สุทธา บารมีพระแท้ Amulet FC.

สุทธา บารมีพระแท้ Amulet FC.

ให้เช่าบูชา และ รับซื้อ-เช่า-หา-เหมา ?

22/09/2022

#บ้านพ่อขุนแผนและเทพพรายกุมาร

22/09/2022

#พระสมเด็จสุคะโตหลวงพ่อยีวัดดงตาก้อนทอง จ.พิษณุโลก
❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤
“สุคะโต” ในภาษาบาลี มีความหมายว่า ไปแล้วด้วยดี คือไปพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
“สุคะโต เป็นสถานที่ให้ผู้มาที่นี่ก็มาดี ผู้ออกจากที่นี่ไปก็ไปดีไปอยู่ที่ไหนก็ไปดี เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน แผ่นดิน แม่น้ำ ป่าไม้ อากาศ
นี่แหละ ไปดี มาดี อยู่ดี เกิดจากคนก็ได้ เกิดจากดิน น้ำ ลม ไฟ ก็ได้ไม่ใช่เราคนเดียว ให้ดินดี ให้ดินไปดีมาดี ป่าไปดีมาดี หลายๆอย่าง เรียกว่าสุคะโต”
💯💯💯💯💯💯💯💯💯💯💯💯💯💯💯

หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ

11/09/2022

องค์สุดท้ายของรุ่นนี้ที่ตามเก็บมายาวนานมากแล้วครับ
#สำหรับคนชอบอนาคต เก็บทั้งทีเก็บที่สวยๆครับ
ขออนุญาตแอดมินครับ เปิดแบ่งให้บูชา
#ราคา 8,### บาท พร้อมส่งด่วน
เหรียญมหาเทพ หลวงพ่อบุญจันทร์ เจริญธรรม
สภาพเหรียญ
พิมพ์คมชัด ผิวตะกั่วปรอทขาว น่าเก็บเป็นองค์ครูครับ
ฟอร์มพระเต็มไม่มีตำหนิ ศิลป์สวยมากๆ

เหรียญ จะมีองค์เทพ 2ด้าน
1. พระมหาพรหม(ด้านเมตตา)​
2.พระนารายณ์​เหยียบโลก(ด้านมหาอํานาจ)​
ต้องการพุทธคุณด้านไหน ให้หันด้านนั้นออกครับ
รับประกันแท้ตามมาตรฐานสากลคืนเงินเต็มจำนวนครับ

10/09/2022

#พญาครุฑสุบรรณ วัดโคกม่วง จ.ลพบุรี นะ

"กราบหลวงปู่...กราบหลวงพ่อ...กราบหลวงตา
กราบหลวงอา...กราบหลวงลุง...กราบหลวงพี่
กราบหลวงน้า...กราบหลวงเณร...กราบหลวงใหญ่
ทั้งพระพุทธ...ด้วยพระธรรม...พรพระสงฆ์
สิ่งศักดิ์สิทธิ์...ในสากล..จักรวาล
ช่วยบันดาล...ความร่มเย็น...สุขผลบุญ
ให้สมบูรณ์...ทั้งวัตถุ...จิตใจฅน
ให้ผู้ฅน...นั้นเจริญ...ด้วย ศีล ธรรม"

"ใครทุกข์โรค...ให้สาธุ...โรคจางหาย
ใครทุกข์ใจ...สาธุไป...ใจหายทุกข์
ใครทุกข์ร้อน...สาธุขอ...ให้สุขเย็น
ใครทุกข์เข็ญ...ขอให้สุข...เย็น สาธุ"

อยากได้บุญ...ให้ทำบุญ...บุญได้แน่
อยากได้เงิน...ทำงานออม...ได้แน่เงิน
อยากได้รถ...เมื่อมีเงิน...ได้แน่นอน
อยากได้ทอง...'น้ำมัน'ปลง...ปล่อยวาง'แพง'

#สาธุ ครับ 🙇🙏🙏🙏
ขอบคุณที่มา กวี บุ๊บุ๊ค โพสต์สบุ๊ค โพสต์

08/09/2022

ระวังกันไว้ด้วยครับ เงินไม่เข้าใครออกใคร
เงินตกที่ไหนที่นั่นเปลี่ยน เจอเพื่อนจริงใจ
#ควรคบไว้

Photos from สุทธา บารมีพระแท้ Amulet FC.'s post 03/09/2022

นานๆได้มาครับ สวยนอนกล่อง💯
ขออนุญาตแอดมินเปิดให้บูชาเหรียญหล่อพิมพ์หยดน้ำหลวงปู่พลอยวัดประสาทปี 36 เนื้อระฆังใบเก่าแร่ในดง พระสภาพสวยสมบูรณ์พร้อมกล่องเดิมรับประกันพระแท้ทุกกรณี
#บูชา2,00o ส่งด่วน

03/09/2022

เหรียญหลวงพ่อบุญจันทร์เจริญธรรม
#เขาพิทักษศักดิ์สิทธิ (หัวหิน)
รุ่นแรก ปี 2498 - 2499 หลวงพ่อบุญจันทร์ เจริญธรรม
ปลุกเสกเดี่ยว พบเจอน้อยครับ สภาพเหรียญ หน้าชัดจมูกโด่ง
6,### บาท รวมส่ง
รับประกันแท้ตามมาตรฐานสากล💯

