รีวิวเมืองฮอด

รีวิวเมืองฮอด

ตำแหน่งใกล้เคียง ร้านขายของ

ตลาดนัดแม่ทองริ้วป่าซางลำพ
ตลาดนัดแม่ทองริ้วป่าซางลำพ
ลำพูน-ป่า, Pa Sang
บ้านกล่องไม้ใส่เครื่องประด
บ้านกล่องไม้ใส่เครื่องประด
Nonthaburi
เสื้อผ้าแฟชั่นนำเข้า by TNY
เสื้อผ้าแฟชั่นนำเข้า by TNY
ถนนพหลโยธิน, Chiang Rai
ร้านจุฬาลักษณ์ เครื่องรางด้
ร้านจุฬาลักษณ์ เครื่องรางด้
เมืองชลบุรี, Chon Buri
Feels Good koh phangan
Feels Good koh phangan
33/18 MOO8, Ko Phangan
ลูกโป่งราคาถูก Joy Balloon
ลูกโป่งราคาถูก Joy Balloon
Bangkok 10700
บ้านชมพูเบบี้เซนเตอร์ ของใช
บ้านชมพูเบบี้เซนเตอร์ ของใช
1/14 ถ.มัสยา ต.ตาคลี ตาคลี. นครสวรรค์, Nakhon Sawan
Bubblebbsweet Homemade เค้กวุ้น เพื่อสุขภา
Bubblebbsweet Homemade เค้กวุ้น เพื่อสุขภา
ทุ่งมังกร 10, Bangkok
ญ ศิ คิ้วเป๊ะ
ญ ศิ คิ้วเป๊ะ
137 ถนนทวีวรรณ์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110, Hat Yai
กระบองเพชรและแคคตัสชุมพร
กระบองเพชรและแคคตัสชุมพร
Chumphon 86120
Thongchaiitplus Group จำหน่ายเครื่องใช้ไฟ
Thongchaiitplus Group จำหน่ายเครื่องใช้ไฟ
Nakhon Pathom 73000
Rika coffee & tea
Rika coffee & tea
695 ถนน สุขุมวิท 71 กรุงเทพมหานคร (ตรงข้ามซอย ปรีดีพนมยงค์ 36), Bangkok
วิเชียรการช่าง พนมดงรัก สุริ
วิเชียรการช่าง พนมดงรัก สุริ
Muang Surin 32140
ของกิ๋น กาดบ้านเฮา
ของกิ๋น กาดบ้านเฮา
Amphoe Thoeng 57160
Backup fiber
Backup fiber
Backup fiber ถนน แจ้งวัฒนะ 14 ทุ่งสองห้อง หลักสี่, Bangkok

ตำแหน่งใกล้เคียง restaurant

NANG’  Eat More Roti
NANG’ Eat More Roti
ถนน ธนวิถี, Yala
Happy Ban Ka-Nom
Happy Ban Ka-Nom
Amphoe Ko Chang 10120
Sushi Mega Pathumthong
Sushi Mega Pathumthong
ถนนเจ้าพระยาสุรสีห์, Phitsanulok
ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ “วัตถุม
ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ “วัตถุม
135 ม.7 ต.ทุ่งใส อ.สิชล, Nakhon Si Thammarat
อโวคาโด้ ผลไม้ตามฤดูกาล อุดร
อโวคาโด้ ผลไม้ตามฤดูกาล อุดร
Udon Thani 41000
Bubblebbsweet Homemade เค้กวุ้น เพื่อสุขภา
Bubblebbsweet Homemade เค้กวุ้น เพื่อสุขภา
ทุ่งมังกร 10, Bangkok
ไนซ์ไส้ย่าง
ไนซ์ไส้ย่าง
บ้านไม้ซ้อโค้งงาม แช่ช้าง สันกำแพง, Chiang Mai
เพิ่มทรัพย์ อาหารแปรรูป
เพิ่มทรัพย์ อาหารแปรรูป
Bangkok 10250
Rika coffee & tea
Rika coffee & tea
695 ถนน สุขุมวิท 71 กรุงเทพมหานคร (ตรงข้ามซอย ปรีดีพนมยงค์ 36), Bangkok
K&N Pizza สาขาดอนเขือง
K&N Pizza สาขาดอนเขือง
5038 หมู่ 10 ตำบลแวง, Amphoe Sawang Daen Din
Terrena Catering รับจัดเลี้ยง
Terrena Catering รับจัดเลี้ยง
1/025 Muangthong thani, Thung Song Hong, Laksi, Bangkok
COK Cream of The Koff
COK Cream of The Koff
52/042, ถ.เอกทักษิณ ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี, ปทุมธานี, Rangsit
ขนมจีบไส้ปู - สูตรคุณยายจิ๋ว
ขนมจีบไส้ปู - สูตรคุณยายจิ๋ว
Trat 23000
MISTER LEE'S
MISTER LEE'S
Khon Kaen 40000
ปทุมเค็ก - Patum Cake
ปทุมเค็ก - Patum Cake
16 ซอยเจริญใจ (เอกมัย12) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา, Bangkok

