TiTa Channel
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก TiTa Channel, ครีเอเตอร์ดิจิทัล, Bangkok.
🛫 🇮🇩🇦🇪🇴🇲🇻🇳🇲🇾🇭🇰🇪🇸🇵🇹🇨🇳🇰🇭🇱🇦🇰🇷🇫🇷🇨🇭
ชีวิตในฝรั่งเศส Fr | Mindset | Lifestyle | Food | Travel
เขยไทญ้อ (นครพนม) สะใภ้ฝรั่งเศส(โคตดิวัวร์)
🇹🇭🇨🇳🇱🇦 (สงขลา+ไทญ้อ) x 🇫🇷 🇨🇮 (Côst d'lvoire)
Real Matrix‼️
ใครชอบใส่ถุงมือเวลาทำอาหารแบบเราบ้างค่ะ ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง
แต่ส่วนใหญ่คือจะชอบใส่ถุงมือทำอาหาร ด้วยความที่เป็นคนหน้าเล็บบาง บางทีแพ้น้ำยา ล้างจนเล็บฉีก แสบ!
Honestly, wearing rubber gloves has become a simple habit that makes everyday life feel cleaner and more comfortable for me
One reason is because I wear contact lenses, so I try to keep my hands as clean as possible before touching my eyes
I also don't like strong food smells such as garlic, seafood, onion, or raw meat staying under my nails for hours after cooking ‼️
Another reason is that dishwashing liquid and cleaning products can dry out the skin around the nails and hands over time Frequent exposure to soap and chemicals may also make nails feel weaker or more fragile, especially around the cuticles and the sides of the nails
🍀 Some benefits of wearing gloves while cooking or washing dishes
• Helps protect nails and skin from harsh cleaning products
• Prevents dry hands and cracked skin
• Keeps hands free from strong food odors
• More hygienic when preparing food
• Helps keep nails looking healthier longer
• Reduces irritation from constant water and soap exposure
It may seem like a small thing, but taking care of your hands every day really makes a difference in the long term 🧡
28/05/2026
สวิตเซอร์แลนด์ 🇨🇭เดือนพฤษภาคม
แดดร้อนจริง อะไรจริงค่ะ ☀️
ช่วงนี้อากาศร้อนจนหลายคนเริ่มออกมาใช้ชีวิต
แบบ Summer Mode กันแล้ว
มีคนกระโดดเล่นน้ำที่แม่น้ำ Rhône
เพื่อคลายร้อนกันเต็มเลย 🌊
บางคนใส่รองเท้าแตะ กางเกงขาสั้น
เดินออกจากบ้านแบบชิล ๆ
บรรยากาศต่างจากช่วงหน้าหนาว
แบบคนละโลกเลยค่ะ 😆
ยุโรปตอนแดดออกคืออีกฟีลจริง ๆ
แค่มีแดด ผู้คนก็พร้อมออกมานั่งริมแม่น้ำ เดินเล่น อาบแดด และใช้ชีวิตข้างนอกกันเต็มเมือง ☀️
#ฑิตาแชนเนิล #ชีวิตในต่างแดน #คนไทยในฝรั่งเศส #คนไทยในสวิตเซอร์เเลนด์ #สะใภ้ยุโรป
🇫🇷🥖 “วัฒนธรรมขนมปัง”
ฝรั่งเศส vs ไทย ต่างกันแบบเห็นได้ชัด
ที่ฝรั่งเศส เวลาเดินเข้าโซนขนมปัง
ในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านเบเกอรี่
หลายร้านจะให้ความสำคัญกับ
“ความสะอาด” และ “ความสด” มาก
✨ สิ่งที่เจอบ่อยในฝรั่งเศส :
• ขนมปังวางอยู่หลังตู้กระจกปิด
• มีที่คีบ หรือถุงมือให้หยิบ
• บางร้านพนักงานหยิบให้ทั้งหมด
• ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง
ทำช่องเปิดเล็ก ๆ เท่านั้น เพื่อให้หยิบขนมปังได้ทีละอัน
และเพื่อลดการสัมผัส
โดยเฉพาะ Baguette ที่คนฝรั่งเศสซื้อแทบทุกวัน
สำหรับเขา ขนมปังคือ
ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันจริง ๆ 🥖
🇹🇭 ส่วนที่ไทย…ความนิยมในการจัดหน้าร้านของร้านขนมปังหลายๆแห่ง
จะวางขนมปังแบบเปิดมากกว่า
เน้นเพื่อให้หยิบง่าย เดินเลือกได้สะดวก สามารถหยิบได้เลย
และบรรยากาศต่างกันไปตามสไตล์และการตกแต่งของร้าน
ไม่ได้แปลว่าใครดีกว่าใครเลยค่ะ
แต่มันเป็น “วัฒนธรรมการกิน” และ
“มาตรฐานการขาย” ที่ต่างกันเท่านั้นเอง
#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในฝรั่งเศส🇫🇷 #ชีวิตในต่างแดน #ฑิตาแชนเนิล #สะใภ้ยุโรป
🌲 The "Anti-Brain Rot" Listen to the sounds of nature 🌊 🍃
20/05/2026
จาก ออ.นอ.บอ.
สืบเนื่องจากที่ฉันเอาใจช่วยคุณทราย สก๊อต มาหลายวันค่ะคุณ
เมื่อคืนฉันอ่านข่าวจากฝรั่งเศสเลยอยากมาเล่าให้คุณฟัง
มันเป็นข่าวที่ทำให้พ่อแม่จำนวนมากในปารีสเริ่มมองโรงเรียนลูกตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ตอนนี้อัยการกรุงปารีสกำลังเปิดการสอบสวนมากกว่า 100 แห่ง ทั้งโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม และศูนย์ดูแลเด็ก หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องความรุนแรงและการล่วงละเมิดเด็กระหว่างกิจกรรมดูแลหลังเลิกเรียน
ตัวเลขที่ทำให้ฉันสะดุดไม่ใช่ “100 แห่ง”
แต่คืออีกตัวเลขหนึ่ง
ตั้งแต่ต้นปี มีเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กถูกพักงานไปแล้ว 78 คน และในนั้น 31 คนเกี่ยวข้องกับข้อสงสัยเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ
และจุดที่น่าคิดคือ
คนที่ถูกกล่าวหา หลายคนไม่ใช่ “ครู”
แต่เป็นบุคลากรดูแลเด็กช่วงพักกลางวัน ช่วงหลังเลิกเรียน หรือกิจกรรมพิเศษ
พูดง่าย ๆ คือคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ผู้ปกครองมองไม่เห็น
ตรงนี้ทำให้ฉันนึกถึงสิ่งที่คนไทยกำลังคุยกันหนักมากตอนนี้เรื่องการละเมิดผู้เยาว์
สิ่งที่สังคมมักทำซ้ำ ๆ เวลามีเด็กออกมาพูด คือ
“เด็กจำผิดหรือเปล่า”
“เด็กแต่งเรื่องไหม”
“เด็กเข้าใจผิดไหม”
แต่สิ่งที่หลายประเทศเริ่มถามกลับคือ
“ถ้าเด็กกำลังพูดความจริง แล้วเราจะทำอย่างไร?”
