กฎหมายน่ารู้

กฎหมายน่ารู้

ตำแหน่งใกล้เคียง การปฏิบัติตามกฎหมาย

RAM 1000 Sheet Online
RAM 1000 Sheet Online
ตรงข้ามศูนย์หนังสือ ตึกสำนักพิมพ์ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
สถาบันติวกฎหมาย Ohm's Law (โอห์ม ลอ
สถาบันติวกฎหมาย Ohm's Law (โอห์ม ลอ
ซอยรามคำแหง 43/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
สารคดี ทึ่งทั่วโลก
สารคดี ทึ่งทั่วโลก
10240
ล่าม แปลเอกสาร สอนภาษา วีซ่า
ล่าม แปลเอกสาร สอนภาษา วีซ่า
ซอยลาดพร้าว 18 ถนนลาดพร้าว
ทนายคดีแรงาน  ชั้นพนักงานตรว
ทนายคดีแรงาน ชั้นพนักงานตรว
10240
หมอชาตรี Clinic ศัลยกรรมเสริมจมู
หมอชาตรี Clinic ศัลยกรรมเสริมจมู
ถนน ศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวั
ทนายคดีเช็ค
ทนายคดีเช็ค
ซอยลาดพร้าว 101 ซอย 38 แขวง คลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ชั้นน็อคดาวน์
ชั้นน็อคดาวน์
ถนนนวมินทร์
JAB LAW HOUSE
JAB LAW HOUSE
ซอยลาดพร้าว 101 แยก 50 ถนนลาดพร้าว101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
LGBTQ Prideperty Partner
LGBTQ Prideperty Partner
10110
กุ๊กกิ๊กกฎหมายกับอ.สมชาย
กุ๊กกิ๊กกฎหมายกับอ.สมชาย
10500
แอ๊คกรุ๊ป T 062-462-5041
แอ๊คกรุ๊ป T 062-462-5041
สถาบันแอ๊คกรุ๊ป ซอย รามคำแหง
สภาวิศวกร - Council of Engineers Thailand
สภาวิศวกร - Council of Engineers Thailand
ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง
Law Note ร้านหนังสือกฎหมาย
Law Note ร้านหนังสือกฎหมาย
คลังสินค้า Law Note 369/1 ซอยโชคชัย 4 ซ. 13 ถ. โชคชัย
Srikrung หาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้
Srikrung หาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้
10310

ความคิดเห็น

ขออนุญาตครับ ห้วยสาธารณะสามารถออก สปก. ได้ไหม และถ้า สปก. ออกให้โดยผิดพลาด สามารถเพิกถอนได้ไหม ขอคำชี้แนะครับ ขอบคุณครับ
ขึ้นอยู่กับความยุธติธรรม
https://youtu.be/yVlQ6LSVR1E
ขออนุญาตแอดมินค่ะ วันนี้มีความรู้ใหม่มานำเสนอค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ
#สืบสวน #สอบสวน #อุเทน นุ้ยพิน
https://youtu.be/fnaaqkMd6S0
ขออนุญาตแอดมินค่ะ วันนี้มีความรู้ใหม่มานำเสนอค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ
#สืบสวน #สอบสวน #อุเทน นุ้ยพิน
ในกรณี รถจักรยานชนกัน มีผู้เสียชีวิต แต่ตร.เจ้าของคดี ไม่ตรวจสารเสพติด แอกกอฮอล์ เราฟ้องม157ได้ไหม
ถ้าเราถูกหลอกให้โอนเงินเล่นหุ้นแล้วเราไม่ได้ผลตอบแทนตามที่ว่าหรือพูดง่ายๆว่าโกงเราสามารถดำเนินคดีได้มั้ยค่ะ

ความรู้ด้านกฎหมาย

Photos from กฎหมายน่ารู้'s post 10/11/2022

แรงบันดาลใจที่ดี

23/09/2022

อ้าว ไม่ใช้ไดเกียวโฟทีแล้วหรอ
🤣😁😜

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

17/09/2022

...น้องๆหลายคนถามแอดเข้ามา
ว่าจระเข้เผือกใน มอ รามอยู่ตรง
ไหน แอดเลยไปหาคำตอบมาให้

🤣🤣🤣

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

17/09/2022

อายุใกล้จะ30แล้ว
ต้องมีรถยนต์
ต้องมีเงินเก็บ
ต้องแต่งงาน
ต้องมีบ้านได้แล้ว

ผมเชื่อว่าหลายคน
คงเคยได้ยินคำพูดแบบนี้มาบ้าง
ช่วงวัยนี้ควรมีสิ่งนั้น
ช่วงวัยนั้นควรมีสิ่งนี้

ช่วงนี้ควรแต่งงาน
ช่วงนี้ควรมีครอบครัว
ช่วงนี้ควรมีตำแหน่งใหญ่โต

เอาจริงๆผมไม่ได้มองว่า
เนื้อหาเหล่านั้นผิด
แต่ก็ไม่ได้มองว่า
มันถูกต้องไปเสียทีเดียว
บางคนอาจจะมองว่า
มันเป็นไกด์ในการดำเนินชีวิต
มันเป็นเหมือนเป้าหมาย
ที่เอาไว้ยึดเหนี่ยว
ให้เรามีพลังในการขับเคลื่อน

แต่แน่นอนว่า
ไม้บรรทัดอันนั้น
ไม่ได้มีไว้ใช้สำหรับทุกคน
เส้นทางนั้น
ไม่ได้ถูกขีดเขียนไว้เพื่อทุกคน

ชีวิตของคนเรา
แตกต่างกันมาตั้งแต่เริ่ม
ทั้งบุคลิก หน้าตา รูปร่าง นิสัย
ความชอบ หรือต้นทุนชีวิต

ในช่วงวัยใกล้ 30 ปี
บางคนอาจจะยินดี
ที่ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง
หลายคนอาจจะเพิ่งเปิดโลกใบใหม่
กับการใช้ชีวิตนอกบ้าน
หลายคนอาจจะเพิ่งรู้ว่า
จริงๆแล้วตัวเองชอบอะไร
หลายคนอาจเพิ่งพบรักครั้งใหม่
ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หลายคนยังคงล้มลุกคลุกคลาน
กับการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

อาจจะดูเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง
อาจจะมีท้อแท้บ้าง
แต่ก็เห็นพวกเขามีความสุขดี

ผมไม่รู้ว่าความหมาย
ของคำว่าความสำเร็จคืออะไร
และไม่รู้ว่าชีวิตแบบไหน
ที่เรียกว่าไม่สำเร็จ

อย่าเอามาตรฐานของใคร
มาวัดคุณค่าในตัวเองของเรา

ไม่ว่าคุณจะเหมือนหรือแตกต่าง
จงเป็นคุณในแบบฉบับของคุณ
เติบโตไปในเส้นทางของคุณ
นั่นก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

Photos from กฎหมายน่ารู้'s post 11/08/2022

“วรวิทย์ เอี่ยมสำอางค์” หนุ่มวินนักสู้ชีวิต สู่เก้าอี้ทรงเกียรติ”ทนายแผ่นดิน”

หากเส้นทางชีวิตเปรียบเหมือนถนนสายหนึ่ง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เป็นธรรมดาที่การเดินหน้าสู่จุดมุ่งหมายต้องฟันฝ่าขวากหนาม อุปสรรค ผจญกับหลุมบ่อ เปรอะเปื้อนโคลนตม เช่นเดียวกับชีวิตของหนุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ชื่อ “วรวิทย์ เอี่ยมสำอางค์” หรือ “โจ” ที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรค จนถึงเป้าหมายบนเก้าอี้ “ทนายแผ่นดิน”

“อัยการวรวิทย์” สอบติดอัยการผู้ช่วย รุ่นที่ 51 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง อัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ช่วยราชการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 5
“ผมเกิดในครอบครัวประกอบอาชีพขายสินค้าการเกษตรพวกผักผลไม้ ใน จ.เพชรบุรี มีพี่น้องรวม 4 คน ผมเป็นคนที่ 3 ช่วงชีวิตวัยเด็กพ่อไม่สนับสนุนให้เรียนหนังสือ เนื่องจากเป็นครอบครัวที่ประกอบอาชีพค้าขาย พ่ออยากให้ลูกประกอบอาชีพค้าขายเหมือนพ่อ เนื่องจากเป็นอาชีพอิสระ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร และเกรงว่าหากดันทุรังส่งลูกเรียนในชั้นสูงๆ จะประคองเรือไม่ถึงฝั่ง เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อมักพูดกับลูกๆ เสมอว่า เรียนจบมาก็ต้องไปเป็นลูกน้องคนอื่น ส่วนจะสอบเป็นข้าราชการก็อย่าหวังเลยว่าชาวบ้านอย่างเราๆ จะมีโอกาสสอบได้เป็นข้าราชการ”

ชีวิตในวัยเยาว์ “อัยการวรวิทย์” เล่าว่า เรียนจบชั้น ป.6 จากโรงเรียนบ้านท่ายาง ในชั้นนี้พ่อสนับสนุนให้เรียนเพราะน่าจะเป็นการศึกษาภาคบังคับให้เด็กไทยทุกคนต้องเรียน แต่พอจะต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พ่อไม่อยากให้เรียนต่อ อยากให้มาช่วยทางบ้านค้าขาย แต่ก็ขัดใจพ่อไปเรียนต่อชั้นมัธยมตอนต้น เรียนได้แค่ ม.1 เท่านั้นเพราะทางบ้านเกิดปัญหาด้านการเงินจึงจำใจต้องลาออกจากโรงเรียนมาช่วยครอบครัวค้าขาย หารายได้เพิ่มใช้หนี้สิน นอกจากการขายผักผลไม้ ยังต้องเผาข้าวหลามขายที่ตลาดนัดในย่าน จ.นนทบุรี หากว่างจะไปรับจ้าง เป็นคนยกของพวกสินค้าเกษตร

“มีอยู่วันหนึ่งขณะผมกำลังทำงานยกตะกร้าผักอยู่ ได้ยินเสียงเพื่อนสมัยมัธยมต้นขี่รถมอเตอร์ไซค์ หยอกเย้าเฮฮากัน ตอนนั้นดูมันช่างสนุกสนาน แต่ผมต้องมาทำงาน แบก หาม เมื่อคิดได้จึงตัดสินใจว่าจะต้องกลับไปเรียนให้ได้ จึงแอบสมัครเรียน กศน. พอจบมัธยมต้น ผมตัดสินใจขออนุญาตพ่อเรียนต่อในชั้น ม.4 ครั้งนั้นพ่อคงไม่อยากหักหาญน้ำใจมากนัก ยอมให้เรียนต่อสายสามัญ แต่ผมและน้องชายยังต้องมาช่วยพ่อและแม่ค้าขายของตามปกติ จนถึงชั้นอุดมศึกษาพ่อบอกว่าไม่มีเงินส่งให้เรียน ตอนนั้นผมคิดในใจเพียงว่าไม่เป็นไร ขอแค่มีโอกาสเรียนก่อน จึงมาสมัคร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเรียนจนจบเรียนจบปริญญาตรี ในปี 2551 และระหว่างทำเรื่องขอจบ พ่อยังทำเตาย่างไก่ เพื่อให้ผมไปขายไก่ย่างตามตลาดนัดแถวๆ จ.นนทบุรี ผมไม่ได้ขัดใจ เนื่องจากพ่อยอมให้โอกาสเรียนจนจบปริญญาตรี ขณะเริ่มขายไก่ย่างได้สักพักหนึ่ง เป็นช่วงเศรษฐกิจของโลกเกิดปัญหา ขายของขาดทุนเรื่อยๆ ผมจึงขอพ่อมาลงเรียนเนติบัณฑิต”

ระหว่างนั้นความเจ็บป่วยเริ่มมาเยือนเสาหลักของครอบครัว “อัยการวรวิทย์” เล่าว่า พ่อป่วยโรคเบาหวานลงขา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงต้องคอยดูแลพ่ออย่างใกล้ชิด บางช่วงอาการดี ผมก็ต้องหางานทำ แต่ทำงานประจำไม่ได้เพราะพ่อยังป่วยอยู่ เลยตัดสินใจขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่ย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา (ม.รามคำแหง 2) โดยขี่รถตั้งแต่ 05.30-08.00 น. และ 18.00-19.00 น.

