ทนายปริวรรตน์ รับปรึกษาคดีครอบครัว โทร 080-3955536

ให้คำปรึกษากฎหมายและรับว่าความคดีครอบครัว ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ แบ่งสินสมรส ร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร

19/09/2023

ฝ่ายชายมีภรรยาคนเดียว ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจนมีฐานะดี ต่อมาฝ่ายชายไปได้ภรรยาอีกคนและจดทะเบียนสมรสกันด้วย ดังนี้ ใครจะเป็นเมียน้อยใครจะเป็นเมียหลวง ?

เรื่องผัวๆเมียๆ เรื่องเมียน้อยเมียหลวง เกิดขึ้นให้เห็นบ่อยในสังคมไทย ซึ่งตามกฎหมายแล้วภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น คือ คนที่จดทะเบียนสมรส ถือเป็นเมียหลวง ดังนั้น ภรรยาคนแรก แม้จะมาก่อน และคิดว่าตัวเองเป็นเมียหลวง แต่เมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันในมุมของกฎหมายแล้วไม่ถือว่าเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น จึงตกเป็นเมียน้อยทันทีแม้ว่าจะอยู่กันมาก่อนก็ตาม และหากยังมีความสัมพันธ์กันต่อไป เมียหลวงก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องหย่าสามีได้ และยังมีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าทดแทนได้ด้วย มาดูตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกากันครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467/2525
จำเลยที่ 1 มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยที่ 2 มาก่อนที่จะสมรสกับโจทก์ เมื่อจำเลยสมรสกับโจทก์แล้วจำเลยที่ 1 ยังมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยที่ 2 และยกย่องเป็นภรรยาอย่างออกหน้า ดังนี้ โจทก์ฟ้องหย่าได้ และเหตุหย่าในกรณีนี้โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทนตามป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคแรก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น

สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้

ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516(1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้

แต่งงานแต่ไม่จดทะเบียน มีผลทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ?

ชายหญิงสมัยนี้ มีหลายคู่ที่แต่งงานแล้วแต่ไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกัน ส่วนมาก มักจะเป็นคนมีฐานะดี ส่วนคนท่วไปมักจะจดทะเบียนกันทั้งนั้น
คนที่ไม่จดทะเบียนสมรสนั้นอาจจะคิดว่าอยู่กันไปก่อน ถ้าดีก็อยู่กันนาน ถ้าไม่ดี ก็เลิกกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตน ไม่ต้องฟ้องหย่าให้อายคนอื่น

อย่างไรก็ตาม การแต่งงานที่ไม่จดทะเบียนนั้น กฎหมายถือว่าไม่ใช่การสมรส โดยชอบด้วยกฎหมาย คือ ไม่ใช่การสมรสตามกฎหมาย แม้ว่าจะเป็นผัวเมียกันจริง ๆ ก็ไม่ใช่สามี ภริยากันตามกฎหมาย

การไม่ใช่สามีภริยาตามกฎหมายนั้นมีผลต่อชีวิตที่อยู่ร่วมกนหลายอย่าง เช่น
(1) ทรัพย์สินที่ทํามาหาได้ร่วมกันก็ถือว่าผัวเมียเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เวลาเลิกกัน ก็แบ่งกันคนละครึ่ง เช่น อยู่กัน 5 ปี มีเงินจํานวน 300,000 บาท เวลาเลิกกันก็ต้องแบ่งกันคนละ
150,000 บาท แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ทรัพย์สินที่มีนั้น ได้ทำมาหาได้ร่วมกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหาฝ่ายเดียว ก็ไม่ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน อีกฝ่ายจะขอแบ่งไม่ได้ แต่หากจดทะเบียนสมรสกัน ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส จะถือว่าเป็นสินสมรสทันที โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะเป็นคนหามาได้ หรือจะหาได้ร่วมกันหรือไม่ เว้นแต่เป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาโดยรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา

(2) ไม่ถือว่าเป็นทายาทของเจ้ามรดก เพราะสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นทายาทของกันและกัน มีสิทธิได้บมรดกของอีกฝ่ายหนึ่งเมี่อตายไป
อย่างไรก็ดี มีวิธีแก้คือ ต่างฝ่ายต่างก็ทําพินัยกรรมยกทรัพย์ของตนเองให้อีกฝ่าย หนึ่งได้ แล้วแต่ว่าอยากจะยกให้เท่าไรก็ได้

(3) เรื่องบุตร
ผัวเมียที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส บุตรที่เกิดมาถือว่าเป็นบุตรของฝ่ายหญิง แต่ไม่ใช่บุตรของฝ่ายชาย ถ้าชายต้องการจะให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จะต้องจดทะเบียนรับรองเด็กเป็นบุตร เด็กก็จะเป็นบุตรโดยชอบดวยกฎหมาย มีสิทธิเป็นทายาทโดยธรรมของบิดาทุกอย่าง หรือ บิดามีพฤติการณ์ที่แสดงว่ารับรองเป็นบุตร เช่น แจ้งเกิดในสูติบัตรว่าเป็นบิดาเด็ก ให้เด็ก ใช้นามสกุลของตน อุปการะเลี้ยงดูเยี่ยงบุตร เด็กนั้นก็ถือว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา

(4) คดีอาญา
ถ้าจดทะเบียนสมรสกัน คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งถือเป็นผู้เสียหายทางคดีอาญา ดําเนิน คดีอาญาแทนอีกฝ่ายได้ ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่เป็นผู้เสียหายแทนกันได้ เพราะไม่ใช่สามี ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955526 หรือ คลิกไลน์ https://lin.ee/bJiT1ze

22/08/2023

ภรรยาสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนหญิงอื่น(ชู้)ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่า มีสัมพันธ์กับสามีของตนได้

