รับทำคดีเกี่ยวกับกรมศุลกาก

รับทำคดีเกี่ยวกับกรมศุลกาก

ตำแหน่งใกล้เคียง การปฏิบัติตามกฎหมาย

สำนักงานทนายความ
สำนักงานทนายความ
สุขุมวิท 101
Acclime Thailand
Acclime Thailand
True Digital Park , Floor 12A, Unit T12A07, 101 Sukhumvit Road, Bangchak, Phra Khanong
Green Passion by ตาชาย & ยายตุ๊ก 2009
Green Passion by ตาชาย & ยายตุ๊ก 2009
Green Passion 2009 45/1 Soi. Sukhumvit 89/1 Sukhumvit Rd. Bangchak Phra Khanong Bangkok 10260 Thailand
Majoradvertising
Majoradvertising
32 Soi Supapong 1 Yak 6 , Srinakarin Rd., Nongbon, Pravet
V-Serve Group
V-Serve Group
709/57 อ่อนนุช 7/1 แขวง/เขต สวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
สำนักงานกฎหมาย ณภัทร อยู่สงค
สำนักงานกฎหมาย ณภัทร อยู่สงค
307/4 หมู่บ้านปัญญา, Suan Luang
PP VISA Co., Ltd.
PP VISA Co., Ltd.
4099 Rama IV Rd, Phra Khanong, Khlong Toei, Bangkok 10110
บริษัท เอ็ม ซี มาร์ชโก้ จำกัด
บริษัท เอ็ม ซี มาร์ชโก้ จำกัด
ถนนอ่อนนุช ซอยอ่อนนุช65
Thai Visa Centre - visa agent
Thai Visa Centre - visa agent
TVC, The Pretium Bangna, 91/11 (Floor 1) Moo.15 Bangna-trat Rd. Tambon Bang Kaeo, Amphoe Bang Phli Chang Wat
We craft travel
We craft travel
735/2 อาคาร B ชั้น G ห้องเลขที่ BG 51 และ BG 20-21 ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลว
เครดิตฟรี ไม่ต้องฝากก่อน
เครดิตฟรี ไม่ต้องฝากก่อน
NEW EURO ASIA PART.,CO.LTD, BANGKOK , THAILAND
NEW EURO ASIA PART.,CO.LTD, BANGKOK , THAILAND
pattanakarn soi 38
Thai Visa & Work Permit
Thai Visa & Work Permit
Varasa 466 /31GP HOUSE
Plizz
Plizz
แขวง พระโขนง เหนือ เขต วัฒนา สุขุมวิท 63, 68/2 Ekkamai Rd, Phra Khanong Nuea, Watthana
Millennium Law Company Pvt Ltd
Millennium Law Company Pvt Ltd
99/81 The Exclusive soi 74/3-1 OnNut Road

รับดำเนินการเกี่ยวกับคดีกรมศุลกากร(มีค่าปรับย้อนหลัง , ถูกจับสินค้ามีค่าปรับ , อื่นๆ) (ถูกหน่วยงาน สตอ. หรือ สสป. กรมศุลกากร ตรวจจับ)
รับดำเนินการโดยมิต้องนำคดีขึ้นพิจารณาในชั้นศาล (ตามที่กฏหมายกำหนด)
รับค่าจ้างหลังจากดำเนินงานเสร็จ