“ตลอดเวลาที่พ่อป่วย ประมาณ 5 ปี ผมดูแลพ่อไปด้วย ขี่วินมอเตอร์ไซค์ไปด้วย และอ่านหนังสือเพื่อสอบเนติบัณฑิตไปด้วย จนจบเนติบัณฑิตสมัยที่ 65 ช่วงนั้น อาการพ่อทรุดหนักมาก สมองไม่รับรู้อะไร เหมือนเจ้าชายนิทรา ครอบครัวหมดความหวังว่าพ่อจะหาย ได้แต่รอเวลาว่าพ่อจะจากพวกเราไปวันไหน ทุกๆ เช้าผมตื่นนอนมาเห็นพ่อนอนนิ่งๆ จะรู้สึกใจหายทุกครั้ง ต้องเปิดผ้าห่มดูที่ท้องว่าพ่อยังคงหายใจอยู่หรือเปล่า ช่วงนั้นผมมีโอกาสสอบอัยการผู้ช่วยครั้งแรกเมื่อปลายปี 2557 รู้สึกว่าข้อสอบยากมาก จนสอบไม่ผ่าน แต่คิดในใจว่า ถ้ามีเวลาเตรียมตัวดีๆ น่าจะทำได้ จนถึงวันที่ 27 มกราคม 2558 พ่อเสียชีวิตลง ผมขอแม่และคนในครอบครัวให้เก็บศพพ่อเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเผา รอผมสอบอัยการรอบต่อไป เพื่อจะได้ใส่ชุดปกติขาวในวันงานเผาศพพ่อให้ได้

“ช่วงที่พ่อเสียชีวิต จึงขายเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ มาเป็นทนายความ ในช่วงปี 2558 งานทนายความเยอะมาก ผมเป็นทั้งเสมียนทนายความ เป็นทั้งคนขับรถ และจัดทำเอกสารเอง จนไม่มีเวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบอัยการ จึงอ่านในห้องพิจารณาคดี ระหว่างรอผู้พิพากษาลงบัลลังก์บ้าง อ่านระหว่างนั่งรอคัดเอกสารบ้าง ตอนนั้นคิดว่าความหวังที่จะใส่ชุดปกติขาวในวันงานเผาศพพ่อหมดไปแล้ว จึงบอกกับทางครอบครัวว่า ให้เผาศพพ่อก่อนดีกว่า เพราะหากรอให้ผมสอบติดเป็นอัยการ ศพพ่อคงไม่ได้เผาสักที ครอบครัวจึงเผาศพพ่อหลังวันที่ผมสอบอัยการ แต่หลังจากที่งานเผาศพพ่อเสร็จไปแล้ว ประมาณ 1 เดือน ก็สอบติดอัยการผู้ช่วย”

“อัยการวรวิทย์” เล่าถึงความรู้สึกแรกเมื่อทราบว่าสอบติดอัยการผู้ช่วย ว่า “ผมดีใจมาก แต่ก็เสียใจที่ผมไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง หากไม่เผาศพพ่อก่อน คงมีโอกาสได้ใส่ชุดปกติขาว ในวันเผาศพพ่อตามที่ตั้งใจไว้

ครั้นถามถึงเหตุผลในการเลือกเดินสู่เส้นทางสายนักกฎหมาย “อัยการวรวิทย์” เผยว่า แรงบันดาลใจมาจากทางบ้านมีฐานะยากจน เมื่อตอนเด็กพ่อเคยเป็นคดีความขึ้นศาลคดีแพ่ง คดีนั้นพ่อผมเป็นโจทก์ฟ้องคดี กว่าจะชนะคดีทั้ง 3 ศาลใช้เวลานานหลายปีมาก ผมจำได้ว่าพ่อและญาติๆ ต้องไปศาลเป็นประจำ และทุกครั้งพ่อจะเคร่งเครียด ต้องนัดพบเพื่อพูดคุยกับคนแก่ ผมหงอก ที่ทุกคนให้ความเคารพเกรงใจ แต่ละครั้งต้องมีของฝาก ทั้งที่พ่อค้าแม่ค้าขายของมาเงินทองไม่ได้มากมาย แต่ต้องเก็บเงินไว้ให้คนแก่ท่านนี้เป็นประจำ บางครั้งต้องขอยืมคนอื่นมา ต่อมาจึงทราบว่า เขาคือทนายความของเรา

“ตอนนั้น ผมไม่รู้ว่าทนายความคืออะไร แต่ดูแล้วน่าเกรงขาม เพราะขนาดพ่อที่ผมคิดว่าเก่งแล้ว ยังให้ความเคารพ ผมเคยถามพ่อว่า ทนายความกลัวตำรวจไหม พ่อบอกว่าตำรวจส่วนมากกลัวทนายความ ผมเริ่มสับสนว่าทำไมตำรวจมีปืนต้องกลัวทนายความ เลยถามพ่ออีกว่า แล้วทนายความกลัวใคร พ่อบอกว่าน่าจะกลัวอัยการ คำถามในใจของผมคือ อัยการคือใคร พอเริ่มโตขึ้นจึงทราบว่าอัยการคืออะไร ทำหน้าที่อะไร ประกอบกับสามีของอาผมเป็นอัยการ ผมจึงเริ่มสังเกตและมักจะพูดคุยกับอาเขยทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบท่าน ผมเริ่มรู้จักพนักงานอัยการมากขึ้น จนเริ่มอยากเป็นอัยการ ผมจึงมุ่งมั่นที่จะเรียนสายกฎหมายเพื่อสอบบรรจุเพื่อเป็นอัยการตลอดมา”

“อัยการวรวิทย์” บอกทิ้งท้ายว่า เมื่อได้เป็นอัยการตามที่หวังแล้ว ตั้งปณิธานว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งทนายของแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม อำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย ปราศจากอคติทั้งปวง และจะเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนตลอดชีวิต

แต่ละห้วงชีวิตของ “อัยการวรวิทย์” ที่เต็มเปี่ยมด้วยความกตัญญู ความเพียร มานะ อุตสาหะ จึงเป็นต้นแบบของนักสู้ตัวจริงเสียงจริง!!

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️❤️

Photos from LifeSara l ชีวิตนี้ขอมีสาระ's post 10/08/2022

Photos from LifeSara l ชีวิตนี้ขอมีสาระ's post

10/08/2022

บุคคลจะทำพินัยกรรมได้เมื่อมีอายุกี่ปี

ก15ปี

ข17ปี

ค20ปี

ง25ปี

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

07/08/2022

...มือซ้ายถือไว้ตัวบท
มือขวาจรดจดคำพิพากษา
มอบยุติธรรมแก่ประชา
ประกาศว่า ข้าศิษย์ รพี
มีพ่อชื่องาม รามคำแหง
รับสั่งให้สำแดงศักดิ์ศรี
สุจริตสัตย์ซื่อถือความดี
สิ่งนี้ถือไว้จวบวายชนม์

วันรพี ๗ สิงหาคม

วันรพี ตรงกับวันที่ ๗ สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น พระบิดาแห่งกฎหมายไทย

เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักนิติศาสตร์ และทรงวางระบบแบบแผนความยุติธรรม รวมถึงทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย อันเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งแก่ประเทศชาติ

#วันรพี #พระบิดาแห่งกฎหมายไทย
⚖️⚖️⚖️⚖️

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

05/08/2022

อ้าว ไม่ใช้ไดเกียวโฟทีแล้วหรอ
🤣😁😜

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

31/07/2022

จงภูมิใจในความเป็นลูกพ่อขุนฯ

28/07/2022

✍🏻✍🏻เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็นผู้พิพากษา ของศิษย์เก่านิติศาสตร์รามคำแหง

⚖️⚖️จากเด็กบ้านนอกในถิ่นทุรกันดารเข้ากรุงเทพฯเพื่อหางานทำและเรียนหนังสือเริ่มต้นด้วยการเป็นสาวโรงงาน ปัจจุบันความตั้งใจ มุ่งมั่น และความบากบั่นของเธอ พลิกชีวิตให้เธอก้าวสู่อาชีพที่ทรงเกียรติและเป็นที่พึ่งของประชาชน คือ การเป็นผู้พิพากษา

✌🏻✌🏻สิ่งสำคัญที่ทำให้เดินมาถึงตรงนี้ได้นั้น คือ
ยึดมั่นในคำที่ว่า ถ้าวันไหนทุกสิ่งเกิดผิดพลาด ใจที่ดี
จะนำสิ่งนั้นกลับคืนมา มาถึงทุกวันนี้ได้ด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้
ชีวิตต้องมีหวัง ถ้าเหนื่อยก็พัก พักแล้วเริ่มใหม่ ถ้าไม่
ล้มเลิกวันหนึ่งก็จะถึงจุดหมาย ทุกสิ่งอยู่ที่ใจถ้าใจเราสู้
ก็จะไปต่อได้ ทุกครั้งที่ทุกอย่างไม่เป็นไปดังหวัง ก็จะ
บอกกับตัวเองว่า มันต้องมีวิธีการอื่นที่ให้เราเดินไป
สู่ความสำเร็จได้ ทุกเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาไม่ว่าดี
หรือร้ายก็สามารถเป็นครูสอนเราได้ ขอให้มองหา
ข้อดีในสิ่งที่เรามี นั่นคือ ลมหายใจ ถ้าเรายังมีลมหายใจ
เราก็ต้องมีหวังแล้วทำสิ่งนั้นต่อไป

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

27/07/2022

...น้องๆหลายคนถามแอดเข้ามา
ว่าจระเข้เผือกใน มอ รามอยู่ตรง
ไหน แอดเลยไปหาคำตอบมาให้

🤣🤣🤣

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

Photos from ONCEs Thailand พื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนไทย's post 23/07/2022

Photos from ONCEs Thailand พื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนไทย's post

