F.I.N LAB

F.I.N LAB

ตำแหน่งใกล้เคียง บริษัท เงินทุน

1 ASIA Property
1 ASIA Property
วณิฐา นุชเจริญ Allianz Ayudhya
วณิฐา นุชเจริญ Allianz Ayudhya
แจ้งวัฒนะ หลักสี่
ประกันชีวิตและวินาศภัย
ประกันชีวิตและวินาศภัย
แจ้งวัฒนะ​
สำนักงาน คุณเอนก จิตต์เอกชัย
สำนักงาน คุณเอนก จิตต์เอกชัย
299/4 หมู่บ้าน วิสต้า ปาร์ค วิภาวดี 1 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลั
Chuyển tiền qua lại Thái-Việt
Chuyển tiền qua lại Thái-Việt
No. 203 , Lio village, Soi Chang Akat Uthit 13, Chang Akat Uthit road, Sikan, Donmuang, Bangkok 10210
สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัท ทีโอท
สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัท ทีโอท
89/2 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
Mida Leasing
Mida Leasing
48/1-5 ซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้องเขตหลักสี่
ศูนย์ขยายงานธุรกิจเอเชียปร
ศูนย์ขยายงานธุรกิจเอเชียปร
208/35 ซอยแจ้งวัฒนะ 6 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
จุติพร หนูปลอด Allianz Ayudhya
จุติพร หนูปลอด Allianz Ayudhya
หมู่บ้าน City Sense สรงประภาดอนเมือง
G&G Insure
G&G Insure
111/128-129 ม7ซ.พหลฯ69/2ม.ทิพย์พิทักษ์ ถ.พหลโยธินbangkhen
Vichayathon Accountancy Co.,Ltd.
Vichayathon Accountancy Co.,Ltd.
29/25 Pruksatown Pivet Fidelio, Ratchada-Raminthra Road, Raminthra, Khannayao
SC Corporate Co.,Ltd
SC Corporate Co.,Ltd
อาคารไคตัค นาริตะ ชั้น 9 เมืองทองธานี, Pak Kret
บ้าน-คอนโด-เงินเหลือ เพื่ออน
บ้าน-คอนโด-เงินเหลือ เพื่ออน
กรุงเทพมหานคร
ณัฐวลี  ภู่รัตน์  Allianz Ayudhya
ณัฐวลี ภู่รัตน์ Allianz Ayudhya
10220
สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการป
สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการป
400 ถนน ประชาชื่น แขวง ทุ่งสองห้อง เขต หลักสี่
DNmind-Insure
DNmind-Insure
Nonthaburi 11000

ตำแหน่งใกล้เคียง accountant

สถาบันYellowการบัญชี
สถาบันYellowการบัญชี
สะพานใหม่
สำนักงานบัญชี เอ็นเคเบสท์
สำนักงานบัญชี เอ็นเคเบสท์
กิ่งแก้ว
SBAC - Accounting
SBAC - Accounting
6/599 ม.5 ซ.พหลโยธิน 52 แขวงคลองถนน เขตสายไหม
สำนักงานบัญชี รับทำบัญชี แจ้
สำนักงานบัญชี รับทำบัญชี แจ้
85/151 ถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด 27 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด นนทบุรี
สำนักงานบัญชีสำหรับนักธุรก
สำนักงานบัญชีสำหรับนักธุรก
18 ซอยพหลโยธิน 24 แยก 2 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
CNRaccounting
CNRaccounting
111/226 Moo9 Chaengwattana-Pakkred 19, Bangpood, Pakkred, Nonthaburi
Cfotalkbiz
Cfotalkbiz
Nonthaburi 11000
SK Inter Audit & Law Co., Ltd.
SK Inter Audit & Law Co., Ltd.
หมู่บ้านเดอะทรัสต์ ซิตี้ งามวงศ์วาน 25, 5/70 ซอยงามวงศ์วาน 25 แยก 26 ต.บางเขน อ.เม, Nonthaburi
บริการงานบัญชี
บริการงานบัญชี
Non Buri 11000
DPU MACC and Ph.D in Accountancy - บัณฑิตศึกษาสาขา
DPU MACC and Ph.D in Accountancy - บัณฑิตศึกษาสาขา
110/1-4 Prachachuen Rd., Laksi,
บริษัท พี ธนะโชติ 1992  การบัญชี
บริษัท พี ธนะโชติ 1992 การบัญชี
30/109 Thanon Ngamwongwan, ตำบลบางเขน Mueang Nonthaburi District, Nonthaburi

ตำแหน่งใกล้เคียง business

SkyTech ดิจิตอลทีวีติดรถยนต์
SkyTech ดิจิตอลทีวีติดรถยนต์
เลขที่4 โกสุมรวมใจ5 เขต.สีกัน แขวง.ดอนเมือง
Brillion Plus Club
Brillion Plus Club
ศูนย์บริการไพโอเนียร์ ดอนเม
ศูนย์บริการไพโอเนียร์ ดอนเม
4/40 ซอยโกสุมรวมใจ43 แยก5 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง
Plan For Kids
Plan For Kids
1/999 อาคารภูมิสรวล · กรุงเทพมหานคร
Plan For Kids Shop หนังสือเด็ก
Plan For Kids Shop หนังสือเด็ก
Plan For Kids 1/999 อาคารภูมิสรวล
ขายอุปกรณ์ดับเพลิง แพทย์ กู้
ขายอุปกรณ์ดับเพลิง แพทย์ กู้
10210
Betagro Recruitment
Betagro Recruitment
Betagro Tower 323 Vibhavadi Rangsit Rd., Lak Si
NT cyfence
NT cyfence
99 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
ทรานสเลเตอร์วัน แปลเอกสาร แป
ทรานสเลเตอร์วัน แปลเอกสาร แป
หลักสี่
IDOL Online Marketing การตลาดง่าย ๆ บนปลาย
IDOL Online Marketing การตลาดง่าย ๆ บนปลาย
หลักสี่
ประกันชีวิตและวินาศภัย
ประกันชีวิตและวินาศภัย
แจ้งวัฒนะ​
Tonan Asia Autotech
Tonan Asia Autotech
295/7-8 ถนนช่างอากาศอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
บริการ รถเช่า รถตู้ให้เช่า พ
บริการ รถเช่า รถตู้ให้เช่า พ
10/43 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง
BOA Coms
BOA Coms
333/81 ไอทีสแควร์ อาคาร1 ชั้น4 ถนนกำแพงเพชร ตลาดบางเขน เขตหลักสี่ 10210
SuperLife World Thailand by Coach Alex Vrich Team
SuperLife World Thailand by Coach Alex Vrich Team
10210

