คลินิก กายภาพบำบัด109

คลินิก กายภาพบำบัด109

ตำแหน่งใกล้เคียง คลินิก

Bluework ออกแบบตกแต่งร้านขายยา
Bluework ออกแบบตกแต่งร้านขายยา
บริษัท บลูเวิร์ค จำกัด เลขที่ 102 ถนน บางขุนเทียน แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทีย
The Listening Program Thailand
The Listening Program Thailand
22 Somapa Pattana School, Prayasuren Soi 35, Prayasuren Rd., Bangchan,
ลาบนัว สาขาเลียบทางด่วนเอกม
ลาบนัว สาขาเลียบทางด่วนเอกม
ลาบนัว คู้บอน แขวง บางชัน เขต คลองสามวา
Relax Cream
Relax Cream
ซ.พระยาสุเรทนร์45 คลองสามวา
ศูนย์รถพยาบาลวิษณุ บริการ รถ
ศูนย์รถพยาบาลวิษณุ บริการ รถ
165/7
เลอพิอุส คลินิกกายภาพบำบัด
เลอพิอุส คลินิกกายภาพบำบัด
221/33-34 ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา
โรงพยาบาลรักษ์สัตว์
โรงพยาบาลรักษ์สัตว์
โรงพยาบาลรักษ์สัตว์ 212/1 ถ.เลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา
ร้านยาณัชชาฟาร์มาซี Natcha Pharmacy
ร้านยาณัชชาฟาร์มาซี Natcha Pharmacy
9 ATSAMAT, Roi Et
เจ้าจงอีสหคลินิก
เจ้าจงอีสหคลินิก
9/9 ถนนปัญญาอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว
SandalHarvest - 100% Premium & Authentic Sandalwood Products
SandalHarvest - 100% Premium & Authentic Sandalwood Products
10230
Poly Vet Clinic : โพลีเว็ท รักษาสัตว์
Poly Vet Clinic : โพลีเว็ท รักษาสัตว์
78/298 ถนนคู้บอน ท่าแร้ง บางเขน
Gracia the private clinic Bangkok
Gracia the private clinic Bangkok
9/18
คลินิกหมอพัชรพล
คลินิกหมอพัชรพล
428/13 โครงการ The Regent Street London ซอยรามอินทรา109 (พระยาสุเรนทร์) แขวงบางชัน เขตคลองสามว
Doctor P Clinic
Doctor P Clinic
ชอยรามอินทรา109, Min Buri
ชมพูนุช อยู่ไฟ เดลิเวอรี่
ชมพูนุช อยู่ไฟ เดลิเวอรี่
เมืองทรัพย์ ซอย 20
Benzty Surgery ศัลยกรรมสวยสั่งได้byเบ้
Benzty Surgery ศัลยกรรมสวยสั่งได้byเบ้
428/73 โครงการเดอะรีเจนท์สตรีท รามอินทรา109 แขวงบางซัน เขตคลองสามวา

ความคิดเห็น

ปวดแขนซ้ายแล้วมาชาที่นิ้ว

คลินิกกายภาพบำบัด109 แก้อาการ คลายจุด ลดปวด กายภาพบำบัด
สอบถามโทร : 063-269-3897
ไลน์ ไอดี : cpt109 คลินิกกายภาพบำบัด109 แก้อาการ คลายจุด ลดปวด กายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย

ให้บริการ ฟื้นฟู กายภาพบำบัด แขนขาอ่อนแรง หมอนรองกระดูก ปวดหลัง กายภาพหลัง ไหล่ติด ออฟฟิศซินโดรม อัมพฤกษ์ อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฟื้นฟูปัญหาทางระบบกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นประสาท ปวดคอ ปวดไหล่ สะโพก ขา ชาตามแขนขา

เราให้บริการกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายโดยนักกายภาพที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของตนเองอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ให้บริการ แนะนำ รักษา อาการปวดเรื้อรัง บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย อาการปวดต่างๆ ตามร่างกาย และบริการ นวดไทย สปาและอโรม่า ด้วยราคาไม่แพง

คลินิกกายภาพบำบัด109 ให้บริการกายภาพบำบัดให้คนที่คุณรักได้รับการฟื้นฟูสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

เปิดเหมือนปกติ

06/12/2021

ปวดหลัง การบำบัดรักษา การรักษาด้วยตนเอง
การประคบร้อน ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณที่ปวดหรือเกร็งประมาณ 20-30 นาที ในท่านอนคว่ำ (ไม่ควรนอนทับอาจทําให้กระเป๋าแตกได้)