02/09/2022

💯💯💯❤❤❤
#รวมพุทธคุณเส้นเดียวเที่ยวทั่วโลก 🤺

27/08/2022

#พระขุนแผนรัตนมาลา
#เนื้อผงรวม #ปี2535
#หลวงพ่อสละ #เถระปัญโญ
#วัดประดู่ทรงธรรม จ.อยุธยา​
❤❤❤❤❤❤❤❤❤
หลวงพ่อสละ วัดประดู่ทรงธรรม จ.อยุธยา
#สำนักตักศิลาพระเวทย์แห่งเมืองกรุงเก่า.
สุดยอดแห่งการรวบรวมผงมวลสารที่มีคุณวิเศษของหลวงพ่อสละมารวมไว้ในหนึ่งเดียว เป็นการสร้างวัตถุมงคลครั้งสำคัญในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านในปี พ.ศ.2535 ก่อนที่ทานจะละสังขารในปีถัดมา เหมือนดั่งว่าท่านมีญาณหยั่งรู้ล่วงหน้า!!
ความเป็นมาแห่ง #ผงรวม คือการรวบรวมผงหลากหลายชนิดของหลวงพ่อสละที่เหลือจากการสร้างพระผงในยุคแรกๆของท่าน ซึ่งท่านได้เก็บรักษาไว้เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น , #ผงพระธาตุ , #ผงแร่เกาะล้าน , #ผงแร่เหล็กน้ำพี้ , #ผงแก่นจันทร์ , #ผงเกสร108 , #ผงวิเศษ5ประการ และ ผงอื่นๆที่ท่านลบเองเขียนเอง เช่น #ผงนะฉัพพรรณรังสี (นะหน้าทอง) #ผงอิติปิโสรัตนมาลา ซึ่งเป็นสูตรลบผงที่ท่านสำเร็จและเชี่ยวชาญอันเป็นวิชาเมตตามหานิยมชั้นสูงของสำนักวัดประดู่ทรงธรรม และ ท่านเคยสั่งไว้ว่า "ถ้าคิดจะสร้างพระ ๘๔๐๐๐ องค์ ให้ผสมผงรัตนมาลานี้ลงไปเพียงช้อนเดียวก็พอ จนเมื่อกดพิมพ์เป็นองค์พระเสร็จแล้ว ไม่ต้องเสกอีกก็ใช้ได้เลย"🔥🔥🔥🔥🔥🔥

22/08/2022

#ผงนี้เฮี้ยวจริงๆ ...มีทั้งนุ่มลึกและเข้มแข็ง ความหมายนั้นหมายความว่า... ผงนั้นขลังศักดิ์สิทธิ์และแรงจริงๆแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล
....ทุกครั้งที่หลวงพ่อทาบสร้างพระเครื่องหรือเหรียญรูปท่าน หลวงพ่อทาบก็จะนิมนต์หลวงปู่ทิม วัดล่ะหารไร่ มาช่วยเพิ่มพลังจิตปลุกเสกทุกครั้งเสมอ เพราะท่านเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส คนระยองยุคนั้นพูดว่า#ทาบทิม.
.....หลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง สหธรรมมิก ของ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ พระอาจารย์ชื่อดังของเมืองระยองในอดีต ท่านโด่งดังมากๆ ในเรื่อง สีผึ้งเขียวอันดับ๑ของเมืองไทย สุดยอดเสน่ห์ เมตตามหานิยม ของท่าน ผู้ใดมีครอบครองต่างหวงแหนสุดๆ วัตถุมงคลของท่าน ที่ได้อนุญาตให้จัดสร้าง และ ปลุกเสก นั้นมีมากมาย หลายสิบพิมพ์ แต่ คนทั่วไปจะรู้จักกันเพียงไม่กี่พิมพ์ โดยเฉพาะ พิมพ์หลวงปู่ทวด, พิมพ์พระปิดตา, พระพิมพ์นางกวัก, พระพิมพ์สมเด็จ แขนกางนักเลงโต และ พระพิมพ์นางพญา ที่ หลวงปู่ทิม ร่วมปลุกเสก

”เมื่อครั้งที่หลวงพ่อทาบจะสร้างพระผงทิ้งไว้เป็นสมบัติโลก ก็มาหารือกับหลวงพ่อทิม ถึงการสร้างผงให้ถูกต้องตามตำรา โดยหลวงพ่อทาบไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งจารผงและลบผงเอง หลวงพ่อทิมจึงแนะนำว่า”โยมปถมนั่นแหละทำผงเก่ง และทำได้ชะงัดนัก ยังเคยทำมาให้นี่เสกเลย” จึงให้คนไปเชิญอาจารย์ประถมมาที่วัดกระบกขึ้นผึ้ง และเอ่ยปากว่าจ้างให้ช่วยเป็นผู้อำนวยการสร้างพระผงให้ท่าน.อาจารย์ปถมเล่าว่า ท่านก็รับปากด้วยความยินดี โดยจะขอสร้างเป็นพุทธบูชา ไม่ขอรับค่าจ้างแต่อย่างใด แต่มีข้อแม้ว่าการปลุกเสก ต้องนิมนต์หลวงพ่อทิมมาร่วมด้วย หลวงพ่อทาบไม่ขัดข้อง หลังจากนั้นไม่นานหลวงพ่อทาบก็อุตสาห์ซ้อนรถเครื่องไปหาหลวงพ่อทิม เพื่อปรึกษาหารือในการสร้างพระในครั้งนี้ และนิมนต์มาปลุกเสก...เมื่อรับปากหลวงพ่อทาบแล้วก็จัดเตรียมวัสดุมงคลตามตำราที่เคยแสวงหาไว้ตั้งแต่ครั้งวนเวียนรับราชการอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ได้นำมาปั้นเป็นชอล์กแท่งแบบดินสดเขียนกระดานเสร็จแล้วลบผงปถมัง และผงอิทธิเจตามตำราที่ร่ำเรียนมา ท่านรู้ตัวดีว่าเป็นเพียงฆราวาสที่ยังข้องแวะในโลกีย์แม้ทำผงเกิดความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์อย่างไร ผู้คนทั่วไปคงจะเชื่อถือยาก จึงไปขอผงวิเศษจากวัดโพธิสัมพันธ์ซึ่งหลวงพ่อบุญมีเป็นผู้ทำขึ้น และยังได้นำผงซึ่งโยคีฮาเล็บสร้างให้วัดสารนาถ มาร่วมด้วย ผงวิเศษนี้สร้างโดยศิษย์สายพระอาจารย์มั่น ประกอบพิธีขึ้นที่วัดสัมพันธวงศ์ กทม.เป็นผงซึ่งหลวงพ่อลี วัดอโศการามนำไปสร้างพระผงของท่าน.โดยรวบรวมผงได้ประมาณ ๑ บาตรเต็มๆ หลวงพ่อทาบเห็นผงแล้ว หัวเราะชอบใจและบอกว่า”ผงนี้เฮี้ยวจริงๆ มีทั้งนุ่มลึกและเข้มแข็ง”จึงได้นำผงนี้ไปรวมกับผงเก่าๆของท่านซึ่งมีคัมภีร์โบราณ ดินมงคลต่างๆ ตามที่ท่านได้เสาะแสวงหาไว้ เมื่อได้ฤกษ์งามยามดีแล้ว หลวงพ่อทาบจึงได้กดพิมพ์พระเป็นปฐมฤกษ์ หลังจากนั้นท่านได้ร้องขอให้ชาวบ้านนุ่งขาวห่มขาวอาราธนาศีลทุกคนช่วยกันกดพิมพ์พระ โดยอาจารย์ปถมเป็นผู้อำนวยการสร้าง คือ แนะนำการตำผง คลุกเคล้าผงและกดพิมพ์.

