มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ใน

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ใน

ตำแหน่งใกล้เคียง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

SocialMsociety (กระทรวงการพัฒนาสังคมแ
SocialMsociety (กระทรวงการพัฒนาสังคมแ
1034 ถ.กรุงเกษม แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
Agricultural and Food Marketing Association for Asia and the Pacific
Agricultural and Food Marketing Association for Asia and the Pacific
1 Empire Tower II 4703 Sathorn, Bangkok 10120, Thailand
บ้านนางเลิ้ง - Baan NangLerng
บ้านนางเลิ้ง - Baan NangLerng
Wat Care Nanglerng
Rotary Club of Royal Hua Hin
Rotary Club of Royal Hua Hin
c/o 117/74 Takiab Road, Nongkae, Hua Hin
FREC Bangkok
FREC Bangkok
77 Nakornsawan rd. Wat Sommanat
มูลนิธิ ณภาฯ - nabha foundation
มูลนิธิ ณภาฯ - nabha foundation
5/10 ซอยหลานหลวง2 แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
ABCsuanmali
ABCsuanmali
คริสตจักรอันติโอเกียแบ๊บติสต์ 8 ยุคล1 สวนมะลิ ป้อมปราบศัตรูพ่าย
ชมรมอาสาสมัครดับเพลิง Uruphong Fire Ra
ชมรมอาสาสมัครดับเพลิง Uruphong Fire Ra
อุรุพงษ์
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุ
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุ
17 เชิงสะพานกษัตริย์ศึก ถนนพระรามที่ 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน
Love Wildlife
Love Wildlife
77 Nakornsawan rd. Wat Sommanat, Pomprap Sattruphai
Scholars of Sustenance Thailand - SOS Thailand
Scholars of Sustenance Thailand - SOS Thailand
77 Lhanluang Road Wat Sommanus, Promprap Sattruphai
Craftmelt
Craftmelt
ถนน กรุงเกษม
Bangkok 1899
Bangkok 1899
134 Nakhon Sawan Road
พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา Lord Buddha m
พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา Lord Buddha m
พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
UNFPA Asia and the Pacific
UNFPA Asia and the Pacific
4th floor, UN Service Building, Rajdamnern Nok

ความคิดเห็น

กระผมนายสุริยา ราชรินทร์ ซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้🙏❤
#โรงเรียนราชประชานุเคราะห์_50_จังหวัดขอนแก่น
ข้าพพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ราชกาลที่๙ขอกราบทูลรายงานว่าข้าพพุทธเจ้ารักพระองค์มากครับถึงแม้ว่าพระองค์จะไม่อยู่แต่ความดีที่พระองค์สร้างไว้นานนับประการข้าพพุทธขอพระราชทานกราบทูลว่าเป็นคนดีต่อสังคมประเทศชาติและประชาชนของพระองค์สืบไปกว่าชีวิตจะหาไม่..ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพพุทธเจ้า .นายยุทธมิ บุญยะมาสิก.
นาน ๆ ครั้งช่วยกดถูกใจด้วยนะคับ
กราบ พ่อหลวงในดวงใจ

มูลนิธินี้หมายความว่า “พระราชา” และ “ประชาชน” อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน ศาสตร์พระราชากับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ

ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ทราบดีว่ามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นองค์กรการกุศลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานกำเนิดมูลนิธิฯ สืบเนื่องจากเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๐๕ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือสาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ รวมทั้งให้การสงเคราะห์ด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส โดยทรงดำรงตำแหน่งองค์พระบรมราชูปถัมภกแห่งมูลนิธิฯ

คำว่า “ราชประชานุเคราะห์” มีความหมายว่า “พระราชา” และ “ประชาชน” อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน อันเป็นการแสดงถึงนํ้าพระราชหฤทัยว่าในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ นั้น ควรให้ประชาชนมีโอกาสร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย

นอกเหนือจากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบสาธารณภัยในครั้งนั้นแล้ว ยังได้พระราชทานเงินสร้างโรงเรียนทดแทนโรงเรียนที่ประสบวาตภัย และพระราชทานชื่อโรงเรียนเหล่านั้นใหม่ว่า “โรงเรียนราชประชานุเคราะห์” ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา อันเป็นรากฐานของการพัฒนาชีวิต จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดสร้างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีทั้งหมด ๕๘ โรงเรียนทั่วประเทศ รวมทั้งได้พระราชทานทุนการศึกษาสงเคราะห์ต่อเนื่องแก่บุตรที่บิดามารดาเสียชีวิตจากสาธารณภัย และนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมจากโรงเรียนเหล่านั้นด้วย

มูลนิธิฯ มีภารกิจสำคัญคือ การสังคมสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและงานบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยและได้รับความเสียหายต่างๆ อย่างรีบด่วนทันเวลา ไม่ว่าจะเป็นวาตภัย อุทกภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ เช่น ภัยหนาว ภัยแล้ง แผ่นดินไหว หรือการขาดแคลนนํ้า โดยมีการฝึกอบรมบุคลากรของมูลนิธิฯ และบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ ความสามารถ และมีจิตสาธารณะ ที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม เช่น มีการจัดตั้งหน่วยลูกเสือราชประชานุเคราะห์ เพื่อฝึกลูกเสือ เนตรนารีให้มีระเบียบวินัย มีความสามัคคี ความรับผิดชอบ และเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ สามารถบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ แก่สังคม เช่น สามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลืองานจิตอาสา รวมทั้งงานบรรเทาทุกข์ต่างๆ อยู่เสมอ และล่าสุดเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก หน่วยลูกเสือราชประชานุเคราะห์ได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเป็นกำลังสำคัญในการประกอบอาหารจัดเลี้ยงแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย รวมถึงช่วยขนย้ายสิ่งของและช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนของผู้ประสบภัยหลังนํ้าลด

ตลอดระยะเวลา ๕๕ ปีที่ผ่านมา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ดำเนินการตามภารกิจหรือหน้าที่ความรับผิดชอบของมูลนิธิฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บรรลุวัตถุประสงค์ในด้านต่างๆ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพสกนิกรชาวไทยทุกเพศทุกวัยในแต่ละพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง มูลนิธิฯ ได้รับการยกย่องและได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ของรัฐและเอกชนเป็นอย่างดี

สิ่งสำคัญที่ทำให้มูลนิธิฯ ประสบความสำเร็จดังกล่าวก็คือ พระราชปณิธาน พระวิสัยทัศน์ พระบรมราโชบาย พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร ได้พระราชทานหรือทรงปฏิบัติเป็นตัวอย่างแก่ประชาชนชาวไทยมาตลอดระยะเวลา ๗๒ ปีที่ทรงครองราชย์ เมื่อพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ผู้คนทั้งแผ่นดินต่างก็โศกเศร้าอาลัยและย้อนรำลึกถึงพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่และทรงคุณค่า ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานแก่ประเทศชาติ รวมทั้งคิดถึง “ที่มา” หรือสาเหตุของเรื่องและได้รู้จัก “คำใหม่” คำหนึ่ง
ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องที่ส่งผลดีต่อคนไทยทั้งชาติ นั่นคือคำว่า “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งอาจมีบางท่านที่ไม่เข้าใจความหมายอย่างชัดเจน แต่ก็มีหลายท่านที่เข้าใจความหมายว่า ศาสตร์พระราชาคือหลักการความคิดรวบยอด แนวทาง หรือวิธีการอันมีประสิทธิภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ในการทรงงานแล้วทำให้งานประสบความสำเร็จและมีคุณภาพตามวัตถุประสงค์ที่ทรงกำหนดไว้ แนวคิด แนวทาง หรือวิธีการดังกล่าวนั้นมีมากมายที่ทรงเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการทรงงานเพื่อบ้านเมือง ในโครงการซึ่งมีจำนวนมากถึงสี่พันกว่าโครงการและมีลักษณะแตกต่างกัน มีผู้รู้ได้ประมวลแนวทางหรือวิธีการดังกล่าวได้ถึง ๒๓ ข้อ และเมื่อพิจารณาแต่ละข้อแล้วจะเห็นว่าล้วนแต่เป็นคำแนะนำ คำสอน หรือการปฏิบัติที่ทรงคุณค่าและเป็นประโยชน์แก่คนทั่วไปทุกเพศทุกวัย เช่น ทรงสอนให้ประชาชนรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ทรงสอนให้ประชาชนใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต ทั้งในสภาวะปกติและสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ ทรงสอนให้ผู้คนมีความเพียรเป็นหลัก และมุ่งทำประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่มากกว่าประโยชน์ส่วนตน ทรงขอให้ทุกคนปฏิบัติงาน
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีวินัยในตนเอง ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยึดถือศาสตร์พระราชาเป็นหลักสำคัญในการบริหารและจัดการภารกิจในด้านต่างๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน
การศึกษา ซึ่งมูลนิธิฯ ได้กำหนดนโยบายและส่งเสริมให้โรงเรียนยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมให้มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ การมีวินัยในตนเอง รวมทั้งการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดีของเด็กและ
เยาวชน