23/07/2022

...สภาพแวดล้อมรอบตัวและคนที่อยู่รอบตัวคุณ
มีอิทธิพลต่อการสร้างตัวตนของคุณมาก
หากปล่อยให้ตัวเองแวดล้อมไปด้วยคนคิดลบ
อีกไม่นานคุณจะค่อยๆ กลายเป็นคนคิดลบบ้าง
ใช้เวลาอยู่กับคนคิดเล็กคิดน้อย
ต่อไปคุณจะเริ่มคิดเล็กคิดน้อยตามไปด้วย
อยู่ท่ามกลางคนขี้เกียจ
พลังของคุณอาจแผ่วลง
และกลายเป็นคนขี้เกียจในที่สุด
หากอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเสมอ
การพาตัวเองไปอยู่กับคนที่มีไฟในการพัฒนาตัวเอง
จะช่วยให้คุณเป็นแบบนั้นได้ไม่ยาก
คนเราต่างมีอิทธิพลต่อชีวิตของกันและกัน
คุณอาจต้านทานผู้คนรอบตัวได้บ้าง
แต่ไม่นานคุณจะเริ่มเหมือนพวกเขา
จำไว้ว่าใช้เวลาไปกับอะไรมาก ๆ
สิ่งนั้นจะมีส่วนร่วมในการก่อร่างชีวิตของคุณ
จงมีสติและพิจารณาคนที่แวดล้อมคุณอยู่ปัจจุบัน
คนเหล่านั้นคือวัตถุดิบสำคัญ
ในการออกแบบชีวิตและอนาคตของคุณ
✌️✌️😉☺️

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

19/07/2022

เด็กนิติศาสตร์
แบบเราต้องลองแล้ว

พบเด็กหญิง ม.6 ขายกัญชาในโรงเรียน เพื่อนติดงอมแงม บางคนอ่อนเพลียหลับเกือบทั้งวัน ล่าสุด พ่อของเด็กยอมรับผิด จะให้ลูกสาวย้ายโรงเรียน เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองท่านอื่นๆ

อ่านข่าว : https://ch3plus.com/news/social/morning/301717

#เรื่องเล่าเช้านี้ #ข่าวช่อง3
#ข่าวภูมิภาค #กัญชา #ลำปาง

Mobile uploads 16/07/2022

จริงที่สุดพี่บ่าว

...พ่อกับแม่ของฉันแกจบ ป.4 แกไม่เคยคาดหวังหรือกำหนดทิศทางว่าลูกของแกต้องเป็นไอไหร เรียนไอไหร ที่ไหน แค่ไหน แกปล่อยฟรีสไตล์ แต่แกรู้ว่า ลูกแกต้องเรียนหนังสือ ส่วนตัวแกเองมีแรง ทำงานขายแรงพอแลกเบี้ยส่งลูกได้ เหนื่อยพรื้อแกกะยอม ให้ลูกเรียนสูงไว้ก่อน จะได้มีความรู้ ได้พาตัวรอด ไม่ต้องมาเหนื่อยเหมือนแก
...เจตนาข้อนี้ของพ่อกับแม่ ฉันรับรู้ได้และตระหนักอยู่ทุกลมหายใจตลอดว่า ฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องไปให้ถึง ถ้าทำได้ พ่อกับแม่แกคงจะบายใจที่สุด
...นามสกุล การเงิน ฐานะ ความลำบาก สำหรับฉันมันไม่เคยเป็นอุปสรรค ข้ออ้างที่จะทำให้ฉันยอมแพ้ แต่ใจที่สู้ อดทนและมีความพยายามที่มากพอ มันพาเราข้ามทุกอย่างได้
...เหนื่อย หนักพรื้อกะทนเอานิ คิดตลอดว่า ถ้าทำสำเร็จกะไม่ต้องหลบไปออกเล ก่อสร้างเหมือนพ่อ
...มาถึงวันนี้สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตฉันคือ ทุกการศึกษา ทุกปริญญา ทุกตำแหน่ง ทุกสิ่งอย่างที่ฉันได้มันมา ไม่เคยต้องใช้เส้นสายช่วย นามสกุลดัน เพราะฉันปล้ำ ฉันสู้ ฉันทำของฉันเอง 100%
///การศึกษาไม่ได้การันตีความสำเร็จของคน แต่การศึกษาเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะพาคนไปสู่ความสำเร็จ #เป็นกำลังใจให้นักสู้ทุกคน #จูรี

14/07/2022

✌️✌️ลูกเพจเคยได้ยินไหมว่า ผู้ชนะ..ไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจ
ส่วนผู้ที่ล้มเลิกความตั้งใจ... ก็ไม่เคยชนะ

ชีวิตเรา...เรามักจะตีกรอบความสำเร็จเร็วเกินไป

เรามักจะรีบตัดสินใจโดยด่วน..ว่าการไม่สมหวังคือความไม่สำเร็จ

ทั้งที่ความเป็นจริง..ความสำเร็จอาจจะไม่ใช่ที่ความสมหวัง

อาจจะเป็นการได้เรียนรู้จากความผิดหวัง...แล้วผลักดันตัวเองให้ก้าวผ่านความผิดหวัง..มุ่งสู่ความสำเร็จ

หากชีวิตนี้...เราเจอความสำเร็จโดยไม่ผ่านการผิดหวัง..จะมีหรือ ที่เราจะเห็น คุณค่า ของมัน

หากแต่ทุกๆอย่างที่มีคุณค่า..ล้วนแต่ต้องผ่านความยากลำบากมาทั้งนั้น...

โทรศัพท์ที่เราซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราเอง...เราย่อมรักย่อมหวง กว่าโทรศัพท์ที่พ่อแม่ซื้อให้เป็นธรรมดา...

เพราะเส้นทางกว่าจะได้รับมานั้น...มันต่างกัน

ดังนั้น..อย่าล้มเลิกความตั้งใจ..เพียงแค่เพราะความสำเร็จยังมาไม่ถึง..

บางครั้ง...แค่เราก้าวไปอีกก้าว อาจจะถึงเส้นชัยแล้วก็ได้..

#แอดเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
#สู้ๆครับ
✌️✌️✍🏻✍🏻⚖️⚖️

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

10/07/2022

#ทำงานส่งตัวเองเรียน #ท่านผู้พิพากษา #ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร #ศิษย์เก่ารามคำแหง เรื่องจริงจากสาวโรงงานคนหนึ่ง ไม่มีเงินเรียนต่อชั้นมัธยม แต่ด้วยความที่่เป็นคนรักการอ่านตั้งแต่เด็ก และความมานะพยายาม พลิกชีวิตจนกลายมาเป็นท่านผู้พิพากษาได้อย่างไร

บางครั้งเมื่อฉันมองย้อนกลับไปก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าฉันเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ชีวิตของฉันเริ่มต้นที่หมู่บ้านเล็กๆบนภูเขาแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสานตอนบนตั้งแต่เด็ก ทุกคนมองว่าฉันเป็นเด็กขี้อาย ไม่กล้าสู้หน้าคนแปลกหน้า ติดยาย เวลาไปไหนมาไหน ยายจะตามไปด้วยตลอดเวลา ในช่วงวัยเรียนประถม ฉันชอบอ่านหนังสือมาก ในขณะที่เพื่อนๆ ไปวิ่งเล่นกัน ฉันก็จะอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน โรงเรียนของฉันเป็นโรงเรียนเล็กๆ ในชนบทห่างไกล ไม่ค่อยมีหนังสือให้อ่าน ดังนั้น ฉันจึงอ่านหนังสือในโรงเรียน ทุกเล่ม เล่มละหลายๆรอบ

เมื่อฉันจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ พ่อแม่บอกว่าไม่มีเงินส่งฉันเรียนในชั้นมัธยมศึกษา ประกอบคนในหมู่บ้านของฉันก็ไม่มีใครเรียนต่อกัน ดังนั้น ฉันจึงต้องหยุดเรียนและออกมาช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา แต่ด้วยความที่ฉันถูกเลี้ยงมาแบบทะนุถนอม ยายไม่เคยปล่อยให้ฉันทำงานบ้านเอง ฉันจึงโตมาแบบทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ทำกับข้าวไม่เป็น ทำไร่ทำนาก็ไม่ไหว จนคนรอบข้าง มองฉันแล้วส่ายหน้า พร้อมกับพูดว่า ถ้าฉันไม่มีพ่อแม่ ยาย แล้ว ชีวิตฉันจะอยู่ได้อย่างไร ตอนนั้นฉันอายุสิบเอ็ดขวบ ฉันมีความคิดว่า ฉันไม่ชอบการทำไร่ทำนา เพราะมันเหนื่อย ฉันอยากเรียนหนังสือสูงๆ ทำงานดี ส่งเงินให้พ่อแม่ ฉันจึงขวนขวายที่จะเรียนการศึกษานอกโรงเรียน ฉันจึงขอพ่อไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียน พ่อก็อนุญาต แต่แม่มีข้อแม้ว่า ฉันจะไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ประจำปี ไม่ได้สร้อยคอทองคำใส่ เหมือนกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน ฉันก็ตกลง

ต่อมาฉันจึงได้ไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียน ที่จังหวัดข้างเคียง อยู่ห่างจากหมู่บ้านของฉันประมาณ สามสิบกิโลเมตร ฉันต้องเดินจากหมู่บ้านประมาณสามกิโลเมตร เพื่อขึ้นรถเมล์ไปเรียนทุกวันอาทิตย์ ยาย เป็นห่วงฉันมาก จึงเดินตามมาส่งฉันทุกอาทิตย์ และรอฉันอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านจนกระทั่งฉันกลับมาในตอนเย็น ภาพที่คนแถวนั้นเห็นจนชินตา คือ จะมียายหลานคู่หนึ่ง เดินขึ้นเขาลงเขา ทุกวันอาทิตย์ ตอนเช้า และตอนเย็น

ฉันใช้เวลา สองปี จึงเรียนได้วุฒิเทียบเท่า ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ สาม ขณะนั้น ฉันอายุ สิบห้าปีพอดี ฉันจึงขอพ่อแม่ เข้ากรุงเทพเพื่อหางานทำและหาที่เรียนต่อ พ่ออนุญาต และแม่มีข้อแม้ว่า ฉันต้องส่งเงินให้แม่ทุกเดือน เพราะถ้าฉันไปก็ไม่ใครช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา หลังจากนั้น ฉันและเพื่อนในหมู่บ้านอีกหลายคนก็ไปหางานที่สำนักจัดหางานประจำอำเภอ ฉันและเพื่อนถูกส่งไปทำงานที่โรงงานปลาทูน่ากระป๋องในจังหวัดนครปฐม ฉันและเพื่อน ทำงานวันแรก ก็คลื่นไส้ เป็นลม เพราะเหม็นปลาทูน่า มีหลายคนที่ทำงานไม่ไหว และลาออกในวันรุ่งขึ้น ส่วนฉันคิดว่าฉันทนได้ เพราะเป้าหมายของฉันคือการได้เรียนต่อ ฉันคิดว่าที่นี่เหมาะกับฉันเพราะ ฉันทำงานเข้ากะกลางคืน ในเวลากลางวันฉันก็จะสามารถไปเรียนต่อได้ตามความฝัน และฉันเห็นพนักงานที่โรงงานนี้ ก็เรียนต่อที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกันหลายคน

ฉันประทับใจกับคำพูดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล ที่บอกว่า “อย่าคิดว่างานที่ทำเป็นงานที่ต่ำต้อย งานทุกอย่างมีคุณค่าในตัวเอง” ซึ่งฉันก็เห็นด้วยและคิดว่าฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำงานนี้ เป็นต้นว่า การฝึกความอดทน ไม่ย่อท้อต่อการทำงานหนัก ซึ่งเป็นพื้นฐานทำให้จิตใจเข้มแข็ง สามารถฝันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปได้ ฉัน ทำงานอยู่ได้หนึ่งเดือน ทางโรงงานประสบปัญหาขาดทุนและเลิกจ้างพนักงานใหม่ ฉันจึงต้องออกจากงาน และย้ายไปทำงานโรงงานทอผ้า อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน ทำงานอยู่ได้หกเดือน ฉันก็ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะได้เรียนต่อ ฉันจึงตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่บ้าน อยู่บ้านได้สักพัก ฉันก็ชวนเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ไปหางานที่อำเภอ เราสัญญากันว่า จะไปหางานทำด้วยกันและหาที่เรียนด้วยกัน