เปิดเหมือนปกติ

[10/01/21]   วันนี้ผู้เขียนจะบรรยายถึงคุณสมบัติของผู้ที่มีความสามารถดำเนินการต่อสู้คดีศุลกากรได้(ทั้งในชั้นศุลกากรและชั้นศาล)
ก่อนอื่นท่านหรือผู้นำเข้ารวมถึงเจ้าของกิจการต้องเข้าใจพื้นฐานเบื้องต้นก่อนว่า เอกสารการนำเข้าและพิธีการทางด้านศุลกากรนั้นมันมีความซับซ้อนหลายขั้นตอน โดยในเบื้องต้นนั้นบริษัทหรือผู้นำเข้าก็ต้องอาศัยฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศ, ผู้จัดการฝ่ายนำเข้า, ชิปปิ้งหรือบริษัทชิปปิ้ง และบางบริษัทอาจมีที่ปรึกษาเรื่องการนำเข้าและพิธีการศุลกากร
เวลาบริษัทของท่านมีศุลกากรเข้าตรวจสอบย้อนหลังและมีแนวโน้นจะโดนข้อหามีค่าภาษีอากรย้อนหลัง ท่านต้องหาผู้ที่รู้จริงและมีประสบการณ์จริงเท่านั้นมาดำเนินการให้ ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้ดังนี้
1 เวลาท่านนัดทีมทนายหรือทนายความมารับงานท่าน ท่านควรจะมีฝ่ายต่างประเทศ, บัญชี, ชิปปิ้ง นั่งรวมประชุมกัน ซึ่งเวลาประชุมกันนั้นท่านควรให้ชิปปิ้งเป็นผู้เริ่มตั้งคำถามต่างๆและแนวทางต่อสู้พร้อมทั้งนำเอกสารการนำเข้าทั้งหมดมาตั้งประเด็นคำถามหาทางออกหรือข้อเท็จจริงในการต่อสู้คดีกับทนายที่รับงานท่าน รวมทั้งนำเอกสารการนำเข้าทั้งชุด, บันทึกการจับกุมหรือบันทึกข้อหา, ใบขนฯ, Invoce, Packing List, ใบตราส่ง Form ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเอกสารดังกล่าวนี้ชิปปิ้งของท่านสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ที่จะมารับงานท่านนั้น รู้จักเข้าใจในเอกสารเหล่านั้นดีแค่ไหนรวมทั้งชิปปิ้งของท่านสามารถตรวจสอบได้ว่าทีมทนายนั้นเข้าใจเรื่องศุลกากรหรือไม่ ซึ่งก็จะเป็นการดีสำหรับบริษัทของท่านเอง เพราะถ้าทีมทนายความที่มารับงานท่านนั้นไม่รู้จักเอกสารการนำเข้าหรือไม่รู้พิธีการศุลกากรแล้ว เรื่องจะไปต่อสู้คดีก็คงเป็นไปได้ยาก
2 การตรวจสอบเชิงลึกว่ามีประสบการณ์จริงหรือไม่
ทางบริษัทผู้นำเข้าคงต้องถามทางทนายความที่รับงานว่า เคยมีประสบการณ์หรือไม่ หรืออาจจะต้องขอดูผลงานต่างๆเกี่ยวกับคดีศุลกากรที่ทนายท่านที่จะรับงานนั้นเคยทำในอดีต

ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086-8835086

[09/28/21]   วันนี้ผู้เขียนจะบรรยายถึง มาตรา 242 พ.ร.บ. ศุลกากร 2560
มาตรา 242 ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
--------------------------------------------------------------------------
เกณฑ์การเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (นำมาเขียนบางตอนที่สำคัญ)
กรณีตรวจพบการกระทำความผิดที่ท่าอากาศยาน / ให้ยกของกลางเป็นของแผ่นดิน
--------------------------------------------------------------------------
กรณีตรวจพบและจับกุมผู้ต้องหาอยู่ในช่องเขียว ช่องลูกเรือ ช่องเอกสิทธิ์ทางการทูต และช่องผู้ติดบัตรอนุญาตใน
พื้นที่ตรวจศุลกากร แต่ยังไม่พ้นห้องตรวจของผู้โดยสาร หรือภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศชั้นใน / ให้
ยกของกลางเป็นของแผ่นดิน
--------------------------------------------------------------------------
กรณีตรวจพบและจับกุมผู้ต้องหาภายหลังผ่านพ้นห้องตรวจผู้โดยสาร / ปรับสองเท่าของราคาของรวมค่าอากร กับอีกหนึ่งเท่าของภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) และให้ยกของกลางให้เป็นของแผ่นดิน
--------------------------------------------------------------------------
ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086-8835086

