โครงการปันยิ้ม

โครงการปันยิ้ม

ความคิดเห็น

ปากแหว่งเพดานโหว่คับ
ลูก

PunYim Project - Assumption University,
โครงการปันยิ้ม - "สร้างฝัน ปันรอยยิ้ม" :D
Email: [email protected]
IG : punyimproject ผู้จัดทำโครงการเล็งเห็นว่าวิชาภาษาอังกฤษนั้นเป็นวิชาที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นภาษาสากลของโลกและยังมีความสำคัญยิ่งขึ้นอีกเนื่องจากจะมีการเปิดสมาพันธ์อาเซียน ภาษาอังกฤษจึงจะมีความสำคัญมากต่อเยาวชนซึ่งจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานในอนาคต ในปัจจุบันโรงเรียนในเขตปริมณฑลและต่างจังหวัด นักเรียนยังมีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ต่ำ ผู้จัดทำโครงการจึงมีความประสงค์ที่จะ
1. เสริมความรู้ด้านภาษาอังกฤษ
2. ปลูกฝังจริยธรรมไปพร้อมๆกันโดยการให้เหตุผลเป็นหลัก

เปิดเหมือนปกติ

Photos from โครงการปันยิ้ม's post 08/01/2022

"เก็บความเป็นเด็กในหัวใจเราไว้,,,"

สุขสันต์วันเด็กนะครับทุกคน
คิดถึงเด็กๆ จัง 💙💙

#โครงการปันยิ้ม
#punyimproject
#abac

03/01/2022

ตอนเด็กๆ เราต่างคุ้นเคยกับการเรียก “ครูครับ ครูขา”
ผ่านช่วงเวลาและความทรงจำเกี่ยวกับวัยเรียน
ที่มีครูเป็นผู้ดูแลให้ทั้งความรู้และความรัก
คอยบ่มเพาะให้โตมาเป็นคนที่ดีมีคุณภาพ
ส่งนักเรียนแต่ละคนให้ไปถึงฝั่งฝันด้วยความภูมิใจ

ถึงตอนนั้นจะรักและเข้าใจความสำคัญของครู
แต่ก็ไม่รู้คุณค่าและความหมายของอาชีพนี้จริงๆ
ว่าเค้ารู้สึกยังไง คิดอะไร ต้องเตรียมตัวสอนแบบไหน
มีเรื่องราวนอกห้องสี่เหลี่ยมอีกมากมายที่เราไม่ได้เห็นกัน

เมื่อได้เข้ามหาลัย พอเรียนไปเรื่อยๆ
ก็เริ่มคิดว่าชีวิตมันคงจะเฉาเกินถ้าไม่ทำอย่างอื่นบ้าง
เลยมองหากิจกรรมใหม่ๆ ประตูบานใหม่ๆ
ที่จะพาเราไปเจอโลกอื่นนอกเหนือจากตำรา
จนได้มาเจอเพื่อนชวนไปทำโครงการอาสาบางอย่าง

“ลองป่าว ไปสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ กัน
ไหนๆ เราก็เรียนมหาลัยอินเตอร์อยู่แล้ว
ก็เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์สำหรับคนที่เค้ารอโอกาส”

น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความลิงโลดของเพื่อนในวันนั้น
ได้ผลักดันให้ผมและทีมงานไปคุยกับคณะครูตามโรงเรียน
เพื่อติดต่อเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยสอนภาษาอังกฤษ
และจัดกิจกรรมสนุกๆ ให้เด็กๆ เมื่อมีโอกาส

รู้ตัวอีกทีก็พาตัวเองมาอยู่ในห้องเรียนเล็กๆ
พร้อมสมุดโพยในมือว่าวันนี้จะสอนอะไรบ้าง
จะทำยังไงให้เด็กๆ ได้ทั้งเรียนและเล่นกัน
เหมือนเป็น “Coffee Break” จากคาบเรียนหนักๆ
ให้เค้าได้พักมาสนุกกับเนื้อหาและเกมส์ภาษาอังกฤษที่เราเตรียมมา
ช่วงแรกๆ ยอมรับว่าตื่นเต้นเหงื่อปุดๆ เลยทีเดียว
ตามประสาคนไม่เคยสวมบทเป็นครูมาก่อน
จนได้มาเจอจุดเปลี่ยนบางอย่าง
“สวัสดีครับ/ค่ะ ครู วันนี้มีเกมส์อาราย”
น้ำเสียงเจื้อยแจ้วที่เอ่ยถาม
ผ่านแววตาคู่น้อยๆ ส่งประกายกลับมาให้
ทำเอาหัวใจเราพองโตอย่างบอกไม่ถูก
เพราะเรียนมาทั้งชีวิตไม่คิดเลยว่าจะมีวันหนึ่ง
ที่มีคนเรียกเราว่า “ครู” ทั้งที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่
ไม่ได้เข้าโปรแกรมเป็นนักศึกษาฝึกงานวิชาชีพนี้โดยตรง
แต่พลังที่ส่งกลับมาก็ยิ่งช่วยย้ำเตือนว่าพวกเค้าเห็นเราเป็นครูจริงๆ