**ถ้าหลังเคล็ดหรือแพลงที่เกิดจากกล้ามเนื้อหลังหรือเอ็นข้อต่อถูกยืดหรือฉีกขาด ให้ประคบด้วยความเย็นใน 2 วันแรก หลังจากนั้นให้ใช้การประคบร้อนต่อไป

รักษาหลังให้อยู่ในท่าที่ถูกต้องอยู่เสมอ

เมื่ออาการปวดหลังบรรเทาลง ให้เริ่มออกกําลังกาย

เมื่ออาการปวดไม่ทุเลาลง หรือมีอาการชาร่วมด้วย ให้รีบปรึกษาแพทย์

ไปพบแพทย์ในกรณีต่อไปนี้
ถ้าหากอาการที่เป็นอยู่ไม่สามารถหายได้เองหรือเป็นเกิน 2 - 3 อาทิตย์ขึ้นไป ควรเข้าแพทย์เฉพาะทางหาสาเหตุที่แน่ชัด เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและถูกวิธี
ปวดหลังต่อเนื่องและปวดที่เดิมๆ มากกว่า 6 สัปดาห์ และอาการไม่ทุเลาลง
ปวดแบบมีความรู้สึกเหมือนเข็มจิ้ม
ปวดร้าวยาวไปจนถึงต้นขา ทำให้เกิดอาการขาอ่อนแรง ขาชา ส่งผลต่อการเดิน
มีอาการปวดร่วมไปกับการมีไข้ น้ำหนักลด รวมถึงปวดหลังบริเวณเอว ซึ่งอาจหมายถึงอาการเริ่มต้นของนิ่วในไต, ไตอักเสบ อาการปวดส่งผลกับการเคลื่อนไหว เช่น ยืดตัวตรงไม่ได้ หรือก้มตัวไม่ได้

หากมีอาการปวดหลังเป็นเวลานาน และสังเกตตนเองว่ามีความเจ็บปวดในระดับใด โดยระดับความเจ็บปวดจากอาการปวดหลังนั้น เริ่มตั้งแต่ไม่รุนแรง ไปถึงขั้นรุนแรงจนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อาการปวดร้าวลงขา ปวดคล้ายเข็มทิ่ม หรือปวดแบบเสียวแปลบที่สำคัญ คือ หากมีอาการปวดนานเรื้อรัง มีอ่อนแรงหรือชา มีไข้ ปวดกลางคืนนอนพักก็ไม่หาย มีปัญหาขับถ่ายผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ อาจมีการสั่งตรวจเพิ่มเพื่อหาสาเหตุและอาการของโรคอย่างแน่ชัด เช่น การตรวจเอกซเรย์ ,การสร้างภาพกระดูกสันหลังด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

** สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น หากมีอาการปวด ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำ **

ปวดหลัง การบำบัดรักษา การรักษาด้วยตนเอง
การประคบร้อน ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณที่ปวดหรือเกร็งประมาณ 20-30 นาที ในท่านอนคว่ำ (ไม่ควรนอนทับอาจทําให้กระเป๋าแตกได้)

**ถ้าหลังเคล็ดหรือแพลงที่เกิดจากกล้ามเนื้อหลังหรือเอ็นข้อต่อถูกยืดหรือฉีกขาด ให้ประคบด้วยความเย็นใน 2 วันแรก หลังจากนั้นให้ใช้การประคบร้อนต่อไป

รักษาหลังให้อยู่ในท่าที่ถูกต้องอยู่เสมอ

เมื่ออาการปวดหลังบรรเทาลง ให้เริ่มออกกําลังกาย

เมื่ออาการปวดไม่ทุเลาลง หรือมีอาการชาร่วมด้วย ให้รีบปรึกษาแพทย์

ไปพบแพทย์ในกรณีต่อไปนี้
ถ้าหากอาการที่เป็นอยู่ไม่สามารถหายได้เองหรือเป็นเกิน 2 - 3 อาทิตย์ขึ้นไป ควรเข้าแพทย์เฉพาะทางหาสาเหตุที่แน่ชัด เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและถูกวิธี
ปวดหลังต่อเนื่องและปวดที่เดิมๆ มากกว่า 6 สัปดาห์ และอาการไม่ทุเลาลง
ปวดแบบมีความรู้สึกเหมือนเข็มจิ้ม
ปวดร้าวยาวไปจนถึงต้นขา ทำให้เกิดอาการขาอ่อนแรง ขาชา ส่งผลต่อการเดิน
มีอาการปวดร่วมไปกับการมีไข้ น้ำหนักลด รวมถึงปวดหลังบริเวณเอว ซึ่งอาจหมายถึงอาการเริ่มต้นของนิ่วในไต, ไตอักเสบ อาการปวดส่งผลกับการเคลื่อนไหว เช่น ยืดตัวตรงไม่ได้ หรือก้มตัวไม่ได้