Your financial planning playground to co-navigate to success

เปิดเหมือนปกติ

11/09/2021

#FINHistory จากวิกฤต 40 ถึงโควิด 19: ปรับตัวยังไงให้รอดจากทุกปัญหา (Part 2)
.
📍ถ้าให้ความชิบหายทางการเงินเต็ม 10 วิกฤตปี 2540 คงอยู่ได้ 5 คะแนน ส่วนโควิด 19 คงได้ 11 คะแนน!
.
ในเมื่อประเทศไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป เพราะถือเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทย ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่โควิด 19 จะสร้างปัญหาทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่กระทบคนทั้งประเทศ 💸
.
เห็นอะไรจากตรงนี้ไหม 👀
.
📄 บทความก่อนหน้านี้เราเล่าว่าหลังจากที่เมืองไทยต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจปี 2540 รัฐบาลพยายามหาเม็ดเงินเข้าประเทศโดยได้โปรโมตการท่องเที่ยวให้เป็นสินค้าหลัก ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่เคยสร้าง worst case scenario เลยว่าถ้าเมืองไทยขายการท่องเที่ยวไม่ได้ อะไรจะรองรับปัญหานี้ ในขณะที่สิงคโปร์พัฒนาประเทศจากที่ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย รายได้หลักจากไต้หวันมาจากธุรกิจไอที เมืองไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวจากภายนอกที่พร้อมจะหายไปทุกเมื่อ
.
เหมือนกับไม่เคยเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
.
🛫 นอกเหนือจากการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย จีน และอินเดีย ซึ่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปและต้องอยู่ท่ามกลางสงครามการค้าของจีนและสหรัฐฯ รายได้ของคนไทยเริ่มตามค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่ทัน ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยยิ่งห่างออกเรื่อยๆ เศรษฐกิจยังคงไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่ผู้ผลิตสินค้าทันสมัยหรือเทคโนโลยีได้ ทั้งๆ ที่เป็นตลาดที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก
.
โควิด 19 เข้ามาซ้ำเติมให้ผลกระทบเกิดขึ้นชัดและเร็วกว่าปกติ
.
ถ้าจะถามว่าเราเอาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์โควิดในตอนนี้ได้ไหม เราขอแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นให้คุณเห็นภาพได้ชัดขึ้นประมาณนี้ 👇🏻
.
📍#สาเหตุของวิกฤตที่ต่างกัน
สาเหตุหลักๆ ของวิกฤตปี 2540 เกิดมาจากนโยบายทางเศรษฐกิจและการเงินที่ผิดพลาดโดยตรงจากรัฐบาล ทำให้การลงทุนโดยเฉพาะในภาคการเงิน ภาคอสังหารัมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันมาจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปราะบางมาเป็นเวลานาน ภาครัฐและเอกชนไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับความต้องการของตลาดโลกได้ ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากต่างประเทศ และสูญเสียความได้เปรียบในทางเศรษฐกิจไป ลองคิดดูสิว่าตอนนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวกี่คน?
.
📍#ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างกัน
อาจกล่าวได้ว่าในวิกฤตปี 2540 เราได้รับผลกระทบจาก “คนรวยลงไปสู่คนจน” ในขณะที่วิกฤตโควิด 19 ส่งผลจาก “ล่างขึ้นบน” ทำให้แรงงานจำนวนมากต้องว่างงานชั่วขณะ สินค้าเกษตรมีราคาตกต่ำ การขนส่งที่ทำได้ไม่เต็มที่ทำให้ภาคธุรกิจก็เผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งเมื่อกำลังการบริโภคของชนชั้นล่าง และชนชั้นกลางเริ่มหดตัวลง ก็จะยิ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อยอดขายของนักธุรกิจชนชั้นนำในอนาคตได้เช่นกัน
.
📍#มีสิ่งที่มาช่วยเยียวยาและรองรับปัญหาที่ต่างกัน
ในวิกฤตปี 2540 ภาคการเกษตรและภาคการส่งออกยังเป็นภาคทางเศรษฐกิจที่ได้ไปต่อ เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้าส่งออกไทยมีราคาถูกลงในตลาดโลก แต่โควิด 19 ทำให้ธุรกิจจำนวนมากไม่สามารถดำเนินกิจการได้อย่างปกติ ทั้งจากมาตรการของรัฐและการขาดกำลังแรงงาน ส่งผลต่อสภาพคล่องทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ภาคการเกษตรก็เกิดภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เกิดการแข่งขันสูงในตลาดโลกเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านก็กลายมาเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญเช่นเดียวกัน
.
💡ตอนนี้ทางรอดมีทางเดียวซึ่งขึ้นอยู่กับว่าทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศนั้นๆ จะสามารถปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์โควิด 19 ได้เร็วแค่ไหน เมื่อเรารู้แล้วว่าเศรษฐกิจและธุรกิจของเรากำลังเผชิญกับจุดอ่อนอย่างไรบ้าง
.
สำหรับใครที่ยังไหว ทางเดียวที่จะเอาตัวรอดคือการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ วางแผนการจัดการเงิน สภาพคล่อง และเงินสดสำรองไว้ให้ดี การเรียนรู้กลายเป็นของจำเป็นสำหรับคนวัยทำงานไปแล้ว โลกธุรกิจและข้อมูลข่าวสารไปเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความรู้ใหม่ๆ มีเพิ่มขึ้นจนเราอาจจะเก็บไม่หมด แต่สิ่งที่ต้องท่องไว้ คือ #เราต้องไม่ช้ากว่าคนอื่น 📱
.
🤓 การปรับตัวเพื่อไม่ให้ช้ากว่าคนอื่น #ให้ลองหาความรู้เพิ่มเติม ตอนนี้เราเห็นคอร์สเรียนออนไลน์อยู่มากมายคลอบคลุมเกือบจะทุกสายการงาน ทั้งคอร์สจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เช่น คอร์สของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเรียนจบแล้วได้รับใบประกาศนียบัตรสามารถนำไปใช้สมัครงาน เพิ่มเงินเดือนของเราได้อีกด้วย
.
อยากให้ทุกคนลองหันมาให้ความสนใจกับ #การพัฒนาความรู้เชิงบูรณาการมากขึ้น เมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินว่าเรียนแบบเป็ด
รู้ทุกอย่างแต่ไม่ลึกจะหางานทำลำบาก สมัยนี้เปลี่ยนไปแล้ว ตลาดต้องการกำลังคนที่รู้มากกว่า 1 อย่าง ☝🏻 ที่สามารถนำความรู้ทั้งหลายเหล่านั้นมาหลอมหลวมกันเป็นความรู้ใหม่ได้ ตรงนี้สำคัญ เพราะทุกคนฝึกให้เกิดความชำนาญได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะประยุกต์ความชำนาญและประสบการณ์มาใช้ได้ดี ทำตรงนี้ได้ ก็จะกลายเป็นแต้มต่อให้งานของเราสดใหม่ จะทำธุรกิจอะไรก็มองออกในทุกสถานการณ์
.
ผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ ก็ต้อง #หมั่นตรวจสอบสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงิน ในธุรกิจของเราอยู่เป็นประจำ ว่าเงินที่สำรองไว้ เพียงพอต่อการรับมือกับความเสี่ยงหรือสถานการณ์ที่ลูกค้ายังไม่กลับมาเป็นปกติได้นานแค่ไหน ถ้ายังไม่พอจริงๆ การหารายได้เพิ่มคงเป็นสิ่งจำเป็น ลองมาตรวจสอบดูว่าเรามีสินทรัพย์ชิ้นไหนไหมที่พอจะเปลี่ยนมาเป็นเงินสดไว้เยียวยาวิกฤตที่จะเกิดขึ้นก่อน อาจจะเสียดายของบางชิ้นที่จำเป็นต้องสละ แต่อยากให้บอกกับตัวเอง ถ้าเรารอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ เราได้ของชิ้นนั้นกลับคืนมาแน่นอน 💰
.
นอกจากจะต้องตรวจสอบสภาพคล่องในธุรกิจของเราแล้ว #ต้องตรวจสอบตลาดที่เรากำลังค้าขายอยู่เสมอ ทุกช่วงที่มีวิกฤต เราจะเจอผู้เล่นหน้าเก่าที่ล้มหายตายจากไปเสมอ แล้วก็จะได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันในตลาดกับเราเช่นกัน เราต้องเตรียมความพร้อมกับนักลงทุนหน้าใหม่ที่กำลังจะมาเป็นคู่แข่งในอนาคต และต้องติดตามกระแสในตลาดและทางธุรกิจให้ทัน ว่าตอนนี้ทิศทางเปลี่ยนไปในทางไหน รู้เขารู้เรา ทำธุรกิจ 100 ครั้ง ก็ต้องรอดทุกครั้ง 📈
.
📍F.I.N LAB ขอเอาใจช่วยนักธุรกิจ นักลงทุน รวมถึงคนทำงานทุกคนที่ยังต้องต่อสู้กันต่อไป ช่วงนี้เราอาจจะต้องให้เวลาและกำลังใจกับตัวเองมากขึ้น เพื่อให้เราสามารถเอาชนะวิกฤตครั้งนี้ได้ไปด้วยกัน เชื่อว่าหลังวิกฤตจะมีโอกาสอีกมากมายให้เราได้ขยับกันต่อไป เตรียมความพร้อมในวันนี้เพื่อโอกาสที่กำลังจะมาถึงต่อไป
.
#FINLAB #FinancialNavigator