ออบหลวงเลื่องลือชื่อ
ชนยึดถือประเพณี
สวนสนเขียวขจี
ฮอดเป็นศรีรวมเผ่าชน

เปิดเหมือนปกติ

15/04/2021

เชิญพระสารีริกธาตุ​

ปี๋ใหม่เมือง วัดบ้านหลวงฮอดได้เป็นเกียรติ​จากนายอำเภอมาเอิญเชิญ พระสารีริกธาตุ พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองฮอดประดิษฐานยังแท่นสรงน้ำ เพื่อให้เป็นสิริมงคล​แก่ชีวิต และสืบสานประเพณี​ วิถีคนเมือง ต่อไป

Photos from รีวิวเมืองฮอด's post 15/04/2021

‘วันพญาวัน’ (ตามปฏิทินล้านนาตรงกับวันที่ ๑๖ เมษายน) วันที่สามของประเพณีปีใหม่เมือง ถือเป็นวันเถลิงศกเปลี่ยนศักราชเริ่มต้นปีใหม่ วันนี้มีการทำบุญทางศาสนาแต่เช้าตรู่และอุทิศกุศลไปถึงญาติผู้ล่วงลับ เรียกว่า ‘ทานขันข้าว’ บางแห่งว่า ‘ทานกวั๊ะข้าว’ หลังจากนั้นนำตุงปักลงบนกองเจดีย์ทราย และคนเฒ่าคนแก่ก็อยู่ร่วมพิธีเวนทานเจดีย์ทราย ถวายช่อตุงปีใหม่ และฟังเทศนาธรรมอานิสงส์ปีใหม่ ช่วงบ่ายเป็นช่วงไปดำหัวเพื่อขอขมาคนเฒ่าคนแก่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ไปสรงน้ำพระพุทธรูป เจดีย์ วันนี้คนล้านนาจะทัดดอกไม้นามปี เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิต นอกจากนี้ยังนิยมเริ่มต้นเรียนศาสตร์ศิลป์ต่าง ๆ เป็นต้นว่า มนต์คาถา สักยันต์ หรือทำพิธีสืบชะตา ขึ้นบ้านใหม่ ไหว้ครู และในหลายพื้นที่ยังมีกิจกรรมแห่ไม้ค้ำสะหลี หรือไม้ค้ำโพธิ์เพื่อสืบต่ออายุพระศาสนา และค้ำชูอุดหนุนให้แก่ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