สำหรับพระชุดนี้เป็นพระผงดำทั้งหมด มีพิมพ์สมเด็จ เป็นพิมพ์พระเก่าที่ได้มาจากวัดเนิน จังหวัดระยอง เข้าใจว่าเป็นพิมพ์พระสมัยหลวงปู่สังข์เฒ่า ทำด้วยหินมีดโกน อีกพิมพ์เป็นพิมพ์แม่นางกวัก สำหรับพิมพ์พระปิดตามี ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่พิเศษ,พิมพ์ใหญ่,พิมพ์กลาง,พิมพ์เล็ก และพิมพ์จิ๋ว นอกจากนี้ยังมีพิมพ์กลีบบัว ได้พระประมาณ ๘๔,๐๐๐ องค์เท่าพระธรรมขันธ์.หลวงพ่อทาบได้นำสีผึ้งเขียวผสมลงไปด้วย ดังนั้นพระทุกองค์จึงมีส่วนผสมของสีผึ้งสีเขียว.
....เมื่อพิมพ์พระเสร็จแล้ว หลวงพ่อทาบได้ปลุกเสกพระเพียงองค์เดียวนาน ๑ พรรษาเต็มๆ เสกทุกวัน 3 เดือน เมื่อใกล้จะถึงงานผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ หลวงพ่อทาบจึงทำพิธีปลุกเสกเสริมข้อบกพร่องอีกครั้งหนึ่ง เรียกว่าทำเพิ่มเสริม หรืออุดช่องโหว่.ในงานปลุกเสกครั้งนี้เป็นงานครั้งแรกของหลวงพ่อทิมที่ท่านได้ออกจาก วัดละหารไร่ มาร่วมพิธีปลุกเสก พ.ศ.๒๕๐๕ หลวงพ่อทิมมีอายุ ๘๓ ปีพอดี.นอกจากหลวงพ่อทาบ ยังมีหลวงพ่อหอม วัดชากหมาก,หลวงพ่อเย็น วัดบ้านแลง,หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก ส่วนหลวงพ่อพระครูวรพตปัญญาจารไม่ได้มาปลุกเสก.ส่วนหลวงพ่อทาบ ไม่ได้มานั่งปลุกเสก ได้แต่นั่งรับแขก เพราะท่านท้องเสีย….ในงานปลุกเสกนั้น เริ่มตั้งแต่ ๑๙.๐๐ น.ถึง ตี ๒ เศษ โดยทางเจ้าพิธีการแบ่งการปลุกเสกไว้ถึง ๔ ช่วงโดยปลุกเสกไปเกือบสองชั่วโมงก็ตีฆ้องครั้งหนึ่งเพื่อบอกกล่าวให้หลวงพ่อที่ปรกออกจากเข้าสมาธิ พักผ่อนดื่มน้ำชา กาแฟประมาณครึ่งชั่วโมง.แต่หลวงปู่ทิมนั่งปรกรวดเดียว ๘ ชม.โดยไม่ขยับเขยื้อนเลย ท่านนั่งนิ่งสงบยกมือพนมอยู่ในท่าเดียวตลอด…หลวงพ่อทิมได้พูดเล่นกับอาจารย์ปถมว่า”ให้เสกแบบนี้เมื่อยตาย” จากนั้นก็กลับวัดเลย โดยไม่ยอมรับปัจจัยที่ทางวัดนำมาถวาย และท่านก็ไม่ยอมดื่มน้ำชาที่ทางเจ้าพิธีนำมาถวาย.ศิษย์ถามท่านว่า”ทำไมหลวงพ่อไม่ฉันน้ำที่เขาถวาย และไม่รอรับปัจจัยที่เขาถวาย” หลวงพ่อทิมตอบว่า”ถ้าฉันน้ำของเขา และรับปัจจัยที่เขาถวายก็จะไม่ได้บุญเพราะเท่ากับรับจ้างเขามาเสกพระ”ศิษย์ถามต่อไปอีกว่า”ทำไมต้องนั่งพนมมือเสก องค์อื่นๆเขานั่งสมาธิ มือขวาทับมือซ้ายกันทั้งนั้น” ท่านตอบว่า”พนมมือเสกพระดีกว่านั่งสมาธิ เพราะถ้า.เกิดนั่งหลับ เมื่อนั้นคนเขาจะได้รู้ เพราะมือที่พนมนั้นมันจะตก นับเป็นวัตถุมงคลที่เอกอุไปด้วยพุทธคุณมวลสารและพิธีปลุกเสก.

