Insure Match - ประกันลงตัว

Insure Match - ประกันลงตัว

แชร์

Match SURE Broker | ประกันลงตัว ที่มีตัวแทนดูแลคุณ

05/06/2026

EP42 : โรคฮิตผู้หญิง (PCOS, ซีสต์, เนื้องอก)
บทนำ
"ปวดประจำเดือนหนักมาก! ถ้าเพิ่งตรวจเจอซีสต์
จะทำประกันทันไหม? หรือจะโดนยกเว้นตลอดชีวิต?"

โรคช็อกโกแลตซีสต์ เนื้องอก หรือ PCOS
กลายเป็นโรคฮิตที่ผู้หญิงยุคนี้เป็นกันเยอะมาก

ถ้าเราเพิ่งไปตรวจเจอแจ็คพอตเข้า
แล้วรีบมาทำประกัน... จะคุ้มครองไหม?
มาเคลียร์เงื่อนไขเรื่องนี้ให้ชัดเจนกันครับ
เนื้อหา
📌 1. เพิ่งตรวจเจอ = เป็นมาก่อนทำประกัน
กฎเหล็กของประกันคือ "ไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน"
ถ้ามีประวัติในเวชระเบียนแล้วว่ามีซีสต์หรือเนื้องอก

บริษัทส่วนใหญ่รับทำนะครับ แต่จะ "สลักหลังยกเว้น"
แปลว่าถ้าต้องผ่าตัดโรคนี้ในอนาคต เราต้องจ่ายเองครับ

📌 2. โดนยกเว้นตลอดชีวิตเลยไหม?
"ไม่เสมอไปครับ!" ถ้าเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้
เช่น ผ่าตัดซีสต์ออกไปแล้ว และหมอยืนยันว่าหายขาด

ผ่านไป 1-3 ปี เราสามารถนำประวัติล่าสุด
ไปยื่นขอ "ทบทวนประวัติ" กับบริษัทประกันได้
ถ้าปกติแล้ว ก็มีโอกาสปลดล็อกข้อยกเว้นให้ครับ

📌 3. ระวัง! กฎระยะเวลารอคอย (120 วัน)
บางคนปวดท้องมาก แต่ทนไว้ยังไม่ไปหาหมอ
ตั้งใจจะรีบมาซื้อประกันก่อน... แบบนี้เบิกได้ไหม?

โรคเกี่ยวกับซีสต์ เนื้องอก หรือมะเร็ง
ประกันมี "ระยะเวลารอคอย 120 วัน" ครับ
ถ้าซื้อปุ๊บแล้วไปผ่าในเดือนแรก ประกันไม่จ่ายนะครับ

📌 4. ถึงโดนยกเว้น แต่ก็ยัง "ควรทำอยู่ดี"
หลายคนพอมดลูกเบิกไม่ได้ ก็พาลไม่ทำประกันเลย
ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่น่ากลัวมากครับ!

เพราะประกันยังคุ้มครองโรคอื่นๆ 100% ตามปกติ
เช่น ไข้เลือดออก อุบัติเหตุ หรือไส้ติ่งอักเสบ
มีเบาะรองรับไว้ย่อมดีกว่าต้องจ่ายเองทุกโรคครับ
บทสรุป
ร่างกายผู้หญิงมีความซับซ้อนและเปราะบาง
โรคบางอย่างซ่อนอยู่เงียบๆ โดยไม่มีอาการเตือน

วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ "ทำตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง"
อย่ารอให้ปวดท้องทนไม่ไหวแล้วค่อยหาประกัน
เพราะถึงตอนนั้น มีเงินก็อาจซื้อไม่ได้แล้วครับ
- Match SURE ประกันลงตัว -
#ประกันลงตัว #อยากเล่าประกัน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ

04/06/2026

ออมเงินวันละ 56.-
ครบสัญญาได้เงินคืน
🫰สูงสุด 689,400.-
👍ผลตอบแทน 4.84% มากกว่าฝากธนาคาร
ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ 💙
ลดหย่อนถาษีสูงสุด 100,000.-
สอบถามข้อมูล inbox ได้เลย 🥰

04/06/2026

ถ้าวันนี้หมอบอกว่า...
"อีก 30 วันคุณจะป่วยหนัก"
คุณจะทำสิ่งไหนเป็นอย่างแรก?
A. ซื้อประกัน
B. เก็บเงินสด
C. ลงทุนเพิ่ม
D. ใช้ชีวิตให้เต็มที่
👇 คอมเมนต์ A / B / C / D

