NGO COD กป.อพช.

NGO COD กป.อพช.

ตำแหน่งใกล้เคียง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Tanida gardenสวนไทรประดับ
Tanida gardenสวนไทรประดับ
76 หมู่ 9 ต.ลำพญา อ.บางเลน จ.นครปฐม, Nakhon Pathom
ACIOA - ASEAN Chief Information Officer Association
ACIOA - ASEAN Chief Information Officer Association
10200
บ้านท่าส้มป่อย
บ้านท่าส้มป่อย
ซอย 4, Amphoe Muang Lampang
สำนักงานบริหารกิจการเหล่าก
สำนักงานบริหารกิจการเหล่าก
1871 อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ ชั้น 8 ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวัง
กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด สน.บาง
กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด สน.บาง
ฐานปฎิษัติการทีมงานกู้ภัยบางซื่อ002 อินทามระซอย 1 ถ.สุทธิสาร แขวงสามเสนใ
มรดกหลวงปู่แผ้ว
มรดกหลวงปู่แผ้ว
10160
Ummatee Thailand
Ummatee Thailand
10250
บ้านบ๋าฮี - Baan Bhahee หมู่บ้านเศรษ
บ้านบ๋าฮี - Baan Bhahee หมู่บ้านเศรษ
ทางหลวง ชนบท อบ. 3033, Ubon Ratchathani
หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด ส
หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด ส
ถนน บางบอน 1
Harvest Club
Harvest Club
สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
มูลนิธิกอล์ฟไทยสู่กอล์ฟโลก
มูลนิธิกอล์ฟไทยสู่กอล์ฟโลก
golfthaitotheworld foundation
Bangkok Vinyl
Bangkok Vinyl
Soi Rangnam, Nonthaburi
ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษพญาอิน
ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษพญาอิน
Bang Bua Thong
ปิดทองหลังพระ
ปิดทองหลังพระ
Kamphaeng Phet
Thai Raptor Group กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและ
Thai Raptor Group กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและ
Department of Pathology, Faculty of Veterinary Medicine, Kasetsart University

ความคิดเห็น

ขอเบอร์โทรประสานงานเรื่องการประชุมด้วยค่ะ
แนะนำเว็บไซต์จำหน่าย E-BOOK ที่เข้าถึง E-BOOK ได้ง่ายที่สุด

Network of Thai NGOs เกี่ยวกับเรา
ประวัติ – ความเป็นมา
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในสังคมไทย ที่องค์กรพัฒนาเอกชนหรือ NGOs (Non Governmental Organization) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแต่เดิมรัฐจะเป็นผู้มีบทบาทหลักเพียงฝ่ายเดียวมาโดยตลอด

ประเทศไทยได้เข้าสู่กระแสการพัฒนาประเทศแผนใหม่ หรือที่องค์การสหประชาชาติเรียกว่า “ทศวรรษแห่งการพัฒนา” ในช่วงนั้นทำให้เกิดองค์กรพัฒนาเอกชนขึ้น และในปี พ.ศ. 2502 รัฐบาลได้จัดประชุมร่วมกันระหว่างองค์กรพัฒนาต่างๆ และจัดตั้งเป็นสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยขึ้น การทำงานช่วงนี้จึงเน้นการให้ความรู้และการสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลน และผู้ประสบปัญหาขั้นพื้นฐาน

การพัฒนาที่เน้นการสังคมสงเคราะห์ไม่สามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหาสังคมที่พัฒนาขึ้น จึงเริ่มมีการทำงานศึกษาวิเคราะห์ชุมชนไปพร้อมกับมุ่งเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ในปีพ.ศ. 2510 ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่าในช่วงของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 ที่ผ่านมา ภาคชนบทเติบโตอย่างไร้ทิศทางและไม่มีความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ จะนำมาซึ่งปัญหาในระยะยาว จึงได้ริเริ่มแนวคิดการพัฒนาชนบท โดยจัดทำโครงการบูรณะชนบท, โครงการบัณฑิตอาสาสมัคร, โครงการพัฒนาชนบทลุ่มน้ำแม่กลอง และก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่จังหวัดชัยนาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำงานส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนและองค์กรประชาชนในชนบท จึงกล่าวได้ว่ามูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์กรเอกชนที่ทำงานปฏิบัติการพัฒนาชนบทแห่งแรกในประเทศไทย อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานพัฒนาในช่วงต่อมา

ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 รัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้รัฐประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาโดยเฉพาะการพัฒนาชนบท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงได้ตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางประสานความร่วมมือ เพื่อจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนต่อไป

เมื่อวันที่ 13 – 14 ธันวาคม 2528 ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนทั่วประเทศเข้า 139 องค์กร จัดการประชุมและมีมติให้จัดตั้ง “คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท” (กป.อพช.) ระดับชาติขึ้น โดยการสนับสนุนของศูนย์ประสานงานพัฒนาชนบทแห่งชาติสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกขององค์กรพัฒนาเอกชนในการประสานงานกับภาครัฐ ขณะเดียวกันในแต่ละภูมิภาคก็ได้มีการรวมตัวกันเป็น กป.อพช. ระดับภาคเช่นเดียวกัน

เมื่อแรกเริ่มใช้ชื่อว่า “คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท“ เนื่องจากองค์กรสมาชิกส่วนใหญ่เป็นองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท ในการประชุมสมัชชาองค์กรสมาชิก เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2537 ที่ประชุมมีมติให้ กป.อพช. ขยายความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาชนด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้ทำงานพัฒนาชนบท และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน” ตั้งแต่นั้นมา

นอกจากนี้ กป.อพช. ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนกับหน่วยงานของรัฐในงานพัฒนาทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาคและระดับประเทศ รวมทั้งเป็นกลไกในการพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชน(อพช.) ในการพัฒนาสังคม ปัจจุบัน กป.อพช. มีองค์กรสมาชิกมากกว่า 300 องค์กรทั่วประเทศ โดย กป.อพช ในฐานะขบวนองค์กรพัฒนาเอกชน จะทำหน้าที่เชื่อมร้อยและประสานความร่วมมือระหว่างกลไกภาคและเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านต่างๆ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ และการทำหน้าที่ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนขบวนการภาคประชาสังคม ไปสู่ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน กป.อพช เป็นเครือข่ายขบวนการขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำกิจกรรมแบบสหวิทยาการ (Inter-Disciplinary) และขับเคลื่อนงานแบบองค์รวม(Holistic Development) มาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

เปิดเหมือนปกติ

13/09/2021

แถลงการณ์
ต้องผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป และต้องแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา

.

รัฐธรรมนูญ 2560 ผูกปมยุ่งเหยิงไปหมด หลักการที่ว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญถูกผูกปมหลายชั้นเสียจนแทบไม่เห็นสถาบันทางสังคมและการเมืองใดเลยที่ยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน มีเพียงแค่ ส.ส. แต่ก็ถูกควบคุมบังคับด้วยกติกาที่ฉ้อฉลคดโกงคะแนนและ ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน จนทำให้ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ไม่เว้นแม้แต่องค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ปปช. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฯลฯ ที่จัดวางตำแหน่งแห่งหนองค์กรของตนเพื่อค้ำจุนระบอบเผด็จการอำนาจนิยมมากกว่าที่จะปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนเพื่อเป็นเสาหลักให้แก่ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
.

การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ถูกลดรูปลงเหลือแค่การแก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่ ส.ส. มาจากการแบ่งเขต 400 คน และมาจากบัญชีรายชื่อ 100 คน เท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในขบวนการปลดแอกและราษฎรตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมาจนกระทั่งทุกวันนี้
.

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคอีสาน เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพียงแค่เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งเป็น 2 ใบ ไม่เพียงพอที่จะปลดชนวนของระเบิดเวลาที่จะนำพาบ้านเมืองสู่ความวุ่นวายและรุนแรงในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากว่าเงื่อนปมหลักที่สร้างความยุ่งเหยิงให้แก่รัฐธรรมนูญยังไม่ถูกปลดออกไป ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. แต่งตั้ง, บทเฉพาะกาลที่นิรโทษกรรมผู้ก่อรัฐประหาร, ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ, การรวบอำนาจรัฐทั้งสามเหลือเพียงอำนาจเดี่ยวของประยุทธ์และพวกที่ทำลายการถ่วงดุลและตรวจสอบซึ่งกันและกันระหว่างสามอำนาจ และอีกหลาย ๆ ประเด็น รวมถึงการตั้งคำถามและข้อคิดเห็นต่อการอยู่เหนือรัฐธรรมนูญของสถาบันกษัตริย์ด้วย เป็นต้น
.