หากมีอาการปวดหลังเป็นเวลานาน และสังเกตตนเองว่ามีความเจ็บปวดในระดับใด โดยระดับความเจ็บปวดจากอาการปวดหลังนั้น เริ่มตั้งแต่ไม่รุนแรง ไปถึงขั้นรุนแรงจนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อาการปวดร้าวลงขา ปวดคล้ายเข็มทิ่ม หรือปวดแบบเสียวแปลบที่สำคัญ คือ หากมีอาการปวดนานเรื้อรัง มีอ่อนแรงหรือชา มีไข้ ปวดกลางคืนนอนพักก็ไม่หาย มีปัญหาขับถ่ายผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ อาจมีการสั่งตรวจเพิ่มเพื่อหาสาเหตุและอาการของโรคอย่างแน่ชัด เช่น การตรวจเอกซเรย์ ,การสร้างภาพกระดูกสันหลังด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

** สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น หากมีอาการปวด ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำ **

04/12/2021

อาการ ปวดหลัง
สาเหตุที่พบบ่อย ส่วนใหญ่มาจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลัง ส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน หรือ หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน
ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกสันหลังหลายๆชิ้นนั้น ประกอบต่อกันด้วยข้อต่อ ซึ่งข้อต่อเหล่านั้นสามารถขยับได้ โดยมีกระดูกอ่อนเป็นโครงสร้างที่รับน้ำหนักและเคลื่อนไหว คล้ายกับข้อเข่า โดยกระดูกอ่อนจะมีคุณสมบัติที่ลื่นและลด

แรงเสียดทานไปด้วยพร้อมๆ กัน แต่กระดูกอ่อนนั้นเป็นโครงสร้างที่สามารถสึกบางลงได้ คล้ายกับยางรถยนต์ พอการสึกบางนี้เป็นต่อเนื่องถึงจุดหนึ่ง ก็จะเกิดความเสื่อมขึ้นตามมา ส่งผลให้เกิด โรคปวดหลังเรื้อรัง

กระดูกหลังเสื่อม ทับเส้นประสาท เมื่อกระดูกหลังเสื่อมลงเรื่อยๆ ร่างกายจะมีการปรับตัว โดยจะมีการงอกของกระดูกสันหลังบางส่วน มีเนื้อเยื่อรอบข้อต่อกระดูกหลังที่หนาตัวขึ้น ซึ่งเหตุเหล่านี้มีโอกาสกดทับเส้นประสาทบริเวณหลัง แล้วทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือ ปวดร้าวลงสะโพก และ ขาได้

ปวดจากหมอนรองกระดูกหลัง ไม่ว่าจะเป็นจากหมอนรองกระดูกหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท หรือ หมอนรองกระดูกหลังเสื่อมก็ตาม โดยหมอนรองกระดูกหลังที่เสื่อมจะทำให้มีสารอักเสบออกมาบริเวณรอบๆ ส่งผลให้มีอาการปวดหลังเรื้อรังได้

ปวดจากกล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง หรือ myofascial pain syndrome ซึ่งสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อหนึ่งมัด หรือ มากกว่านั้น อักเสบ แล้วมีอาการปวดร้าวลามไปบริเวณหลัง โดยความสำคัญคือ จุดที่มีการอักเสบจะชัดเจนอยู่ที่กล้ามเนื้อ

อาการ ปวดหลัง
สาเหตุที่พบบ่อย ส่วนใหญ่มาจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลัง ส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน หรือ หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน
ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกสันหลังหลายๆชิ้นนั้น ประกอบต่อกันด้วยข้อต่อ ซึ่งข้อต่อเหล่านั้นสามารถขยับได้ โดยมีกระดูกอ่อนเป็นโครงสร้างที่รับน้ำหนักและเคลื่อนไหว คล้ายกับข้อเข่า โดยกระดูกอ่อนจะมีคุณสมบัติที่ลื่นและลด

แรงเสียดทานไปด้วยพร้อมๆ กัน แต่กระดูกอ่อนนั้นเป็นโครงสร้างที่สามารถสึกบางลงได้ คล้ายกับยางรถยนต์ พอการสึกบางนี้เป็นต่อเนื่องถึงจุดหนึ่ง ก็จะเกิดความเสื่อมขึ้นตามมา ส่งผลให้เกิด โรคปวดหลังเรื้อรัง