เพราะงานวิจัยด้านการคุ้มครองเด็กในหลายประเทศพบว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้โกหกเรื่องการถูกล่วงละเมิดแบบสร้างเรื่องขึ้นมาทั้งหมด
ในทางกลับกัน เด็กจำนวนมากกลับไม่กล้าพูดเลย และถ้าพูด ก็ใช้เวลาหลายปี บางคนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วถึงกล้าเล่า
เรื่องที่ทำให้ฉันอึ้งที่สุดในข่าวฝรั่งเศสไม่ใช่ตัวผู้ต้องสงสัย แต่มันคือสิ่งที่ตามมา
ตอนนี้พ่อแม่ในปารีสจำนวนมากพูดตรงกันว่า
“ความเชื่อใจมันแตกไปแล้ว”
และเมื่อความเชื่อใจพัง
คุณเอางบประมาณกี่ล้านยูโรมาอัดก็ไม่ง่ายที่จะสร้างกลับมา
เมืองปารีสถึงขั้นออกแผนใหม่ เพิ่มงบประมาณประมาณ 20 ล้านยูโร ปรับวิธีคัดคน ปรับการอบรม และพยายามทำให้เด็กไม่อยู่ลำพังกับผู้ใหญ่แบบตัวต่อตัวมากเกินไป
อ่านมาถึงตรงนี้ ฉันไม่ได้รู้สึกว่า
“ฝรั่งเศสแย่มาก”
ตรงกันข้าม
ฉันรู้สึกว่าทุกประเทศกำลังเจอคำถามเดียวกัน …เราใช้เวลาสอนเด็กว่าอย่าคุยกับคนแปลกหน้า แต่เราแทบไม่เคยสอนเด็กว่า ถ้าคนที่ทำให้หนูไม่สบายใจ เป็นคนที่ผู้ใหญ่ทุกคนไว้ใจ หนูควรทำยังไง
และเราเองในฐานะผู้ใหญ่ก็อาจต้องถามตัวเองอีกคำถามหนึ่ง
เวลามีเด็กคนหนึ่งกล้าพูดเรื่องยากที่สุดในชีวิตออกมา
สิ่งแรกที่เราทำคืออะไร
ฟังเขา
หรือรีบหาสาเหตุว่าทำไมเขาถึงพูด
เพราะบางทีสิ่งที่เด็กต้องการมากที่สุด
อาจไม่ใช่คนที่รีบตัดสินว่าใครผิด
แต่อาจเป็นผู้ใหญ่สักคนที่พูดว่า
“เล่าให้ฟังต่อได้ไหม”
และเชื่อเขามากพอที่จะฟังจนจบ
นักจิตวิทยาเด็กพูดเรื่องนี้มานานมาก เด็กเล็กไม่ได้มีภาษาแบบผู้ใหญ่ เด็กไม่ได้เดินมาพูดว่า “คุณแม่คะ หนูถูกละเมิดทางร่างกายหรือทางเพศ” เด็กจำนวนมากอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นเพียง “หนูไม่ชอบคนนี้” หรือ “หนูไม่อยากไปโรงเรียน” หรือ “หนูปวดท้อง” หรือบางคนไม่พูดอะไรเลย แต่ร่างกายเริ่มพูดแทน
เด็กที่เคยนอนดีอาจเริ่มฝันร้าย เด็กที่ไม่เคยฉี่รดที่นอนอาจกลับมาฉี่รดที่นอนอีก เด็กบางคนเงียบลง บางคนก้าวร้าวขึ้น บางคนร้องไห้ทุกเช้าก่อนเข้าโรงเรียนโดยอธิบายเหตุผลไม่ได้
ปัญหาคือพ่อแม่จำนวนมากถ้าไม่ได้ระวัง อาจตอบกลับโดยอัตโนมัติว่า “อย่าดื้อ” “อย่าคิดมาก” หรือ “ไปโรงเรียนก็ต้องไป”
แต่สำหรับเด็ก ความรู้สึกไม่ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะร่างกายของเด็กกำลังส่งสัญญาณเตือนภัย
ฉันไม่ได้กำลังบอกให้คุณระแวงทุกคนบนโลก เพราะสังคมจะอยู่ไม่ได้ถ้าเราไม่เชื่อใจกันเลย แต่ฉันกำลังบอกว่า อย่าให้ภาพลักษณ์ของผู้ใหญ่คนหนึ่งสำคัญกว่าความรู้สึก“ลูก”