เมื่อพิจารณาถึงศาสตร์พระราชากับพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่นานัปการซึ่งเป็นประโยชน์ต่อมูลนิธิฯ และต่อประเทศชาติอย่างหาที่สุดมิได้ มูลนิธิฯ เห็นว่าศาสตร์ดังกล่าวเกิดจากพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มี “ฐานหลัก” หรือ “ธรรม” อันประเสริฐของพระมหากษัตริย์ ๓ ประการ นั่นคือ ทศพิธราชธรรม ๑๐ จักรวรรดิวัตร ๑๒ และราชสังคหวัตถุ ๔ ซึ่งมีอยู่อย่างเปี่ยมล้นในพระราชหฤทัยที่ได้พระราชทานความสุข ความเจริญแก่พสกนิกรของพระองค์มาโดยตลอด เพราะฉะนั้น จึงมิใช่เรื่องมหัศจรรย์ที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์และคนไทยทั้งประเทศจะเปล่งวาจาด้วยความจงรักภักดี ความอาลัย และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า “จะขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป” ถวายแด่พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐ ซึ่งได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” และพระองค์ทรงรักษา “สัญญาประชาคม” ข้างต้นมาอย่างครบถ้วนโดยตลอดพระชนม์ชีพแล้ว
ดังนั้นจึงสมควรที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะอัญเชิญ “ศาสตร์พระราชา” มาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของมูลนิธิฯ และประเทศชาติสืบไป


ประพีร์พรรณ ภาณวะวัฒน์
กันยายน ๒๕๖๐

เปิดเหมือนปกติ

Photos from มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ในพระบรมราชูปถัมภ์'s post 28/10/2021

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ผู้ประสบเหตุอุทกภัยและผู้ได้รับผลกระทบ

วันที่ 27 ต.ค. 64 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ อัญเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ณ ที่ว่าการอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอบ่อพลอย นายอำเภอเลาขวัญ นายอำเภอหนองปรือ ตัวแทนประชาชนให้การต้อนรับ และรับมอบสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้

โอกาสนี้ องคมนตรีได้อัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มายังราษฎรที่ประสบอุทกภัย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ซึ่งส่วนราชการ ตัวแทนราษฎรที่รับมอบสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อน

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรีได้รับผลกระทบจากพายุ ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยส่งผลกระทบมากใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเลาขวัญ อำเภอบ่อพลอย และอำเภอหนองปรือ มีราษฎรได้รับผลกระทบบ้านเรือนที่พักอาศัย พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย รวมถึงเส้นทางคมนาคมที่ไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้

ทางจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงหน่วยงาน มูลนิธิที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในการเคลื่อนย้ายออกจากบ้านเรือนที่น้ำท่วมขังไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ การแจกจ่ายถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อให้กลับสู่สภาวะปกติ พร้อมทั้งได้ออกสำรวจความเสียหายหลังจากสถานการณ์น้ำคลี่คลายลงเพื่อที่จะช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบของทางราชการต่อไป