04/06/2026

EP41 : ไปหา "จิตแพทย์" ประกันสุขภาพจ่ายไหม?
บทนำ
"ซึมเศร้า หมดไฟ (Burnout) วิตกกังวล... เคลมประกันได้หรือเปล่า?
ความจริงเรื่องโรคทางจิตเวชกับประกันสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้"

ยุคนี้ความเครียดจากการทำงานและการใช้ชีวิตสูงมาก
หลายคนเริ่มเปิดใจเดินเข้าคลินิกจิตเวชเพื่อดูแลสุขภาพใจ

แต่พอจะยื่นบัตรประกันสุขภาพ กลับต้องชะงัก!
เพราะบิลค่ารักษาอาจถูกปฏิเสธได้
วันนี้เรามาเปิดเงื่อนไขกรมธรรม์ดูความจริงเรื่องนี้กันครับ
เนื้อหา
📌 1. ประกันส่วนใหญ่ "ไม่คุ้มครอง" โรคทางจิตเวช
ตามมาตรฐานประกันสุขภาพส่วนบุคคลในไทย
"โรคทางจิตเวช" (เช่น ซึมเศร้า ไบโพลาร์ วิตกกังวล)
มักจะถูกระบุอยู่ในหมวด "ข้อยกเว้นความคุ้มครอง" ครับ

แปลว่าถ้าไปหาหมอด้วยอาการทางจิตเวชโดยตรง
ประกันส่วนตัวที่เราซื้อไว้เอง จะไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้
เราจะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าปรึกษาและค่ายาเองครับ

📌 2. "ประกันกลุ่ม" ของบริษัทอาจเป็นทางรอด
ข่าวดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนบางองค์กรครับ!
ประกันกลุ่มหรือสวัสดิการของบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่ง
เริ่มเปิดกว้างและมีวงเงิน OPD ครอบคลุมการพบจิตแพทย์แล้ว

ลองเช็กเงื่อนไขกับฝ่าย HR หรือคู่มือสวัสดิการดูนะครับ
บางทีคุณอาจจะมีสิทธิ์รักษาสุขภาพใจได้ฟรีๆ โดยไม่รู้ตัว

📌 3. อาการทางกายจากความเครียด "เคลมได้ปกติ"
แม้จะเบิกค่ารักษากับจิตแพทย์โดยตรงไม่ได้
แต่ถ้าความเครียดทำให้เกิดอาการทาง "ร่างกาย"
เช่น เครียดลงกระเพาะ กรดไหลย้อน ไมเกรนกำเริบ

แล้วเราไปหาหมออายุรกรรมเพื่อรักษาอาการทางกายเหล่านี้
แบบนี้ประกันสุขภาพยังจ่ายและเคลมได้ตามปกตินะครับ

📌 4. สวัสดิการรัฐ คือที่พึ่งหลักของสุขภาพใจ
หากไม่มีประกันกลุ่ม ก็ไม่ได้แปลว่าจะหมดหนทางครับ
เพราะทั้งสิทธิบัตรทอง (สปสช.) และประกันสังคม
ครอบคลุมการรักษาโรคทางจิตเวชแบบเต็มรูปแบบ!

แค่ทำเรื่องส่งตัว หรือไปรักษากับโรงพยาบาลตามสิทธิ์
คุณก็สามารถพบจิตแพทย์และรับยาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายครับ
บทสรุป
ร่างกายต้องการการดูแลฉันใด จิตใจก็ต้องการการดูแลฉันนั้น
แม้ประกันสุขภาพส่วนตัวอาจจะยังไม่ตอบโจทย์เรื่องนี้ 100%
แต่การรู้เงื่อนไขและรู้จักใช้สวัสดิการของรัฐหรือบริษัทให้เป็น
ก็จะช่วยให้เราเข้าถึงการรักษาได้ โดยที่กระเป๋าตังค์ไม่ฉีก
ดูแลสุขภาพกายให้ดีแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพใจกันด้วยนะครับ
- Match SURE ประกันลงตัว -
#ประกันลงตัว #อยากเล่าประกัน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ

03/06/2026

คุณจะเลือกอะไร? เพราะอะไร?