ดังนั้น กป.อพช. ภาคอีสาน จึงเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญเพียงแค่บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่สามารถแก้ปัญหาสังคมและการเมืองไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุข สร้างความอยู่ดีกินดีและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นได้
.

เป็นการแก้รัฐธรรมนูญที่สมประโยชน์เพียงพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยที่วางแผนขึ้นมาเป็นรัฐบาลร่วมกันในการเลือกตั้งสมัยหน้า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลในรูปแบบสองพรรคหรือรวมกันเป็นพรรคเดียวในชื่อพรรคการเมืองเดิมหรือชื่อที่ตั้งขึ้นใหม่ก็ตาม โดยละทิ้งข้อเรียกร้องทั้งหมดของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในขบวนการปลดแอกและราษฎรที่ทุ่มเทแรงใจกาย ยอมสูญสิ้นอิสรภาพและเสรีภาพ หรือแม้กระทั่งลมหายใจ ด้วยความหวังว่าบ้านเมืองจะดีกว่าที่เป็นอยู่
.

กป.อพช. ภาคอีสาน จึงขอแถลงการณ์เพื่อย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในขบวนการปลดแอกและราษฎรว่า ประชาชนทั้งผองต้องร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป และต้องแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา
.

อย่าสูญสิ้นความหวังใด ๆ ทั้งสิ้น
.

ด้วยความเคารพ
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคอีสาน
13 กันยายน 2564

เรียกร้อง "นายกฯ ลาออก" บริหารราชการล้มเหลว แก้ปัญหาโควิด-19 ไม่ได้ ละเมิดสิทธิมนุษยชน | The Active 11/08/2021

เรียกร้อง "นายกฯ ลาออก" บริหารราชการล้มเหลว แก้ปัญหาโควิด-19 ไม่ได้ ละเมิดสิทธิมนุษยชน | The Active

เรียกร้อง "นายกฯ ลาออก" บริหารราชการล้มเหลว แก้ปัญหาโควิด-19 ไม่ได้ ละเมิดสิทธิมนุษยชน | The Active คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ออกแถลงการณ์ "รัฐล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาในทุกมิติ" พล.อ. ประย...

10/08/2021

แถลงการณ์
รัฐล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ประยุทธ์ จันทร์โอชา #หมดเวลาบริหารประเทศ

เป็นที่ประจักษ์ชัดมากขึ้นว่า ศักยภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในสภาพไร้ความน่าเชื่อถือใดๆทั้งสิ้น ทั้งมิติของการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และปัญหาอื่นๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ การปล่อยให้ระบบสาธารณสุขของประเทศที่เคยมีความเข้มแข็งจนได้รับการยอมรับกันทั่วโลก ต้องล้มละลาย มีคนตายเกลื่อนทั่วไปทั้งบนท้องถนน ในบ้าน และที่สาธารณะ รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงมากขึ้นจนไม่รู้ว่าจะมีทางออกอย่างไร ส่งผลต่อสภาพที่ย่ำแย่ของประเทศ อีกทั้งปัญหาทางการเมืองที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจนไม่สามารถหาทางออกที่ดีกว่าได้ การคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน การปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนทั่วไป สื่อมวลชน เกิดขึ้นยิ่งกว่ารัฐบาลในยุคใด

การอ้างกฎหมายที่ไร้ความเป็นธรรม รวมถึงการใช้กระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้ง หรือแม้แต่การจับกุมคุมขังประชาชน ล่าสุดคือการออกมาเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาตั้งคำถามถึงการบริหารงานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 สิ่งหาคม 2564 ที่มีการจับกุมนายชาติชาย แกดำและพวกรวม 9 คนที่ถูกดำเนินคดีและฝากขังที่ศาลธัญบุรี โดยไม่ยอมให้มีการประกันตัว หรือเปิดโอกาสให้สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความถูกผิดนั้นถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และขัดต่อหลักระบบประชาธิปไตย
ทั้งหมดนี้ได้สะท้อนถึงความเป็น “รัฐล้มเหลว” ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย และนี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะต้องรับผิดชอบ