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้

สำหรับการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้ ที่มาเป็นชู้กับสามีตนนั้น จะแตกต่างออกไปจากกรณีฝ่ายสามีฟ้องชายอื่นที่มาเป็นชู้กับภรรยาตน เพราะเพียงแต่มีพยานหลักฐานที่ฟังว่า ชายชู้นั้นได้ล่วงเกินภริยาตนไปในทำนองชู้สาวก็ย่อมฟ้องได้แล้ว แต่สำหรับกรณีนี้ จะต้องปรากฏหลักฐานถึงขนาดว่า หญิงชู้นั้นต้องแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว ซึ่งหมายความว่า จะต้องปรากฏหมายหลักฐานว่าทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน พาไปเที่ยวกัน ไปออกงานสังคม แต่จะไปเปิดห้องเปิดโรงแรมมีเพศสัมพันธ์กันแบบลับๆแบบนี้ ฟ้องไม่ได้นะครับ มาดูตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา กรณีฟ้องได้กับฟ้องไม่ได้กันครับ

กรณีฟ้องหญิงชู้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6516/2552

แม้จำเลยที่ 1 จะไม่เคยพาจำเลยที่ 2 ออกงานสังคม หรือแนะนำให้บุคคลอื่นรู้จักในฐานะภริยาแต่การที่จำเลยทั้งสองไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างเปิดเผยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกสร้างในแหล่งชุมชนด้วยกันในเวลากลางคืน ขับรถรับส่งเมื่อไปทำกิจธุระหรือซื้ออาหารด้วยกัน ย่อมบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและเอื้ออาทรดูแลเอาใจใส่ต่อกัน แสดงว่าจำเลยที่ 1 ยกย่องจำเลยที่ 2 ฉันภริยาอันเป็นเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1) แล้ว และโจทก์ยังมีสิทธิ์เรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง ได้อีกด้วย

กรณีฟ้องหญิงชู้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2561
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง โจทก์ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นได้นั้น ต้องมีข้อเท็จจริงว่า หญิงอื่นแสดงตนว่ามีความสัมพันธ์กับสามีตนในทำนองชู้สาว “โดยเปิดเผย” หน้าที่นำสืบให้ได้ความเช่นว่านั้นจึงตกแก่โจทก์ การที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับ ช. สามีโจทก์ โดยได้ติดต่อกันทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งข้อความทางโทรศัพท์ ส่งข้อความ (Chat) ทางระบบเครือข่ายไลน์ มีการนัดหมายกันไปมีเพศสัมพันธ์กันตามสถานที่ต่างๆ และมีคลิปวิดีโอภาพการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับ ช. รวมถึง ช. ได้ส่งดอกไม้ให้จำเลยเป็นประจำ และโอนเงินเข้าบัญชีจำเลย โจทก์ได้มีหนังสือร้องเรียนถึงพฤติกรรมจำเลยไปที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคาร ก. เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมและตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยจำเลย แต่โจทก์มีตัวโจทก์มาเบิกความเพียงปากเดียวว่า จำเลยกับ ช. มีพฤติกรรมดังกล่าว แม้จำเลยยอมรับในรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยมีเพศสัมพันธ์กับ ช. จริง แต่จำเลยก็ไม่ได้รับว่าตนเองอยู่ในฐานะภริยาอีกคนของ ช. หรือ ช. ได้มีพฤติกรรมยกย่องตนเองฉันภริยาแต่อย่างใด ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอโจทก์ได้มาจาก ช. ทั้งสิ้น โดย ช. เก็บไว้ในโน๊ตบุ๊ก flashdrive และ external harddisk ช. เป็นผู้อธิบายให้โจทก์ฟังว่าสถานที่ต่างๆ คือที่ใดแสดงให้เห็นว่า การที่โจทก์รู้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ ช. กับจำเลยเกิดจากคำบอกเล่าของสามีของโจทก์เองหาใช่การกระทำของทั้ง ช. และจำเลยที่มีการแสดงออกโดยเปิดเผยจนเป็นที่รับรู้และเข้าใจต่อบุคคลอื่นไม่ ไม่ปรากฏพฤติกรรมว่า ช. ได้เลี้ยงดูยกย่องจำเลยเป็นภริยา หรือแยกไปอาศัยอยู่กินด้วยกัน หรือพาจำเลยไปเปิดตัวต่อผู้อื่นในที่ชุมชน หรือพาไปตามสถานที่ต่างๆ แบบเปิดเผย ไม่มีการแสดงออกทั้งภาพถ่าย และการระบุสถานะในสื่อสังคมออนไลน์ปรากฏต่อสาธารณชน ไม่มีพยานบุคคลอื่นที่รู้เห็นความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสองไม่ว่าพนักงานโรงแรม พนักงานรักษาความปลอดภัย บิดามารดา เพื่อร่วมงานของจำเลยที่ธนาคาร ก. ที่สาขาพัทยา เพื่อนร่วมงานของโจทก์ เพื่อนของ ช. ลำพังเพียงรูปถ่ายของจำเลยกับ ช. ที่ไปมีเพศสัมพันธ์ตามสถานที่ต่างๆ และคลิปวิดีโอที่โจทก์ได้มาจากสามีตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่สื่อถึงเจตนาที่แท้จริงของบุคคลทั้งสองว่าต้องการมีความสัมพันธ์แบบเปิดเผย โจทก์กลับนำพยานหลักฐานต่างๆ เหล่านี้มาได้ด้วยความยินยอมของ ช. โจทก์ส่งภาพการมีเพศสัมพันธ์ของจำเลยกับ ช. ไปให้ ส. น้องสาวจำเลยทางเครือข่ายไลน์ ทำให้เป็นที่เผยแพร่ไปในสังคม อันเป็นการกระทำด้วยตัวโจทก์เอง หาใช่จำเลยเป็นคนเผยแพร่ไม่ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองคนที่ย่อมต้องปกปิด แอบลักลอบกระทำกันในที่ลับ แม้ว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิในครอบครัวของโจทก์กับผู้เป็นภริยา แต่โจทก์ย่อมไม่สามารถเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ เพราะจำเลยไม่ได้แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาวตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 1523 วรรคสอง

