ทนายแค้งจัดให้ ทนายน็อตจัดเ

ทนายแค้งจัดให้ ทนายน็อตจัดเ

ตำแหน่งใกล้เคียง การปฏิบัติตามกฎหมาย

รับถ่ายภาพ Michaleen photography
รับถ่ายภาพ Michaleen photography
12021
Lawyer Idea
Lawyer Idea
10150
กองการสื่อสาร กรมการปกครอง
กองการสื่อสาร กรมการปกครอง
กองการสื่อสาร กรมการปกครอง อาคารกรมการปกครอง ชั้น 6 ถนนอัษฎางค์ เขตพระน
กองกลาง สำนักงานเลขานุการสำ
กองกลาง สำนักงานเลขานุการสำ
ในศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
LAW 2 You ปรึกษากฎหมายฟรี
LAW 2 You ปรึกษากฎหมายฟรี
16-18 ถนนบุญศิริ แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
TU Pandemic Legal Aid Centre
TU Pandemic Legal Aid Centre
10200
ArchanWell's Law  School
ArchanWell's Law School
2, Prachan Road,
ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสต
ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสต
Thammasat University
Thammasat International LL.B.
Thammasat International LL.B.
Office of International Programs, Faculty of Law, Thammasat University, 2, Phra Chan Road, Phra Nakhon
ครอบครัวกฎหมาย by spla law
ครอบครัวกฎหมาย by spla law
89/144 ซ.ราชพฤกษ์ 6 แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ
Center of Excellence for Public Policy and Good Governance
Center of Excellence for Public Policy and Good Governance
Room no. 207, 2nd Floor, Faculty of Law, Thammasat University 2 Prachan Road Bangkok 10200, Thailand
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
ถนน ราชินี
ป้าแป๊ดอาหารตามสั่ง วังหลัง
ป้าแป๊ดอาหารตามสั่ง วังหลัง
วังหลังซอย 1 กรุงเทพมหานคร
NAT TOUR & Travel
NAT TOUR & Travel
141-143 [email protected], Jakkapong Rd., Opposite TANG HUA SENG shopping center
บริษัท แอปโซลูท เวิลด์วายด์
บริษัท แอปโซลูท เวิลด์วายด์
ถนนกรุงเท

ความคิดเห็น

ปรึกษาขอกฏหมายได้ไหมค๊ะ
ข้อต่อสู้เรื่องคดีขาดอายุความ สำคัญไฉน ต้องบรรยายในคำให้การจำเลย อย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4021/2551

ข้อต่อสู้เรื่องคดีขาดอายุความ ต้องระบุในคำให้การจำเลยว่า เริ่มนับตั้งแต่วันใด นับถึงวันฟ้องแล้วคดีขาดอายุความไปแล้วเมื่อใด หากไม่ระบุก็ถือว่าไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ คือถือว่าคดีไม่ขาดอายุความ โจทก์มีอำนาจฟ้อง

คัดลอกมาบอกเล่าโดย นายพิมพ์พล แค้ง แสงเมือง ทนายความ โทร.0898313520

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง, 249 วรรคหนึ่ง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177
(วรรคหนึ่ง) เมื่อได้ส่งหมายเรียกและคำฟ้องให้จำเลยแล้ว ให้จำเลยทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวัน
(วรรคสอง) ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น
ฯลฯ

เน้นคำว่า “รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น”

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง
กำหนดให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธนั้นด้วย
ดังนั้น นอกจากจำเลยจะต้องให้การโดยชัดแจ้งว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว จำต้องให้การแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความให้ปรากฏด้วย
เมื่อจำเลยให้การเพียงว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วเนื่องจากจำเลยไม่เคยนำเงินต้นและดอกเบี้ยมาชำระให้แก่โจทก์
โดยมิได้กล่าวถึงเหตุแห่งการขาดอายุความให้ปรากฏว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ เมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้อง คดีขาดอายุความไปแล้ว
เป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ และถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4
ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 249 ให้ศาลฎีกาพิจารณาอนุญาตให้ฎีกาตามมาตรา 247 ได้ เมื่อเห็นว่าปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย
ปัญหาสำคัญตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงกรณีดังต่อไปนี้
(1) ปัญหาที่เกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(2) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญขัดกันหรือขัดกับแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา
(3) คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งยังไม่มีแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกามาก่อน
(4) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ขัดกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดของศาลอื่น
(5) เพื่อเป็นการพัฒนาการตีความกฎหมาย
(6) ปัญหาสำคัญอื่นตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา
ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตามวรรคสอง (6) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ในกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น

อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้บุคคลใช้สิทธิดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น สิทธิร้องทุกข์ สิทธิฟ้องร้องดำเนินคดี เป็นต้น ตัวอย่างคดีแพ่ง อายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดีในมูลละเมิดคือ ผู้เสียหายต้องฟ้องคดีแพ่งภายในกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือ ภายในกำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด ตัวอย่างคดีอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจะต้องแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจภายในกำหนดอายุความ 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด หากผู้เสียหายไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดดังกล่าว ผู้เสียหายย่อมหมดสิทธิที่จะดำเนินการดังกล่าวและจะยกขึ้นอ้างเพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการอีกไม่ได้ เช่นนี้เรียกว่า “ขาดอายุความ” อย่างไรก็ตาม ในคดีแพ่งแม้สิทธิเรียกร้องขาดอายุความตามกฎหมายแล้ว แต่สิทธินั้นยังคงอยู่ กล่าวคือ หากลูกหนี้ชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิรับชำระได้

ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายฟรี คดีแพ่งและอาญาทั่วไป คดีภาษีอากร คดีแรงงาน

เปิดเหมือนปกติ

[10/12/21]   ไม่นำสืบให้ศาลเห็นก็แพ้คดดี
ครอบครองปรปักษ์แพ้จำนอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 บัญญัติว่า บุคคลใดครอบครองอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน) ของผู้อื่นไว้โดยสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ท่านว่า บุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ (เรียกว่าได้กรรมสิทธิ์ดยการครอบครองปรปักษ์) มาตรา 1299 วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว มาตรา 149 บัญญัติว่า นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ
“การครอบครองปรปักษ์” ไม่ใช่ “นิติกรรม” เพราะเจ้าของที่ดินไม่ได้สมัครใจด้วย ดังนั้น หากผู้ “การครอบครองปรปักษ์” ไม่รีบยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนได้เป็นเจ้าของที่ดินหรือได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่นโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วและไม่รีบนำคำสั่งศาลไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินใส่ชื่อผู้ครอบครองปรปักษ์ตนเป็นเจ้าของที่ดินในโฉนดที่ดินซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ใช้คำว่า “ยังมิได้จดทะเบียน” ก็จะแพ้บุคคลอื่นซึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินใส่ชื่อเขาเป็นเจ้าของที่ดินในโฉนดที่ดินโดยสุจริตแล้วหรือกฎหมายเรียกว่า “ได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว” เนื่องจากเขาได้ที่ดินนี้มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตนั่นเอง
คัดลอกมาบอกเล่า โดย นายพิมพ์พล แค้ง แสงเมือง ทนายความ โทร. 089 831 3520
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6445/2562
1 จำเลยที่ 4 ได้รับการยกให้จากบิดา จากนั้นเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทและแบ่งปันที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตร
2 ผู้ร้องเข้าครอบครองทำประโยชน์ต่อมาด้วยความสงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ก่อนโจทก์ยึดที่ดินพิพาท
3 เป็นการอ้างว่าผู้ร้องได้ที่ดินพิพาทมาโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 อันเป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม
4 แต่เมื่อสิทธิของผู้ร้องยังมิได้จดทะเบียน (ยังไม่ได้ใส่ชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของในโฉนดที่ดิน) ผู้ร้องย่อมต้องถูกห้ามมิให้ยกการได้กรรมสิทธิ์ของตนขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกซึ่งก็คือโจทก์ผู้ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง
5 ผู้ร้องไม่ได้นำสืบว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกรับจำนองไว้โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือไม่สุจริตแต่ประการใด
6 จึงต้องฟังว่าโจทก์รับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ย่อมอยู่ในฐานะบุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง
7 ผู้ร้องไม่อาจอ้างการได้มาซึ่งการครอบครองปรปักษ์ขึ้นยันกับโจทก์ได้ และผู้ร้องไม่มีสิทธิขอโจทก์ให้ปล่อยที่ดินพิพาท

