บ้านไก่งวงบอนบอน

บ้านไก่งวงบอนบอน

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการอาหารและเครื่องดื่ม

The Tamp
The Tamp
84 หมู่ 7, Bung Sam Phan
โรงชำแหละสุกร หจก.บึงสามพันโ
โรงชำแหละสุกร หจก.บึงสามพันโ
188 หมู่ 3, Bung Sam Phan
โตโยต้าบึงสามพัน เซลล์น้องน
โตโยต้าบึงสามพัน เซลล์น้องน
Bung Sam Phan 67160
Tamily แทมมิลี่ มะขามหวานแปรรูป
Tamily แทมมิลี่ มะขามหวานแปรรูป
319/2 Moo 9 Sapsamothot, Buengsamphan,Phetchabun, Bung Sam Phan
Pets Kennel
Pets Kennel
Amphoe Nong Phai
ประดับวงศ์ ฟาร์ม
ประดับวงศ์ ฟาร์ม
หมู่9 นาประดู่ ต.วังท่าดี อ.หน, Amphoe Nong Phai
ฟ.ฟัน.ฟาร์ม - ไก่ชน
ฟ.ฟัน.ฟาร์ม - ไก่ชน
111 หมู่12 ซอย18 ต.พุเตย อ.วิเชียรบ, Amphoe Wichian Buri
Suppisan farm company
Suppisan farm company
Phetchabun, Wichian Buri
แป้งวาฟเฟิลฮ่องกง Lamoon
แป้งวาฟเฟิลฮ่องกง Lamoon
Amphoe Wichian Buri 67180
คลับสุขภาพวิเชียรบุรี TransForm Club
คลับสุขภาพวิเชียรบุรี TransForm Club
9/2 หมู่ที่1 ตำบลท่าโรง, Amphoe Wichian Buri
ปลาตู้ เจ๊ปลูก
ปลาตู้ เจ๊ปลูก
24 หมู่ที่ 1 ตำบล ท่าโรง อำเภอ ว, Tha Rong
ไก่ชน ป.ประมวล แหล่งรวมไก่เช
ไก่ชน ป.ประมวล แหล่งรวมไก่เช
Amphoe Wichian Buri 67180
หมีดำกัญชะ HAVE A HAPPY
หมีดำกัญชะ HAVE A HAPPY
8/54 ตำบลหลักหก อำเภอธัญบุรี จั, Phetchabun
เพชรช่อมะขาม อ.อุ๋ย ฟาร์ม
เพชรช่อมะขาม อ.อุ๋ย ฟาร์ม
ต.พุขาม อ.วิเชียรบุรี, Amphoe Wichian Buri
ป้าอำไพ ก๋วยจั๊บหน้าวัดในเร
ป้าอำไพ ก๋วยจั๊บหน้าวัดในเร
ตลาดสดมิตรสาลี, Amphoe Wichian Buri

ทำธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนไก่งวงเเละสัตว์ปีก

เปิดเหมือนปกติ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 06/08/2017

มีใครส่งสัยไหมครับว่าปลูกต้นอะไรและทำไมจึงต้องปลูก. เค้าก็คือกระถินธรรมดานี่เเหละครับหนึ่งในโครงการโปรเจคใหญ่ของโครงการไก่เนื้อทรัพย์เจริญ ที่นำเอากระถินไปเป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารสัตว์ความภูมิใจอีกหนึ่งบทบาทของคนเกษตรแบบผม. ขอบคุณโครงการดีๆแบบนี้ที่ไว้ใจผม

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 06/08/2017

ห่างหายไปนานที่ไม่ได้อัฟเดทกัน ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยสัตว์ปีกปรับสภาพไม่ทัน อีกทั้งยังมีเชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดี ดูแลเด็กๆช่วงนี้กันดีๆนะครับ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 22/06/2017

วันนี้ได้1คอกเล็กๆพอแล้ว

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 21/06/2017

เครื่องตัดหญ้ามีชีวิต

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 08/06/2017

หลังจากอุดอู้อยู่ในลังจิ้งหรีดมานาน วันนี้ถึงเวลาที่ต้องปล่อยลงดินกันแล้ว จงเติบใหญ่เเข็งเเรงอย่างเต็มภาคภูมิเถอะพวกเจ้า

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 06/06/2017

ประกาศนะครับพี่ๆน้องๆ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 05/06/2017

นอกจากผมจะกินอีเอ็ม วันนี้หอมทั่วคอกเลย ราดอีเอ็มทั้งเล้าหมดคอก หอมสดชื่น

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 04/06/2017

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้โพสอะไรยุ่งๆนึดนึงครับ

It's now easier to send บ้านไก่งวงบอนบอน a message. 31/05/2017

It's now easier to send บ้านไก่งวงบอนบอน a message.