สุดท้ายนี้ ความรักเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ย่อมงดงามเสมอ การใช้สิทธิ์ตามกฎหมายก็เป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถดำเนินการได้โดยสุจริต แต่ก็ไม่สามารถบังคับให้คนทั้งสองคนเลิกยุ่งเกี่ยวกันได้ ไม่สามารถบังคับให้ใครมารักใครได้ หรือจะบังคับให้สามีหรือภรรยากลับมาอยู่กับตนเองได้นะครับ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรด้วย ขอให้ทั้งสองฝ่ายคิดถึงอนาคตของเด็ก และความสุขของเด็กเป็นสำคัญนะครับ “แม้ว่าเราจะไม่สามารถเป็นสามีภรรยากันได้ แต่ยังเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกได้” นะครับ ฉะนั้น แยกให้ออกกันนะครับ ระหว่างเรื่องสามีภรรยากับบุตร

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955526 หรือ คลิกไลน์ https://lin.ee/bJiT1ze

Photos from วันวานหมูกระทะ รามอินทรา 14 - ซอยมัยลาภ's post 19/08/2023
04/08/2023

ภรรยามีชู้ แบบลับๆ แม้ไม่มีใครรู้ สามีก็ฟ้องชู้ได้

ตามหลักกฎหมายแล้ว กฎหมายจะคุ้มครองสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผย เพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรค 2

มีตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่สามีใช้สิทธิ์ฟ้องเรียกค่าทดแทนชายอื่น ซึ่งมาล่วงเกินภรรยาของตนในทำนองชู้สาว ซึ่งคำพิพากษาฎีกาได้อธิบายไว้ชัดเจนว่า "การนอนกอดกับภริยาของผู้อื่นเพราะรักใคร่กันในทางชู้สาว หรือกระทำถึงขั้นร่วมประเวณีกับภริยาผู้อื่น ก็ล้วนแต่ต้องถือว่าได้ล่วงเกินภริยาของเขาไปในทำนองชู้สาว"

ดังนั้น ฝ่ายสามีที่จะฟ้องชู้หรือผู้อื่นที่เข้ามาล่วงเกินภริยาของตนนั้น จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า มีการล่วงเกินภรรยาของตน หรือ มีการร่วมประเวณีกัน ไม่ว่าภรรยาจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เช่น ภาพถ่าย ข้อมูลการเปิดโรงแรมอยู่ด้วยกัน ภาพถ่ายที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันในที่ลับหูลับตา ซึ่งผิดปกติวิสัยของเพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จักกันที่จะกระทำเช่นนั้น และไม่เหมาะสมที่ผู้ชายกับผู้หญิงจะอยู่ด้วยกันในสถานที่ดังกล่าว โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นต้น ทั้งนี้ ไม่จำเป็นจะต้องหาพยานหลักฐานถึงขนาดที่แสดงว่า ทั้งสองคนแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีสัมพันธ์กันฉันชู้สาวก็ได้ หรือมีเพียงข้อมูลการเปิดโรงแรมอยู่ด้วยกันสองต่อสอง หรือเช่าห้องพักอยู่ด้วยกันสองต่อสอง แม้แอบได้เสียกันแบบลับๆ ไม่มีใครรู้ ก็สามารถฟ้องได้แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2936/2522
คำบรรยายฟ้องของโจทก์แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งการกระทำของจำเลยเฉพาะการนอนกอดกับภริยาโจทก์ แต่ที่ว่าจำเลยยังลักลอบเล่นชู้กับภริยาโจทก์เรื่อยมา จนในที่สุดได้พาภริยาโจทก์ไปอยู่กับจำเลยนั้น ฟ้องโจทก์ไม่ได้แสดงโดยแจ้งชัดพอที่จะถือเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จึงต้องถือว่าโจทก์มุ่งประสงค์จะเรียกค่าทดแทนจากจำเลยสำหรับการที่จำเลยไปนอนกอดกันกับภริยาโจทก์เป็นหลัก

การนอนกอดกันกับภริยาของผู้อื่นเพราะรักใคร่กันในทางชู้สาว หรือกระทำถึงขั้นร่วมประเวณีกับภริยาของผู้อื่น ก็ล้วนแต่ต้องถือว่าได้ล่วงเกินภริยาของเขาไปในทำนองชู้สาวทั้งสิ้น โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523วรรคสอง (ที่ได้ตรวจชำระใหม่)(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1113/2514 วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3483/2528
การที่จำเลยพา บ.ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นภริยาโจทก์ไปร่วมประเวณี แม้บ.จะยินยอมสมัครใจร่วมประเวณี กับจำเลยก็ถือว่าจำเลยกระทำล่วงเกิน ภริยาโจทก์ไปในทำนอง ชู้สาวจำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ และการที่จำเลยพาภริยาโจทก์ไปร่วมประเวณีดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ผู้เป็นสามีได้รับความเสื่อมเสียทั้งด้านจิตใจเกียรติยศและชื่อเสียง ซึ่งไม่อาจคิดเป็นราคาเงินได้การกำหนดค่าทดแทนให้เพียงใดย่อมแล้วแต่พฤติการณ์แห่งคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6804/2558
ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุภริยามีชู้ สามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากชู้ บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ชายชู้หรือชายที่มาล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาวจะต้องทราบว่าหญิงนั้นเป็นหญิงมีสามีแล้ว แต่ยังจงใจละเมิดสิทธิสามี จึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ทราบแล้วว่า จำเลยที่ 1 เป็นภริยาของโจทก์แต่ยังเป็นชู้และร่วมประเวณีกับจำเลยที่ 1 เป็นอาจิณ โจทก์ซึ่งเป็นสามีย่อมมีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ได้
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1529 สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือมาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง หมายถึง กรณีที่เหตุที่กล่าวอ้างนั้นมิได้เกิดเหตุนั้นอีก สิทธิฟ้องร้องจึงระงับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง แต่จำเลยที่ 2 ยังคงประพฤติเหตุดังกล่าวภายหลังวันที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าโจทก์รู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้างได้ อันเป็นการกระทำเหตุดังกล่าวต่อเนื่อง สิทธิฟ้องร้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไป คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955526 หรือ คลิกไลน์ https://lin.ee/bJiT1ze