จากนั้น องคมนตรีได้เดินทางไปมอบสิ่งของให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอเลาขวัญ จำนวน 2 ราย และประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองปรือ จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและเป็นผู้พิการ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ที่พักอาศัย รวมถึงสิ่งของภายในบ้านได้รับความเสียหาย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้

Photos from มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ในพระบรมราชูปถัมภ์'s post 28/10/2021

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ผู้ประสบเหตุอุทกภัยและผู้ได้รับผลกระทบ

วันที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 08.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ณ วัดสำปะซิว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,000 ชุด ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ 8 อำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และพระสงฆ์ ณ วัดสำปะซิว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัย กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และเจ้าหน้าที่ให้ทราบ

จากนั้น องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัย จนต้องอพยพมาพักอาศัยที่เต๊นท์พักพิงเป็นการชั่วคราว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับพระมหากรุณาในครั้งนี้

จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากอิทธิพลร่องมรสุมและอิทธิพลพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” และ “คมปาซุ” ทำให้มีฝนตกกระจายและฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบกับ ประตูระบายน้ำพลเทพ ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา และประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ได้เพิ่มปริมาณการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน รวมทั้งเขื่อนกระเสียวได้ระบายน้ำจากเขื่อนลงสู่ ลำห้วยกระเสียว ส่งผลกระทบทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ

จังหวัดสุพรรณบุรี ประสบอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2564 และได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) 10 อำเภอ 2 เทศบาล 110 ตำบล 35 ชุมชน 983 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 56,076 ครัวเรือน 86,915 คน ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรสาธารณภัยในการสูบน้ำช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำท่าจีนโดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำสำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร ด้านประมง และด้านปศุสัตว์ จะได้เร่งดำเนินการสำรวจตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือต่อไป

Photos from มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ในพระบรมราชูปถัมภ์'s post 20/10/2021

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎร
ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

วันที่ 18 ต.ค.64 เวลา 08.13 น. นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ไปประชุมและติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดจันทบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ทั้งนี้ องคมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม และขอบคุณหน่วยงานต่างๆที่ระดมให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย จนสถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีตราด ค่ายตากสิน จันทบุรี ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,000 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมอาคารศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ครอบครัว
ผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญ
ถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ชุมชน 12 บ้านประกาศ เขตเทศบาลเมืองจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี จำนวน 10 ครอบครัว ซึ่งเป็นครอบครัวผู้สูงอายุ ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พสกนิกรชาวจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การเกิดอุทกภัยในครั้งนี้สามารถคลี่คลายได้เร็ว เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพระราชดำริไว้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทางการแก้ไขจัดการน้ำให้พอดี “โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” และขุดคลองผันน้ำ (พระราชทานชื่อว่าคลองภักดีรำไพ) พร้อมก่อสร้างประตูระบายน้ำและอาคารประกอบ ระยะทางความยาวรวม 11.661 กิโลเมตร ความลึก 4.50 – 5 เมตร เพื่อให้สามารถระบายน้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีไหลผ่านพื้นที่อำเภอเมืองจันทบุรีลงสู่ทะเล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปณิธาน ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจของพระบรมชนกนาถ เพื่อให้ราษฎรได้รับประโยชน์สูงสุด โดยตั้งแต่โครงการก่อสร้าง
แล้วเสร็จทั้งระบบเมื่อ พ.ศ.2559 ทำให้น้ำไม่ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจตัวเมืองจังหวัดจันทบุรีอีก

