คลินิกตรวจเลือด ตรวจสุขภาพ Goo

คลินิกตรวจเลือด ตรวจสุขภาพ Goo

REL ตำแหน่งใกล้เคียง แท็กซี่

บ้านรถตู้ ยุทธพร
บ้านรถตู้ ยุทธพร
อำเภอนาแก, Na Kae

ตรวจเลือดตรวจสุขภาพ เอดส์เอชไอวีกามโรคตับไตไขมันเกาต์ไข้เลือดออกไวรัสตับอักเสบมะเร็ง

เปิดเหมือนปกติ

13/05/2021

ด่วน!!!
โรงพยาบาลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม
เปิดรับสมัคร นักเทคนิคการแพทย์ 1 อัตรา
รพ.ปลาปาก เป็น ร.พ.ชุมชน ขนาด30 เตียง อ.ปลาปาก เป็นอำเภอเล็กๆ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดนครพนม ประมาณ 40 กิโลเมตร น่าอยู่ เข้าเมืองก็ไม่ไกลมาก สงบ บรรยากาศดี มีที่พักให้
- วุฒิปริญญาตรี สาขา เทคนิคการแพทย์
- มีใบประกอบวิชาชีพ
- เพศหญิง/ชาย(ผ่านเกณมีฑ์ทหารแล้ว)
- อายุ 22 ขึ้นไป
- มีความขยัน อดทน ตรงต่อเวลา
- ชอบทำงานเป็นทีม

**เริ่มงานได้ทันทีจะพิจารณาเป็นพิเศษ**

***สนใจสามารถส่ง Resume เข้ามาทางอีเมลของโรงพยาบาลได้ที่ Email : [email protected]
ติดต่อสอบถามได้ที่แผนกบุคคล 042-589103
ในเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00น.
หรือโทรสอบถาม หัวหน้ากลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ 0928365924​
ขอบคุณค่ะ

05/02/2020

โรงพยาบาลปลาปาก จ.นครพนม #รับนักเทคนิคการแพทย์ ด่วน!!! >

งานดี เงินดี มีที่พักให้ ห้องแล็บน่าอยู่ สมัครกันมาเลยครับ
โรงพยาบาลปลาปาก เป็นโรงพยาบาลชุมชุน ขนาด30เตียง ตั้งอยู่ที่อำเภอปลาปาก จ.นครพนม รับสมัคร นักเทคนิคการแพทย์ 1 ตำแหน่ง
เพื่อตอบสนองปริมาณงาน และการพัฒนางานด้านคุณภาพทางห้องปฏิบัติการ คุณสมบัติดังนี้
1.ไม่จำกัดเพศ
2.มีใบประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
3.อายุไม่เกิน35ปี
4.มีประสบการณ์ได้งานคุณภาพจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
5.ปฎิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายได้ มีความรับผิดชอบ มีทัศนคติที่ดีต่องานวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

สิ่งที่จะได้รับ เงินเดือน เงินพตส ค่าใบประกอบวิชาชีพ และเงินค่าเวร รวม 3x,### มีที่พักให้
หากท่านใดสนใจ สามารถส่งประวัติทาง อีเมล [email protected] มาก่อน หรือติดต่อที่ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ รพ.ปลาปากหรือ
ติดต่อ คุณพิสิษฐ์ โทร 092-8365924

30/06/2018

ทำไม?เราต้องแข็งแรง ทำไม?ต้องดูแลตัวเอง
เคยสงสัยไหมครับ
เพราะสุขภาพสำคัญที่สุดหากวันนี้คุณมีเงินทองมากมายแต่สุขภาพย่ำแย่ คุณจะมีความสุขไหม

หากวันนี้คุณมีโครงการมากมายที่จะเริ่มทำแต่สุขภาพไม่อำนวยคุณจะทำมันออกมาได้ดีไหม

งานที่คุณทำอยู่ที่สร้างรายได้ให้คุณทุกวันหากวันนี้คุณไม่ได้ออกไปทำมันเพราะป่วยไข้ อะไรจะเกิดขึ้น
สุขภาพของคุณไม่ได้สำคัญเพียงแค่กับคุณคนเดียวแต่สำคัญกับทุกคนที่คุณรัก

สุขภาพคุณเป็นอย่างไร?
เรามีคำตอบ โทร 0928365924

16/05/2018

Life Cancer Center

☀️ เชื้อไวรัส #HPV ( Human papilloma virus ) คืออะไร ??