#FINHistory จากวิกฤต 40 ถึงโควิด 19: ปรับตัวยังไงให้รอดจากทุกปัญหา (Part 2)
.
📍ถ้าให้ความชิบหายทางการเงินเต็ม 10 วิกฤตปี 2540 คงอยู่ได้ 5 คะแนน ส่วนโควิด 19 คงได้ 11 คะแนน!
.
ในเมื่อประเทศไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป เพราะถือเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทย ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่โควิด 19 จะสร้างปัญหาทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่กระทบคนทั้งประเทศ 💸
.
เห็นอะไรจากตรงนี้ไหม 👀
.
📄 บทความก่อนหน้านี้เราเล่าว่าหลังจากที่เมืองไทยต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจปี 2540 รัฐบาลพยายามหาเม็ดเงินเข้าประเทศโดยได้โปรโมตการท่องเที่ยวให้เป็นสินค้าหลัก ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่เคยสร้าง worst case scenario เลยว่าถ้าเมืองไทยขายการท่องเที่ยวไม่ได้ อะไรจะรองรับปัญหานี้ ในขณะที่สิงคโปร์พัฒนาประเทศจากที่ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย รายได้หลักจากไต้หวันมาจากธุรกิจไอที เมืองไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวจากภายนอกที่พร้อมจะหายไปทุกเมื่อ
.
เหมือนกับไม่เคยเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
.
🛫 นอกเหนือจากการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย จีน และอินเดีย ซึ่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปและต้องอยู่ท่ามกลางสงครามการค้าของจีนและสหรัฐฯ รายได้ของคนไทยเริ่มตามค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่ทัน ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยยิ่งห่างออกเรื่อยๆ เศรษฐกิจยังคงไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่ผู้ผลิตสินค้าทันสมัยหรือเทคโนโลยีได้ ทั้งๆ ที่เป็นตลาดที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก
.
โควิด 19 เข้ามาซ้ำเติมให้ผลกระทบเกิดขึ้นชัดและเร็วกว่าปกติ
.
ถ้าจะถามว่าเราเอาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์โควิดในตอนนี้ได้ไหม เราขอแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นให้คุณเห็นภาพได้ชัดขึ้นประมาณนี้ 👇🏻
.
📍#สาเหตุของวิกฤตที่ต่างกัน
สาเหตุหลักๆ ของวิกฤตปี 2540 เกิดมาจากนโยบายทางเศรษฐกิจและการเงินที่ผิดพลาดโดยตรงจากรัฐบาล ทำให้การลงทุนโดยเฉพาะในภาคการเงิน ภาคอสังหารัมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันมาจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปราะบางมาเป็นเวลานาน ภาครัฐและเอกชนไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับความต้องการของตลาดโลกได้ ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากต่างประเทศ และสูญเสียความได้เปรียบในทางเศรษฐกิจไป ลองคิดดูสิว่าตอนนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวกี่คน?
.
📍#ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างกัน
อาจกล่าวได้ว่าในวิกฤตปี 2540 เราได้รับผลกระทบจาก “คนรวยลงไปสู่คนจน” ในขณะที่วิกฤตโควิด 19 ส่งผลจาก “ล่างขึ้นบน” ทำให้แรงงานจำนวนมากต้องว่างงานชั่วขณะ สินค้าเกษตรมีราคาตกต่ำ การขนส่งที่ทำได้ไม่เต็มที่ทำให้ภาคธุรกิจก็เผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งเมื่อกำลังการบริโภคของชนชั้นล่าง และชนชั้นกลางเริ่มหดตัวลง ก็จะยิ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อยอดขายของนักธุรกิจชนชั้นนำในอนาคตได้เช่นกัน
.
📍#มีสิ่งที่มาช่วยเยียวยาและรองรับปัญหาที่ต่างกัน
ในวิกฤตปี 2540 ภาคการเกษตรและภาคการส่งออกยังเป็นภาคทางเศรษฐกิจที่ได้ไปต่อ เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้าส่งออกไทยมีราคาถูกลงในตลาดโลก แต่โควิด 19 ทำให้ธุรกิจจำนวนมากไม่สามารถดำเนินกิจการได้อย่างปกติ ทั้งจากมาตรการของรัฐและการขาดกำลังแรงงาน ส่งผลต่อสภาพคล่องทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ภาคการเกษตรก็เกิดภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เกิดการแข่งขันสูงในตลาดโลกเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านก็กลายมาเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญเช่นเดียวกัน
.
💡ตอนนี้ทางรอดมีทางเดียวซึ่งขึ้นอยู่กับว่าทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศนั้นๆ จะสามารถปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์โควิด 19 ได้เร็วแค่ไหน เมื่อเรารู้แล้วว่าเศรษฐกิจและธุรกิจของเรากำลังเผชิญกับจุดอ่อนอย่างไรบ้าง
.
สำหรับใครที่ยังไหว ทางเดียวที่จะเอาตัวรอดคือการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ วางแผนการจัดการเงิน สภาพคล่อง และเงินสดสำรองไว้ให้ดี การเรียนรู้กลายเป็นของจำเป็นสำหรับคนวัยทำงานไปแล้ว โลกธุรกิจและข้อมูลข่าวสารไปเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความรู้ใหม่ๆ มีเพิ่มขึ้นจนเราอาจจะเก็บไม่หมด แต่สิ่งที่ต้องท่องไว้ คือ #เราต้องไม่ช้ากว่าคนอื่น 📱
.
🤓 การปรับตัวเพื่อไม่ให้ช้ากว่าคนอื่น #ให้ลองหาความรู้เพิ่มเติม ตอนนี้เราเห็นคอร์สเรียนออนไลน์อยู่มากมายคลอบคลุมเกือบจะทุกสายการงาน ทั้งคอร์สจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เช่น คอร์สของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเรียนจบแล้วได้รับใบประกาศนียบัตรสามารถนำไปใช้สมัครงาน เพิ่มเงินเดือนของเราได้อีกด้วย
.
อยากให้ทุกคนลองหันมาให้ความสนใจกับ #การพัฒนาความรู้เชิงบูรณาการมากขึ้น เมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินว่าเรียนแบบเป็ด
รู้ทุกอย่างแต่ไม่ลึกจะหางานทำลำบาก สมัยนี้เปลี่ยนไปแล้ว ตลาดต้องการกำลังคนที่รู้มากกว่า 1 อย่าง ☝🏻 ที่สามารถนำความรู้ทั้งหลายเหล่านั้นมาหลอมหลวมกันเป็นความรู้ใหม่ได้ ตรงนี้สำคัญ เพราะทุกคนฝึกให้เกิดความชำนาญได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะประยุกต์ความชำนาญและประสบการณ์มาใช้ได้ดี ทำตรงนี้ได้ ก็จะกลายเป็นแต้มต่อให้งานของเราสดใหม่ จะทำธุรกิจอะไรก็มองออกในทุกสถานการณ์
.
ผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ ก็ต้อง #หมั่นตรวจสอบสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงิน ในธุรกิจของเราอยู่เป็นประจำ ว่าเงินที่สำรองไว้ เพียงพอต่อการรับมือกับความเสี่ยงหรือสถานการณ์ที่ลูกค้ายังไม่กลับมาเป็นปกติได้นานแค่ไหน ถ้ายังไม่พอจริงๆ การหารายได้เพิ่มคงเป็นสิ่งจำเป็น ลองมาตรวจสอบดูว่าเรามีสินทรัพย์ชิ้นไหนไหมที่พอจะเปลี่ยนมาเป็นเงินสดไว้เยียวยาวิกฤตที่จะเกิดขึ้นก่อน อาจจะเสียดายของบางชิ้นที่จำเป็นต้องสละ แต่อยากให้บอกกับตัวเอง ถ้าเรารอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ เราได้ของชิ้นนั้นกลับคืนมาแน่นอน 💰
.
นอกจากจะต้องตรวจสอบสภาพคล่องในธุรกิจของเราแล้ว #ต้องตรวจสอบตลาดที่เรากำลังค้าขายอยู่เสมอ ทุกช่วงที่มีวิกฤต เราจะเจอผู้เล่นหน้าเก่าที่ล้มหายตายจากไปเสมอ แล้วก็จะได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันในตลาดกับเราเช่นกัน เราต้องเตรียมความพร้อมกับนักลงทุนหน้าใหม่ที่กำลังจะมาเป็นคู่แข่งในอนาคต และต้องติดตามกระแสในตลาดและทางธุรกิจให้ทัน ว่าตอนนี้ทิศทางเปลี่ยนไปในทางไหน รู้เขารู้เรา ทำธุรกิจ 100 ครั้ง ก็ต้องรอดทุกครั้ง 📈
.
📍F.I.N LAB ขอเอาใจช่วยนักธุรกิจ นักลงทุน รวมถึงคนทำงานทุกคนที่ยังต้องต่อสู้กันต่อไป ช่วงนี้เราอาจจะต้องให้เวลาและกำลังใจกับตัวเองมากขึ้น เพื่อให้เราสามารถเอาชนะวิกฤตครั้งนี้ได้ไปด้วยกัน เชื่อว่าหลังวิกฤตจะมีโอกาสอีกมากมายให้เราได้ขยับกันต่อไป เตรียมความพร้อมในวันนี้เพื่อโอกาสที่กำลังจะมาถึงต่อไป
.
#FINLAB #FinancialNavigator