[10/12/21]   ครอบครองปรปักษ์แพ้จำนอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 บัญญัติว่า บุคคลใดครอบครองอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน) ของผู้อื่นไว้โดยสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ท่านว่า บุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ (เรียกว่าได้กรรมสิทธิ์ดยการครอบครองปรปักษ์) มาตรา 1299 วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว มาตรา 149 บัญญัติว่า นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ
“การครอบครองปรปักษ์” ไม่ใช่ “นิติกรรม” เพราะเจ้าของที่ดินไม่ได้สมัครใจด้วย ดังนั้น หากผู้ “การครอบครองปรปักษ์” ไม่รีบยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนได้เป็นเจ้าของที่ดินหรือได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่นโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วและไม่รีบนำคำสั่งศาลไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินใส่ชื่อผู้ครอบครองปรปักษ์ตนเป็นเจ้าของที่ดินในโฉนดที่ดินซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ใช้คำว่า “ยังมิได้จดทะเบียน” ก็จะแพ้บุคคลอื่นซึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินใส่ชื่อเขาเป็นเจ้าของที่ดินในโฉนดที่ดินโดยสุจริตแล้วหรือกฎหมายเรียกว่า “ได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว” เนื่องจากเขาได้ที่ดินนี้มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตนั่นเอง
คัดลอกมาบอกเล่า โดย นายพิมพ์พล แค้ง แสงเมือง ทนายความ โทร. 089 831 3520
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6445/2562
1 จำเลยที่ 4 ได้รับการยกให้จากบิดา จากนั้นเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทและแบ่งปันที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตร
2 ผู้ร้องเข้าครอบครองทำประโยชน์ต่อมาด้วยความสงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ก่อนโจทก์ยึดที่ดินพิพาท
3 เป็นการอ้างว่าผู้ร้องได้ที่ดินพิพาทมาโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 อันเป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม
4 แต่เมื่อสิทธิของผู้ร้องยังมิได้จดทะเบียน (ยังไม่ได้ใส่ชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของในโฉนดที่ดิน) ผู้ร้องย่อมต้องถูกห้ามมิให้ยกการได้กรรมสิทธิ์ของตนขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกซึ่งก็คือโจทก์ผู้ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง
5 ผู้ร้องไม่ได้นำสืบว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกรับจำนองไว้โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือไม่สุจริตแต่ประการใด
6 จึงต้องฟังว่าโจทก์รับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ย่อมอยู่ในฐานะบุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง
7 ผู้ร้องไม่อาจอ้างการได้มาซึ่งการครอบครองปรปักษ์ขึ้นยันกับโจทก์ได้ และผู้ร้องไม่มีสิทธิขอโจทก์ให้ปล่อยที่ดินพิพาท

