THAI PRESS
ติดต่อโฆษณา/แจ้งข่าว/ส่งข่าว
[email protected]
Line ID : @Thaipress.cc (มี@ด้วย)
อุดรธานี - กรุงเทพ ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง รีเฟอร์ผู้ป่วยเด็ก 1 เดือน โรคหัวใจ ต้องผ่าตัดด่วน
(3 ส.ค. 69) เวลา 05.25 น. โรงพยาบาลอุดรธานี มีภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเด็ก อายุ 1 เดือน ป่วยโรคหัวใจ ต้องได้รับการผ่าตัดด่วน โดยส่งไปรักษาที่ รพ.เด็ก กรุงเทพฯ
ใช้เส้นทาง ถ.โพศรี, ถ.มิตรภาพ อุดรธานี-ขอนแก่น-นครราชสีมา (ไม่ขึ้น M6), ถ.พหลโยธิน, ดอนเมืองโทลเวย์, ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ทางพิเศษศรีรัช, ลงทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ตำรวจทางหลวง ตํารวจโครงการพระราชดําริ จราจรทางพิเศษ สารวัตรทหาร และอาสาสมัครมากมาย ดูแลการจราจรตลอดเส้นทาง ถึงที่หมายปลายทางในเวลา 10.30 น. ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง 5 นาที จากระยะทาง 565 กม.
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนใจกลางเมืองโคราช ยึดของกลาง 1,500,000 มวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกับ กรมสรรพสามิต พร้อมด้วย สายตรวจสรรพสามิต ร่วมกันดำเนินการสืบสวนหาข้อมูลการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี โดยสืบทราบว่า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีการแพร่ระบาดของบุหรี่หนีภาษี หรือบุหรี่เถื่อนเป็นจำนวนมาก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ
พบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนให้กับคนในพื้นที่จริง โดยมี นางติ๋วฯ เป็นผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทั้งปลีกและส่ง ที่บ้านไม่มีเลขที่ ถนนสืบศิริ ซ.3/11/8 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยมีการเปิดเป็นร้านค้าขายของชำ เพื่ออำพรางสายจากจากเจ้าหน้าที่ จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา
ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย พบ นางพิมพ์พร หรือติ๋วฯ ผู้ต้องหาเป็นหญิงชาวไทย อายุ 73 ปี พักอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ซ.เดชอุดม 14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดนครราชสีมา ให้ผู้ต้องหาดูแล้วจึงยินยอมให้ตรวจค้น
ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ของกลาง ซึ่งเป็นบุหรี่ต่างประเทศ ไม่มีแสตมป์ภาษี ซุกซ่อนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 150 ลัง หรือ จำนวน 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) มูลค่า 6.75 ล้านบาท คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญรายได้ กว่า 4 ล้านบาท เมื่อถูกสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า บุหรี่ ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง มีไว้เพื่อนำมาขายต่อทั้งปลีกทั้งส่งให้กับลูกค้าประจำเพื่อหวังผลกำไร โดยได้สั่งซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อที่แอบลักลอบนำบุหรี่เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ขับรถกระบะมาส่งให้กับตนเองถึงที่บ้าน
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนางติ๋วฯ จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน
1) “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตน พึงรู้ว่าเป็นของอันเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ
2.) “ผู้ใดมีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษี ไม่ครบถ้วนหรือผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน” ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ
สำหรับการกระทำผิดในคดีนี้ พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้สั่งการให้ บก.ปอศ.สืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ไปให้ถึงเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีที่ผู้ต้องหารับของกลางมา พร้อมให้ใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการกับผู้ต้องหาด้วย
พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในห้วงระดมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษีระหว่าง 1 – 15 ก.ค. 69 นั้น ศปบย.ตร. สามารถจับกุมการกระทำผิดทั้งหมดได้จำนวนมาก แบ่งเป็น
- บุหรี่ไฟฟ้า 2,073 คดี ของกลาง 90,756 ชิ้น มูลค่า 22.6 ล้านบาท
- บุหรี่หนีภาษี 260 คดี ของกลาง 369,625 ชิ้น มูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท
- จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมสารเอโทมิเดต 24 คดี ของกลาง 5,455 ชิ้น มูลค่า 6.9 ล้านบาท
