Verve - Public Relations Consultancy

Verve - Public Relations Consultancy

ความคิดเห็น

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย สานต่อโครงการ “มิตซุยกุ” ปี 2
จับมือ “สถาบัน RILA” และ “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC)”
ส่งต่อองค์ความรู้รักษ์น้ำให้ครูและนักเรียนใน จ. ระยอง เมืองต้นแบบการรักษ์น้ำ

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง จับมือ “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง” (RILA) และ “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC)” สานต่อโครงการศึกษาธรรมชาติและน้ำ “มิตซุยกุ” ต่อเนื่องปีที่ 2 ในพื้นที่ จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นเมืองต้นแบบการรักษ์น้ำ เพื่อร่วมกันส่งเสริมและผลักดันให้เด็ก เยาวชนและคนในพื้นที่เกิดการเรียนรู้และอยู่ร่วมกับน้ำและธรรมชาติ สร้างการรับรู้ถึงความสําคัญของนํ้าที่เป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานในการดํารงชีวิต เห็นถึงภัยคุกคามของนํ้าที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ สามารถนําองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ และต่อยอดเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์นํ้าในจังหวัดระยองอย่างยั่งยืน

นายอัชวิน ราชโกปาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซันโทรี่ เบฟเวอร์เรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และอินโดไชน่า กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อคำมั่นสัญญา ‘มิซุ โตะ อิคิรุ’ (Mizu To Ikiru) หรือการมีชีวิตอยู่ร่วมกับน้ำ ตลอดจนตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทแม่ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Growing for Good’ (การเติบโตอย่างยั่งยืน) โครงการมิตซุยกุเป็นโครงการรักษ์น้ำที่ส่งเสริมให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์น้ำและฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้กับเยาวชน ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราได้ดำเนินโครงการฯ ร่วมกับโครงการ #กอดป่ากอดทะเล โดยลงพื้นที่ไปยังจังหวัดภูเก็ตเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับเยาวชนและคนในพื้นที่ร่วมกันคืนความยั่งยืนสู่แหล่งน้ำและธรรมชาติ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทุกฝ่าย

“สำหรับในปีนี้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง” (RILA) และ “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC)” ดำเนินโครงการรักษ์น้ำ มิตซุยกุ ในพื้นที่ จ.ระยอง พื้นที่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองต้นแบบที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ นับเป็นการร่วมมือที่มีความมุ่งมั่นเดียวกัน คือ การส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการเรียนรู้และอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ภายใต้การร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานองค์ความรู้ของโครงการมิตซุยกุ และศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) ในการออกแบบหลักสูตรการเรียนให้กับผู้ร่วมกิจกรรม โดยเน้นทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบัน RILA ในการคัดเลือกโรงเรียนเพื่อมาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ไปยังคนในพื้นที่ และนำไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนรู้ในโครงการแหล่งเรียนรู้ พื้นที่ 3 ชุ่มน้ำ จังหวัดระยอง ที่ริเริ่มโดยทางสถาบัน กิจกรรมในปีนี้มุ่งเน้นไปที่นักเรียนระดับประถมศึกษาและครูในสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ 3 แหล่งน้ำในจังหวัดระยอง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม เริ่มจาก Train the trainers กิจกรรมฝึกอบรมคุณครู ปีนี้เราได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มครูในสถานศึกษาเพื่อให้ครูส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่เด็กซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักได้กว้างขวางมากขึ้น ต่อด้วย Orientation พาครูและนักเรียนเรียนรู้ผ่านห้องเรียนธรรมชาติในพื้นที่ และสุดท้ายกิจกรรม รักษ์น้ำ แคมป์ พาครูและนักเรียนไปยังสถานที่แหล่งต้นน้ำ โดยกิจกรรมทั้งหมดเรามีเป้าหมายเพื่อให้เยาวชน คนในพื้นที่ และผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความตระหนักรู้ และเห็นถึงคุณค่าของน้ำ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้และต่อยอดเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์น้ำอย่างยั่งยืน”

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการเรียนรู้ทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง กล่าวว่า “RILA หรือ สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างระยองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้คนระยองทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย ด้วยระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันเพื่อสร้างคุณลักษณ์ของคนระยองยุคใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนได้มากที่สุด การร่วมมือครั้งนี้จะสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้โครงการแหล่งเรียนรู้ พื้นที่ 3 ชุ่มน้ำ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเรียนรู้และอยู่ร่วมกับน้ำใน จ.ระยอง ปลูกฝังให้คนในจ.ระยอง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ถือเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรอบตัวให้รู้จักคุณค่าและใช้น้ำอย่างเหมาะสม แหล่งเรียนรู้ทั้ง 3 แห่งนี้ ก่อตั้งเป็นแหล่งความรู้และอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลนและทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำและพรรณไม้ท้องถิ่นเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติที่สร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และก่อให้เกิดการตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยหลังจากกิจกรรม Train the trainers สถาบัน RILA จะทำการคัดเลือกโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติ ณ ทุ่งโปรงทอง เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้และเรียนรู้จากสถานที่จริง RILA หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การร่วมมือในครั้งนี้จะผลักดันให้คนระยองตระหนักถึงเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและทำให้จังหวัดระยองเป็นต้นแบบในการรักษาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

นายอเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) กล่าวว่า “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) มุ่งหวังที่จะจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติ ผมรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ และครั้งนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น เพราะได้มีโอกาสสร้างเครือข่ายและส่งต่อองค์ความรู้ให้กับคุณครู ในการนำไปต่อยอด ออกแบบ และจัดกิจกรรมในสถานศึกษาของตนเอง เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจต่อการรักษ์ธรรมชาติ และรักษ์น้ำให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่อไป สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอน องค์ความรู้ที่นำไปมอบให้แก่คุณครูและนักเรียนที่ร่วมโครงการฯจะมุ่งให้เห็นถึงน้ำที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกสิ่งมีชีวิตบนโลก ทั้งมนุษย์และสัตว์ต่าง ๆ ในการหล่อเลี้ยงชีวิต อุปโภค บริโภค และเกษตรกร เป็นต้น ภายใต้แนวคิด ‘Give Balance to the Water and the World’ ให้น้ำยังคงอยู่ และอุดมสมบูรณ์ต่อไป ผ่าน 1) กิจกรรม Train the Trainers: มอบองค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะแหล่งน้ำ เพื่อร่วมกันพัฒนาและออกแบบกระบวนเรียนรู้ “สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน” 2) กิจกรรมปฐมนิเทศน์ (Orientation) เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจต่อความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องน้ำ เพื่อเกิดความหวงแหนและแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะแหล่งน้ำในบ้านเกิดของตนเอง พร้อมส่งต่อความสำคัญของการอนุรักษ์ไปยังบุคคลรอบข้าง 3) กิจกรรม On camp: “รักษ์น้ำ แคมป์” เปิดประสบการณ์สัมผัสธรรมชาติ ในมุมมองใหม่ ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งต้นน้ำ ในจังหวัดนครนายก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรน้ำ และสร้างกระบวนการความคิดต่อการตระหนัก การอนุรักษ์ และนำไปลงมือปฏิบัติพัฒนาในบ้านเกิดของตนเอง”
เผยความสำเร็จ JOOX Thailand Music Awards 2022 ปีที่ 6
งานประกาศรางวัลทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วย 12 รางวัลมหาชนแห่งปี
สร้างปรากฏการณ์แฟนๆ ร่วมทำกิจกรรมบน JOOX ROOMS กว่าแสนคนต่อวัน

“JOOX Thailand Music Awards 2022” หรือ “JTMA 2022” ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในฐานะ “งานประกาศรางวัลทางดนตรีของมหาชนและคนดนตรี อันดับ 1 ของประเทศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สู่การเป็น ‘เวทีประกาศรางวัลทางดนตรีแห่งปี เพื่อคนดนตรี เพื่อผู้ฟัง เพื่อทุกคน’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Live Your Music ‘เพราะดนตรีคือชีวิต ไม่ว่าจะอยู่โมเมนต์ไหนของชีวิต เราทุกคนมีเสียงดนตรีที่คอยเป็นพลังให้อยู่เสมอ’ มอบรางวัล 12 สาขาที่สุดแห่งปี ครอบคลุมทุกกระแสความนิยม โดยตลอดระยะเวลา 6 ปี JOOX มีพันธกิจในการเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงศิลปินเข้ากับแฟนเพลง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลงไทย ที่มอบรางวัลให้ศิลปินไปแล้วรวมถึง 72 รางวัล ปีนี้กลับมาพร้อมการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยตลอดระยะเวลา 14 วันของแคมเปญ มีแฟนๆ เข้ามาร่วมทำกิจกรรมบนฟีเจอร์ JOOX ROOMS ถึงกว่า 1 แสนคนต่อวัน มีการให้ของขวัญ (Gift) แก่ศิลปินมากกว่า 2 ล้านครั้ง ร่วมคอมเม้นท์บนฟีเจอร์ถึงกว่า 500,000 ครั้ง และในวันประกาศผลรางวัลมียอดเข้าชมสูงถึงกว่า 200,000 ครั้ง


นายกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหาร JOOX ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้ในปีนี้สถานการณ์โควิด-19 จะยังน่ากังวล แต่ JOOX ไม่หยุดที่จะเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลงไทย และยืนหยัดสร้างความสุขให้แฟนๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดแฟล็กชิพอีเวนท์ JOOX Thailand Music Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพื่อมอบรางวัลทางดนตรี ที่เป็นที่สุดในแต่ละสาขาความนิยม ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ที่มาจากการตัดสินของมหาชนอย่างแท้จริง พร้อมใช้ความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม ผ่านการใช้ฟีเจอร์ต่างๆ เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงศิลปินกับแฟนเพลง และการไลฟ์สตรีมมิงบรรยากาศงานแบบสดๆ ผ่านแอปพลิเคชัน JOOX เพื่อให้แฟนๆ ได้รับชม และใกล้ชิดกับศิลปินในทุกโมเมนต์แห่งภาคภูมิใจ”