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีทั้งความมุ่งมั่นและความสามาถที่จะจะแบกรับการบริหารประเทศในสถานการณ์ทางสังคม การเมือง และวิกฤติด้านสาธารณสุขที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้อีกต่อไป รังแต่จะสร้างความเสียหาย ความแปลกแยก และหายนะอื่น ๆ ที่จะตามมาอย่างไม่อาจคาดการณ์ได้

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ขอประณามการกระทำดังกล่าวของรัฐบาล และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับถึง “ความล้มเหลว” ในการบริหารประเทศ และแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวโดยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะบริหารประเทศตามหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้เข้ามาบริหารจัดการประเทศนี้ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔

แถลงการณ์
รัฐล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ประยุทธ์ จันทร์โอชา #หมดเวลาบริหารประเทศ

เป็นที่ประจักษ์ชัดมากขึ้นว่า ศักยภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในสภาพไร้ความน่าเชื่อถือใดๆทั้งสิ้น ทั้งมิติของการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และปัญหาอื่นๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ การปล่อยให้ระบบสาธารณสุขของประเทศที่เคยมีความเข้มแข็งจนได้รับการยอมรับกันทั่วโลก ต้องล้มละลาย มีคนตายเกลื่อนทั่วไปทั้งบนท้องถนน ในบ้าน และที่สาธารณะ รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงมากขึ้นจนไม่รู้ว่าจะมีทางออกอย่างไร ส่งผลต่อสภาพที่ย่ำแย่ของประเทศ อีกทั้งปัญหาทางการเมืองที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจนไม่สามารถหาทางออกที่ดีกว่าได้ การคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน การปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนทั่วไป สื่อมวลชน เกิดขึ้นยิ่งกว่ารัฐบาลในยุคใด

การอ้างกฎหมายที่ไร้ความเป็นธรรม รวมถึงการใช้กระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้ง หรือแม้แต่การจับกุมคุมขังประชาชน ล่าสุดคือการออกมาเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาตั้งคำถามถึงการบริหารงานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 สิ่งหาคม 2564 ที่มีการจับกุมนายชาติชาย แกดำและพวกรวม 9 คนที่ถูกดำเนินคดีและฝากขังที่ศาลธัญบุรี โดยไม่ยอมให้มีการประกันตัว หรือเปิดโอกาสให้สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความถูกผิดนั้นถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และขัดต่อหลักระบบประชาธิปไตย
ทั้งหมดนี้ได้สะท้อนถึงความเป็น “รัฐล้มเหลว” ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย และนี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะต้องรับผิดชอบ

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีทั้งความมุ่งมั่นและความสามาถที่จะจะแบกรับการบริหารประเทศในสถานการณ์ทางสังคม การเมือง และวิกฤติด้านสาธารณสุขที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้อีกต่อไป รังแต่จะสร้างความเสียหาย ความแปลกแยก และหายนะอื่น ๆ ที่จะตามมาอย่างไม่อาจคาดการณ์ได้

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ขอประณามการกระทำดังกล่าวของรัฐบาล และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับถึง “ความล้มเหลว” ในการบริหารประเทศ และแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวโดยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะบริหารประเทศตามหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้เข้ามาบริหารจัดการประเทศนี้ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔

ครป.ผนึกเครือข่าย ปชช.แถลงค้านต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จี้รัฐหยุดความคิดสลายชุมนุม 08/08/2021

ครป.ผนึกเครือข่าย ปชช.แถลงค้านต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จี้รัฐหยุดความคิดสลายชุมนุม

https://www.matichon.co.th/politics/news_2870114

ครป.ผนึกเครือข่าย ปชช.แถลงค้านต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จี้รัฐหยุดความคิดสลายชุมนุม ครป.ผนึกเครือข่าย ปชช.แถลงค้านต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จี้ …

Photos from NGO COD กป.อพช.'s post 25/07/2021

เชิญองค์กรและบุคคร่วมลงชื่อ
หยุดมรดกเลือดในนามมรดกโลก

แถลงการณ์ภาคี #SAVEบางกลอย
เรื่อง มรดกโลก (ต้อง) ไม่ใช่มรดกเลือด
รัฐไทยต้องแก้ปัญหา “สิทธิมนุษยชน” ก่อนขึ้นทะเบียนมรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจาน

​สืบเนื่องจากรัฐบาลไทยได้นำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเพื่อรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 16 – 31 กรกฎาคม 2564 ที่ประเทศจีน และจะมีการพิจารณาเกิดขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคมนั้น