หรืออาจกล่าวได้ว่า คลองภักดีรำไพ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการบรรเทาอุทกภัยฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำ ทำหน้าที่ควบคุมการระบายน้ำในฤดูฝน เพื่อช่วยลดการเกิดอุทกภัยให้แก่ชาวจันทบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในฤดูแล้งใช้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำสำรองเพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร และน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค รวมถึงยังช่วยผลักดันน้ำเค็มและรักษาความสมดุลของธรรมชาติและสภาพแวดล้อมในพื้นที่อีกด้วย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญให้แก่พสกนิกรชาวจังหวัดจันทบุรี เพื่อให้ราษฎรได้รับประโยชน์สูงสุด และเป็นการช่วยพัฒนาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โครงการต่างๆที่พระราชทานให้แก่ราษฎรชาวจังหวัดจันทบุรีจะเป็นศูนย์รวมจิตใจและความจงรักภักดี ที่จะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการร่วมมือ ร่วมใจ รักษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างยั่งยืนสืบไป

20/10/2021

สารคดีเฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ข่าวในพระราชสำนัก วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๔

สารคดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2564

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระราชทานกำเนิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กกำพร้า สงเคราะห์ด้านการศึกษา สงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือเป็นส่วนรวม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปณิธานในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เพื่อให้การดําเนินงานมีความต่อเนื่องเป็นไปโดยเรียบร้อย ไปติดตามได้ในสารคดี ทรงสืบสาน รักษา และ ต่อยอด

Photos from มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ในพระบรมราชูปถัมภ์'s post 20/10/2021

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎร ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดพิจิตร ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

วันที่ 8 ตุลาคม 2564 เวลา 09.18 น.พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยมีนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ณ ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติไปกล่าวในที่ประชุม เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องน้อมนำไปปรับใช้ในการกำหนดแผนและเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชน กับให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ อาทิ การส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การแจ้งเตือนการซักซ้อมทำความเข้าใจแผน การฟื้นฟูหลังประสบภัย การถอดบทเรียนนำข้อบกพร่องมาปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำอีก และให้เร่งสำรวจความเสียหายด้านต่างๆ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขโดยเร็ว

ต่อจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,500 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี จังหวัดสระบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบและได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ชุมชนดาวเสด็จ ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี จำนวน 11 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้

จังหวัดสระบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 111 ตำบล 973 หมู่บ้าน ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ที่อ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชันแผ่ปกคลุมประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและใกล้เคียง
ทำให้เกิดน้ำฝนสะสมไหลลงคลองชัยนาท-ป่าสัก ประกอบกับเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเข้าคลองชัยนาท ป่าสัก ทำให้ผนังกั้นน้ำคลอง 23 R บริเวณตำบลสร่างโศก อำเภอบ้านหมอ ถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหาย น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรื่อนราษฎรในพื้นที่อำเภอบ้านหมอ และอีกส่วนได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกท้ายเขื่อนของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลงแม่น้ำป่าสักไหลผ่านพื้นที่อำเภอต่างๆ และการระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 ลงคลองระพีพัฒน์ ซึ่งบางพื้นที่เป็นเส้นทางน้ำหลากและลุ่มต่ำ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน วัด โรงเรียน ได้รับความเสียหายใน 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเสาไห้ อำเภอบ้านหมอ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอวิหารแดง อำเภอดอนพุด อำเภอหนองโดน อำเภอหนองแซง อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย และอำเภอมวกเหล็ก รวม 46 ตำบล 240 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบ 7,229 ครัวเรือน พื้นทางการเกษตรและบ่อเลี้ยงสัตวน้ำ เสียหาย 26,646 ไร่ ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว เหลือบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำยังคงมีน้ำท่วม และเฝ้าระวัง

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กำชับให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กร มูลนิธิ และจิตอาสาพระราชทาน เร่งระดมให้ความช่วยเหลือเป็นการเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน และเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร สำหรับเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตในการประกอบอาชีพได้ตามปกติ ต่อไป

Photos from มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ในพระบรมราชูปถัมภ์'s post 20/10/2021

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎร ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