เลยยิ่งมีกำลังใจอยากสอน อยากคิดเกมส์
คิดกิจกรรมสนุกๆ สร้างสรรค์ออกมาให้ได้มากที่สุด
เพื่อให้เค้าได้สิ่งที่ดีที่สุดจากเราไป
บรรยากาศการเรียนจึงเป็นไปด้วยความสนุก อบอุ่นหัวใจ
เหมือนทั้งเราและเด็กๆ ต่างก็ได้พักจากคาบเรียนตัวเอง
มาแชร์โมเม้นต์ดีๆ ร่วมกัน

การมีเด็กๆ นักเรียนเข้ามาเติมเต็มในช่วงเวลานั้น
นอกจากจะช่วยให้เราอยากพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษแล้ว
พวกเค้ายังเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน
ไม่เคยบริหารจัดสรรเวลาชีวิต ก็ได้มาลองทำดูจริงจัง
อาทิตย์นี้มีตารางสอนวันไหน วันนั้นวันนี้จะสอนเรื่องอะไร
ถ้าเด็กคนไหนไม่เข้าใจ เราจะช่วยเค้ายังไง
ถ้าใครไม่กล้าแสดงออก จะมีวิธีไหนให้เค้าได้ปล่อยของบ้าง
พอเห็นเค้าใบหน้าเปื้อนยิ้ม มีเสียงหัวเราะ
สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเราและทีมงาน
ก็ยังทำให้การเรียนวิชาภาษาอังกฤษมีสีสันกว่าที่เคย
จนแทบไม่รู้สึกเลยว่าเวลามันผ่านไป 1 ชั่วโมง
เพราะกำลังสนุกไปด้วยกันทั้งเราและนักเรียน

นี่แหละมั้งคุณค่าและความหมายของการเป็น “ครู”
ที่ไม่เพียงแต่จะได้แชร์ความรู้ของเราส่งต่อไป
แต่ยังแชร์หัวใจ ปันยิ้มให้เด็กๆ เค้าได้มีความสุข
ได้ความทรงจำดีๆ ในช่วงวัยเรียน

และยิ่งดีใจใหญ่ที่ได้เห็นเพื่อนๆ พี่น้องทีมงานด้วยกัน
ได้พลังจากตรงนี้ไปด้วย จนทุกคนต่างพยายามงัดเอา
วิชาความรู้ที่มีมาใช้กันอย่างเต็มที่ โดยไม่สำคัญเลยว่า
ใครจะอยู่ Eng. 1 2 3 หรือ 4 เพราะทุกคนอยากสอนด้วยใจ

สิ่งเหล่านี้คือเรื่องราว
ที่เราได้เรียนรู้จากการมาทำกิจกรรมนอกห้องเรียน
ขอบคุณ “โครงการปันยิ้ม” ขอบคุณคณะครูในโรงเรียน
ขอบคุณทีมงานที่ตั้งใจไปด้วยกัน
และขอบคุณเด็กๆ ที่น่ารักของครู รักพวกหนูเสมอนะ
ปันยิ้มจะอยู่ในใจตลอดไป,,,