มีนักจิตวิทยาเด็กคนหนึ่ง (ฉันจำชื่อไม่ได้แล้ว) เคยพูดประโยคที่ฉันชอบมาก เขาบอกว่า “เด็กที่มีความปลอดภัยทางใจ จะกล้าพูดความจริงมากขึ้น”
เพราะฉะนั้น แทนที่จะถามลูกทุกวันว่า วันนี้เรียนอะไร ลองเปลี่ยนเป็นถามว่า “วันนี้มีใครทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจไหม” หรือ “วันนี้มีอะไรที่ทำให้หนูรู้สึกแปลก ๆ บ้างหรือเปล่า”
แล้วมีอีกคำถามหนึ่งที่ฉันคิดว่าพ่อแม่ทุกคนควรถามลูก
“ถ้าหนูมีเรื่องที่กลัวมากที่สุดในโลก หนูจะเล่าให้ใครฟัง”
เพราะสุดท้ายแล้ว เป้าหมายของการเลี้ยงลูกอาจไม่ใช่การสร้างเด็กที่เชื่อฟังที่สุด แต่คือการสร้างเด็กที่รู้ว่า ถ้ามีวันที่โลกทั้งโลกไม่เชื่อเขา เขายังมีบ้านที่พร้อมฟังจนจบ
และบางทีประโยคที่ช่วยเด็กได้มากที่สุดในชีวิต อาจไม่ใช่ “อย่ากลัวนะ”
แต่มันคือ
“เล่าให้แม่ฟังต่อได้ไหมลูก”
ออ นอ บอ
20.05.2026
ปล.ใครมีวิธีชวนลูกให้เล่าทุกอย่างให้คุณฟังได้เก่งๆ มาแชร์ให้ฟังด้วยนะคะ เผื่อจะมีพ่อแม่ที่รู้สึกยาก ที่จะคุยกับลูกให้ลูกเล่าทุกเรื่อง จะได้ช่วยกันได้ค่ะคุณ🙏
Paris probes alleged abuse at over 100 schools and daycare centres One of your browser extensions seems to be blocking the video player from loading. To watch this content, you may need to disable it on this site.
17/05/2026
เอาหล่ะ ถ้ารักกันจริง สามีต้องสามารถท่องจำ Passkeys ของเรา ใน Ledger Nano X security key ให้ได้ ทั้ง 12 ประโยค 🙈😆 จดก็ไม่ได้
และห้าม Save ในมือถือทุกกรณีโดยเด็ดขาดค่ะ
การเงินกับชีวิตคู่ ตอนที่ 5 รักกัน… ร่มชูชีพที่คุณทั้งคู่ต้องเตรียม (ตอนสุดท้าย)
ฉันเคยนั่งคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งหลังสามีเสียชีวิต
ไม่ได้ดราม่า
ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายอะไร
เธอนั่งเปิด Excel ให้ฉันดูนิ่ง ๆ แล้วพูดประโยคหนึ่งว่า
“พี่รู้ว่าสามีพี่มีเงินนะ
แต่ตอนนี้พี่ไม่รู้เลยว่าเงินอยู่ไหนบ้าง”
นี่คือประโยคที่คนในโลก Private Banking ฟังแล้วรู้ทันทีว่า “ระบบมีปัญหา”
เพราะในโลกจริง … คุณอ่านประโยคนี้ดีๆนะคะ “การมีทรัพย์สิน กับ การเข้าถึงทรัพย์สินได้ เป็นคนละเรื่องกัน”
ในกรณีนี้ (และเช่นเดียวกับอีกหลายบ้าน)สามีเธอเป็นคนดูแลทุกอย่างเองหมด
หุ้น
กองทุน
บัญชีต่างประเทศ
Crypto Wallet
ประกัน
ภาษี
ปัญหาคือ เขาเก่งเกินไป จนไม่มีใครในบ้านรู้เรื่องอะไรเลย
สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
มีสินทรัพย์เป็นร้อยล้าน
แต่ไม่มี liquidity หรือ “สภาพคล่อง” พอใช้ในชีวิตประจำวัน