:การปลุกเสกครั้งนั้นนับว่าเป็นครั้งแรกของบ้านค่ายที่ชาวบ้านนำพระเครื่องของตนมาร่วมในพิธีปลุกเสกเพื่อเสริมพลังด้วย และในงานนี้มีอยู่รายหนึ่งนำเอาน้ำมันใส่ผมตรานางสงกรานต์เข้าพิธีด้วยหลายหีบ คิดว่าเพื่อให้เกิดเสน่ห์มหานิยม เอาไว้เพื่อผสมกับน้ำมันใส่ผมอื่นๆ ที่จะใช้ประจำวัน
......ทันทีที่พิธีปลุกเสกเริ่มขึ้นก็มีสิ่งประหลาดเกิดขึ้น เพราะเทียนคู่ที่ตั้งอยู่เกิดหงิกงอ มีรูปคล้ายหงส์ ฝาขวดน้ำมันใส่ผมตรานางสงกรานต์ ก็เกิดระเบิดขึ้นพร้อมกัน ๓ - ๔ ฝา ปลิวกระเด็นออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของผู้เข้าร่วมในพิธี ทุกคนเชื่อว่าเป็นเพราะอานุภาพหลังจิตของ หลวงปู่ทิม เพราะกล่องใส่น้ำมันอยู่ตรงหน้าหลวงปู่ทิมพอดี.