ศาลยุติธรรม - Court of Justice 09/10/2021

ศาลยุติธรรม - Court of Justice

ชนท้าย
แกล้งขับรถยนต์เพื่อให้รถยนต์คันอื่นมาชนท้ายรถยนต์ของตนเองแล้วข่มขู่เรียกเงิน เป็นความอาญาหรือไม่ ฐานใด
การแกล้งให้รถยนต์คันอื่นชนท้ายรถยนต์ของตน รถยนต์คันอื่นย่อมได้รับความเสียหายด้วย จึงเป็นความผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์
การข่มขู่เรียกเงิน หากไม่ใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ก็ไม่เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์
ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 683/2562
คัดลอกมาบอกเล่า โดย นายพิมพ์พล แค้ง แสงเมือง ทนายความ โทร.0898313520
1 นายแดงกำลังขับรถยนต์อยู่ที่เลนซ้ายของถนน 4 เลน มีรถยนต์ของนายดำขับแซงมาแล้วเปลี่ยนไปขับในเลนซ้ายที่นายแดงกำลังขับอยู่
2 เมื่อนายดำขับนำหน้านายแดงแล้วนายดำจึงชะลอความเร็วรถยนต์ของตน
3 นายแดงจึงเร่งเครื่องไปขับในเลนขวาเพื่อจะแซงหน้าไป
4 นายดำเร่งเครื่องไม่ให้นายแดงแซง แต่เมื่อขับไปสักระยะนายแดงก็เร่งเครื่องแซงรถยนต์ของนายดำได้
5 นายดำเห็นนายแดงขับแซงไปอยู่หน้ารถตนจึงรีบเร่งเครื่องแซงอีกครั้ง เมื่อแซงได้ก็แกล้งขับนำหน้ารถยนต์ของนายแดงอีก
6 ทันใดนั้นนายดำก็ผ่อนคันเร่งรถยนต์ของตนจนทำให้รถยนต์ของนายแดงไป “โดน” กันชนหลังของรถยนต์นายดำ
7 นายแดงรีบขับแซงไปอีกครั้ง แต่ไม่นานนายดำก็ขับรถไปตีคู่กับรถยนต์ของนายแดง โดยมีรถยนต์ของนายขาวซึ่งเป็นเพื่อนนายดำขับไปกีดขวางด้านหน้ารถยนต์ของนายแดง
8 นายดำเปิดกระจกบอกให้นายแดงหยุดรถมาคุยกัน เพราะรถยนต์ของนายแดงไป “โดน” กันชนท้ายรถยนต์ของนายดำ
9 นายแดงจึงยอมหยุดรถ โดยนายขาวก็หยุดรถลงมาหาด้วย
10 ทั้งนายดำและนายขาวบอกให้นายแดงจ่ายเงินให้ 5,000 บาท นายแดงกลัวจะเกิดเหตุ แต่ไม่มีเงินพอจึงขอต่อรองแล้วจ่ายให้นายดำไป 3,000 บาท
11 หลังเกิดเหตุนายแดงจึงรีบไปแจ้งความตำรวจ
12 จากการสอบสวนได้ความว่านายดำเคยมีพฤติกรรมทำนองนี้กับผู้เสียหายคนอื่นอีกหลายราย
13 พนักงานอัยการฟ้องนายดำและนายขาวให้รับผิดในฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์
14 หากเป็นเรื่องของอุบัติเหตุจริง ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หากมีการเจรจาต่อรองเรื่องค่าเสียหายกัน แม้นายดำกับนายขาวข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีกับนายแดง นายดำกับนายขาวก็ไม่มีความผิดใดๆ
15 แต่ตามพฤติการณ์ของนายดำกับนายขาวมีลักษณะวางแผนให้เกิดเหตุ ไม่ใช่อุบัติเหตุ
16 รถยนต์ของนายแดงเกิดความเสียหายจากการที่นายนายดำกระทำโดยเจตนารถยนต์ของนายแดงไป “โดน” กันชนท้ายรถยนต์ของนายดำ
17 ผู้เสียหายในกรณีนี้จึงเป็นนายแดง ไม่ใช่นายดำ
18 นายดำจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
19 การที่นายดำกับนายขาวข่มขู่เอาเงินจากนายแดงหากไม่ยอมให้ก็จะดำเนินคดีไม่ถือเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น การกระทำของนายดำกับนายขาวจึงไม่เป็นความผิดฐานกรรโชก
ที่มา สื่อศาล เพจที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารของศาลยุติธรรมไปยังบุคลากรภายในองค์กรและสังคม
http://www.coj.go.th/
[email protected]
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 337 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย
(๑) ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัสหรือขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ
(๒) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึง หนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
มาตรา 358 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ศาลยุติธรรม - Court of Justice ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล   เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

“นิทานวาดหวัง ผลงานใหม่ 3 นิ้ว ฝันไปไกลกว่าอดีต” | MEET THE STATES TIMES EP.25 03/10/2021

“นิทานวาดหวัง ผลงานใหม่ 3 นิ้ว ฝันไปไกลกว่าอดีต” | MEET THE STATES TIMES EP.25

https://www.youtube.com/watch?v=SQVSJQwvjD0

“นิทานวาดหวัง ผลงานใหม่ 3 นิ้ว ฝันไปไกลกว่าอดีต” | MEET THE STATES TIMES EP.25 📌 👄 รายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน.EP.25 “นิทานวาดหวัง ผลงานใหม่ 3 นิ้ว ฝันไปไกลกว่าอดีต”​​​!!.ในรายการ MEET THE STATES TIMES.ดำเน....

