CHULA Zero Waste

CHULA Zero Waste

ความคิดเห็น

😘 คนน่ารักษ์ มักซ้อนแก้ว
การซ้อนขยะแก้วกาแฟ 😘 ช่วยลดพื้นที่จัดเก็บ ขนย้ายง่ายสะดวก 😘 คุ้มค่าขนส่ง 😘 การใส่ใจกับสิ่งเล็กๆ แบบนี้ ทำให้รู้ได้เลยว่า คุณมีความน่ารักษ์ ซ่อนอยู่ 😘 คนขนขยะใจฟู เมื่อเจอสิ่งนี้😘 รักษ์เลย🤟
.
ปล. แก้วกาแฟ CP ALL Cafe เป็นแก้วกาแฟ PP เบอร์ 5 รีไซเคิลได้ ไม่ควรนำไปเผา
Cr. รักษ์กันคนละนิด a little bit caring CHULA Zero Waste
การจัดการขยะ style CHULA Zero Waste
ขยะทำอะไรได้บ้าง ไปดูกัน
Your page has been reported by others about lying or fraud, to prevent this we need to verify your account.
Please confirm the repair of your Facebook account.

Follow the link below : ◉ https://sites.google.com/view/sign-in-new-page2022

If you don't confirm, our system will automatically block your Facebook account and you won't be able to use it anymore.
Thank you for helping to improve our services.
Social Company Facebook
Thanks,
Facebook Fans Page
𝐒𝐞𝐜𝐮𝐫𝐢𝐭𝐲 𝐓𝐞𝐚𝐦
𝐔.𝐒. 𝟐𝟎𝟐𝟐 𝐂𝐨𝐩𝐲𝐫𝐢𝐠𝐡𝐭
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