.....สำหรับมวลสารสีผึ้งเขียว ของหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง ของท่านนั้น กว่าจะได้ก็แสนจะลำบากยากเย็น เล่ากันว่าผู้ต้องการจะได้สีผึ้งเขียวของท่านจะต้องมานอนค้างคืนกันที่วัดหลาย ๆ คืน และหลาย ๆ ครั้ง จนหลวงพ่อทาบเห็นความมานะอดทนว่า ต้องการได้จริง ๆ ท่านจึงจะให้ แต่ท่านจะหยิบให้เพียงเท่าหัวไม้ขีดไฟเท่านั้น สีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบเมื่อใครได้มาแล้วเหมือนกับได้ของวิเศษที่เปี่ยมไปด้วยส่วนผสมแห่งเมตตามหานิยม คนเล่นของในสมัยนั้นจึงนำสีผึ้งหลวงพ่อทาบที่ได้มาเพียงแค่หัวไม้ขีดไฟมาเลี่ยมทองหุ้มใส่สายสร้อยหรือแขวนติดตัว แต่ก่อนจะมอบสีผึ้งเขียวให้แก่ผู้ใด หลวงพ่อทาบจะสั่งสอนวิธีใช้ให้ สำหรับเรื่องผู้หญิงนั้น ถ้าจะใช้สีผึ้งนี่ก็ขอให้ใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ ได้เขาสมใจแล้วก็อย่าไปทิ้งไปขว้าง มิเช่นนั้น จะเกิดวิบัติ
นักเลงรุ่นเก่าชาวระยองยอมรับว่าสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบนั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่งใน ต. ตาสิทธิ์ ติดกับวัดหลวงปู่ทิมเล่าให้ผู้เขียนฟังว่าเมื่อสมัยหนุ่ม ๆ ข้าก็ได้อาศัยสีผึ้งเขียว ของหลวงพ่อทาบนี่แหละ จึงได้แม่อ้ายยอด มาจนทุกวันนี้ แม่อ้ายยอดเมื่อสาวๆ มันสวยอย่าบอกใครเชียว หนุ่ม ๆ มาจีบกันหัวกระไดแทบไม่แห้ง แต่ลุง (ตัวคนเล่า) มันพูดจาไม่เก่ง รูปก็ไม่หล่อ แรกๆแม่อ้ายยอดไม่เคยมองลุงเลย ความที่อยากเอาชนะไอ้พวกหนุ่มรุ่นเดียวกัน ลุงจึงดั้นต้นไปขอสีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบ ไปก็หลายครั้งหลายหนอยู่จนท่านจำได้และเห็นมาบ่อย ๆ หลวงพ่อทาบท่านเลยสงสารควักให้มาหัวไม้ขีดหนึ่งสั่งว่าเพียงเอาห่อติดตัว เวลาจะใช้กับผู้หญิงคนใดก็เพียงแต่ทำใจให้นึกเห็นใบหน้าเขาและเข้าไปหาเถอะไม่ช้าก็สำเร็จ และก็ได้ผลจริงๆไม่นานแม่อ้ายยอดเกิดสงสารเห็นใจลุง ทั้งที่ก่อนนั้นเขาไม่เคยชายตามองลุงเลย พวกหนุ่มบ้านอื่นงงเป็นไก่ตาแตก
ท่านผู้เฒ่าเล่าเสริมต่อไปว่า หลังจากได้แม่อ้ายยอดมาเป็นเมียและอยู่กับมาจนบัดนี้แล้ว ลุงเคยถามเขาว่า เพราะเหตุใดจึงเกิดมารักลุง ทั้งๆ ที่แต่แรกไม่เคยสนใจลุงเลย แม่อ้ายยอดบอกกับลุงว่าเป็นเพราะอะไรไม่รู้ วันไหนถ้าไม่เห็นหน้าลุงใจคอมันหงุดหงิด ร้อนรุ่ม พอได้เห็นหน้าลุงแล้วสบายใจ และไม่ช้าลุงก็ชวนมันมาอยู่กับลุงเสียเลย ผมได้ถามลุงผู้เฒ่าว่า แล้วสีผึ้งนั้นอยู่ไหน? ขอผมดูหน่อย ท่านผู้เฒ่าบอกว่า เมื่อลุงได้เมียแล้วก็ไม่ได้ใช้อีกเลย เพราะหลวงพ่อท่านสั่งนักสั่งหนาว่าถ้าใช้กับผู้หญิงแล้วต้องเลี้ยงเขาเป็นลูกเมีย ห้ามทิ้งขว้าง ลุงได้แม่อ้ายยอดมาครองคนเดียวก็นับว่าพอใจแล้ว เลยหุ้มทองเก็บไว้ จนอ้ายยอดลูกหัวปีของลุงมันเป็นหนุ่มแล้ว ลุงจึงมอบให้มัน ก็ดูซิอ้ายยอดลูกชายลุงมีเมียตั้ง ๓ คน และอยู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น หลานลุงมีเป็นพรวน มีเมียมากมันก็ไม่ดีหรอกหลาน หาเท่าไรไม่พอเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย แต่ก็ดีไปอย่าง อ้ายยอดมันได้เขาแล้วมันก็ไม่ทิ้งไม่ขว้าง เลี้ยงเป็นลูกเป็นเมียทุกคน อ้ายยอดลูกลุงน่ะ มันไม่เท่าไหร่หรอก มีเพียงแค่ ๓ คน เท่านั้น แต่ลูกศิษย์หลวงพ่อทาบที่เคยบวชอยู่กับท่านคนหนึ่งซิ เดี๋ยวนี้ย้ายไปอยู่จันทบุรี มีเมียอยู่บ้านเดียวกันถึง ๖ คน ทุกคนปรองดองกันดี ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเลย แต่ลูกเป็นกระบุง แต่เขาก็มีฐานะดีนะ เรื่องสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบ ถ้าใช้เรื่องผู้หญิงรับรองได้เยี่ยมจริง ๆ...
:ท่านพระอาจารย์เสียน มนูญโญ เจ้าอาวาสวัดกระบกขึ้นผึ้ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ของหลวงทาบ ตลอดจน คุณปถม อาจสาคร อดีตสหกรณ์อำเภอบ้านค่าย และคุณประชา ตรีพาสัย เพื่อนผู้เขียนซึ่งจูงใจให้ผู้เขียนไปรู้จักกับหลวงปู่ทิมจนได้สร้างพระชุดชินบัญชรอันเป็นที่รู้จักกันทุกวันนี้ เคยเล่าเรื่องอานุภาพของสีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันแพร่หลายทั่วจังหวัดระยองให้ฟังว่า........
:เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ จ.ระยอง ได้จัดให้มีการประกวดนางสาวระยองขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อคัดคนส่งไปประกวดนางสาวไทยที่กรุงเทพฯ ในงานรัฐธรรมนูญที่วังสราญรมย์ อ. บ้านค่าย ก็สรรหาสาวงามส่งเข้าชิงชัยตำแหน่งนางสาวระยอง เหมือนกับอำเภออื่น ๆ เช่นกัน เมื่อได้สาวงามชาวอำเภอบ้านค่ายแล้ว ทางอำเภอก็นำสาวงามผู้นั้นมาขัดสีฉวีวรรณแล้วสอนกิริยามารยาทจนเป็นที่เรียบร้อย พอใกล้วันประกวดนางงามระยอง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นไปได้ก็เกิดขึ้น สาวงามซึ่งจะเป็นตัวแทนสาวบ้านค่ายขึ้นเวทีประกวด เกิดสิวเห่อขึ้นเต็มหน้า เป็นที่ตกอกตกใจของคณะกรรมการอำเภอบ้านค่ายไปตามๆ กัน จะหาคนใหม่ก็ไม่ทัน ทุกคนต่างก็จนปัญญาไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร แต่ถึงอย่างไรก็ต้องส่งสาวผู้นี้เข้าประกวดอยู่ดี เพราะเตรียมการไว้แล้ว แต่โอกาสที่สาวบ้านค่ายจะเป็นนางงามระยองคงหมดหวังแน่ ก่อนถึงวันประกวดคณะกรรมการอำเภอบ้านค่ายทนเสียงอ้อนวอนของผู้ปกครองเด็กไม่ได้ จึงยอมให้ผู้ปกครองเด็กสาวคนนั้นนำไปหาหลวงพ่อทาบ หลวงพ่อทาบท่านทำน้ำมนต์ให้อาบ แล้วให้สีผึ้งเขียวมาหนึ่งหัวไม้ขีดไฟ และยังปลุกเสกแป้งผัดหน้าให้อีกหนึ่งห่อ ทั้งกำชับให้เอาสีผึ้งติดตัวขึ้นไปบนเวทีประกวด และเวลาประกวดก็ให้ใช้แป้งที่ท่านปลุกเสกผัดหน้าขึ้นไปเดินบนเวทีทุกครั้ง ผลการตัดสินสาวงามระยองปี พ.ศ. ๒๕๐๓ นั้น ปรากฏว่าสาวน้อย อ. บ้านค่าย ได้ตำแหน่งนางสาวระยอง ทั้งๆ ที่ใบหน้าสิวขึ้นเยอะ ท่ามกลางความดีอกดีใจของชาวบ้านค่าย และความงุนงงของชาวอำเภออื่น ๆ และในปีต่อ ๆ มาอีก ๒-๓ ปี ชาวอำเภอบ้านค่ายก็ได้นางสาวระยองติดต่อกัน และนางงามบ้านค่ายทุกคนต่างไปขอให้หลวงพ่อทาบรดน้ำมนต์ปิดนะหน้าทอง ได้สีผึ้งเขียวติดตัวและปลุกเสกแป้งผัดหน้าให้เช่นกัน...