วันที่ 8 ต.ค. 64 เวลา 08.50 น. นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยมีนายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสามง่าม ทั้งนี้ องคมนตรี ได้ให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ อาทิ การส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานการแจ้งเตือน การซักซ้อมทำความเข้าใจแผน การฟื้นฟูหลังประสบภัย การถอดบทเรียนนำข้อบกพร่องมาปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำอีก เป็นต้น

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,650 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ ได้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรีได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่บ้านเกาะสาริกา ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร จำนวน 7 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้

Photos from มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ในพระบรมราชูปถัมภ์'s post 07/10/2021

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎร ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

วันที่ 7 ตุลาคม 2564 เวลา 10.50 น. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชัยนาท โดยมีนายนายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ณ ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อำเภอสรรพยา ทั้งนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติไปกล่าวในที่ประชุม เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องน้อมนำไปปรับใช้ในการกำหนดแผนและเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชน กับลงพื้นที่ดูประตูระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา และให้คำแนะนำในการส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อนำไปแจ้งเตือนให้ประชาชนได้ทราบแบบเข้าใจง่าย และทบทวนการปฏิบัติว่ามีข้อบกพร่องตรงจุดใดบ้างเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำอีก

ต่อจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,528 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,528 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

สารคดีเฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ข่าวในพระราชสำนัก วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๔
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  นำส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ส่งเต็นท์นอนแก่ผู้อพยพ
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จ.กาฬสินธุ์
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จ.เลย และ จ.นครราชสีมา
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จ.บึงกาฬ
กันหนาวพระราชทาน จ.แม่ฮ่องสอน ลำพูน และจ.เพชรบูรณ์
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทานจ.เชียงราย และ จ.นครพนม
พิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านสังคมสงเคราะห์
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดสร้างเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 (ต้นแบบ) ประชาชนทั...
(๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑) โรงเรียน ราชประชานุเคราะห์ ๒๖ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