งาน JTMA 2022 ในปีนี้ ได้มอบรางวัลให้คนดนตรีที่มีผลงานโดดเด่น และโดนใจคนไทยมากที่สุดแห่งปีรวมทั้งสิ้น 12 สาขา โดยชูผลการตัดสินที่มาจากคนทั้งประเทศ เพราะนับคะแนนทั้งจากยอดสตรีมบน JOOX ตลอดระยะเวลา 1 ปี และการโหวตจากแฟนเพลงทั่วประเทศ รวมไปถึงการโหวตของคนเบื้องหน้า และเบื้องหลังวงการเพลง ตลอดจนสื่อมวลชน จึงถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของศิลปินอย่างแท้จริง โดยในปีนี้ งาน JTMA ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ หลากหลาย ที่ตอกย้ำความสำเร็จของ JOOX ในการเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นสื่อกลางทางดนตรีระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง รวมถึงเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างเทรนด์และสีสันในแวดวงเพลงไทยอย่างต่อเนื่อง
• มีแฟนๆ เข้าร่วมทำกิจกรรมบนฟีเจอร์ JOOX ROOMS ถึงกว่า 100,000 คนต่อวัน
• แฟนๆ มีการคอมเมนต์บนฟีเจอร์ถึงกว่า 500,000 ครั้ง
• มียอดการให้ของขวัญมากกว่า 2 ล้านครั้ง สูงที่สุดตั้งแต่มีการเปิดตัวฟีเจอร์ JOOX ROOMS
• เกิดสถิติใหม่ของจำนวนคนที่เข้าชม ROOMS พร้อมกันถึง 20,000 คน (PCU) จากศิลปิน นุ๊กปาย
• กวาดยอดเข้าชมไลฟ์บรรยากาศงานประกาศรางวัลกว่า 200,000 ครั้ง กดถูกใจจากแฟนเพลงทั่วประเทศเกือน 1 ล้านครั้ง
• กว่า 200 ศิลปินที่เข้าชิงรางวัล จนในที่สุด ได้ผู้ชนะทั้ง 12 สาขา ดังนี้

รายชื่อผู้ชนะ
1. รางวัลศิลปินแห่งปี (Artist of the Year) Three Man Down
2. รางวัลเพลงแห่งปี (Song of the Year) พิง Ost. กระเช้าสีดา ศิลปิน NONT TANONT
3. รางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปี (Best New Artist) 4EVE
4. รางวัลเพลงต่างประเทศแห่งปี (International Song of the Year) Leave The Door Open ศิลปิน Bruno Mars, Anderson. Paak, Silk Sonic
5. รางวัลเพลงลูกทุ่ง l ไทบ้านแห่งปี รักควรมีสองคน ศิลปิน พร จันทพร, เนย ภัสวรรณ พอดีม่วน
6. รางวัลเพลงเกาหลีแห่งปี (Korean Song of the Year) MONEY ศิลปิน LISA
7. รางวัลเพลงป๊อปแห่งปี (Pop Song of the Year) พิง Ost. กระเช้าสีดา ศิลปิน NONT TANONT
8. รางวัลเพลงอินดี้แห่งปี (Indie Song of the Year) แฟนเก่าคนโปรด ศิลปิน SLAPKISS
9. Best Collaboration Song of the Year เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน (Just Being Friendly) ศิลปิน Tilly Birds ft. MILLI
10. Top Social Thai Artist of the Year เป๊ก ผลิตโชค
11. Top Social Global Artist of the Year Xiao Zhan
12. Top ROOMS of the Year นุ๊ก ปาย

“ในฐานะแอปมิวสิคคอมมูนิตี้สำหรับคนรักเสียงเพลง และความบันเทิงอันดับ 1 ของไทย JOOX มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบวงจร และสร้างสีสันความแปลกใหม่ให้กับผู้ใช้งาน ควบคู่ไปกับขับเคลื่อนศิลปินและอุตสาหกรรมเพลงไทยให้เติบโต ผ่านการพัฒนาคอนเทนต์ ฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอห้องแชท ฟีเจอร์โหวต การให้ของขวัญ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ค่ายเพลง และคนเบื้องหลังที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกสู่ตลาด รวมถึงการแสดงพลังสนับสนุนของแฟนๆ ถือเป็น พลังสำคัญในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเพลงไทยเติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างมีศักยภาพ” นายกฤตธี กล่าวปิดท้าย

Verve is full of Great Energy, Enthusiasm and Talents. Wouldn't you love to be our fans?

เปิดเหมือนปกติ

Photos from Verve - Public Relations Consultancy's post 08/04/2022

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย สานต่อโครงการ “มิตซุยกุ” ปี 2
จับมือ “สถาบัน RILA” และ “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC)”
ส่งต่อองค์ความรู้รักษ์น้ำให้ครูและนักเรียนใน จ. ระยอง เมืองต้นแบบการรักษ์น้ำ

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง จับมือ “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง” (RILA) และ “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC)” สานต่อโครงการศึกษาธรรมชาติและน้ำ “มิตซุยกุ” ต่อเนื่องปีที่ 2 ในพื้นที่ จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นเมืองต้นแบบการรักษ์น้ำ เพื่อร่วมกันส่งเสริมและผลักดันให้เด็ก เยาวชนและคนในพื้นที่เกิดการเรียนรู้และอยู่ร่วมกับน้ำและธรรมชาติ สร้างการรับรู้ถึงความสําคัญของนํ้าที่เป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานในการดํารงชีวิต เห็นถึงภัยคุกคามของนํ้าที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ สามารถนําองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ และต่อยอดเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์นํ้าในจังหวัดระยองอย่างยั่งยืน