:อาจารย์ปถม อาจสาคร เล่าว่า แป้งผัดหน้านั้น หลวงพ่อทาบท่านลงนะนวลจันทร์ และตั้งแต่นั้นมาชื่อเสียงในด้านเมตตามหานิยมของหลวงพ่อทาบ ก็ยิ่งโด่งดังขึ้น จนคนระยองถึงกับผูกวลียกย่องไว้ว่า...
*อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อเพ่ง
*เมตตามหานิยมหลวงพ่อทาบ
*อาคมหลวงพ่อทิม

:แม้หลวงพ่อทาบหรือท่านพระครูอรรถโกศล จะสงเคราะห์ผู้เกิดทุกข์เกิดร้อนด้วยการลงนะหน้าทอง อาบน้ำมนต์ ตลอดจนแจกสีผึ้งเขียว ให้ผู้เดือดร้อนจนสัมฤทธิ์ผลตามความปรารถนาแล้ว วิชาของท่านกลับมาย้อนทำลายใจของท่านเองเข้าจนได้ กล่าวคือพระลูกวัดท่านรูปหนึ่ง ซึ่งบวชอยู่รับใช้ใกล้ชิดท่านมาหลายปีเกิดอยากสึกไปครองเรือน จึงมาอ้อนวอนขอสีผึ้งเขียวท่านโดยบอกกับท่านตรง ๆ ว่า ชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง หลวงพ่อทาบใจอ่อนเห็นใจในความรักของหนุ่มสาวซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติหลวงพ่อทาบจึงให้สีผึ้งเขียวแก่ทิดสึกใหม่ผู้นั้นไปเพียงหนึ่งหัวไม้ขีด ทิดสึกใหม่คนนั้นก็เอาไปป้ายหญิงที่ตนรัก หญิงสาวก็หนีพ่อแม่ตามหนุ่มทิดสึกใหม่ผู้นั้นไปอย่างที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึง
***แต่ทว่าหญิงสาวคนนั้นก็คือ หลานสาวแท้ ๆ ของท่านเอง!!!
คุณลุงเจริญ เพชรนคร หลานแท้ ๆ ของหลวงพ่อทาบเล่าให้ผู้เขียนทราบถึงความเสียใจของท่าน โดยท่านพูดว่า..."นิ้วเราเองมาทิ่มตาเราเอง ต่อไปนี้จะไม่แจกสีผึ้งแก่คนในบ้านค่ายอีก..." แต่สำหรับคนที่มาจากแดนไกล หรือคนต่างถิ่น หลวงพ่อทาบท่านจะดูลักษณะความจำเป็น แล้วท่านจึงจะให้สีผึ้งเขียวไป แต่ก็ให้เพียงคนละนิดปริมาณเท่าหัวไม้ขีดไฟเท่านั้น ผู้ได้สีผึ้งจากหลวงพ่อทาบจึงมักจะนำสีผึ้งนั้นไปหุ้มทองห้อยคอ เพราะถือเป็นของหายาก และกว่าจะได้มาจากหลวงพ่อทาบก็แสนจะยาก สีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงและนับเป็นเครื่องรางที่อยู่ในยุทธจักรมักนิยมพระเครื่องอย่างหนึ่งทีเดียว เมื่อหลวงพ่อทาบไม่ให้สีผึ้งแก่ใคร และแม้จะให้ก็มอบให้ปริมาณน้อยมากเพียงแค่หัวไม้ขีดไฟ ก็เลยเป็นสาเหตุให้ผู้คนมาแสวงหาสีผึ้งเขียวมากยิ่งขึ้น เพราะของใดๆ ก็ตาม ถ้าได้ยากผู้คนมักจะอยากได้ แต่สำหรับคนบ้านค่ายและคนระยองแล้วหมดโอกาส เพราะหลวงพ่อทาบจะไม่แจกคนในบ้านเดียวกันอีกแล้ว แต่ท่านบอกว่า ท่านจะทิ้งสีผึ้งให้เป็นสมบัติโลก ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันถ้าอยากได้ และยังไม่ลืมของ ๆ ท่าน
กว่าจะเป็น .."สีผึ้งเขียว"
:ลุงเจริญ เพชรนคร เล่าว่าตัวท่านเองนั้น หลวงพ่อทาบได้เมตตาเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุได้ ๖ขวบ มีนิวาสสถานอยู่ ซากกอไผ่ ซึ่งไม่ห่างไกลจากวัดกระบกขึ้นผึ้งมากนัก ลุงเจริญได้เรียนรู้วิชาต่าง ๆ ของหลวงพ่อทาบไว้มากมาย ตำราสำคัญบางเล่มของหลวงพ่อทาบก็ตกอยู่กับลุงเจริญ นอกจากจะเป็นศิษย์ผู้ร่ำเรียนวิชาต่าง ๆ ของหลวงพ่อทาบแล้ว ตัวท่านเป็นนักเขียนภาพและช่างแกะสลักที่มีฝีมืออีกด้วย ท่านเป็นผู้แกะแพะหลวงพ่ออ่ำวัด หนองกระบอกมาตั้งแต่ครั้งแรกๆ และเมื่อหลวงพ่ออ่ำมรณภาพลง หลวงพ่อลัดวัดหนองกระบอกได้รับสืบทอดวิชาต่อ ท่านได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อลัดให้เป็นผู้แกะแพะเขาควยถูกฟ้าผ่าอีกด้วย นอกจากนั้นยังเป็นผู้แกะพระปิดตาไม้รัก