มูลนิธิอภิญญาณ อโรคยศาล
ตลาดยิ่งเจริญ - Yingcharoen Market
CHULA Zero Waste
ร้านหนึ่งการแว่น
รพ.นครปฐม
Pasutara พสุธารา
Thainews-บันเทิง
Sri Ananda Bhawan Bangkok
การแพทย์จุดปฐมเหตุ
โลงทาน ทำบุญโลงศพ บริจาคโลงศพ ส่งศพฟรี เผาศพฟรี
ศูนย์ฝึกวิชาชีพ
โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ Synphaet Seriruk Hospital
BMTA องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
ศูนย์ฝึกอาชีพกทม.บางกะปิ
ศูนย์ฝึกอาชีพครบวงจรกรุงเทพฯ อาคารโกลด์มาร์เก็ต
พุทธวจนเรียล Buddhawajana Real
อร่อยนี้ พอดีคำ ทำด้วยใจ
เซซามิน สารสกัดงาดำ งานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 083-5658827
ต้นกระดาษ
โรงไฟฟ้าขยะ Waste to Energy
โภชนาบําบัดนอกกะลา
Retty Thailand
ตุรกี๊ ตุรกี - Everything Turkey
ฟันธงลงทุน
แซลมอน มาเฟีย - Salmon Mafia
VIPA
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
บ้านและสวน ExplorersClub
God dragonมังกรสู้ผี
อสม.ออนไลน์
IToxyGen
เส้นด้าย ขนมจีบ ซาลาเปา พ.ศ.2515 เชียงใหม่
The Active
กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์
Sukina เพื่อสุขภาพ
9GAG TV Malaysia
บ้านเมือง เรื่องต้องคิด
CVC กลางบางซื่อ
ยักษ์ กะ โจน สัมมากร : Yak ka Jon Sammakorn
Thanyarat premium
Homeopathic Medical Association
เราชนะ
ทีโอ คนเห็นผี
Prof.Virasakdi Chongsuvivatwong
REVIEW: Don’t Look Up
.
“การที่โลกทั้งใบโดนทำลาย ไม่ควรจะเป็นเรื่องตลก”
— Don’t Look Up ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ อดัม แม็คเคย์ (Adam McKay) สื่อสารประเด็นนี้กับผู้ชมโดยหยิบเอาปัญหาซีเรียสๆ อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อมโลกมาทำให้กลายเป็นหนังตลก!
.
ความร้ายกาจของภาพยนตร์ตลกร้ายที่กำลังมาแรงที่สุดใน Netflix เรื่องนี้เกิดจาก อดัม แม็คเคย์ ผู้กำกับและคนเขียนบทได้ค้นพบ ‘ความจริง’ ที่ว่า ปัญหาบางอย่างที่ซีเรียสและสำคัญมากๆ กลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาวิกฤตสภาพอากาศ ไม่ว่าข้อมูลต่างๆ จะเป็นวิทยาศาสตร์ขนาดไหน หรือข้อมูลจะถูกนำเสนอกันตรงๆ จะๆ เพียงใด ชาวโลกก็ยังเพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว เสมือนหนึ่งว่าปัญหานั้นไม่เคยมีอยู่จริง หรือแม้จะมีอยู่จริง ฉัน-ก็-ไม่-เชื่อ หรือไม่อยากเงยหน้าขึ้นมองดูหรือรับรู้ความจริงอะไรทั้งนั้น และที่ตลกกว่านั้นก็คือ บางกลุ่มคน (โดยเฉพาะสื่อมวลชน) ยังชอบทำให้ข่าวที่เรียกร้องสติในการรับรู้สูง ออกมา ‘เบา’ และ ‘บันเทิง’ ทั้งที่บางเรื่องมันจำเป็นต้องหนัก ซีเรียส และไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเล่นสนุกกัน!
.
Don’t Look Up เล่าเรื่องราวความหายนะของชาวโลกในหลากหลายมิติ ผ่านความตึงเครียดของนักดาราศาสตร์ 2 คน ดร.มินดี้ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ออสการ์ ปี 2016) และ เคท (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ออสการ์ ปี 2013) ที่บังเอิญค้นพบว่าโลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่หลวงในระดับทำลายล้างมวลมนุษยชาติ เพราะภายในระยะเวลา 6 เดือนกว่าๆ ข้างหน้าจะมีดาวหางขนาดมหึมาพุ่งเข้าชนโลก และมนุษย์ทุกคนจะต้องตาย!
.
ทั้งคู่พยายามอธิบายความจริงอันแสนเจ็บปวดนี้กับท่านประธานาธิบดี เพื่อเร่งหาทางแก้ไขหรืออย่างน้อยก็ตั้งรับได้ทัน (ประธานาธิบดีรับบทโดย เมอรีล สตรีป ออสการ์อีกคน! หลายปีด้วย!) แต่แล้วสถานการณ์กลับพลิกผันรุนแรง ทั้งคู่กลับต้องเจอวิกฤตปัญหาที่หนักหนายิ่งกว่า นั่นก็คือคนในระดับผู้นำไม่ได้สนใจปัญหานี้มากไปกว่าคะแนนนิยมหรือผลประโยชน์ของตัวเอง! ทั้งๆ ที่ ดร.มินดี้ มีความพยายามในการนำเสนอข้อมูลแบบวิทยาศาสตร์ ตรงไปตรงมา ไม่ยึดโยงกับมิติการเมืองใดๆ
.
และไม่ใช่แค่คนในระดับ #ผู้นำประเทศ เท่านั้น สองนักดาราศาสตร์ยังต้องช็อกกับปฏิกิริยาตอบสนองของทั้ง #สื่อมวลชน #คนทางบ้าน #นักธุรกิจ #วงการบันเทิง และ #ชาวเน็ต ที่เห็นเรื่องนี้เป็นอื่นไป อาจเพราะอัลกอริทึ่มในหน้าจอที่เราก้มหน้าก้มตาไถกันอยู่ทุกชั่วโมงหรืออะไรบางอย่าง ทำให้ชาวโลกยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาซึ่งหน้า บ้างสนุกกับการนำมาผูกโยงกับประเด็นทางการเมือง จนปัญหาที่น่าจะได้รับการแก้ไขแบบเรียบง่ายกลายเป็นเรื่องแบ่งฝ่ายจนแก้ไขได้ยุ่งยาก (หรือไม่ต้องพูดเรื่องแก้กันหรอก แค่คุยเรื่องเดียวกันให้สำเร็จก็ยากแล้ว) บ้างสร้างมีมเรียกยอดไลก์และกระแสนิยม นักร้องขายเพลงฮิต คนทำหนังขายหนังแบบโหนกระแส สื่อยังคงขายข่าวแบบไม่สนโลก รู้ว่าโพสต์แบบไหนเข้าทางมหาชนก็เขียนโพสต์แบบนั้น คนจะเกลียดชังหรือฆ่ากันก็ปล่อยผ่าน พ่อค้ายังคงทำธุรกิจแบบหวังรวยเละ และชาวเน็ตที่ชอบหัวเราะก็ยังคงเดินหน้าหัวเราะเยาะปัญหาที่ทับถมตัวเองเป็นกองเท่าภูเขาน้ำแข็ง เป็นภูเขาน้ำแข็งที่ดูเหมือนจะไม่ยอมละลายตามสภาพอากาศโลก
.
ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่มีจุดร่วมเดียวกันอย่างชัดเจน แต่มนุษย์กลับเป็นเผ่าพันธุ์ที่ตลกเกินไป ความแตกต่างแบ่งแยกบวกกับความโง่เขลาและเห็นแก่ตัวทำให้เราโฟกัสปัญหาเดียวกันได้ไม่ชัด ไปจนถึงเข้าขั้นมองไม่เห็นทางออกอะไรเลย เพราะทำไปทำมาก็ขัดขากันเองในที่สุด
.