​ก่อนหน้านั้นรัฐบาลไทยพยายามนำเสนอข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสาร ย้ำว่าได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อย่างดีแล้ว จนชาวบ้านสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ รวมถึงมีท่าทีจาก วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ที่ย้ำว่าการขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาตินั้นไม่เกี่ยวข้องกับประเด็น “สิทธิมนุษยชน” ที่ชาวบ้านและภาคประชาชนกำลังเรียกร้องให้แก้ไขปัญหา

​ภาคี #SAVEบางกลอย ในฐานะภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในฐานะที่ทำงานร่วมกับชาวบ้านบางกลอยบนเส้นทางการต่อสู้สู่การกลับถิ่นฐานบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดินตั้งแต่ช่วงต้นปีนั้น ได้ติดตามความคืบหน้าในกรณีการขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการรายงานสถานการณ์การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวบางกลอยอย่างสม่ำเสมอ เรายืนยันว่า ข้อมูลที่รัฐบาลไทยได้นำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกนั้นไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเราได้รับรายงานว่าขณะนี้ชาวบ้านประสบปัญหาด้านสุขภาวะและปัญหาปากท้องอย่างหนัก ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายและการประกาศพื้นที่ป่าทับซ้อนพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม เจ้าหน้าที่รัฐอาศัยการบังคับใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 อย่างเข้มข้นเพื่อกีดกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ทำให้ชาวบ้าน 34 คน มีอาการป่วยหนัก ตั้งแต่มีอาการแขนขาอ่อนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว ความดัน จนถึงไมเกรน กระทบต่อการทำงานหาเลี้ยงชีพ ซึ่งผลกระทบจากการกีดกันชาวบ้านไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรของบรรพบุรุษนี้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านจนปรากฏเป็นรูปธรรม จากการสำรวจพบว่า มีมารดาไม่สามารถให้นมบุตรหลังคลอดถึง 11 คน มีเด็กพิการแรกเกิดที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 1 คน เราสามารถอนุมานได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ๆ ในชุมชนอย่างแน่นอน เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเพราะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์กลับไม่สามารถเข้าถึงความมั่นคงทางอาหารได้ และจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งกว่าหากสิ่งนี้จะยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางกระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และจนถึงขณะนี้ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ทุเลาลง มีแต่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น และสะท้อนให้เห็นชัดเจนขึ้นอีกในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่บ้านบางกลอยนั้นถูกทางการไทยทิ้งไว้ข้างหลังเสมอ

​ปัญหาเหล่านี้คือภาพสะท้อนว่ารัฐมีพัฒนาการในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวบางกลอยที่ต่ำมาก การพัฒนาพื้นที่กว่า 25 ปี หลังจากการอพยพชาวบ้านลงมาจากพื้นที่ดั้งเดิมบริเวณบางกลอยบน - ใจแผ่นดิน เมื่อปี 2539 เป็นความล้มเหลว รวมทั้งได้สั่งสมปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องที่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้เรียกร้องให้คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การยูเนสโกเลื่อนเวลาการพิจารณารายการมรดกโลกแก่งกระจาน โดยกล่าวว่า “ชาวกะเหรี่ยงพื้นเมืองในอุทยานแห่งชาติยังคงถูกบังคับขับไล่และบ้านเรือนของพวกเขาถูกเผาไหม้ ผู้นำคนสำคัญเสียชีวิตหลังจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติควบคุมตัวไว้ ในปี พ.ศ. 2564 การล่วงละเมิดของชาวกะเหรี่ยงได้ทวีความรุนแรงขึ้น และสมาชิกในชุมชนกว่า 80 คนถูกจับกุม 28 คน ในจำนวนดังกล่าวมีผู้หญิง 7 คน และเด็กอีก 1 คน ถูกตั้งข้อหา 'บุกรุก' ในที่ดินดั้งเดิมของพวกเขาในอุทยานแห่งชาติ”