จากนั้น ฉันและเพื่อนถูกส่งไปทำงานที่โรงงานผลไม้กระป๋อง ทำงานได้สักระยะ เพื่อนของฉันบอกว่า เค้าทนลำบากไม่ไหวแล้ว อยากจะกลับบ้าน ตัวฉันยังไม่อยากกลับบ้าน แต่ไม่มีเพื่อนอยู่ด้วย ฉันก็กลัว จึงต้องตามเพื่อนกลับบ้าน พอกลับไปอยู่บ้านสักพัก ฉันก็หาเพื่อคนใหม่ เพื่อไปหางานทำด้วยกันอีกครั้ง ฉันและเพื่อนอีกสี่คน ไปหางานที่สำนักจัดหางานประจำอำเภอ และถูกส่งกลับไปทำงานที่โรงงานปลากระป๋องในจังหวัดนครปฐม ที่เดียวกับที่ฉันเคยไปครั้งแรก ขณะนั้นกิจการดีขึ้นแล้ว ฉันรู้สึกดีใจมากและคิดว่าคราวนี้คงได้เรียนต่อสมใจซะที

หลังจากทำงานได้สักระยะ ฉันก็สมัครเรียนการศึกษานอกโรงเรียนใกล้ๆกับที่ทำงาน แต่แล้วฉันก็ประสบปัญหาเดิมๆ นั่นคือ เพื่อนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน เค้าอยากจะกลับบ้านอีกแล้ว ฉันจึงตัดสินใจที่จะไม่ตามเพื่อนกลับบ้าน และนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า โดยไม่มีคนจากหมู่บ้านเดียวกันอยู่ด้วย และแล้วฉันก็ผ่านมันไปได้ ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ท้อแท้ สิ่งที่ฉันยังจำได้ติดใจ คือ มีอยู่วันหนึ่ง ฉันเดินเข้าไปขออนุญาตหัวหน้างาน ขอเลิกงาน ห้าโมง เย็นโดยไม่ทำโอทีต่อถึง สองทุ่ม เพราะวันรุ่งขึ้นฉันต้องไปสอบ คำตอบที่ฉันได้รับคือ หน้าตาบึ้งตึงของหัวหน้างานพร้อมกับคำพูดเสียงแข็งว่า ไม่ได้ งานก็คืองาน วันนั้นฉันจึงต้องทำงานถึงสองทุ่ม และไปสอบในตอนเช้า โดยมีเวลาอ่านหนังสือเพียงน้อยนิด แต่ในที่สุด ฉันก็ได้วุฒิ ม. ๖ มาครอบครอง ซึ่งในเวลานั้น ฉันไม่รู้ว่าจะเอาวุฒิ ม. ๖ ไปทำงานอะไร หรือเรียนอะไร มีแต่คนรอบข้างที่บอกฉันว่า ขนาดคนที่เรียนในระบบโรงเรียน ยังตกงาน ยังไม่สามารถเรียนให้จบมหาวิทยาลัยได้เลย แล้วเด็กบ้านนอก จบกศน อย่างฉัน จะไปทำอะไรได้

ตอนนั้น ฉันเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ จึงตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่บ้านอีกครั้งพอกลับไปบ้านสักพัก ความอยากเรียนต่อของฉันก็เร่งรัดให้ฉันเข้ามากรุงเทพอีกครั้งเพื่อหางานทำและหาที่เรียน คราวนี้ฉันมาทำงานก่อสร้าง พร้อมกับคนในหมู่บ้าน โดยมีแม่ตามมาทำงานด้วย ฉันทำงานก่อสร้างอยู่ได้เจ็ดวัน ก็เหน็ดเหนื่อยมากๆ จึงออกไปสมัครงานโรงงานอีกครั้ง และได้ทำงานโรงงานทำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนนิกส์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อได้งานแล้วฉันก็ส่งแม่กลับบ้านนอก ฉันชอบที่นี่มาก งานสบาย สวัสดิการดี กว่าโรงงานที่ฉันเคยทำเยอะ ฉัน ตั้งใจว่า จะสมัครเรียนรามคณะรัฐศาสตร์ เพราะมีคนบอกว่า จบ กศน. อย่างฉัน เรียนได้แค่รัฐศาสตร์รามเท่านั้น ฉันทำงานที่นี่ได้สี่เดือน และกำลังจะสมัครเรียนราม แต่อนิจจา โรงงานที่ฉันทำงานอยู่ มีนโยบายไม่รับพนักงานประจำ คือจะจ้างพนักงานแค่สี่เดือนแล้วเลิกจ้าง จากนั้นก็รับสมัครพนักงานใหม่ ฉันจึงถูกเลิกจ้างด้วยประการฉะนี้ เมื่อตกงาน ฉันจึงต้องพักเรื่องการสมัครเรียนต่อไว้ก่อนต่อมาฉันได้งานใหม่ ที่โรงงานทำเครื่องแฟกซ์ แถว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่นี่ เงินเดือนไม่ได้เท่าที่เดิม แต่ก็วันหยุดเยอะดี ต่อมาฉันก็วางแผนจะสมัครเรียนรามอีกครั้ง ตอนนั้นฉันคิดว่า ฉันคงเรียนสาขารัฐศาสตร์ไม่ได้ เพราะ วิชาพื้นฐานเยอะมาก และฉันไม่ได้เรียนมัธยมในระบบโรงเรียน คงตามเพื่อนไม่ทัน ส่วนคณะนิติศาสตร์ วิชาพื้นฐานน้อยดี วิชาหลักก็ไม่มีสอนในชั้นมัธยม มาเริ่มต้นพร้อมกัน ฉันคงพอเรียนได้

ปีแรก ฉันก็ลงทะเบียนเรียน ตามวันเวลาว่าง เพื่อจะได้ลางานให้น้อยที่สุด บางครั้งฉันลงทะเบียนเรียนสองวิชาที่สอบวันเดียวกัน ผลคือ ตอนเช้าสอบรามหนึ่ง ตอนบ่ายสอบรามสอง ตอนดึก ก็ไปทำงาน ผลสอบในปีหนึ่งเป็นที่น่าพอใจ ฉันสอบผ่านเป็นส่วนใหญ่ พอเริ่มปีสอง วิชาเรียนเริ่มยากขึ้น ฉันคิดการการทำงานโรงงานหนักเกินไป และไม่เหมาะแก่การเรียน ฉันตัดสินใจ ลาออกจากงานโรงงาน มา ทำงานร้านเซเว่น ใกล้กับมหาวิทยาลัย ช่วงไหนที่เข้ากะดึกและกะบ่าย ฉันก็จะหาโอกาสไปนั่งฟังคำบรรยาย ขณะนั้นฉันยังไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว ฉันจึงตัดสินใจ เข้าไปฝึกอบรมการพูดที่ศูนย์พัฒนาการพูดรามคำแหง ที่นี่ฉันมีเพื่อนมากมายและไม่อยากจะทำงานอีกต่อไป ประกอบกับช่วงนั้นมีโครงการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ฉันจึงตัดสินใจ ลาออกจากงานและกู้เงินเรียน

ฉันใช้เวลาสามปีก็จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี

จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่เนติฯ อีกหนึ่งปี ก็จบเนติฯ ช่วงที่เรียนรามและเรียนเนติฯ ฉันไม่มีเงินซื้อหนังสือข้างนอกมาอ่าน ฉันจึงใช้วิธียืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่าน เมื่อยืมมาแล้วก็ต้องอ่านให้จบ ทำโน๊ตย่อไว้เพื่อทบทวนเพราะไม่ใช่หนังสือของเรา ตลอดเวลาสามปีที่รามและหนึ่งปีที่เนติ ฉันอ่านหนังสือในห้องสมุดแทบทุกเล่ม ตอนนั้นฉันสงสารตัวเองมากที่ไม่มีเงินซื้อหนังสือมาอ่าน แต่พอมองย้อนกลับไป พบว่า นั่นคือข้อดีอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ฉันมีความตั้งใจ อ่านหนังสือให้ได้เยอะ ๆเร็วๆ ฉับพบว่า หลังจากที่ฉันมีเงินซื้อหนังสือแล้ว ความขยันอ่านหนังสือหายไปเพราะคิดว่า หนังสือเป็นของเรา จะอ่านเมื่อไหร่ก็ได้ สุดท้าย ฉันมีหนังสือเต็มห้องแต่ยังอ่านไม่ครบทุกเล่ม ในช่วงสองปีที่ราม และหนึ่งปีที่เนติฯ เป็นครั้งแรกที่ฉันมีโอกาสได้ฟังคำบรรยายที่มีอาจารย์สอนแทนการอ่านหนังสือ ในขณะที่คนอื่นคิดว่าการนั่งเรียนเป็นเร่ืองน่าเบื่อ อ่านหนังสืออย่างเดียวดีกว่าเร็วดี แต่สำหรับฉันแล้วรู้สึกว่าเป็นเร่ืองโชคดีมากที่มีโอกาสได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์โดยตรงจากผู้สอน บางครั้งอาจารย์ไม่ได้ถ่ายทอดเฉพาะความรู้เท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดประสบการณ์ดีๆที่ท่านเคยประสบการณ์ มาให้เราด้วย ดังนั้น ฉันจึงตั้งใจเรียน เกี่ยวทั้งความรู้และประสบการณ์ที่มีคุณค่าของท่าอาจารย์ มาปรับใช้ในการเรียนและการดำเนินชีวิตประจำวันหลังจากจบปริญญาตรีฉันเคว้งคว้างอยู้สักพัก หางานทำไม่ได้ ฉันไม่ค่อยชินกับการเรียนอย่างเดียวโดยไม่ได้ทำงาน

ฉันสัญญากับตัวเองว่าถ้าหางานทำได้แล้วฉันจะตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด ต่อมา ฉัน สอบเข้าบรรจุเป็นข้าราชการที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปีแรกที่ทำงานที่นี่ฉันมีความสุขมากๆ ฉันประทับใจกับการอบรมพนักงานใหม่ซึ่งให้ข้อคิดกับฉันว่า อะไรก็ตามถ้าเราทำถูกวิธีมันจะไม่เหนื่อย และประสบความสำเร็จได้ง่าย ถ้าเราทำอะไรแล้วเหนื่อยและไม่ได้ผล แสดงว่าเราทำผิดวิธีเราต้องหาวิธีการใหม่ ฉันก็ได้ใช้หลักการข้อนี้ มาปรับใช้กับการเตรียมตัวสอบผู้พิพากษา เพื่อนๆที่บรรจุพร้อมกันบอกว่างานที่นี่เหนื่อย หนัก เครียด แต่ในความรู้สึกของฉันคือ สบายกว่างานโรงงานที่ฉันทำตั้งเยอะในการเตรียมตัวสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา บางครั้งเมื่อฉันเห็นคนที่อ่านหนังสือสอบอย่างเดียวฉันก็นึกอิจฉาอยากเป็นแบบนั้นบ้างแต่ทำไม่ได้เพราะมีภาระครอบครัวมากมาย