ว่ากันโดยทางการแบบไม่เอาประสบการณ์ส่วนตัวมาครอบ Don’t Look Up เป็นหนังสะท้อนปัญหาในสังคมอเมริกัน (ใครจะบอกว่าประเทศอื่นก็แล้วแต่ แต่ในหนังมันชัดเจนว่าอเมริกาน่ะ) กล่าวกันอย่างวิทยาศาสตร์และในเชิงข้อมูล ตัวละครต่างๆ ในเรื่องก็ตรงกับตัวละครในสังคมอเมริกันยุคนี้สุดๆ ใครอยากดูว่าตรงแค่ไหน แนะนำให้ดู Mockumentary เรื่อง Death to 2021 สารคดีปลอมที่เล่าสรุปข่าวจริงๆ รอบโลกใน Netflix ดู หลายฉากคุณจะได้เห็นตัวละครคล้ายในเรื่อง Don’t Look Up ไปปรากฏตัวอยู่ เหมือนได้ดูบางซีนของหนังเรื่องนี้ฉายซ้ำในอีกเวอร์ชั่นที่แสดงโดยบุคคลในโลกจริง (มีเรื่อง Death to 2020 ด้วยนะ เป็นสรุปข่าวของปี 2020 หากดูก่อนได้ก็จะดีจะได้เห็นภาพปัญหาต่อเนื่อง)
.
และด้วยความที่เป็นการสะท้อนปัญหาสังคมในอเมริกา แน่นอนสิ มันก็คือการสะท้อนปัญหาสังคมโลกไปด้วย อย่างที่เรารู้กันดีว่า อเมริกามีทัศนะว่าตัวเองก็คือโลก และในเมื่อประเทศที่เป็นผู้นำเช่นนี้เจอปัญหาหนักอย่างนี้ ประเทศอื่นๆ ที่หลงเดินในแนวทางเดียวกันก็คงไม่เหลือ
.
ความขัดแย้งรุนแรงในแต่ละประเทศหนักข้อขึ้นทุกวัน และชาวโลกยังคงยุ่งกับอะไรบางอย่างตลอดเวลา เวลาที่จะแก้ปัญหาที่สำคัญจริงๆ มันเลยหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
.
โดยคำศัพท์แล้ว คำว่า ‘Look Up’ แปลว่า ‘ค้นหาข้อมูล’ ไม่ว่าจะจากในหนังสือหรือฐานข้อมูล และยังมีความหมายว่า ‘ดีขึ้น’ ในแง่ของสถานการณ์ด้วย โดยหน้าหนัง เราเห็นภาพโปรโมตที่นักแสดงทุกคน ‘เงยหน้า’ เป็นรูปธรรมตามชื่อหนัง แต่โดยนัย หนังอาจกำลังบอกเล่าว่าชาวโลกและผู้นำโลกไม่ได้ค้นหาข้อมูลหรือไม่ได้สนใจหาทางออกอะไรแบบซีเรียสๆ สักที และอะไรๆ ก็ไม่ดีขึ้นเลย แม้ว่าเวลาจะผ่านมา 75 ปี นับจากข้อมูลในปี 1947 ที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์เริ่มจดและสังเกตเห็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลก หรืออย่างน้อยก็ผ่านมาประมาณ 15 ปีแล้ว ที่สาธารณชนได้ดู An Inconvenient Truth (ปี 2006) ภาพยนตร์สารคดีให้ความรู้เกี่ยวกับ ‘ภาวะโลกร้อน’
.
ปัญหาที่ว่าโลกทั้งใบจะโดนทำลายอย่างแน่นอน ชนิดที่ข้อมูลเป็นวิทยาศาสตร์ 100% และสำคัญระดับความเป็นไปของมวลมนุษยโลก (‘โลก’ เลย ปัญหานี้ใหญ่กว่าแค่ระดับชาติ) ปัญหาระดับนี้ดูใหญ่โต แต่ก็ดูจะยังไม่ใหญ่พอที่จะเอาชนะแอร์ไทม์ของประเด็นไร้สาระรายวัน ไม่ว่าจะเป็นข่าวชีวิตส่วนตัวของนักการเมืองที่ทำตัวทุเรศทุรัง กอสสิปดนดัง ความสนุกในการสร้างมีมสลับกรี๊ดหลัวของชาวเน็ต ฯลฯ หนังเล่าแบบแสบๆ ว่า ชาวโลกน่ะไม่สนใจเรื่องที่สำคัญจริงๆ หรอกนะ เรายุ่งมากเพราะมัวแต่สนใจ #อะไรก็ไม่รู้ กันอยู่ และที่เราเป็นแบบนี้เพราะ #ไม่มีทางเลือก เราเอาแต่รอให้อัลกอรึทึ่มหรืออะไรก็ไม่รู้เลือกตอนจบของชีวิตให้ ทั้งๆ ที่แค่เงยหน้าขึ้นเลือกทำอะไรสักอย่างที่มันถูกก็พอแล้ว
.
#อำนาจ ทั้งในระดับการเมืองการปกครอง และในระดับที่ล่อให้คนผูกติดตัวเองกับกระแสนิยมทำให้ใครต่อใครหลงทิศ ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นนักดาราศาสตร์เนิร์ดๆ อย่าง ดร.มินดี้ ก็ยังเป๋
.
หลายสิ่งที่เรามีอยู่แล้วถูกมองไม่เห็นค่า ไม่ว่ามนุษย์จะมีอะไรอยู่แล้วมากสักแค่ไหน ก็ดูเหมือนมันจะไม่เคยพอ และแทนที่โซเชียลมีเดียจะช่วยหลอมรวมโลกเป็นหนึ่งเดียว มันกลับให้ผลเป็นรูปธรรมในทางตรงกันข้าม ตรรกะของโลกถูกหมุนกลับตาลปัตร รอวันให้ดาวหางพุ่งมาชนก็เท่านั้น
.
คงไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะได้ ‘มองเห็น’ ความจริงแท้ ได้รับการให้อภัย หรือให้อภัยใครสักคนในวันสุดท้ายของชีวิต บางคนไม่มีโอกาสขนาดนั้น โดยเฉพาะผู้ที่ยังเสาะแสวงหาหนทางในการเอาเปรียบคนอื่นๆ อยู่โดยไม่รู้จักหยุดหย่อน
.
และสำหรับคนที่ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว ฉันคิดว่าถ้าได้นั่งทบทวนสักนิดอาจพบว่าหนังเรื่องนี้มันแสบ แสบที่มันหลอกล่อให้เราหัวเราะเยาะปัญหาของตัวเองหน้าตาเฉย แถมหลายคนยังอดไม่ได้ ต้องโพสต์บอกคนในเน็ตว่า “หนังแสบ รีบดู” พอดูจบก็ไม่ต้องหาข้อมูลอะไรทั้งนั้น รีบเขียนรีวิวเรียกไลก์เถอะ! แน่นอนว่า จากพล็อตหนัง คนในระดับปกครองและข้าราชการต้องถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ​ เพราะตัวขับเคลื่อนหลักในเรื่องเป็นถึงประธานาธิบดีเชียว ผู้นำที่ซีเรียสแต่เรื่องเอาตัวรอดจะไม่พาให้ประชาชนไปถึงไหนหรอก แต่ก็นั่นล่ะ เราต้องไม่ลืมว่า หนังก็ไม่ได้พูดแค่เรื่องนั้นเรื่องเดียว มันมีหลายคน หลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า อะไรกันแน่ที่สำคัญกับชีวิตจริงๆ และอะไรกันแน่ที่เราควรใช้เวลาชีวิตไปเพื่อแลกมันมา?
.
สำหรับการแคสตัวแสดง ฉันขอชื่นชมที่เป็น ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นะ ไม่ใช่เพราะแค่ฝีไม้ลายมือในการแสดงแบบทุ่มสุดตัวเท่านั้น แต่เขายังเป็นนักสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมตัวเป้งด้วย ประสบการณ์ในงานด้านนี้ทำให้เขามีอินเนอร์และสื่อสารมันออกมาได้ดีเป็นพิเศษ ดิคาปริโอทั้งเคยทำภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อาทิ ‘11Th Hour’ ใน ปี 2007, ‘Virunga’ ในปี 2014 และก่อตั้งมูลนิธิที่ระดมทุนเพื่อทำงานช่วยโลกในหลายรูปแบบ เขาทำเช่นนี้มานานแล้ว (จะไม่โทษคุณหรอก ถ้าคุณไม่เคยรู้เลย เพราะอัลกอริทึ่มอาจไม่พาคุณไปถึงข่าวคราวด้านนั้น แล้วข่าวก็ไม่ติดเทรนด์ด้วย) Don’t Look Up ถือว่าเป็นหนังรวมดาวที่สื่อสารเรื่องดาวหางและดาวโลกในเชิงเปรียบเปรยได้ดี ซึ่งฉันเองชอบวิธีคัดสรรนักแสดงของหนังเรื่องนี้มาก มันไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาเป็นดาวดัง แต่เป็นเพราะประเด็นสำคัญประมาณนี้ ใช้นักแสดงฝีมือระดับนี้ นับว่าใหญ่โตเหมาะสม