หุ้นขายไม่ได้ทัน
Crypto เข้าไม่ได้
บางบัญชีติดระบบ Two-Factor Authentication หรือระบบยืนยันตัวตนสองชั้น
บางบัญชีใช้ Face ID ที่ผูกกับโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต
เงินมีอยู่จริง แต่ใช้ไม่ได้จริง
และนี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คนคิดมาก
คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่า
“สามีภรรยากัน เรื่องเงินจะคิดมากทำไม”
แต่ในโลกการเงินจริง ระบบไม่รู้จักคำว่าความรัก
มันรู้จักแค่
ชื่อเจ้าของบัญชี
ลายเซ็น
ผู้รับผลประโยชน์
และสิทธิทางกฎหมาย
ต่อให้รักกันมากแค่ไหน
ถ้าชื่อคุณไม่ได้อยู่ใน structure หรือ “โครงสร้างทางกฎหมาย”
บางครั้งคุณอาจไม่มีสิทธิ์แตะทรัพย์สินนั้นเลย
และนี่คือเหตุผลที่ฉันเชื่อมากว่า
ชีวิตคู่ที่ mature หรือ “เติบโตแล้ว” ไม่ใช่การเอาทุกอย่างมารวมกันจนแยกไม่ออก
แต่คือการรู้ว่า … อะไรควร “สร้างร่วมกัน” และอะไร “ห้ามรวมเด็ดขาด”
หนึ่งในเรื่องที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด คือ “บัญชีร่วม”
โดยเฉพาะบัญชีแบบ “และ/หรือ”
หลายคนคิดว่ามันคือสูตรสำเร็จของชีวิตคู่
คนหนึ่งเป็นอะไรไป อีกคนก็กดแอปโอนเงินต่อได้ทันที
ฟังดูง่ายมากใช่ไหม
แต่ของจริงในทางกฎหมายไทยซับซ้อนกว่านั้นเยอะ
ถ้าบัญชีเป็นแบบ
“นาย A และ นาย B”
อันนี้ชัดเลย
ต้องเซ็นร่วมกันทั้งคู่เวลาเบิกถอน
ทันทีที่ฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต บัญชีจะถูก freeze หรือระงับทันที เพราะเงื่อนไขเดิมไม่สามารถทำได้แล้ว
คนที่ยังอยู่ ไม่สามารถเดินไปถอนเงินเองได้
ต้องรอศาลตั้ง “ผู้จัดการมรดก” ก่อน
ส่วนบัญชีแบบ
“นาย A หรือ นาย B”
หรือ “นาย A และ/หรือ นาย B”
อันนี้คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันเยอะมาก
ในเชิงเทคนิค ถ้าธนาคาร “ยังไม่รู้” ว่ามีคนเสียชีวิต อีกฝ่ายยังอาจโอนเงินผ่าน Mobile Banking ได้อยู่
แต่ทันทีที่ธนาคารได้รับแจ้งการเสียชีวิต หรือทายาทอีกฝั่งแจ้งอายัด
บัญชีจะถูก freeze ทันทีเหมือนกัน
เพราะในมุมกฎหมาย เงินส่วนหนึ่งในบัญชีนั้นได้กลายเป็น “กองมรดก” ไปแล้วตั้งแต่วินาทีที่เสียชีวิต
พูดง่าย ๆ คือ
ต่อให้คุณเป็นสามีภรรยา
เงินในบัญชีร่วม ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณมีสิทธิ์เอาออกทั้งหมดได้ตามใจ
และถ้ารีบโอนออกมาก่อนโดยไม่มีความยินยอมของทายาทคนอื่น
เรื่องอาจไปจบที่คดี “ยักย้ายถ่ายเททรัพย์มรดก” ได้เลย
นี่คือด้านที่คนไม่ชอบพูดตอนยังรักกัน
แต่พอเกิดขึ้นจริง
มันโหดกว่าที่คิดมาก