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันลาพักผ่อนและไปนั่งอ่านหนังสือสามวันเต็ม ทั้งวันโดยไม่พัก ฉันอ่านจูริส จบไปสองสามเล่ม และฉันรู้สึกว่าความรู้เต็มหัวจนหนักอึ้งดพราะสมองซึมซับไม่ทัน ฉันเห็นหนังสือแล้วรู้สึกเวียนหัว อ่านหนังสือไม่ได้ไปอีกสองอาทิตย์ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันเรียนรู้ว่า การศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่การนำข้อมูลจำนวนมหาศาลมายัดใส่สมองภายในครั้งเดียว ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่เป็นการค่อยซึมซับความรู้ทีละน้อยและฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ จุดสำคัญอยู่ที่ความต่อเนื่อง ถ้าเราอ่านหนังสือแค่วันละสองชั่วโมงแต่สามารถจนจำและนำไปปรับใช้ได้ มันจะเป็นความเข้าใจที่นานเท่าไหร่ก็จะไม่ลืม ถ้าเราทำได้ต่อเน่ืองทุกวัน ความรู้ที่มีจะค่อยๆเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ต้องเหนี่อยฟรี นับแต่นั้นฉันจึงคิด เป็นความโชคดีของฉันที่ได้ ทำงานและเรียนด้วยมาโดยตลอด มันทำให้ฉันมีทั้งความรู้และประสบการณ์ที่นำมาใช้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันพลาดไปก็คือ ฉันประมาทไปหน่อย ตอนที่ยังอายุไม่ครบที่จะสอบผู้พิพากษา ฉันก็ไม่ค่อยได้เตรียมตัว มัวแต่สนุกกับงาน สนุกเพื่อนใหม่ สถานที่แปลกใหม่ และคิดว่าอายุไม่ครบก็ยังไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากมาย พอฉันมีคุณสมบัติครบที่จะสอบผู้พิพากษาได้ และเริ่มเตรียมตัวอย่างจริงจังก็รู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมา คิดว่าเราน่าจะเตรียมตัวก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว และนั่นทำให้ฉันสอบผู้พิพากษาครั้งแรกไม่ผ่าน แต่ก็ยังดีที่ฉันยังสามารถเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองได้เร็ว และสามารถแก้ไขได้ จนทำให้สอบผ่านได้อย่างเฉียดฉิวในการสอบครั้งที่สอง

นับจากวันที่ฉันสอบผ่านได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา จนถึงวันนี้ เป็นเวลาแปดปีเศษ หลายครั้งที่มองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่า แทบไม่น่าเชื่อว่าเด็กบนดอยคนหนึ่งจะมายืนจุดนี้ได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันมีวันนี้ได้ คือความรักแบบไม่มีเงื่อนไขของคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ยาย น้องสาว แม้พวกเค้าจะไม่เข้าใจว่าฉันจะเรียนไปทำไมเยอะแยะมากมาย รู้แต่ว่าฉันอยากเรียนก็สนับสนุนทุกทางเท่าที่จะทำได้

ในขณะที่คนในหมู่บ้านมีแนวคิดว่าการเรียนหนังสือไม่มีประโยชน์เสียเวลาทำมาหากิน และมีตัวอย่างของคนในหมู่บ้านที่ไปเรียนจบมาแล้วก็แต่งงานเลี้ยงลูกโดยไม่ได้ประกอบอาชีพตามที่เรียนมาเลย ดังนั้น พวกเค้าจึงไม่คิดที่จะส่งลูกหลานเรียนต่อ ตอนนั้นฉันชวนเพื่อนไปเรียนต่อด้วยกัน แต่พ่อแม่ของเพื่อนไม่อนุญาต และซื้อเครื่องเสียงให้เป็นการปลอบใจโดยให้เหตุผลว่า เครื่องเสียงฟังได้ทั้งครอบครัว แต่การเรียนต่อ คนในครอบครัวไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย

ส่วนพ่อของฉันอยากให้ฉันเรียนอยู่แล้วแต่ไม่มีเงินส่งเรียน เมื่อฉันขอไปเรียน กศน. พ่อก็อนุญาต ส่วนแม่และยายแม้จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่เคยห้าม มีแต่ช่วยสนับสนุนทุกทาง ยายมารับส่งทุกครั้งที่ไปเรียน ตอนที่ฉันเข้ามาทำงานกรุงเทพ แม่และยายก็ยอมแม้ว่าจะคิดถึงและเป็นห่วงฉันมากแค่ไหน คนข้างบ้านบอกว่าแม่ฉันจิตใจเข้มแข็งมากๆ ที่ยอมให้ลูก อายุไม่ถึงยี่สิบปีมาอยู่กรุงเทพเพียงลำพัง ฉันคิดว่าที่แม่ยอมเพราะแม่เชื่อว่าฉันดูแลตัวเองได้ดี และฉันสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้ครอบครัวผิดหวัง ส่วนน้องสาวคนเดียวของฉัน ฉันรักเค้ามาก และเค้าก็รักฉันมากเช่นเดียวกัน ในขณะทำงานฉันส่งเงินกลับบ้านเพื่อให้น้องสาวได้เรียนต่อ ซึ่งเค้าก็ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง เค้าเรียนดี ตั้งใจเรียน มาโดยตลอด โดยที่ฉันไม่ต้องแนะนำสั่งสอน น้องเดินมาในทางเดียวกันกับที่ฉันเดิน ฉันดีใจที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องได้ บางทีฉันก็รู้สึกว่าน้องสาวของฉันอาจจะรู้สึกกดดัน ที่ใครก็ชื่นชมฉันและคาดหวังว่าน้องจะทำได้เหมือนฉัน ฉันอยากจะบอกน้องสาวว่าถึงแม้วันนี้น้องจะทำไม่ได้เท่าพี่ เพราะมีเหตุปัจจัยที่ต่างกัน ฉัน ก็รักและภูมิใจในตัวเค้ามากและดีใจที่ได้เกิดมาเป็นพี่น้องกัน อะไรที่พี่จะช่วยให้น้องประสบความสำเร็จได้พี่ก็พร้อมจะทำ อย่างเช่น การเปิดเพจธรรมมะกับกฎหมาย เพื่อแนะนำการเรียนกฎหมาย พี่เขียนเพจนี้ขึ้นมาก็เพราะคิดว่าเพจนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องของพี่และคนอื่นๆ

เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าฉันมาจากครอบครัวที่ยากจน แต่วันนี้ฉันรู้แล้วว่าครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น สมบูรณ์ที่สุด ตั้งแต่เล็กจนโตฉันไม่เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเลย เงินทุกบาทที่หามาได้ พ่อจะให้แม่เก็บทั้งหมด หากพ่อเอาเงินไปใช้ พ่อจะกลับมาบอกแม่ว่าใช้อะไรไปบ้าง ที่เหลือจะคืนแม่ทั้งหมด พ่อไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใส่เอง แม่ซื้อเสื้อผ้าแบบไหนให้ก็ใส่แบบนั้นโดยไม่พูดอะไรสักคำ พ่อแม่ทำงานหนักเพื่อมาเลี้ยงดูครอบครัว ยายเลี้ยงดูฉันอย่างดี ตอนเด็กฉันไม่เคยถูกตีเพราะมียายคอยปกป้องอยู่เสมอ ญาติพี่น้องทุกคนรักกันและคอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความรักในหัวใจ ที่พร้อมจะเดินตามความฝันของตัวเอง และแบ่งปันความรักให้แก่คนรอบข้าง ทำให้ฉันเรียนรู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะให้แก่คนที่เรารักได้คือ การให้เค้าได้เป็นตัวเอง ได้ทำในส่ิงที่รักและอยากมีความสุขที่จะทำ และนี่คือสิ่งที่ฉันได้จากครอบครัวของฉัน.. สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ฉันเดินมาถึงตรงนี้ได้ นั้น คือ ฉันมีเป้าหมายชัดเจน และหาวิธีการเดินไปสู่จุดหมายนั้น ฉันไม่เคยยอมแพ้ ทุกครั้งที่ทุกอย่างไม่เป็นไปดังหวัง ฉันก็จะบอกกับตัวเองว่า มันต้องมีวิธีการอื่นที่ให้เราเดินไปสู่ความสำเร็จได้ ทุกเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาไม่ว่าดีหรือร้ายก็สามารถเป็นครูสอนเราได้ สิ่งที่ดีเราก็ดูไว้เป็นตัวอย่างที่ควรทำตาม สิ่งที่ไม่ดีเราก็ดูไว้เป็นตัวอย่างที่ไม่ควรทำตาม

คนเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้และเติบโตขึ้น คนเราไม่รู้หรอกว่า ทำกรรมอะไรไว้จึงได้ตัวตนแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แต่ถึงวันนี้ วันที่เรายังมีลมหายใจอยู่กับปัจจุบันขณะ เราสามารถเลือกได้ว่าจะเดินไปตามเส้นทางที่กรรมเก่าขีดเส้นไว้ หรือเลือกที่จะสำรวจข้อบกพร่องตัวเอง เลือกแก้ไขนิสัยเสียๆ ของตัวเอง และเลือกแก้ไขในส่ิงที่ผิด เลือกหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเอง หาตัวเองให้เจอ แทนการเลือกโทษโชคชะตาฟ้าดิน พ่อแม่ คนรอบข้าง
Cr. ท่านลัดดาวรรณ หลวงอาจ

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

02/07/2022

นิติปรัชญา

1. กฎหมายธรรมชาติคืออะไร มีพัฒนาการอย่างไร กฎหมายธรรมชาติ เป็นทฤษฎีที่เชื่อว่า กฎหมายที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เป็นกฎหมายที่อยู่เหนือรัฐและใช้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ความหมายของกฎหมายธรรมชาติ โดยแยกออกเป็น 2 นัย คือ นัยแรก เป็นหลักเกณฑ์ของกฎหมายอุดมคติที่มีค่าบังคับสูงกว่ากฎหมายที่มนุษย์บัญญัติขึ้นเอง ดังนั้น กฎหมายใดที่มนุษย์บัญญัติขึ้นซึ่งขัดหรือแย้งต่อหลักกฎหมายธรรมชาติก็จะไม่มีค่าบังค ับเป็นกฎหมายเลย นัยที่สอง ถือว่าหลักกฎหมายธรรมชาติเป็นเพียงอุดมคติของกฎหมายที่รัฐบัญญัติขึ้น ดังนั้นการบัญญัติหรือตรากฎหมายจึงควรให้สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายธรรมชาติ กฎหมายที่ขัดหรือแย้งกับหลักกฎหมายธรรมชาติ อาจถือว่าเป็นกฎหมายที่ไม่มีค่าบังคับในทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ แต่ไม่ถึงกับเป็นโมฆะ หรือไม่มีค่าบังคับในทางกฎหมายเสียเลย

พัฒนาการของกฎหมาย

1. ยุคกรีกโบราณและโรมัน

1.1 จุดก่อตัวของแนวคิดปรัชญากฎหมายธรรมชาติ เกิดโดย เฮราคลิตุส ธรรมชาติคือความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง แก่นสารของชีวิตคือธรรมชาติ