It's now easier to send บ้านไก่งวงบอนบอน a message.

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 28/05/2017

ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 28/05/2017

กดตามกันนะครับ เข้าไปที่เมนู ค้นหา พิมพคำว่า บ้านไก่งวงบอนบอน กดถูกใจ จบพิธี รับรองความรุ้และเทคนิคกับเพื่อนๆเพียบ ขอบคุณครับ ฝากกดติดตามด้วยนะครับสำหรับทุกๆท่าน

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 28/05/2017

หลายคนเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมถึงต้องให้หญ้าขนกับนกทั้งที่นกบางชนิดในธรรมชาติอาจไม่เคยกินหญ้าชนิดนี้ด้วยซ้ำดังนั้น เรามาหาความรู้จากเรื่องหญ้าๆกันครับ



ประโยชน์ของหญ้าขน ก็คือ มีไฟเบอร์สูง มีวิตามินซี เหมาะสำหรับสัตว์กินพืช ไฟเบอร์มีความสำคัญอย่างมากที่จะช่วยในกระบวนการย่อยให้เป็นไปตามปกติ
ในอาหารเม็ดที่เราให้กันทั่วไปจะมีไฟเบอร์ต่ำกว่า แต่ในหญ้าขนจะมีไฟเบอร์สูงกว่านั้นมาก

ข้อแตกต่างระหว่างหญ้าขนสดกับหญ้าขนแห้ง
1. หญ้าขนสดจะมีวิตามินซีมากกว่าหญ้าขนแห้ง เนื่องจากวิตามินซีจะหายไปจากการตากแห้ง
2. หญ้าขนแห้งต้องระวังเรื่องเชื้อรา เพราะถ้าหากตากไม่สนิท แล้วใส่ถุงนานๆจะเกิดเชื้อราได้
3. หญ้าสดขนมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งมีประโยชน์คือช่วยย่อยอาหาร

การให้ เหมือนเป็นของว่าง แต่หญ้าสดควรให้ตามความเหมาะสมอาทิตย์ละสองถึงสามวัน เวลาเช้า-เย็น และสามารถเสริมธัญญาพืชต่างๆได้
หญ้าขนเป็น พืชในวงศ์หญ้า เป็นหญ้าสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก เป็นพืชหลายฤดู มีเถาเลื้อย ลำต้นกลวง สูงยาว ใบเป็นรูปหอกปลายแหลมมีขนขาวๆ ปกคลุมขอบใบและแผ่นหลังใบ ถ้าเอามือลองรูดที่ขอบใบในลักษณะย้อนเข้าหาโคนใบจะรู้สึกเหมือนมีใบเลื่อย รูดแรงๆอาจบาดมือได้ โดยที่บริเวณข้อของก้านก็มีขนขาวๆเช่นกัน มีดอกเป็นช่อที่ส่วนยอดเมื่อหญ้าเริ่มแก่ มีก้านช่อดอกยาว ช่อดอกย่อยมี 10-20 ช่อ สีเขียวคล้ำปนดำ ดอกพองเนื่องจากติดเมล็ดได้ดี โดยดอกของหญ้าขนนั้น ออกดอกตลอดปี

หญ้าขนจะแพร่กระจายด้วยเมล็ด และการแตกไหลออกรากตามข้อ มีการเจริญเติบโตเป็นกอ ยอดที่สมบูรณ์ที่สุดจะสูงที่สุด และอวบ มีลักษณะเป็นปล้อง ชอบขึ้นตามดินแฉะ ชายตลิ่งหรือที่ริมน้ำ แล้วเจริญงอกงามแผ่ลงน้ำ มีไหลเลื้อยทอดไปตามดินหรือนพบได้ทั่วประเทศไทย

ลักษณะกอของหญ้าขนจะแตกต่างกันไปตามแต่ลักษณะของพื้นที่ที่หญ้าขนขึ้นอยู่ ยกตัวอย่างเช่น
ในพื้นที่ที่ดินอุดมสมบูรณ์และโล่งกว้าง หญ้าขนจะเติบโตในลักษณะเลื้อยไปกับพื้น ปล้องที่สมบูรณ์มากๆ จะอวบ และฉ่ำน้ำ สีของปล้องอาจจะกลายเป็นสีเขียวอมม่วงๆ
สำหรับพื้นที่ที่ไม่กว้างนัก และหญ้าขนขึ้นแออัด ลักษณะของยอดจะตั้งตรง ทำให้เห็นเป็นทุ่งหญ้า