นี่คือเหตุผลที่ฉันไม่เคยเชียร์ให้คู่รัก “รวมทุกอย่าง”
โดยเฉพาะเงินสำรองฉุกเฉินของบ้าน
สิ่งที่ฉันแนะนำเสมอคือ
Parallel Liquidity Structure หรือ “ระบบสภาพคล่องคู่ขนาน”
พูดง่าย ๆ คือ
ต่างคนต่างมีบัญชีของตัวเอง
แต่เปิดเผยข้อมูลกัน
รู้ว่าเงินอยู่ตรงไหน
เข้าถึงยังไง
มี emergency instruction หรือ “คู่มือฉุกเฉิน” ชัดเจน
เพราะเวลาชีวิตพัง สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ผลตอบแทน
แต่คือ cash flow หรือ “กระแสเงินสด” ที่ยังทำให้บ้านหายใจต่อได้
อีกอย่างที่ทุกคู่ควรมีร่วมกัน คือ Protection Layer หรือ “ชั้นป้องกันความเสี่ยง”
คนไทยจำนวนมากชอบลงทุนก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องป้องกันทีหลัง
ทั้งที่ในโลก Wealth Management หรือ “การบริหารความมั่งคั่ง” จริง ๆ สิ่งแรกที่เราดูไม่ใช่กำไร
แต่คือ
“ถ้าพรุ่งนี้คนหนึ่งหายไป บ้านนี้จะยังอยู่ต่อได้ไหม”
นี่คือเหตุผลที่คู่รักควรมี
ประกันสุขภาพ
ประกันโรคร้ายแรง
ประกันชีวิต
Power of Attorney หรือหนังสือมอบอำนาจ
Living Will หรือหนังสือแสดงเจตนาทางการแพทย์
Beneficiary Structure หรือการระบุผู้รับผลประโยชน์ให้ชัดเจน
โดยเฉพาะประกันชีวิต
เพราะเงินประกันชีวิตที่ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ชัด จะไม่ต้องรอกระบวนการมรดกแบบทรัพย์สินทั่วไป
ในหลายบ้าน
เงินก้อนนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยไม่ให้บ้าน collapse หรือ “ล้มทั้งระบบ” ในช่วงที่ทุกอย่างวุ่นวายที่สุด
ทีนี้มาถึงสิ่งที่ “ห้ามรวม”
อย่างแรกคือ Personal Risk Portfolio หรือ “พอร์ตเสี่ยงส่วนตัว”
Crypto
Leverage Trade
Block Trade
Startup
Derivative
ของพวกนี้ควรมี firewall หรือ “กำแพงแยกความเสี่ยง” ชัดเจน
ใช้บัญชีส่วนตัว
ใช้เงินส่วนตัว
กำหนด Maximum Exposure หรือ “วงเงินเสี่ยงสูงสุด” ไว้ชัด
เพราะเวลาพอร์ตเสี่ยงพัง
อย่าลากทั้งบ้านลงไปพร้อมกัน
ฉันเคยเห็นผู้ชายคนหนึ่งเอาพอร์ตหลักของบ้านไปค้ำ Margin เพราะมั่นใจว่าตลาดจะขึ้นต่อ
ตอนขึ้น ทุกอย่างดู genius มาก
ดูเหมือนนักลงทุนอัจฉริยะ
แต่พอตลาดกลับตัว
เงินออมของบ้านหายไปเกือบทั้งชีวิตในไม่กี่สัปดาห์
ภรรยาไม่ได้โกรธเพราะพอร์ตติดลบ
เธอโกรธเพราะ
“อนาคตของลูก ถูกเอาไปเสี่ยง โดยที่เธอไม่มีสิทธิ์ออกเสียงเลย”
นี่แหละคือ moment ที่เงินไม่ใช่เรื่องเงินอีกต่อไป
แต่มันกลายเป็นเรื่อง trust หรือ “ความไว้ใจ”
และอีกอย่างที่ทุกคู่ควรมี คือ Personal Freedom Account
บัญชีที่ยังเป็น “พื้นที่ส่วนตัว”
เพราะต่อให้รักกันมากแค่ไหน