- โซโฟครีส เขียนหนังสือชื่อ แอนโทโกนี เป็นละครโศกนาฏกรรม(เรื่องการทำศพพี่ชาย)ที่บรรจุหลักการสำคัญในการแยกกฎหมายอันแท้จ ริงออกจากโครงสร้าง, อำนาจรัฐ และยืนยันความเป็นโมฆะของกฎหมายแผ่นดินที่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายธรรมชาติหรือความยุติ ธรรม เนื่องจากโซโฟครีส เชื่อหลักความเป็นธรรมตามธรรมชาติ

- เพลโต สรุปว่า กฎหมายธรรมชาติเป็นความคิดหรือแบบอันไม่มีวันเปลี่ยนแปลงสำหรับใช้เป็นบรรทัดฐานต่อกฎหมายบ้านเมือง และมีเพียงราชาปราชญ์ผู้สามารถเข้าถึง “แบบ”

1.2 พวก Homo mensura เป็นพวกที่ไม่เชื่อว่ากฎหมายมีอยู่ในธรรมชาติ แต่มนุษย์เป็นผู้สร้างกฎหมายขึ้นมา

1.3 สำนักสโตอิค มีแนวความคิดพื้นฐานว่า ในจักรวาลประกอบด้วย “เหตุผล” ซึ่งเป็นเสมือนกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่มีลักษณะแน่นอน มนุษย์ซึ่งถูกกำหนดควบคุมโดย “เหตุผล”

1.4 จักรวรรดิโรมัน ได้นำหลักกฎหมายธรรมชาติไปปรับใช้ในการพัฒนาระบบกฎหมายของโรมันให้มีความเหมาะสมเป็น ธรรม

2. ยุคมืด และช่วงแรกของยุคกลาง ยุคมืด และช่วงแรกของยุคกลาง ศาสนจักรโรมันคาทอลิกก็เข้าครอบงำและพัฒนาเปลี่ยนแปลงปรัชญากฎหมายธรรมชาติให้สอดคล้ องกับหลักคำสอนของคริสต์ศาสนา (เน้นว่า กฎหมายที่ขัดต่อคำสอนของศาสนาไม่เป็นกฎหมาย)โดยนำแนวคิดเรื่องบาปโดยกำเนิด (Original Sin) เข้ามาแทนที่ “เหตุผล” ช่วงที่สองของยุคกลาง เซนต์ โทมัส อไควนัส ยืนยันว่ากฎหมายธรรมชาติสูงกว่ากฎหมายที่รัฐบัญญัติขึ้น (เจตจำนงของพระเจ้าคือที่มาของกฎหมาย) และได้แบ่งกฎหมายออกเป็น 4 ประเภท คือ

1) กฎหมายนิรันดร์

2 ) กฎหมายธรรมชาติ

3.) กฎหมายศักดิ์สิทธิ์

4.) กฎหมายของมนุษย์

3. ยุคฟื้นฟู และยุคปฏิรูป (เป็นยุคที่เกิดกฎหมายระหว่างประเทศ) เป็นยุคที่ปรัชญากฎหมายธรรมชาติแยกออกจากการครอบงำของศาสนาคริสต์ มาสู่การวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ ฮูโก โกรเชียส ได้นำหลักการของกฎหมายธรรมชาติบางเรื่องไปเป็นรากฐานในการบัญญัติกฎหมายระหว่างประเทศ จนได้รับยกย่องว่าเป็นบิดาของกฎหมายระหว่างประเทศ

4. ยุคชาติรัฐนิยม เป็นยุคที่กฎหมายธรรมชาติมีความเสื่อมลง เพราะ

1) กระแสสูงของลัทธิชาติรัฐนิยม (Nationalism)

2) ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และวิธีคิดเชิงประจักษ์วาทแบบแบบวิทยาศาสตร์ และภายใต้ความคิดทางแบบวิทยาศาสตร์นี้ก็ยังเป็นพื้นฐานให้เกิดลัทธิอรรถประโยชน์และทฤษฎีปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย

5. ยุคปัจจุบัน (ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) มีการฟื้นตัวของกฎหมายธรรมชาติ อันเนื่องจากองค์การสหประชาชาติ (UN) รณรงค์ให้เคารพในสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ในยุคนี้ปรัชญากฎหมายธรรมชาติมีบทบาทอยู่ 2 ลักษณะ

5.1) ในแง่สนับสนุนอุดมคตินิยมทางกฎหมายเชิงจริยธรรม

5.2) เป็นทฤษฎีเกี่ยวกับสิทธิซึ่งสนับสนุนเรื่องสิทธิมนุษยชน

ในยุคนี้ทำให้เกิดกฎหมายธรรมชาติร่วมสมัย

ฟูลเลอร์ เชื่อมั่นในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศีลธรรม เน้นความสำคัญของเรื่อง “วัตถุประสงค์” ซึ่งประกาศว่า กฎหมายจำต้องบรรจุด้วยหลักเกณฑ์ทางศีลธรรม หรือที่เขาเรียกว่า “The Inner Morality of Law” โดยต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขสำคัญ 8 ประการ

1) กฎหมายต้องมีลักษณะทั่วไป

2) ต้องถูกตีพิมพ์เผยแพร่ให้ปรากฏแก่สาธารณะ

3) ต้องไม่มีผลย้อนหลัง

4) ต้องมีลักษณะชัดแจ้ง และสามารถเป็นที่เข้าใจได้

5) ต้องไม่มีความขัดแย้งกัน

6) ต้องไม่เป็นการกำหนดบังคับในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

7) ต้องมีความมั่นคง แน่นอน

😎 ต้องมีความกลมกลืน

จอห์น ฟินนีส อธิบายทฤษฎีกฎหมายธรรมชาติ ด้วยการหาคำตอบเกี่ยวกับลักษณะของชีวิตที่มีคุณค่า โดยเริ่มจากสมมติฐานหลัก 2 ประการ คือ 1) รูปแบบพื้นฐานแห่งความมั่งคั่งรุ่งเรืองของมนุษย์ 2) สิ่งจำเป็นเชิงวิชาการพื้นฐานของความชอบด้วยเหตุผลเชิงปฏิบัติ

จุดอ่อน

- ความเป็นนามธรรมอย่างสูง

- ไม่สามารถพิสูจน์ตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วยวิธีการทาง

- ไม่ถูกต้องตามหลักตรรกะ

2. ปฏิฐานนิยมทางกฎหมายคืออะไร ฟุลเลอร์และดวอร์กิ้นได้วิจารณ์ฮาร์ทอย่างไร ทฤษฎีปฎิฐานนิยมทางกฎหมาย หรือ“กฎหมายบ้านเมือง” (กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย) มีแนวคิดหลักว่ากฎหมายคือเจตจำนงหรือคำสั่งของรัฏฐาธิปัตย์, ความสมบูรณ์ของกฎหมายอยู่ที่สภาพบังคับที่เด็ดขาด, กฎหมายนั้นไม่จำต้องผูกติดสัมพันธ์กับความยุติธรรมหรือหลักจริยธรรมใด ๆ จึงทำให้ทฤษฎีปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย เป็นแนวคิดที่สวนทางกลับทฤษฎีกฎหมายธรรมชาติ ทรรศนะพื้นฐานสำคัญ

1) ข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่เป็นอยู่จริง (Is) หาใช่เป็นสิ่งเดียวหรือสัมพันธ์กับหลักคุณค่าบรรทัดฐานหรือสิ่งที่ควรจะเป็น (Ought) ไม่

2) กฎหมายเป็นผลผลิตหรือเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยอำนาจปกครองในสังคม แนวคิดพื้นฐานของทฤษฎีปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย แบ่งออกเป็น 3 ประการ คือ

1. กฎหมายไม่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม

2. กฎหมายมาจากรัฎฐาธิปัตย์

3. กฎหมายเป็นสิ่งที่มีสภาพบังคับหรือมีบทลงโทษ

พัฒนาการทางทฤษฎีนี้เป็นผลทำให้การแยกทฤษฎีออกเป็นสองแบบฉบับ (Version) คือ

1. แบบฉบับดั้งเดิม ในคริสต์ศตวรรษที่ 19

- เบนแธม (is กับ ought แยกออกจากกัน) เป็นนักปรัชญาและนักปฏิรูปกฎหมายคนสำคัญของชาวอังกฤษ และเป็นผู้สนับสนุนลัทธิหรือหลักอรรถประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่า คุณค่าของการกระทำใด ๆ ล้วนต้องพิจารณาจากผลลัพธ์ในแง่อรรถประโยชน์หรือความสุขที่เกิดขึ้น

- ออสติน (Austin) ทฤษฎีคำสั่งแห่งกฎหมาย ซึ่งเรียกกันในภายหลังว่า “นิติศาสตร์เชิงวิเคราะห์” ซึ่งจะเน้นที่ลักษณะภายนอกของสภาพบังคับกฎหมาย หรือเน้นที่ตัวบุคคลผู้มีอำนาจออกกฎหมาย 2. แบบฉบับซึ่งได้รับการพัฒนาแก้ไขปรับปรุง ในคริสต์ศตวรรษที่ 20

- ฮาร์ท (จะเน้นประสิทธิภาพของกฎหมาย) ถือว่า ระบบกฎหมายนั้นเป็นระบบแห่งกฎเกณฑ์ทางสังคมรูปแบบหนึ่ง “โดยพื้นฐานแท้จริงแล้ว การยึดมั่นของปฎิฐานนิยมทางกฎหมายในบทสรุปของแนวคิดเรื่องการแยกกฎหมายออกจากศีลธรรม นั้น ในตัวของมันวางอยู่บนเหตุผลทางศีลธรรม” และได้แบ่งกฎเกณฑ์ของ “ระบบกฎหมาย” ออกเป็น 2 ประเภท คือ กฎปฐมภูมิและกฎทุติยภูมิ ในทรรศนะของฮาร์ท ถือว่าเป็นกฎหลักสองประการที่เน้นประสิทธิภาพของกฎหมาย ทำให้กฎเกณฑ์ทางกฎหมายมีความสมบูรณ์

1) กฎปฐมภูมิ (สารบัญญัติ) หมายถึง กฎเกณฑ์ทั่วไปซึ่งวางบรรทัดฐานการประพฤติให้คนทั่วไปในสังคม และก่อให้เกิดหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามในลักษณะเป็นกฎหมายเบื้องต้นทั่วไป 2) กฎทุติยภูมิ (วิธีสบัญญัติ) หมายถึง กฎเกณฑ์พิเศษที่สร้างขึ้นมาเสริมความสมบูรณ์ของกฎปฐมภูมิ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้มากยิ่งขึ้น โดยองค์ประกอบของกฎทุติยภูมิออกเป็น 3 กฎย่อย คือ 1) กฎที่กำหนดเกณฑ์การรับรองความเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์