#โครงการปันยิ้ม
#PunYimProject
#ABAC

29/07/2021

ในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น เมื่อใครๆ ต่างก็ทำ Content Marketing
พยายามดึงความสนใจผู้บริโภคกันไปหมดในพื้นที่เท่าเดิม
เพิ่มเติมคือต้องอัดฉีดงบกันมากขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนเห็นเนื้อหาเรา
และถ้าเห็นเราก็จะมีเวลาเพียง 1.7-3 วินาทีเท่านั้น
ว่าจะหยุดนิ้วคนอ่านไม่ให้ไถจอหนีได้หรือไม่
.
อยากให้ทุกคนลองปิดตาข้างหนึ่ง
แล้วสมมุติว่าโลกนี้ไม่มีการยิง Ads
ไม่มีการอัดงบโฆษณาเพื่อเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เห็น Content เราเลย
เราจะทำยังไงถึงจะ “หยุดนิ้ว” คนอ่านให้หยุดและกดอ่านเรื่องราวของเราได้?
.
พลังแห่งศาสตร์และศิลป์ของการเขียน Content
จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เนื้อหาของแบรนด์เรา (หรือแบรนด์ลูกค้า)
เข้าถึงใจและให้คุณค่ากับคนอ่านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
ซึ่งคอร์สนี้จะมาแชร์วิธี เทคนิค การเขียน Copy หรือพาดหัวในรูปให้โดน
การออกแบบ Caption ให้น่าอ่าน รวมถึงการเลือกรูปให้สื่อความหมาย
.
คอร์สนี้เหมาะกับ:
- คนที่สนใจอยากมีหรือพัฒนาทักษะด้านการเขียน
- คนที่ทำงานด้าน Content (ได้ทั้งในแบบ Personal หรือในเชิง Commercial)
.
สิ่งที่ต้องเตรียมมา: สมุด ปากกา และแพสชั่นในการเขียน
.
*
แล้วพบกัน วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2021 ตั้งแต่เวลา 19.00-21.00น.
ณ page: Clazy Cafe (ผ่าน Zoom)
ติดต่อ: 086-668-9071
.
ผู้ที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่: https://forms.gle/GB4xLRDyAU7K73At9
*กิจกรรมนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย
.
การยืนยันการเข้าร่วมงาน
- เมื่อกรอกข้อมูลการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมใน Google Form และกด "Submit" แล้ว ท่านจะได้รับ Link Zoom เพื่อการเข้าร่วมกิจกรรม (ในกรณีที่ท่าน Copy Link ไม่ทัน ทางทีมงานจะส่งไปให้อีกรอบทาง Email ของท่านไม่ช้ากว่า 3 วันก่อนวันงาน)
- หากท่าน Submit Google Form เรียบร้อยแล้ว จะมี Email "[email protected]" ส่งอัตโนมัติไปยัง Email Address ที่ท่านกรอก เพื่อเป็นการยืนยันว่าทางทีมงานได้รับข้อมูลการสมัครของท่านแล้ว และในกรณีทั่วไป ท่านจะสามารถมาเข้าร่วมงานได้เลย (หากท่านไม่มั่นใจ สามารถ Inbox มายัง page: 'Clazy Cafe' ได้ครับ)
- หากท่านไม่สามารถเข้า Google Form ได้ หรือพบว่า Google Form ปิดรับลงทะเบียนแล้ว นั่นแปลว่า ทางทีมงานปิดรับสมัครกิจกรรมนี้แล้ว (แปลว่าหาก Google Form เปิดอยู่ แล้วท่าน Submit ข้อมูลแล้ว สามารถมาร่วมงานได้เลยครับ)
- โดยมาตรฐาน เราจะปฏิเสธผู้เข้าร่วมเมื่อ
1) มีผู้สมัครเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เกิน Limit ของกิจกรรมที่ตั้งไว้
2) กิจกรรมมีการเลื่อนหรือยกเลิก
ซึ่งทุกกรณีจะมีทีมงานโทรติดต่อไปหาท่านโดยตรง
.
*
เกี่ยวกับผู้สอน คุณแคน กิตติพิชญ์
- นักเขียนและเจ้าของเพจ “Side Stories: เรื่องราวระหว่างทาง” https://www.facebook.com/SideOfStories/
- ผู้หลงรักในงานเขียนมาทั้งชีวิต และมีประสบการณ์ทำงานด้าน Content Markrting ให้กับบริษัทเอเจนซี่และแบรนด์ต่างๆ มาหลายปี

23/07/2021

#กราบเรียน ยังงี้นะคะ
ใกล้เข้าหยุดยาวแล้ว
แต่ก็ไม่รู้จะได้ไปเที่ยวจริงๆ เมื่อไหร่
ผีในห้องเริ่มเบื่อหน้าเราแล้วนะ 😂😂

#ล็อกดาวน์
#Apublicist
#PRAgency

22/07/2021

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์รอบตัว
แทบจะดูมืดบอดไปหมดจากพิษ COVID-19
ที่เปลี่ยนชีวิตเราให้วนอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม
อยู่กับหน้าจอคอมและข่าวสารที่
เสพแล้วชวนความดันขึ้น
พร้อมเครื่องหมายคำถามที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด

เมื่ออะไรที่เราควรจะได้กลับไม่ได้
อะไรที่ควรเป็นที่พึ่ง ก็ไม่เคยเป็นที่พึ่ง
เสียเวลา กำลังใจ เสียโอกาสในชีวิตไปมากมาย
ทำบุญให้ตายถ้าไม่แก้ให้ตรงจุดก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี

กลายเป็นไฟลท์บังคับให้ทุกวันนี้
เรามีแต่ต้องดูแลพึ่งพากันเองในทุกมิติ
ใครมีอะไรที่พอจะช่วยซัพพอร์ตกันได้
ก็เป็นเวลาที่ต้องงัดออกมาใช้กันให้เต็มที่

ช่วงที่ผ่านมานี้หากไถฟีดหน้าจอไป
หลายคนอาจจะได้เห็นแบรนด์
และเพจ Influencers ต่างๆ
โพสต์คอนเท้นต์แนวช่วยเหลือกันเต็มที่
“ฝากร้าน” ใต้โพสต์ได้เลยจ้า
ใครมีเพื่อนแท็กเพื่อน ใครมีแฟนแท็กแฟนเร่เข้ามา
บางทีก็เห็นเพจที่บอกว่า
“โพสต์นี้จะ boost โฆษณา ฝากร้านมาได้เลย”
หรือแม้แต่ Plan B Media
บริษัทสื่อโฆษณายักษ์ใหญ่
ก็ยังโดดร่วมวง เปิดให้บรรดาร้านอาหาร
ที่มีหน้าร้านแล้วได้รับผลจากวิกฤต
ให้มาร่วมลงชื่อฝากร้านผ่านจอกันได้เลย
(ที่มา: https://cutt.ly/Gm1c0wz)