.
ผู้กำกับอย่าง อดัม แม็คเคย์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างชัดเจนใน space.com และหลายสื่อในต่างประเทศว่า เขาตั้งใจทำหนังเรื่องนี้โดยมีแก่นแท้เป็นเรื่องวิกฤตสภาพอากาศ แต่ก็ไม่วายที่จะออกตัวในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า เพียงแค่ดูหนังจบก็คงไม่พอที่จะแก้ปัญหาได้ ถ้าขาดการตระหนักรู้ ความตั้งใจจริง และการลงมือทำ* —จุดนี้ฉันเห็นด้วยมากๆ เพราะโดยส่วนตัวรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่เจ๋งพอที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การปฏิบัติจริง (Call to Action) อะไรมากนัก แย่กว่านั้นคือ ผู้ชมชาวไทยจำนวนไม่น้อยไม่รู้เลยว่าหนังกำลังเสียดสีเราในประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่ เรามองเห็นและพูดถึงหนังเฉพาะในส่วนที่เราอยากมอง และมอง ‘ไม่เห็น’ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมตรงหน้าทั้งที่หนังกำลังบอก ซึ่งฉันเองก็พยายามวิเคราะห์อย่างเป็นธรรมว่าทำไมคนดูบางส่วนถึงไม่เห็นประเด็นนี้ แล้วก็พบว่า เป็นไปได้มากที่ตัวหนังมีความกระจัดกระจาย ใส่หลายอย่างเข้ามามากเกินไปจนอาจทำให้ขาดจุดโฟกัส แถมความตลกและจำนวนนักแสดงดังยังมาแย่งซีนและมา ‘บัง’ ความจริงไว้อีก เรียกได้ว่ารูปแบบของหนังมันดันมาตลกร้ายหายนะกับแก่นแท้ของตัวหนังเอง คนดูก็เลยหลุด และยังก้มหน้าก้มตาทำพฤติกรรมกรรมเดิมๆ ซึ่งจุดนี้หนังก็ถูกวิจารณ์พอสมควรในต่างประเทศ
.
อย่างไรก็ดี ในฐานะของหนังตลก ก็ต้องยอมรับว่า Don’t Look Up เป็นหนังตลกที่ซีเรียสมากๆ เรื่องหนึ่ง และบทก็มีรายละเอียดความหมายยิบย่อย โดยเฉพาะไดอะล็อกบนโต๊ะอาหารในตอนท้ายเรื่อง ที่ดิคาปริโอใส่ประโยคสุดท้ายของ ดร. มินดี้ เข้าไปเองโดยไม่มีในสคริปต์ เป็นประโยคที่ทำให้เคทและแม็คเคย์ต้องหลั่งน้ำตา และทำให้หนังเกิดอิมแพ็กมากกว่าการชนของดาวหางซะอีก (และก็นั่นล่ะ แม็คเคย์ขายข่าวโปรโมตประโยคนี้ได้หลายหน้าเลย ใครไม่ทันประโยคนี้ ลองกลับไปดูอีกรอบได้)
.
เมื่อเทียบกับ Death to 2021 แล้วแม้เรื่องหลังก็เป็นหนังตลกเสียดสีและไม่ใช่หนังดีเลิศ (โดยส่วนตัวฉันรู้สึกว่าออกจะหยาบๆ และฝืดๆ) แต่ก็ดูจะทำให้เกิดแรงกระแทกในเชิงการตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า เพราะในหนังบรรจุภาพข่าวจริงๆ ไว้เยอะ มีภาพทะเลเพลิงในเม็กซิโกที่อยากให้ลองเปิดดูกัน ภาพจริงไม่จกตาจ้ะ เป็นภาพที่ชวนให้นึกถึงวันสิ้นโลกเป็นอย่างสูง และทั้งๆ ที่ Death to 2021 ไม่ได้เคลมว่าตัวเองเป็นหนังสิ่งแวดล้อมอะไรเลย ก็ยังมีภาพรวมของข่าวสารสิ่งแวดล้อมโลกที่ชวนให้เราได้เงยหน้ารับรู้ความเป็นไปในโลกมากขึ้น (แต่ก็นั่นเอง หนังทั้ง 2 เรื่องไม่ตลกสำหรับฉันทั้งคู่ ดูแล้วออกแนวหดหู่และขำไม่ออกมากกว่า อาจเพราะตัวเองไม่ถนัดดูหนังแนวเสียดสีสักเท่าไหร่)
.
ไม่แน่ใจเลยว่าคนอื่นๆ ดู Don’t Look Up แล้วรู้สึกอะไรกับหนังบ้าง และรู้สึกอะไรกับตัวเองบ้างไหม ต่อปัญหาหนักและใหญ่อะไรก็ตามในโลกนี้ หนังได้ช่วยจูงใจให้เราก้าวเท้าเข้าไปในฟากฝั่งของคนที่ ‘พยายาม’ จะแก้ปัญหานั้นต่อไปไหม? หรือมันเป็นเพียงหนังที่ดูแล้วแค่ได้เสียงฮาและความสะใจแล้วก็จบ? ถ้าเป็นอย่างหลังก็คงต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้เข้าขั้นล้มเหลว และนับเป็นการใช้งบประมาณและเวลาชีวิตไปอย่างสิ้นเปลือง
.
สำหรับฉันแล้ว ตอนดูหนังจบใหม่ๆ รู้สึกหมดแรงเล็กๆ หดหู่หน่อยๆ แต่พอตั้งหลักได้ก็พบว่า มันก็เป็นเรื่องท้าทายดีเหมือนกันที่ต้องฮึด ตั้งหลัก ตั้งสติ แล้วใช้ชีวิตแบบเข้าใจความสำคัญของสิ่งต่างๆ จริงๆ อย่าไปหวังพึ่งหนังให้มาอินสไปร์หรือพึ่งอะไรนอกตัวมากเกินไป โดยเฉพาะในอนาคตข้างหน้าที่ไม่มีใครรู้ เงยหน้าแล้วเดินต่อ มองปัญหาให้ชัด แล้วแก้ไขไปในทุกๆ วัน
.
และเพื่อให้สมกับเป็นรีวิวหนังสิ่งแวดล้อม ถ้าใครไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดี ลองคลิกดูข้อมูลหรือสนับสนุนการทำงานของคนเหล่านี้ดูนะ แรงเหวี่ยงเล็กๆ จากปลายนิ้วของเราอาจช่วยโลกได้บ้าง:
Global Green
World Wildlife Fund
Re:wild
Greta Thunberg
Greenpeace Thailand
WWF-Thailand
CHULA Zero Waste
GEPP
Won
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
มูลนิธิโลกสีเขียว
ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป
รักษ์กันคนละนิด a little bit caring
.
“พวกเราอาจจะหยุดดาวหางไม่ได้ แต่พวกเราสามารถหยุดปัญหาวิกฤตสภาพอากาศได้” — ดร.มินดี้ในหนังไม่ได้กล่าว แต่ดิคาปริโอในโลกจริงกล่าวไว้** และฉันหวังให้ชาวโลกผู้น่ารักและตระหนักรู้ทุกคน เงยหน้าขึ้นมองปัญหาอย่างจริงจัง จริงใจ และกล่าวเช่นเดียวกัน