[08/14/21]   วันนี้ผู้เขียนจะได้บรรยายถึง มาตรา 243 พรบ.ศุลกากร 2560
มาตรา 243 ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากร โดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้นๆ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
เมื่อมีข้อกฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้แล้ว แต่ในความเป็นจริงในภาคปฏิบัติที่ยังเป็นปัญหาในข้อสงสัย เช่น เมื่อผู้นำเข้าได้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร โดยผ่านพิธีการศุลกากรแล้วเป็นเวลาหลายๆใบขนฯ หลายๆปี ซึ่งต่อมาในภายหลังนั้น หน่วยงาน สตอ. หรือ สสป. อาศัยอำนาจเข้าไปดำเนินการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย ณ.สถานที่ประกอบการและจากการตรวจสอบปรากฏว่าผู้นำเข้าสำแดงผิดพิกัด(เป็นข้อกล่าวหา) ซึ่งก็จะมีหลายๆผู้นำเข้าโดนกรณีเช่นนี้ ในกรณีที่มีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น ผู้นำเข้าก็ต้องต่อสู้ในชั้นศุลกากรเสียก่อน เช่นชี้แจ้งข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่จับกุม แต่ถ้าสำนักกฎหมายของกรมศุลกากรสั่งคดี ทางผู้นำเข้าก็ต้องอุทธรณ์คดีภายในสามสิบวัน(นับแต่วันที่รับหนังสือสั่งคดี) แต่ถ้าผู้นำเข้าได้รับแบบแจ้งการประเมินอากร ทางผู้นำเข้าก็ต้องยื่นอุทธรณ์แบบแจ้งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมศุลกากรภายในสามสิบวัน(นับแต่วันที่รับแบบแจ้งการประเมินอากร) และถ้าฝ่ายอุทธรณ์มีหนังสือเรียกให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมหรือเรียกให้ผู้นำเข้าชี้แจงเพิ่มเติม ผู้นำเข้าก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามระยะเวลาที่หน่วยงานดังกล่าวแจ้งมา ถ้าไม่ปฏิบัติตามกรมศุลกากรจะยกอุทธรณ์ของผู้นำเข้า (ผู้นำเข้าไม่สามารถนำคดีไปฟ้องต่อศาลได้)
เมื่อการอุทธรณ์คดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์(กรมศุลกากร) ซึ่งคณะกรรมการฯจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันและคณะกรรมการฯอาจขอขยายระยะเวลาออกไปอีกได้แต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวัน(ตามมาตรา 41)
เมื่อครบกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบและคณะกรรมการฯยังไม่พิจารณาให้แล้วเสร็จประกอบกับคณะกรรมการไม่ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ผู้นำเข้าสามารถนำคดีไปฟ้องต่อศาลได้
การฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางนั้น
เอกสารเบื้องต้นมีดังนี้
1 สำเนาหนังสือแจ้งการประเมิน
2 สำเนาคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
3 สำเนาคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์(กรณีมีคำวินิจฉัย/ผู้นำเข้าไม่พอใจในคำวินิจฉัย)
4 สำเนาหลักฐานรับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เช่น ซองจดหมาย, หรือใบตอบรับไปรษณีย์(ใบเหลือง), หรือหนังสือทีเซ็นรับจากพนักงานเจ้าหน้าที่, หรือผลการส่งไปรษณีย์จากเว็บไซด์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด
5 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน (กรณีเป็นนิติบุคคล)
6 สำเนาหลักฐานการชำระภาษี(กรณีชำระแล้ว)
หมายเหตุ : ค่าขึ้นศาลนั้น ผู้นำเข้าควรนำเอกสารหลักฐานไปให้เจ้าหน้าที่การเงินศาลประเมินก่อนจะเป็นการดี
เนื่องจากแบบแจ้งการประเมินนั้นจะมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มทั้งของศุลกากรและของสรรพากร จึงเป็นการยากที่
ผู้นำเข้าจะคำนวนเองแบบถูกต้อง
--------------------------------------------------------------------------
ครั้งหน้าจะเขียนถึงขั้นตอนการสู้คดีและการสืบพยานในชั้นศาล

ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086 - 8835086

[06/24/21]   วันนี้ผู้เขียนจะบรรยายเกี่ยวกับความผิด มาตรา 244 (พรบ.ศุลกากร 2560)
มาตรา 244 ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอนราชอาณาจักร หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
อธิบายความดังนี้ ของดังกล่าวนั้นก็หมายถึงของหรือสินค้าที่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือควบคุมในการนำเข้าหรือส่งออกนั่นเอง ถ้าหากมีการนำเข้าแล้วไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้า สินค้าดังกล่าวจะถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินและมีโทษปรับอีกไม่เกินห้าแสนบาท รวมทั้งอาจมีโทษทางอาญาจำคุกอีกไม่เกินสิบปี
ในกรณีของต้องห้ามตามวรรคแรก เป็นของที่มีคุณค่าทางศิลปวัตถุ โบราณวัตถุประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี หรือวัตถุลามก หรือสื่อลามก สัตว์ป่าหรือซากสัตว์ตามบัญชี CITES หมายเลข 1 หรือพันธุ์พืชป่าตามบัญชี CITES หมายเลข 1 หรือเป็นของละเมิดลิขสิทธิ์ หรือละเมิดเครื่องหมายการค้า หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรับหนึ่งเท่าของราคาของรวมค่าอากร กับอีกหนึ่งเท่าของภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทยและภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) และให้ยกของเป็นของแผ่นดิน
ในกรณีนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามาในราชอาณาจักร
ให้ยกของกลางเป็นของแผ่นดิน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กรณีของต้องกำกัดในการนำเข้า หากหน่วยราชการผู้มีหน้าที่ออกใบอนุญาตได้ออกใบอนุญาตให้ภายหลังวันนำเข้า หรือได้แจ้งให้กรมศุลกากรทราบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าผ่อนผันให้นำเข้ามาได้ หรืออนุญาตให้นำเข้ามาได้และให้ส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร
ปรับร้อยละ 10 ของราคาของ ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท โดยไม่คำนึงถึงว่าของนั้นๆจะต้องเสียอากรหรือไม่
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในกรณีที่หน่วยงานราชการผู้มีหน้าที่ออกใบอนุญาตได้ออกใบอนุญาตล่าช้าเกินกว่าหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้นำเข้าร้องขอซึ่งเห็นได้ว่าผู้นำของเข้าพยายามปฏิบัติให้ถูกต้องแล้ว
ปรับร้อยละ 5 ของราคาของ ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

[03/29/21]   วันนี้ผู้เขียนขอแจ้งให้ผู้ที่ติดตาม “รับทำคดีเกี่ยวกับกรมศุลกากร” และผู้นำเข้าอื่นๆ ให้ทราบว่า ทางทีมงานด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง มีความประสงค์ที่จะให้คำปรึกษา และให้ความรู้ด้านการอบรมเรื่องเกี่ยวกับการนำเข้า(พิธีการศุลกากรในเชิงลึก) การป้องกันเพื่อให้ได้สิทธิฟ้องทางศาล การป้องกันการตกเป็นจำเลยต่อกรมศุลกากร การป้องกันเพื่อมิต้องปิดกิจการ เงื่อนไขการซื้อขายที่สามารถลดค่าใช้จ่ายลงอีก และประเด็นอื่นๆเกี่ยวกับการนำเข้าที่ผู้นำเข้ามีความประสงค์จะทราบ ซึ่งผู้เขียนรับรองได้ว่าในประเด็นดังกล่าวนี้ ยังไม่มีสถานที่ใดเปิดสอนหรืออบรบให้ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวนี้จะต้องใช้ประสบการณ์จริงจากเอกสารจริงทั้งในชั้นศุลกากรและชั้นศาล ซึ่งผู้เขียนได้ผ่านประสบการณ์ดังกล่าวมาแล้วร่วม 36 ปี จึงสามารถให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งจะอยู่ในอีกด้านหนึ่งที่ชิปปิ้งหรือผู้นำเข้าไม่เคยทราบมาก่อน
คำถาม : เหตุผลใดที่ทำให้ผู้เขียนจึงมีความคิดให้การอบรมฟรี
คำตอบ : จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน(ปี 2564) ผู้เขียนได้ดำเนินการคดีศุลกากรมาแล้วทั้งในชั้นศุลกากร
และในชั้นศาล และจากการได้พูดคุยกับเจ้าของกิจการโรงงานต่างชาติและคนไทย ซึ่งบางรายนั้นถูกกรมศุลกากรออกแบบแจ้งเรียกเก็บค่าภาษีอากรซึ่งรวมค่าปรับแล้วก็เป็นเงินจำนวนมาก(แบบจ่ายไม่ไหว) ซึ่งก็มีหลายบริษัท(ที่ผู้เขียนดำเนินการคดีให้)
ซึ่งก็มีตั้งแต่ 40 ล้าน ถึง 100 กว่าล้าน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ เราลองมาจำลองเหตุการณ์ใหม่ดูว่า ถ้าผู้นำเข้าไม่มีเงินจ่ายแล้วอะไรจะเกิดขึ้น....ปิดกิจการ พนักงานตกงาน(รัฐขาดรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม) รัฐขาดรายได้จากจากภาษีอากรที่โรงงานต้องส่งทุกปี และสาเหตุอื่นๆอีกที่เกี่ยวเนื่องกับโรงงานปิดตัวดังกล่าว
ฟังดูที่ผู้เขียนบรรยายมานั้น(ซึ่งเป็นเรื่องจริงและมีหลักฐาน) ฉะนั้นการป้องแบบสูงสุดก็น่าจะเป็นความคิดใหม่สำหรับทุกท่านทีเกี่ยวข้องกับการนำเข้า อย่างคิดพึ่งพาชิปปิ้งฝ่ายเดียว ด้วยความคิดที่ว่าตรวจปล่อยสินค้าออกมาได้แล้วจบ ยังไม่จบครับการนำเข้าสินค้านั้น คดีแพ่งอายุความ 10 ปี คดีอาญาอายุความ 15 ปี ต่อใบขนฯหนึ่งฉบับ
ซึ่งการนำเข้านั้น ถึงแม้ว่าท่านนำเข้ามาแล้วเป็นเวลา 1-2 ปี แต่ศุลกากรก็สามารถเข้าตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยได้อีก ซึ่งท่านก็อาจมีข้อหาสำแดงเท็จ(ปัญหาพิกัด) ซึ่งก็จะมีความผิดตามมาตรา 243 (พ ร บ.ศุลกากร 2560)
ฉะนั้นท่านใด, บริษัทใด, โรงงานใด ที่ยังไม่เคยถูกศุลกากร “เข้าตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยและยึดเอกสาร”
ท่านสามารถติดต่อมายัง “ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง” ได้ที่เบอร์โทร 086-883 5086 เราก็จะเข้ามาให้คำปรึกษาและอบรบให้ฟรี (โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ)

ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086 – 883 5086

[03/19/21]   วันนี้ผู้เขียนจะได้อธิบายเรื่อง ขั้นตอนการดำเนินคดีศุลกากรและยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง
โดยเมื่อผ่านขบวนการขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมศุลกากรแล้ว ซึ่งการยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวนี้จะต้องยื่นภายใน 30 วัน (นับแต่วันที่รับแบบแจ้งการประเมิน 114 หรือ 115)
การยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวนั้น เมื่อครบกำหนด 180 วัน (นับแต่วันที่ผู้นำเข้ายื่นอุทธรณ์)และทางคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กรมศุลกากรไม่ได้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบว่าจะขอขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีก 90 วัน หรือทางคณะกรรมการพิจาณาอุทธรณ์ได้มีคำตัดสินและมีคำวินิจฉัยให้ผู้อุทธรณ์ทราบแล้ว แต่ผลการพิจารณาดังกล่าวนั้นไม่เป็นที่พอใจต่อผู้อุทธรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดที่กล่าวมาแล้วนั้น ผู้นำเข้าสามารถใช้สิทธิทางศาลได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพิกัดศุลกากรหรือปัญหาอื่นๆที่กล่าวอ้างและสำแดงในแบบแจ้งการประเมินดังกล่าว โดยผู้นำเข้าสามารถยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลภาษีอากรกลางภายใน 30 (นับแต่วันที่ได้รับคำตัดสินวินิจฉัยของกรมศุลกากร)หากยื่นฟ้องไม่ทันก็สามารถยื่นคำร้องขอขยายฟ้องได้อีกตามที่ศาลจะอนุญาต หรือหากศุลกากรไม่ได้พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันและไม่ได้ขอขยายระยะเวลาพิจารณา ผู้นำเข้าก็สามารถฟ้องเป็นคดีต่อศาลภาษีอากรกลางได้
การคำนวณค่าธรรมเนียมศาล ( 2%) ตามกฎหมายกำหนดนั้น ให้คิดแยกตามรายการแบบแจ้งการประเมิน ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าควรนำแบบแจ้งทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ของศาลเป็นผู้คำนวณให้จะเป็นการดีที่สุด เนื่องจากแบบแจ้งทั้งสองชนิด(114, 115)จะต่างกัน แบบแจ้ง 114 จะมีค่าปรับอากรอยู่สองเท่า ซึ่งเป็นค่าปรับโทษทางอาญา จึงไม่สามารถนำไปคำนวณค่าธรรมเนียมศาลได้ ส่วนแบบแจ้ง 115 นั้นไม่ได้มีค่าโทษทางอาญาไว้ ก็จะเป็นการคำนวณง่าย แต่ก็จะมีประเด็นเกี่ยวกับเบี้ยปรับอากร เงินเพิ่มอากร เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงแนะนำว่าควรนำแบบแจ้งทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ของศาลเป็นผู้คำนวณให้จะเป็นการดีกว่า