18/03/2021

เรื่องราวเก่าแก่เริ่มที่นี่

//ขออนุญาต​ประสัมพันธ์​กิจกรรมดี​ๆ​ เนื่อง​ในวันอนุรักษ์​มรดก​ไทยจ้าา​//
.
- วันที่​ 2​ เมษายน​ 2564​ นี้​ กลุ่ม​โบราณคดี​ อยากชวนทุกท่านไปแอ่วและศึกษา​เรื่อง​ราวของเมืองฮอดกัน
.
- "ฮอด" เมืองท่าที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าระหว่างอยุธยากับล้านนา​ กำลังได้รับการศึกษา​ทางโบราณคดี​ ในรอบกว่า​ 5​ ทศวรรษ​ มีข้อมูล​การค้นพบใหม่เพิ่มขึ้น​มากมาย
.
- เมืองฮอด​ ในอ้อมกอด​ของ​ความทรงจ​ำ​.. HOD​ -​ HUG​ -​ HOW
HOD จะมาพูดข้อมูลของฮอดในมิติต่างๆ
HUG จะย้อนเวลาดูเรื่องราวในอ้อมกอดแห่งความทรงจำ​ ประวัติศาสตร์​เมืองฮอดว่ามีอะไรบ้าง
HOW เราจะพูดคุยกันว่าจะรักษา มรดกวัฒนธรรม​ฮอดไว้ได้อย่างไร
.
- กิจกรรมฟรี​ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ​ แต่ต้องเดินทางไปเอง​ แล้วเจอกันจ้าา

14/07/2020

เมืองฮอด

เมืองฮอด

ประเพณีเลี้ยงผีปู่ย่า ประเพณีล้านนาทำมากว่า 100 ปี จัดขึ้นในช่วงเดือน 9 (เดือน มิ.ย.) ของทุกปี 06/06/2020

ประเพณีเลี้ยงผีปู่ย่า ประเพณีล้านนาทำมากว่า 100 ปี จัดขึ้นในช่วงเดือน 9 (เดือน มิ.ย.) ของทุกปี

ความเชื่อวิธีชีวิต คนล้านนา

ประเพณีเลี้ยงผีปู่ย่า ประเพณีล้านนาทำมากว่า 100 ปี จัดขึ้นในช่วงเดือน 9 (เดือน มิ.ย.) ของทุกปี 220 สังคมประเพณีเลี้ยงผีปู่ย่า ประเพณีล้านนาทำมากว่า 100 ปี จัดขึ้นในช่วงเดือน 9 (เดือนมิถุนายน) ของทุกปี11 มิ.ย. 6111...

28/01/2020

คนบะเก่าสอนลูกหลานว่า......กำว่าบ่ดี

"บ่ดีฮู้ก่อนหมอ
บ่ดีซอก่อนปี่
บ่ดีหนีปัญหา
บ่ดีตีหมาต่อหน้าเจ้า
บ่ดีไจ้คนเฒ่ากว่าตั๋ว
บ่ดีไต่ขัวเล่มเดียว
บ่ดีเตียวป่าฮก
บ่ดีอู้ลามกในวัด
บ่ดีขัดคนเมา
บ่ดีถากเสาแป๋งหลัว
บ่ดีห่มขัวก่อนข้าม
บ่ดีห้ามคนทำบุญ
บ่ดีหนุนคนทำผิด
บ่ดีปิดลูกปิดเมีย
บ่ดีหัวเสียใส่แขก
บ่ดีแหกประเพณี
บ่ดีป้ายสีคนบริสุทธิ์
บ่ดีไปมุดมุ้ง สาว
บ่ดีไปห๋าวกลางหมู่
บ่ดีไปขู่เอาของไผ
บ่ดีหนีไกลปี่น้อง
บ่ดีไปฟ้องเจ้านาย
บ่ดีโวยวายเกิ๋นเหตุ
บ่ดีโลภเขตคันนา
บ่ดีคิงฮาใส่ป่อแม่
บ่ดีไปแว่บ่อนพนัน
บ่ดีนั่งฝันลมๆแล้งๆ
บ่ดีขัดแย้งกับหัวหน้า
บ่ดีอวดกล้าอวดล๊วก
บ่ดีไปส๊วกฮางเผิ้ง
บ่ดีหน้าบึ้งใส่คนฮัก
บ่ดีไปตั๊กคนหาปล๋า
บ่ดีไจ้กาถาในตางตี่ชั่ว
บ่ดีไปยั่วคนพาล
บ่ดีสอนลูกหลานต๋อนกิ๋นข้าว
บ่ดีกิ๋นเหล้าวันศีล
บ่ดีแกว่งตี๋นหาหนาม
บ่ดีไปถามคนเย่อหยิ่ง
บ่ดีอ้อยอิ่งยามเมื่อเต๋มใจ๋
บ่ดีขานไขกำหยาบ
บ่ดีอาบน้ำเจี่ยว" ......

*ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลโตยครับผม*

Photos from รีวิวเมืองฮอด's post 28/01/2020

.....ต๋าแหลว....

ต๋าแหลว หมายถึง ดวงตาของนกเหยี่ยวที่ชอบโฉบเฉี่ยวงาบกินไก่หน้อยหรืองับเอาลูกเจี๊ยบไปกิน เชื่อกันว่าดวงตาของเหยี่ยวหรือนกแหลวนี้นี่เองมันมีแววสามารถเห็นแต่ไกลๆ อย่างเช่นมันบินร่อนไปมาในท้องฟ้า กางปีกอ้าถลาเล่นลมอย่างสบายใจ แต่ดวงตามันสอดส่องดูมาเบื้องล่าง ดูว่าเหยื่อของมันมีอะไรบ้างที่ต้องการจะเอาไปเลี้ยงชีวิตมันในวันนี้ให้คงอยู่รอด...พอเห็นอะไรสักอย่างมันรีบดิกหัวโฉบลงมาเอาเหยื่อ..ฉับ..งาบติดปากไปโน่นแล้วละ...ปล่อยให้พ่อไก่แม่ไก่ร้องกะโต้กกะต๊ากตกกะใจหม้ดเลย แหมลูกเราแท้ๆมันมาเอาไปกิน จะบินไล่มันก็ไม่ได้เพราะปีกไก่ไม่สามารถแข็งแรงขนาดนั้น ก็เลยต้องเป๋นเวรกรรมของลูกน้อย...โธ่..น่าสงสารเกิดมาไม่ทันใหญ่เป็นไก่เต็มตัวต้องมาตายเสียแล้วลูกเจี๊ยบเอ๋ย

ด้วยความเฉียบคมของแววตานกแหลวหรือเหยี่ยวนกเขานี่เองผู้คนล้านนาจึงคิดสร้างต๋าแหลวไม้ขึ้นมาเพื่อให้ต๋าแหลวไม้สอดส่องดูแลสิ่งอาถรรพ์ขึด เสนียดจัญไร มิให้เข้ามากรายใกล้ โดยการไปตัดไม้ไผ่มาจักตอกขนาดตามที่ต้องการ แล้วเลาะเหลาปาดเอาคมผิวไม้ออกให้หมด หลังจากนั้นจึงนำเส้นตอกมาสานเป็นวงกลมหักทบปลายเส้นตอกให้สานกัน แล้วปล้อยปลายเส้นตอกคลี่ออกไปคล้ายลำแสงพุ่งออกจากศูนย์กลางหรือดวงตาของแหลวหรือตาเหยี่ยวนกเขา...ทางภาคกลางเรียกกันว่า "เฉลว"
ต๋าแหลวของล้านนา มีประเภทและการใช้งานต่างกันเช่น
1 ตาแหลวเจ็ดจั๊นคาเขียว ใช้ขึงกั้นประตูบ้าน ประตูเมือง ล้อมเขตราชวัตรในพิธีกรรมต่างๆ
2 ตาแหลวหลวงเจ็ดจั๊น ใช้ในพิธีปัดแก้ พิธีตัดพรม-พรายตัดเกิด ตัดพยาธิและสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย. เพื่อให้ผู้ป่วยเดินลอดผ่านตาแหลวออกไปจากเขตพิธีนั้น
3 ตาแหลวแม่หม้าย เป็นตาแหลวที่เล็กที่สุด ใช้ในการปักหม้อต้มยา. เชื่อว่ากันภูตผีปีศาลสิ่งชั่วร้ายจะเอาพิษมาใส่หม้อยา และป้องกันผีทั้งหลายข้ามหม้อยา เพื่อรักษาสรรพคุณยาให้ดีที่สุด