Photos from ทนายใกล้ตัว's post 25/07/2023
20/07/2023

ประชาธิปไตย คืออะไร
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 ให้ความหมายประชาธิปไตย คือ การปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่ ส่วนคำว่าระบอบหมายถึงแบบอย่าง ธรรมเนียม ระเบียบการปกครอง ดังนั้น คำว่าระบอบประชาธิปไตย จึงหมายความว่าแบบอย่างหรือธรรมเนียมการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่
“ประชาธิปไตย” ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Democracy ซึ่งมาจากศัพท์ภาษากรีกว่า Demos หมายถึงประชาชน กับ Kratien หมายถึง การปกครอง ดังนั้นประชาธิปไตยหรือ democracy จึงหมายถึงการปกครองโดยประชาชน โดยอำนาจสูดสุดในการปกครองจะมาจากประชาชน และรัฐบาลจะคงอยู่ในอำนาจต่อไปได้เมื่อวาระสิ้นสุดลง ก็ต่อเมื่อประชาชนผู้เลือกตั้งเห็นว่ารัฐบาลสามารถสนองตอบต่อเจตนารมณ์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น
ประชาธิปไตย เป็นรูปแบบการปกครองตามอุดมการณ์สากล ที่ผู้นำประเทศได้รับอำนาจและความชอบธรรมในการบริหารประเทศจากประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยตรง บนพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ โดยมีการแบ่งอำนาจในการปกครองประเทศอย่างชัดเจน ผ่านการกระจายอำนาจ และการถ่วงดุลอำนาจเพื่อป้องกันการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของผู้ปกครองประเทศ ระหว่าง 3 ฝ่าย คือ
1 ฝ่ายบริหาร (ส.ส.และคณะรัฐมนตรี) มีนายกรัฐมนตรี เป็นประมุข
2 ฝ่ายนิติบัญญัติ (ส.ว) มีประธานรัฐสภา เป็นประมุข
3 ฝ่ายตุลาการ มีประธานศาลฎีกา เป็นประมุข
ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิทั้งหมด 39,293,867 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศประมาณ 52 ล้านกว่า คิดเป็น 75.22% โดยภาพรวมถือได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิสูงที่สุดตั้งแต่ กกต. จัดการเลือกตั้งมา 7 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองและทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 มีคะแนนรวม ส.ส.เขต 9.6 ล้านเสียง คะแนนรวม ส.ส.บัญชีรายชื่อ 14.4 ล้านเสียง และเสียงส่วนใหญ่ มีความหวังและต้องการให้พรรคก้าวไกล และคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และบริหารประเทศ ให้ผ่านพ้นวิกฤตตลอด 9 ปีที่ผ่านมา
แต่ความหวังก็ดับลง เพียงเพราะกลุ่มคนไม่กี่คนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์พวกพ้อง ไม่เคารพเสียงของประชาชน ขัดขวางความเจริญของบ้านเมือง แล้วแบบนี้ยังจะเรียกว่า “ประชาธิปไตย” ได้อย่างนั้นหรือ ?

17/07/2023

ใครวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีโดยสุจริต แล้วถูก ส.ว.ฟ้องร้องหรือดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและอาญา ผมยินดีเป็นทนายความให้ครับ โดยคิดค่าทนายความเพียง 1 บาทเท่านั้น

17/07/2023

ประชาชนเขาออกไปเลือกตั้ง เพราะเขาอยากได้นายกรัฐมนตรีที่เขาเลือก
ถ้าเลือกไปแล้วไม่ได้ เพราะต้องมาผ่านการเลือกของพวกสันขวานอีก แล้วจะให้ประชาชนไปเลือกตั้งกันทำไม ทำไมพวกมึงไม่เลือกกันเองเลย เปลืองงบประมาณ

15/07/2023

กรณีศึกษาจากเรื่องจริง !! สู้คดีฟ้องเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรอย่างไร ให้ศาลยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงเรื่องนี้มีอยู่ว่า มีสามีและภรรยาคู่หนึ่งได้มีการจดทะเบียนหย่าขาดจากกัน แต่ขณะสมรสกันมีบุตรอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 คน ตอนจดทะเบียนหย่านั้น ด้วยความที่ฝ่ายชายเป็นวิศวกรมีหน้าที่การงานและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง ส่วนฝ่ายหญิงมีเงินเดือนและความสามารถในการที่จะเลี้ยงดูบุตรน้อยกว่าฝ่ายชายจึงได้ทำการตกลงในบันทึกท้ายการหย่าว่า ให้ฝ่ายชายนั้นเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หลังจากนั้นฝ่ายชายก็ได้เลี้ยงดูบุตรพร้อมทั้งส่งเสียให้การศึกษาเล่าเรียนตลอดมา ต่อมาฝ่ายหญิงได้มีแฟนใหม่เป็นชาวต่างชาติประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่อยู่ที่ต่างประเทศนั้น จนกระทั่งมีหน้าที่การงานและมีความมั่นคงทางการเงินดีขึ้น จึงเดินทางกลับมาเยี่ยมบุตรที่บ้านอดีตสามี และจะขอนำบุตรไปท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัดพร้อมกับสามีใหม่ด้วย แต่ฝ่ายอดีตสามีไม่ยินยอม ต่อมาฝ่ายอดีตภรรยาจึงเห็นว่าตนนั้นมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นและอาจจะดีกว่าฝ่ายชายและเห็นว่าตนเองนั้นอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีระบบการศึกษาที่ดีกว่าประเทศไทย จึงอยากพาบุตรไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศจึงได้ยื่นฟ้องอดีตสามีเพื่อขอเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรทั้ง 2 ต่อศาล