1034 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหา
Bangkok
10100

ข้อมูลทั่วไป

เมื่อคืนวันที่ 25 ต่อกับวันที่ 26 ตุลาคม 2505 ได้เกิดพายุโซนร้อนชื่อ "แฮเรียต" พัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทย ยังความเสียหายให้เกิดแก่จังหวัดภาคใต้ถึง 12 จังหวัด ในคืนวันที่ 27 ตุลาคม 2505 เวลาประมาณ 19.00 น. นายปกรณ์ อังศุสิงห์ นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ ได้รับโทรศัพท์จาก คุณพูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ อดีตเลขาธิการสำนักพระราชวัง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง หัวหน้ากองมหาดเล็ก ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงผู้ประสบภัย และทรงติดต่อขอเครื่องบินจากกองทัพอากาศไว้แล้ว ขอให้รีบเดินทางไปช่วยเหลือโดยด่วน มหาวาตภัยแหลมตะลุมพุก ในปีพ.ศ. 2505 และภาพเจ้าหน้าที่ขณะกำลังเดินทางให้ความช่วยเหลือ ขณะนั้น กรมประชาสงเคราะห์ ได้เตรียมสิ่งของไว้พร้อมแล้ว จึงเดินทางไปในวันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 28 ตุลาคม 2505 นายปกรณ์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทย อาทิ หลวงอรรถวิภาคไพศาลย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และหลวงยุกตเสวีวิวัฒน์ อธิบดีกรมโยธาเทศบาล โดยมีนายประวิทย์ หาญณรงค์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย กรมประชาสงเคราะห์ เป็นเลขานุการคณะ ได้เดินทางไปพร้อมกับแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถองค์สภานายิกาได้มีกระแสรับสั่งให้ร่วมเดินทางไปกับกรมประชาสงเคราะห์เพื่อทำการสงเคราะห์และบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ด้วย คณะเดินทางไม่สามารถทราบได้ว่า จะไปถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชได้อย่างไร เพราะพายุแรงจัดและน้ำท่วมทางหลวง ทางรถไฟ โทรเลข โทรศัพท์ขาด ได้รับความเสียหาย จึงตัดสินใจบินไปลงที่จังหวัดสงขลาก่อน เพื่อสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่าจะเดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเร็ว ที่สุด ตามพระราชประสงค์ได้ทางใด ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาแจ้งให้ทราบว่าไม่มีทางอื่นนอกจากทางเครื่องบินจึงตัดสินใจให้บินไปดูเพราะนักบินเองก็ไม่แน่ใจว่าเครื่องบินจะลงที่สนามบินนครศรีธรรมราชได้หรือไม่ เนื่องจากไม่เคยลงสนามบินนี้ แต่ทราบว่าสนามบินสั้นมาก นายขวัญแก้ว วัชโรทัย หัวหน้าสถานีวิทยุ อ.ส.ขณะนั้น รับสนองพระบรมราโชบายเชิญชวนให้บริจาคทรัพย์และสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยภาคใต้ ปี 2505 เมื่อบินย้อนกลับมายังจังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งแรกผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ส่วนราชการมาต้อนรับมากแต่ปรากฏว่ายังไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพอากาศให้นำเครื่องลง ที่สนามบิน ทหารบก จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ เพราะสภาพอากาศในขณะนั้นยังไม่ค่อยดี และสภาพของสนามบินก็ยังสำรวจไม่ทั่ว จึงต้องบินกลับจังหวัดสงขลา แต่ด้วยเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเมตตาแก่ประชาชน เมื่อ เบนหัวเครื่องบินกลับประมาณ 3 นาที ก็ได้รับอนุญาตให้บินลงได้ ต่อจากนั้น นายปกรณ์ อังศุสิงห์ และคณะ ได้เดินทางไปพบผู้ว่าราชการจังหวัด นครศรีธรรมราชและร่วมเดินทางกันไปยังแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ปรากฎสภาพของแหลมตะลุมพุกน่าสังเวชมาก ไม่มีบ้านเรือนราษฎรเหลืออยู่เลย และยังมีศพลอยน้ำอยู่เกือบจะไม่มีที่พอฝังศพ หลุมหนึ่ง ๆ ฝังศพถึง 6-7 ศพ และฝังอยู่ที่ปลายแหลมนั้นชั่วคราวระยะหนึ่ง ต่อมาทางราชการและญาติมิตร ประชาชน จึงได้ขุดขึ้นมาทำพิธีทางศาสนา เข้าใจว่ามีผู้เสียชีวิตในครั้งนั้นทั้งสิ้นประมาณ 1,000 คน ส่วนผู้ที่รอดชีวิตได้อพยพไปอยู่ยังอำเภอปากพนัง และกลับภูมิลำเนาเดิม สำหรับทางด้านกรุงเทพมหานครนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สถานีวิทยุ อส.พระราชวังดุสิตประกาศโฆษณาเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์ และ สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยทรงรับและพระราชทานสิ่งของด้วยพระองค์เอง ความช่วยเหลือได้ หลั่งไหลเข้าสู่สถานีวิทยุ อส. ชั่วระยะเวลา 1 เดือน มีผู้บริจาคทรัพย์ถึง 11 ล้านบาท และสิ่งของประมาณ ห้าล้านบาท ส่วนผู้ที่ไม่สามารถบริจาคทรัพย์ และสิ่งของได้ก็บริจาคแรงงาน ที่น่าปลื้มใจก็คือ งานนี้ทำโดยอาสาสมัคร ซึ่งส่วนมากเป็นนิสิต นักศึกษา ลูกเสือและนักเรียน ได้ทำการจัดและขนส่งสิ่งของเหล่านั้นไปบรรเทาภัยแก่ประชาชน โดยมีนายเจริญ มโนพัฒนะ รองอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ รักษาการแทน อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานทานเงินและสิ่งของไปดำเนินการตามพระราชประสงค์ ตลอดเวลา จังหวัดที่ได้รับความเสียหายมาก คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับ กรมประชาสงเคราะห์ได้แจกอาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค จัดซ่อมแซมบ้าน ที่พัก และสร้างที่พัก ชั่วคราว ให้ผู้ประสบภัยอยู่อาศัยตลอดจนเครื่องมือประกอบอาชีพ ได้แก่ อวน และช่วยเหลือสิ่งสาธารณประโยชน์ คือ มอบเงินให้เป็นทุนประเดิมแก่วัดวาอาราม มัสยิด ศาลเจ้าและสถานสงเคราะห์เด็กที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับบุตรหลานของผู้ประสบภัย ที่กำพร้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองเสียชีวิต โดยอยู่ในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์ นอกจากนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเงินให้กระทรวงศึกษาธิการ สร้างโรงเรียนประชาบาลที่ถูกพายุพัดพัง รวม 12 โรงเรียน ใน 6 จังหวัดภาคใต้ และภายหลัง พระราชทานชื่อว่า "โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1,2,3,4,5 ถึง 12" ตามลำดับ