มนุษย์ทุกคนยังต้องการ autonomy หรือ “ความรู้สึกว่าเรายังควบคุมชีวิตตัวเองได้”
ไม่มีใครอยากรู้สึกผิดทุกครั้งเวลาจะซื้อของให้พ่อแม่
ซื้อของที่ตัวเองชอบ
หรือใช้เงินกับ passion ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่ดี
ไม่ใช่การตรวจสอบกันทุกบาท
แต่มันคือการไว้ใจกัน โดยยังเคารพพื้นที่ของอีกฝ่ายค่ะคุณ
และสุดท้าย
นี่คือเรื่องที่คนรักกันเกลียดพูดมากที่สุด
Ownership
บ้านชื่อใคร
หุ้นใครถือ
ธุรกิจใครรับความเสี่ยง
ถ้าวันหนึ่งเลิกกัน หรือมีคนเสียชีวิต ระบบจะทำงานยังไง
โดยเฉพาะคู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
หลายคนไม่รู้เลยว่า ถ้าอีกฝ่ายเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์สินจำนวนมากอาจตกไปอยู่กับครอบครัวตามกฎหมายทันที แม้คุณจะใช้ชีวิตด้วยกันมาทั้งชีวิตก็ตาม
นี่คือเหตุผลที่คนรักกันจริง ต้องกล้าคุยเรื่อง
Prenuptial Agreement หรือสัญญาก่อนสมรส
Will หรือพินัยกรรม
Beneficiary Designation หรือการระบุผู้รับผลประโยชน์
Estate Planning หรือการวางแผนมรดก
Trust Structure หรือโครงสร้างทรัสต์ สำหรับบ้านที่ทรัพย์สินเยอะมากและโครงสร้างซับซ้อนจริงๆที่ควรทำ
และคุณต้องทำตอนที่ยังรักกันอยู่
เพราะตอนรัก มนุษย์ยังมีเหตุผล
แต่ตอนเลิก สิ่งที่ออกมาคือ emotion ล้วน ๆ
สุดท้ายนี้ ฉันตั้งใจเขียนซีรีย์การเงินกับชีวิตคู่ทั้ง 5 ตอนนี้
เพราะอยากให้คู่รักเข้าใจจริงๆว่า คุณต้องกล้าคุยกันเรื่องเงิน ถ้าที่ผ่านมาไม่เคยทำไม่เคยเตรียม คุณจะได้เริ่มวันนี้ได้
ชีวิตคู่ที่แข็งแรงทางการเงิน
ไม่ใช่คู่ที่รวมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนแยกไม่ออก
แต่คือคู่ที่ “ออกแบบระบบ” ได้ดีพอ
จนต่อให้วันหนึ่งชีวิตสะดุด
อีกคนก็ยังไม่พังตามไปด้วย
และบางที ความรักที่โตแล้วจริง ๆ อาจไม่ใช่การพูดว่า
“ทุกอย่างของฉันคือของเธอ”
แต่อาจเป็นประโยคที่ลึกกว่านั้นมาก
“ต่อให้วันหนึ่งฉันไม่อยู่ ชีวิตของเธอก็ยังจะเดินต่อได้”
ขอให้คุณมีทั้ง“ความรัก”และ“การเงิน”ที่มั่นคงและสวยงามค่ะคุณ
ออ นอ บอ
17.05.2026
ซีรีส์การเงินของชีวิตคู่
ซีรีส์การเงินของชีวิตคู่ ตอนที่ 1
https://www.facebook.com/share/p/1RMeq1ddDn/
ซีรีส์ การเงินของชีวิตคู่ ตอนที่ 2
https://www.facebook.com/share/p/17erzVyrYZ/
ซีรีส์ การเงินของชีวิตคู่ ตอนที่ 3
https://www.facebook.com/share/p/1aHpg1xCDD/
ซีรีส์ การเงินของชีวิตคู่ ตอนที่ 4
https://www.facebook.com/share/p/1B9oBvkcDt/
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?