กระดูกหลังเสื่อม ทับเส้นประสาท เมื่อกระดูกหลังเสื่อมลงเรื่อยๆ ร่างกายจะมีการปรับตัว โดยจะมีการงอกของกระดูกสันหลังบางส่วน มีเนื้อเยื่อรอบข้อต่อกระดูกหลังที่หนาตัวขึ้น ซึ่งเหตุเหล่านี้มีโอกาสกดทับเส้นประสาทบริเวณหลัง แล้วทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือ ปวดร้าวลงสะโพก และ ขาได้

ปวดจากหมอนรองกระดูกหลัง ไม่ว่าจะเป็นจากหมอนรองกระดูกหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท หรือ หมอนรองกระดูกหลังเสื่อมก็ตาม โดยหมอนรองกระดูกหลังที่เสื่อมจะทำให้มีสารอักเสบออกมาบริเวณรอบๆ ส่งผลให้มีอาการปวดหลังเรื้อรังได้

ปวดจากกล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง หรือ myofascial pain syndrome ซึ่งสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อหนึ่งมัด หรือ มากกว่านั้น อักเสบ แล้วมีอาการปวดร้าวลามไปบริเวณหลัง โดยความสำคัญคือ จุดที่มีการอักเสบจะชัดเจนอยู่ที่กล้ามเนื้อ

03/12/2021

ประกาศวันหยุดนะคะ

วันนี้คิวเต็มแล้วค่ะ

ประกาศ วันหยุด ธันวาคม 2564

ปิด วันเสาร์ ที่ 4 - วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม 2564

เปิด วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม 2564

Photos from คลินิก กายภาพบำบัด109's post 02/12/2021

ปวด ไหล่ ซ้าย ต้นคอ
สาเหตุของอาการปวด ไหล่ ซ้าย ต้นคอ
การเกร็งของกล้ามเนื้อ มักเกิดกับคนที่ต้องทำงานนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือกับคนที่ต้องขับรถระยะทางไกลบ่อยๆ ต้องยกแขนจับพวงมาลัยเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อช่วงบ่าจะเกิดการเกร็ง ถ้าเกร็งนานๆบ่อยๆ กล้ามเนื้อจะไม่คลาย และทำให้เกิดการปวด ตึง เมื่อย ถ้ากล้ามเนื้อเกร็งมากๆ จนตึงขึ้นไปถึงขมับอาจทำให้ปวดหัว และสามารถตึงลามไปถึงสะบักได้

สภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะหรือเก้าอี้ไม่เหมาะสมกับการนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน

การใช้งานกล้ามเนื้อที่ผิดวิธี เช่น การเล่นกีฬาหนักๆ เช่นกีฬาฟุตบอล กีฬารักบี้ เป็นต้น

มีสภาพร่างกายที่อาจส่งผลต่ออาการเจ็บป่วย เช่น เครียดจากงาน การอดอาหาร พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายต้องแบกรับความตึงเครียดไม่ผ่อนคลาย

การรักษาอาการ ปวด ไหล่ ซ้าย ต้นคอ
คนที่มีอาการ ปวดบ่า ปวดไหล่ เรื้อรัง อาจจะต้องไปให้หมอทำการวินิจฉัยรักษาให้รู้แน่ชัดว่า เป็นอาการจากการนั่งทำงาน อาการออฟฟิศซินโดรม หรือมีปัญหาจากกระดูกต้นคอเสื่อม หมอนรองกระดูกผิดปกติกันแน่เพราะหากมีปัญหาที่หมอนรองกระดูก จำเป็นต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายดี

** สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น หากมีอาการปวด ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำ **

28/11/2021

ปวดศีรษะ สาเหตุที่พบบ่อย
สาเหตุของการปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะมีสาเหตุมาจาก 3 ส่วนใหญ่ ๆ ดังนี้
อาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ เป็นกลุ่มที่พบบ่อยในกลุ่มอาการปวดศีรษะจากไมเกรน อาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ เกิดจากระบบรับความรู้สึกในประสาทและสมองเกิดการทำงานผิดปกติ โดยอาการอาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน

อาการปวดศีรษะแบบทุติยภูมิ เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างบริเวณศีรษะและคอ มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง หลอดเลือดอุดตันในสมอง และอาจเกิดจากอวัยวะบริเวณรอบ ๆ สมองได้อีกด้วย เช่น ไซนัสอักเสบ เป็นต้น

อาการปวดศีรษะจากเส้นประสาทและอื่น ๆ เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาท เมื่อเกิดการอักเสบจะมีผลต่อใบหน้าทำให้เกิดอาการปวดบริเวณใบหน้าอย่างรุนแรง