09/09/2021

#FINHistory จากวิกฤต 40 ถึงโควิด 19: ปรับตัวยังไงให้รอดจากทุกปัญหา (Part 1)
.
คนรุ่นใหม่ที่โตมาในเมืองไทย 20 กว่าปีคงไม่เคยได้ยินคำว่า “ช่วงนี้เศรษฐกิจดีจัง” ล่ะสิ เพราะพอลืมตาขึ้นมาดูโลกก็พบว่ามีแต่ปัญหาเต็มไปหมด ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง ภัยธรรมชาติ และการแข่งขันในตลาดโลกที่ประเทศเพื่อนบ้านเร่งวิ่งแซงกันไปหลายเรื่องแล้ว แต่เชื่อไหมว่าก่อนพวกคุณจะเกิด เคยมีบรรยากาศ “เศรษฐกิจดี” ในประเทศไทยจนหลายคนมั่นอกมั่นใจว่าเราจะเป็น “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย” 🐯
.
บ้านเมืองก่อนปี 2540 เต็มไปด้วยการพัฒนาตามนโยบาย “เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า” ต่างชาติพากันมาลงทุนในเมืองไทยโดยใช้เป็นฐานในการผลิตสินค้าที่สำคัญหลายชนิด ส่งผลให้เม็ดเงินไหลสะพัดเต็มไปหมด สถาบันการเงินบางแห่งสามารถจ่ายโบนัสให้พนักงานมากถึง 24 เดือน เกิดเศรษฐีใหม่เต็มไปหมด เมืองไทยมีฝันขนาดใหญ่ว่าอย่างนี้เราก็เป็น “ศูนย์กลางการทางเงิน” ในแถบอินโดจีนได้ล่ะสิ คิดได้อย่างนั้นก็ทั้งภาครัฐและเอกชนก็เร่งกันพัฒนาบ้านเมืองจนไม่ได้กลิ่นแปลกๆ ที่กำลังลอยมา
.
“กลิ่นต้มยำกุ้ง” 🦐🇹🇭
.
เคยได้ยินเรื่องวิกฤตต้มยำกุ้งมั้ย? การพังทลายของระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2540 อันเป็นผลมาจากภาวะฟองสบู่แตก ที่ทำให้เกิดตึกร้างมากมายในกรุงเทพ คนรวยเป็นคนจนในข้ามคืน อัตราคนฆ่าตัวตายสูงมาก เกิดตลาดนัดคนเคยรวยเอาของแบรนด์เนมมาเร่ขาย หรือบางคนก็ถือคติ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ปล่อยให้ตัวเองล้มละลายไปเลย การพังทะลายทางเศรษฐกิจตอนนั้นส่งผลให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ในตอนนี้มีความกลัวเรื่องความไม่มั่นคงมากๆ ชอบเงินมากกว่าความเสี่ยง เพราะไม่อยากพาตัวเองไปเจอจุดจบแบบนั้นอีก
.
ขอให้ภาพเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจวิกฤตมากขึ้น ในทางเศรษฐศาสตร์เราสามารถอธิบายเรื่องนี้ผ่านทฤษฎี “สามสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Impossible Trinity” ว่ามีนโยบายทางเศรษฐกิจอยู่ 3 อย่างที่ไม่สามารถทำพร้อมกันได้ คือ
.
#การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนคงที่
คือมีการตรึงค่าเงินไว้ให้คงที่ไม่ผันผวน เพื่อดึงดูดและให้การการันตีแก่นักลงทุน
.
#การอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้อย่างเสรี
คือการอนุญาตให้มีการไหลเข้าและไหลออกของการลงทุนได้ง่าย โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางด้านกฎหมายและนโยบายของรัฐ
.
#การกำหนดนโยบายทางการเงินอย่างเป็นอิสระ
รัฐมีความสามารถในการกำหนดนโยบายทางตรงต่อภาคการเงิน เพื่อควบคุมและจูงใจให้เกิดหรือลดการลงทุนในระบบ เพื่อควบคุมความร้อนแรงเศรษฐกิจ
.
ในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลสามารถทำได้เต็มที่คือ 2 ใน 3 ข้อ เพื่อรักษาสมดุลทางการเงินของประเทศเอาไว้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เพราะเราทำทั้ง 3 ข้อพร้อมกัน…
.
ในช่วงแรกทุกอย่างผ่านไปได้สวยงาม เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตถึง 2 หลัก จนต่างชาติเรียกว่า “เป็นการเติบโตที่มหัศจรรย์ของเอเชีย” ล่อตาล่อใจทั้งภาครัฐและเอกชนให้กล้าลงมาเสี่ยงในตลาดมากขึ้น แต่จุดพลิกผันของเรื่องทั้งหมดอยู่ตรงนี้
.
สถาบันการเงินในไทยตอบแทนนักลงทุนในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก (สูงถึง 15% ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ 0.25%) ใครๆ ก็อยากเทเงินของตัวเองมาเก็งกำไรจนทำให้มีเม็ดเงินจากทุกที่ไหลเวียนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมหาศาลทั้งภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์ เกิดนายทุนจากตลาดหุ้นและโครงการภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก นักธุรกิจไทยหลายต่อหลายคนกู้เงินจากสถาบันทางการเงินต่างชาติได้อย่างอิสระ เป็นการกู้ระยะสั้นเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะสั้น ในขณะที่ทุกคนกำลังเล่นเกมการเงินกันอยู่ ก็เกิดเสียงแตกดังโพละ
