ขนาดสองข้างไม่เท่ากัน
• ผิวคล้าย “เปลือกส้ม” 🍊
• หัวนมบุ๋มหรือมีของเหลวไหลออก
• ผิวหนังบริเวณเต้านมหนา แข็ง หรือเปลี่ยนสี



🧭 การตรวจคัดกรอง “รู้เร็ว รักษาเร็ว” คือหัวใจ

💠 ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป → ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน
💠 อายุ 40 ปีขึ้นไป → ตรวจแมมโมแกรมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
💠 หากมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม → ตรวจเร็วกว่านั้นได้เลย

เพราะมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น “มักไม่แสดงอาการใด ๆ”
การตรวจสุขภาพประจำปีคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยชีวิตเราได้ 🎀



💉 แนวทางและเทคโนโลยีรักษาในปัจจุบัน

🩺 1. การผ่าตัด (Surgery)
อาจผ่าตัดเฉพาะก้อน (สงวนเต้านม) หรือผ่าตัดเต้านมทั้งหมด
ปัจจุบันมีเทคนิค “แผลเล็ก–ส่องกล้องใต้รักแร้” ฟื้นตัวไว แผลสวยขึ้นมาก 🌷

💊 2. เคมีบำบัด (Chemotherapy)
ใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง เหมาะกับระยะ 2–4
บางรายให้คีโมก่อนผ่าตัดเพื่อยุบก้อน บางรายให้หลังผ่าตัดเพื่อป้องกันซ้ำ

🌤️ 3. การฉายรังสี (Radiation Therapy)
ฉายรังสี 5 วัน/สัปดาห์ นาน 4–6 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่
อาการข้างเคียง เช่น ผิวไหม้–อ่อนเพลีย แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น

💗 4. ฮอร์โมนบำบัด (Hormone Therapy)
สำหรับมะเร็งที่โตจากฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจน
ใช้ยาปิดกั้นฮอร์โมน เช่น Tamoxifen หรือ Aromatase Inhibitor

⚡️ 5. ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
เจาะจงทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง เช่น ยากลุ่ม HER2
ผลข้างเคียงน้อยกว่าเคมีบำบัดทั่วไป

🌈 6. ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
ช่วยให้ภูมิคุ้มกันร่างกายรู้จักและต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
ใช้ในมะเร็งชนิดดื้อยา เช่น Triple-Negative



💸 ค่ารักษาในไทย: ต่างกันมากแค่ไหน?

🧾 หากรักษาใน โรงพยาบาลของรัฐ
👉 ค่าใช้จ่ายอยู่ในหลักหมื่นถึงหลักแสน
👉 หากใช้สิทธิ “บัตรทอง / ประกันสังคม / ข้าราชการ” จะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายหลัก ๆ
👉 แต่ถ้าใช้ “ยานอกบัญชี” เช่น ยามุ่งเป้า – อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

🏥 หากรักษาใน โรงพยาบาลเอกชน
👉 ค่าผ่าตัดประมาณ 1–1.5 แสนบาท
👉 ค่าฉายรังสีทั้งคอร์สราว 2–3 แสนบาท
👉 เคมีบำบัดหลักหมื่น–แสนต่อคอร์ส
👉 ยามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัดอาจสูงถึง หลักล้านบาท

ดังนั้น การมี ประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรง
คือเกราะคุ้มกันทางการเงินที่สำคัญในยามวิกฤต ❤️‍🩹



🧾 สิทธิรัฐและประกันเอกชนช่วยได้อย่างไร?

🎗️ สิทธิรัฐ
• บัตรทอง 30 บาท: รักษามะเร็งได้ทั่วประเทศ (Cancer Anywhere)
• ประกันสังคม: ครอบคลุมโรคมะเร็งในบัญชีหลัก (บางรายการต้องจ่ายร่วม)
• สวัสดิการข้าราชการ: ครอบคลุมกว้างที่สุด แต่ยาบางชนิดต้องออกเอง

💼 ประกันเอกชน
• ประกันสุขภาพเหมาจ่าย: ครอบคลุมค่ารักษา–ค่ายา–ค่าห้อง วงเงินสูงสุดหลักล้าน
• ประกันโรคร้ายแรง: “เจอ-จ่าย-จบ” 💰 จ่ายเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบโรคร้ายแรง
เงินนี้สามารถนำไปใช้รักษา / ซื้อยานอกสิทธิ / ชดเชยรายได้ / ดูแลครอบครัวได้

👉 เคล็ดลับง่าย ๆ
สิทธิรัฐ + ประกันสุขภาพ + ประกันโรคร้ายแรง = ครบสูตรความอุ่นใจ



💕 คุณพลอย เฌอมาลย์ กับหัวใจนักสู้

เธอเล่าว่า “ตอนรู้ว่าเป็นมะเร็งเหมือนตกเหว แต่เลือกจะปีนขึ้นมาด้วยตัวเอง”
เธอผ่านการผ่าตัด 2 ครั้ง และฉายรังสีกว่า 25 ครั้ง
แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่หัวใจของเธอเข้มแข็งกว่าที่เคย ❤️‍🔥

ปัจจุบันคุณพลอยฟื้นตัวดีขึ้น กลับมาออกกำลังกาย
ดูแลตัวเองทั้งกาย–ใจ และส่งต่อพลังให้ผู้หญิงทั่วประเทศ

“อย่ากลัวการตรวจสุขภาพ รู้เร็ว รักษาเร็ว รักตัวเองให้มากขึ้นในทุกวัน” 💬



✨ บทสรุปจากอินชัวร์เดลี่

มะเร็งเต้านมไม่เลือกคน ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือคนดัง
สิ่งสำคัญคือ “รู้เร็ว + รักษาเร็ว + วางแผนทางการเงินให้พร้อม”

วันนี้ลองถามตัวเองอีกครั้ง…
คุณตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?
คุณมีแผนสำรองถ้าวันหนึ่งเจ็บป่วยไหม?