วิธี การเลือกหญ้าขน
ให้เลือกหญ้าที่มีสีเขียวสด จะดีกว่าหญ้าแห้งและหญ้าที่มีสีเหลือง เพราะจะสดกรอบ และมีสารอาหารมากกว่า

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 27/05/2017

ฝากติดตามเพจ บ้านไก่งวงบอนบอน นะครับ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 27/05/2017

อาหารเสริมก่อนนอน อ้วนๆไม่เอาเอาเเบบฮึกเฮิม ตีกันบ่อยๆแสดงธาติเเท้

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 27/05/2017

มีน้องๆเพื่อนๆมาถามกันเยอะพี่ไก่กินเเล้วจะส่งผลอย่างไรสัตว์ตัวนี้กินได้ไหมแล้วEmคืออะไร เพื่อให้ง่ายเเละเป็นการเข้าใจ นะครับคือ จุลินทรีย์ใน EM
คำว่า จุลินทรีย์หรือแบคทีเรีย บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นเชื้อโรคที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตามจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิต EM (จุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก ยีสต์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) ผลิตจากจุลินทรีย์ธรรมชาติ ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ และไม่ใช่การตัดต่อยีนส์ (GMOs) ซึ่งเป็นโทษต่อมนุษย์ สัตว์และพืช EM ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ปลอดภัยซึ่งใช้กันมาก่อนในสมัยโบราณจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม จุลินทรีย์ใน EM มี 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้


1. จุลินทรีย์ผลิตกรดแลกติก

เป็นจุลินทรีย์ที่จัดอยู่ในพวกแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นกรดแลคติกได้โดยผ่านกระบวนการหมัก ซึ่งกรดแลกติกสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคบางชนิด และจุลินทรีย์อื่น ๆ ได้ เนื่องจากมี pH ที่ต่ำ เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่ามีการนำเอาจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกไปใช้ในการหมักอาหารหลายชนิด เช่น เนยแข็ง โยเกิร์ต และสามารถเก็บไว้ได้นาน ตั้งแต่หลุยส์ ปาสเตอร์ ได้ค้นพบจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกในปี พ.ศ.2400 ทำให้รู้ถึงประโยชน์ของมันที่เกี่ยวกับสุขภาพและการมีอายุยืนยาว เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีงานวิจัยที่พบว่า นอกจากมันจะอยู่ที่ลำไส้เล็กของคนแล้วมันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน มีคุณสมบัติในการต่อต้านการสูญเสีย โปรตีนในเลือด ต่อต้านการกลายพันธ์ โคเลสเตอรอลในเลือดต่ำ และการมีความดันโลหิตต่ำ

2. ยีสต์

เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวตั้งต้นในการหมัก ยีสต์เป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักเบียร์หรือแอลกอฮอล์ และใช้ในการทำขนมปัง ยีสต์ค้นพบโดยพ่อค้าชาวดัทช์ ชื่อ แอนโทนี แวน ลีเวนฮุค (ในปี พ.ศ.2175 -2266) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเป็นคนแรกในโลกเรื่องจุลินทรีย์ ยีสต์ถูกจำแนกเป็นสัตว์เซลเดียว ซึ่งแตกต่างจากเชื้อราเพราะมันจะอยู่เป็นเซลเดียวไปตลอดชีวิต ในโลกของจุลินทรีย์จะมีกลุ่มจุลินทรีย์กลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ ยีสต์จะมีอยู่มากในสิ่งแวดล้อมที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ตามผิวของผลไม้ ใน EM ยีสต์ผลิตจะสารชีวพันธ์ต่าง ๆ หรือสารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต เช่น กรดอะมิโน และแป้ง

3. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

โฟโต้ทรอปฟิคแบคทีเรีย (เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) เป็นแบคทีเรียโบราณที่เกิดมาก่อนการเกิดดาวเคราะห์โลกที่มีออกซิเจนหนาแน่นอย่างเช่นในปัจจุบัน จากชื่อของมันบ่งบอกให้รู้ว่ามันใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์และอนินทรีย์จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีอยู่ตามนาข้าว ทะเลสาบ และทุกหนทุกแห่งบนโลกนี้ ในทางปฏิบัติจะพบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพนี้ตามทุ่งนาเพราะมันย่อยสลายอินทรียวัตถุได้ดี ทั้งในการบำบัดน้ำเสียมีงานวิจัยที่รายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของจุลินทรีย์นี้ ส่วนที่ใช้ในการเกษตร การเลี้ยงสัตว์น้ำ และการเลี้ยงสัตว์ทั่วไปภายใต้สภาพที่มีการผลิตไฮโดรเจนมันสามารถย่อยสลายสารต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