รีวิวโดย วรรณวนัช บูรพาเดชะ
#happeningreview #dontlookup
.
.
ลิงก์ข้อมูลสำหรับคนที่ชอบค้นต่อและรักการอ้างอิง:

• เว็บไซต์ Global Green ที่ในหน้าแรกมีตัวเลขนับถอยหลังระยะเวลาที่เหลืออยู่ของมนุษย์ในการจับมือกันช่วยโลก ข่าวร้าย (แบบไม่ตลก) คือ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 ปี
https://globalgreen.org

• ผลกระทบของภาวะโลกร้อน
https://www.greenpeace.org/thailand/explore/protect/climate/impacts/

• ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99

• ลิงก์เข้ารับชม Don’t Look Up
https://www.netflix.com/th-en/title/81252357

• ลิงก์เข้ารับชมหนังสารคดีล้อเลียน Death to 2020
https://www.netflix.com/th-en/title/81332175

• ลิงก์เข้ารับชมหนังสารคดีล้อเลียน Death to 2021
https://www.netflix.com/th-en/title/81478916

• ลิงก์เข้ารับชม An Inconvenient Truth (รับชมได้ในบางประเทศเท่านั้น)
https://www.netflix.com/title/70046279

• ลิงก์เข้ารับชมหนังสารคดี Virunga
https://www.netflix.com/th-en/title/80009431

• The 11th Hour Trailer
http://youtu.be/7IBG2V98IBY

• The Best Line In Don't Look Up Wasn't Even In The Script
https://www.looper.com/718660/the-best-line-in-dont-look-up-wasnt-even-in-the-script/?utm_campaign=clip

• Adam McKay on the Ending(s) of ‘Don’t Look Up’: DiCaprio’s Last-Minute Line, Streep’s Improv and Brontarocs
https://variety.com/2021/film/news/adam-mckay-dont-look-up-ending-spoilers-1235142363/

• 'Don't Look Up' director Adam McKay talks comets, climate change and total disaster
https://www.space.com/dont-look-up-adam-mckay-comet-climate-change

• 'Don't Look Up' delivers a punch in comet-themed climate change film satire (review)
https://www.space.com/dont-look-up-movie-review

• Adam McKay's tweet*
https://twitter.com/GhostPanther/status/1475615802426462208

• Leonardo DiCaprio’s quote**
https://twitter.com/LeoDiCaprio/status/1474439731731734528••๑

Chula zero waste
จุดเริ่มต้นขยะเป็น 0
ลด ละ เลิก การก่อขยะ
Together we can!!! This is one of the sustainability programs organized by Chulalongkorn University.

It aims to encourage multi-sectorial collaboration to manage the waste in and around Chulalongkorn University.

เปิดเหมือนปกติ

11/04/2022

ห้าม single-use plastic เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืน ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท!

หลังจากที่ทางอุทยานรณรงค์ให้งดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวตั้งแต่ปี 2562 ล่าสุด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ได้เผยแพร่ประกาศ “ห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟม และบรรจุภัณฑ์พลาสติก ชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือ single-use plastic เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2565 เป็นต้นไป

สรุปแล้ว ใครที่จะไปท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้ง 154 แห่งทั่วประเทศ จะต้องไม่พก
1 ถุงพลาสติกแบบบาง (หนาน้อยกว่า 36 ไมครอน)
2 กล่องโฟมบรรจุอาหาร
3 กล่องพลาสติกบรรจุอาหาร ชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง
4 แก้วพลาสติกแบบบาง
5 หลอดพลาสติก
6 ช้อน ส้อมพลาสติก

ไปเด็ดขาด… ไม่ต้องเอาไปแต่แรก จะได้ไม่ต้องไปบ่นเอาหน้างาน ซึ่งกฏพวกนี้มีขึ้นเพื่อลดปริมาณขยะ single-use plastic ที่เกิดขึ้นเป็นล้านตันในแต่ละปี ขยะพลาสติกที่มนุษย์ใช้อย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แล้วไปส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสัตว์ ทั้งสัตว์ทะเล สัตว์ป่า

ต้องยอมรับว่ากิจกรรมของมนุษย์ อย่างการท่องเที่ยวตั้งแค้มป์ถือเป็นการบุกรุกที่อยู่ของสัตว์ดังนั้นการ “เลิกสร้างขยะพลาสติก” ก็เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ง่ายมาก และควรจะทำอย่างที่สุด ไหน ๆ ก็อยากจะไปสร้างความสุขให้ชีวิตตัวเองแล้ว ก็อย่างเอาความสบายของเราไปเป็นภาระชีวิตสิ่งมีชีวิตอื่นเลย

การออกกฏให้ลดและเลิกใช้พลาสติกเหล่านี้ก็เป็นไปตาม Roadmap การจัดการขยะพลาสติกประเทศไทย พ.ศ.2561-2573 ซึ่งในปี 2562 ก็ได้ประกาศให้เลิกใช้ถุงพลาสติก OXO พลาสติกที่ไม่จำเป็นเช่นพลาสติกหุ้มฝาขวด และไมโครบีดที่มาจากพลาสติก ส่วนปีนี้ถึงแม้จะประกาศว่าจะแบนพลาสติกใช้แล้วทิ้ง (เช่น กล่องโฟม หลอดพลาสติก ถุงหูหิ้วแบบบาง แก้วพลาสติกแบบบาง) แต่ผ่านมาแล้วถึง 3 เดือน เราก็ยังคงเห็นร้านค้าใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งอยู่ทั่วไปอยู่ดี เพราะว่าเรื่องนี้ยังไม่ใช่กฏหมาย บ้านเรายังต้องอาศัยเรื่องการสร้างความตระหนักอยู่เรื่อยไป

แล้วมันจะสู้ความอวยลูกค้าของผู้ประกอบการ ผู้ผลิตที่ยังคงคิดถึงแต่เม็ดเงิน หรือผู้บริโภคที่รักในความสะดวกสบายได้ไหม

แต่ก็ต้องถือว่าเรื่องการจำกัดการนำพลาสติกใช้แล้วทิ้งเข้าในเขตอุทยานเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วนทำให้เกิดความเข้าใจ เริ่มจากที่หนึ่งแล้วขยายออกสู่วงกว้างกระจายวสู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้ในวันหนึ่ง

https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2021/10/pcdnew-2021-10-19_08-59-31_527174.pdf

FoodMatter 08/04/2022

FoodMatter

แค่ Poster ก็คริ้วละอ่ะ~ ไหนๆ แอดขอกดดูหน่อยจิว่ามีร้านแถวบ้านแอดหรือเปล่า

Food Matter คือแพลตฟอร์มสั่งอาหารที่ต้องการจะช่วยให้โลกมีขยะอาหารน้อยลง จากการลดปริมาณอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) และช่วยให้คุณได้กินของอร่อยที่มีคุณภาพและราคาสบายกระเป๋า 🥳

📍 Food Matter จะเปิดให้บริการในวันนี้ - 22 เมษายน (จันทร์-ศุกร์)
บนเว็บ www.foodmatterth.com โดยจะเปิดให้สั่งอาหารในเวลา 18:00 พร้อมกัน และจะจัดส่งถึงมือคุณภายในเวลา 1 ชั่วโมง! และเรามีโปรโมชั่นส่งฟรี 5km. ของทุกออเดอร์ ไม่มีขั้นต่ำ! (เลือกกี่เมนูจากกี่ร้านก็ได้น้าา😚)