หรือแม้แต่กลุ่มศิลปินไทย
ก็ยังรวมพลังพร้อมใจกันจัดงาน เปิดหมวกเฟสติวัล
ทั้งการโพสต์ให้เปิดพื้นที่ให้ “ฝากผลงานดนตรี”
รวมถึงเปิดคอนเสิร์ตในรูปแบบออนไลน์
ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องคนดนตรี
ที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิดนี้ให้ผ่านไปด้วยกัน
(ที่มา: https://cutt.ly/Tm2sb8u)

สิ่งที่เห็นเหล่านี้คือ “Empathetic Marketing”
หรือแนวคิดการตลาดแบบเห็นอกเห็นใจกัน
โดยมีหัวใจสำคัญที่แบรนด์ องค์กร และนักการตลาด
สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามเหมาะสม

1. เข้าใจ Pain Point ของกลุ่มผู้บริโภค
- โดยเริ่มจากการ “เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา” ลองสวมแว่นในมุมของเค้า(ผู้บริโภค) แล้วค่อยๆ ศึกษาทำความเข้าใจในมุนนั้นอย่างเต็มที่ เป็นกลาง เป็นเหตุเป็นผล ด้วยความเห็นอกเห็นใจ เพื่อให้เข้าถึง insight ว่าเค้ากำลังรู้สึกยังไง พูดคุยอะไรกัน ต้องการอะไรอยู่บ้าง

-------

2. เอาจุดแข็งของแบรนด์มาเสิร์ฟตรงนั้น
- พอได้รู้แล้วว่ากลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายเราเค้ามี insight ความต้องการอะไรยังไง ก็ค่อยๆ มาวิเคราะห์ว่าแบรนด์เรามีจุดแข็งอะไรที่สามารถตอบโจทย์ Pain Point ตรงนั้นได้บ้าง แล้วค่อยๆ หา “จุดตรงกลาง” ที่จะมาเจอกัน เมื่อ Demand เกิด Supply สนองตอบอย่างดี นอกจากจะได้ช่วยเหลือกันแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ด้วย

-------

3. เน้นสร้าง “ปฏิสัมพันธ์”
- เมื่อมี “Who (ผู้บริโภค)” มี “What (จุดแข็งแบรนด์)” กับ “When + Where (จุดแข็งแบรนด์+pain point ผู้บริโภค) ทีนี้ก็มาคิดต่อยอดกันไปถึง “How” กันค่ะ ว่าในพื้นที่เล็กๆ อันอบอุ่นที่เราสร้างให้เค้านั้น จะมีเครื่องมือทางการตลาดอะไร แล้วจะใช้วิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้เกิดการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน อย่างการเปิดพื้นที่ให้ฝากร้านก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

คือ แบรนด์ได้ใช้จุดแข็งที่มี ทั้งในเรื่องฐานแฟนที่กว้างมาช่วยโปรโมทร้านบนพื้นที่และวิธีการที่ตัวเองถนัด แถมได้โอกาสศึกษากลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นอีกจากการคอมเม้นต์โต้ตอบคุยกันในโพสต์ ส่วนร้านค้าก็ได้โอกาสลืมตาอ้าปาก ทำธุรกิจต่อได้แม้ในช่วงโควิด ได้ทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่หรือเรียกลูกค้าเก่ากลับมา มองทางไหนก็ Win-Win ไปด้วยกัน

ในภาวะที่หลายอย่างไม่เป็นใจ
จนเราต้องพึ่งพากันเองมากกว่าเคย
แต่อย่างน้อยการมาของ
ปรากฏการณ์ “Empathetic Marketing” นี้
ก็เป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ที่ช่วยให้เราได้เห็นแง่มุมดีๆ
มุมที่เรายังคงเป็นสังคมแห่งการเห็นอกเห็นใจ
พร้อมแบ่งปัน ช่วยเหลือกันเสมอมา,,,

#EmpatheticMarketing
#Apublicist
#PRAgency

Timeline Photos 21/07/2021

Timeline Photos

ล็อกดาวน์ไปได้สักพัก มันก็จะแน่นๆ หน่อย
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารเดลิเวอรี่
รู้ตัวอีกที กินทุเรียนวนไปแล้วจ้าา
ใครเป็นแบบนี้บ้าง เราคือเพื่อนกันนน 😂😂

#ล็อกดาวน์
#Apublicist
#PRAgency

Photos from A Publicist's post 20/07/2021

Photos from A Publicist's post

19/07/2021

หนังสือบางเล่ม
อาจไม่ได้ดึงดูดใจเราแต่แรก
เผลอมองผ่านแม้จะวางอยู่ตรงหน้า
ทั้งที่ยังไม่ทันรู้เลยว่าเรื่องราวข้างในเป็นยังไง