Timeline photos 27/05/2017

อะไรหนอคือโบกาฉิติดตามอ่านเรื่องนี้ก่อนครับ แล้วค่อยตัดสินใจประโยชน์เยอะเเยะมากมาย วันนี้จะกล่าวถึงเรื่องการทำ
โบกาฉิ อาหารสัตว์
วัสดุและส่วนผสม
1.เปลือกหอยป่น กระดองปูป่น กระดูกป่น แกลบเผา อย่างละ 0.2 กิโลกรัม
2.ปลาป่น กากถั่ว อย่างละ 6 กิโลกรัม
3.รำละเอียด 20 กิโลกรัม
4.อี.เอ็ม. กากน้ำตาล 10 ซีซี
5.น้ำสะอาด 5 ลิตร
วิธีทำ
ผสมวัสดุที่ใช้ทั้งหมด เข้าด้วยกันจนเข้ากันดี
ละลาย E.M. กากน้ำตาล , น้ำ, คนจนเข้ากันดี นำไปราดเป็นฝอยบนส่วนผสมในข้อที่ 1 คลุกเคล้าให้เข้ากันดี และให้ความชื้นไม่เกิน 40%
เอา บรรจุใส่กระสอบป่านผูกปากให้แน่น ใส่ลงไปถุงพลาสติก ดำทึบแสงขนาดใหญ่อีกชั้นหนึ่ง มัดปากถุงให้แน่น อย่าให้อากาศเข้าหมักไว้ 3 วัน ความร้อนจะอยู่ระหว่าง 35 – 40 เซลเซียส
เมื่อหมักครบ 3 วัน เอากระสอบออกจากถุงพลาสติกดำทึบแสง ตั้งทิ้งไว้ในร่มอีก 3 วัน อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และจะเย็นลงโดยพยายามกลับกระสอบทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นในกระสอบไปกองอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง จะทำให้จับกันเป็นก้อนได้
ข้อสังเกต
เมื่อหมักได้ที่แล้ว จะมีกลิ่นหอมกว่าโบกาฉิอื่น ๆ
วิธีใช้
ใช้ผสมกับอาหารสัตว์ เช่น หมู ไก่ กบ ฯลฯ ในอัตรา 2% ของอาหารที่ให้แต่ละครั้ง จะทำให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงให้ผลผลิตสูง
นำ ไปละลายน้ำในอัตราส่วน 1 – 2 กิโลกรัม/น้ำสะอาด 100 ลิตร ทำให้เป็นปุ๋ยน้ำหมักทิ้งไว้ 12 – 24 ชั่วโมง ก่อนนไปรดพืชผักต่าง ๆ โดยเฉพาะพืชผักที่ปลูกใหม่ ๆ จะทำให้ผักฟื้นตัวและโตเร็ว
ใช้หว่านลงไปในบริเวณสระน้ำ เพื่อช่วยปรับสภาพน้ำที่เน่าเสีย

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 27/05/2017

หมั่นเฝ้าสังเกตุอาการไก่หน่อยนะครับช่วงนี้อาการเปลี่ยนแปลงมีอาการเเปลกๆควรจับแยกเเละทำการรักษา หรือติดต่อปศุสัตว์ใกล้บ้านท่านได้ทุกเเห่ง

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 26/05/2017

การใช้ อี.เอ็ม. กับการเลี้ยงไก่
ใช้ E.M. ที่ขยายแล้ววฉีดพ่นตามพื้นที่กำจัดกลิ่นแก๊สและกลิ่นเหม็นจากมูลไก่ ทุก ๆ 3 วัน หรือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง มูลไก่ เหล่านี้นำไปใช้ทำปุ๋ยหมัก หรือนำไปใช้เป็นปุ๋ยใส่บริเวณทรงพุ่มต้นไม้และแปลงผักต่าง ๆ
ผสม อี.เอ็ม. (หัวเชื้อ) กับน้ำกลั่น อัตราส่วน 1 : 1 ใช้แทนวัคซีน หรือหยอดตาหรือหยอดจมูกไก่ ตัวละ 1 – 3 หยด (ทำในช่วงระยะเวลาปกติของการใช้วัคซีนและตามขยาดอายุไก่)
เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหรือป้องกันโรคไก่ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้