สำหรับคดีนี้ ผมรับหน้าที่เป็นทนายความจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี และนำสืบให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญว่า จำเลยไม่เคยใช้อำนาจปกครองบุตรไปในทางที่ไม่ชอบหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุตรทั้งสองแต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์ไม่มีเหตุให้เพิกถอนอํานาจปกครองบุตรทั้งสองของจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1582 ผลปรากฏว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง (ดูตัวอย่างคำฟ้อง คำให้การ คำให้การพยานโจทก์ และคำพิพากษา ตามภาพกันครับ)

สำหรับการฟ้องขอเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรนั้น จะต้องมีเหตุตามกฎหมายในการร้องขอเพิกถอนอำนาจบุตรต่อศาล ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
1. ผู้ใช้อำนาจปกครองได้ประพฤติตนไม่สมควรเช่นดื่มสุราเป็นอาจิณไม่ดูแลบุตรเท่าที่ควรเล่นการพนันเป็นประจํา เสพยาเสพติด หรือจัดการทรัพย์สินของบุตรไปในทางเสียหาย
2. พฤติการณ์ต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นผู้ใช้อำนาจปกครองต้องออกไปทำงานต่างจังหวัดจนไม่มีเวลาเพียงพอที่จะดูแลอบรมสั่งสอนบุตรผู้ใช้อำนาจปกครองตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นคนวิกลจริตหรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือผู้ใช้อำนาจปกครองสมรสใหม่ และคู่สมรสใหม่กับบุตรไม่อาจอยู่ร่วมกันได้
3. ผู้ใช้อำนาจปกครองได้กระทำความผิด ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกอันเป็นการประพฤติชั่วและไม่อาจอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้อีกต่อไป
4. ผู้ใช้อำนาจปกครองได้นำทรัพย์สินของบุตรมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือเกินความจำเป็น
5. สภาพแวดล้อมต่างๆของผู้ใช้อำนาจปกครองเปลี่ยนแปลงไปเช่นบริเวณบ้านของผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์อยู่อาศัยนั้นมีโจรผู้ร้ายชุกชุมหรือใกล้บ่อนการพนัน หรือมีมลพิษที่ไม่ดีต่อสุขภาพและอนามัยของบุตรหรือผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรได้มีคู่สมรสใหม่ไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ก็ตามแล้วคู่สมรสใหม่กับบุตรอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขไม่ได้เป็นต้น
ในกรณีที่เป็นการหย่าโดยความยินยอมและตกลงให้ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแล้วผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรได้ประพฤติตนไม่สมควรหรือพฤติการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอีกฝ่ายหนึ่งต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรได้ และในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแล้วผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรได้ประพฤติตนไม่สมควร หรือ พฤติการณ์ต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องยื่นคำร้องเข้าไปในคดีเดิมเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรศาลจะพิจารณาเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรก็ต่อเมื่อได้พิจารณาถึงความเหมาะสม ในด้านต่างๆดังกล่าวโดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1521

คำพิพากษาฎีกาที่ 1000/2544 โจทก์จำเลยจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันโดยมีบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือท้ายสัญญาหย่าให้โจทก์ซึ่งเป็นบิดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเพียงผู้เดียว กรณีต้องตาม ป.พ.พ.มาตรา 1520 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลยังไม่ได้เพิกถอนอำนาจปกครองของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1580 วรรคหนึ่ง แล้ว โจทก์จึงเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (6) ข้อตกลงตามสัญญาหย่าระบุเพียงให้จำเลยไปมาหาสู่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองได้ตลอดเวลา หามีข้อตกลงให้จำเลยรับบุตรผู้เยาว์ทั้งสองไปอยู่ด้วย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กรณีการหย่าโดยความยินยอม ให้สามีภริยาทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้ามิได้ตกลงกันหรือตกลงกันไม่ได้ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด (มาตรา 1520 วรรคหนึ่ง)

มาตรา 1521 ถ้าปรากฏว่าผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองตามมาตรา 1520 ประพฤติตนไม่สมควร หรือภายหลังพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลมีอำนาจสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองโดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ

ชอบก็กดไลค์ ใช่ก็กดแชร์ เผยแพร่เป็นความรู้กับประชาชน และเป็นวิทยาทานให้ทนายรุ่นน้องได้ศึกษา สำหรับทนายรุ่นเก๋ามากด้วยประสบการณ์ อ่านแล้วก็ผ่านได้ครับ !!

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955526 หรือ คลิกไลน์ https://lin.ee/bJiT1ze

14/07/2023

บุตรนอกสมรส และ บุตรบุญธรรม มีสิทธิรับมรดกของบิดา-มารดาหรือไม่ ?