2) กฎที่กำหนดเกณฑ์การบัญญัติและแก้ไขเปลี่ยนแปลง

3) กฎที่กำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยชี้ขาดตัดสิน ข้อวิจารณ์ของ ฟูลเลอร์ (Fuller) ที่มีต่อระบบกฎเกณฑ์ของฮาร์ท ฟูลเลอร์ เป็นนักทฤษฎีฝ่ายกฎหมายธรรมชาติ - ยอมรับข้อเสนอของฮาร์ทที่ว่า “กฎหมายคือระบบของกฎเกณฑ์” - แต่ก็ยังยืนยันความสำคัญของเรื่องวัตถุประสงค์ภายในตัวกฎหมาย ฟูลเลอร์ ไม่เห็นด้วยอย่างมากกับการที่ฮาร์ทสรุปว่า กฎหมายเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์ล้วน ๆ และไม่จำต้องเกี่ยวข้องกับหลักศีลธรรมหรือหลักคุณค่านามธรรมเสมอไป กล่าวคือ ฟูลเลอร์เห็นว่า “กฎหมายนั้นต้องสนองตอบความจำเป็นหรือวัตถุประสงค์ทางศีลธรรม กฎหมายและศีลธรรมจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ กฎหมายจะต้องมีสิ่งที่อาจเรียกว่า “ศีลธรรมภายในกฎหมาย” บรรจุอยู่เสมอ” และ ไม่เห็นด้วยกับฮาร์ทที่แยกกฎปฐมภูมิซึ่งเป็นกฎที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดพันธะหน้าที่ และกฎทุติยภูมิซึ่งเป็นกฎเกี่ยวกับการให้อำนาจด้านกฎหมาย ออกจากกันโดยเด็ดขาด เพราะในบางสถานการณ์กฎอันเดียวกันอาจให้ทั้งอำนาจและกำหนดหน้าที่ ไม่จำกัดบทบาทเพียงอย่างหนึ่งอย่างใด หากแต่ต้องแปรผันไปตามสภาพแวดล้อม ข้อวิจารณ์ของ ดวอร์กิ้น (Dworkin) ที่มีต่อระบบกฎเกณฑ์ของฮาร์ท ดวอร์กิ้น วิจารณ์แนวคิดเรื่อง”ระบบแห่งกฎเกณฑ์” โดยเห็นว่า การถือว่ากฎหมายเป็นเพียงเรื่องระบบแห่งกฎเกณฑ์ตามความคิดของฮาร์ทนั้น เป็นข้อสรุปที่ไม่สมบูรณ์และคับแคบเกินไป เพราะจริง ๆ แล้ว “กฎเกณฑ์” ไม่ใช่เนื้อหาสาระเดียวในกฎหมาย การมองกฎหมายว่าเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์เท่านั้นไม่เป็นสิ่งที่เพียงพอ กฎเกณฑ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎหมายเท่านั้น แท้จริงแล้วยังมีเนื้อหาสาระสำคัญอื่น ๆ ซึ่งประกอบอยู่ภายในกฎหมาย ที่สำคัญคือเนื้อหาสาระที่เป็นเรื่องของ “หลักการ” ทางศีลธรรม หรือความเป็นธรรม ดวอร์กิ้นถือว่า “หลักการ” เป็นมาตรฐานภายในกฎหมายซึ่งต้องเคารพรักษา ซึ่ง “หลักการ” ต่างกับ “กฎเกณฑ์” ตรงที่กฎเกณฑ์มีลักษณะใช้ได้ทั่วไปมากกว่า ขณะที่หลักการต้องเลือกปรับใช้ในบางคดี

ในจุดนี้ ดวอร์กิ้น ได้ยกตัวอย่างที่เขาต้องการชี้ให้เห็นความแตกต่าง ระหว่าง “หลักการ” และ “กฎเกณฑ์" เช่น คดี Henningsen V. Bloomfield Motors ซึ่ง มีประเด็นสำคัญว่า บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์สามารถจำกัดความรับผิดของตนในความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจา กความบกพร่องในการผลิตได้เพียงใด

ในเมื่อได้ทำสัญญาโดยตกลงว่าความรับผิดของบริษัทผู้ผลิตจำกัดเพียงการซ่อมแซมส่วนที่ บกพร่องให้ดีเท่านั้น ต่อมาเมื่อได้เกิดความเสียหายขึ้น ผู้ซื้อโต้แย้งว่า บริษัทไม่ควรได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดของสัญญาดังกล่าว โดยควรต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เนื่องจากการชนกันของรถซึ่งเป็นผลจากความบกพร่องของรถยนต์ คดีนี้ ผู้ซื้อไม่สามารถอ้างกฎหมายหรือหลักนิติธรรมที่หนักแน่นใด ๆ ซึ่งห้ามบริษัทผู้ผลิตไม่ให้ทำข้อตกลงในลักษณะดังกล่าว ศาลเห็นพ้องกับคำร้องขอของผู้ซื้อ โดยให้เหตุผลว่า แม้หลักเรื่องเสรีภาพในการทำสัญญาจะเป็นหลักการสำคัญในกฎหมาย แต่ก็หาใช่ว่า จะเป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ บริษัทผู้ผลิตต้องมีภาระเป็นพิเศษในเรื่องการสร้าง การโฆษณาและการขายรถยนต์ของตน ศาลไม่ยอมปล่อยให้อยู่ใต้บังคับของข้อตกลงต่อรองซึ่งคู่กรณีฝ่ายหนึ่งได้ฉก ฉวยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างไม่เป็นธรรมจากอีกฝ่ายหนึ่ง (ในเรื่องคดีนี้ อาจยกตัวอย่างคดีอื่นๆ ได้)

ดวอร์กิ้นเห็นว่า มาตรฐานที่ศาลใช้เป็นเหตุผลของคำพิพากษามิใช่สิ่งที่เราเข้าใจว่าเป็นกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย แต่คือหลักการทางกฎหมาย ในการมองธรรมชาติของกฎหมายว่ามิใช่เป็นเรื่องของกฎเกณฑ์หรือระบบแห่งกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีสาระของเรื่องหลักการประกอบอยู่ด้วย ความเชื่อตรงนี้ทำ ให้ดวอร์กิ้นวิพากษ์วิจารณ์ฮาร์ทอย่างมากในเรื่องการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษานอกเหน ือกฎหมาย ในการตัดสินคดีที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ในลักษณะคล้ายเป็นการตรากฎหมายขึ้นใหม่ ซึ่งฮาร์ทถือว่าทำได้ แต่ดวอร์กิ้นไม่ยอมรับดุลพินิจเช่นนี้ โดยเชื่อว่าผู้พิพากษาสามารถค้นหาคำตอบได้จากหลักการภายในกฎหมายมิใช่ใช้ดุลพินิจบัญญัติกฎหมายขึ้นมาเอง

3. กฎหมายประวัติศาสตร์คืออะไร มีหลักการสำคัญ 3 ประการอย่างไรบ้าง กฎหมายประวัติศาสตร์ หรือ สำนักกฎหมายประวัติศาสตร์ เป็นสำนักที่นำเอาการวิเคราะห์หรือองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปใช้ใน กฎหมาย เพื่อสร้างทฤษฎีกฎหมายในเชิงนิติปรัชญา สำนักกฎหมายประวัติศาสตร์ถือกำเนิดขึ้นโดยนักนิติศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อ ฟอน ซาวิญยี่ ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของศาสตราจารย์ทีเบาท์ แห่งมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ค ที่ให้ทำการยกร่างประมวลกฎหมายเยอรมนี ซาวิญยี่เห็นว่า 1. มีรากเหง้าที่หยั่งลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของประชาชาติ 2. มีกำเนิดและเติบโตเรื่อยมาจากประสบการณ์และหลักความประพฤติทั่วไปของประชาชน 3. ปรากฏในรูป “จิตสำนึกร่วมกันของประชาชน”

หลักการสำคัญของกฎหมายประวัติศาสตร์ จากความคิดพื้นฐานของซาวิญยี่ มีดังนี้ 1. กฎหมายเป็นสิ่งที่ถูกค้นพบ มิใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น 2. นักกฎหมายเป็นเสมือนปากเสียงของจิตสำนึกของประชาชน นักกฎหมายจึงมีความสำคัญมากกว่านักนิติปรัชญาในแง่ของการเป็นบุคคลผู้สร้างกฎหมาย 3. กฎหมายมิใช้สิ่งที่มีความสมบูรณ์อย่างสากล มิใช่สิ่งที่จะนำมาปรับใช้ได้ทุก ๆ แห่งเหมือนกัน ประเด็นสำคัญที่เสนอคือ ถ้าจะสร้างกฎหมายหรือตรากฎหมายขึ้นมาต้องสร้างกฎหมายที่ถูกต้องสอดคล้องกับจิตวิญญาณ ของคนในชาติ หรือเจตจำนงของประชาชน

4. นิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยาคืออะไร รอสโคพาวน์อธิบายทฤษฎีวิศวกรรมสังคมว่าอย่างไร นิติศาสตร์เชิงสังคม เป็นแนวความคิดหรือทฤษฎีทางนิติศาสตร์ที่เน้นบทบาทของกฎหมายต่อสังคม อันเป็นการพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ของกฎหมายหรือการทำงานของกฎหมายมากกว่าการสนใจกฎหม ายในแง่ที่เป็นเนื้อหาสาระซึ่งเป็นนามธรรมลอย ๆ ทฤษฎีนิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยา เป็นทฤษฎีทางกฎหมายที่ก่อตัวขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมตะวันตกอยู่ในภาวะของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จากสังคมประเพณีที่ไม่ซับซ้อนสู่สังคมอุตสาหกรรม (Industrial Society) มีกลุ่มแนวคิดทฤษฎี 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่มีแนวความคิดค่อนมาทางปีกขวา หรืออนุรักษ์เสรีนิยม เยียริ่ง

- ต้นกำเนิดของกฎหมายวางอยู่ที่เงื่อนไขทางสังคมวิทยา

- รากฐานอันแท้จริงของ เรื่อง “สิทธิ"” อยู่ที่ “ผลประโยชน์

- ต้นเหตุสำคัญของกฎหมายอยู่ที่การเป็นเครื่องมือเพื่อสนองตอบความต้องการของสังคม

- วัตถุประสงค์ของกฎหมายอยู่ที่การปกป้องหรือขยายการปกป้องผลประโยชน์ของสังคม

2. กลุ่มที่มีแนวความคิดค่อนมาทางทางปีกซ้าย หรือโอนเอียงใกล้กับความคิดแบบสังคมนิยม ดิวกี้ เป็นผู้นำเสนอทฤษฎีความสมานฉันท์ของสังคม (Social Solidarism) ซึ่งเน้นเรื่องประโยชน์ของสังคม เน้นเรื่องการกระจายอำนาจของรัฐ ปฏิเสธการแยกกฎหมายเอกชนกับกฎหมายมหาชน ปฏิเสธการดำรงอยู่เรื่องสิทธิส่วนตัว แกนกลางของกฎหมายอยู่ที่เรื่องหน้าที่ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะประกันว่าแต่ละคนได้ดำเนินบทบาทของตนในการส่งเสริมความสมานฉ ันท์ในสังคม

รอสโค พาวนด์ เป็นผู้พัฒนาทฤษฎีนิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยาให้มีรายละเอียดในเชิงปฏิบัติ เน้นการศึกษาหรือการแก้ไขปัญหาเชิงปฎิบัติ กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคานประโยชน์ต่าง ๆ ในสังคมเพื่อให้เกิดความสมดุล ซึ่งวิธีการคานประโยชน์ต่าง ๆ นั้น ก็ด้วยการสร้างกลไกในการคานอำนาจผลประโยชน์ เสมือนการก่อสร้างหรือวิศวกรรมสังคม จึงเรียกว่า ทฤษฎีวิศวกรรมสังคม (Social Engineering Theory)