การใช้ อี.เอ็ม. กับการเลี้ยงสัตว์
ทำ การขยาย อี.เอ็ม. ในอัตราส่วน อี.เอ็ม. 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 100 ลิตร แล้วปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 3 วัน (ตามที่กล่าวไว้) นำไปฉีด ล้างให้ทั่วคอกจะสามารถกำจัดกลิ่นมูลเก่าได้ภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อสะอาดปลอดกลิ่นดีแล้ว ต่อไปใช้สัปดาห์ละ 1 – 3 ครั้งก็พอ โดยน้ำล้างคอกที่มี อี.เอ็ม.ผสมอยู่ด้วยจะลงไปช่วยบำบัดน้ำเสียตามท่อและบ่อพักให้สะอาดขึ้นด้วย
ผสม E.M. 1 ลิตรต่อน้ำสะอาด 5,000 – 10,000 ลิตร โดยประมาณ ให้สุกรกินทุกวัน เพื่อช่วยให้สุกรแข็งแรง และมีความต้านทานโรคและป้องกันกลิ่นเหม็นจากสุกรที่เกิดขึ้นใหม่ด้วย
ผสมสุโตจู 1 ลิตรกับน้ำสะอาด 100 ลิตร เทราดตามบ่อน้ำทิ้ง เพื่อกำจัดหนอนแมลงวัน จะช่วยลดจำนวนลงได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์
ผสมซุปเปอร์โบกาฉิ สำหรับอาหารสัตว์ ประมาณ 2 % กับอาหารที่ให้สัตว์กิน

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 26/05/2017

เคยลองกันไหมกากถั่วหมักยีสต์ ทำเองก็ไม่ต้องใส่ยูเรียนะครับเพื่อนๆ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 26/05/2017

ปล่อยนอนข้างนอกตามใจไม่ได้แล้ว ยุงเยอะโพดนอนในมุ้งละกันนะเด็กๆ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 26/05/2017

วันนี้กับภาระกิจขยายเชื้อEm เพื่อเด็กๆจะได้สุขภาพสมบูรณ์

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 24/05/2017

วันนี้มาพูดถึงการใช้จุนลินทรีย์ในไก่ไข่กันอีก1วันนะครับ จะได้ไม่เบื่อ
การใช้ EM กับไก่ไข่
ตามปกติอาหารไก่ ที่ทางโครงการชีววิถีฯ แนะนำเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ การเพาะปลวกให้ไก่กิน โดยการทำบ่อปลวกหลาย ๆ บ่อ เปิดวันละบ่อ หมุนเวียนให้ไก่กิน ทำให้ประหยัดค่าอาหารไก่
-การผสมจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีดังนี้ ฉีด พ่น คอกเสมอ ด้วย EM ขยาย (ตัวลูก) ผสมน้ำอัตรา 1 : 1,000 เท่า ทุกสัปดาห์ หากอากาศร้อนใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง หมั่นทำความสะอาดรางน้ำดื่มของไก่เสมอๆ พ่นเป็นละอองให้ทั่วบริเวณ จะทำให้อากาศดี และกำจัดเชื้อไวรัสต่างๆ
-การให้อาหารของไก่ ผสม ซุปเปอร์โบกาฉิ 2-3 % กับอาหารให้กิน ผสม EM สด (หัวเชื้อหรือตัวแม่) กับน้ำสะอาด อัตรา 1 : 200 ให้กินตลอด (ผสมวันต่อวัน) จะทำให้ไก่แข็งแรง ปริมาณไข่มากขึ้น
-การผสม Em สด กับน้ำ ให้ไก่กิน ให้สังเกตปริมาณน้ำที่ไก่กินในแต่ละวัน มากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณที่ไก่ โดยผสมทุกวัน ในอัตรา 1 : 200 หรือ Em สด 1 ส่วน ต่อน้ำ 200 ส่วน ถ้า Em สด 1 cc ก็ต้องผสมน้ำ 200 cc เป็นต้น หากผสมเข้มข้นเกินอาจมีผลต่อขนาดไข่ไก่ ทำให้ไข่โตมาก ไก่อาจตายในขณะไข่ได้
-หมายเหตุ การเลี้ยงไก่ หากยังไม่แน่ใจในช่วงที่มีโรคระบาด อาจจะให้ปศุสัตว์ หรือสัตวแพทย์ มาฉีดยากันเอาไว้ก็ได้ มูลไก่จะมี EM ผสมอยู่แล้ว นำไปทำปุ๋ยแห้ง หรืออาหารปลา สุกร กบ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 24/05/2017