28/09/2021

เป็นจำเลยต้องสู้ทุกประเด็น
.......... ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผมเป็นทนายจำเลย ทำคำให้การสู้คดีทุกประเด็น กระทั่งโจทก์จนใจยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยผ่อนชำระหนี้เดือนละ 3,000 บาท ไปจนกว่าจะหมดหนี้ เป็นเวลา 4 ปี.....
คำให้การจำเลยในการต่อสู้คดีจึงสำคัญมาก และหากจำเลยไม่ทำคำให้การปฏิเสธสู้คดีประเด็นหนึ่งประเด็นใดหรือทุกประเด็นในคำฟ้อง กฎหมายบัญญัติให้ถือว่าจำเลยยอมแพ้ในประเด็นตามคำฟ้องที่จำเลยไม่ได้ปฏิเสธนั้นเพราะกฎหมายบัญญัติให้ถือว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นความจริง จำเลยก็ต้องแพ้คดีในประเด็นเหล่านั้นไป
คัดลอกมาบอกเล่า โดย นายพิมพ์พล แค้ง แสงเมือง ทนายความ โทร.0898313520
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5112/2560
1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง บัญญัติว่า "ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น" แต่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำคำให้การปฏิเสธไว้
2 กฎหมายบัญญัติว่าคู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงใดๆมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าสิ่งที่ตนกล่าวอ้างนั้นเป็นความจริง
3 คดีนี้โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างในคำฟ้องว่าขณะเกิดเหตุละเมิดต่อโจทก์นั้นจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามฟ้อง ซึ่งภาระการพิสูจน์ให้ศาลเชื่อดังกล่าวเป็นหน้าที่ของโจทก์
4 ถึงแม้โจทก์ก็ไม่ได้ทำการพิสูจน์ให้ศาลเชื่อตามที่กล่าวไว้ในข้อ 3 ก็ตาม แต่เมื่อตามคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การปฏิเสธในข้อที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำในทางการที่จำเลยที่ 2 จึงให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันรับผิดในความเสียหายตามที่ฟ้อง
5 จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโจทก์ตามฟ้อง ซึ่งเป็นการรับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างนั้นแล้วและจากผลของการไม่ปฏิเสธไว้ในคำให้การดังกล่าวทำให้ไม่เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ศาลจะต้องให้นำสืบพิสูจน์กันในชั้นพิจารณาคดีอีกต่อไป
6 โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ถือว่าคู่ความรับกันแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (3)
7 จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จึงต้องแพ้คดีในประเด็นดังกล่าวนี้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 84 (3), 177 วรรคสอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 420, 425
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 84 การวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในคดีใดจะต้องกระทำโดยอาศัยพยานหลักฐานในสำนวนคดีนั้น เว้นแต่
(1) ข้อเท็จจริงซึ่งรู้กันอยู่ทั่วไป
(2) ข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้ หรือ
(3) ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันแล้วในศาล
มาตรา 177 (วรรคสอง) ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลย ยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 425 นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

เป็นจำเลยต้องสู้ทุกประเด็น
.......... ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผมเป็นทนายจำเลย ทำคำให้การสู้คดีทุกประเด็น กระทั่งโจทก์จนใจยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยผ่อนชำระหนี้เดือนละ 3,000 บาท ไปจนกว่าจะหมดหนี้ เป็นเวลา 4 ปี.....
คำให้การจำเลยในการต่อสู้คดีจึงสำคัญมาก และหากจำเลยไม่ทำคำให้การปฏิเสธสู้คดีประเด็นหนึ่งประเด็นใดหรือทุกประเด็นในคำฟ้อง กฎหมายบัญญัติให้ถือว่าจำเลยยอมแพ้ในประเด็นตามคำฟ้องที่จำเลยไม่ได้ปฏิเสธนั้นเพราะกฎหมายบัญญัติให้ถือว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นความจริง จำเลยก็ต้องแพ้คดีในประเด็นเหล่านั้นไป
คัดลอกมาบอกเล่า โดย นายพิมพ์พล แค้ง แสงเมือง ทนายความ โทร.0898313520
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5112/2560
1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง บัญญัติว่า "ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น" แต่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำคำให้การปฏิเสธไว้
2 กฎหมายบัญญัติว่าคู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงใดๆมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าสิ่งที่ตนกล่าวอ้างนั้นเป็นความจริง
3 คดีนี้โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างในคำฟ้องว่าขณะเกิดเหตุละเมิดต่อโจทก์นั้นจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามฟ้อง ซึ่งภาระการพิสูจน์ให้ศาลเชื่อดังกล่าวเป็นหน้าที่ของโจทก์
4 ถึงแม้โจทก์ก็ไม่ได้ทำการพิสูจน์ให้ศาลเชื่อตามที่กล่าวไว้ในข้อ 3 ก็ตาม แต่เมื่อตามคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การปฏิเสธในข้อที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำในทางการที่จำเลยที่ 2 จึงให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันรับผิดในความเสียหายตามที่ฟ้อง
5 จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโจทก์ตามฟ้อง ซึ่งเป็นการรับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างนั้นแล้วและจากผลของการไม่ปฏิเสธไว้ในคำให้การดังกล่าวทำให้ไม่เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ศาลจะต้องให้นำสืบพิสูจน์กันในชั้นพิจารณาคดีอีกต่อไป
6 โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ถือว่าคู่ความรับกันแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (3)
7 จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จึงต้องแพ้คดีในประเด็นดังกล่าวนี้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 84 (3), 177 วรรคสอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 420, 425
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 84 การวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในคดีใดจะต้องกระทำโดยอาศัยพยานหลักฐานในสำนวนคดีนั้น เว้นแต่
(1) ข้อเท็จจริงซึ่งรู้กันอยู่ทั่วไป
(2) ข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้ หรือ
(3) ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันแล้วในศาล
มาตรา 177 (วรรคสอง) ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลย ยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 425 นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