.
เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก 🛁
.
ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะเงินที่ไหลเข้าจำนวนมากกลับไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริงในระบบเศรษฐกิจไทย ไหลเข้ามานอนเฉยๆ แล้วออกไป
.
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการตรึงค่าเงินให้อยู่ที่ประมาณ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินไว้ดึงดูดการลงทุน เป็นนโยบายเพื่อการันตีว่า วันที่นักลงทุนถือเงินบาท แล้วกลับไปเป็นเงินดอลลาร์ นักลงทุนจะยังถือเงินที่มีมูลค่าเท่าเดิม ยิ่งทำให้รัฐต้องรับบทเดอะแบก อุ้มภาระทั้งหมดไว้โดยเอาเงินสำรองมาอุดรอยรั่วเพื่อให้ค่าเงินบาทยังคงอยู่ในอัตราแลกเปลี่ยนเท่าเดิม และในเมื่อแบกต่อไปไม่ไหว รัฐบาลในตอนนั้นประกาศลอยตัวค่าเงินบาท (แทนอัตราคงที่ในแบบเดิม) ความจริงปรากฏ ค่าเงิน 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ลอยไปเป็น 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ คนที่กู้เงินจากธนาคารต่างชาติมา 1 ล้านเหรีญ ต้องชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ความพินาศเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน กระทบเศรษฐกิจทั้งประเทศ หลายธุรกิจต้องหยุดชะงักและปิดตัวไป เหมือนทุกอย่างกลับไปเริ่มใหม่หมด
.
วิกฤตปี 2540 ส่งผลกระทบเป็นทอดๆ ตั้งแต่นักธุรกิจที่ลงทุนในตลาดหุ้น / ธนาคารที่ปล่อยกู้เงิน / นักธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงพนักงานในธุรกิจเหล่านี้ที่ตกงานทันทีหลายแสนคน รัฐบาลไทยจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศมาใช้จ่าย และหาสินค้าอย่างอื่นมาทดแทนเพื่อหาเงินเข้าประเทศ การท่องเที่ยวในประเทศไทยจึงได้รับการโปรโมตหนักมาก จึงเกิดแคมเปญ Amazing Thailand 🍌 ในปีต่อมา
.
ส่วนพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงาน บางคนเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หันหน้าสู่ภาคการเกษตรที่ถือว่าได้รับผลกระทบน้อย เพราะยังคงมีอัตราการเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่อง
.
นี่คือจุดที่ต่างจากวิกฤตในปัจจุบัน
.
วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งคือความพังทะลายในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ และส่งผลโดยตรงต่อ “คนเคยรวย” ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอยู่ในต่างจังหวัดได้รับผลทางอ้อมจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาตามบรรยากาศในตอนนั้น ส่วนรัฐบาลไทยก็ใช้เวลาหลายปีเพื่อค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม
.
เสือตัวที่ห้า 🐯 กำลังจะกลายเป็นหมาของเอเชีย 🐶
.
บทเรียนจากปี 2540 ทำให้เมืองไทยมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่ดีและรัดกุมมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไม่ได้สักที่คือเรื่องความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในประเทศ พระเจ้าให้เวลาประเทศไทย 20 ปี 👼🏻 เพื่อเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหม่ที่ใหญ่และกระทบกับจำนวนคนมากกว่าเดิมนั่นก็คือ ‘โควิด-19’ รอบนี้ไม่ใช่แค่ล้มในภาคธุรกิจ แต่ล้มกันทั่วโลก เมื่อรัฐไม่เคยเรียนรู้ประสบการณ์ความล้มเหลวจากวิกฤตที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยทางการเงินให้กับคนในประเทศ ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการ “เผาจริง” ที่เราทุกคนจะจนลงและเจ๊งมากขึ้นกว่าเดิม
.
บททดสอบที่แท้จริงมาแล้ว คิดก่อนตายเราจะได้บรรยากาศ “เศรษฐกิจช่วงนี้ดีจัง” กลับมาอีกไหม
.
(ยังมีพาร์ท 2 นะ อยากให้ทุกคนรออ่าน)
.
#FINLAB #FinancialNavigator