นายอัชวิน ราชโกปาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซันโทรี่ เบฟเวอร์เรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และอินโดไชน่า กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อคำมั่นสัญญา ‘มิซุ โตะ อิคิรุ’ (Mizu To Ikiru) หรือการมีชีวิตอยู่ร่วมกับน้ำ ตลอดจนตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทแม่ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Growing for Good’ (การเติบโตอย่างยั่งยืน) โครงการมิตซุยกุเป็นโครงการรักษ์น้ำที่ส่งเสริมให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์น้ำและฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้กับเยาวชน ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราได้ดำเนินโครงการฯ ร่วมกับโครงการ #กอดป่ากอดทะเล โดยลงพื้นที่ไปยังจังหวัดภูเก็ตเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับเยาวชนและคนในพื้นที่ร่วมกันคืนความยั่งยืนสู่แหล่งน้ำและธรรมชาติ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทุกฝ่าย

“สำหรับในปีนี้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง” (RILA) และ “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC)” ดำเนินโครงการรักษ์น้ำ มิตซุยกุ ในพื้นที่ จ.ระยอง พื้นที่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองต้นแบบที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ นับเป็นการร่วมมือที่มีความมุ่งมั่นเดียวกัน คือ การส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการเรียนรู้และอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ภายใต้การร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานองค์ความรู้ของโครงการมิตซุยกุ และศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) ในการออกแบบหลักสูตรการเรียนให้กับผู้ร่วมกิจกรรม โดยเน้นทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบัน RILA ในการคัดเลือกโรงเรียนเพื่อมาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ไปยังคนในพื้นที่ และนำไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนรู้ในโครงการแหล่งเรียนรู้ พื้นที่ 3 ชุ่มน้ำ จังหวัดระยอง ที่ริเริ่มโดยทางสถาบัน กิจกรรมในปีนี้มุ่งเน้นไปที่นักเรียนระดับประถมศึกษาและครูในสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ 3 แหล่งน้ำในจังหวัดระยอง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม เริ่มจาก Train the trainers กิจกรรมฝึกอบรมคุณครู ปีนี้เราได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มครูในสถานศึกษาเพื่อให้ครูส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่เด็กซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักได้กว้างขวางมากขึ้น ต่อด้วย Orientation พาครูและนักเรียนเรียนรู้ผ่านห้องเรียนธรรมชาติในพื้นที่ และสุดท้ายกิจกรรม รักษ์น้ำ แคมป์ พาครูและนักเรียนไปยังสถานที่แหล่งต้นน้ำ โดยกิจกรรมทั้งหมดเรามีเป้าหมายเพื่อให้เยาวชน คนในพื้นที่ และผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความตระหนักรู้ และเห็นถึงคุณค่าของน้ำ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้และต่อยอดเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์น้ำอย่างยั่งยืน”

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการเรียนรู้ทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง กล่าวว่า “RILA หรือ สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างระยองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้คนระยองทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย ด้วยระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันเพื่อสร้างคุณลักษณ์ของคนระยองยุคใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนได้มากที่สุด การร่วมมือครั้งนี้จะสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้โครงการแหล่งเรียนรู้ พื้นที่ 3 ชุ่มน้ำ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเรียนรู้และอยู่ร่วมกับน้ำใน จ.ระยอง ปลูกฝังให้คนในจ.ระยอง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ถือเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรอบตัวให้รู้จักคุณค่าและใช้น้ำอย่างเหมาะสม แหล่งเรียนรู้ทั้ง 3 แห่งนี้ ก่อตั้งเป็นแหล่งความรู้และอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลนและทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำและพรรณไม้ท้องถิ่นเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติที่สร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และก่อให้เกิดการตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยหลังจากกิจกรรม Train the trainers สถาบัน RILA จะทำการคัดเลือกโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติ ณ ทุ่งโปรงทอง เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้และเรียนรู้จากสถานที่จริง RILA หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การร่วมมือในครั้งนี้จะผลักดันให้คนระยองตระหนักถึงเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและทำให้จังหวัดระยองเป็นต้นแบบในการรักษาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

นายอเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) กล่าวว่า “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) มุ่งหวังที่จะจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติ ผมรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ และครั้งนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น เพราะได้มีโอกาสสร้างเครือข่ายและส่งต่อองค์ความรู้ให้กับคุณครู ในการนำไปต่อยอด ออกแบบ และจัดกิจกรรมในสถานศึกษาของตนเอง เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจต่อการรักษ์ธรรมชาติ และรักษ์น้ำให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่อไป สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอน องค์ความรู้ที่นำไปมอบให้แก่คุณครูและนักเรียนที่ร่วมโครงการฯจะมุ่งให้เห็นถึงน้ำที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกสิ่งมีชีวิตบนโลก ทั้งมนุษย์และสัตว์ต่าง ๆ ในการหล่อเลี้ยงชีวิต อุปโภค บริโภค และเกษตรกร เป็นต้น ภายใต้แนวคิด ‘Give Balance to the Water and the World’ ให้น้ำยังคงอยู่ และอุดมสมบูรณ์ต่อไป ผ่าน 1) กิจกรรม Train the Trainers: มอบองค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะแหล่งน้ำ เพื่อร่วมกันพัฒนาและออกแบบกระบวนเรียนรู้ “สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน” 2) กิจกรรมปฐมนิเทศน์ (Orientation) เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจต่อความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องน้ำ เพื่อเกิดความหวงแหนและแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะแหล่งน้ำในบ้านเกิดของตนเอง พร้อมส่งต่อความสำคัญของการอนุรักษ์ไปยังบุคคลรอบข้าง 3) กิจกรรม On camp: “รักษ์น้ำ แคมป์” เปิดประสบการณ์สัมผัสธรรมชาติ ในมุมมองใหม่ ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งต้นน้ำ ในจังหวัดนครนายก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรน้ำ และสร้างกระบวนการความคิดต่อการตระหนัก การอนุรักษ์ และนำไปลงมือปฏิบัติพัฒนาในบ้านเกิดของตนเอง”