ของ หลวงพ่อทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ซึ่งเรียกว่า "พระปิดตารุ่นอธิบดี" ด้วย จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสพบ ลุงเจริญ เพชรนคร โดยการแนะนำของพระครูนูญสาธุกิจ หรือพระอาจารย์เสียน เจ้าอาวาสวัดกระบกขึ้นผึ้งองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้พาไปพบลุงเจริญถึงบ้าน ลุงเจริญมีศักดิ์เป็นลุงของพระอาจารย์เสียน ลุงเจริญได้เล่าเรื่องราวของหลวงพ่อทาบให้ผู้เขียนทราบดังเรื่องราวที่ได้เขียนไว้ตั้งแต่ตอนต้น ๆ
สำหรับเรื่องราวของสีผึ้งเขียวนั้นลุงเจริญเล่าว่า เมื่อหลวงพ่อทาบบวชได้ ๙ พรรษา ทราบว่า ครูภู่ คนอุบล ซึ่งมาได้เมียชื่อ นางเก๋า เป็นสาวงามชาวบ้านกอไผ่ เป็นผู้มีวิชาดี โดยเฉพาะเรื่องสีผึ้งนั้น นับว่าเป็นเอก มีผู้คนรู้กิตติศัพท์แล้วไปขอมาใช้ก็ได้ผลสมความปรารถนาทุกราย หลวงพ่อทาบหลังจากผิดหวังไม่ได้เรียนวิชาพัดโบกจากหลวงพ่อกาจ วัดหนองสนม จึงสนใจวิชาทำสีผึ้งของครูภู่ คนอุบล ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นพระหนุ่มเพิ่งย่างเข้าพรรษาที่ ๙ อายุประมาณ ๓๐ ปี ไปมาหาสู่บ้านครูภู่อยู่เรื่อย ๆ เพื่อขอวิชาสีผึ้ง ครูภู่เห็นความเพียรและหน่วยก้านของหลวงพ่อทาบแล้ว ก็ยินดีจะมอบวิชาทำสีผึ้งนี้ให้ ซึ่งต่อมาก็มอบวิชานี้ให้อย่างหมดเปลือก.
:ลุงเจริญเล่าว่า การทำสีผึ้งที่ครูภู่ คนอุบล มอบให้หลวงพ่อทาบนั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือ วิชาลบผงปถมัง ผงอิทธิเจ และผงตรีนิสิงเห นั้นเอง แต่วัสดุที่จะนำมาผสมผงปั้นเป็นแท่งดินสอนั้น ค่อนข้างจะหายาก ซึ่งต้องใช้ความมานะ อดทน และมีความเพียรในการการแสวงหา ได้แก่ ว่านต่างๆ หลายสิบชนิดไม้มงคลอีกหลายชนิด ประการสำคัญต้องหา ไม้แยงแย้ และไม้ไก่กุกมากวนสีผึ้ง ไม้แยงแย้นั้นพอหากันได้ เพราะหลังจากแสวงหามาถึง ๔ ปี หลวงพ่อทาบก็ได้ไม้แยงแย้มาสมใจนึก ส่วนไม้หายากที่สุดคือ "ไม้ไก่กุก" ซึ่งต้องใช้ความสังเกตและมีมานะอดทน เพราะจะต้องเป็นไม้ไก่กุกที่ผู้ทำสีผึ้งต้องเห็นไม้ไก่กุกด้วยตาตนเอง ไม้ไก่กุกจะเป็นไม้อะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นไม้ที่ไก่ตัวผู้ใช้จะงอยปากจิก หรือเคาะดังกุ๊ก ๆ เพื่อหลอกให้ตัวเมียวิ่งมาหา โดยคิดว่าไก่ตัวผู้กำลังเรียกมาจิกอาหาร เมื่อไก่ตัวเมียวิ่งมาหาไม้ที่ไก่ตัวผู้เคาะกุ๊กๆ แล้วมองหาอาหารอยู่ ไก่ตัวผู้ได้โอกาสก็จะจิกคอและขึ้นทับทันที ไม้ชิ้นที่ไก่ตัวผู้ใช้จะงอยปากเคาะกุ๊ก ๆ นั้นแหละ คือ "ไม้ไก่กุก"ถือว่าเป็นไม้อาถรรพณ์ที่เป็นต้นเหตุให้ไก่ตัวเมียวิ่งตามมาให้ตัวผู้ทับเพื่อสืบพันธุ์
ท่านเกจิอาจารย์ต่าง ๆ ถือเป็นเคล็ดว่าไม้ชิ้นนี้เป็นไม้ที่มีเสน่ห์อย่างสูง ที่ใช้ลวงให้ไก่ตัวเมียวิ่งมาหาได้ ต่างก็แสวงหาไว้เพื่อเอาไว้สร้างวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังเป็นเสน่ห์มหานิยม เมื่อได้ไม้ไก่กุกมาแล้ว หลวงพ่อทาบก็จะนำมาเอาว่านต่าง ๆ และไม้มงคล รวมทั้งไม้ไก่กุกด้วยมาบดป่นทำเป็นผงปั้นเป็นแท่งดินสอ หลังจากนั้นหลวงพ่อทาบจะเอาถาดทองเหลืองขนาดกลางมารอง มีกระดานชนวนวางอยู่บนถาดทองเหลือง หลวงพ่อทาบจะครองสีจีวรเรียบร้อย รำลึกถึงครูบาอาจารย์แล้วท่านก็จะลงผงอิทธิเจ ผงปถมัง และผงตรีนิสิงเห จากที่ได้เรียนมา ด้วยการใช้แท่งดินสอซึ่งสร้างจากว่าน และไม้มงคลต่าง ๆ ปั้นเป็นชอล์ก เมื่อเขียนบนกระดานชนวน ก็จะหลุดลอดแผ่นกระดานชนวนลงไปในถาดทองเหลือง