เพราะการมี สุขภาพดี และ การวางแผนเรื่องประกัน คือการป้องกันที่ดีที่สุด 🌸



🩷 #มะเร็งเต้านม #ผู้หญิงต้องรู้ #พลอยเฌอมาลย์ #ประกันสุขภาพ #ประกันโรคร้ายแรง #รู้เร็วรักษาเร็ว #พลังใจสีชมพู #ข่าวสุขภาพ #อินชัวร์เดลี่



⭐️ มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily
📞 โทร. 084-907-8822 (Add Line ได้)
รายงานโดยทีมข่าวสุขภาพและการเงินเพื่อชีวิตที่มั่นคงทุกวัน 💼💖

23/10/2025

“นี่ไม่ใช่เรื่องหมอ–พยาบาลอย่างเดียว แต่คือเรื่องของเราเกือบทั้งประเทศ” #สิทธิ์เราต้องรู้ #อ่านให้จบแล้ว
⭐️ #สิทธิบัตรทอง ดราม่าใหญ่ที่คนไทยต้องรู้ — ฉบับอ่านง่ายในโพสต์เดียว

รายงานโดย มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต) | กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily
ติดต่อโฆษณาเพจ 084-907-8822 (AddLineได้)



เกิดอะไรขึ้นกับ “บัตรทอง/สปสช.”?

ตอนนี้ภาพรวมคือ…
🏥 โรงพยาบาลจำนวนมากเริ่ม “ขาดทุน–ขาดสภาพคล่อง” หนักขึ้นทุกไตรมาส จนต้องของบกลางอุดช่องโหว่ระบบ, มีตัวเลข รพ.รัฐเงินบำรุง “ติดลบ” รวมกว่า 8,200 ล้านบาทในไตรมาส 3/2568 และตัวเลขแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง. 
👩‍⚕️ บุคลากรหน้าด่านทำงานหนัก ทว่าการเบิก–จ่ายชดเชยจากกองทุนไม่แน่นอน—ช้า, ลดอัตรา, หรือถูก “เรียกคืนย้อนหลัง” เมื่อเปลี่ยนกติกากลางปี. 
🧑‍🤝‍🧑 ประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบจริง: บริการบางรายการลดลง/ชะลอ, ต้องเดินทางไกลขึ้น, บางแห่งลดจ่ายยาเหลือสั้นลง, และเกิดกรณี “หยุดรับ OPD บัตรทองชั่วคราว” ในบางโรงพยาบาล. 



บัตรทองคืออะไร? สปสช.คือใคร?
• “บัตรทอง” คือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ดูแลคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ โดยมี “สปสช.” (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) บริหารงบและกำหนดกติกาการจ่ายชดเชยให้หน่วยบริการ (รพ./คลินิก). 
• เงินกองทุนมาจาก “ภาษีประชาชน” กระจายจ่ายให้หน่วยบริการผ่านเกณฑ์/สูตรที่สปสช.กำหนด (เช่น DRG/RW/AdjRW สำหรับผู้ป่วยใน). 



ปัญหาหลักที่กำลังปะทุ

1) รูปแบบ “รักษาก่อน–เบิกทีหลัง” แต่จ่ายช้า/จ่ายไม่ครบ/ปรับย้อนหลัง

โรงพยาบาลต้องสำรองค่ารักษา ยา อุปกรณ์ ฯลฯ ไปก่อน แล้วค่อยเบิกตามเกณฑ์ที่สปสช.กำหนด ทว่าช่วงปีงบ 2568 สปสช. “ลดค่าเงินต่อ RW (ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์)” จากเกณฑ์ 8,350 บาทเหลือเฉลี่ย “เจ็ดพันกว่าบาท” หลายเขต พร้อม “ทบทวน/ปรับลดย้อนหลัง” ที่จ่ายไปแล้ว สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แทบทุกหน่วยบริการ. 

2) “กฎสุ่มตรวจ 3%” และการ “ขยายผลทั้ง 100%” (Extrapolation)

สปสช.สุ่มตรวจเวชระเบียนผู้ป่วยในอย่างน้อย 3% เพื่อตรวจความถูกต้องของรหัสโรค/คะแนน (RW) ถ้าพบความคลาดเคลื่อนจะ “ปรับ RW และเรียกคืนเงิน” และ นำผล 3% ไปคำนวณถ่วงทั้งผลงานรวม (97% ที่ไม่ได้เปิดแฟ้ม) ตามคู่มือแนวปฏิบัติของหน่วยงานรัฐเอง ส่งผลให้ รพ.ถูกหักเงินวงกว้าง ทั้งที่เปิดตรวจจริงเพียงบางส่วน. 



เงินเข้าโรงพยาบาล คิดอย่างไรแบบสั้นที่สุด (DRG/RW/AdjRW)
• แต่ละเคสผู้ป่วยในถูกแปลงเป็น “คะแนน (RW)” โรคหนักยาก = คะแนนสูง, โรคเบาง่าย = คะแนนต่ำ แล้วนำ “คะแนน × ค่าเงินต่อคะแนน (บาทต่อ RW)” ที่สปสช.ตั้งในปีนั้น = เงินชดเชยของ รพ.
• ปัญหาในปีนี้คือ “ค่าเงินต่อ RW ถูกปรับลดระหว่างปี และปรับย้อนหลัง” ทำให้รายได้ รพ.หายแบบกะทันหัน. 



ผลกระทบที่ประชาชนเริ่มสัมผัสได้
• บริการบางรายการลด/ชะลอ, ผู้ป่วยต้องย้ายสิทธิ์หรือเดินทางไกลขึ้น, และเกิดกรณี รพ.มงกุฎวัฒนะประกาศหยุดรับผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทองชั่วคราว พร้อมตั้งจุดให้คำปรึกษาหน้า รพ. ซึ่งสปสช.ต้องเปิดจุดช่วยเหลือเร่งด่วน. 
• ฝ่ายนโยบายยอมรับปัญหาค้างจ่าย–งบไม่พอ ภาครัฐหารือใช้งบกลางอุดหนี้ระบบบัตรทองที่พอกพูน. 