☀️ เชื้อไวรัสแพปพิลโลมาที่ก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ เรียกว่า human papillomavirus เชื้อ HPV เป็น #สาเหตุสำคัญของโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งปากมดลูก

☀️ เชื้อไวรัส HPV จะเข้าสู่เยื่อบุปากมดลูกโดยผ่านทางรอยแผลถลอกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากนั้นเชื้อ HPV จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในเซลล์ และเมื่อมีการหลุดลอกของเซลล์ก็จะทำให้มีการปล่อยเชื้อ HPV ออกไปติดยังบริเวณอื่น

☀️ ระยะฟักตัวของการติดเชื้อ HPV จนเกิดโรคยาวตั้งแต่ 3 สัปดาห์จนถึง 8 เดือน

☀️ การติดเชื้อ HPV จะจำกัดอยู่ภายในเยื่อบุปากมดลูกเท่านั้น ไม่มีเชื้อ HPV ในกระแสเลือด ทำให้ไม่มีไข้ ไม่มีตกขาวหรือเลือดออกจากปากมดลูก และไม่มีการอักเสบเกิดขึ้น #สรุปก็คือเหมือนว่าไม่มีอาการอะไรเลย

☀️ ดังนั้นถ้าคุณผู้หญิงไม่มาตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก ( Pap smear or Liquid based cytology) หรือตรวจหาเชื้อ HPV ( HPV testing ) ก็ไม่มีทางทราบได้เลยว่าเรามีการติดเชื้อ HPV หรือเริ่มมีความผิดปกติที่เซลล์ที่ปากมดลูกไปหรือยัง

☀️ เชื้อ HPV ที่ก่อให้เกิดโรค แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1️⃣กลุ่มความเสี่ยงสูง ( high risk HPV ) คือเชื้อ HPV ที่มีศักยภาพสูงในการก่อมะเร็ง ได้แก่ สายพันธุ์ 16,18,31,33,35,39,45,51,52,53,56,58,59,66,73 และ 82
2️⃣กลุ่มความเสี่ยงต่ำ ( low risk HPV) คือเชื้อ HPV ที่มีศักยภาพต่ำในการก่อมะเร็งได้แก่ สายพันธุ์ 6,11,40,42,43,44,54,61,72 และ 81

☀️ ในปัจจุบันอย่างที่หมอได้บอกไปแล้วว่าสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกนั้นเกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูง ดังนั้นเราจึงจัดว่าเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์อย่างหนึ่ง ดังนั้นแล้วคุณผู้หญิงทุกคนก็ควรมาตรวจดูว่าคุณผู้หญิงทั้งหลายมีสารก่อมะเร็งตัวนี้อยู่ในตัวคุณแล้วบ้างหรือยังนะคะ

#เชื้อHPVสายพันธุ์เสี่ยงสูง
#สารก่อมะเร็ง #ไวรัสก่อมะเร็ง
#คุณมีสารก่อมะเร็งในตัวแล้วหรือยัง

บทความโดย
พญ.ชลิดา เรารุ่งโรจน์
แพทย์เฉพาะทางมะเร็งทางนรีเวช

ติดตามสาระดี ๆ เกี่ยวกับโรคมะเร็งในเด็กและผู้ใหญ่
ทั้งการป้องกัน การวินิจฉัย และการรักษา
รวมถึงเทคโนโลยีและวิธีการรักษาใหม่ ๆ ได้ที่
Life Cancer Center by Vejthani
https://www.facebook.com/vtncancerteam/

ปรึกษา ตรวจ และรักษาโรคมะเร็งในเด็กและผู้ใหญ่
ได้ที่ศูนย์มะเร็ง Life Cancer Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
https://www.facebook.com/messages/t/vtncancerteam

📞 Vejthani Call Center: 02-734-0000
---------------------------------------------------
#LifeCancerCenter #โรงพยาบาลเวชธานี #เวชธานีลาดพร้าว111

16/05/2018

อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว

มะเร็งปอด (1)

มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดโรคหนึ่งเลย ด้วยความที่มันแทบไม่มีอาการ มักจะพบเมื่อระยะลุกลาม ยังไม่มีมาตรการการตรวจคัดกรองที่ดีพอที่จะตรวจพบในระยะแรก และส่วนมากคนที่ตรวจพบแล้วก็มักจะร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคร่วมมากมาย ไม่สามารถทนการรักษาได้

การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของมะเร็งปอด แต่ว่าเมื่อการสูบบุหรี่ลดลงอุบัติการโรคมะเร็งปอดกลับไม่ได้ลดมากเท่าที่ควรจะเป็น แสดงว่ามีอีกหลายปัจจัยที่ก่อโรค

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปัจจุบัน เผยให้เห็นความลับของมะเร็งปอดมากขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยที่เกิดจากพันธุกรรม ทำให้เราออกแบบการรักษาและพยากรณ์โรคได้ดี เป็นการรักษาแบบพุ่งเป้าเฉพาะ ใช้ยานี้กับคนที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแบบนี้ ผลจะตรงเป้า
แต่ยังไม่สามารถคิดในทางกลับกันได้ว่าหากตรวจพบพันธุกรรมชนิดนี้แล้ว อนาคตจะต้องเป็นมะเร็ง แค่บอกว่าถ้าเป็นมะเร็งและมีลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆแบบนี้ จะได้รักษาแบบตรงเป้ามุ่งเป้าได้ดี

การวินิจฉัยมะเร็งปอด อาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย ความเสี่ยงการเกิดโรคเช่น ประวัติครอบครัว การสูบบุหรี่ และอาศัยภาพถ่ายรังสี ไม่ว่าจะเป็นเอ็กซเรย์ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การถ่ายภาพสุดทันสมัยในยุคนี้คือ PET-CT การถ่ายภาพแบบติดสารกัมมันตภาพรังสีเพื่อดูทั้งโครงสร้างและการทำงานของอวัยวะ โดยเฉพาะเนื้องอก

แต่การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายยังคงต้องอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อยืนยัน พบเซลมะเร็ง ตรวจดูลักษณะทางกายภาพเพื่อแยกประเภท ลึกไปถึงการย้อมสีพิเศษเพื่อแบ่งแยกชนิดย่อย และการตรวจหาสารพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ยาที่มีชื่อว่า Targeted Therapy

เพื่อที่จะได้ชิ้นเนื้อมาตรวจ ทางการแพทย์มีวิธีที่เหมาะสมหลายวิธีเช่น การส่องกล้องหลอดลมเพื่อตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ การส่องกล้องหลอดลมที่ติดตัวตรวจอัลตร้าซาวนด์ การเจาะตรวจจากทางผนังทรวงอก การตัดเยื่อหุ้มปอดและนำน้ำเยื่อหุ้มปอดไปตรวจ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อน ความยากง่ายเวลาเข้าถึงก้อน และความชำนาญกับทรัพยากรของแต่ละที่
แต่สุดท้ายต้องได้ชิ้นเนื้อมาตรวจ เพื่อยืนยันการเป็นมะเร็ง

หลังจากนั้นคงต้องประเมินระยะคร่าวๆของมะเร็ง ว่าเป็นระยะใด โดยอาศัยขนาดของก้อน (ที่จะชัดเจนหลังผ่าตัดไปแล้ว นำมาตรวจละเอียด) มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ และมีการแพร่กระจายไปอวัยวะนอกปอดแล้วหรือยัง ที่พบได้บ่อยๆคือ กระดูก กระดูกสันหลัง สมอง

การประเมินระยะของโรคจะช่วยบอกการพยากรณ์และแนวทางการรักษา ว่าจะต้องผ่าตัด ให้เคมีบำบัด ฉายแสง หรือให้การรักษาแบบมุ่งเป้า
ซึ่งปัจจุบันการตรวจสารพันธุกรรมเช่น EGFR, ALK ถือเป็นการตรวจสำคัญที่ต้องตรวจ เพื่อระบุการใช้ยา

เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้ว แบ่งระยะโรคแล้ว ก็จะแบ่งออกเป็นโรคที่ยังไม่แพร่กระจาย และโรคที่แพร่กระจายแล้ว โรคที่กระจายแล้วจะไม่ได้รักษาเพื่อหวังผลหายขาด แต่จะรักษาเพื่อให้ดำรงชีวิตอย่างไม่ทุกข์ทรมาน

สำหรับโรคที่ยังไม่ลุกลาม ทางการแพทย์จะพยายามหาผู้ป่วยที่มีโอกาสหายขาด เช่น ระยะ 1 ระยะ 2 ที่สามารถผ่าตัดได้ เพราะการผ่าตัดยังเป็นการรักษาที่นำไปสู่การหายขาดได้ดีมาก แต่ว่าการที่จะบอกว่าผ่าได้หรือผ่าไม่ได้นั้น ไม่ได้ขึ้นกับระยะโรคเท่านั้นแต่ยังขึ้นอยู่กับ โรคร่วมที่เป็น สมรรถนะร่างกายของคนไข้ จึงต้องมีการตรวจสมรรถภาพปอดอย่างละเอียด และสมรรถภาพหัวใจ ว่าสามารถทนการผ่าตัดและปรับตัวหลังผ่าตัดเมื่อปอดถูกตัดไปได้หรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไป

30/04/2018

วิตามินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีความสำคัญต่อร่างกาย

วิตามิน เป็นสารอาหารประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่มีความสำคัญต่อร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ เพราะหากร่างกายขาดวิตามินเมื่อไร อาจส่งผลให้ร่างกายเจ็บป่วย หรือเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว!!

พญ. จิรา ถาวรประดิษฐ์ แพทย์ด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ความรู้เกี่ยวกับวิตามินว่า "วิตามินเป็นหนึ่งในสารอาหาร 5 หมู่ที่เรากินกันอยู่ ซึ่งจะเป็นสารอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์ต่าง ๆ โดยร่างกายของคนเราจะใช้วิตามินเพื่อนำมาช่วยทำให้มีปฏิกิริยาในร่างกายเกิดขึ้น ส่งผลให้การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปตามปกติ หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ วิตามินเปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นในรถยนต์ที่จำเป็นต้องมี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ไม่ได้ให้พลังงานแก่รถ"

"นั่นคือ วิตามินไม่สามารถให้พลังงานโดยตรงกับร่างกาย แต่ร่างกายก็ยังจำเป็นต้องได้รับวิตามินเพื่อไปทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน คนเราต้องการวิตามินในปริมาณที่น้อยแต่ขาดไม่ได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ส่วนมากแล้ววิตามินชนิด ต่าง ๆ ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง แต่จะต้องรับจากภายนอกซึ่งได้จากการรับประทานอาหาร"

วิตามินแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ วิตามินที่ละลายในไขมันได้แก่ วิตามินเอ ดี อี และเค จะละลายในไขมันหรือน้ำมันเท่านั้นเพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ไม่สามารถขับออกมาทางปัสสาวะได้ หากได้รับมากเกินจะเก็บสะสมไว้ในร่างกาย อีกกลุ่มหนึ่งจะเป็น วิตามินที่ละลายในน้ำได้แก่ วิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี7 บี9 บี12 และวิตามินซี โดยจะอยู่ในร่างกายได้ 2-4 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือจากการใช้งานจะถูกขับออกทางไตมากับปัสสาวะ โอกาสที่จะสะสมในร่างกายจึงมีน้อยไม่ค่อยก่อผลข้างเคียง

วิตามินทั้ง 13 ชนิดจะทำหน้าที่แตกต่างกันไป สำหรับวิตามินที่ละลายในไขมันวิตามินเอ จะช่วยบำรุงเกี่ยวกับเรื่องสายตา ทำให้การมองเห็นในเวลากลางคืนดีขึ้น สร้างกระดูกและฟันในเด็ก พบในเนื้อสัตว์ ไข่แดง ตับ นม เนย ผักและผลไม้ที่มีสีเขียวและสีส้ม เช่น ตำลึง กวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 3,000 ไมโครกรัมต่อวัน

วิตามินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีความสำคัญต่อร่างกาย


วิตามินดี เป็นวิตามินที่ส่วนหนึ่งร่างกายสามารถผลิตได้เองเวลาเจอแสงแดดในช่วงเช้า กับอีกส่วนหนึ่งได้จากอาหารจำพวกน้ำมันตับปลา นม ไข่แดง ปลาทู ปลาแซลมอน โดยจะช่วยเก็บแคลเซียมเข้ากระดูก ป้องกันโรคกระดูกบางและกระดูกพรุนได้ ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 50 ไมโครกรัมต่อวัน

ส่วน วิตามินอี จะช่วยเกี่ยวกับการบำรุงผิวพรรณ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ โดยพบในกลุ่มน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย อัลมอลด์ ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน ด้าน วิตามินเคพบในผักใบเขียว มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ ไข่แดง น้ำมันถั่ว ตับ เนื้อหมู ช่วยในเรื่องการแข็งตัวของเลือด ในเด็กที่วิตามินเคต่ำจะมีอาการเลือดออกผิดปกติให้เห็นได้บ่อย ๆ หากขาดเลือดจะออกง่ายเลือดไหลแล้วหยุดช้า