การบำบัดรักษา การรักษาด้วยตนเอง
หากมีอาการไม่มาก แนะนำเบื้องต้นดังนี้
1.ยาหอม เพราะยาหอมมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนและคลายอาการปวดหัว ใช้สูดดมก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ชงดื่มกับน้ำร้อน นอกจากจะได้ตัวยาแล้ว ยังได้สูดดมกลิ่นหอมของยาที่ระเหยขึ้นมาด้วย ซึ่งจะช่วยบำบัดอาการปวดหัวได้อีกทางหนึ่ง

2.ประคบเย็น ให้นำน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ห่อด้วยผ้าสะอาดแล้วนำมาประคบบริเวณที่รู้สึกปวด เช่น หน้าผาก ต้นคอ จะช่วยทำให้ผ่อนคลายและสดชื่นมากขึ้น

3.ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ผ่อนคลายความตึงเครียดเหนื่อยล้า ด้วยการพักสายตา ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อเป็นการพักสมอง เช่น ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกาย เป็นต้น
4.นอนหลับพักผ่อน

5.นวดผ่อนคลาย เนื่องจากการนวดจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้

ไปพบแพทย์ในกรณีต่อไปนี้
อาการปวดอาจจะมาจากโรคที่ร้ายแรงมากกว่านั้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือว่าโรคเนื้องอกสมอง ซึ่งพวกนี้ อาการปวดจะมีลักษณะรุนแรง มีการปวดที่เป็นอย่างรุนแรงมากขึ้นชนิดที่ว่า ในชาตินี้ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน ไม่เคยปวดแบบนี้จนถึงอายุเกิน 50 ปี อันนี้เราก็เริ่มสงสัยแล้ว นอกจากนี้อาจจะมีอาการมองเห็นที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเห็นภาพซ้อน หรือว่ามองเห็นไม่ชัด มีการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ของร่างกายร่วมด้วย หรือบางคนอาจจะมีลักษณะพฤติกรรมที่ผิดปกติไปกว่าเดิม รวมไปถึงชัก เมื่อมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้มาพบแพทย์โดยเร่งด่วน หรือว่าอาการปวดศีรษะที่มีไข้หรือคอแข็งร่วมด้วย พวกนี้อาจจะเป็นตัวบอกว่ามีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง อันนี้ก็แนะนำให้มาพบแพทย์

** สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น หากมีอาการปวด ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำ **

ปวดศีรษะ สาเหตุที่พบบ่อย
สาเหตุของการปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะมีสาเหตุมาจาก 3 ส่วนใหญ่ ๆ ดังนี้
อาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ เป็นกลุ่มที่พบบ่อยในกลุ่มอาการปวดศีรษะจากไมเกรน อาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ เกิดจากระบบรับความรู้สึกในประสาทและสมองเกิดการทำงานผิดปกติ โดยอาการอาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน

อาการปวดศีรษะแบบทุติยภูมิ เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างบริเวณศีรษะและคอ มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง หลอดเลือดอุดตันในสมอง และอาจเกิดจากอวัยวะบริเวณรอบ ๆ สมองได้อีกด้วย เช่น ไซนัสอักเสบ เป็นต้น

อาการปวดศีรษะจากเส้นประสาทและอื่น ๆ เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาท เมื่อเกิดการอักเสบจะมีผลต่อใบหน้าทำให้เกิดอาการปวดบริเวณใบหน้าอย่างรุนแรง

การบำบัดรักษา การรักษาด้วยตนเอง
หากมีอาการไม่มาก แนะนำเบื้องต้นดังนี้
1.ยาหอม เพราะยาหอมมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนและคลายอาการปวดหัว ใช้สูดดมก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ชงดื่มกับน้ำร้อน นอกจากจะได้ตัวยาแล้ว ยังได้สูดดมกลิ่นหอมของยาที่ระเหยขึ้นมาด้วย ซึ่งจะช่วยบำบัดอาการปวดหัวได้อีกทางหนึ่ง

2.ประคบเย็น ให้นำน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ห่อด้วยผ้าสะอาดแล้วนำมาประคบบริเวณที่รู้สึกปวด เช่น หน้าผาก ต้นคอ จะช่วยทำให้ผ่อนคลายและสดชื่นมากขึ้น

3.ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ผ่อนคลายความตึงเครียดเหนื่อยล้า ด้วยการพักสายตา ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อเป็นการพักสมอง เช่น ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกาย เป็นต้น
4.นอนหลับพักผ่อน

5.นวดผ่อนคลาย เนื่องจากการนวดจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้