ตามหลักของพุทธศาสนา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นโดยอาศัย เหตุ และ ปัจจัย เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะมีบิดาและมารดา บุตรจึงมี ดังนั้น บุตรจึงมีบิดาและมารดาเป็นแดนเกิด

แต่ในทางกฎหมายให้สันนิษฐานว่า“เด็กเกิดแต่หญิงในขณะเป็นภรรยาชายหรือภายในสามร้อยสิบวันนับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง ให้ถือว่าเด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดา เมื่อเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาแล้ว ก็จะเกิดสิทธิในการรับมรดก รวมไปถึงสิทธิในการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ในทางกฎหมายเรียกว่าผู้สืบสันดานของเจ้ามรดก เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกในลำดับที่ 1 นั่นเอง แต่ในบทความนี้จะกล่าวถึงสิทธิในการรับมรดกของ บุตรนอกสมรส และ บุตรบุญธรรม ดังต่อไปนี้
1. บุตรนอกสมรส หมายความว่าบุตรซึ่งเกิดจากบิดามารดาที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่สิทธิที่บุตรนอกสมรสมีได้เหมือนกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายคือมีสิทธิรับมรดกของมารดา (ป.พ.พ. มาตรา 1546) แต่บุตรนอกสมรสไม่สามารถรับมรดกขอบบิดาได้เว้นแต่บิดาจะได้รับรองโดยพฤตินัย หรือบิดาต้องรับรองบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน ดังนั้นวิธีทำให้บุตรนอกสมรสเปลี่ยนสถานะมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายได้นั้นมี 3 วิธีดังนี้ (ป.พ.พ. มาตรา 1547)
1.1 บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง
1.2 บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร
1.3 บิดายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อ ให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา

กรณีถือว่าบิดารับรองบุตรโดยพฤตินัยดังที่กล่าวมาข้างต้นคือ บิดาเชิดชูเด็กในครรภ์ของภริยาว่าเป็นบุตรของตน ยินยอมให้เด็กใช้นามสกุล ส่งเสียอุปการะเลี้ยงดู ก็ทำให้บุตรมีสิทธิรับมรดกชองบิดาได้เช่นกัน แต่ไม่สามารถฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูตามกฎหมายได้ เพราะกฎหมายยังไม่รับรองว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

2. บุตรบุญธรรม คือบุตรซึ่งมิใช่บุตรโดยแท้ของบิดามารดา ไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดโดยตรง กล่าวคือมิใช้บุตรโดยกำเนิดของบิดามารดานั่นเอง บุตรบุญธรรมไม่สามารถรับรองกันในทางพฤตินัยได้อย่างบุตรนอกสมรส กล่าวคือแม้ว่าบิดามารดา จะส่งเสียอุปการะเลี้ยงดู เชิดชู หรือยอมให้ใช้นามสกุล ก็ไม่ทำให้บุตรบุญธรรมมีสิทธิรับมรดกได้ การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเสียก่อน บุตรบุญธรรมจึงจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิรับมรดกของบิดาหรือมารดาได้นั่นเอง

คำพิพากษาฎีกาที่ 1231-1232-2510 บุตรบุญธรรมที่มิได้มีการจดทะเบียนตามกหมาย ไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม เพราะการรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย

ดังนี้ จะเห็นได้ว่าบุตรนอกกฎหมายซึ่งบิดารับรองแล้ว หรือ บุตรบุญธรรมซึ่งได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายแล้ว สิทธิในการรับมรดก ก็จะมีได้เท่าเทียมกันกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และวิธีการก็เป็นวิธีที่ไม่มีความซับซ้อนมากมาย สามารถกระทำได้โดยง่าย ดังนั้นสิทธิและหน้าที่ต่างๆที่เรามีนั้น เป็นความรับผิดชอบส่วนตนซึ่งควรรักษาไว้อย่าได้ขาด

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955526 หรือ คลิกไลน์ https://lin.ee/bJiT1ze

13/07/2023

ขอคำนิยามใหม่ของ
"ส.ว."
หน่อยครับ (สุภาพนะครับ)

13/07/2023

#ทนายปริวรรตน์
รับว่าความและรับปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายโดยทีมทนายความ

✅ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร รับปรึกษาคดีความ รับปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย
✅ รับฟ้องร้องดำเนินคดี ว่าต่าง แก้ต่างคดีครอบครัวทุกประเภท เช่น คดีฟ้องหย่าคนไทย ฟ้องหย่าสามีชาวต่างชาติ คดีฟ้องชู้ คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับจดทะเบียนรับรองบุตรหรืออำนาจปกครองบุตร คดีฟ้องแบ่งสินสมรส หรือ ฟ้องแบ่งทรัพย์สิน คดีมรดก คดีอาญาที่เกี่ยวกับเด็กและเยาชน เป็นต้น
✅ รับดำเนินการอื่นใดในชั้นศาล ในชั้นตำรวจ หรืออัยการ

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955526 หรือ แอดไลน์ คลิก https://lin.ee/LVSBiaD
ทนายปริวรรตน์ เจริญกิตติพจน์

#ทนายความ #รับว่าความ #รับปรึกษาด้านกฎหมาย #รับปรึกษาคดีความ #รับฟ้องร้อง #รับแก้ต่าง #รับแก้ต่างคดีแพ่ง #รับแก้ต่างคดีอาญา #รับดำเนินการในชั้นศาล #ศาล #รับดำเนินการในชั้นตำรวจ #รับจดทะเบียนบริษัท #รับทำหนังสือชี้แจ้ง #ทนาย #กฎหมาย #ทำหนังสือชี้แจง #คดีอาญา #คดีแพ่ง #คดีผู้บริโภค #คดีแพ่งและพาณิชย์ #คดีปกครอง #คดีแรงงาน #คดีล้มละลาย #รับร่างสัญญา #ร่างนิติกรรม #ทำหนังสือชี้แจง #คดีฟ้องหย่า #คดีฟ้องชู้

13/07/2023

คนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ แตกต่างกันอย่างไร ? > และใครบ้างที่มีสิทธิร้องขอให้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