กลุ่มวิตามินที่ละลายในน้ำ วิตามินบี1 (ไทอามีน) จะช่วยเกี่ยวกับการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ป้องกันโรคเหน็บชา หากขาดจะเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ พบในเนื้อหมู เมล็ดทานตะวัน ข้าวซ้อมมือซึ่งจะพบมากที่เปลือกและจมูกของข้าว ถ้าเป็นข้าวที่ขัดสีจะพบปริมาณวิตามิน บี1 น้อยกว่าข้าวซ้อมมือถึง 10 เท่า

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) เกี่ยวข้องกับการสร้างเส้นผม เล็บ และผิวหนัง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก จะพบในอาหารจำพวกข้าว ธัญพืช เนื้อสัตว์ ไข่ นม เครื่องในสัตว์ ตับ ผักใบเขียว โยเกิร์ต ข้าวโอ๊ต วิตามินบี 3 (ไนอาซิน หรือ ไนอาซินามายด์) จะช่วยเรื่องผิวหนังแห้งเมื่อเจอแสงแดด ถ้าขาดมากจะพบอาการท้องเสีย สมองเบลอ เกิดอาการขี้หลงขี้ลืมได้ พบในอาหารจำพวก ตับ เนื้อสัตว์ ข้าวโอ๊ต ถั่ว จมูกข้าว ยีสต์ ผักใบเขียว ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 35 มิลลิกรัมต่อวัน

ในส่วนของ วิตามินบี 5 (แพนโททินิก แอซิด) พบมากในอาหารจำพวกเนื้อไก่ เนื้อวัว ตับ มันฝรั่ง เมล็ดทานตะวัน ถ้าขาดจะทำให้ความรู้สึกสัมผัสเพี้ยนไป มีอาการเหน็บชาตามปลายมือ ปลายเท้า วิตามินบี 6 (ไพริดอกซีน หรือไพริดอกซามีน) จะเกี่ยวกับระบบของเส้นประสาท หากขาดวิตามินบี6 จะเกิดภาวะซีด โลหิตจางได้ พบมากในเนื้อสัตว์ ปลา ไก่ ตับ มันฝรั่ง กล้วย แตงโม นม ไข่แดง ข้าวกล้อง รำข้าว จมูกข้าวสาลี ถั่วต่าง ๆ เมล็ดงา ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน

มาที่ วิตามินบี7 (ไบโอตีน) จะเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง ถ้าขาดจะเป็นผิวหนังอักเสบ ลำไส้อักเสบ ส่วนใหญ่พบในดอกกะหล่ำ ถั่ว กล้วย ปลาแซลมอน ไข่ ตับ งา วิตามินบี9 (โฟลิก แอซิด) จะเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือด หากขาดจะเป็นโรคโลหิตจางได้ พบในถั่ว ผักโขม บรอกโคลี คะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักกาดหอม ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน

วิตามินบี 12 (ไซยาโนโคบาลามิน) เป็นวิตามินที่มีความสำคัญเกี่ยวกับระบบประสาท หากขาดจะเกิดอาการโลหิตจางได้มีขนาดเม็ดเลือดแดงโตกว่าปกติ พบในกลุ่มเนื้อสัตว์ นม เนย ไข่แดง โยเกิร์ต สุดท้าย วิตามินซี เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ลดรอยแผลเป็น พบในส้ม ดอกกะหล่ำ บรอกโคลี ผักโขม แคนตาลูป มะเขือเทศ มะละกอ มันฝรั่ง ฝรั่ง สับปะรด หากขาดจะเกิดอาการเลือดออกตามไรฟัน ซีด แผลหายยาก ปริมาณที่ควรได้รับไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม

พญ. จิรา กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้ร่างกายขาดวิตามินว่า เกิดจากอาหารที่บริโภค โดยอาหารที่บริโภคเข้าไปในแต่ละมื้อ แต่ละวันอาจมีสารอาหารจำพวกวิตามินน้อยเกินไป โดยเฉพาะอาหารที่ไหม้ เกรียม ซึ่งจะทำให้มีวิตามินในอาหารน้อยลง และไม่มีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้ง อาหารที่ผ่านความร้อนเป็นเวลานาน ๆ รวมไปถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการทำให้สุกนานจนเกินไปก็จะทำให้มีวิตามินน้อยลงด้วยเช่นกัน