เมื่อสานเสร็จนำต๋าแหลวไปปักไว้ตามที่ต้องการป้องกันเภทภัย เสนียดจัญไร ขึด อาถรรพ์ เช่น ไปปักไว้ตามประตูบ้าน ตามบริเวณที่ประกอบพิธีกรรมต่างๆ

บางครั้งหากเป็นงานใหญ่ๆ ผู้คนจะสานต๋าแหลวเจ็ดชั้น เพื่อให้มีความต้นทานป้องกันหนาแน่นยิ่งกว่าต๋าแหลวธรรมดาทั่วไป

ปัจจุบันการสานต๋าแหลวยังคงมีอยู่ทั่วไปตามบ้านเรือน ผู้คนชนบทที่ยังคงนับถือต๋าแหลวในงานพิธีต่างๆไม่ว่างานมงคล งานอวมงคล แม้แต่งานของวัดบางแห่งก็ต้องสานต๋าแหลวไว้เช่นกัน

หากต้องการเห็นของจริงก็ลองไปเที่ยวตามหมู่บ้าน ตามวัดชนบทกันเถอะครับหากเห็นไม้เส้นตอกสานข้างในเป็นวงกลม แล้วปลายซี่ไม้ตอกแผ่ออกไปดั่งลำแสงตะวันนั่นแหละต๋าแหลวละเน้อหมู่เฮา....
ขอบคุณภาพประกอบ เครดิต: สะหรี๋ นันต๊ะ

Cr.ซ๊ะป๊ะหนา ล้านนาเฮา
ขอขอบเจ้าของภาพตวยจ้าว

27/01/2020

ในสมัยโบราณนั้น ของว่างหลังอาหารของคนเหนือคงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าเมี่ยง เพราะคนเหนือหลังจากกินอาหารอิ่มแล้ว ก็จะพากัน “อมเหมี้ยง” เพื่อให้รสและกลิ่นของอาหารที่กินเข้าไปเจือจางลง ทั้งยังช่วยคลายความเผ็ด ความเค็ม ที่ติดปากอยู่ พร้อมกันนั้นยังทำให้การคุยกันหลังอาหารระหว่างครอบครัว เพื่อนฝูง ให้ออกรสโดยเคี้ยวเมี่ยงไปคุยกันไปด้วย เป็นการย่อยอาหารไปในตัวได้อีกด้วย

เมี่ยง ความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง “ของกินเล่นที่ใช้ใบไม้บางชนิด เช่น ใบชาหมัก ใบชะพลู ใบทองหลาง ห่อเครื่องที่มีถั่วลิสง มะพร้าว กุ้งแห้ง หัวหอม ขิง เป็นต้น มีหลายชนิด เรียกชื่อต่างๆ กัน เช่น เมี่ยงคำ เมี่ยงลาว เมี่ยงส้ม” และอีกความหมายหนึ่งก็คือ “ต้นชา” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำเอาใบชาที่มัดรวมเป็นก้อนไปผ่านการนึ่งและแช่ในถังหมักให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นการหมักดองใบชานั่นเอง อันที่จริงต้นเมี่ยงก็คือ พืชตระกูลต้นชานั่นเอง แต่เขาไม่นิยมนำไปต้มดื่มเหมือนใบชา แต่จะนำเอาใบสดของต้นเมี่ยงไปนึ่งและหมักไว้ให้มีรสเปรี้ยว แล้วเอามาอมกับเกลือ (ในใบเมี่ยงหรือใบชาจะมีกาเฟอีน เทนนิน และน้ำมันหอมระเหยอยู่ด้วย)