เคสตัวอย่าง: มงกุฎวัฒนะ vs สปสช. (ทำไมสะเทือนทั้งระบบ)
• ลำดับเหตุการณ์ช่วง ต.ค. 2568: รพ.มงกุฎวัฒนะยืนยันว่าได้รับผลจาก “ปรับลดค่า RW และปรับย้อนหลัง” จนสภาพคล่องสั่นคลอน จึง “หยุดรับ OPD บัตรทองชั่วคราว” ขณะที่สปสช.ตั้งโต๊ะช่วยเหลือผู้ถือสิทธิ์ที่หน้ารพ.เพื่อไม่ให้ขาดช่วงการรักษา. 
• ประเด็นนี้ชี้ชัดว่า เมื่อ “อัตราจ่ายเปลี่ยนกลางปี + เรียกคืนย้อนหลัง” โรงพยาบาลที่รับภาระคนไข้มากจะกระเทือนรุนแรงทันที และผู้ป่วยเป็นผู้รับผลกระทบปลายทาง. 



แล้วสปสช.พูดว่าอย่างไร?
• ฝั่งสปสช.ชี้แจงว่าปรับอัตราจ่ายเพราะ “วงเงินปีงบ 2568 ไม่พอจ่ายอัตราเดิม” จึงต้องเฉลี่ยลดลงชั่วคราว และมีการทบทวนกติกาสุ่มตรวจเวชระเบียนเพื่อความถูกต้องโปร่งใส พร้อมเปิดรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศใหม่. 



สรุปสั้นที่สุด (Key Takeaways)
1. ระบบบัตรทองยังจำเป็นกับคนไทยส่วนใหญ่ แต่ “กลไกการคลัง–การกำกับ” กำลังหน่วงระบบบริการ: ค่า RW ลดกลางปี + เรียกคืนย้อนหลัง → โรงพยาบาลช็อกสภาพคล่อง. 
2. “กฎสุ่มตรวจ 3% + ขยายผลทั้ง 100%” ทำให้ความผิดพลาดเชิงเอกสาร/รหัส ส่งผลเป็นวงเงินหักคืนกว้างกว่าที่ตรวจจริง. 
3. ตัวเลข รพ.รัฐเงินบำรุง “ติดลบ” ไตรมาส 3/2568 พุ่ง 8.2 พันล้านบาท 326 แห่ง—คือสัญญาณเตือนความเสี่ยงเสถียรภาพบริการพื้นฐานของประเทศ. 
4. กรณีมงกุฎวัฒนะที่หยุดรับ OPD บัตรทอง ทำให้เห็นผลกระทบต่อผู้ป่วย “ทันที–เป็นรูปธรรม” และบีบให้หน่วยงานรัฐต้องเร่งแก้. 



ทางออกที่ควรถกด่วน (มุม InsureDaily)
• 📊 วาง “กรอบเสี่ยงงบ” ให้ชัด: หากงบไม่พอ ต้องประกาศอัตราจ่ายล่วงหน้า–กลางปีห้ามแตะย้อนหลัง ยึดหลัก No Retroactive Cut. (อิงหลักธรรมาภิบาลการคลังสาธารณสุข)
• 🔍 ปรับ “กฎ 3%” ให้ยุติธรรม: สุ่มตรวจได้ แต่การขยายผลต้องมีเพดาน/ช่วงความเชื่อมั่น และเปิดอุทธรณ์บนฐานวิชาชีพ ไม่ใช่เอกสารอย่างเดียว. 
• 🤝 ตั้งโต๊ะไกล่เกลี่ย–เคลียร์ค้างจ่ายเร่งด่วน พร้อมรายงานสถานะการเงินกองทุนรายไตรมาสแบบสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประชาชนและหน่วยบริการ. 



แหล่งที่มา (อัปเดตล่าสุด)
• บทสรุปดราม่าบัตรทอง–มงกุฎวัฒนะ–AdjRW–สุ่ม 3% โดย Hfocus (สื่อสุขภาพ) รวมภาพรวมข้อเท็จจริง. 
• รายงาน รพศ./รพท. ชี้แจง “ลดค่า RW เพราะงบไม่พอ” และกระทบหน่วยบริการ. 
• คู่มือ/เอกสารราชการ: แนวปฏิบัติการ “สุ่มตรวจ 3% และการคำนวณขยายผล (Extrapolation)”. 
• ข่าว “วันแรก รพ.มงกุฎวัฒนะหยุดรับ OPD บัตรทอง–สปสช.ตั้งจุดช่วยเหลือ”. 
• ข่าวตัวเลขวิกฤต รพ.รัฐติดลบ 326 แห่ง ยอดรวม 8.2 พันล้านบาท (ไตรมาส 3/2568). 
• ข่าวเชิงนโยบาย: รัฐบาลหารือใช้งบกลางอุดค้างจ่าย/ขาดดุลงบบัตรทอง. 



InsureDaily จะติดตามความคืบหน้าทั้ง “การจ่ายชดเชย–การปรับเกณฑ์–แผนใช้งบกลาง” อย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไทยเข้าใจสิทธิของตัวเองแบบตรงไปตรงมา หากคุณเจอผลกระทบจากระบบบัตรทองในพื้นที่ของคุณ บอกเราได้เลย ทีมข่าวพร้อมช่วยตรวจสอบครับ 🙌

19/09/2025

🏥✨ ทำไมมี “สวัสดิการรัฐ” แล้ว…ยังต้องมี “ประกันสุขภาพ” เพิ่มอีก?

แม้ประเทศไทยจะมี ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง 30 บาท), สิทธิประกันสังคม และ สิทธิข้าราชการ รวมถึง ประกันกลุ่มบริษัท แต่หลายคนก็ยังเลือกทำ ประกันสุขภาพส่วนบุคคล เพิ่มเติม แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น? 🤔