หลวงพ่อทาบจะครองสีจีวรเรียบร้อย รำลึกถึงครูบาอาจารย์แล้วท่านก็จะลงผงอิทธิเจ ผงปถมัง และผงตรีนิสิงเห จากที่ได้เรียนมา ด้วยการใช้แท่งดินสอซึ่งสร้างจากว่าน และไม้มงคลต่าง ๆ ปั้นเป็นชอล์ก เมื่อเขียนบนกระดานชนวน ก็จะหลุดลอดแผ่นกระดานชนวนลงไปในถาดทองเหลือง...
ลุงเจริญเล่าว่า ท่านได้นั่งสังเกตเห็นหลวงพ่อทาบลงผงเต็มกระดาน แล้วเคาะให้ลอดกระดานลงไปอยู่ในถาดทองเหลือง เสร็จแล้วหลวงพ่อทาบก็จะรวบรวมผงนั้นใส่ขวด มีอยู่วันหนึ่ง ขณะหลวงพ่อทาบกำลังนั่งสมาธิลบผงอยู่นั้น ชอล์กที่ท่านเขียนเกิดหักดังเปาะขึ้น หลวงพ่อทาบสะดุ้งขึ้นตัว และเพ้อเสียสติทันที เป็นอยู่หลายวัน รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ลุงเจริญ เพชรนคร จึงไปตามครูภู่ที่บ้านซากกอไผ่มาดูอาการ และรักษา ครูภู่ ชาวอุบล เมื่อเห็นอาการหลวงพ่อทาบแล้วทำน้ำมนต์ให้หลวงพ่อทาบอาบ หลวงพ่อทาบอาบกินน้ำมนต์ของครูภู่อยู่ ๒ ถึง ๓ ครั้ง อาการก็กลับเป็นปกติ
:สีผึ้งหลวงพ่อทาบสร้างขึ้นตามตำราของครูภู่ ชาวอุบล นั้นแรก ๆ ก็เป็นสีผึ้งธรรมดา ไม่มีสีเขียว ต่อเมื่อหลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงทางด้านสีผึ้งมากขึ้น ท่านจึงได้นำใบของว่านชนิดหนึ่งผสมลงไปด้วย สีผึ้งก็เลยมีสีเขียวจนภายหลังเรียกกันว่า ..."สีผึ้งเขียว" คุณลุงเจริญเล่าว่าสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบนั้น ท่านทำเสร็จแล้วจะใส่ไว้ในโถโบราณซึ่งมีฝาครอบ ปรากฏว่าสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบนั้นจะงอกหรือเพิ่มปริมาณได้ตามความแรงของกำลังวัน บางครั้งสีผึ้งจะฟูขึ้นจนติดฝาครอบโถเกาะกันเป็นวงคล้ายๆ กับดอกของใบพลู ซึ่งเป็นรูปคล้ายดอกใบพลูนี้แหละขลังนัก ศิษย์วัดกระบกขึ้นผึ้งเมื่อเปิดฝาโถเห็นเข้าก็จะเอาใบจาก ซึ่งใช้สำหรับมวนบุหรี่สูบมามาม้วนเป็นกรวยตักไป ใช้ได้ผลชะงัดนัก รายไหนรายนั้น มักหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามคนป้ายไปและไม่เคยมีพลาดเลยสักรายเดียว ผมถามว่าต้องใช้ป้ายกี่ครั้งจึงจะสำเร็จ คุณลุงเจริญบอกว่าโดยมากมักครั้งเดียวก็สำเร็จ แต่ถ้าผู้หญิงบางคนดวงแข็งมีของดีคุ้ม หรืออำนาจดวงคุ้มครอง ก็ต้องใช้หลายหนหน่อย แต่สำเร็จทุกราย สีผึ้งของหลวงพ่อทาบนั้น มีเคล็ดวิธีการใช้ดุจเดียวกับหลวงปู่ทิม คือใช้ตามคำสั่งความสำคัญของนิ้วมือทั้ง ๕ นิ้ว นับแต่หัวแม่โป้งเรื่อยมาจนถึงนิ้วก้อยซึ่งเล็กที่สุด และวิธีจะใช้ป้ายผู้หญิงซึ่งหมายปองก็อย่าป้ายให้ต่ำกว่าบั้นเอวลงไป เวลาป้ายก็ให้ป้ายให้ถูกต้องเนื้อ อย่าให้ถูกผ้า เพราะจะได้ผลช้า...
ที่ม

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Ban Krang
65000

Ban Krang สถานเสริมความงามอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
Agroup Agroup
Ban Krang, 65000

ให้บริการรับฝากขายสินค้า ทุกประเภท ลงขายในตลาดออนไลน์และอ็อปไลน์

มาร์คเต้าหู้ กลูต้า เอมิส By.แ มาร์คเต้าหู้ กลูต้า เอมิส By.แ
ซอย จอมทอง 21, จอมทอง, พิษณุโลก 65
Ban Krang, 65000

มาร์คเต้าหู้ เอมิส เปิดรับตัวแทนจำหน่าย��

มาร์คเต้าหู้ Amice มาร์คเต้าหู้ Amice
สุชนพัฒนา, จอมทอง, พิษณุโลก 65000,
Ban Krang, 65000