ในสมัยโบราณนั้น ของว่างหลังอาหารของคนเหนือคงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าเมี่ยง เพราะคนเหนือหลังจากกินอาหารอิ่มแล้ว ก็จะพากัน “อมเหมี้ยง” เพื่อให้รสและกลิ่นของอาหารที่กินเข้าไปเจือจางลง ทั้งยังช่วยคลายความเผ็ด ความเค็ม ที่ติดปากอยู่ พร้อมกันนั้นยังทำให้การคุยกันหลังอาหารระหว่างครอบครัว เพื่อนฝูง ให้ออกรสโดยเคี้ยวเมี่ยงไปคุยกันไปด้วย เป็นการย่อยอาหารไปในตัวได้อีกด้วย

เมี่ยง ความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง “ของกินเล่นที่ใช้ใบไม้บางชนิด เช่น ใบชาหมัก ใบชะพลู ใบทองหลาง ห่อเครื่องที่มีถั่วลิสง มะพร้าว กุ้งแห้ง หัวหอม ขิง เป็นต้น มีหลายชนิด เรียกชื่อต่างๆ กัน เช่น เมี่ยงคำ เมี่ยงลาว เมี่ยงส้ม” และอีกความหมายหนึ่งก็คือ “ต้นชา” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำเอาใบชาที่มัดรวมเป็นก้อนไปผ่านการนึ่งและแช่ในถังหมักให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นการหมักดองใบชานั่นเอง อันที่จริงต้นเมี่ยงก็คือ พืชตระกูลต้นชานั่นเอง แต่เขาไม่นิยมนำไปต้มดื่มเหมือนใบชา แต่จะนำเอาใบสดของต้นเมี่ยงไปนึ่งและหมักไว้ให้มีรสเปรี้ยว แล้วเอามาอมกับเกลือ (ในใบเมี่ยงหรือใบชาจะมีกาเฟอีน เทนนิน และน้ำมันหอมระเหยอยู่ด้วย)

Photos from รีวิวเมืองฮอด's post 25/01/2020

"หละอ่อนมอกฮ้าย ป้อจายกับโก๋ง
หันต๋ามหระวง โขงเขตเต้ศบ้าน
มีโก๋งกับตั๋ว บ่กั๋วเกร๋งหย้าน
โก๋งเป๋นต๋ำนาน จีวิต
อดีตย้อนหลัง หันยังได้คิด
เกยฮิตก่อนนั้น เดิมมา
เมื่อหายไปแล้ว เจ้าแก้วแก่นต๋า
ฮูปนี้แหละนา แตนต๋าจ๋ำได้"

#พรานโก๋ง ยุคสมัยตี้บ่มีอินเตอร์เน็ต บ่มี Wifi บ่มีโลกโซเชียล บ่มีเกมส์ออนไลน์เหมือนสมัยนี้นะครับน่อ!!??
😁😁😁

*ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลแล้วก่อฮูปภาพโตยครับผม*

24/01/2020

"พระบฏที่เก่าแก่ที่สุดในพระเทศไทย" นั้นคือพระบฏในกรุวัดดอกเงิน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ หรือแถวๆวัดพระเจ้าโท้ เป็นพระบฏภาพพระพุทธเจ้าลีลา พร้อมด้วยพระอัคราสาวกเบื้องซ้ายและขวา เขียนด้วยสีฝุ่นผิดทองคำเปลว ยาว 3.4 เมตร กว้าง 1.8 เมตร คาดว่าน่าจะมีอายุก่อนพุทธศตวรรษที่ 22