🔎 ข้อจำกัดของสวัสดิการและสิทธิพื้นฐาน
1. บัตรทอง 30 บาท
✅ รักษาได้ครอบคลุมทั่วประเทศ
⚠️ แต่จำกัดโรงพยาบาลประจำ / ต้องใช้ระบบส่งต่อ / รอคิวนาน / ไม่สามารถเลือกหมอหรือโรงพยาบาลเอกชนได้ตามใจ
❓คุณเคยเจอปัญหา “รอคิวนาน” จากการใช้บัตรทองหรือไม่?
2. สิทธิประกันสังคม
✅ ครอบคลุมพนักงานบริษัททั่วไป
⚠️ จำกัดโรงพยาบาลตามที่ลงทะเบียน / บางการรักษาต้องรออนุมัติ / ไม่ครอบคลุมค่าห้องเดี่ยวเอกชน
❓ถ้าให้เลือกได้ คุณอยากเปลี่ยนโรงพยาบาลสิทธิประกันสังคมหรือไม่?
3. สิทธิข้าราชการ
✅ คุ้มครองวงเงินสูง ใช้ได้หลายโรงพยาบาลรัฐใหญ่
⚠️ ส่วนมากต้องใช้โรงพยาบาลรัฐ / ค่าใช้จ่ายบางส่วน (เช่น ห้องพิเศษเอกชน) ต้องจ่ายเอง
❓ถ้าต้องเลือก คุณจะจ่ายเพิ่มเพื่อห้องพิเศษ หรือพักห้องรวมฟรีดีกว่า?
4. ประกันกลุ่มบริษัท
✅ บริษัทออกให้ / ไม่เสียค่าเบี้ยเอง
⚠️ หมดสิทธิทันทีถ้าออกจากงาน / ความคุ้มครองจำกัดตามวงเงินบริษัทกำหนด
❓ถ้าวันหนึ่งลาออกจากงานจริงๆ คุณวางแผนเรื่องประกันสุขภาพไว้อย่างไร?



💡 ทำไมต้องมี “ประกันสุขภาพเอกชน” เพิ่ม?

ประกันสุขภาพที่ซื้อเองจากบริษัทประกันชีวิตหรือประกันภัย มีข้อดีที่แตกต่าง เช่น
1. 🏨 เลือกโรงพยาบาลเอกชนได้อิสระ
2. 👩‍⚕️ เลือกแพทย์และวิธีการรักษาที่สะดวกกว่า
3. 🛏️ พักห้องเดี่ยวพิเศษได้ (ไม่ต้องแชร์ห้องกับใคร)
4. ⏱️ ไม่ต้องรอคิวนาน ได้เข้ารักษาเร็ว
5. 🌐 ครอบคลุมโรคร้ายแรงหรือการผ่าตัดใหญ่
6. 👶 เลือกแพ็กเกจคลอดบุตร / ตรวจสุขภาพประจำปีได้ (ขึ้นกับกรมธรรม์)
7. 🚑 มีวงเงินค่ารักษาที่สูงกว่า ครอบคลุมค่าห้อง–ค่าแพทย์–ค่าผ่าตัด
8. 🧾 นำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ ตามเงื่อนไขกรมสรรพากร

❓เมื่อเห็นข้อดีเหล่านี้แล้ว คุณคิดว่า “ประกันสุขภาพส่วนบุคคล” จำเป็นสำหรับคุณหรือไม่?



💰 ตัวอย่างค่าห้องเดี่ยวพิเศษ (โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ)

(ราคาประมาณ ณ ปี 2568)
• โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ : 7,500 – 12,000 บาท/คืน
• โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท : 6,500 – 10,000 บาท/คืน
• โรงพยาบาลกรุงเทพ (โรงพยาบาลในเครือ BDMS) : 5,500 – 9,500 บาท/คืน
• โรงพยาบาลรามคำแหง : 4,500 – 7,500 บาท/คืน
• โรงพยาบาลเวชธานี : 4,200 – 6,500 บาท/คืน
• โรงพยาบาลธนบุรี : 3,500 – 5,500 บาท/คืน
• โรงพยาบาลเอกอุดร (อุดรธานี) : 3,000 – 4,500 บาท/คืน

👉 แค่ค่าห้องคืนเดียวก็ต่างจากโรงพยาบาลรัฐหลายเท่า ถ้าไม่มีประกันเอกชน ต้องจ่ายเองเต็มๆ
❓ถ้าเป็นคุณ…จะเลือกจ่ายเอง หรือวางแผนด้วยประกันสุขภาพก่อน?



📝 สรุป

สวัสดิการของรัฐและสิทธิพื้นฐานถือเป็น รากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพประชาชน แต่ข้อจำกัดเรื่องการเลือกสถานพยาบาล ความรวดเร็ว และสิทธิการรักษาขั้นพิเศษ ทำให้ การมีประกันสุขภาพส่วนบุคคล กลายเป็น “ตัวช่วย” ที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นมาก

❓คุณคิดว่า “สวัสดิการที่รัฐมีให้” เพียงพอสำหรับคุณแล้วหรือยัง…หรือถึงเวลาที่จะอัพเกรดชีวิตด้วยประกันสุขภาพ?



⭐️ มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily รายงาน
📞 ติดต่อลงโฆษณาเพจ 0849078822 (AddLineได้)

Photos from InsureDaily's post 18/09/2025

🧑‍🎓✨ “เยาวชนอีสานรุ่นใหม่ รวมพลังสื่อสุขภาวะ ป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ–มะเร็งท่อน้ำดี” 🚩 #สุขภาพอีสาน

📍 วันนี้ (18 กันยายน 2568) ที่โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จังหวัดขอนแก่น ได้มีการจัด การอบรมเชิงปฏิบัติการ “สื่อสุขภาวะรุ่นใหม่ในสถานศึกษาพื้นที่ภาคอีสานตอนบน : นวัตกรรมการสื่อสารธรรมนูญเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ระหว่างวันที่ 18 – 20 กันยายน 2568

🧑‍🏫 การสัมมนาครั้งนี้จัดโดยความร่วมมือของ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี (CARIN) มหาวิทยาลัยขอนแก่น, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), เครือข่ายศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ และหน่วยงานพันธมิตรด้านสาธารณสุขในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เยาวชนและบุคลากรทางการศึกษา เกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญในภาคอีสาน

👩‍🎓 ผู้เข้าร่วมอบรมส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา คณาจารย์ และเครือข่ายเยาวชนกว่า 200 คน ร่วมเรียนรู้การใช้สื่อสร้างสรรค์ในการรณรงค์สุขภาพ พร้อมการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น
• OV Rapid Test Kit ชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับที่สามารถรู้ผลได้ภายใน 10 นาที
• สื่อความรู้ด้านสุขภาพและหลักสูตรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคมะเร็งท่อน้ำดีในสถานศึกษา
• กิจกรรม Workshop การออกแบบสื่อสุขภาวะโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน

✨ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตั้งใจของผู้เข้าร่วม ที่นอกจากจะได้รับองค์ความรู้แล้ว ยังได้ร่วมกันคิดและออกแบบสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพของชุมชน หวังลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีในภาคอีสาน ซึ่งถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่คร่าชีวิตคนจำนวนมากทุกปี

📌 การอบรมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่าย “สื่อสุขภาวะรุ่นใหม่” ที่จะนำพลังเยาวชนมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้สังคมตระหนักถึงการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพระยะยาว



⭐️ มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily รายงาน
📞 ติดต่อลงโฆษณาเพจ 084-9078822 (Add Line ได้)

Photos from InsureDaily's post 17/09/2025

งูสวัด–รักษาผิดวิธี เกือบเอาชีวิตไม่รอด

📌 ประจวบคีรีขันธ์ – 16 กันยายน 2568
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีแม่ค้าขายผักวัย 39 ปี ในอำเภอเมืองประจวบฯ ป่วยด้วยโรค งูสวัด แต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาตามแพทย์แผนปัจจุบัน กลับเลือกใช้คำแนะนำจากเพื่อนบ้าน โดยให้ไปหาหมอพื้นบ้าน ใช้วิธี “ท่องคาถา เคี้ยวหมากพลู แล้วพ่นใส่แผล” แทนการใช้ยาต้านไวรัส

ผลลัพธ์คืออาการทรุดหนัก ตุ่มน้ำและแผลงูสวัดลามทั่วร่างกาย กลายเป็นแผลพุพองรุนแรง จนเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อ (Sepsis) มีไข้สูงเฉียดช็อก ต้องถูกส่งตัวรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน



⚠️ เหตุการณ์ระทึก – เกือบเสียชีวิต

ผู้ป่วยเล่าว่า เริ่มมีตุ่มงูสวัดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน บริเวณเอวและหลังในช่วงแรก แต่ไม่รีบพบแพทย์ เลือกพึ่งหมอพื้นบ้านตามความเชื่อ หลังจากทำพิธีกรรม อาการกลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว มีไข้สูง เจ็บแสบทั้งตัว เดินแทบไม่ไหว ต้องโทรสายด่วน 1669 ขอความช่วยเหลือ

แพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจพบว่า ผู้ป่วยมีการติดเชื้อในกระแสเลือด ค่าไข้สูงถึง 39.2 องศาเซลเซียส หากมาช้ากว่านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

หลังการรักษาด้วยยาต้านไวรัสและยาปฏิชีวนะในโรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์ อาการเริ่มดีขึ้น แผลเริ่มแห้งและตกสะเก็ดตามลำดับ



📌 บทเรียนจากเหตุการณ์นี้

แม่ค้ารายนี้ยอมรับว่า การเชื่อหมอพื้นบ้านเกือบทำให้เสียชีวิต พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า หากเจ็บป่วยควรเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ควรหลงเชื่อวิธีที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ เพราะอาจอันตรายถึงชีวิต



🩺 ความเห็นจากแพทย์

นพ.ธนกร ศรัณย์ภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ อธิบายว่า โรคงูสวัดและเริม อยู่ในกลุ่มเชื้อไวรัสเดียวกัน หากภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ จะทำให้เกิดตุ่มน้ำและแผลพุพอง ซึ่งเสมือน “ประตูเปิดเชื้อโรค” โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย หากปล่อยไว้อาจติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด

นพ.ธนกร ย้ำว่า หากพบแพทย์ตั้งแต่แรก โรคงูสวัดสามารถควบคุมได้ภายใน 7–14 วัน การรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันความรุนแรงและลดความเสี่ยงต่อชีวิตได้มากที่สุด



✅ สรุปและข้อควรระวัง
• งูสวัดต้องรักษาด้วย ยาต้านไวรัสภายใน 72 ชั่วโมงแรก
• ไม่ควรเชื่อหรือทำการรักษาที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
• หากอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอหรือเสี่ยงกับวิธีพื้นบ้าน
• สิทธิ์การรักษาของรัฐ ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการ ครอบคลุมค่ารักษาโรคงูสวัดแล้ว
• ผู้ที่มีประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตจะได้รับความสะดวกและการดูแลที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะหากเลือกโรงพยาบาลเอกชน

📰 วิเคราะห์ข่าว: “งูสวัด – อันตรายจากการรักษาผิดวิธี”

📌 เหตุการณ์ตามข่าว
จากกรณีที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ ผู้ป่วยรายหนึ่งมีอาการงูสวัดรุนแรงจนแผลลุกลาม หลังจากเลือกใช้วิธีรักษาที่ไม่ใช่การแพทย์แผนปัจจุบัน ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แผลติดเชื้อและเกือบเสียชีวิต ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 1 สัปดาห์ กว่าจะเริ่มฟื้นตัว อาการดีขึ้น แผลแห้งและตกสะเก็ด



⚡ ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ได้?
1. งูสวัดคือโรคไวรัสที่ต้องการการรักษาเฉพาะ
• โรคนี้หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้ตุ่มน้ำติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด (Sepsis) อันตรายถึงชีวิต
2. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรักษาทางเลือก
• ผู้ป่วยบางรายเชื่อในการรักษาแบบพื้นบ้าน สมุนไพร หรือหมอเถื่อน ซึ่งไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ทำให้เสียเวลาในการเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง
3. ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ
• ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ไตวาย หรือโรคมะเร็ง มีโอกาสที่อาการจะรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป



⚠️ ความเสี่ยงของการรักษาผิดวิธี
• แผลติดเชื้อรุนแรง → เสี่ยงลุกลามถึงกระแสเลือด
• ปวดประสาทเรื้อรัง (Post-Herpetic Neuralgia) → เจ็บปวดทรมานเป็นเดือนหรือเป็นปี
• หากงูสวัดขึ้นตาหรือหู แล้วไม่ได้รับยาต้านไวรัสทันเวลา → อาจตาบอดหรือหูหนวกถาวร