Photos from Verve - Public Relations Consultancy's post 08/04/2022

เผยความสำเร็จ JOOX Thailand Music Awards 2022 ปีที่ 6
งานประกาศรางวัลทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วย 12 รางวัลมหาชนแห่งปี
สร้างปรากฏการณ์แฟนๆ ร่วมทำกิจกรรมบน JOOX ROOMS กว่าแสนคนต่อวัน

“JOOX Thailand Music Awards 2022” หรือ “JTMA 2022” ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในฐานะ “งานประกาศรางวัลทางดนตรีของมหาชนและคนดนตรี อันดับ 1 ของประเทศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สู่การเป็น ‘เวทีประกาศรางวัลทางดนตรีแห่งปี เพื่อคนดนตรี เพื่อผู้ฟัง เพื่อทุกคน’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Live Your Music ‘เพราะดนตรีคือชีวิต ไม่ว่าจะอยู่โมเมนต์ไหนของชีวิต เราทุกคนมีเสียงดนตรีที่คอยเป็นพลังให้อยู่เสมอ’ มอบรางวัล 12 สาขาที่สุดแห่งปี ครอบคลุมทุกกระแสความนิยม โดยตลอดระยะเวลา 6 ปี JOOX มีพันธกิจในการเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงศิลปินเข้ากับแฟนเพลง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลงไทย ที่มอบรางวัลให้ศิลปินไปแล้วรวมถึง 72 รางวัล ปีนี้กลับมาพร้อมการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยตลอดระยะเวลา 14 วันของแคมเปญ มีแฟนๆ เข้ามาร่วมทำกิจกรรมบนฟีเจอร์ JOOX ROOMS ถึงกว่า 1 แสนคนต่อวัน มีการให้ของขวัญ (Gift) แก่ศิลปินมากกว่า 2 ล้านครั้ง ร่วมคอมเม้นท์บนฟีเจอร์ถึงกว่า 500,000 ครั้ง และในวันประกาศผลรางวัลมียอดเข้าชมสูงถึงกว่า 200,000 ครั้ง


นายกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหาร JOOX ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้ในปีนี้สถานการณ์โควิด-19 จะยังน่ากังวล แต่ JOOX ไม่หยุดที่จะเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลงไทย และยืนหยัดสร้างความสุขให้แฟนๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดแฟล็กชิพอีเวนท์ JOOX Thailand Music Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพื่อมอบรางวัลทางดนตรี ที่เป็นที่สุดในแต่ละสาขาความนิยม ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ที่มาจากการตัดสินของมหาชนอย่างแท้จริง พร้อมใช้ความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม ผ่านการใช้ฟีเจอร์ต่างๆ เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงศิลปินกับแฟนเพลง และการไลฟ์สตรีมมิงบรรยากาศงานแบบสดๆ ผ่านแอปพลิเคชัน JOOX เพื่อให้แฟนๆ ได้รับชม และใกล้ชิดกับศิลปินในทุกโมเมนต์แห่งภาคภูมิใจ”

งาน JTMA 2022 ในปีนี้ ได้มอบรางวัลให้คนดนตรีที่มีผลงานโดดเด่น และโดนใจคนไทยมากที่สุดแห่งปีรวมทั้งสิ้น 12 สาขา โดยชูผลการตัดสินที่มาจากคนทั้งประเทศ เพราะนับคะแนนทั้งจากยอดสตรีมบน JOOX ตลอดระยะเวลา 1 ปี และการโหวตจากแฟนเพลงทั่วประเทศ รวมไปถึงการโหวตของคนเบื้องหน้า และเบื้องหลังวงการเพลง ตลอดจนสื่อมวลชน จึงถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของศิลปินอย่างแท้จริง โดยในปีนี้ งาน JTMA ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ หลากหลาย ที่ตอกย้ำความสำเร็จของ JOOX ในการเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นสื่อกลางทางดนตรีระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง รวมถึงเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างเทรนด์และสีสันในแวดวงเพลงไทยอย่างต่อเนื่อง
• มีแฟนๆ เข้าร่วมทำกิจกรรมบนฟีเจอร์ JOOX ROOMS ถึงกว่า 100,000 คนต่อวัน
• แฟนๆ มีการคอมเมนต์บนฟีเจอร์ถึงกว่า 500,000 ครั้ง
• มียอดการให้ของขวัญมากกว่า 2 ล้านครั้ง สูงที่สุดตั้งแต่มีการเปิดตัวฟีเจอร์ JOOX ROOMS
• เกิดสถิติใหม่ของจำนวนคนที่เข้าชม ROOMS พร้อมกันถึง 20,000 คน (PCU) จากศิลปิน นุ๊กปาย
• กวาดยอดเข้าชมไลฟ์บรรยากาศงานประกาศรางวัลกว่า 200,000 ครั้ง กดถูกใจจากแฟนเพลงทั่วประเทศเกือน 1 ล้านครั้ง
• กว่า 200 ศิลปินที่เข้าชิงรางวัล จนในที่สุด ได้ผู้ชนะทั้ง 12 สาขา ดังนี้