ไปพบแพทย์ในกรณีต่อไปนี้
อาการปวดอาจจะมาจากโรคที่ร้ายแรงมากกว่านั้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือว่าโรคเนื้องอกสมอง ซึ่งพวกนี้ อาการปวดจะมีลักษณะรุนแรง มีการปวดที่เป็นอย่างรุนแรงมากขึ้นชนิดที่ว่า ในชาตินี้ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน ไม่เคยปวดแบบนี้จนถึงอายุเกิน 50 ปี อันนี้เราก็เริ่มสงสัยแล้ว นอกจากนี้อาจจะมีอาการมองเห็นที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเห็นภาพซ้อน หรือว่ามองเห็นไม่ชัด มีการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ของร่างกายร่วมด้วย หรือบางคนอาจจะมีลักษณะพฤติกรรมที่ผิดปกติไปกว่าเดิม รวมไปถึงชัก เมื่อมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้มาพบแพทย์โดยเร่งด่วน หรือว่าอาการปวดศีรษะที่มีไข้หรือคอแข็งร่วมด้วย พวกนี้อาจจะเป็นตัวบอกว่ามีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง อันนี้ก็แนะนำให้มาพบแพทย์

** สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น หากมีอาการปวด ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำ **

28/11/2021

ประกาศ วันหยุด ธันวาคม 2564

ปิด วันเสาร์ ที่ 4 - วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม 2564

เปิด วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม 2564

ประกาศ วันหยุด ธันวาคม 2564

ปิด วันเสาร์ ที่ 4 - วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม 2564

เปิด วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม 2564

26/11/2021

อาการ ปวดศีรษะ
ปวดหัว (Headaches) หรือปวดศีรษะ เป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณศีรษะหรือคอส่วนบน ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อและโครงสร้างรอบกระโหลกศีรษะหรือสมองเกิดการอักเสบหรือระคายเคือง จนทำให้เกิดอาการปวดขึ้น โดยอาการปวดอาจมาจากเส้นประสาทบริเวณหนังศีรษะ ใบหน้า ปาก และคอ กล้ามเนื้อของคอหรือไหล่ และหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ส่งผ่านเลือดไปเลี้ยงสมอง ปวดหัวบอกอะไร?
โดยปกติแล้วอาการปวดหัวแต่ละประเภทมักมีลักษณะการปวดที่แตกต่างกันออกไป เช่น อาการปวดหัวไมเกรนเป็นการปวดตุบๆ ที่ศีรษะข้างใดข้างหนึง อาการปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวจะมีอาการปวดเหมือนโดนบีบรัดค่อนไปทางขมับและหน้าผาก โดยมักปวดทั่วทั้งศีรษะ หรืออาการปวดคลัสเตอร์เป็นอาการปวดอย่างรุนแรงบริเวณเบ้าตาหรือด้านหลังตา ทั้งนี้ ความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวจะเป็นไปตามสาเหตุของอาการปวดหัวแต่ละประเภท และตำแหน่งที่ปวดอาจเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้า กะโหลก หรือทั้งศีรษะ

1.ปวดหัวแบบตึงตัว(Tension type headache)
ปวดหัวแบบตึงตัว เป็นโรคปวดหัวที่พบได้บ่อยที่สุดมักเกิดกับบุคคลซึ่งมีความเครียด เหนื่อย ทำงานหนัก ลักษณะการปวดมักเป็นแบบแน่นแน่น หรือ รัดรัดทั้งสองข้างของศีรษะและต้นคอ โดยอาการปวดมักมีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง ซึ่งอาจมีการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ คอ ไหล่ ร่วมด้วยได้ อาการปวดชนิดนี้ไม่แย่ลงจากกิจวัตรประจำวัน และมักไม่มีอาการคลื่นใส้อาเจียนร่วมด้วย

2.ปวดหัวไมเกรน(Migraine headache)
เป็นโรคปวดหัวที่พบได้บ่อย และมักได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาด โดยโรคปวดหัวไมเกรนนี้มักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน ลักษณะการปวดมักทำให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะแย่ลงได้จากสิ่งกระตุ้นภายนอก ทั้งแสง เสียง หรือกลิ่น ผู้ป่วยบางรายมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไมเกรนส่วนใหญ่มักจะปวดนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดนานถึง 3 วัน