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
03/08/2026
ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนใจกลางเมืองโคราช ยึดของกลาง 1,500,000 มวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกับ กรมสรรพสามิต พร้อมด้วย สายตรวจสรรพสามิต ร่วมกันดำเนินการสืบสวนหาข้อมูลการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี โดยสืบทราบว่า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีการแพร่ระบาดของบุหรี่หนีภาษี หรือบุหรี่เถื่อนเป็นจำนวนมาก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ
พบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนให้กับคนในพื้นที่จริง โดยมี นางติ๋วฯ เป็นผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทั้งปลีกและส่ง ที่บ้านไม่มีเลขที่ ถนนสืบศิริ ซ.3/11/8 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยมีการเปิดเป็นร้านค้าขายของชำ เพื่ออำพรางสายจากจากเจ้าหน้าที่ จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา
ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย พบ นางพิมพ์พร หรือติ๋วฯ ผู้ต้องหาเป็นหญิงชาวไทย อายุ 73 ปี พักอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ซ.เดชอุดม 14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดนครราชสีมา ให้ผู้ต้องหาดูแล้วจึงยินยอมให้ตรวจค้น
ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ของกลาง ซึ่งเป็นบุหรี่ต่างประเทศ ไม่มีแสตมป์ภาษี ซุกซ่อนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 150 ลัง หรือ จำนวน 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) มูลค่า 6.75 ล้านบาท คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญรายได้ กว่า 4 ล้านบาท เมื่อถูกสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า บุหรี่ ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง มีไว้เพื่อนำมาขายต่อทั้งปลีกทั้งส่งให้กับลูกค้าประจำเพื่อหวังผลกำไร โดยได้สั่งซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อที่แอบลักลอบนำบุหรี่เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ขับรถกระบะมาส่งให้กับตนเองถึงที่บ้าน
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนางติ๋วฯ จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน
1) “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตน พึงรู้ว่าเป็นของอันเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ
2.) “ผู้ใดมีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษี ไม่ครบถ้วนหรือผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน” ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ
สำหรับการกระทำผิดในคดีนี้ พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้สั่งการให้ บก.ปอศ.สืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ไปให้ถึงเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีที่ผู้ต้องหารับของกลางมา พร้อมให้ใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการกับผู้ต้องหาด้วย
พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในห้วงระดมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษีระหว่าง 1 – 15 ก.ค. 69 นั้น ศปบย.ตร. สามารถจับกุมการกระทำผิดทั้งหมดได้จำนวนมาก แบ่งเป็น
- บุหรี่ไฟฟ้า 2,073 คดี ของกลาง 90,756 ชิ้น มูลค่า 22.6 ล้านบาท
- บุหรี่หนีภาษี 260 คดี ของกลาง 369,625 ชิ้น มูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท
- จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมสารเอโทมิเดต 24 คดี ของกลาง 5,455 ชิ้น มูลค่า 6.9 ล้านบาท
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
รีเฟอร์ผู้ป่วยเด็ก 1 เดือน โรคหัวใจ อุดรธานี - กรุงเทพ ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง
(3 ส.ค. 69) เวลา 05.25 น. โรงพยาบาลอุดรธานี มีภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเด็ก อายุ 1 เดือน ป่วยโรคหัวใจ ต้องได้รับการผ่าตัดด่วน โดยส่งไปรักษาที่ รพ.เด็ก กรุงเทพฯ
ใช้เส้นทาง ถ.โพศรี > ถ.มิตรภาพ อุดรธานี-ขอนแก่น-นครราชสีมา (ไม่ขึ้น M6) > ถ.พหลโยธิน > ดอนเมืองโทลเวย์ > ทางพิเศษเฉลิมมหานคร > ทางพิเศษศรีรัช > ลงทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร ดูแลการจราจรตลอดเส้นทาง ถึงที่หมายปลายทางในเวลา 10.30 น. ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง 5 นาที จากระยะทาง 565 กม.