รายชื่อผู้ชนะ
1. รางวัลศิลปินแห่งปี (Artist of the Year) Three Man Down
2. รางวัลเพลงแห่งปี (Song of the Year) พิง Ost. กระเช้าสีดา ศิลปิน NONT TANONT
3. รางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปี (Best New Artist) 4EVE
4. รางวัลเพลงต่างประเทศแห่งปี (International Song of the Year) Leave The Door Open ศิลปิน Bruno Mars, Anderson. Paak, Silk Sonic
5. รางวัลเพลงลูกทุ่ง l ไทบ้านแห่งปี รักควรมีสองคน ศิลปิน พร จันทพร, เนย ภัสวรรณ พอดีม่วน
6. รางวัลเพลงเกาหลีแห่งปี (Korean Song of the Year) MONEY ศิลปิน LISA
7. รางวัลเพลงป๊อปแห่งปี (Pop Song of the Year) พิง Ost. กระเช้าสีดา ศิลปิน NONT TANONT
8. รางวัลเพลงอินดี้แห่งปี (Indie Song of the Year) แฟนเก่าคนโปรด ศิลปิน SLAPKISS
9. Best Collaboration Song of the Year เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน (Just Being Friendly) ศิลปิน Tilly Birds ft. MILLI
10. Top Social Thai Artist of the Year เป๊ก ผลิตโชค
11. Top Social Global Artist of the Year Xiao Zhan
12. Top ROOMS of the Year นุ๊ก ปาย

“ในฐานะแอปมิวสิคคอมมูนิตี้สำหรับคนรักเสียงเพลง และความบันเทิงอันดับ 1 ของไทย JOOX มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบวงจร และสร้างสีสันความแปลกใหม่ให้กับผู้ใช้งาน ควบคู่ไปกับขับเคลื่อนศิลปินและอุตสาหกรรมเพลงไทยให้เติบโต ผ่านการพัฒนาคอนเทนต์ ฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอห้องแชท ฟีเจอร์โหวต การให้ของขวัญ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ค่ายเพลง และคนเบื้องหลังที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกสู่ตลาด รวมถึงการแสดงพลังสนับสนุนของแฟนๆ ถือเป็น พลังสำคัญในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเพลงไทยเติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างมีศักยภาพ” นายกฤตธี กล่าวปิดท้าย

Photos from Verve - Public Relations Consultancy's post 08/04/2022

‘เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน’ เดินเกมรุกตลาดหลังคาโซลาร์ ตั้งเป้ารวมโต 300% ชูกลยุทธ์ Partnership Integration สะท้อนภาพผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
• ผนึก 3 กลุ่มพาร์ทเนอร์ ย้ำความมั่นใจด้านคุณภาพ สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือชั้น และเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น
• นำเสนอโซลูชันใหม่ SCG Solar Roof ระบบ Hybrid ครั้งแรก ที่ทำให้สามารถใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ได้ทั้งวันทั้งคืน
ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า สูงสุด 60% ต่อเดือน
• เดินเกมรุกขยายตลาด Residential Solar Market เพิ่มขึ้น 300% ในสิ้นปี 65

“เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน” ชูภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีหลังคาโซลาร์ของประเทศไทย สร้างฐานตลาดด้วยกลยุทธ์ Partnership Integration ผสานความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของบริษัทกับจุดแข็งของ 3 กลุ่มพาร์ทเนอร์ศักยภาพ ย้ำความมั่นใจด้านคุณภาพ สร้างโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น และสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อาทิ ด้านเทคโนโลยี ร่วมกับบริษัทชั้นนำระดับโลก ทั้ง Huawei และ Enphase ยกระดับนวัตกรรมหลังคาโซลาร์ ด้านไฟแนนซ์ ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำของไทย จัดทำข้อเสนอพิเศษเพื่อการเป็นเจ้าของที่ง่ายขึ้น และหน่วยงานภาครัฐ โดยได้ร่วมมือการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการขออนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันใหม่ SCG Solar Roof ระบบ Hybrid ตอบสนองเทรนด์ความต้องการลดค่าไฟของคนยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ได้ทั้งวันทั้งคืน พร้อมเดินเกมรุกขยายตลาดเจาะกลุ่ม Residential Solar Market เพิ่มขึ้น 300%

คุณนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า “เอสซีจี” มุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชัน ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้า ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เราได้นำแนวทางเรื่องมาตรฐานการดำเนินธุรกิจระดับโลก อย่าง ESG (Environmental, Social and Governance) เป็นกรอบการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันใหม่ๆ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติ เพื่่อสร้างสรรค์โซลูชันและคุณภาพชีวิตที่ดีในวันนี้ และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้คนรุ่นต่อไป ยิ่งปัจจุบันมนุษย์มีความต้องการและความใกล้ชิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น ดังนั้น เรายิ่งต้องจำเป็นพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่มากขึ้นได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม”

คุณธงชัย โสภณ Head of Housing Products Business บริษัท เอสซีจี รูฟฟิ่ง จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายองค์กรต่างเลือกใช้การทำงานแบบไฮบริด หรือเน้นการทำงานแบบ Work from Home มากขึ้น แน่นอนว่าส่งผลโดยตรงกับการเพิ่มปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานและไลฟ์สไตล์ หรือหาโซลูชันเพื่อลดค่าใช้จ่ายและประหยัดการใช้พลังงาน "เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน" ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมระบบหลังคาโซลาร์ สำหรับกลุ่มงานบ้านและที่อยู่อาศัย มีความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีและผนึกความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ “Partnership Integration” เพื่อสะท้อนภาพผู้นำผ่านการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับการสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่การเป็นโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ล่าสุดร่วมมือกับ 3 กลุ่มพาร์ทเนอร์ เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของระบบหลังคาโซลาร์ในประเทศไทยขึ้นไปอีกระดับ ด้านเทคโนโลยี ได้ร่วมมือกับ หัวเว่ย (Huawei) เพื่อนำที่สุดของนวัตกรรมแบตเตอรี่มาเพิ่มความสามารถในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าได้ในช่วงเวลากลางคืน และร่วมมือกับ เอนเฟส เอ็นเนอร์จี้ (Enphase Energy) ผู้นำด้านเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) สหรัฐอเมริกา ร่วมนำเอาเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ มาช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบโซลาร์ให้ดียิ่งขึ้น ด้านไฟแนนซ์ ได้ร่วมมือกับ สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าด้านต่างๆ ให้กับลูกค้า เพื่อเปิดรับประสบการณ์ที่เหนือชั้น และเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการดำเนินการขออนุญาตให้รวดเร็วมากขึ้น

"เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน” แบ่งเป็นกลุ่ม B2B (SME) 70% และ B2C 30% โดยตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำด้าน Residential Solar Market อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการนำเสนอโซลูชันที่หลากหลายเพื่อตอบความต้องการของลูกค้า โดยนำเสนอโซลูชันใหม่ “SCG Solar Roof ระบบ Hybrid” ทางเลือกใหม่ที่มาตอบโจทย์เจ้าของบ้านและไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่มองหาวิธีการใช้พลังงานไฟฟ้าให้คุ้มค่าทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน รวมถึงให้ความสนใจในเรื่องของพลังงานสะอาดมากขึ้น โดย “SCG Solar Roof ระบบ Hybrid” เป็นการผสานข้อดีของระบบ On grid ที่ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงเวลากลางวัน ผสานเข้ากับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่จะกักเก็บไฟฟ้าเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้ในช่วงเวลากลางคืน ทำให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรีๆ ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน และสามารถเป็นระบบไฟฉุกเฉินสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญของบ้านได้

คุณธงชัย กล่าวต่อไปว่า “เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในการตัดสินใจด้านความคุ้มค่า เราจึงได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำต่างๆ ของประเทศไทย ร่วมจัดทำข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้สนใจ “SCG Solar Roof ระบบ Hybrid” อาทิ ธนาคารกสิกรไทย มอบโปรโมชันแพ็กเกจพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ได้แก่ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก รวมถึงส่วนลดพิเศษสูงสุด 70,000 บาท และ Tops E-voucher 2,000 บาท รวมทั้ง ยังมีหลากหลายแพ็กเกจให้เลือกจากสถาบันการเงินอื่นๆ อาทิ UOB, TISCO เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการติดตั้ง SCG Solar Roof ในพื้นที่ต่างๆ ผ่านความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในพื้นที่ต่างๆ และสุดท้าย บริษัทฯ ยังมีการให้บริการการติดตั้ง ดูแลครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา การออกแบบโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และติดตั้งอย่างมืออาชีพ พร้อมบริการหลังการขาย “ไร้กังวล” มีการตรวจสอบสภาพความพร้อมของหลังคาก่อนการติดตั้ง (Roof Health Check) เพื่อให้มั่นใจว่าหลังคาพร้อมติดตั้งโซลาร์รูฟ นอกจากนี้ ยังติดตั้งโซลาร์รูฟ โดยไม่ต้องเจาะหลังคาด้วยนวัตกรรม Solar FIX ไม่เสี่ยงรั่ว สิทธิบัตรเฉพาะเอสซีจีเท่านั้น “สินค้าคุณภาพ” แผงโซลาร์ Tier 1 รับประกันตัวแผงโซลาร์ และประสิทธิภาพการผลิตไฟนาน 25 ปี ในส่วนของอินเวอร์เตอร์ (ระบบแปลงไฟ) รับประกัน 10 ปี “สะดวก” ดำเนินการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์ให้ทั้งกระบวนการ และสามารถติดตามการผลิตไฟและค่าไฟที่ประหยัดได้แบบ Real Time ผ่านทางแอปฯ “บริการหลังการขาย” ให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน พร้อมอยู่ดูแลและเคียงข้างไปตลอดระยะเวลารับประกัน 25 ปี“

“ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันให้กับกลุ่มลูกค้า จะสามารถผลักดันให้ ‘เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน’ เติบโตด้วยยอดขายมากขึ้น 300% โดยเราเชื่อมั่นว่า SCG Solar Roof ระบบ Hybrid จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นและจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยและสามารถเพิ่มยอดขายในกลุ่มหลังคาโซลาร์ หรือคิดสัดส่วนที่ 20% ของกลุ่มบ้านพักอาศัย ได้อย่างแน่นอน” นายธงชัย กล่าวสรุป

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์จากทาง เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน สามารถเข้าเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้ที่
https://www.scgbuildingmaterials.com/th/solution/solar-roof

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

ลองยัง? เลย์ สแตคส์ โฉมใหม่...ในดีไซน์สุดพรีเมี่ยม เลื่อนปุ๊ป อร่อยปั๊ป #เพิ่มรสชาติให้กับช่วงเวลาดีๆ #LaysStax #อร่อยเต...
#เข้ามาเมืองไทยแล้ว!!UNIQLO and JW ANDERSON 17FWคอลเลคชั่นล่าสุด คูลที่สุด!! ด้วยการจับมือกับดีไซนเนอร์หนุ่มหล่อชื่อดัง ...
ข่าวใหญ่ส่งท้ายปี!!!! ชาวเวิรฟพร้อมก้าวสู่บ้านใหม่…ที่เก๋ไก๋ยิ...

ที่อยู่


FYI Center
Bangkok
10110

ข้อมูลทั่วไป

Originally, the company was established in 1988, as a public relation division of J. Walter Thompson, one of the leading top three communication agency in Thailand. Later in 2009, the company was re-branded as “VERVE”, a public relation consultancy firm in affiliation with J. Walter Thompson under Contract Advertising (Thailand) Co., Ltd.

With more than two decades of experiences across all industries in Thailand, our public relation team has the best local insights in the business. We manage reputations, establish good relations, and create opportunities for conversations between our clients and their consumers.

Our strong corporate and marketing communication skills help us maximize communications to reach our client’s objectives

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 20:00
อังคาร 08:30 - 20:00
พุธ 08:30 - 20:00
พฤหัสบดี 08:30 - 20:00
ศุกร์ 08:30 - 20:00

เอเจนซี่โฆษณา อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
Mini Me Advertising Co ., Ltd. Mini Me Advertising Co ., Ltd.
53/23 ซ.ลาดพร้าว 15 แขวงจอมพล เขตจตุจักร
Bangkok, 10900

Creative agency

CMYK Group: Design, Web, SEO, Print CMYK Group: Design, Web, SEO, Print
4,6 Charoenkrung 36, Bangrak
Bangkok, 10500

http://cmyk.group - Graphic Design, SEO, Website Design & Development, Digital Marketing, Printing, Exhibitions, Banner Ads, Displays in Bangkok, Thailand http://cmykseo.agency - Leading SEO/SEM Agency in Bangkok,Thailand

Readyplanet Readyplanet
Readyplanet Co., Ltd. 51 Major Tower Rama 9 - Ramkumhang 17th Floor Unit 1701 - 1706 Rama 9 Road, Huamak, Bangkapi, Bangkok 10240, Thailand
Bangkok, 10240

Readyplanet All-in-One Sales & Marketing Tech Provider

Asia Media Studio Asia Media Studio
21/9 Sukhumvit 18
Bangkok, 10110

Intelligence made visible

360 innovative co.,ltd 360 innovative co.,ltd
22/43 Lumpini Town Residence Ladprao Station
Bangkok, 10900

360 innovative services:- - Digital Creative & Production - Digital Marketing Solutions - Website/Campaign Dev. - AR Technology - Facebook Application - iPhone/iPad Application http://www.360innovative.com/

Gismography Gismography
15 Sukhumvit 101/1
Bangkok, 10260

Bangkok's Premier Professional Digital Fine Art Printing Studio for Photographers and Artists.

Mother&Care - Everything for the modern family Mother&Care - Everything for the modern family
อาคาร GM Group 914 ถ.พระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต
Bangkok, 10300

Everything for the modern family. อัพเดททุกเรื่องราวสำหรับครอบครัวยุคใหม่.

Photography and video services by Fufu Photography and video services by Fufu
Bangkok, 10110

Photography and video services by Fufu

Marketing GURU Association Marketing GURU Association
49/527 ซอยนวมินทร์26 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
Bangkok, 10240

Marketing guru ช่องทางให้คำปรึกษาด้านทางธุรกิจ Marketing & Sale Clinic -Business Consultant

Columbus agency Columbus agency
968 U Chu Liang Bldg, 12th Floor, Rama IV Road, Silom, Bangrak
Bangkok, 10500

Celeb Dezign Celeb Dezign
Thailand
Bangkok, 10260

Every thing you need

Ep168bet welcome 2 Ep168bet welcome 2
ตลิ่งชัน
Bangkok, 10170

เพจโฆษณาสื่อต่างๆ