#FINHistory จากวิกฤต 40 ถึงโควิด 19: ปรับตัวยังไงให้รอดจากทุกปัญหา (Part 1)
.
คนรุ่นใหม่ที่โตมาในเมืองไทย 20 กว่าปีคงไม่เคยได้ยินคำว่า “ช่วงนี้เศรษฐกิจดีจัง” ล่ะสิ เพราะพอลืมตาขึ้นมาดูโลกก็พบว่ามีแต่ปัญหาเต็มไปหมด ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง ภัยธรรมชาติ และการแข่งขันในตลาดโลกที่ประเทศเพื่อนบ้านเร่งวิ่งแซงกันไปหลายเรื่องแล้ว แต่เชื่อไหมว่าก่อนพวกคุณจะเกิด เคยมีบรรยากาศ “เศรษฐกิจดี” ในประเทศไทยจนหลายคนมั่นอกมั่นใจว่าเราจะเป็น “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย” 🐯
.
บ้านเมืองก่อนปี 2540 เต็มไปด้วยการพัฒนาตามนโยบาย “เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า” ต่างชาติพากันมาลงทุนในเมืองไทยโดยใช้เป็นฐานในการผลิตสินค้าที่สำคัญหลายชนิด ส่งผลให้เม็ดเงินไหลสะพัดเต็มไปหมด สถาบันการเงินบางแห่งสามารถจ่ายโบนัสให้พนักงานมากถึง 24 เดือน เกิดเศรษฐีใหม่เต็มไปหมด เมืองไทยมีฝันขนาดใหญ่ว่าอย่างนี้เราก็เป็น “ศูนย์กลางการทางเงิน” ในแถบอินโดจีนได้ล่ะสิ คิดได้อย่างนั้นก็ทั้งภาครัฐและเอกชนก็เร่งกันพัฒนาบ้านเมืองจนไม่ได้กลิ่นแปลกๆ ที่กำลังลอยมา
.
“กลิ่นต้มยำกุ้ง” 🦐🇹🇭
.
เคยได้ยินเรื่องวิกฤตต้มยำกุ้งมั้ย? การพังทลายของระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2540 อันเป็นผลมาจากภาวะฟองสบู่แตก ที่ทำให้เกิดตึกร้างมากมายในกรุงเทพ คนรวยเป็นคนจนในข้ามคืน อัตราคนฆ่าตัวตายสูงมาก เกิดตลาดนัดคนเคยรวยเอาของแบรนด์เนมมาเร่ขาย หรือบางคนก็ถือคติ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ปล่อยให้ตัวเองล้มละลายไปเลย การพังทะลายทางเศรษฐกิจตอนนั้นส่งผลให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ในตอนนี้มีความกลัวเรื่องความไม่มั่นคงมากๆ ชอบเงินมากกว่าความเสี่ยง เพราะไม่อยากพาตัวเองไปเจอจุดจบแบบนั้นอีก
.
ขอให้ภาพเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจวิกฤตมากขึ้น ในทางเศรษฐศาสตร์เราสามารถอธิบายเรื่องนี้ผ่านทฤษฎี “สามสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Impossible Trinity” ว่ามีนโยบายทางเศรษฐกิจอยู่ 3 อย่างที่ไม่สามารถทำพร้อมกันได้ คือ
.
#การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนคงที่
คือมีการตรึงค่าเงินไว้ให้คงที่ไม่ผันผวน เพื่อดึงดูดและให้การการันตีแก่นักลงทุน
.
#การอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้อย่างเสรี
คือการอนุญาตให้มีการไหลเข้าและไหลออกของการลงทุนได้ง่าย โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางด้านกฎหมายและนโยบายของรัฐ
.
#การกำหนดนโยบายทางการเงินอย่างเป็นอิสระ
รัฐมีความสามารถในการกำหนดนโยบายทางตรงต่อภาคการเงิน เพื่อควบคุมและจูงใจให้เกิดหรือลดการลงทุนในระบบ เพื่อควบคุมความร้อนแรงเศรษฐกิจ
.
ในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลสามารถทำได้เต็มที่คือ 2 ใน 3 ข้อ เพื่อรักษาสมดุลทางการเงินของประเทศเอาไว้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เพราะเราทำทั้ง 3 ข้อพร้อมกัน…
.
ในช่วงแรกทุกอย่างผ่านไปได้สวยงาม เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตถึง 2 หลัก จนต่างชาติเรียกว่า “เป็นการเติบโตที่มหัศจรรย์ของเอเชีย” ล่อตาล่อใจทั้งภาครัฐและเอกชนให้กล้าลงมาเสี่ยงในตลาดมากขึ้น แต่จุดพลิกผันของเรื่องทั้งหมดอยู่ตรงนี้
.
สถาบันการเงินในไทยตอบแทนนักลงทุนในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก (สูงถึง 15% ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ 0.25%) ใครๆ ก็อยากเทเงินของตัวเองมาเก็งกำไรจนทำให้มีเม็ดเงินจากทุกที่ไหลเวียนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมหาศาลทั้งภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์ เกิดนายทุนจากตลาดหุ้นและโครงการภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก นักธุรกิจไทยหลายต่อหลายคนกู้เงินจากสถาบันทางการเงินต่างชาติได้อย่างอิสระ เป็นการกู้ระยะสั้นเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะสั้น ในขณะที่ทุกคนกำลังเล่นเกมการเงินกันอยู่ ก็เกิดเสียงแตกดังโพละ