จนเมื่อเวลาผ่านไป
ได้กลับมายังร้านหนังสือที่เดิม
แล้วลองเปิดอ่านเล่มนั้นดู
ถึงเพิ่งรู้ว่าเราพลาดอะไรดีๆ มาตั้งนาน

เช่นกันกับ Meen CGM48
ที่ตอนแรกผมก็ไม่แม้แต่จะรู้จักเธอ
ตั้งแต่ตอนเปิดตัวสมาชิกในวง
มาจนถึงตอนปล่อยซิงเกิ้ลแรก
ก็ยังไม่ได้อินกับเธอซะทีเดียว

แต่พอได้ลองเปิดใจ เข้าไปดูไลฟ์เธอ
ก็เหมือนมีบางอย่างมาสะกดให้ผมดูแบบจดจ่อ
พลางคิดไปว่าเด็กคนนี้ดูมั่นใจดีแฮะ
สีหน้า แววตาดูมุ่งมั่นเป็นประกาย
พูดจาฉาดฉาน เม้ามอยได้ไหลลื่น
ว่าปาย ว่าซั่นเลยค่ะคุณพี่!

ยิ่งได้มาเห็นว่าเธอก็เป็นเมมสายร้อง
เสียงหวานเลยทีเดียวเชียวล่ะ
หยิบจับเพลงไหนก็ร้องได้เกือบหมด
ก็ยิ่งโดนสะกดให้อยากรู้จักเธอเข้าไปอีก

ได้มาเห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่
ดูเข้มแข็ง มีเหตุผล ตรงไปตรงมา
ถ้าแฟนคลับเล่นรึพูดไรไม่ดีมา
เตือนแล้วไม่ฟัง ก็จะโดนดุ

เป็นคนที่เหล่าเมมเบอร์ใน #CGM48
ต่างยกให้มีนเป็น “คุณแม่” ประจำวง
และเธอก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ด้วยความที่ชอบดูแลเอาใจใส่ทุกคน
ใครไม่รักษาความสะอาด
หรือถ้าใครไม่ตั้งใจซ้อมก็จะโดนดุ
เพราะไม่อยากให้เพื่อนๆ น้องๆ เธอโดนว่า
ถ้าไปออกงานแล้วแสดงออกมาไม่ดี

แม้แต่กัปตันทีมอย่างพี่ออม
ยังเอ่ยปากชม ยอมรับในตัวตน
และความเป็นมืออาชีพของเธอ

“ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา
น้องมีนเป็นน้องที่มีความตั้งใจมาโดยตลอด
เราเห็นเค้าใน Senpai เป็นยังไง
ตัวจริงก็เป็นอย่างนั้นแหละ
เค้ามีแววตาแบบนั้นเสมอ
มาซ้อมทุกครั้งด้วยความตั้งใจ
ตรงต่อเวลาทุกครั้ง
.
.
เวลาไปออกงานกัน
น้องก็จะตรงเวลามากๆ
หน้าผมพร้อม ทุกอย่างพร้อม คือมาก่อนเวลาอีก
เป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากๆ คนนึง
ในบรรดาเมมเบอร์ของเรา
เป็นคนที่เราก็ฝากอะไรหลายๆ อย่างได้

เคยบอกน้องมีนเมื่อนานมาแล้วว่า
ฝากดูแลน้องๆ คนอื่นด้วย
เพราะบางทีพี่ก็ดูแลได้ไม่ทั่วถึง
เลยให้น้องมีนช่วยดู
คอยเป็นแม่ในการ ดุน้องๆ ให้ตั้งใจซ้อม
ก็ประทับใจน้องมีนในหลายๆ เรื่องนะ
และดีใจที่เค้าเป็นคนคิดดี” - พี่ออม

ซึ่งมีนก็ไม่ได้เพิ่งมีวินัย
เมื่อตอนได้เข้ามาเป็นไอดอลนะครับ
เพราะเธอเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว
ด้วยความที่คุณพ่อเป็นข้าราชการ
ก็จะมีความเป๊ะในด้านต่างๆ
ทั้งเรื่องเวลา ห้ามเดินเสียงดัง
รึคุณแม่ก็จะคอยบอกให้เธอพับที่นอนเวลาตื่น
สิ่งเหล่านี้ล้วนปลูกฝัง หล่อหลอมเธอมาตั้งแต่เด็ก
ให้เติบโตเป็นคนมีคุณภาพอย่างที่เราเห็นกัน

และบ่อยครั้ง มีนจะเปิดพื้นที่
ให้แฟนคลับทางบ้านแชร์เรื่องราว
มาปรึกษาพูดคุยกับเธอได้
ทั้งก่อนหน้านี้ในไลฟ์
หรือช่วงหลังมานี้ ใน IG Story
ก็มีหลายคนส่งปัญหาหัวใจเข้ามาคุยกัน

แฟนคลับ: ทำยังไงให้ลืมแฟนเก่าได้คะ
ลืมแบบไม่กลับไปคิดเลยค่ะ
.
มีน: อย่าคิดถึง แต่ยิ่งห้ามไม่ให้ตัวเองคิด
เราก็จะยิ่งคิด เพราะฉะนั้นอย่านึกถึง
แล้วเราก็จะลืมเอง ทำตัวยุ่งๆ เข้าไว้
หาอะไรทำเป็นประโยชน์กับตัวเองก็ได้
หรือหลับก็ง่ายดีเหมือนกัน

------------

แฟนคลับ: เลิกกันไปแล้วเสียดายเวลาทำไงดี?