👇 คอมเมนต์เหตุผลหน่อย
(ไม่มีถูก ไม่มีผิด อยากรู้มุมมองจริงๆ)

03/06/2026

💙 ขอบคุณทุกความไว้วางใจ
ตลอดเดือนพฤษภาคม 2026

Match SURE – ประกันลงตัว
ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน
ที่เลือกให้เราดูแลเรื่อง “ความคุ้มครอง” ของคุณและคนที่คุณรัก 🙏

ทุกกรมธรรม์
ไม่ใช่แค่ “ยอดขาย”
แต่คือความเชื่อใจที่ส่งต่อให้เราได้ดูแลชีวิตของใครบางคน 💙

ทีมงาน Match SURE จะพัฒนาการบริการ
และดูแลลูกค้าทุกท่านให้ดีที่สุดต่อไป

ขอบคุณที่เชื่อใจ
Match SURE – ประกันลงตัว 🤍

#ประกันลงตัว #ประกันสุขภาพ #ประกันชีวิต #ตัวแทนประกัน #วางแผนการเงิน #ประกันออนไลน์

03/06/2026

EP40 : เป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว... ควรทิ้ง ม.39 / ม.40 แล้วซื้อประกันเองดีไหม?
บทนำ
"ชั่งน้ำหนักให้ดูชัดๆ ประกันสังคม vs สปสช. (บัตรทอง) vs ประกันสุขภาพส่วนตัว
จ่ายแบบไหนคุ้มสุดสำหรับฟรีแลนซ์?"

ฟรีแลนซ์ที่ลาออกจากงานประจำมักจะลังเลว่า
ควรส่งประกันสังคม ม.39 หรือเปลี่ยนเป็น ม.40 ดีไหม?
หรือทิ้งไปเลยแล้วซื้อประกันสุขภาพส่วนตัวอย่างเดียวจบ?

วันนี้เรามากางสวัสดิการเทียบกันให้ชัดๆ
เพื่อหาทางเลือกที่เซฟและคุ้มค่าที่สุด
สำหรับคนทำงานอิสระกันครับ
เนื้อหา
📌 1. ม.39 เหมาะกับคนที่พอใจ "โรงพยาบาลเดิม"
ส่งเดือนละ 432 บาท ได้สิทธิ์รักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเดิม
รวมถึงได้เงินสงเคราะห์บุตร และบำเหน็จบำนาญชราภาพ

แต่ข้อควรระวังคือ ฐานคำนวณเงินบำนาญตอนแก่
จะถูกลดฐานลงมาเหลือแค่ 4,800 บาทเท่านั้น
ทำให้เงินบำนาญที่จะได้รับจริงน้อยลงกว่าตอนทำงานประจำครับ

📌 2. ม.40 + บัตรทอง = คอมโบสุดประหยัด
หลายคนเข้าใจผิดว่า ม.40 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
จริงๆ แล้ว ม.40 จ่ายแค่ "เงินชดเชยรายได้" ตอนนอนโรงพยาบาลครับ

ส่วนค่ารักษาคุณต้องไปใช้สิทธิ์ "บัตรทอง (สปสช.)" แทน
ซึ่งปัจจุบันบัตรทองยกระดับครอบคลุมโรคหนักๆ ได้ดีมาก
เหมาะกับฟรีแลนซ์สายเซฟงบขั้นสุดครับ

📌 3. ซื้อ "ประกันส่วนตัว" อุดช่องโหว่เรื่องเวลา
สวัสดิการรัฐมีจุดอ่อนสำคัญคือ "คิวรอนาน"
ฟรีแลนซ์ที่เวลาคือเงินคือทอง อาจจะรอทั้งวันไม่ไหว

การมี "ประกันสุขภาพเหมาจ่าย" เอาไว้เข้าโรงพยาบาลเอกชน
จะช่วยให้เจอหมอเร็ว ได้ยาดี หายไว
ไม่ต้องเสียเวลางาน และกลับมาปั่นเงินต่อได้ทันทีครับ

📌 4. สูตรสำเร็จการจัดพอร์ตฉบับฟรีแลนซ์
แนะนำให้ใช้ "สวัสดิการรัฐ + ประกันส่วนตัว" ครับ
ทิ้ง ม.39 ไปใช้บัตรทองเป็นฐานรากสำหรับโรคร้ายแรง