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
03/08/2026
“รัชดา” แจงข้อสงสัยพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส รอบใหม่ 3–5 ส.ค. ไม่ต้องรีบกด ระบบ Small Lot First จัดสรรเท่าเทียมทุกราย
(3 ส.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ที่จะเปิดจำหน่ายในวันที่ 3-5 สิงหาคม ประชาชนบางส่วนกังวลว่าจะต้องแข่งขันกันกดจองอย่างรวดเร็วจึงจะมีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร หรืออาจมีการแอบล๊อคให้ผู้ซื้อรายใหญ่หรือไม่
“การจำหน่ายรอบวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ จะเป็นระบบ “Small Lot First” ซึ่งต่างจากรอบที่แล้วที่เป็นแบบใครมาก่อนได้ก่อน ในรอบนี้ ระบบออกแบบมาเพื่อการจัดสรรแก่ผู้ลงทุนรายย่อยทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ใครมือไวกว่าจะได้เปรียบ” นางสาวรัชดา กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบายกลไกการทำงานของระบบ “Small Lot First” ว่า ระบบจะรวบรวมยอดจองซื้อของทุกคนตลอดทั้งช่วงเวลาที่เปิดขายไว้ก่อน จากนั้นจึงทยอยจัดสรรให้ทีละรอบ รอบละ 1,000 บาทต่อคน วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าวงเงินจะหมดหรือครบตามจำนวนทีแต่ละคนต้องการ
“พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้กดจองเป็นคนแรกในวินาทีแรก หรือกดจองเป็นคนสุดท้ายก่อนปิดรอบ ทุกคนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรแบบเดียวกัน ระบบจะให้สิทธิรายย่อยก่อนรายใหญ่ และแบ่งเป็นรอบเล็ก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคนจำนวนมากที่สุดจะได้รับส่วนแบ่ง แทนที่จะให้คนที่จองเงินก้อนใหญ่ได้ไปจนหมดตั้งแต่ช่วงต้น” นางสาวรัชดา กล่าว
ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุนมักได้เปรียบนักลงทุนรายย่อยในการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ โดยหลักการ Small Lot First จะพลิกกลับมาให้ความสำคัญกับรายย่อยเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะกดจองเวลาใดในช่วงที่เปิดขายก็ตาม
นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมถึงช่องทางจำหน่าย ประชาชนที่สนใจสามารถจองซื้อพันธบัตรัฐบาลออมพลัส ผ่าน Bond Connect Platform
สำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วม 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streaming
ซึ่งในรอบนี้ วงเงิน 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสองรุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 1.80% ต่อปี และ รุ่นอายุ 10 ปี ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80% ต่อปี โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
03/08/2026
นายกรัฐมนตรีห่วงความปลอดภัย ปชช. กำชับจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมยกระดับเฝ้าระวังดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก เตรียมสำรองยา-เวชภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง เน้นย้ำดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด รับมือสถานการณ์ฝน
(3 ส.ค. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ห่วงความปลอดภัยพี่น้องประชาชน เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างรัดกุม พร้อมเตรียมแผนเชิญเหตุเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า จากการประเมินและคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จากพยากรณ์อากาศพบว่า ในช่วงวันที่ 3–6 สิงหาคม 2569 ทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร ทำให้มีความเสี่ยงต่อระบบสาธารณสุข ทั้งตัวสถานพยาบาล เส้นทางของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ (EMS/Refer) และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ป่วยทุกคน กำชับให้สาธารณสุขทุกจังหวัดและเขตสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งเส้นทางบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ในสายหลักและสายสำรอง รวมถึงระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน ยา เลือด และเวชภัณฑ์ ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง พร้อมเตรียมแผนสำรองบริการสำคัญ การส่งต่อผู้ป่วย ดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้ออกซิเจน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง
“ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 3 – 9 ส.ค. 69 ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7 – 9 ส.ค. 69” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
03/08/2026
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยื่นทบทวนสิทธิแล้วกว่า 4 ล้านราย รัฐเร่งช่วยยืนยันตัวตน–ทบทวนสิทธิ ไม่ปล่อยคนยากไร้เสียโอกาส รัฐบาลไม่ปล่อยให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องตกหล่นหรือเสียสิทธิ
(3 ส.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนผู้ยากไร้ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างทั่วถึง เป็นธรรม จึงได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกทั้งการยืนยันตัวตน การยื่นทบทวนสิทธิ และการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้ประชาชนดำเนินการได้ทันตามกำหนด
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติทั้งสิ้น 9.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรรายเดิม 6.3 ล้านคน ซึ่งไม่ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และผู้ถือบัตรรายใหม่ 3.1 ล้านคน ที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC)
ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569 มีผู้ถือบัตรรายใหม่ยืนยันตัวตนแล้วกว่า 2.1 ล้านคน (69%) คงเหลืออีกประมาณ 9.8 แสนคน (31%) ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งติดตาม ประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รัฐบาลได้เปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิ โดยขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องแล้วกว่า 4.1 ล้านคน (44%) ขณะที่ยังมีผู้มีสิทธิยื่นทบทวนได้อีกประมาณ 5.2 ล้านคน (56%) จึงขอเชิญชวนให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
รัฐบาลได้เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”เว็บไซต์โครงการ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และ ศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์