ปัจจัยต่อมา คือ ร่างกายต้องการวิตามินมากขึ้น เช่น ผู้หญิงตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่ต้องใช้พลังงานมาก อาทิ นักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าปกติ ในส่วนของ คนที่มีโรคภัยไข้เจ็บ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ร่างกายขาดวิตามินได้ เช่น คนที่ท้องเสียจะสามารถดูดซึมวิตามินได้น้อยลง หรือผู้ที่มีอาการลำไส้อักเสบ เป็นโรคตับ คนกลุ่มนี้จะสร้างวิตามินได้ไม่ดี และปราศสารต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากนี้ ยังรวมถึง คนที่รับประทานอาหารบางอย่างที่ไปรบกวนการดูดซึมหรือทำลายวิตามินมากขึ้น เช่น วิตามินบี1 จะมีอาหารบางกลุ่มที่ทำลายวิตามินกลุ่มนี้ เช่น ปลาน้ำจืดสด ปลาร้า หอยบางชนิด รวมทั้ง กลุ่มชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้วิตามินบี1ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นการรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำจะทำลายวิตามินบี1 ที่ดูดซึมจากลำไส้ส่งผลให้เป็นโรคเหน็บชาได้ง่ายขึ้น

"วิตามินอยู่ในสารอาหารที่เรากินไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ นม ไข่ ผักและผลไม้ ฉะนั้น การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และมีความหลากหลาย มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย แต่มีบางคนที่เลือกรับประทานอาหารบางกลุ่ม เช่น คนที่รับประทานมังสวิรัติ จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านโภชนาการมากขึ้นว่าในกลุ่มอาหารที่เรากินนั้นขาดสารอาหารประเภทใด เพื่อเลือกรับประทานวิตามินเสริมให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของตนเอง แต่โดยปกติทั่วไปแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สด ใหม่ สะอาด และมีความหลากหลาย ก็จะทำให้ได้รับวิตามินที่ครบถ้วนส่งผลให้ร่างกายมีการทำงานที่สมบูรณ์เป็นไปอย่างปกติ"

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

30/04/2018

วิตามินปรุงเฉพาะบุคคล ทางเลือกของคนรักสุขภาพ

ความหนุ่มสาวเป็นที่ปรารถนาของทุกคน แต่เมื่อเรามีอายุมากขึ้น
จะทำอย่างไร ให้สุขภาพดีไม่ร่วงโรยไปตามวัย อีกทั้งรูปร่าง หน้าตาดูอ่อนกว่าวัย

พญ. ปิยะมาศ สุวรรณสัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ประจำ Bangkok Royal Life Anti-Aging โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า คำตอบก็คือ Anti - Aging คือการดูแลสุขภาพจากภายในตั้งแต่อาหารการกิน การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงห่างไกลจากโรค ชะลอความชรา หรือที่เรียกกันว่า “เวชศาสตร์ชะลอวัย ” ที่เน้นการป้องกัน ฟื้นฟูความเสื่อมของร่างกาย ด้วยการรักษาสมดุลของร่างกาย

โดยเฉพาะเรื่องของ“อาหาร”เป็นสิ่งสำคัญ สารอาหารหลักที่คนสมควรได้รับมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Macronutrients เป็นอาหารที่ให้พลังงาน สร้างการเจริญเติบโต เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Micronutrients ซึ่งจะประกอบไปด้วย วิตามิน เกลือแร่ ที่ส่งผลต่อเอนไซม์ระบบเมตาบอลิซึม(Metabolism) และระบบภูมิคุ้มกัน (Immune)

หลายคนสงสัยว่า วิตามินมีความสำคัญและเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพได้อย่างไร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย อธิบายว่า Vitamin มีความสำคัญเห็นได้จากรากศัพท์ของวิตามินซึ่งมาจาก Vita ซึ่งหมายถึงชีวิต กับคำว่า Amine ซึ่งหมายถึงสารอินทรีย์ รวมกันเป็น Vitamin ซึ่งหมายถึงสารอินทรีย์ที่สำคัญต่อชีวิต

วิตามินเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยแต่ไม่สามารถขาดได้ เพราะถ้าขาดจะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายผิดปกติและเกิดโรคต่างๆ ได้

“ร่างกายไม่ได้ต้องการวิตามินในปริมาณมาก แต่ต้องการทุกวัน จึงมีความจำเป็น ที่จะต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสมทุกวัน วิตามินมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ระบบการขับถ่าย ระบบการเจริญเติบโตและที่สำคัญ คือระบบภูมิคุ้มกัน พูดง่ายๆ ก็คือวิตามินจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันของเราในแทบทุกระบบ”

ถ้าถามว่า ทุกคนต้องรับประทานวิตามินเสริมหรือไม่ คำตอบคือ ไม่จำเป็น ถ้าคุณรับประทานอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ คือโปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แล้วใครบ้างที่จำเป็นต้องรับประทานวิตามินเสริม

พญ. ปิยะมาศ ระบุว่า บุคคลที่สมควรได้รับวิตามินเสริมได้แก่ ผู้ที่มีระบบดูดซึมไม่ดี มีปัญหาลำไส้ ผู้ที่รับประทานน้อย รวมถึงบุคคลที่กำลังลดน้ำหนัก คนที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร คนที่เจ็บป่วย และผู้สูงอายุ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้อาจได้รับสารอาหารและวิตามินไม่เพียงพอ สมควรได้รับวิตามินเสริม

ในสมัยที่วีถีชีวิตของคนเรายังคงพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลัก วิถีชีวิตไม่ได้เร่งรีบ อาหารที่ได้มาก็มาจากธรรมชาติ ไม่มีการใส่ปุ๋ยเคมี ไม่มีโรงสี ไม่มียาฆ่าแมลง หิวก็เดินไปเด็ดกล้วยหน้าบ้าน สมัยนั้นแทบไม่มีความจำเป็นเลยที่เราจะต้องบริโภควิตามิน

วิตามินปรุงเฉพาะบุคคล ทางเลือกของคนรักสุขภาพ

ในปัจจุบันสิ่งที่คนเราเรียกว่า “อาหาร” นั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก คนเราสร้างสรรค์อาหารออกมามากมาย ปรุงแต่งมากขึ้น และห่างไกลธรรมชาติออกไปทุกที การปรุงแต่งและขัดสี ทำให้สารอาหารและวิตามินพร่องลงไปเรื่อยๆ อีกทั้งสารไฟโตนิวเทรียน ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่ได้มาจากพืชก็หดหายไป อีกทั้ง วิถีชีวิตที่เร่งรีบ ไม่สามารถเลือกบริโภคอาหารทั้ง 5 หมู่ได้ครบ ส่งผลให้ร่างกายขาดแคลนวิตามินได้ง่ายๆ

ตามหลักการของ “เวชศาสตร์ชะลอวัย” เป้าหมายสำคัญคือป้องกันไม่ให้เป็นโรค ด้วยการรักษาสมดุลของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ดี (Optimum) คือทางสายกลาง ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป หากระดับวิตามินในร่างกายลดลงหรือที่เราเรียกว่า Sub-optimum คนทั่วไปก็ไม่สามารถบอกได้ว่าร่างกายของตนนั้น

กำลังขาดวิตามินอะไร เพราะร่างกายก็ยังคงทำงานต่อไป ไม่ได้แสดงอาการเจ็บป่วยจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล หากแต่ความไม่สมดุลของร่างกายนั้นไม่มีอาการแน่ชัด บางคนอาจมาด้วย หงุดหงิด เพลียง่าย อ้วนง่าย ลงพุง มีผื่นขึ้นง่าย ท้องผูก ภูมิแพ้กำเริบ หรือแม้แต่หย่อนสมรรถภาพทางเพศก็เป็นได้

พญ. ปิยะมาศ กล่าวถึงพฤติกรรมการบริโภควิตามินของคนในปัจจุบันว่า “ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น มีการหาซื้อวิตามินเสริมมารับประทานกันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เป็นการหาซื้อมารับประมานเองไม่ได้มีแพทย์สั่ง บ้างก็รับประทานตามที่ได้ยินมาว่าวิตามินตัวไหนดี ถ้าหากถามหมอว่าดีไหม ก็ต้องบอกว่าดีกว่าไม่รับประทาน แต่การซื้อวิตามินมารับประทานเองจะไม่สามารถบอกได้ว่าเราได้รับในปริมาณที่พอดีหรือไม่ เพราะหากได้รับเยอะเกินไป ก็เป็นภาระกับตับและไต เป็นการสิ้นเปลืองแถมยังทำร้ายร่างกายอีกด้วย”

ในปัจจุบัน วิวัฒนาการของการบริโภควิตามินได้เปลี่ยนไปแล้ว เรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัยในการตรวจสภาวะของร่างกายโดยละเอียด สามารถตรวจวัดระดับวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงการตรวจวัดระดับฮอร์โมนต่างๆ เพื่อการดูแลและแก้ปัญหาเฉพาะบุคคลอย่างตรงจุด และเมื่อทราบว่าร่างการขาดอะไร แพทย์ก็สามารถปรุงวิตามินให้กับคนไข้ได้อย่างเหมาะสม