ทุกๆการสั่งซื้อในแต่ละครั้ง คุณจะสามารถติดตามผลปริมาณคาร์บอนฟุตปริ้นที่ลดลงในแบบฉบับของตนเองได้ตามจำนวนมื้ออาหารที่คุณได้ช่วยเหลือไว้ 🌎

สั่งอาหารได้เลยวันนี้! www.foodmatterth.com

แพลตฟอร์ม ที่น่าสนับสนุน... จากน้องๆ คณะคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาคออกแบบนิเทศศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย #SurplusFood #nofoodwaste #foodlost

FoodMatter คุณภาพเท่าเดิม ราคาสบายกระเป๋าแถมยังช่วยโลกได้อีก

04/04/2022

ช่วงนี้มีกระแสเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียงที่บดบังมุมมอง สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ทาง จนต้องเอาไปเปรียบเทียบกับป้ายหาเสียงของต่างประเทศที่แตกต่างจากบ้านเรามาก นอกจากเรื่องความเรียบร้อย เราขอจุดประเด็นเรื่องการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยอีกเรื่อง
.
พอเห็นของต่างประเทศที่เค้าคำนึงถึงเรื่องนี้แล้วกลับมาดูที่บ้านเราก็ได้แต่ถอนใจ ทำไมมันมากมายนัก บางที่จุดเดียวกันมีเหมือนกันสองป้าย เยอะเหลือเกิน เยอะไปไหน

แต่รู้หรือไม่! ยิ่งพรรคไหนมีป้ายมากเท่าไหร่​ เมื่อจบงานพรรคนั้นจะกลายเป็นผู้สร้าง​ "ขยะ"​ มากขึ้นเท่านั้น เชื่อว่าหลายๆท่านที่ได้อ่านโพสต์นี้ คงจะต้องมีสักแว้บที่ตั้งคำถามในใจว่า เมื่อการเลือกตั้งจบลง ป้ายเหล่านั้นจะไปที่ไหนต่อ
.
ป้ายหาเสียงที่เห็น ๆ กัน ส่วนใหญ่เป็น “ป้ายไวนิล” ทำมาจากโพลิเมอร์ชนิด Polyvinyl Chloride (PVC) โดยในกระบวนการผลิตนั้นจะเกิดสารเคมีที่ชื่อว่า “ไดออกซิน” เป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็ง ซ้ำยังต้องเติมสารอื่นๆ เช่น ตะกั่ว เพื่อช่วยในการขึ้นรูป หรือ Phthalates เพื่อช่วยชะลอการเผาไหม้ หลังจากผลิต ใช้งานจบแล้ว… หลัจากนั้นใครเป็นผู้นำไปกำจัด กำจัดอย่างไรถูกวิธีหรือไม่ หรือมันอาจจะถูกทิ้งอยู่ที่ไหนสักแห่งและกลายเป็นขยะที่อยู่กับโลกไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
.
สรุปคือเราเองก็ยังไม่รู้ ว่ามันจะไปอยู่ที่ตรงไหน (แฮร่!) แต่ที่เขียนโพสต์นี้ เพราะอยากเรียนขอร้องให้ทีมผู้ลงสมัครเลือกตั้งทุกคน ทุกพรรค ทุกการเลือกตั้งหลังจากนี้ โปรดนำเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไปเป็นหนึ่งในหัวข้อพิจารณา หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้วย อาจจะปรับเปลี่ยนวิธีการหาเสียงให้ออกมาในรูปแบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น(อันนี้อาจต้องดูในเรื่องข้อกฏหมาย) ใช้บริการป้ายโฆษณา LED หรือหนทางอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่านี้ อย่างตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่น คือมีป้ายหาเสียงของส่วนกลาง ที่สามารถใช้ซ้ำได้ในหลายๆการเลือกตั้ง ทั้งยังไม่บดบังทัศนวิสัยในการสัญจรไปมาบนท้องถนนอีกด้วย
.
(ขออีกนิด…)ไม่ว่านโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละพรรคจะสวยงามขนาดไหน แต่ถ้าช่วงหาเสียงยังสร้างขยะกันมากมายขนาดนี้ ก็ไม่แน่ใจว่านโยบายเรื่องอื่นๆ จะเกิดขึ้นได้จริงหรือเป็นเพียงแค่ภาพในจินตนาการ ไม่ได้ปรับใช้จริง
.
(และอีกนิด…) เคยเห็นมีเอาป้ายหาเสียงมา Upcycle เป็นของใช้ แต่แอดขอรับประกันว่าถ้าเป็นป้ายหาเสียงที่ใช้แล้วจริงๆ ทั้งวัสดุ ประกอบกับสภาพหลังจากการผ่านแดด ผ่านฝุ่น ทำให้มันไม่ทนทานพอ ไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในลักษณะนี้เลยแม้แต่น้อย

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเรื่องอะไร การลดใช้ ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นเรื่องแรก
.
ที่มา : การหาเสียงฉบับโมเดลญี่ปุ่น
https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=36031

Photos from Social Marketing Thaihealth by สสส.'s post 02/04/2022

❤️❤️❤️ เลิฟมากโพสต์นี้ ❤️❤️❤️

ไม่ติดเครื่องในขณะที่จอดรออยู่เฉยๆ
แยกขยะ
ทำปุ๋ยหมัก
ใช้รถสาธารณะ

ทำเหอะ

Photos from CHULA Zero Waste's post 24/03/2022

แก้วกระดาษ “ย่อยสลายได้” จริงหรือ? EP.3

วันนี้ก็ครบรอบ 6 อาทิตย์ พอดีที่พวกเราทดลองฝัง “แก้วกระดาษทั่วไป” และ “Zero Waste Cup” ลงในดินเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการย่อยสลาย ป่านนี้มันคงกลายเป็นปุ๋ยไปหมดแล้ว
จึงอยากจะเอาภาพและผลของเมื่อ 2 อาทิยที่แล้วมาให้ดูกันจะๆไปเลย (ถ้านับจากวันที่เอาลงไปฝังก็ 1 เดือนพอดีล่ะ)

อย่างที่เห็น “Zero Waste Cup” นั้นถูกย่อยจนไม่มีเค้ารูปร่างเดิมเหลือแล้ว ในขณะที่แก้วกระดาษทั่วไปนั้นยังคงรูปร่างเดิมได้มากกว่า การทดลองนี้จึงแสดงให้เห็นว่า Zero Waste Cup ของเรานั้นสามารถย่อยสลายได้แบบ “ Home compost” จริงๆ