.
เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก 🛁
.
ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะเงินที่ไหลเข้าจำนวนมากกลับไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริงในระบบเศรษฐกิจไทย ไหลเข้ามานอนเฉยๆ แล้วออกไป
.
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการตรึงค่าเงินให้อยู่ที่ประมาณ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินไว้ดึงดูดการลงทุน เป็นนโยบายเพื่อการันตีว่า วันที่นักลงทุนถือเงินบาท แล้วกลับไปเป็นเงินดอลลาร์ นักลงทุนจะยังถือเงินที่มีมูลค่าเท่าเดิม ยิ่งทำให้รัฐต้องรับบทเดอะแบก อุ้มภาระทั้งหมดไว้โดยเอาเงินสำรองมาอุดรอยรั่วเพื่อให้ค่าเงินบาทยังคงอยู่ในอัตราแลกเปลี่ยนเท่าเดิม และในเมื่อแบกต่อไปไม่ไหว รัฐบาลในตอนนั้นประกาศลอยตัวค่าเงินบาท (แทนอัตราคงที่ในแบบเดิม) ความจริงปรากฏ ค่าเงิน 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ลอยไปเป็น 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ คนที่กู้เงินจากธนาคารต่างชาติมา 1 ล้านเหรีญ ต้องชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ความพินาศเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน กระทบเศรษฐกิจทั้งประเทศ หลายธุรกิจต้องหยุดชะงักและปิดตัวไป เหมือนทุกอย่างกลับไปเริ่มใหม่หมด
.
วิกฤตปี 2540 ส่งผลกระทบเป็นทอดๆ ตั้งแต่นักธุรกิจที่ลงทุนในตลาดหุ้น / ธนาคารที่ปล่อยกู้เงิน / นักธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงพนักงานในธุรกิจเหล่านี้ที่ตกงานทันทีหลายแสนคน รัฐบาลไทยจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศมาใช้จ่าย และหาสินค้าอย่างอื่นมาทดแทนเพื่อหาเงินเข้าประเทศ การท่องเที่ยวในประเทศไทยจึงได้รับการโปรโมตหนักมาก จึงเกิดแคมเปญ Amazing Thailand 🍌 ในปีต่อมา
.
ส่วนพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงาน บางคนเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หันหน้าสู่ภาคการเกษตรที่ถือว่าได้รับผลกระทบน้อย เพราะยังคงมีอัตราการเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่อง
.
นี่คือจุดที่ต่างจากวิกฤตในปัจจุบัน
.
วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งคือความพังทะลายในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ และส่งผลโดยตรงต่อ “คนเคยรวย” ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอยู่ในต่างจังหวัดได้รับผลทางอ้อมจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาตามบรรยากาศในตอนนั้น ส่วนรัฐบาลไทยก็ใช้เวลาหลายปีเพื่อค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม
.
เสือตัวที่ห้า 🐯 กำลังจะกลายเป็นหมาของเอเชีย 🐶
.
บทเรียนจากปี 2540 ทำให้เมืองไทยมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่ดีและรัดกุมมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไม่ได้สักที่คือเรื่องความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในประเทศ พระเจ้าให้เวลาประเทศไทย 20 ปี 👼🏻 เพื่อเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหม่ที่ใหญ่และกระทบกับจำนวนคนมากกว่าเดิมนั่นก็คือ ‘โควิด-19’ รอบนี้ไม่ใช่แค่ล้มในภาคธุรกิจ แต่ล้มกันทั่วโลก เมื่อรัฐไม่เคยเรียนรู้ประสบการณ์ความล้มเหลวจากวิกฤตที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยทางการเงินให้กับคนในประเทศ ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการ “เผาจริง” ที่เราทุกคนจะจนลงและเจ๊งมากขึ้นกว่าเดิม
.
บททดสอบที่แท้จริงมาแล้ว คิดก่อนตายเราจะได้บรรยากาศ “เศรษฐกิจช่วงนี้ดีจัง” กลับมาอีกไหม
.
(ยังมีพาร์ท 2 นะ อยากให้ทุกคนรออ่าน)
.
#FINLAB #FinancialNavigator