การบริโภควิตามินในศตวรรษนี้คือ “Personalization Vitamin” หรือวิตามินที่ปรุงขึ้นเฉพาะบุคคล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย แนะนำว่า ไม่มีวิตามินยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือวิตามินที่เหมาะกับบุคคลนั้นๆ

ข้อดีของวิตามินที่ปรุงขึ้นเฉพาะบุคคล คือ คุณจะได้รับวิตามินที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ทั้งชนิดและปริมาณในการบริโภคที่ถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ “ไม่ใช่” รับประทานตามใจตนเอง ตามเพื่อน ตามกระแส เพราะวิตามินตัวหนึ่งไม่ได้เหมาะกับทุกคนในโลก

ฉะนั้น ต่อจากนี้ไป เพื่อให้เกิดความ “คุ้มค่า” ในการลงทุนด้านสุขภาพ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนว่า คุณควรรับประทานวิตามินหรือแร่ธาตุชนิดไหน วิตามินรูปแบบไหนที่เหมาะสมสำหรับคุณ ดีกว่าจะต้องเสียเงินเสียทองซื้ออาหารเสริมมาทำร้ายตับและไตตัวเอง

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

พบกันกับไลฟ์สดครั้งแรกนะครับ4เทคนิคสุขภาพดี#goodlabsakon
Perfect Health บรรยากาศก่อนงานฝึกอบรมระดับโลก รับความรู้ ศาสตร์NLP แล้วจะนำไปแบ่งปันในไลฟ์สด วันอังคาร ที่3ต.ค.นี้นะครับ

ผลิตภัณฑ์

แพคเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษ สำหรับคนพิเศษที่คุณห่วงใย
ชุดตรวจ วีไอพี :11 รายการ ราคาเพียง 1,990 บาท
ประกอบด้วยการตรวจ 11 รายการ
1. ตรวจหาความผิดปกติของเม็ดเลือด
2. ตรวจปัสสาวะ
3. ตรวจเบาหวาน
4. ตรวจสมรรถภาพของไต
5. ตรวจภาวะโรคเกาต์
6. ตรวจไขมันในเลือด
7. ตรวจการทำงานของตับแบบสมบูรณ์
8. ตรวจไวรัสตับอักเสบ
9. ตรวจคัดกรองมะเร็งตับ
10. ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้
11. วัดความดัน ชีพจร

ชุดตรวจสุขภาพ ชุดมาตรฐาน 8 รายการ ราคาเพียง 830 บาท
ประกอบด้วยการตรวจ 8 รายการ
1. ตรวจหาความผิดปกติของเม็ดเลือด
2. ตรวจปัสสาวะ
3. ตรวจเบาหวาน
4. ตรวจสมรรถภาพของไต
5. ตรวจภาวะโรคเกาต์
6. ตรวจไขมันในเลือด
7. ตรวจการอักเสบของตับ
8. วัดความดัน ชีพจร

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


คลินิกGoodlab นาแก 139 ถ.สกล-นาแก ต.บ้านแก้ง อ.นาแก จ.นครพนม 092-8365924,0924787449
Amphoe Na Kae
48130

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 12:30
17:00 - 20:00
อังคาร 07:00 - 12:30
17:00 - 20:00
พุธ 07:00 - 12:30
17:00 - 20:00
พฤหัสบดี 07:00 - 12:30
17:00 - 20:00
ศุกร์ 07:00 - 12:30
17:00 - 20:00
เสาร์ 07:00 - 12:30
อาทิตย์ 07:00 - 12:30
Amphoe Na Kae ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงามอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบ
Amphoe Na Kae, 48130

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดงอินำ ตำบลพระซอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

ร้านเสริมสวยอาร์มมี่ซาลอน ร้านเสริมสวยอาร์มมี่ซาลอน
ตั้งอยู่ที่สามแยกไฟแดงการไฟฟ้าอำเภอนาแก ฝั่งตรงข้ามร้านอิกเฮง ใกล้ๆร
Amphoe Na Kae, 48130

ร้านเสริมสวยหญิงและตัดผมชาย รับแต่งหน้าเกล้าผม ในและนอกสถานที่ครับ ติดต่อเรา.0885393552