ว่าด้วยส่วนประกอบของอาหารหลักของจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผสมอาหารแก่สัตว์ ที่มีบทบาทในวันนี้จะพูดถึงประเอกตลอดกาล วันนี้ขอกล่าวถึงกากน้ำตาล
กากน้ำตาล (molasses) เป็นของเหลวที่มีลักษณะเหนียวข้นสีน้ำตาลดำ ที่เป็นผลพลอยจากการผลิตน้ำตาลทรายจากอ้อย เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตน้ำตาลทรายจากอ้อยนั้น เริ่มจากการนำอ้อยเข้าหีบได้น้ำอ้อย กรองเอากากออกจากน้ำอ้อยแล้วเคี่ยวน้ำอ้อยจนได้ผลึกของน้ำตาลทรายตกตะกอนออกมา แยกผลึกน้ำตาลทรายด้วยหม้อปั่น (centrifuge) ผลพลอยได้ที่สำคัญจาก การผลิตน้ำตาลทรายด้วยวิธีนี้ได้แก่ กากน้ำตาล
ขี้ตะกอน (filter cake) และกากอ้อย (bagasses)
กากน้ำตาลเป็นผลพลอยได้ที่มีค่ามากที่สุด เป็นส่วนของของเหลว ที่เหลือหลังจากการแยกเอาผลึกของน้ำตาลออกแล้วมีลักษณะ เหนียวข้น สีน้ำตาลเข้ม องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลซูโครสที่ไม่ตกผลึกในการผลิตน้ำตาลทราย จะมีกากน้ำตาลเป็นผลพลอยเกิดขึ้น 4 ถึง 6 % ของปริมาณอ้อยที่ใช้ในการผลิต กากน้ำตาลสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด
1. กากน้ำตาลที่ได้จากน้ำตาลทรายขาว มีน้ำตาลอยู่ประมาณ 50 – 60 %
2. กากน้ำตาลที่ได้จากการผลิตน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ มีน้ำตาลอยู่ประมาณ 48 %
3. กากน้ำตาลที่ได้จากการทำบางส่วนของน้ำอ้อยแปรสภาพให้เข้มข้นโดยระเหย วิธีนี้เป็นการผลิตน้ำตาลโดยตรง
ประโยชน์ที่ได้รับมีมากมาย ในกากน้ำตาลประกอบด้วย น้ำตาลประมาณ 50- 60 % และแร่ธาตุต่างๆ ประโยชน์ที่เห็นโดยตรง เช่น เป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากกากน้ำตาล ประกอบด้วยน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ พลังงานที่เหมาะสมจึงมีราคาไม่แพง ในกากน้ำตาลมี ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญมาก นอกจากนี้กากน้ำตาลยังใช้ในอุตสาหกรรมหมักหลายชนิด เช่น อุตสาหกรรมหมักแอลกอฮอล์ สุรา กรด มะนาว กรดน้ำส้ม กรดแล็กติก ผงชูรส ยีสต์ขนมปังและอีกหลายอย่าง เนื่องจากกากน้ำตาลมีราคาถูกจึงเหมาะสมกว่าวัตถุดิบอื่นๆ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 19/05/2017