ศูนย์ OSS โดยกรมการปกครอง จะรับคำร้องขอทบทวนสิทธิและนำส่งให้กับหน่วยงานตรวจสอบสิทธิที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหรือจังหวัดเช่น สำนักงานสรรพากรอำเภอ สำนักงานที่ดินอำเภอ สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เป็นต้นรวมทั้งให้ผู้ใหญ่บ้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมขับเคลื่อนการเชิงรุกในทุกหมู่บ้านและชุมชน
“รัฐบาลตั้งใจไม่ให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการต้องเสียสิทธิเพียงเพราะไม่สะดวกหรือไม่ทราบขั้นตอน จึงได้เตรียมทั้งเจ้าหน้าที่ ระบบ และช่องทางบริการไว้อย่างเพียงพอ ขอให้ผู้ถือบัตรรายใหม่ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนกว่า 9.8 แสนคน และผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นทบทวนสิทธิอีกกว่า 5.2 ล้านคน เร่งดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้ทุกคนได้รับสิทธิสวัสดิการที่พึงได้รับอย่างครบถ้วน” นางสาวรัชดา กล่าว
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
03/08/2026
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม “บางระกำโมเดล” สั่งกรมทางหลวงเปิดทางระบายน้ำ–ยกระดับสะพาน แก้จุดคอขวดลุ่มน้ำยมอย่างยั่งยืน
(3 ส.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่ "บางระกำโมเดล" จังหวัดพิษณุโลก อย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและรับฟังข้อเสนอจากประชาชน เพื่อเร่งกำหนดมาตรการแก้ไขทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน เพื่อนำข้อเสนอและอุปสรรคที่พบเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยพื้นที่อำเภอบางระกำเป็นพื้นที่รับน้ำสำคัญของลุ่มน้ำยม ที่ประสบทั้งปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากและภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่า จุดคอขวดสำคัญอยู่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำยม บ้านวังเป็ด อำเภอบางระกำ ซึ่งมีช่องเปิดใต้สะพานและหน้าตัดลำน้ำไม่เพียงพอ ทำให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพในช่วงน้ำหลาก กรมทางหลวงจึงเร่งดำเนินการเปิดช่องทางระบายน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาให้ทันฤดูน้ำหลากปีนี้พร้อมเดินหน้าศึกษา และออกแบบการยกระดับสะพาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้มอบหมายให้กรมทางหลวงเร่งออกแบบปรับปรุงจุดกลับรถแห่งใหม่และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่มเติมในพื้นที่ ตามข้อเสนอของประชาชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เส้นทาง
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการเดินทาง ลดผลกระทบจากอุทกภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน" นางสาวลลิดา กล่าว
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
03/08/2026
รัฐบาลหนุน “นมพัทลุง” จากนมโรงเรียนสู่แบรนด์คุณภาพภาคใต้ ชูนมโคแท้ 100% จากสหกรณ์ไทย
(3 ส.ค. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์ไทย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร และยกระดับสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุน “นมพัทลุง” ผลิตภัณฑ์นมโคแท้ 100% จากสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด ซึ่งเติบโตจากโครงการนมโรงเรียน สู่แบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่กับคนภาคใต้มายาวนานกว่า 30 ปี
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “นมพัทลุง” เป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่สะท้อนความสำเร็จของการรวมพลังเกษตรกรในรูปแบบสหกรณ์ เริ่มต้นจากการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงโคนมเพื่อสร้างรายได้ให้ครัวเรือน ก่อนต่อยอดจากการผลิตนมโรงเรียนสู่ผลิตภัณฑ์นมหลากหลายชนิด ทั้งนมพาสเจอร์ไรส์ นมยูเอชที ดื่มโยเกิร์ต ไอศกรีม และนมต้ม โดยยังคงยึดมั่นการผลิตจากนมโคสดแท้ 100% ภายใต้แนวคิด “นมคุณภาพดีจากวัวอารมณ์ดี คนดื่มแฮปปี้”
ปัจจุบัน สหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด มีสมาชิก 64 ราย ดูแลโคนมกว่า 1,000 ตัว ผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยวันละ 9 ตัน เพื่อนำไปผลิตนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อีกทั้งยังพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตของเกษตรกรและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สหกรณ์โคนมพัทลุงยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายสหกรณ์โคนมของประเทศ ด้วยการรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินจากสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปผลิตนมโรงเรียน ช่วยบริหารจัดการปริมาณน้ำนมดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเสริมความมั่นคงให้ระบบสหกรณ์โคนมไทย
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ทั่วประเทศ ผ่านการสนับสนุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทั้งด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ เทคโนโลยี และการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในระยะยาว
“‘นมพัทลุง’ ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์นมคุณภาพจากนมโคแท้ 100% แต่ยังเป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างเกษตรกร สหกรณ์ และภาครัฐ ที่ร่วมกันสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และต่อยอดคุณค่าสินค้าเกษตรไทย รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์ไทย โดยเฉพาะ ‘นมพัทลุง’ ของดีจากภาคใต้ เพื่อร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทยและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
ไฟไหม้บ้านซอยฉิมพลี 10 วอด 1 หลัง จนท.เร่งคุมเพลิง
(2 ส.ค. 69) เวลา 22.59 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในซอยฉิมพลี 10 ถนนฉิมพลี เขตตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์รุดลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน พบต้นเพลิงเป็นบ้านชั้นเดียว ซึ่งเพลิงได้ลุกไหม้สร้างความเสียหายแล้ว 1 หลังคาเรือน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างระดมกำลังฉีดน้ำสกัดกั้นเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่
[Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
——————
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?