เมื่อดำเนินการยื่นฟ้อง หรือยื่นคำให้การแล้ว เอกสารที่จะนำสืบให้ทำเป็นปึก อ้างเป็นเอกสารหมาย จ. หรือ หมาย ล. ให้ยื่นก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร

บันทึกคำเบิกความล่วงหน้าให้ยื่นต่อศาลก่อนวันสืบพยานตามกฎหมายหรือศาลท่านจะกำหนดไว้ในรายงานวันกำหนดประเด็นแล้วแต่กรณี

ส่วนการนำสืบพยานก็เหมือนกันตามวิชาพยานหลักฐาน
หมายเหตุ : หากผู้ประกอบการหรือ ผู้นำเข้า / ส่งออก มีปัญหาเกี่ยวกับคดีศุลกากรตั้งแต่ชั้นศุลกากร หรือชั้นศาล
หรือผู้นำเข้ามีคดีเกี่ยวกับ บก. ปอศ. ท่านสามารถติดต่อทางทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง
ทางเรามีบริการตั้งแต่ให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี(ก่อนใช้บริการ) โดยเราจะเข้ามาให้บริการถึงโรงงานหรือ
บริษัทของท่าน ด้วยประสบการณ์ด้านคดีศุลกากรมาแล้ว 36 ปี
ทีมงานด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086 – 883 5086

[03/16/21]   วันนี้ผู้เขียนจะอธิบายเกี่ยวกับการอุทธรณ์แบบแจ้งการประเมินอากรของศุลกากร( แบบแจ้ง 114 และ 115)
แบบแจ้งดังกล่าวนี้ จะถูกจัดส่งทางไปรษณีย์ตอบรับถึงผู้นำเข้า ไม่ว่ากรณีใดๆ เมื่อผู้นำเข้ารับแล้วต้องอุทธรณ์ต่อคณะพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน (นับแต่วันที่รับแบบแจ้ง) ถ้ายามหน้าประตูรับเอกสารดังกล่าวก็จะถือว่าผู้นำเข้าได้รับแล้วเช่นกัน ฉะนั้นผู้นำเข้าต้องคอยตรวจสอบเอกสารที่ยามหน้าประตูด้วย เพราะถ้ายามหน้าประตูเซ็นรับเอกสารดังกล่าวแล้วและไม่ได้ส่งหรือแจ้งให้ผู้นำเข้าทราบ เมื่อครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ยามเซ็นรับเอกสารดังกล่าวแล้วเจ้าของบริษัทจะต้องรับผิดชอบ(แบบยินยอม)ต่อค่าภาษีอากรที่เรียกเก็บตามแบบแจ้งดังกล่าวทุกฉบับ และผู้นำเข้าไม่สามารถนำคดีไปฟ้องต่อศาลได้
ในกรณียื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว หากทางคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งดังกล่าว มิฉะนั้นแล้วทางคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะยกอุทธรณ์ดังกล่าว เมื่อทางคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยกอุทธรณ์แล้ว ผู้นำเข้าไม่มีสิทธินำคดีไปฟ้องต่อศาล
ในกรณีที่ยื่นอุทธรณ์แบบแจ้งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว เมื่อครบ 180 วัน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังไม่พิจารณาอุทธรณ์นั้นให้แล้วเสร็จและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ได้แจ้งขอขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปอีก ให้ผู้นำเข้านำคดีไปยื่นฟ้องต่อศาลได้
เกี่ยวกับแบบแจ้ง 114 นั้น จะมีค่าอากรที่ขาด, ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขาด, ค่าปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าปรับอากรตามมาตรา 243 อยู่สองเท่า เบี้ยปรับสรรพากร เงินเพิ่มอากร เบี้ยปรับอากร ฉะนั้นเวลานำคดีไปยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากร การคำนวณค่าธรรมเนียม 2 % ควรยื่นให้เจ้าหน้าที่ของศาลคำนวณให้จะเป็นการสะดวกและได้ยอดที่แน่นอน
เกี่ยวกับแบบแจ้ง 115 นั้น จะมีค่าอากรที่ขาด, ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขาด, ค่าปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับสรรพากร เงินเพิ่มอากร เบี้ยปรับอากร การคำนวณค่าธรรมเนียม 2 % ควรยื่นให้เจ้าหน้าที่ของศาลคำนวณให้จะเป็นการสะดวกและได้ยอดที่แน่นอน