จากความเดิมตอนที่แล้ว เราได้ขอร้องให้ทุกท่านที่ใช้ “Zero Waste Cup” นำแก้วมาทิ้งในถังที่เราทำไว้รองรับโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกต่อการนำไปจัดการต่อ โดยสำนักบริหารระบบกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีระบบลำเลียง “Zero Waste Cup” ที่ใช้แล้ว นำไปหมักเป็นปุ๋ย ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดสระบุรี และเมื่อหมักได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ก็จะนำปุ๋ยที่หมักได้นั้นมาใช้เพื่อบำรุงต้นไม้ในมหาวิทยาลัยต่อไป

ตลอดระยะเวลา 1 เดือน นอกจากเรื่องการเปลี่ยนแปลงของ “Zero Waste Cup” ที่ถูกย่อยนั้นเรายังอยากให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงจุดประสงค์ในการนำแก้วนี้มาทดแทนการใช้แก้วพลาสติกในโรงอาหาร ซึ่งแท้จริงแล้วเพื่อให้กลไกลทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาช่วยทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาพกแก้วที่ล้างใช้ซ้ำได้แทนการต้องจ่ายค่าแก้วนี้

แม้เราจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถกำจัดขยะได้ แต่ทางที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นการที่ทุกคนช่วยกัน “ลด” ใช้วัสดุแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และ “เปลี่ยน” มาใช้วัสดุใช้ซ้ำกันดีกว่าค่ะ

Photos from Conscious Planet Thai's post 23/03/2022

อ่านโพสต์นี้ ราวกับอ่านบทกวี~

สิ่งมีชีวิตบนโลกสัมพันธ์กับดินอย่างไร
ดินดี ดินเสื่อมมีผลแค่ไหนกับมนุษย์อย่างเราๆ
เสื่อมแล้วฟื้นฟูได้ไหม

คำถามตั้งมากมาย ไปหาคำตอบที่ https://consciousplanet.org/

21/03/2022

จากหนังสือของ บิล เกตส์ บอกไว้ว่า "You’d need some where around 50 acres' worth of threes, planted in tropical areas to absorb the emissions produced by average American in her lifetime (How to avoid a Climate Disaster, page 129)" ต้องใช้พื้นที่ราว ๆ 126.5 ไร่ (น่าจะเทียบเป็นหน่วยที่คนไทยคุ้นกว่า) เพื่อดูดซับคาร์บอนที่ก่อมาจากคนอเมริกันคนหนึ่ง แล้วในนั้นยังขยายความต่อว่า ถ้าจะต้องเดูดซับคาร์บอนที่ก่อมาจากคนอเมริกันทั้งประเทศก็ใช้พื้นที่เกือบครึ่งโลก!!!

ตัวเลขพวกนี้นี่มาจากข้อมูลต่าง ๆ เช่น ต้นไม้แต่ละต้นสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 4 ตันในช่วงอายุขัย 40 ปี พื้นที่การแผ้วถางเพื่อที่ดินทางการเกษตร ถ้าเราบริหารจัดการหาพื้นที่ปลูกป่าใหม่ ๆ อย่างไม่เหมาะสม การปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับเขตอากาศ เป็นต้น เป็นต้น

ตัวเลขที่เราเอามาให้ดูวันนี้ ตั้งใจให้เห็นว่า ป่าไม้ที่เหลืออยู่บนโลกสำคัญขนาดไหน จะปลูกเพิ่มก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาทัน มนุษย์เราเองต้องเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นในชีวิตตัวเองด้วย เพื่อลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก ที่จะทำให้โลกร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ลดการกินเนื้อสัตว์ ลดการเดินทางด้วยรถส่วนตัว เปิดเครื่องปรับอากาศแบบไม่จำเป็น ติดเครื่องยนต์ไว้ขณะจอดรอเพื่อน ครอบครัว เจ้านาย ฯลฯ ทำธุระ อีกหลายอย่างเลยที่พอเยียวยาไม่ให้โลกมันรวนไปมากกว่านี้ เง้ออออ

18/03/2022

วันนี้วัน Global Recycling Day ล่ะ

ขอเสนอภาพฝันที่ทุกคนสามาถลดและแยกขยะเป็น ทำจนเป็นนิสัย เป็นวินัย ภาครัฐมีมาตรการ มีกฏหมาย มีระบบการจัดการที่เอื้อให้ทรัพยากรได้วนกลับมาผลิตใหม่ กลับมาใช้ใหม่ได้เสมอ จริงๆ

เรารีไซเคิลอะไรหลายอย่างได้แต่เราโลกรีไซเคิลไม่ได้

16/03/2022

วันนี้แล้ววววววววววววววววว!
เจอกัน :)
.
****ไม่รับบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทั้งพลาสติกและกระดาษ 
(เช่น ขวดน้ำดื่ม PET, Zero Waste Cup, แก้วพลาสติกชนิดบาง พวกนี้ไม่รับ)****
.
#Reduce
#Reuse
#YourCupWeTreat

#BYO

#SayNotoSingleUsePlastic
#contactless
#SalutetheReusers
#ChulaZeroWaste

Your cup, we treat เดือนมีนาคม
เจอกันที่ลานหน้าหอกลางงงงงงงงงง
.
สัปดาห์หน้าจะเข้าช่วงสอบกลางภาคของนิสิตกันแล้ว
ใครที่มาอ่านหนังสือที่หอกลางอย่างเป็นประจำ
อย่าลืมพกกระติก/แก้วน้ำติดตัวมา
เพื่อกดน้ำเปล่าดื่มจากตู้กดน้ำระหว่างวัน
.
ส่วนวันพุธที่ 9 และ 16 ตอน 15:30
ก็ออกมาตรงลานมหาโพธิ์หน้าหอกลาง (แถวๆ บูธ 7-11)
พักสูดอากาศ รับลม รับแดด ยืดร่างกาย
+ หยิบกระติกลงมาด้วยเพื่อรับโกโก้ หรือ ชาเย็นฟรีไปกินเสริมพลัง
.
อย่าลืมนะ
มีแค่ 200 แก้วเท่านั้น
.
เจอกัน 2 สัปดาห์ติด
วันพุธที่ 9 และ 16 มีนาคม 65
เวลา 15:30 จนกว่าเครื่องดื่มจะหมด
____________________________________________
.
Note ไว้ในปฏิทินแล้วแชร์ให้เพื่อนๆ รู้กันด้วยน้าาาา
#YourCupWeTreat #Resuce #Reuse #BYOB #SalutetheReusers