แบ่งอธิบายทฤษฎีของเขาเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่

1. ความหมายของผลประโยชน์ ผลประโยชน์ คือ “ข้อเรียกร้อง ความต้องการ หรือความปรารถนาที่มนุษย์ต่างยืนยันเพื่อให้ได้มาอย่างแท้จริง และเป็นภารกิจที่กฎหมายต้องกระทำการอันใดอันหนึ่ง เพื่อสิ่งเหล่านั้นหากต้องการธำรงไว้ซึ่งสังคมอันเป็นระเบียบเรียบร้อย” ผลประโยชน์ดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่กฎหมายมีหน้าที่ต้องตอบสนอง

2. ประเภทของผลประโยชน์ รอสโค พาวนด์ แบ่งผลประโยชน์ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. ผลประโยชน์ของปัจเจกชน คือ ข้อเรียกร้อง ความต้องการ ความปรารถนา และความคาดหมายในการดำรงชีวิตของปัจเจกชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับ

- ผลประโยชน์ด้านบุคลิกภาพส่วนตัว

- ความสัมพันธ์ทางครอบครัว

- ผลประโยชน์อันเป็นแก่นสาระสำคัญ ซึ่งรวมถึงการมีทรัพย์สินส่วนบุคคล และเสรีภาพในการประกอบกิจการในด้านต่าง ๆ

2. ผลประโยชน์ของมหาชน

3. ผลประโยชน์ของสังคม

3. วิธีการคานหรือถ่วงดุลผลประโยชน์ การนำเอาผลประโยชน์แต่ละประเภทมาคานกันให้เกิดการขัดแย้งน้อยที่สุดในสังคมแบบการกระ ทำวิศวกรรม

ภาระสำคัญ 6 ประการของนักนิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยา ดังนี้

1.ต้องศึกษาถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงของสถาบันทางกฎหมายและทฤษฎีกฎหมาย

2.ต้องศึกษาเชิงสังคมวิทยาในเรื่องการตระเตรียมการนิติบัญญัติโดยเฉพาะในเรื่องของผลการนิติบัญญัติเชิงเปรียบเทียบ

3.ต้องศึกษาถึงเครื่องมือหรือกลไกที่จะทำให้กฎเกณฑ์ทางกฎหมายมีประสิทธิภาพ ใช้ได้ผลจริง โดยถือว่า “ความมีชีวิตของกฎหมายปรากฏอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย”

4.ต้องศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายเชิงสังคมวิทยา ด้วยการตรวจพิจารณาดูว่า ทฤษฎีกฎหมายต่าง ๆ ได้ส่งผลลัพธ์ประการใดบ้างในอดีต

5.ต้องสนับสนุนให้มีการตัดสินคดีบุคคลอย่างมีเหตุผลและยุติธรรม ซึ่งมักอ้างเรื่องความแน่นอนขึ้นแทนที่มากเกินไป

6.ต้องพยายามทำให้การบรรลุจุดมุ่งหมายของกฎหมายมีผลมากขึ้น

5. ความคิดมาร์กซิสต์วิจารณ์บทบาทของกฎหมายว่าอย่างไร ทฤษฎีกฎหมายของมาร์กซิสต์ (The Marxist Theory of Law) เป็นทฤษฎีที่วางอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดแบบนิยัตินิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Determinism) ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ถือว่า เศรษฐกิจเป็นตัวกระทำฝ่ายเดียว หรือเป็นเหตุปัจจัยเดียวที่กำหนดความเป็นไปต่างๆ ในสังคม ทฤษฎีนี้เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นระบบ

มาร์กซ นักกฎหมายชาวยิว มองกฎหมายว่าเป็นเพียงกลไกเพื่อรับใช้ประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางชนชั้นที่มีอำนาจในสั งคม มิใช่เป็นกลไกที่มีความเป็นอิสระในการใช้ประนีประนอมผลประโยชน์ขัดแย้งทั้งหลาย มาร์กซ มีท่าทีต่อต้านทฤษฎีปฏิฐานนิยม

นักทฤษฎีมาร์กซิสต์ได้สรุปความและวิจารณ์ธรรมชาติหรือบทบาทของกฎหมายเป็นข้อสรุปดังน ี้ 1. กฎหมายเป็นผลผลิตหรือผลสะท้อนของโครงสร้างทางเศรษฐกิจหรือเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ 2. กฎหมายเป็นเสมือนเครื่องมือหรืออาวุธของชนชั้นปกครองที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องอำนาจของตน กฎหมายเป็นเครื่องมือกดขี่ประชาชนของชนชั้นปกครอง 3. สังคมคอมมิวนิสต์ที่สมบูรณ์ไม่ต้องมีกฎหมาย กฎหมายในฐานะที่เป็นเครื่องมือของการควบคุมสังคมจะเหือดหาย (Writering Away) และสูญสิ้นไปในที่สุด

6. หลักนิติธรรมและดื้อแพ่งคืออะไร มีหลักการสำคัญอย่างไร หลักนิติธรรม หมายถึง “การเคารพเชื่อฟังต่อกฎหมาย หรือ การที่รัฐบาลต้องปกครองด้วยกฎหมายและอยู่ภายใต้กฎหมาย” (นั่นคือ กฎหมายจะสูงสุด) นอกจากนี้ยังมีความหมายของหลักนิติธรรมตามที่มีบุคคลต่าง ๆ ได้ให้นิยามความหมายไว้ที่สำคัญ ดังนี้ อริสโตเติ้ล “ปัญญาที่ตัดขาดแล้วจากอารมณ์ความรู้สึก” ไดซีย์ มีนัย 3 ประการ คือ

1. การที่ฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจลงโทษบุคคลใดได้ตามอำเภอใจ

2. ไม่มีบุคคลใดอยู่เหนือกฎหมาย

3. หลักทั่วไปของกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนเป็นผลมาจากคำวินิจฉัยตัดสินของศาลหรือกฎหมายธรรมดา (เฉพาะประเทศอังกฤษ) มิใช่เกิดจากการรับรองค้ำประกันเป็นพิเศษโดยรัฐธรรมนูญ ดังกรณีของรัฐธรรมนูญประเทศอื่น ไดซีย์ได้กล่าวอย่างน่าสนใจว่า “ หลักนิติธรรมนั้นตรงกันข้ามกับรัฐบาลทุกระบบที่บุคคลผู้มีอำนาจสามารถใช้ อำนาจจับกุม คุมขังบุคคลใดได้อย่างกว้างขวางโดยพลการหรือตามดุลพินิจของตนเอง ”คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล เน้นย้ำถึงเรื่องการมีสิทธิเสรีภาพและการยอมรับในศักดิ์ศรีของมนุษย์ เชื่อว่าเป็นคุณสมบัติอันจำเป็นสำหรับความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง โดยมีกลุ่มสิทธิ 2 ประเภทที่เน้นย้ำความสำคัญ คือ สิทธิทางแพ่งและทางการเมืองประการหนึ่ง และสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคมอีกประการหนึ่ง สำหรับประเทศไทย สิทธิมนุษยชนโดยหลักนิติธรรม มีปรากฏใน รธน.แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 เช่น

มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง

มาตรา 26 การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

มาตรา 28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้สามารถยกบท บัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้ (เวลาตอบให้ยกตัวอย่าง อองซาน ซูจี ในการถูกละเมิดสิทธิ เสรีภาพ)

การดื้อแพ่งกฎหมาย คือ การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยสันติวิธี เป็นการกระทำเชิงศีลธรรม ในลักษณะของการประท้วงคัดค้านต่อกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหรือต่อการกระทำของรัฐบาลที่เห ็นว่าไม่ถูกต้อง โดยการขัดขืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ให้ความร่วมมือ โดยต้องมีเหตุผลรองรับที่เชื่อถือได้ จึงจะสามารถยกเว้นหลักทั่วไปที่ต้องเชื่อฟังกฎหมาย วิวาทะเรื่องการดื้อแพ่งกฎหมายของประชาชน - ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ยืนยันว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายที่ทุกคนต้องเชื่อฟังโดยไม่มีข้อยกเว้นใด

- ฝ่ายที่เห็นด้วย ยืนยันว่า กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมไม่ใช่กฎหมาย รอลส์ ให้ความเห็นชอบในเรื่องการดื้อแพ่งกฎหมายของประชาชน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขแห่งความชอบธรรม 4 ประการ ดังนี้ 1. ต้องเป็นการกระทำที่มีจุดประสงค์ของการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่สังคม

2. กฎหมายที่ต่อต้านหรือดื้อแพ่งนั้น ต้องเป็นกฎหมายที่ขาดความชอบธรรมเป็นอย่างมาก

3. การไม่เคารพหรือต่อต้านกฎหมายต้องเป็นการปฏิบัติการซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย

4. การต่อต้านกฎหมายต้องกระทำโดยสันติวิธี, โดยเปิดเผย

แอดมิน กฎหมายน่ารู้
❤️❤️❤️❤️

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

จากเด็กช่างสู่อัยการ
ความฝันนั้นถ้าเราตั้งใจแล้วไม่มีอะไรที่เราสำเร็จมิได้ถ้าเราตั้งใจจริงมันมาจากใจของเราถ้าเราบอกทำได้เป้าหมายที่อยู่ตรงหน้...
เปลี่ยนความท้อ ให้เป็นแรงบันดาลใจ#จาก ร ป ภ สู่ เนติบัณฑิตแอดมิน กฎหมายน่ารู้❤️❤️❤️❤️

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


รามคำแหง 65, วังทองหลาง, วังทอง
Bangkok
10310

Legal อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
FindmyLawyer FindmyLawyer
เวนิส ดิ ไอริส ชอย 2/7, ท่าแร้ง, บ
Bangkok, 10220

ให้ความรู้ทางกฎหมาย และให้บริการให

มุมกาแฟ คนสอบ Tax Auditor-TA BY AJ.Artit มุมกาแฟ คนสอบ Tax Auditor-TA BY AJ.Artit
วิภาวดี-รังสิต
Bangkok, 10210

บริการทางวิชาการ ความรู้ด้านการสอบ

ทนายวินัย รับทำคดีปกครองและ ทนายวินัย รับทำคดีปกครองและ
Bangkok

รับปรึกษาคดีวินัยที่ไม่เป็นธรรมขอ?

สถานีกฎหมายอวกาศ - Space Law Station สถานีกฎหมายอวกาศ - Space Law Station
Bangkok

Platform แลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับผู้ปฏิ?

Pdpamatter Pdpamatter
22/43 ลุมพินี ทาวน์ เรสซิเดนซ์
Bangkok, 10900

PDPA MATTER เป็นโปรแกรมในการช่วยเขียนข้อก?

ซื้อขายไอดีเกมส์ ออนไลน์ FreeFrie- ซื้อขายไอดีเกมส์ ออนไลน์ FreeFrie-
Bangkok, 10900

ห้ามโกงห้ามเกรียน หากพบว่าแอดกลุ่มเกรียน ให้แจ้งแอดผู้ดูแลทันที

Aequitas Aequitas
Bangkok

A personal blog to share knowledge about legal English, the language of the law, and legal translati

TaxforYou Training TaxforYou Training
Bangkok, 10240

ให้ความรู้ จัดอบรมด้านภาษีอากร

LL.JS.Thailand Lawfirms LL.JS.Thailand Lawfirms
ถนนร่มเกล้า, คลองสามประเวศ, ล
Bangkok, 10520

Tax and Biz Law Tax and Biz Law
Bangkok, 10150

ผู้เชี่ยวชาญภาษีอสังหาริมทรัพย์ ภา