3.ปวดหัวแบบกลุ่ม(Cluster headache)
เป็นโรคปวดหัวที่พบได้ไม่บ่อยแต่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานได้หากไม่ได้รักการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อาการปวดหัวชนิดนี้มักเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยอาการปวดหัวมักมีอาการปวดที่รุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยกระสับกระส่าย มักเกิดทันที ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 15 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ตำแหน่งที่ปวดมักปวดรอบดวงตาหรือบริเวณขมับมักเป็นข้างเดียว ผู้ป่วยจะมีอาการของระบบประสาท parasympathetic ร่วมด้วย เช่น มีตาแดง มีน้ำตาไหล มีน้ำมูก มีเหงื่อออก บริเวณใบหน้าด้านที่มีอาการปวดหัว

4.ปวดหัวแบบเรื้อรังทุกวัน (Chronic daily headache)
ผู้ป่วยชนิดนี้มักมีอาการปวดหัวเรื้อรังมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหัวแบบ tension หรือแบบไมเกรนก็ได้ แต่ผู้ป่วยจะมีอาการเรื้อรังมากกว่า ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นโรคปวดหัวจากการใช้ยาเกิน(medication overuse headache) ซึ่งเกิดจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาด การซื้อยากินเอง การใช้ยาแก้ปวดบ่อยบ่อย ซึ่งทำให้มีอาการปวดหัวเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยเรื่อย นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นที่สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้อีก เช่น ภาวะไซนัสอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง โรคมะเร็งเป็นต้น ทั้งนี้การวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจเพิ่มเติมเช่น การทำ MRI เป็นต้น เพื่อช่วยวินิฉัยแยกโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายออกไป

อาการ ปวดศีรษะ
ปวดหัว (Headaches) หรือปวดศีรษะ เป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณศีรษะหรือคอส่วนบน ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อและโครงสร้างรอบกระโหลกศีรษะหรือสมองเกิดการอักเสบหรือระคายเคือง จนทำให้เกิดอาการปวดขึ้น โดยอาการปวดอาจมาจากเส้นประสาทบริเวณหนังศีรษะ ใบหน้า ปาก และคอ กล้ามเนื้อของคอหรือไหล่ และหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ส่งผ่านเลือดไปเลี้ยงสมอง ปวดหัวบอกอะไร?
โดยปกติแล้วอาการปวดหัวแต่ละประเภทมักมีลักษณะการปวดที่แตกต่างกันออกไป เช่น อาการปวดหัวไมเกรนเป็นการปวดตุบๆ ที่ศีรษะข้างใดข้างหนึง อาการปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวจะมีอาการปวดเหมือนโดนบีบรัดค่อนไปทางขมับและหน้าผาก โดยมักปวดทั่วทั้งศีรษะ หรืออาการปวดคลัสเตอร์เป็นอาการปวดอย่างรุนแรงบริเวณเบ้าตาหรือด้านหลังตา ทั้งนี้ ความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวจะเป็นไปตามสาเหตุของอาการปวดหัวแต่ละประเภท และตำแหน่งที่ปวดอาจเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้า กะโหลก หรือทั้งศีรษะ

1.ปวดหัวแบบตึงตัว(Tension type headache)
ปวดหัวแบบตึงตัว เป็นโรคปวดหัวที่พบได้บ่อยที่สุดมักเกิดกับบุคคลซึ่งมีความเครียด เหนื่อย ทำงานหนัก ลักษณะการปวดมักเป็นแบบแน่นแน่น หรือ รัดรัดทั้งสองข้างของศีรษะและต้นคอ โดยอาการปวดมักมีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง ซึ่งอาจมีการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ คอ ไหล่ ร่วมด้วยได้ อาการปวดชนิดนี้ไม่แย่ลงจากกิจวัตรประจำวัน และมักไม่มีอาการคลื่นใส้อาเจียนร่วมด้วย

2.ปวดหัวไมเกรน(Migraine headache)
เป็นโรคปวดหัวที่พบได้บ่อย และมักได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาด โดยโรคปวดหัวไมเกรนนี้มักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน ลักษณะการปวดมักทำให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะแย่ลงได้จากสิ่งกระตุ้นภายนอก ทั้งแสง เสียง หรือกลิ่น ผู้ป่วยบางรายมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไมเกรนส่วนใหญ่มักจะปวดนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดนานถึง 3 วัน

3.ปวดหัวแบบกลุ่ม(Cluster headache)
เป็นโรคปวดหัวที่พบได้ไม่บ่อยแต่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานได้หากไม่ได้รักการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อาการปวดหัวชนิดนี้มักเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยอาการปวดหัวมักมีอาการปวดที่รุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยกระสับกระส่าย มักเกิดทันที ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 15 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ตำแหน่งที่ปวดมักปวดรอบดวงตาหรือบริเวณขมับมักเป็นข้างเดียว ผู้ป่วยจะมีอาการของระบบประสาท parasympathetic ร่วมด้วย เช่น มีตาแดง มีน้ำตาไหล มีน้ำมูก มีเหงื่อออก บริเวณใบหน้าด้านที่มีอาการปวดหัว