​นอกจากนั้นในช่วงเวลากว่า 10 ปีแห่งความพยายามในการผลักดันผืนป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดกโลก ยังปรากฏภาพความรุนแรงและการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อชาวปกาเกอะญอในกลุ่มป่าแก่งกระจานเสมอมา เป็นต้นว่า ชุมชนชาวปกาเกอะญอในชุมชนบ้านห้วยกระซู่ บ้านห้วยสาลิกา บ้านท่าเสลา บ้านห้วยแห้ง บ้านลิ้นช้าง บ้านห้วยหินเพิง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ชุมชนบ้านป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รวมถึงบ้านป่าหมาก อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ บ้านแพกตะค้อและบ้านแพกตะลุ้ย อ.ปาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งมีอย่างน้อย 40 ชุมชน ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ว่าจะเป็นการประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทับซ้อนพื้นที่ชุมชนโดยปราศจากการมีส่วนร่วม การตกหล่นจากกระบวนการสำรวจตามมาตรา 64 และ 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 การยึดพื้นที่ทำกิน และการจับกุมดำเนินคดี

​ดังที่กล่าวไปแล้วว่า สำหรับในพื้นที่ชุมชนบ้านบางกลอยนั้น ตลอดระยะเวลา 25 ปีหลังการอพยพลงมาจากพื้นที่ดั้งเดิมบริเวณบางกลอยบน - ใจแผ่นดิน ชาวบ้านได้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมาในรูปแบบต่าง ๆ มาโดยตลอด แต่เมื่อมีการออกมาเรียกร้องเพื่อยืนยันในสิทธิมนุษยชนของชุมชนชาติพันธุ์ พวกเขาในฐานะมนุษย์เช่นกันกลับต้องสูญเสีย 2 ชีวิตที่เป็นดั่งครอบครัว คือ บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ ถูกบังคับสูญหาย และทนายป๊อด-ทัศน์กมล โฮบอ้อม ถูกลอบสังหาร เราไม่สามารถกล่าวได้ว่าการต่อสู้นี้คือการแลกด้วยชีวิต เพราะการแลกคือชาวบ้านต้องได้รับสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กลับคืนมา แต่ตลอดมา รัฐไทยไม่เคยมอบสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขาเลย สิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นความสูญเสียในมิติอื่น ๆ อาทิ บ้านเรือนและยุ้งข้าวร่วม 100 หลังถูกเผาทำลายแหลกลาญอย่างไร้เมตตาปราณี และชีวิตลูกหลานในเงื้อมมือกรมอุทยานฯ ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น ทั้งร่างกาย (สุขภาวะ) และจิตใจ (การถูกลดทอนความเป็นมนุษย์)

​ภาคี #SAVEบางกลอย ไม่ได้มีเจตนาที่จะคัดค้านการขึ้นทะเบียนมรดกกลุ่มป่าแก่งกระจาน เพียงแต่เรามีความกังวลว่า การพิจารณามรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจานในครั้งนี้จะเป็นการปฏิเสธสิทธิการอยู่อาศัยบนผืนดินบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยงบางกลอยและชุมชนอื่น ๆ เราต้องการมรดกโลกที่มีแนวทางในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ควบคู่ไปกับการดำรงไว้ซึ่งคุณค่าทางวัฒนธรรมและชีวิตของผู้คนในพื้นที่ เราต้องการให้ระบบการเกษตรแบบไร่หมุนเวียนอันเป็นมรดกและรากเหง้าที่ส่งต่อมาแต่บรรพบุรุษได้รับการยอมรับและคุ้มครอง ให้การเป็นมรดกโลกนั้นควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงต้องการความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติต่อชาติพันธุ์ในพื้นที่ป่าแก่งกระจานตามหลักการสิทธิมนุษยชน ทั้งหมดทั้งมวล ก็เพื่อให้การขึ้นทะเบียนมรดกโลกนี้ ถูกบันทึกและถูกจดจำต่อสายตานานาอารยประเทศอย่างสง่างาม ชอบธรรม และสมศักดิ์ศรี

​เมื่อถึงวันนี้รัฐไทยยังไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องของชุมชนได้ และสถานการณ์กลับยังทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาไม่มี ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและมองข้ามความสำคัญของหลักสิทธิมนุษยชนตามที่ UNESCO ยึดถือ ชาวบ้านชุมชนบ้านบางกลอยถูกละเลยจากรัฐไทยมายาวนาน ในวันนี้พวกเราปรารถนาการจะได้ถูกมองเห็นจากคณะกรรมการมรดกโลกและเพื่อนมนุษย์นานาประเทศใน UNESCO เราจึงขอส่งเสียงไปยังคณะกรรมการมรดกโลก และ UNESCO ว่า ต้องเลื่อนการพิจารณาขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานไป รัฐไทยและคณะกรรมการมรดกโลกโดย UNESCO ต้องหยุดมรดกโลกที่ได้มาด้วยเลือด และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อกลุ่มชาติพันธุ์ นี่คือถ้อยแถลงจากชาวบ้าน และจากพวกเราในนามประชาชนคนไทยผู้รักความเป็นธรรมและเพื่อนร่วมโลก