สมัคร ม.40 เพื่อรับเงินชดเชยรายได้เวลาป่วย
และเจียดเงินมาซื้อ "ประกันสุขภาพเหมาจ่าย" แผนเริ่มต้น
เพื่อซื้อเวลาและความสะดวกสบายเวลาเจ็บป่วยทั่วไปครับ
บทสรุป
ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สวัสดิการรัฐคือสิ่งที่ไม่ควรทิ้งครับ
เพราะมันคือเบาะรองรับชั้นล่างสุดที่ฟรีแลนซ์ทุกคนมีสิทธิ์
การจัดพอร์ตโดยเอาข้อดีของรัฐมาผสมกับความไวของเอกชน
คือกลยุทธ์การวางแผนสุขภาพที่ฉลาดและประหยัดงบที่สุด
ทำให้ฟรีแลนซ์อย่างเราอุ่นใจ ลุยงานได้เต็มที่ครับ
- Match SURE ประกันลงตัว -
#ประกันลงตัว #อยากเล่าประกัน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ

02/06/2026

EP39 : กรรมการบริษัท ใช้เงินบริษัทซื้อประกันให้ตัวเองได้ไหม?
บทนำ
"รู้หรือไม่? เจ้าของ SME สามารถให้บริษัทจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตให้ตัวเอง
และนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้แบบถูกกฎหมาย!"

เจ้าของกิจการหลายคนเวลาจะทำประกันชีวิตให้ตัวเอง
มักจะควักเงินในกระเป๋าส่วนตัวจ่ายใช่ไหมครับ?

แต่ความจริงแล้ว เราสามารถให้ "บริษัทเป็นคนจ่าย" ได้
ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า ประกันบุคคลสำคัญ (Keyman Insurance)
มาดูกันครับว่าทำยังไงถึงจะถูกต้องและได้ประโยชน์สูงสุด
เนื้อหา
📌 1. ทำได้ในรูปแบบ "ประกันบุคคลสำคัญ"
กรรมการบริษัทคือฟันเฟืองสำคัญที่สุดของธุรกิจ
หากเป็นอะไรไป บริษัทอาจสะดุดหรือล้มละลายได้

ดังนั้น บริษัทจึงสามารถซื้อประกันชีวิตให้กรรมการ
เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยให้บริษัทเป็น "ผู้ชำระเบี้ย"
และกรรมการเป็น "ผู้เอาประกัน" ครับ

📌 2. นำเบี้ยไปเป็น "รายจ่าย" ลดภาษีนิติบุคคล
ค่าเบี้ยประกันที่บริษัทจ่ายไป สามารถนำมาบันทึกเป็น
"รายจ่ายของบริษัท" ได้แบบ 100% เลยครับ!

ซึ่งจะช่วยลดกำไรสุทธิ ทำให้บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลน้อยลง
ถือเป็นการบริหารภาษีของกิจการอย่างถูกกฎหมาย

📌 3. กฎเหล็ก: ต้องมีรายงานการประชุมชัดเจน
สรรพากรมีเงื่อนไขว่า การทำประกันแบบนี้ต้อง "ไม่เลือกปฏิบัติ"
ต้องมีการจัดทำรายงานการประชุมของคณะกรรมการ

และต้องระบุให้สวัสดิการนี้กับกรรมการ "ทุกคน"
ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ด้วยมาตรฐานและเงื่อนไขเดียวกัน
ถึงจะนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้อย่างถูกต้องครับ

📌 4. ระวังเรื่อง "ภาษีบุคคลธรรมดา" ของกรรมการ
ข้อนี้สำคัญมาก! ค่าเบี้ยที่บริษัทจ่ายให้ ถือเป็น "รายได้" ของกรรมการ
สิ้นปีต้องนำยอดนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีบุคคลธรรมดาด้วย

แต่ข้อดีคือ เมื่อครบสัญญา หรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน
"เงินก้อน (ทุนประกัน)" ที่ได้รับกลับมา... จะได้รับการ "ยกเว้นภาษี"
ถือเป็นการส่งต่อความมั่งคั่งจากบริษัทสู่ตัวเราที่คุ้มค่ามากครับ
บทสรุป
การใช้เงินบริษัทซื้อประกันให้กรรมการ (Keyman Insurance)
คือสุดยอดกลยุทธ์การเงินแบบ Win-Win ครับ
บริษัทก็ได้ลดหย่อนภาษีและปกป้องความเสี่ยง
ส่วนตัวกรรมการเองก็ได้สวัสดิการคุ้มครองชีวิตหลักล้าน
เจ้าของ SME คนไหนยังไม่เคยทำ ลองเอาวิธีนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ
- Match SURE ประกันลงตัว -
#ประกันลงตัว #อยากเล่าประกัน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ

01/06/2026

EP38 : ยื่นใบลาออกปุ๊บ สวัสดิการหายปั๊บ!
บทนำ
"เช็กลิสต์ประกันที่มนุษย์เงินเดือน 'ต้องเตรียม' ให้พร้อม
ก่อนตัดสินใจทิ้งประกันกลุ่มแล้วยื่นใบลาออก"

วินาทีที่ตัดสินใจยื่นซองขาวลาออก
นอกจากเงินเดือนที่หายไปแล้ว
"ประกันกลุ่ม" ของบริษัทก็จะปลิวตามไปด้วย!

ช่วงรอยต่อระหว่างรอเริ่มงานใหม่ หรือไปเป็นฟรีแลนซ์
คือช่วงที่เสี่ยงที่สุดหากเกิดล้มป่วยกะทันหัน
มาดูเช็กลิสต์ประกันที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนลาออกกันครับ
เนื้อหา
📌 1. รีบทำ "ประกันสุขภาพส่วนตัว" ก่อนลาออก
อย่ารอให้ลาออกแล้วค่อยมาหาซื้อประกันครับ!
เพราะประกันสุขภาพมี "ระยะเวลารอคอย" (30-120 วัน)

ควรทำไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ยังมีประกันกลุ่มคัฟเวอร์อยู่
พอลาออกปุ๊บ ประกันส่วนตัวของเราก็พ้นระยะรอคอยพอดี
ทำให้คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่องครับ

📌 2. อย่าลืมรักษาสิทธิ์ "ประกันสังคม"
ลาออกแล้ว ประกันสังคมมาตรา 33 จะสิ้นสุดลง
แต่เรายังได้สิทธิ์คุ้มครองค่ารักษาฟรีต่ออีก 6 เดือน!

หลังจากนั้น ถ้ายังไม่ได้งานใหม่ หรือไปทำธุรกิจส่วนตัว
ให้รีบไปขึ้นทะเบียน "มาตรา 39" ภายใน 6 เดือน
เพื่อรักษาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลพื้นฐานเอาไว้ครับ

📌 3. เตรียม "ชดเชยรายได้" ไว้อุดรอยรั่ว
ช่วงตกงาน หรือเริ่มทำธุรกิจ ช่วงแรกรายได้จะไม่นิ่ง
ถ้าดันแจ็คพอตป่วยจนต้องแอดมิท เงินเก็บจะร่อยหรอไวมาก

การมีประกันชดเชยรายได้ (HB) ติดไว้สักแผน
จะช่วยการันตีว่าถึงจะป่วยนอนโรงพยาบาล
เราก็ยังมีเงินสดเข้ามาหมุนเวียนจ่ายบิลต่างๆ ได้ครับ

📌 4. เช็กสิทธิ์ "แปลงประกันกลุ่มเป็นส่วนตัว"
บางบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานที่ลาออกหรือเกษียณ
สามารถขอซื้อกรมธรรม์ประกันกลุ่มต่อเป็นของตัวเองได้
โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ หรือเริ่มนับระยะรอคอยใหม่

ลองสอบถาม HR ก่อนเก็บของออกจากบริษัทดูนะครับ
ถ้ามีสิทธิ์นี้ ถือว่าเป็นทางเลือกที่เซฟและคุ้มค่ามาก
บทสรุป
การก้าวออกจากเซฟโซนเพื่อไปเติบโตในทางของตัวเอง
เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญและพร้อมลุยเสมอ
แต่อย่าปล่อยให้เป้าหมายต้องสะดุดเพราะบิลค่ารักษา
การเตรียมความคุ้มครองสุขภาพให้พร้อมก่อนยื่นซองขาว
คือการปิดประตูความเสี่ยงที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรมองข้ามครับ
- Match SURE ประกันลงตัว -
#ประกันลงตัว #อยากเล่าประกัน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
12030