086-8835086
ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง

[01/21/21]   วันนี้ผู้เขียนจะอธิบายต่อ(จากโพสต์เมื่อ ๓๐-๑๑-๖๓)
ข้อ ๘. กรณีคำสั่งทั่วไปที่ ๓๔/๒๕๕๓ ข้อ(๒.๗.๑) ที่ระบุว่า “ กรณีพบความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจากการพิมพ์ข้อความที่ระบุในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form-E) กับข้อความในเอกสารต่างๆ ที่ยื่นต่อหน่วยงานศุลกากรของประเทศสมาชิกผู้นำเข้า ให้ผ่อนผันให้ใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับดังกล่าว หากข้อเท็จจริงสอดคล้องถูกต้องตรงกับสินค้าที่นำเข้าและไม่มีข้อสงสัยในถิ่นกำเนิดสินค้า ” หมายถึงผ่อนผันได้ในกรณีใดบ้าง
คำตอบ : - การผ่อนผันในข้อ (๒.๗.๑) เช่น การพิมพ์ผิด หรือพิมพ์เกินช่องที่กำหนดเพียงเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ตัว “ T ” หากพิมพ์ทับเส้นขอบของช่องอาจเห็นเป็นตัว “ I ” ได้ เป็นต้น
- ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป
-------------------------------------------------------------------------
ข้อ ๙. กรณีมีการจำแนกพิกัดศุลกากรที่แตกต่างกัน ตามคำสั่งทั่วไปที่ ๓๔/๒๕๕๓ ข้อ (๒.๗.๓)และให้ผ่อนผันใช้อัตราอากรที่ได้รับสิทธิตามพิกัดที่ถูกต้องของสินค้าที่นำเข้า โดยให้แก้ไขพิกัดข้อมูลในใบขนๆ ให้ถูกต้อง นั้น
คำตอบ : กรณีที่จะผ่อนผันพิกัดๆ ใน Form-E ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขคือ
- สินค้าที่นำเข้าต้องตรงกับที่สำแดงใน Form-E และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Invoice, B/L และ
- เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าไม่เปลี่ยน โดยมีหลักการดังนี้
- สินค้านำเข้าจัดเข้าพิกัด A สำแดงเกณฑ์ WO (หมายถึง Wholly Obtained) แต่เจ้าหน้าที่จัดสินค้านั้นเข้าพิกัด B ถือว่าเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าไม่เปลี่ยน
- สินค้านำเข้าจัดเข้าพิกัด A สำแดงเกณฑ์ RVC เป็น ๔๕% แต่เจ้าหน้าที่จัดสินค้านั้นเข้าพิกัด B เมื่อตรวจสอบเกณฑ์แล้วไม่มีอยู่ในกฎเฉพาะรายสินค้า (เอกสารแนบ ข. ของประกาศกรมฯ ที่ ๑๐๖/๒๕๕๓)จึงต้องใช้เกณฑ์ทั่วไป คือ RVC ๔๐% สินค้านำเข้าดังกล่าวสำแดงเกณฑ์ RVC เป็น ๔๕% จึงถือว่าเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าไม่เปลี่ยน
- สินค้านำเข้าจัดเข้าพิกัด A สำแดงเกณฑ์ RVC เป็น ๔๕% แต่เจ้าหน้าที่จัดสินค้านั้นเข้าพิกัด B เมื่อตรวจสอบเกณฑ์แล้วอยู่ในกฎเฉพาะรายสินค้า (เอกสารแนบ ข. ของประกาศกรมฯ ที่ ๑๐๖/๒๕๕๓)ต้องพิจารณาว่า เกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามพิกัดฯ นั้น กำหนดไว้อย่างไร ถ้าเกณฑ์เปลี่ยนพิกัด เช่น CC, CTH, CTSH ก็ถือว่าเกณฑ์เปลี่ยน แต่ถ้าเป็นเกณฑ์ทางเลือก คือมีทั้งเกณฑ์เปลี่ยนพิกัดหรือเกณฑ์ RVC จะถือว่าเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าไม่เปลี่ยน
--------------------------------------------------------------------------
ข้อ ๙.๑ หากตรวจพบว่าสินค้าที่นำเข้าถูกต้องตรงตามใบขนฯ แต่ไม่ตรงกับ Form-E และอัตราอากรที่ได้รับสิทธิเท่ากัน จะต้องแกไขพิกัดในใบขนฯให้ตรงกับ Form-E หรือไม่ อย่างไร (หรือเพียงแค่ผ่อนผันพิกัดใน Form-E)
คำตอบ : ผ่อนผันไม่ได้ เพราะสินค้านำเข้าไม่ตรงกับที่ระบุใน Form-E