คนต้องเท่ากัน ชาติพันธุ์ก็คือคน

​ในโอกาสนี้เราขอเชิญชวนบุคคล หน่วยงาน และองค์กร ร่วมแสดงพลังโดยการลงชื่อร่วมกับเราในแถลงการณ์ฉบับนี้ในช่องแสดงความคิดเห็น

#saveบางกลอย #ชาติพันธุ์ก็คือคน

14/07/2021

📑 ความเห็นผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (United Nations (UN) Special Rapporteur) ต่อ #กฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน
(ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. .... )
.
ตามที่เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 64 ครม. ได้มีมติเห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกันตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็น โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
.
ท่ามกลางข้อกังวลของภาคประชาชนที่รวมตัวรวมกลุ่มทำกิจกรรม รวมถึง มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้สิทธิเสรีภาพด้านสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชน และเป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไรที่มีส่วนได้เสียและอาจได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายฉบับนี้
.
💥เมื่อวันที่ 26 มี.ค.64 ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (United Nations (UN) Special Rapporteur) ด้านสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและการรวมกลุ่ม ด้านการส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพในความคิดเห็นและการแสดงออก และด้านสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้จัดทำความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. .... ส่งถึงรัฐบาลไทย
.
โดยผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติทั้ง 3 ด้านมีความเห็นโดยสรุปร่วมกันว่าร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ....

❌ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ซึ่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการรวมกลุ่มได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะข้อ 19 และ 22 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
.
❌ หากไม่มีการแก้ไขเนื้อหาย่อมจะทำให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการรวมกลุ่ม

.
พร้อมทั้งได้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยทบทวนแนวทางปฏิบัติต่อองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน และให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างถี่ถ้วนด้วยความมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลดังกล่าว
.
👉 อ่านเอกสารความเห็นของผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ....

📌ต้นฉบับภาษาอังกฤษ: https://spcommreports.ohchr.org/TMResultsBase/DownLoadPublicCommunicationFile?gId=26320
.
📌คำแปลภาษาไทย: https://drive.google.com/file/d/1QwgsPih3RQ5ZTneCO26MTtGwVrW7_VOe/view?usp=sharing
----------
ทำความรู้จักร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน
📌https://www.facebook.com/Enlawthai2001/photos/5526459604093792
.
📌ความเห็นทางกฎหมายของมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมต่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน https://enlawfoundation.org/newweb/?p=5281
.
📌 ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ….
https://www.krisdika.go.th/detail-law-draft-under-consideration-by-the-office-of-the-council-of-state?billCode=279

เครดิตภาพและข้อมูล : มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

📑 ความเห็นผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (United Nations (UN) Special Rapporteur) ต่อ #กฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน
(ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. .... )
.
ตามที่เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 64 ครม. ได้มีมติเห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกันตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็น โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
.
ท่ามกลางข้อกังวลของภาคประชาชนที่รวมตัวรวมกลุ่มทำกิจกรรม รวมถึง มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้สิทธิเสรีภาพด้านสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชน และเป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไรที่มีส่วนได้เสียและอาจได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายฉบับนี้
.
💥เมื่อวันที่ 26 มี.ค.64 ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (United Nations (UN) Special Rapporteur) ด้านสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและการรวมกลุ่ม ด้านการส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพในความคิดเห็นและการแสดงออก และด้านสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้จัดทำความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. .... ส่งถึงรัฐบาลไทย
.
โดยผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติทั้ง 3 ด้านมีความเห็นโดยสรุปร่วมกันว่าร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ....

❌ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ซึ่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการรวมกลุ่มได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะข้อ 19 และ 22 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
.
❌ หากไม่มีการแก้ไขเนื้อหาย่อมจะทำให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการรวมกลุ่ม

.
พร้อมทั้งได้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยทบทวนแนวทางปฏิบัติต่อองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน และให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างถี่ถ้วนด้วยความมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลดังกล่าว
.
👉 อ่านเอกสารความเห็นของผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ....