(Beltsvill Small White) มีขนาดล่าตัวปาน กลางและขนาดเล็กขนสขีาวหนังสีขาวแข้งและนิ้วเท้าสีชมพูซีดตาสีน้่าตาลจงอยปากสีเทาปริมาณการไข่ใหผ้ลผลิตไขป่ระมาณ80 ฟอง/ตัว/ปี น่้าหนักมาตรฐาน ไก่งวง เพศผู้ น้่าหนักประมาณ 7.7 กิโลกรัม ไก่งวง เพศเมีย น้่าหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เพศผู้หนุ่ม น้่าหนกัประมาณ 6.7 กิโลกรัม เพศเมียสาว น้่าหนักประมาณ 4 กิโลกรัมคุณเจนณรงค์ค่ามงคุณนักวิชาการสัตวบาลช่านาญการได้ให้วิธีสังเกตไก่งวงตัวผู้จะมีขนคล้ายผมสีด่าแข็งติดอยู่ตรงบรเิวณหนา้อกและ ตัวเมียก็มีโอกาสพบขนสีด่า ผลผลิตไข่ 80 ฟอง/ปี น้่าหนักเมื่ออายุ 5 เดือน เพศผู้ประมาณ 6.7 กิโลกรัม เพศเมียประมาณ 4 กิโลกรัม น่้าหนักเม่ือโตเต็มท่ี เพศผู้ ประมาณ 7.7 กิโลกรัม เพศเมีย ประมาณ 5 กิโลกรัม ซงึ่ ทางสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์เลย ท่าหน้าท นอกจากนี้ยังมีไก่งวงลูกผสม (Hybrids) ซึ่งได้จากการผสมข้ามสายพันธุ์ ท่าให้ได้รูปร่า งสีสัน ที่แตกต่างไปจากสายพันธุ์หลักอีก มากมาย เช่นที่ฟาร์มไก่งวงเบญจพรศิริ ที่จงัหวัดหนองบัวล่าภู นับได้ว่าเป็นแหล่งที่มีไก่งวงลูกผสมมากที่สุดถึงกว่า 10 สายพันธุ์ ไก่งวง พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอลไวท์หรือ ขําวเมืองเลย และคุณ เจณรงค์ ค่ามุงคุณที่สถํานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์เลย งวง พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอลไวท (Beltsvill Small White) ตั้งแต่ลูกไก่ จนถึงไก่อายุตั้งแต่1-6เดือนพ่อพันธ์แม่พันธ์ ทั้งหมดประมาณเกือบ1000ี่ผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่ ตัวมีการดูแลเป็นอย่างดใีนทุกๆขนั้ตอนตั้งแต่ฟักในตู้โรงอนุบาลโรงไก่รุ่นโรงไก่เตรียมขุนโดยที่ทางสถานีได้ตั้งชื่อใหม่ว่าไก่งวงขาวเมืองเลย

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 19/05/2017

(American Bornze) จัดเป็นไก่งวงพันธุ์หนัก ขนสีบ รอนช์ปนน้่าตาลด่า ปลายขนสีขาวเล็กน้อย แข้งและนิ้วเท้าสีเทาอ่อนปนชมพูซีด ตาสีน้่าตาล จงอยปากสีเทาอ่อน ข้อสังเกต ตัวผู้ จะมขี นคล้ายผมสีด่าแข็งติดอยู่ตรงบรเิวณหน้าอกเป็นตัวบง่ชี้ลักษณะทางเพศของไก่งวงตัวผทู้ี่อายุก่อน12สัปดาห์ ผลผลิตไข่70ฟอง/ปี น้่าหนักเมื่ออายุ 5 เดือน เพศผปู้ ระมาณ 11 กิโลกรัม เพศเมียประมาณ 7 กิโลกรัม น้่าหนักเมื่อโตเต็มที่ เพศผู้ ประมาณ 15 กิโลกรมั เพศ เมีย ประมาณ 9 กิโลกรัม ไก่งวงพันธุ์อเมริกันบรอนช์ ที่ศูนย์วิจัยและบํารุงพันธ์สัตว์ทับกวํางไก่งวงคาดว่าจะเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผเู้พาะเลี้ยงเหมือนสัตว์เศรษฐกิจอื่นๆแนวทางและวิธีการเลี้ยงแบ่งออก ได้เป็น2แนวทางคือเลี้ยงเพอื่การจ่าหน่ายลูกไก่งวงและเลี้ยงเพื่อจ่าหน่ายเนื้อไก่งวงไก่งวงจะเริ่มออกไข่เมื่อไก่อายุ6เดอืนน้่าหนัก ประมาณ5-6กก. จะต้องมีรูปร่างขนาดน้่าหนักและเปลือกตรงตามสายพันธุ์ โดยที่เปลือกไข่ต้องแข็งไม่อ่อนหรือเปราะ ด๊อกเตอร์คอลลิน ฟรีแมน และทมี นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ และวอร์วิคพบว่าโปรตีนชื่อ ovocledidin-17 เป็นกุญแจส่าคัญที่ท่าให้ไข่มเี ปลือกแขง็ อย่างทเี่ ห็น และด้วยเหตผุ ลง่ายๆ ก็คือ โปรตีนทจี่ ่าเปน็ ดังกล่าวจะสามารถผลิตไดจ้ ากในตัวไก่เท่านนั้ ดังนนั้ ไขจ่ ึงไม่มีวันที่ จะเกิดขึ้นมาก่อนที่จะมีไก่ได้โปรตีนOC-17ท่าหน้าทเี่ปน็ตัวกระตุ้นและเริ่มตน้กระบวนการเปลยี่นสภาพของแคลเซียมคารบ์อเนตจากในตัว ไก่ให้อยู่ในรูปของเปลือกแข็งทใี่ช้ห่อหุ้มไข่แดงและไขข่าวซึ่งหากไม่มีไก่ขั้นตอนหรือกระบวนการนี้ก็จะไม่อาจเกดิขึ้นได้และสามารถ น่าไปใช้ในการหาอายไุด้อีกด้วย ในการฟักไข่นั้นสามารถที่จะให้แม่ไก่ฟักเองตามธรรมชาติ หรือจะใช้วิธีนาเข้าตู้ฟักไข่ก็ได้ แต่ในที่นี้จะแนะนาให้ใช้ตู้ฟักไข่จะสะดวกต่อการผลิตลูกไก่เป็นรุ่นๆ ขอบคุณข้อมูลดีๆจากอินเตอร์เน็ตครับ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 19/05/2017