F.I.N LAB คือใคร?

F.I.N LAB (Financial x Initiative x Navigator)

ทีมงานนักวางแผนการเงินรุ่นใหม่ ที่ช่วยวางแผนชีวิตให้ตอบโจทย์ Lifestyle ของลูกค้า

เราพร้อมที่จะดูแล และเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง" ไปกับคุณ

ด้วยความเชื่อมั่น ทั้งด้านการบริการ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
การวางแผนทางการเงิน อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
Phillip Financial Advice Phillip Financial Advice
ชั้น 2 อาคารวรวัฒน์ 849 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก
Bangkok, 10500

ให้คำปรึกษาในด้านการวางแผนทางการเงิน การลงทุน และการลดหย่อนภาษี

Wealth Life Balance Wealth Life Balance
Bangkok

ICF Certified coach, Coaching for Wealth and Life planning

ประกันชีวิต โดย คุณนลิน ประกันชีวิต โดย คุณนลิน
ถนนอโศกมนตรี
Bangkok, 10310

ประกันชีวิต ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ การที่ไม่มีความคุ้มครอง

นู๋จิ๋ว ดิวประกัน นู๋จิ๋ว ดิวประกัน
Bangkok, 10160

รับปรึกษาและวางแผนการเงินการลงทุนฟรี ประกันชีวิต สุขภาพ มรดก เกษียณ ประกันรถ

ที่ปรึกษาด้านการเงิน การลงท ที่ปรึกษาด้านการเงิน การลงท
ปทุมธานี
Bangkok, 12130

- ตัวแทนมืออาชีพ -นักวางแผนทางการเงินมืออาชีพ - แผนการออมเงินควบการลงทุน

AIMS Pensions and Investments - Thailand Limited AIMS Pensions and Investments - Thailand Limited
388 Exchange Tower, 29th Floor, Sukhumvit Road, Klongtoey Sub District, Klongtoey District
Bangkok, 10110

Pensions and investments experts based in Bangkok Thailand using the UK model of charging fees and no hidden commissions.

ให้เงินออมของทุกคนเติบโตได ให้เงินออมของทุกคนเติบโตได
11 Q.House Sathon Building Fl.14, South Sathon Rd., Tungmahamek Sathon
Bangkok, 10120

LHFund เรามีกองทุนครบทุกการลงทุนและมีบริการ LHFund Online ให้คุณสะดวกยิ่งขึ้นในการลงทุน

Yu Serviced Office 曼谷辦公室共享空間 Yu Serviced Office 曼谷辦公室共享空間
ถนน พระรามที่ 4
Bangkok, 10110

Co-working space / We provide a cozy and comfortable environment to enhance your productivity and efficiency at work.

WiseChoices WiseChoices
Bangkok, 10900

รู้เท่าทันตัวเอง หาทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อความสุขวันนี้และอนาคต

Smart Wealth Creator Smart Wealth Creator
เอ็มควอเทียร์ (ภิรัชทาวเวอร์) 689 (ชั้น 30) ถ.สุขุมวิท (ซอย 35) แขวงคลองเตยเหนือ เ
Bangkok, 10110

Smart Wealth Creator ทีมงานตัวแทนประกันชีวิต และที่ปรึกษาการเงิน โทรฯ : 02-631-8389, 062-646-1956

Financial สบาย สบาย Financial สบาย สบาย
Si Phraya, Bangrak
Bangkok, 10500

Financial Advisor ที่ปรึกษาทางการเงิน วางแผนการเงิน ประกันชีวิต วางแผนมรดก Unit-linked