✅ การรักษาที่ถูกต้องและได้ผล
1. ยาต้านไวรัส (Acyclovir, Valacyclovir, Famciclovir)
• ต้องเริ่มใช้ภายใน 72 ชั่วโมง หลังผื่นขึ้น → จะช่วยลดระยะเวลาโรคและลดภาวะแทรกซ้อน
2. ยาลดปวด → บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน
3. การดูแลแผลอย่างสะอาด → ป้องกันเชื้อแบคทีเรียเข้าแผล
4. วัคซีนงูสวัด → ลดโอกาสการเกิดซ้ำและลดความรุนแรงหากเป็น



📌 บทเรียนจากข่าวนี้
• อย่าหลงเชื่อการรักษาที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
• หากสงสัยว่าเป็นงูสวัด ควรรีบพบแพทย์ทันทีภายใน 72 ชั่วโมง
• สิทธิ์การรักษาของรัฐ (บัตรทอง, ประกันสังคม, ข้าราชการ) ครอบคลุมโรคงูสวัดแล้ว ไม่ควรหลีกเลี่ยงเพราะกลัวค่าใช้จ่าย
• การมี ประกันสุขภาพ/ชีวิต จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเลือกโรงพยาบาลเอกชนและการรักษาที่ครบถ้วนมากขึ้น



✨ แคปชั่นเตือนสังคม

“งูสวัดไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ❌ หากรักษาผิดวิธี อาจถึงชีวิต! ป่วยเมื่อไหร่ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น 🏥”


📰 สกู๊ปข่าวสุขภาพ : “งูสวัด” โรคเสี่ยงใกล้ตัวที่ห้ามประมาท

🦠 งูสวัดคืออะไร?
โรคงูสวัด (Herpes Zoster) เกิดจากเชื้อ Varicella Zoster Virus ตัวเดียวกับอีสุกอีใส เชื้อไวรัสจะซ่อนอยู่ในปมประสาท และหากร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อจะถูกกระตุ้นให้กลับมาแสดงอาการอีกครั้งในรูปแบบ “ผื่นตุ่มน้ำและอาการปวดแสบปวดร้อน”



⚡ บริเวณที่อันตรายที่สุด

แม้งูสวัดส่วนใหญ่มักขึ้นตามลำตัว แขน ขา แต่บางตำแหน่งถือว่า อันตรายร้ายแรง ได้แก่:
• งูสวัดขึ้นตา 👁️ : อาจลุกลามจนกระจกตาอักเสบ เสี่ยงตาบอดถาวร
• งูสวัดขึ้นหู 👂 : อาจทำให้การได้ยินลดลง เวียนศีรษะ หรือเส้นประสาทใบหน้าอ่อนแรง (ใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก)
• งูสวัดขึ้นหน้า หรือใกล้สมอง 🧠 : เสี่ยงต่อการอักเสบของเส้นประสาทสมอง เป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต
• งูสวัดขึ้นกว้างหลายจุดในคนภูมิคุ้มกันต่ำ : เช่น ผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ติดเชื้อ HIV มีโอกาสติดเชื้อแทรกซ้อนในกระแสเลือดได้



🤒 อาการหลักของงูสวัด
• ปวดแสบปวดร้อน บริเวณที่จะเกิดผื่น
• ผื่นแดงเป็นแนวยาวด้านเดียวของร่างกาย
• ตุ่มน้ำใส แตกแล้วตกสะเก็ด
• หากรุนแรง อาจทำให้แผลติดเชื้อหรือปวดประสาทเรื้อรัง



🛡️ การป้องกันและดูแลตนเอง
• วัคซีนป้องกันงูสวัด 💉
• วัคซีน Shingrix และ Zostavax ราคาประมาณ 5,000–7,000 บาท/เข็ม
• แนะนำในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
• ดูแลสุขภาพร่างกาย
• พักผ่อนให้เพียงพอ 🛌
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 🏃‍♀️
• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มภูมิคุ้มกัน 🍎
• ลดความเครียด เนื่องจากความเครียดทำให้ภูมิตกได้
• เลี่ยงการสัมผัสผื่นโดยตรง เพราะแม้ไม่ติดต่อเป็นงูสวัด แต่สามารถแพร่เชื้อไปทำให้ผู้อื่นเป็น “อีสุกอีใส” ได้



🩺 การรักษา
• ยาต้านไวรัส (Acyclovir, Valacyclovir, Famciclovir) : ควรเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีอาการ
• ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ : เพื่อลดอาการเจ็บปวด
• การดูแลแผล : ทำความสะอาดแผล ป้องกันการติดเชื้อ
• การรักษาภาวะแทรกซ้อน : เช่น การรักษาอาการปวดประสาทหลังผื่น (Post-Herpetic Neuralgia)



🏥 สิทธิ์การรักษาในไทย
• บัตรทอง 30 บาท / ประกันสังคม / สิทธิ์ข้าราชการ : ครอบคลุมการรักษาโรคงูสวัด รวมถึงยาต้านไวรัสในบัญชียาหลัก
• ประกันสุขภาพ–ประกันชีวิต :
• ช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกินกว่าสวัสดิการรัฐ เช่น ค่าห้อง ค่ายาเฉพาะทาง ค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน
• เพิ่มความสะดวกในการเลือกโรงพยาบาลและรูปแบบการรักษา
• หากเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ประกันจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก



📌 บทสรุป

โรคงูสวัดไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ หากเกิดขึ้นบริเวณอันตราย เช่น ตา หู หรือใบหน้า อาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอด หูหนวก หรือเสียชีวิตได้ การป้องกันด้วยวัคซีนและการรักษาอย่างทันท่วงทีคือทางออกที่ดีที่สุด การมีสิทธิ์รักษาจากรัฐช่วยดูแลพื้นฐาน แต่การมีประกันสุขภาพหรือประกันชีวิต ก็ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าได้รับการดูแลที่ครอบคลุมและสะดวกสบาย



✨ แคปชั่น

“งูสวัด ไม่ใช่แค่ผื่นธรรมดา… ❌ หากขึ้นตา หู หรือใบหน้า อันตรายถึงชีวิต! ป้องกันด้วยวัคซีน ดูแลด้วยสิทธิ์รัฐ และเพิ่มความอุ่นใจด้วยประกันสุขภาพ”