วันนี้ปล่อยไก่เดินเล่นปกติเดิมตามไก่ไปเรื่อย เหลือบเห็นซากไก่งวง พยามคิดว่าคือนกอะไร สรุปว่าไก่งวงเรา ผลที่ได้รับคือขังแต่เช้าเเละเสียงเเหกปากทั้งวัน

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 19/05/2017

เกิดมารุ่นนี้ไม่มีคำว่ากกไฟ ฝึกสันชาติญาณของไก่งวงตัวน้อยและเเม่ไก่

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 19/05/2017

ลูกไก่ชุดนี้ คงได้เก็บไว้หมดเพราะเจ้าของเดิมล้มเลิกกิจการ เดียวเก็บไว้ไขว้สายดีกว่า

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 19/05/2017

อย่าลืมเเร่ธาตุกันนะครับสำหรับบำรุงเด็กๆ วิตามินเสริมก็ให้ควบคู่กันไป ปล่อยหากินบ้างเพื่อให้เด็กๆเรียนรุ้เเละเเสดงพิติกรรมเค้า อย่างเต็มที่ ไก่ไม่เครียดและเเข็งเเรงครับ

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 18/05/2017

ชุดนึงปล่อย อีกชุดนึงขัง เพราะทุกอย่างมีเหตุผม

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 18/05/2017

รุมกินโต๊

Photos from บ้านไก่งวงบอนบอน's post 17/05/2017

จมดินเลย

Timeline photos 16/05/2017

พืชสมุนไพรในบ้านเรามีอยู่ก็ใช่น้อยวันนี้จะพูดคุยถึงการเก็บสมุนไพรเพื่อให้เด็กๆเรากินเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้กับเด็กๆกันดีกว่า
เพื่อ ให้เหมาะแก่การใช้ปรุงเป็นยา การสับยายังช่วยทำให้ยาสดที่เก็บมาผึ่งแห้งได้เร็ว ไม่ก่อให้เกิด
เชื้อรา ยาที่มีปริมาณน้ำมากๆ ควรสับให้เป็นแผ่นบางๆ เพื่อให้ยาแห้งทันก่อนที่จะเกิดเชื้อรา

:: อุปกรณ์ที่ใช้ ::
1. มีด และ เขียง สำหรับสับยา
2. ถาดขนาดใหญ่ สำหรับใส่ยาที่สับแล้ว
3. กระสอบป่านหรือผ้าใบ สำหรับปูรองรับยา
4. ผ้านวม หรือ แผ่นยาง สำหรับรองเขียงกันเสียงดังเกินไป

:: ขั้นตอนการสับยา ::
1. ปูกระสอบป่านหรือผ้าใบบนโต๊ะสับยา
2. วางถาดลงบนกระสอบป่านหรือผ้าใบ
3. วางเขียงลงในถาด โดยใช้ผ้านวมหรือแผ่นยางรองใต้เขียง
4. นำชิ้นยาสมุนไพรมาสับตามขนาดที่ต้องการ ระวังอย่าให้ยากระเด็น
ออกนอกถาด หรือนอกแนวผ้าใบ

:: การเก็บยา ::
1. นำยาที่สับแล้วไปใส่ลงตามลิ้นชักที่มีชื่อยานั้นๆ หรือนำไปอบให้แห้ง
2. นำยาที่สับได้ใส่ปีบหรือถุงสำรองยา เขียนชื่อ และวันที่ติดให้เรียบร้อย ล้าง
เช็ดอุปกรณ์การสับยาให้เรียบร้อย ผึ่งให้แห้ง แล้วนำเก็บเข้าที่
จบกระบวนการ ใส่โหลหรือใส่เเคปซูลปิดให้สนิดกันความชื้นเข้าแค่นี้ก็มีสมุนไพรให้เด็กๆกินได้ตลอด

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


14 ม.1 ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เ
Ban B**g Sam Phan Nok
67160

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00