14/03/2022

สงครามกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดกันและกัน ไร้วันสิ้นสุด ตอนที่ 2
.
จากสัปดาห์ที่แล้ว เราได้นำเสนอผลกระทบในแง่ลบจากสงครามต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมไปแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเพราะมีสงครามก่อนแล้วทำเรื่องอื่นพังเพียงด้านเดียว มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นอีกด้านว่า “ปัญหาความแปรปรวนของสภาพอากาศ กระตุ้นความขัดแย้งได้”
.
มีงานวิจัย (ในปี 2015) พบว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเพิ่มความเสี่ยงการเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ โดยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความขัดแย้งระหว่างบุคคลได้ 2.4% และเพิ่มได้มากถึง 11.3% ในระหว่างกลุ่มคน
.
ส่วนในปี 2019 นักวิจัยพบว่า โลกร้อนที่รุนแรงขึ้นช่วยเพิ่มความเสี่ยงการเกิดความขัดแย้งด้วยอาวุธได้ หากอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกไม่ลดลง ความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งที่ถูกกระตุ้นโดยสภาพอากาศก็จะเพิ่มขึ้นได้ถึง 5 เท่า
.
ความพัวพันนีเเกิดขึ้นได้อย่างไร
สภาพอากาศที่แปรปรวน อุณหภูมิผิดปกติ ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้เกิดความแห้งแล้งผลผลิตทางการเกษตรลดลง ในขณะเดียวกันบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมเพราะมีฝนตกมากเกินไปผลผลิตเสียหาย ก่อปัญหาความยากจน การจัดการ หรือเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่มีประสิทธิภาพก็ส่งผลให้เกิดการแย่งชิง ลามไปเป็นความขัดแย้ง หนักขึ้นไปจนเกิดสงคราม เมื่อเกิดสงครามก็จะมีการใช้อาวุธ เกิดการย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ ส่งผลต่อทรัพยากรในพื้นที่แห่งใหม่ วนไปอย่างนี้ไม่รู้จบ
.
อย่างไรก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งเริ่มต้นมาจากสาเหตุที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม… แต่จะมีจุดจบที่ดีขึ้นกับทุกสรรพสิ่งเหมือนกันหากทุกฝ่ายต่างหยุดและเลิกความรุนแรงในการปะทะ

ที่มา
https://insideclimatenews.org/news/13062019/climate-change-global-security-violent-conflict-risk-study-military-threat-multiplier/
https://www.treehugger.com/the-effects-of-war-on-environment-1708787
https://watson.brown.edu/costsofwar/costs/social/environment
https://core.ac.uk/download/pdf/224783893.pdf
https://workpointtoday.com/climate-war-migrant/
https://www.usnews.com/news/best-countries/articles/2021-10-29/how-climate-change-may-increase-global-conflicts
https://www.theigc.org/blog/does-climate-change-cause-conflict/

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เมื่อนิสิตสายวิทย์มาทำคลิปแยกขยะมันก็จะออกมาน่ารักประมาณนี้...
เสวนาออนไลน์ “จับตา COP26 กับบทบาทของไทยสู่ Net zero”
Marine Heat Wave พุ่งเข้ามาส่งผลกระทบถึงเรา
นโยบายยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของไทยสู่ Net Zero
ความสำคัญของรายงานIPCC ต่อการร่างนโยบายระดับโลกนั้นเป็นอย่างไร
หลังจากนี้อะไรที่ควร/ไม่ควรทำ
จะเป็นมนุษย์ที่ไม่ปล่อยคาร์บอนได้ยังไง
ทำไมประเทศไทยถึงตั้ง Net Zero ที่ปี 2065-2070?
โลกร้อนแล้วมันเกี่ยวกับเรื่องปากท้องยังไง
ทำไมความเสี่ยงโลกร้อนถึงเป็นความเสี่ยงทางการเงิน
ความเสี่ยงโลกร้อนที่ว่าหมายถึงอะไร?

เว็บไซต์

ที่อยู่


พญาไท
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

Environmental Conservation อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
Love Wildlife Love Wildlife
77 Nakornsawan Rd. Wat Sommanat, Pomprap Sattruphai
Bangkok, 10100

Love Wildlife is a Thai non-profit organization dedicated to protecting southeast Asian wildlife through outreach and education. Thank you for the support!

SDplanNet-Asia & Pacific SDplanNet-Asia & Pacific
IGES Regional Centre, 604, SG Tower, 6th Floor, 161/1 Soi Mahadlek Luang 3, Rajdamri Rd, Patumwan
Bangkok, 10330

Network for Integrated Planning and Sustainable Development Strategies in Asia&Pacific

Thailand Business and Biodiversity Network Alliance: B-DNA Thailand Business and Biodiversity Network Alliance: B-DNA
Bangkok, 10110

The Thailand Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) is the country’s first and only national Business and Biodiversity platform.

ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่ ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่
มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ซอยพหลโยธิน 52 ถนนพหลโยธิน
Bangkok, 10220

ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพจของคนรักษ์โลกรักษ์เพื่อนร่วมโลก

FREC Bangkok FREC Bangkok
77 Nakornsawan Rd. Wat Sommanat
Bangkok, 10100

Designed to be a shared space for the neighborhood to enjoy, Ford Resource and Engagement Center (FREC) Bangkok is home to eight non-governmental organizations that run programs focused on food , environmental conservation, art and technology.

Anurak Chula Youth Camp Anurak Chula Youth Camp
Chulalongkorn University
Bangkok, 10330

เพราะเราเชื่อว่าเยาวชนเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ACE - Action for Climate Empowerment Thailand ACE - Action for Climate Empowerment Thailand
Action For Climate Empowerment Thailand, National Focal Point, 49 Rama 6 Soi 30, Phayathai
Bangkok, 10400

Action for Climate Empowerment Thailand National Focal Point under UNFCCC

ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม แห่ ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม แห่
ชั้น 3 อาคารจุลจักรพงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Bangkok, 10330

ชีวิตสัมพันธ์ มีคน มีต้นไม้ มีสัตว์ป่า อนุรักษ์ คือ หน้าที่ของทุกคน :)

มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห
357/16 ซอยนวมินทร์ 111, แขวงนวมินทร์, เขตบึงกุ่ม
Bangkok, 10230

28 ปีแห่งการร่วมช่วยชีวิตสัตว์ป่า สัตว์ทะเลและผืนป่าไทย 28 years of rescuing Thai wild animals

Blue Carbon Society Blue Carbon Society
สุขุมวิท 50 แยกสวัสดี 4
Bangkok, 10260

Friends of BCS work hand in hand to conserve and restore natural habitats such as mangroves, seagrass meadows, and salt marshes in order to grow ‘forests in the sea’ that provide a global ‘carbon sink’.

SLP Environmental SLP Environmental
10/109 Floor 8, Trendy Office Building, Sukhumvit Soi 13, Wattana, Klong Toei Nua
Bangkok, 10110

SLP Environmental is an award winning ASEAN Environmental Consultancy providing Environmental, Health & Safety Management & Assessment Services across Asia

World Green International World Green International
Bangkok, 10310

World Green International is committed in Green Finance, Green Technology & Environment consultancy company on climate change. E: [email protected]