🔖 แฮชแท็ก

#งูสวัด #โรคร้ายใกล้ตัว #วัคซีนงูสวัด #ประกันสุขภาพ #ป้องกันไว้ก่อน



⭐️มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily รายงาน
📞 ติดต่อลงโฆษณาเพจ 0849078822 (AddLineได้)

14/09/2025

🩸 สัญญาณเตือน “โรคเบาหวาน” และแนวทางรับมือ

โรคเบาหวาน คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเป็นเวลานาน เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน “อินซูลิน” ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดน้ำตาลสะสมในเลือด 📈



⚠️ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
• ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก 🚽
• กระหายน้ำบ่อยผิดปกติ 💧
• หิวบ่อย กินจุแต่น้ำหนักลด 🍚➡️⚖️
• อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย 😴
• ตาพร่ามัว 👀
• ชาปลายมือปลายเท้า ✋🦶
• แผลหายช้า 🩹
• คันตามผิวหนัง 🤲
• มีภาวะติดเชื้อซ้ำซ้อน 🦠



🧬 ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค
• พันธุกรรมและประวัติครอบครัว 👨‍👩‍👧
• น้ำหนักเกิน/โรคอ้วน ⚖️
• การไม่ออกกำลังกาย 🛋️
• การรับประทานอาหารหวาน มัน เค็มมากเกินไป 🍩🍟
• อายุที่เพิ่มขึ้น ⏳
• ภาวะความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย



💊 แนวทางการรักษา
1. ปรับพฤติกรรม – ควบคุมอาหาร ลดน้ำตาล ไขมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
2. ใช้ยา – ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เช่น Metformin, Sulfonylureas
3. ฉีดอินซูลิน – สำหรับผู้ป่วยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอ
4. ติดตามต่อเนื่อง – ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, ความดัน, ไขมัน

💰 ค่าใช้จ่าย – ขึ้นอยู่กับวิธีรักษา หากต้องฉีดอินซูลินประจำ ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึงหลายพันบาทต่อเดือน



📊 อัตราการเสียชีวิต

โรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของไทย โดยเฉลี่ยเสียชีวิตปีละกว่า 20,000 คน มักเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน เช่น หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดสมองตีบ



🛡️ การรักษากับสิทธิประกันสุขภาพ
• สวัสดิการรัฐ
• บัตรทอง 30 บาท, ประกันสังคม, สิทธิข้าราชการ
✅ ครอบคลุมการตรวจและรับยาพื้นฐาน
❌ อาจมีข้อจำกัดเรื่องโรงพยาบาลและเวลารอคอย
• ประกันสุขภาพเอกชน/ประกันชีวิตที่มีสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ
✅ เลือกโรงพยาบาลเองได้ รักษารวดเร็วกว่า
✅ ครอบคลุมค่าห้อง ค่ายา ค่าแพทย์ตามวงเงิน
❌ เบี้ยประกันอาจสูงหากมีโรคประจำตัวแล้ว



🌍 ใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้บ้าง?

โรคเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในวัยกลางคนขึ้นไป และในคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น กินหวานจัด ไม่ออกกำลังกาย หรือมีพันธุกรรม



🔄 โอกาสหายขาดมีหรือไม่?

โรคเบาหวาน ไม่สามารถหายขาดได้ แต่สามารถควบคุมได้ด้วยการรักษาและปรับพฤติกรรม หากดูแลอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้



📑 ถ้าเป็นแล้ว…ทำประกันได้ไหม?

หากเคยเป็นเบาหวานและสุขภาพดีขึ้น บางบริษัทอาจพิจารณารับทำประกันอีกครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะ เพิ่มเบี้ยประกัน หรือ ยกเว้นความคุ้มครอง เกี่ยวกับโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน



#️⃣ แฮชแท็ก
#โรคเบาหวาน #สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง #ประกันสุขภาพ #บัตรทอง #ประกันสังคม



⭐️ มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily รายงาน
📞 ติดต่อลงโฆษณาเพจ 0849078822 (AddLineได้)

13/09/2025

🦠 RSV ระบาดหนัก! เด็กเล็กเสี่ยงปอดบวม–เสียชีวิต 😢 ผู้ปกครองต้องอ่าน! 🚨 ยอดผู้ป่วยพุ่งเกิน 8,000 ราย ⚠️ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีคือกลุ่มเสี่ยงสูงสุด!

📌 ข้อมูลล่าสุดพบผู้ป่วย กว่า 8,400 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ทำให้ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) กลายเป็นโรคที่ผู้ปกครองต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี



🧬 RSV คืออะไร?

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus คือเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิด การติดเชื้อทางเดินหายใจ พบได้บ่อยในเด็กเล็ก ทำให้เกิดโรค หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ และหอบหืดกำเริบ



🎒 ทำไมจึงระบาดในโรงเรียน?
• RSV แพร่กระจายง่ายจาก การไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย
• เชื้อไวรัสสามารถเกาะตามของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ ลูกบิดประตู อยู่ได้หลายชั่วโมง
• โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กมักเป็นสถานที่ที่เด็ก อยู่รวมกันจำนวนมาก → ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้รวดเร็ว



👶 ทำไมต้องเป็นเด็กเล็ก?
• เด็กเล็ก (อายุ 0–4 ปี) ยังมี ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ไม่สามารถต้านไวรัสได้เต็มที่
• หลอดลมและปอดยังเล็ก เมื่ออักเสบจึงเกิดอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่
• เด็กยังไม่รู้จักป้องกันตนเอง เช่น การล้างมือหรือใส่หน้ากาก
• หากติดเชื้อ อาการจะทรุดเร็ว เช่น หอบ เหนื่อย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล



🤒 อาการที่พบบ่อย
• น้ำมูกไหล ไอ มีไข้
• หายใจหอบ เสียงวี้ด (wheezing)
• อ่อนเพลีย กินนม/อาหารได้น้อย
⚠️ บางรายอาจมีภาวะปอดบวม และอาจเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที



🏥 แนวทางการรักษา

ยัง ไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การรักษาจะเน้นบรรเทาตามอาการ เช่น
• ยาลดไข้
• พ่นยาเพื่อเปิดหลอดลม
• ให้น้ำเกลือ
• เครื่องช่วยหายใจในรายรุนแรง