086-8835086
ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง

ที่อยู่


56/231, ซอยพหลโยธิน 59 แยก 3, แขวงอนุสาวรีย์, เขตบางเขน, กรุงเทพ
Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00
นักกฏหมายอาญา อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
ทนายความอำเภอสมเด็จ Lawyers at Somdet Dist ทนายความอำเภอสมเด็จ Lawyers at Somdet Dist
22 อาคาร เค ซอยสุขุมวิท 35 (สำนักงานใหญ่)
Bangkok, 10110

ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ทนายความอำเภอนครชัยศรี Lawyer at Nak ทนายความอำเภอนครชัยศรี Lawyer at Nak
Bangkok, 10110

เครือข่ายทนายความ ทนายใกล้บ้าน โทร. 089-226-8899 ไลน์ ไอดี. @homelawyer

ทนายความจังหวัดร้อยเอ็ด  Roi Et La ทนายความจังหวัดร้อยเอ็ด Roi Et La
22 K-Building, Sukhumvit 35 (สำนักงานใหญ่)
Bangkok, 10110

ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ทนายความอำเภอแม่ลาว Lawyer at Mae Lao Dist ทนายความอำเภอแม่ลาว Lawyer at Mae Lao Dist
Bangkok, 10110

ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ทนายความอำเภอเฝ้าไร่ Lawyer at Fao Rai D ทนายความอำเภอเฝ้าไร่ Lawyer at Fao Rai D
22 อาคาร เค ซอยสุขุมวิท 35 (สำนักงานใหญ่)
Bangkok, 10110

ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ทนายความอำเภอแม่ริม Lawyer at Mae Rim Dist ทนายความอำเภอแม่ริม Lawyer at Mae Rim Dist
22 อาคาร เค ซอยสุขุมวิท 35 (สำนักงานใหญ่)
Bangkok, 10110

เครือข่ายทนายความ ทนายใกล้คุณ โทร. 089-226-8899 ไลน์. @helpmelawyer แชท. https://direct.lc.chat/8941034

ทนายความคดีหน่วงเหนี่ยว กัก ทนายความคดีหน่วงเหนี่ยว กัก
Bangkok, 10110

เครือข่ายทนายความ ให้คำปรึกษา จัดหาทนายความ ในคดีความผิดเกี่ยวกับหน่วงเหนี่ยว กักขัง

ทนายความอำเภอสัตหีบ Lawyer at Sattahip Dis ทนายความอำเภอสัตหีบ Lawyer at Sattahip Dis
22 อาคาร เค ซอยสุขุมวิท 35 (สำนักงานใหญ่)
Bangkok, 10110

ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ทนายความอำเภอเวียงป่าเป้า Wian ทนายความอำเภอเวียงป่าเป้า Wian
สำนักงานใหญ่ เลขที่ ๒๒ อาคารเค ซอยสุขุมวิท ๓๕ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเห
Bangkok, 10110

ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ทนายความ Lawyer ทนายความ Lawyer
22 K-Building, Soi Sukhumvit 35, Sukhumvit Rd., (Headquarters)
Bangkok, 10110

เครือข่ายทนายความ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ทนายความอำเภอกมลาไสย Lawyers at Kamalasa ทนายความอำเภอกมลาไสย Lawyers at Kamalasa
22 K-Building, Sukhumvit 35 (Headquarters)
Bangkok, 10110

เครือข่ายทนายความ บริการ ให้คำปรึกษา จัดหาทนายความ ทั่วประเทศ โทร 089-226-8899