มีน: เวลาที่ผ่านมาตอนนั้นเรามีความสุขดีมั้ย?
ถ้าตอนนั้นมีก็ไม่เห็นต้องเสียดายเลย
มันผ่านไปแล้วเราย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้
มองว่ามันเป็นสิ่งที่เคยผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
เราก็ใช้ชีวิตของเราต่อไป ถ้ามัวแต่เสียดายเวลาที่ผ่านมา
ตอนนี้มันก็จะคิดถึงแต่เรื่องอดีต”

------------

แฟนคลับ: ถ้าเราชอบเพื่อน แต่เค้าไม่ชอบทำไงดีคะพี่มีน?
มีน: ทำใจค่ะ

------------

แฟนคลับ: ชอบคนมีแฟนแล้วค่ะเศร้า555
มีน: ไม่เป็นไรนะคะ ยังเหลือคนไม่มีแฟนอีก 64 ล้านคนค่ะ

------------

แฟนคลับ: ทำยังไงให้แฟนพี่มาขอแต่งงานซักที
อีกนิดจะเอาปืนจี้ ยกขันหมากไปขอเองแล้วนะคะ

มีน: ขอเองเลยค่ะ 2021 แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอฝ่ายเดียว

------------

แฟนคลับ: เค้ามากดไลค์ในสตอรี่และโพสต์ของเรา
แต่เค้ามีแฟนแล้ว ควรจะทักไปมั้ยคะ?

มีน: ทักไปทำไมคะ…

------------
ผมเองก็เคยถามมีนในไลฟ์เหมือนกัน
เกี่ยวกับปัญหาชีวิตนี่แหละ
เธอบอก “ปล่อยวางโลก?
โลกก็อยู่ของโลก
เราแค่ไปถือให้มันหนักเอง
ถ้าเราลองปล่อย เราก็ทำได้”

ประโยคในวันนั้นทำเอาผมทึ่งไปเลย
ไม่คิดว่าเด็กที่ 17 ปีในตอนนั้น
จะมีความคิดอ่านเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้

และทุกวันนี้ พอมาไล่อ่าน
ช่วงพูดคุยระหว่างแฟนคลับกะมีน
ก็รู้สึกเหมือนกำลังดู Club Friday ของพี่อ้อย พี่ฉอด
ในเวอร์ชั่นของมีนเอง
ถามมาตอบไป ตรงไปตรงมา
ในสไตล์เธอเลย 55+

ยิ่งติดตามมาจนถึงวันนี้ก็ยิ่งเห็นว่า
เธอเข้มแข็ง หนักแน่น คิดอ่านไวเสมอ
จนเกือบลืมไปว่าเธอก็มีความอ่อนไหว เปราะบางอยู่
พอได้มาอ่านคำถามนึงจากทางบ้าน
ในช่วง “ความลับหรือสิ่งที่เข้าใจผิด”

แฟนคลับ: คิดว่าเป็นคนที่ดูอ่อนนุ่มมาตลอดเลย
แต่จริงๆ เธอเข้มแข็งมาก
และเข้มแข็งมาโดยตลอด รักนะคะ
.
มีน: จริงๆ ไม่เข้มแข็งเลย5555555
พยายามทำตัวเข้มแข็ง ไม่อยากให้ใครมาปลอบ
ไม่อยากแบ่งความเศร้าของเราให้ใคร ไม่อยากให้ใครมาเศร้ากับเรา
ถ้าเป็นตอนเด็กๆ ใช่ เวลาเจ็บจะวิ่งไปหาใครสักคนบอกว่าเจ็บนั่นนี่
แต่โตมาเราแค่รู้สึกไม่อยากเอาเรื่องไม่ดีของเราไปให้คนอื่นแบกรับด้วย
แต่เราก็กลับมาเร็วอยู่นะ วิธีคือร้องไห้ให้พอ
ดีที่สุดคือวันเดียวแล้วตั้งสติ เดี๋ยวก็วันพรุ่งนี้แล้ว