💰 ค่าใช้จ่ายในการรักษา
• ผู้ป่วยนอก (OPD): 1,000–3,000 บาท
• ผู้ป่วยใน (IPD): หากต้องนอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึง 30,000–100,000 บาท ขึ้นกับความรุนแรงและโรงพยาบาล



🛡️ ทำไมประกันสุขภาพเด็กสำคัญ?
• ช่วย ครอบคลุมค่ารักษา ทั้ง OPD/IPD
• ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง 💸
• เข้าถึง โรงพยาบาลเอกชน รักษาเร็ว ลดความเสี่ยง
• เลือกห้องพักผู้ป่วยได้ตามความเหมาะสม



📋 บัตรประกันสุขภาพพื้นฐานช่วยอะไรบ้าง?
• บัตรทอง (30 บาท): รักษาฟรีที่โรงพยาบาลรัฐตามสิทธิ
• ประกันสังคมบุตร: ใช้สิทธิจากผู้ปกครองได้
• สิทธิ์ข้าราชการ: ครอบคลุมการรักษากว้างขวาง

👉 แต่หากมี ประกันสุขภาพเอกชน จะช่วยเพิ่มความสะดวกและความครอบคลุมมากขึ้น



🛑 แนวทางการป้องกัน RSV
• ล้างมือบ่อย ๆ 🧼
• หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในที่แออัด 🎡
• ใส่หน้ากากอนามัย 😷
• แยกของใช้เด็กออกจากผู้อื่น 🍽️
• เฝ้าระวังอาการ หากหอบเหนื่อยรีบพบแพทย์ทันที



📣 สรุป: RSV คือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่แพร่กระจายง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีคือกลุ่มเสี่ยงสูงสุด การป้องกันและการทำ ประกันสุขภาพเด็ก จะช่วยให้ผู้ปกครองอุ่นใจเมื่อต้องเผชิญเหตุไม่คาดคิด



✍️
⭐️ มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily รายงาน
📲 ติดต่อลงโฆษณาเพจ 0849078822 (AddLineได้)



🔖 แฮชแท็ก

#ไวรัสRSV #สุขภาพเด็ก #ประกันสุขภาพเด็ก #ป้องกันRSV

Photos from InsureDaily's post 11/09/2025

✨ 👏 ความภาคภูมิใจแห่งวิชาชีพ! ตัวแทนคุณภาพไทยก้าวสู่เวทีเกียรติยศ National Agent Awards 2025 🎉
เชิดชูอย่างสมเกียรติ! งานมอบรางวัลตัวแทนยอดเยี่ยมแห่งชาติ NAA 2025

📌 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568
สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) จัดพิธีมอบรางวัลคุณวุฒิ “National Agent Awards – NAA 2025” ณ The Banquet Hall at Nathong ภายใต้แนวคิด
“IGNITE THE LEGACY : Race with Integrity, Win with Purpose”
เพื่อเชิดชูเกียรติและยกย่องตัวแทนคุณภาพจากทั่วประเทศ



🎉 ไฮไลท์งาน
• พิธีเปิดโดย คุณพิสิฐเวท ตั้งตระการ ประธานจัดงาน
• กล่าวรายงานและต้อนรับ คุณณัฐรัชต์ ชูชัยแสงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์
• คุณวสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค (สำนักงาน คปภ.) ร่วมแสดงความยินดีและให้โอวาทแก่ผู้รับรางวัล



🏆 รางวัลเกียรติยศ

👉 งานมอบรางวัล NAA จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 25 ถือเป็น เวทีสูงสุดของวิชาชีพตัวแทนประกันชีวิตไทย
• ปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลมากถึง 397 ท่าน ครอบคลุมลำดับ 1–397
• มอบรางวัล Hall of Honor เกียรติสูงสุดจำนวน 36 ท่าน เพื่อยกย่องผู้สร้างผลงานอันโดดเด่นและยั่งยืน



🌟 ผู้รับรางวัลตัวแทนยอดเยี่ยมแห่งชาติ ครั้งที่ 25 (อันดับ 1–10)
1. คุณเพชรรัตน์ รงค์บัญฑิต – บริษัท เอไอเอ จำกัด
2. คุณศันส์สิริ สิริทวีวัจน์ – บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
3. คุณเพชรรัตน์ ประพันธ์ – บริษัท เอไอเอ จำกัด
4. คุณชาลิสา วิเศษวรโชค – บริษัท เอไอเอ จำกัด
5. คุณนิตยา รามมะเริง – บริษัท เอไอเอ จำกัด
6. คุณอาทิตยา พรหมคุณ – บริษัท เอไอเอ จำกัด
7. คุณอภิชาติ เกริกไกรวุฒิกุล – บริษัท เอไอเอ จำกัด
8. คุณวสุ อุดมทรัพย์ – บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
9. คุณรสริน โมคา – บริษัท เอไอเอ จำกัด
10. คุณฐิติพล มาสวน – บริษัท เอไอเอ จำกัด



🎤 ช่วงท้ายงาน คุณประภาพร ลิขสิทธิ์
นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับรางวัล พร้อมย้ำถึงความสำคัญของวิชาชีพ
➡️ ในการสร้าง ความมั่นคง ความเชื่อมั่น และคุณค่าที่ยั่งยืน ต่อสังคมไทย



💫 บรรยากาศ

งานเต็มไปด้วย ความภาคภูมิใจและสง่างาม ของตัวแทนคุณภาพ ที่ไม่เพียงสร้างความสำเร็จในวิชาชีพ แต่ยังสะท้อนถึงความมั่นคงและคุณค่าที่ส่งต่อสู่สังคมไทย
👉 NAA 2025 จึงนับเป็น เวทีเชิดชูเกียรติอย่างแท้จริง และตอกย้ำความสำคัญของวิชาชีพตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ



✍️ รายงานโดย
⭐️ มนินท์ เหลืองอิงคะสุต (น๊อต)
กองบรรณาธิการข่าว InsureDaily รายงาน
📞 ติดต่อลงโฆษณาเพจ 084-907-8822 (Add Line ได้)



#️⃣ #รางวัลตัวแทนยอดเยี่ยม #ตัวแทนประกันชีวิต

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่

พระราม 9
Bangkok
10400