📌ต้นฉบับภาษาอังกฤษ: https://spcommreports.ohchr.org/TMResultsBase/DownLoadPublicCommunicationFile?gId=26320
.
📌คำแปลภาษาไทย: https://drive.google.com/file/d/1QwgsPih3RQ5ZTneCO26MTtGwVrW7_VOe/view?usp=sharing
----------
ทำความรู้จักร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน
📌https://www.facebook.com/Enlawthai2001/photos/5526459604093792
.
📌ความเห็นทางกฎหมายของมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมต่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน https://enlawfoundation.org/newweb/?p=5281
.
📌 ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ….
https://www.krisdika.go.th/detail-law-draft-under-consideration-by-the-office-of-the-council-of-state?billCode=279

เครดิตภาพและข้อมูล : มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เสวนา "คัดค้าน ก.ม.ควบคุมองค์กรไม่แสวงกำไร"
เวทีเสวนา#คนหายไม่ตามหาแต่ตามล่าคนทวงถาม"รัฐบาลกำลังใช้กฏหมายควบคุมโรคหรือควบคุมเรา(ประชาชน)กันแน่"
ยื่นจดหมายสถานทูตกัมพูชาให้ดำเนินการสืบสวนกรณีวันเฉลิมหายไป
#ไร่หมุนเวียนไม่ใช่ไร่เลื่อนลอยชวนทุกคนใช้เวลาเพียง 3นาทีมาดูสิ่งนี้ซึ่งมันอาจทำให้ความเข้าใจผิดมาทั้งชีวิตเปลี่ยนไปเปิด...

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10200
Bangkok องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
Thai Direct Marketer Association - TDMA Thai Direct Marketer Association - TDMA
25 ซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง บางเขน กทม
Bangkok, 10230

สมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย

Community Health Developing Centre Community Health Developing Centre
Bangkok, 10110

We stand together with the poor (เราอยู่เคียงข้างผู้ยากไร้)

Seeds & Sunshine Seeds & Sunshine
Park Avenue, 126/33 Sukhumvit 63 (Soi Ekkamai)
Bangkok, 10110

Seeds & Sunshine is a vegan cafe, refill station & community space. Our goal is to build a conscious community of like-minded people, by planting a seed of curiosity through our plant-based food, holistic events, talks, classes & workshops.

สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาว สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาว
618/1 ถนนนิคมมักกะสัน
Bangkok, 10400

สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์ฯ (สอ.ดย.)

อาสาสมัคร อนุรักษ์สิ่งดีงาม อาสาสมัคร อนุรักษ์สิ่งดีงาม
Bangkok

พัฒนาจิตใจตนเองไปพร้อมๆ กับการเสียสละเพื่อผู้อื่น ~ ทำงานแบบผู้ปิดทองหลังพระ ~

Youth Federation for World Peace - Thailand Youth Federation for World Peace - Thailand
เลขที่ 4 อาคาร UCF ถ.รามคำแหง 24 แยก 1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
Bangkok, 10240

องค์กรของคนหนุ่มสาว ที่เป็นผู้นำในการเสริมสร้างความสุข สามัคคี และสันติภาพ

สวนชั้น 1 'it's going green' สวนชั้น 1 'it's going green'
BACC (art Hub 105 , 1st Floor) 939 Rama 1 Rd.
Bangkok, 10330

(growing) green community & shop, selling local healthy & organic products and also eco-friendly stuff

The New Humanism The New Humanism
Sukhumvit Soi 55
Bangkok, 10110

My Head Is My Only House Unless It Rains ... We, We got the feeling of mystery, We got the touch of humanity, I know, we can live forever. We, We got the voice of the melody, We got the choice of the harmony, I know, we can live together. The messenger

SK Public Relations SK Public Relations
88 Tri Phet Road Wang Burapha Phirom Subdistrict Phra Nakhorn District
Bangkok, 10200

ชุมนุมประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

ดื่มน้ำดีมีความสุข ดื่มน้ำดีมีความสุข
Bangkok, 10240

โครงการดื่มน้ำดีมีความสุข พัฒนาระบบน้ำดื่มของโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