ถ้าพรุ่งนี้เรายังเอาแต่รู้สึกแย่เราก็จะเสียวันนึงให้ความรู้สึกนี้ไปเลย
ถ้าอะไรดีๆ ผ่านมาเราก็อดที่จะเจอ
น้อยคนมากๆ ที่เราจะบอกเค้า
ใครถามก็จะบอกโอเคแล้ว ชิลๆ ดีขึ้นแล้ว
แต่บางทีบอกไปให้เค้าสบายใจแค่นั้นเอง
ไม่มีใครทำให้เรารู้สึกดีเท่ากับเราฮีลตัวเอง

-----------

ชื่นชมนะที่เธอให้คำปรึกษา
แนะนำคนอื่นได้ขนาดนี้
แต่พอมาคิดอีกทีก็นึกขึ้นได้ว่า
ภายใต้รอยยิ้มที่มาพร้อมฟันเขี้ยวเสน่ห์คู่นั้น
เธอต้องผ่านอะไรมามากมาย

ภาพของเด็กสาวที่นั่งซึม ยิ้มมุมปาก
ปรบมือยินดีกับเพื่อน
ในวันประกาศผลออดิชั่นรอบสุดท้าย
พร้อมหมายเลข 00257 บนเสื้อ
ที่วันนั้นต้องจบลง

แต่แล้วประตูแห่งความฝันก็เปิดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อพี่รินะ ชิไฮนิน (ผู้จัดการวง)
ต่อสายตรงมาว่าเธอติดสำรอง
จนได้เข้ามาเป็นสมาชิก 1 ใน 25 คนในที่สุด
ทว่านั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
เมื่อเธอต้องพยายามฮึดสู้กับคำว่า “ตัวสำรอง” ที่ปักกลางหลัง
ใช้มันเป็นพลังฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง
เพราะรู้สึกว่าเข้ามาเป็นสำรอง
ยิ่งต้องทำได้ดีกว่าคนอื่น
เพื่อไม่ให้คนที่เลือกมาเค้ารู้สึกคิดผิด
กลายเป็นเครียด กดดันตัวเองไปหมด
แต่ด้วยพลังรักจากพี่น้องและเพื่อนๆ ในวง
ก็ทำให้เธอไปต่อได้
“ในเมื่อมาอยู่ตรงนี้ได้แล้ว
ก็ไม่ต้องเครียดอะไรแล้ว ทำให้ดีที่สุด!”

จนได้เป็นฟร้อนท์เมมในเพลง “เชียงใหม่ 106”
เคียงข้างเซ็นเตอร์อย่าง “สิตา”
และกัปตันอย่างพี่ออมได้อย่างภาคภูมิใจ

แต่หลังจากนั้น
พอ Senpai Ep.2 ออนแอร์
พร้อมกับเรื่องราววันประกาศผลออดิชั่น
ก็ยังไม่วายเจอคนหลังไมค์มาว่ามีนในบทบาทตัวสำรอง
ดูถูกด้วยถ้อยคำที่โหดร้าย
กลายเป็นการสะกิดแผลลึกในใจเธอ
ทำเอาเด็กสาวที่เข้มแข็งตลอดมาถึงกับอดไม่ไหว
ต้องมาไลฟ์ทั้งน้ำตาที่พรั่งพรู
เพราะที่ผ่านมาต้องอยู่กับคำว่าตัวสำรอง
สอบเข้าโรงเรียน ก็เป็นตัวสำรอง
เค้าเอาสำรอง 4 คน แต่มีนอยู่คนที่ 5
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอฝึกซ้อมร้องเต้นอย่างหนัก
เวลาคนอื่นพัก เธอก็ยังซ้อมอยู่
พยายามทุกอย่างมาตลอด
ขนาดพี่รินะเองยังบอกว่า
วันที่โทรบอกมีนว่าติดสำรอง
เสียงมีนก็เหมือนจะร้องไห้
แสดงให้เห็นว่าเธอเองก็กดดันมากๆ ตั้งแต่วันนั้น

“เราเรียกมีนมาจากการติดตัวสำรองก็จริง
แต่พอเข้ามาแล้วเค้าทำให้เราเห็นว่า
ไม่ใช่ตัวสำรอง แต่เป็นตัวจริง
ตัวจริงมากๆ ที่สุดเลย!” - พี่ออม

ซึ่งเธอก็ตอบแทนความไว้ว่างใจของพี่ๆ
ด้วยการก้มหน้าก้มตาทำงานหนักต่อไป
แม้จะพลาดหวังไม่ติดอันดับใดๆ ใน #GE2020
ก็สู้ต่อจนติดเซ็มฯ ในเพลง “Melon Juice” ซิงเกิ้ลที่ 2
ระเบิดพลังความหวานซาบซ่านได้อย่างงดงาม