4.ปวดหัวแบบเรื้อรังทุกวัน (Chronic daily headache)
ผู้ป่วยชนิดนี้มักมีอาการปวดหัวเรื้อรังมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหัวแบบ tension หรือแบบไมเกรนก็ได้ แต่ผู้ป่วยจะมีอาการเรื้อรังมากกว่า ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นโรคปวดหัวจากการใช้ยาเกิน(medication overuse headache) ซึ่งเกิดจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาด การซื้อยากินเอง การใช้ยาแก้ปวดบ่อยบ่อย ซึ่งทำให้มีอาการปวดหัวเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยเรื่อย นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นที่สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้อีก เช่น ภาวะไซนัสอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง โรคมะเร็งเป็นต้น ทั้งนี้การวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจเพิ่มเติมเช่น การทำ MRI เป็นต้น เพื่อช่วยวินิฉัยแยกโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายออกไป

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


คลินิกายภาพบำบัด109 เลขที่ 1479/3 ถ.พระยาสุเรนทร์ ถ.พระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน
Bangkok
10510

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00
Bangkok คลินิกอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
จอมทองไทย-จีน สหคลินิก จอมทองไทย-จีน สหคลินิก
77-79 ถ.จอมทอง แขวงบางค้อ เขตบางขุนเทียน
Bangkok, 10150

ยาจีน ฝังเข็ม นวดกดจุดทุยหนา

Antik home spa Antik home spa
Bangkok, 10120

Cake soap(organic),lotion shampoo shower gel premium grade,diffuser ,tea

Apex Beauty - Ramintra Apex Beauty - Ramintra
รามอินทรา 97 - แฟชั่นไอซ์แลนด์
Bangkok, 10230

เอเพ็กซ์ อันดับ 1 Thermage Ulthera ดูดไขมัน ปลูกผม และกำจัดขน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คลิก http://line.me/ti/p/%40apexbeauty

Sunshine - Child and Family Development Center Sunshine - Child and Family Development Center
256 Rama9, Soi 51, Yak 6 , Seri 6 Rd., Suanluang
Bangkok, 10250

SunShine is a Child and Family Development Centre that intent to promote children and families’ psychological well-being and help family to overcome children related problem.

บางกอก เคาเซอร์ลิ่ง เซอร์วิส บางกอก เคาเซอร์ลิ่ง เซอร์วิส
92 ซอยสาธร 9 ถ. สาทรใต้
Bangkok, 10120

บริการให้คำปรึกษา และความช่วยเหลือ ดูแลด้านจิตใจ

นพ. กมล วัฒนไกร นพ. กมล วัฒนไกร
62/196-197 ถนน พหลโยธิน, แขวง อนุสาวรีย์ เขต บางเขน
Bangkok, 10220

ศูนย์ผิวหนัง-ศัลยกรรมตกแต่งกรุงเทพ โดยหมอ กมล วัฒนไกร สอบถามโทร: 080-044-2211, 02-000-9904

The Purity Clinic The Purity Clinic
Central City Tower Bangna 29F
Bangkok, 10260

ThePurityClinic คลีนิกเวชกรรม

Cgvitamins Cgvitamins
Bangkok, 10120

จำหน่ายวิตามินและอาหารเสริมราคาถูก

กระดูกทับเส้น ข้อเข่าเสื่อม กระดูกทับเส้น ข้อเข่าเสื่อม
Bangkok

กระดูก ไขสันหลัง กระดูกสันหลั รูมาติซึม โรคเกาต์ กระดูกสันหลัง ข้ออักเสบ ปวดในข้อ ข้อต่อ

DentR'Us Dental clinic คลินิก ทำฟัน จัดฟัน ร DentR'Us Dental clinic คลินิก ทำฟัน จัดฟัน ร
ลาดพร้าววังหิน 66
Bangkok, 10230

Dent R' Us

NICU SDMC RAMA NICU SDMC RAMA
270 ถ.พระราม6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok, 10400

[email protected] RAMATHIBODI HOSPITAL MAHIDOL UNIVERSITY

Skeyndor Clinic สกรีนดอร์คลินิก Skeyndor Clinic สกรีนดอร์คลินิก
โครงการ B-square ซ.สหการประมูล
Bangkok, 10310

Skeyndor Clinic (สกรีนดอร์ คลินิค) คลินิกผิวพรรณและความงามด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