21/09/2021

www.ratchakitcha.soc.go.th

เกมส์ออนไลน์ ถูกกฎหมายไทยแล้ว เนื่องจากมีการรับรองโดยนานาชาติมาก่อน เมื่อไทยประกาศรับรองก็สามารถส่งนักกีฬาไปแข่งขันในนามประเทศไทยได้

www.ratchakitcha.soc.go.th

ไขข้อข้องใจ!! ชนวนเหตุ ​'โละ​' ชื่อพระราชทาน​ 'ราชมงคล' ​​​| MEET THE STATES TIMES EP.21 19/09/2021

ไขข้อข้องใจ!! ชนวนเหตุ ​'โละ​' ชื่อพระราชทาน​ 'ราชมงคล' ​​​| MEET THE STATES TIMES EP.21

https://www.youtube.com/watch?v=lXacpYkZmns

ไขข้อข้องใจ!! ชนวนเหตุ ​'โละ​' ชื่อพระราชทาน​ 'ราชมงคล' ​​​| MEET THE STATES TIMES EP.21 📌 👄 รายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน.EP.21 ไขข้อข้องใจ!! ชนวนเหตุ ​'โละ​' ชื่อพระราชทาน​ 'ราชมงคล'​​​!!.ดำเนินรายการโดย ห...

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

สวนตลิ่งชัน คลองบางระมาด  ฟังเสียงนกร้อง

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


Bangkok
10600
Bangkok การปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
LAW 2 You ปรึกษากฎหมายฟรี LAW 2 You ปรึกษากฎหมายฟรี
16-18 ถนนบุญศิริ แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
Bangkok, 10200

นรุตม์ชัย บุนนาค

ทนายความอำเภอเขาสวนกวาง Lawyer at ทนายความอำเภอเขาสวนกวาง Lawyer at
22 K-Building, Sukhumvit 35 (Headquarters)
Bangkok, 10110

เครือข่ายทนายความ ทนายใกล้บ้าน โทร. 089-226-8899 ไลน์ ไอดี. @homelawyer

Silk Legal Silk Legal
RSU Tower, Unit 805 571 Sukhumvit Road Soi 31 Klong Tan Nua, Watthana
Bangkok, 10110

Silk Legal is an international law firm based in Bangkok, Thailand. We are dedicated to exceptional client service.

GAM Visa & Marriage GAM Visa & Marriage
22nd Level Interchange 21 Bldg, 399 Sukhumvit Rd, North Klongtoey, Wattana
Bangkok, 10110

We at GAM Visa & Marriage have our own team of Immigration lawyers who handle visas for various countries. Our team offers free visa consultation and visa check. We also have marriage services and a variety of Family Law services.

สอนภาษาอังกฤษElite English Plus แปลเอกส สอนภาษาอังกฤษElite English Plus แปลเอกส
88 Sukhumvit 12 Alley, Khwaeng Khlong Toei, Wattana
Bangkok, 42000

English Language School สอนภาษาอังกฤษ ศึกษาต่อต่างประเทศ ทำงานต่างประเทศ งานแปล จองตั๋วเครื่องบิน

ทนายความอำเภอบึงโขงหลง Lawyer at Bue ทนายความอำเภอบึงโขงหลง Lawyer at Bue
Bangkok, 10110

ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521

ratchaburiland.com ratchaburiland.com
115/96
Bangkok, 10540

ขายที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ จังหวัดราชบุรี

ราชันย์ราชินี king queen ราชันย์ราชินี king queen
กรุงเทพมหานคร
Bangkok

Veenanihongo Veenanihongo
กรุงเทพ 1
Bangkok, 10530

ดำเนินการวีซ่านักเรียนแนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น

กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำ กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำ
เลขที่ 100 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
Bangkok, 10900

สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับราชการตำรวจ กรุณาติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์นี้นะครับ http://rcm.edupol.org/

ทนายความอำเภอชะอวด Lawyer at Cha-uat Distric ทนายความอำเภอชะอวด Lawyer at Cha-uat Distric
22 อาคาร เค ซอยสุขุมวิท 35 (สำนักงานใหญ่)
Bangkok, 10110

เครือข่ายทนายความ ทนายใกล้บ้าน โทร. 089-226-8899 ไลน์ ไอดี. @homelawyer