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30
เสาร์ 08:30 - 16:30
อาทิตย์ 08:30 - 16:30
องค์กรการกุศล อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
Green Leaf Foundation Green Leaf Foundation
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพ
Bangkok, 10400

ติดตามข่าวสารดีๆ ได้ที่ www.greenleafthai.org

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย สส มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย สส
99 ร่มเกล้า ซอย 6 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี
Bangkok, 10510

มูลนิธิเพื่อการกุศลที่เน้นดำเนินงานด้านสุขภาวะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตมุสลิมไทย

Siam Care Siam Care
Ladprao 80, Yeak
Bangkok

This is the OFFICIAL Facebook-page of Siam-Care. We take care of underprivileged Thai children and families. We provide financial, emotional and physical support.

มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เ
420/6 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี
Bangkok, 10400

มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนในพระอุปถัมภ์ฯ ตั้งอยู่ ชั้น 1 อาคารราชนครินทร์

ทุนมูลนิธิเอสซีจี ทุนมูลนิธิเอสซีจี
1 Siamcement Rd
Bangkok, 10800

เราสนับสนุนเด็กไทยให้ก้าวเดินไปสู่ความฝันแห่งการศึกษาที่สำเร็จงดงาม

อาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด สน อาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด สน
หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)
Bangkok, 10240

อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดสน.หัวหมาก

ชมรมอาสาสมัครดับเพลิง Uruphong Fire Ra ชมรมอาสาสมัครดับเพลิง Uruphong Fire Ra
อุรุพงษ์
Bangkok, 10500

ไว้เผยแพร่ผลงานและข้อมูลของชมรมอาสาสมัครดับเพลิง ภายในเครือข่าย ศูนย์วิทยุอุรุพงษ์

มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
27, 27/1-5 ซอยอรุณอัมรินทร์ 39 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย
Bangkok, 10700

มูลนิธิก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2542 +662-8861188 Line : @wiriya e-mail : [email protected]

Thai-Myanmar Flood Relief Committee - Temporary Thai-Myanmar Flood Relief Committee - Temporary
TACDB Office 328/1 Phayathai Road, Rachathewi Bangkok
Bangkok, 10330

This is is a Thailand based non-profit organization to help communities impacted by the ongoing floods in Myanmar.

American Women's Club of Thailand - Scholarship Program American Women's Club of Thailand - Scholarship Program
219/2 2nd Floor Asoke Towers, Soi Asoke Sukhumvit 21 Road
Bangkok, 10110

The AWC Scholarship Program provides financial support to help poor Thai girls complete high school. For more details go to: http://awcthailand.org/scholarship

Thai Peace Foundation - TPF Thai Peace Foundation - TPF
20 Chan 31
Bangkok, 10120

We exist to ignite a passion for the supremacy of Jesus Christ among the poor and marginalized in Thailand.

กองงานเผยเเผ่ธรรมะสู่ดวงใจ กองงานเผยเเผ่ธรรมะสู่ดวงใจ
อรุณอมรินทร์
Bangkok, 10700

เสียสละ มุ่งมั่น สร้างสรรค์ งานพระพุทธศาสนา..ธรรมะสู่ดวงใจ