1 คนไร้ความสามารถ คือ บุคคลวิกลวิกลจริตที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่ขาดความรู้สึกและขาดความรับผิดชอบอย่างรุนแรง เช่น โรคสมองฝ่อ สมองพิการ สมองเสื่อมขั้นรุนแรง วิกลจริต เจ็บป่วยไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำภารกิจส่วนตัวไม่ได้ ซึ่งต้องจัดให้อยู่ในความดูแลของผู้อนุบาล ตามมาตรา 28 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่สามารถทำการได้ด้วยตนเอง ผู้อนุบาลเป็นผู้ทำการแทนทั้งหมด แต่บางนิติกรรมต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ตามมาตรา 1574 ส่วนมากจะเป็นพ่อ แม่ ลูก หรือคู่สมรส ผู้ซึ่งดูแลให้การักษาคนไร้ความสามารถ ถ้าไม่ได้เป็นผู้ดูแล ศาลก็มักจะไม่แต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาล
คำพิพากษาศาลฏีกาที่ 74/2511 คนอายุ 92 ปี ไม่รู้จักตนเอง ไม่รู้สึกตัว พูดรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ถือเป็นคนวิกลจริตแล้ว

2 คนเสมือนไร้ความสามารถ คือ ผู้ที่ศาลได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
2.1 เป็นบุคคลมีกายพิการ เช่น หูหนวก ตาบอด เป็นใบ้ แขนขาด ขาขาด อัมพาต ซึ่งอาจเป็นมาโดยกำเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลัง เช่น จากอุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ ชราภาพ เป็นต้น 2.2 มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เช่น จิตผิดปกติ สมองพิการ แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกลจริต 2.3 ประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ ใช้จ่ายเงินเกินกว่าฐานะอยู่เป็นประจำ ซึ่งทำให้ทรัพย์สมบัติร่อยหรอลงไปทุกวัน จนในที่สุดต้องหมดตัว 2.4 ติดสุรา เมาตลอดเวลา ติดฝิ่น เฮโรอีน จนไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้ หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัวแต่ไม่ถึงกับวิกลจริต ต้องจัดอยู่ในความดูแลของผู้พิทักษ์ ตามมาตรา 32 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถ้าคนเสมือนไร้ความสามารถกระทำการไป โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ มีผลทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะ แต่ผู้พิทักษ์ไม่สามารถกระทำการแทนได้ ตามมาตรา 34 ถ้าไม่มีคู่สมรส ให้พ่อแม่เป็นผู้พิทักษ์ ถ้ามีคู่สมรสให้คู่สมรสเป็นผู้พิทักษ์ บุคคลที่มีสิทธิร้องขอ ตามมาตรา 28 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
1 คู่สมรส
2 บุพการี บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย
3 ผู้สืบสันดาน ลูก หลานเหลน
4 ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์
5 ผู้ที่ปกครองดูแล
6 พนักงานอัยการ
คำพิพากษาศาลฏีกาที่น่าสนใจ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346/2509 ตามปกติสามีย่อมเป็นผู้อนุบาลภริยาซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถต้องจัดให้อยู่ในความอนุบาลเมื่อผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดคัดค้านต่อศาล ผู้คัดค้านชอบที่จะนำสืบแสดงเหตุสำคัญให้เห็นว่าศาลควรตั้งผู้อื่นเป็นผู้อนุบาล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5827/2530 จำเลยเป็นบุตรย่อมมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้สั่งให้มารดาเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นคนไร้ความสามารถได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 34 หรือ 29 โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นบิดาจำเลยและสามีของมารดาจำเลยทั้งศาลมีอำนาจแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลของมารดาได้ตามมาตรา 1463 แม้ตามปกติคู่สมรสจะเป็นผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมายก็ตาม เมื่อศาลได้มีคำสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลของมารดาแล้ว จำเลยย่อมมีอำนาจกระทำการใด ๆ อันเป็นการอนุบาลคนไร้ความสามารถได้ แต่กรณีตามฟ้องเป็นเรื่องที่อ้างว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียหายเท่านั้น โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องจำเลยได้ คดีไม่มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งที่ตั้งจำเลยเป็นผู้พิทักษ์และผู้อนุบาลแล้วตั้งโจทก์เป็นแทน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6939/2537 กรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ความสามารถจะต้องตั้งคู่สมรสเป็นผู้อนุบาลก่อนเพียงคนเดียว หากมีผู้อื่นร้องขอและมีเหตุสำคัญ ศาลจะตั้งผู้อื่นเป็นผู้อนุบาลก็ได้ การจะตั้งทั้งคู่สมรสและบุคคลอื่นเป็นผู้อนุบาลร่วมกัน จะไม่สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1463 การจัดการสินสมรสของคนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/16 คือถ้าเป็นการจัดการตามมาตรา 1476 วรรคหนึ่ง ก็จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะตั้งผู้ร้องเป็นผู้อนุบาลร่วมกับผู้คัดค้าน

หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 28 บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือบิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้ บุคคลซึ่งศาลได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้อยู่ในความอนุบาล การแต่งตั้งผู้อนุบาล อำนาจหน้าที่ของผู้อนุบาลและการสิ้นสุดของความเป็นผู้อนุบาล ให้เป็นไปตามบทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายนี้

คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 29 การใด ๆ อันบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้กระทำลง การนั้นเป็นโมฆียะ

มาตรา 30 การใด ๆ อันบุคคลวิกลจริตซึ่งศาลยังมิได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้กระทำลง การนั้นจะเป็นโมฆียะต่อเมื่อได้กระทำในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู่ และคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้แล้วด้วยว่าผู้กระทำเป็นคนวิกลจริต

มาตรา 31 ถ้าเหตุที่ทำให้เป็นคนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้วและเมื่อบุคคลผู้นั้นเองหรือบุคคลใด ๆ ดังกล่าวมาในมาตรา 28 ร้องขอต่อศาลก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้เป็นคนไร้ความสามารถนั้น