ทั้งหมดที่มีนทำได้นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เพราะทุกอย่างล้วนมีเหตุผลและที่มาของมัน
การเป็นคนมีวินัยของเธอก็มาจากที่บ้านคอยสอน
การได้เป็นหนึ่งในเมมแถวหน้า ติดเซ็มต่อเนื่อง
ก็มาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงสายตัวแทบขาด
การเป็นที่ปรึกษาที่ดีของทุกคน
ก็มาจากการก้าวผ่านความเจ็บปวดต่างๆ
รวมถึงการเป็นคน “รักการอ่าน”
ที่เธอบอกว่ามันคือโลกอีกใบ
ทั้งหนังสือแนวจิตวิทยา วรรณกรรม
วรรณคดีต่างๆ เธออ่านหมด
เปิดอ่านทีไรทำให้ได้แง่คิดกลับมา
ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกดาวน์
บางทีมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ไม่ว่าเรื่องอะไร ก็จะมีด้านบวกให้มองอยู่เสมอ
เลยยิ่งเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

และยังคงเป็น “ผู้ให้” ที่ดีเสมอมา
ตั้งแต่วันออดิชั่นรอบสุดท้าย
แล้วผู้สมัครป่วยกันเยอะ
ด้วยความที่สงสารเลยให้
น้องๆ 4-5 คน มานอนบนตักเธอ
พอเข้าวงมาก็เป็นลมใต้ปีกคอยช่วยดูแลทุกคน
คอยเตือน คอยบอก จัดระเบียบต่างๆ
ดูไปก็คล้าย “พี่ตาหวาน BNK48” คามิเธอเหมือนกัน

แม้หนทางจะยังอีกไกล
แต่ด้วยหัวจิตหัวใจที่เข้มแข็งและอ่อนโยนของมีน
ก็เชื่อว่าเธอจะผ่านมันไปได้ดี

หนังสือบางเล่ม
ถ้าไม่ลองเปิดใจ พลิกหน้ากระดาษมาอ่าน
ก็จะไม่มีวันรู้เลยว่า “เนื้อใน” ที่แท้จริงนั้น
มีเรื่องราวและให้คุณค่ามากแค่ไหนกัน

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจเล็กๆ ให้ตรงนี้นะมีน
เจอกันวัน 2-shot นะ ; ))

ขอบคุณบ้าน “เปาเปาแลนด์” ด้วยนะครับ
ที่ช่วยสนับสนุนให้บทความนี้เกิดขึ้นมา
ให้ข้อมูลในช่วงถามตอบใน IG Story แบบจัดเต็ม
น่ารักมากๆ เลย Meen CGM48 Thailand Fanclub

#MeenCGM48
#SideStories

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

น้องปลื้ม อนุบาล 2
รายละเอียดโครงการ

ที่อยู่


Assumption University
Ban Bang Sao Thong
10540

ข้อมูลทั่วไป

เกิดจากกลุ่ม นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์วัดท้องคุ้งว่า มีโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการเรียนการสอนและโอกาสทางการศึกษาภาษาอังกฤษหลายแห่งในบริเวณอำเภอบางบ่อ จึงได้เดินทางไปยังโรงเรียนต่างๆเพื่อแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าไปทำการเรียนการสอนในด้านภาษาอังกฤษซึ่งเป็นวิชาที่นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญซึ่งมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษมีความเชี่ยวชาญ ในเวลาต่อมา เพื่อนๆก็รวมตัวกัน ด้วยความต้องการเดียวกันที่จะช่วยเหลือน้องๆ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 1. โรงเรียนบ้านท้องคุ้ง (บางบ่อ) 2. โรงเรียนเทวะคลองตรง (สุวรรณภูมิ) 3. โรงเรียนเฉลิมมณีฉายวิทยาคาร (บางบ่อ) 4. โรงเรียนคลองลาดกระบัง (สุวรรณภูมิ) 5. โรงเรียนคลองสะบัดจาก (บางเสาธง) ทางกลุ่มปันยิ้มของเราอยากเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักศึกษาไม่จำกัดสถาบันมาร่วมแบ่งปันความรู้ภาษาอังกฤษและรอยยิ้มให้กับเด็กๆเหล่านี้ โดยสามารถโพสลงหน้าวอลหรือติดต่อมาตามเบอร์โทรศัพท์และอีเมลล์ได้เลยครับ

Ban Bang Sao Thong มหาวิทยาลัยอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
VMS.au VMS.au
Suvarnabhumi Campus, 88 Moo 8, Bang Na Trad Rd., Km. 26, Bang Sao Thong, Samut Prakan, 10540, Thailand
Ban Bang Sao Thong, 10540

Official Page - Vincent Mary School of Science and Technology, Assumption University of Thailand.

AU Scholarship Working Staff AU Scholarship Working Staff
Assumption University Suvarnabhumi Campus 88 Moo 8 Bang Na-Trat KM 26 Rd, Bang Sao Thong
Ban Bang Sao Thong, 10570

แบบฟอร์มงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใน-ภายนอก https://drive.google.com/open?id=1Pw7s_FusJrP5jGkJnqqkxvu_A0_qZaGb

CS.au CS.au
88 Bangna-Trad (km 26)
Ban Bang Sao Thong, 10540

Official page for Department of Computer Science, Vincent Mary School of Science and Technology, Assumption University (Thailand)