มาตรา 33 ในคดีที่มีการร้องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลใดเป็นคนไร้ ความสามารถเพราะวิกลจริต ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าบุคคลนั้น ไม่วิกลจริต แต่มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือ เมื่อมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 28 ศาลอาจสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ หรือในคดีที่มี การร้องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลใดเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถเพราะ มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าบุคคลนั้น วิกลจริต เมื่อมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 28 ศาลอาจสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้

มาตรา 34 คนเสมือนไร้ความสามารถนั้น ต้องได้รับความยินยอมของผู้พิทักษ์ก่อนแล้วจึงจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ได้
(1) นำทรัพย์สินไปลงทุน
(2) รับคืนทรัพย์สินที่ไปลงทุน ต้นเงินหรือทุนอย่างอื่น
(3) กู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงิน ยืมหรือให้ยืมสังหาริมทรัพย์อันมีค่า
(4) รับประกันโดยประการใด ๆ อันมีผลให้ตนต้องถูกบังคับชำระหนี้
(5) เช่าหรือให้เช่าสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าหกเดือนหรืออสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าสามปี
(6) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูป เพื่อการกุศลการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
(7) รับการให้โดยเสน่หาที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพัน หรือไม่รับการให้โดยเสน่หา
(8) ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะได้มาหรือปล่อยไปซึ่งสิทธิในอสังหาริมทรัพย์หรือในสังหาริมทรัพย์อันมีค่า
(9) ก่อสร้างหรือดัดแปลงโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือซ่อมแซมอย่างใหญ่
(10) เสนอคดีต่อศาลหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ เว้นแต่การร้องของตามมาตรา 35 หรือการร้องขอถอนผู้พิทักษ์
(11) ประนีประนอมยอมความหรือมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย ถ้ามีกรณีอื่นใดนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ซึ่งคนเสมือนไร้ความสามารถอาจจัดการไปในทางเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว ในการสั่งให้บุคคลใดเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือเมื่อผู้พิทักษ์ร้องขอในภายหลังศาลมีอำนาจสั่งให้คนเสมือนไร้ความสามารถนั้นต้องได้รับความยินยอมของผู้พิทักษ์ก่อนจึงจะทำการนั้นได้

ในกรณีที่คนเสมือนไร้ความสามารถไม่สามารถจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่กล่าวมาในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้ด้วยตนเอง เพราะเหตุมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ศาลจะสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการนั้นแทนคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้นำบทบัญญัติที่เกี่ยวกับผู้อนุบาลมาใช้บังคับแก่ผู้พิทักษ์โดยอนุโลม
คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การใดกระทำลงโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรานี้ การนั้นเป็นโมฆียะ
มาตรา 1463 ในกรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ภริยาหรือสามีย่อมเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แต่เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการร้องขอ และถ้ามีเหตุสำคัญศาลจะตั้งผู้อื่น เป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ก็ได้

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955526 หรือ คลิกไลน์ https://lin.ee/bJiT1ze

12/07/2023

ปรึกษากฎหมาย โทร 080-3955536 นะครับ

ทนายปริวรรตน์ รับปรึกษาคดีครอบครัว โทร 080-3955536 ให้คำปรึกษากฎหมายและรับว่าความคดีครอบครัว ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ แบ่งสินสมรส ร้องขอจดทะเบียนร

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง การปฏิบัติตามกฎหมาย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


45/1 ซอยลาดพร้าว 101 ซอย 38 แขวง คลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00
เสาร์ 10:00 - 19:00

กฎหมาย อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
Ex Ex
Bangkok

CJ Matter Co.,Ltd CJ Matter Co.,Ltd
Bangkok, 10230

ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและอสังหาริม?

The Legal Officer The Legal Officer
เวนิส ดิ ไอริส ชอย 2/7, ท่าแร้ง, บางเขน, กรุงเทพมหานคร
Bangkok, 10220

ให้ความรู้ทางกฎหมาย และให้บริการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย โดยทนายที่ท่านเลือกเองได้

Sarom សារម្យ Sarom សារម្យ
94 Phahonyothin Road, Prachathipat, Thanyaburi District, Pathum Thani
Bangkok, 12130

Video

คุณทนาย คุณทนาย
ลาดพร้าว
Bangkok, 10240

ให้ความรู้ ให้คำปรึกษากฎหมาย รับว่าความทั่วราชอาณาจักร

Nanthaporn legal counsel -ทนายจูน Nanthaporn legal counsel -ทนายจูน
Bangkok, 10250

รับปรึกษาปัญหากฎหมายต่างๆ และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร คดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง ฯ

บริษัท สำนักกฎหมายนาราและที่ปรึกษา จำกัด "Nara and Consultant Law Office" บริษัท สำนักกฎหมายนาราและที่ปรึกษา จำกัด "Nara and Consultant Law Office"
Bangkok, 10210

ที่ปรึกษากฎหมาย รับว่าความทั่วราชอาณาจักร งานนิติกรรมและสัญญา งานจดทะเบียนต่างๆ

Myanmar work permit Myanmar work permit
Saphanmai
Bangkok

ทนายวิชัย The Lawyer ทนายวิชัย The Lawyer
Bangkok, 10310

มีประสบการณ์ในการทำงานทนาย 30ปี

ทนายวินัย รับทำคดีปกครองและวินัยข้าราชการ ทนายวินัย รับทำคดีปกครองและวินัยข้าราชการ
Bangkok

รับปรึกษาคดีวินัยที่ไม่เป็นธรรมขอ?

สถานีกฎหมายอวกาศ - Space Law Station สถานีกฎหมายอวกาศ - Space Law Station
Bangkok

Platform แลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับผู้ปฏิ?