พระบฏ คือผืนผ้าเขียนรูปพระพุทธเจ้าหรือเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เช่นพระพุทธประวัติหรือชาดก คำว่า “บฏ” มีรากศัพท์ในภาษาบาลีว่า ปฏ (อ่านว่า ปะ – ตะ) หมายถึง ผ้าทอ ผืนผ้า
การประดับอาคารศาสนสถานด้วยผ้าเขียนภาพต่างๆ นั้น เป็นคตินิยมเนื่องในพุทธศาสนามหายานจากประเทศอินเดีย และได้ส่งอิทธิพลไปยังดินแดนต่างๆ เช่นจีนและญี่ปุ่น ดังพบหลักฐานการเขียนภาพบนผืนผ้าและนำไปประดับตามศาสนสถานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ (สมัยราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถัง) ส่วนใหญ่เป็นภาพพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี หรือพระโพธิสัตว์ แวดล้อมด้วยพระสาวก (มาลินี คัมภีรญาณนนท์ ๒๕๓๒)
ในจารึกสุโขทัย หลักที่ ๑๐๖ (จารึกวัดช้างล้อม) กล่าวถึงพนมไสดำ ผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนา ได้สร้างถาวรวัตถุต่างๆ ไว้เป็นอันมาก และในปีพุทธศักราช ๑๘๒๗ “…จึงมาตั้งกระทำหอพระปีฎกธรรมสังวร ใจบูชาพระอภิธรรมกับด้วยพระบดจีนมาไว้ ได้ปลูกทั้งพระศรีม(หาโ)พธิ อันเป็นจอมบุญจอมศรียอ…พระบดอันหนึ่ง ด้วยสูงได้ ๑๔ ศอกกระทำให้บุญไปแก่สมเด็จมหาธรรมราชา กระทำพระหินอันหนึ่ง ให้บุญไปแก่มหาเทวี…” (สำนักนายกรัฐมนตรี ๒๕๑๓)

ดังนั้น คติการสร้างพระบฏในสมัยสุโขทัย จึงนิยมทำขึ้นเพื่อการอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
ในจารึกหลักเดียวกันนี้ยังกล่าวถึง “พระบฏจีน” ซึ่งอาจจะเป็นพระบฏที่เขียนขึ้นเนื่องในคติมหายานตามความนิยมของจีน หรือไม่เช่นนั้น ก็อาจหมายความว่าการเขียนภาพบนผ้านั้น ทำตามแบบอย่างของจีน จึงเรียกว่าพระบฏจีน
ในตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช วรรณกรรมที่สำคัญในสมัยอยุธยา (ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๒ – กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๓) ก็ได้กล่าวถึงพระบฏไว้หลายตอนด้วยกัน เช่น
“…ครั้งนั้น ยังมีผขาวอริยพงษ์ อยู่เมืองหงษาวดีกับคน ๑๐๐ หนึ่ง พาพระบตไปถวายพระบาทในเมืองลงกา ต้องลมร้ายสำเภาแตกซัดขึ้นที่ปากพนัง พระบตขึ้นที่ปากพนัง ชาวปากน้ำพาขึ้นมาถวาย สั่งให้เอาพระบตกางไว้ที่ท้องพระโรง แลผขาวอนทพงษ์กับคน ๑๐ คนซัดขึ้นปากพูนเดินตามริมชเล มาถึงปากน้ำ พระญาน้อยชาวปากน้ำพาตัวมาเฝ้า ผขาวเห็นพระบต ผขาวก็ร้องไห้ พระญาก็ถามผขาวๆ ก็เล่าความแต่ต้นแรกมานั้น แลพระญาก็ให้แต่งสำเภาให้ผขาวไปเมืองหงษาวดี…” (กรมศิลปากร ๒๕๑๗)
พระบฏที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดที่พบในประเทศไทย ได้มาจากการขุดกรุพระเจดีย์ วัดดอกเงิน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยกรมศิลปากร ในโครงการสำรวจทางโบราณคดีเหนือเขื่อนภูมิพล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ พระบฎผืนนี้มีขนาดใหญ่มาก คือกว้าง ๑.๘ เมตร และยาวถึง ๓.๔ เมตร เป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ แวดล้อมด้วยเหล่าทวยเทพ สภาพเมื่อแรกพบนั้นชำรุด มีรอยขาดผ่ากลาง ซึ่งเป็นลักษณะการชำรุดก่อนที่จะนำไปบรรจุไว้ในหม้อดิน จึงสันนิษฐานว่าพระบฏนี้มีอายุเก่ากว่าพระเจดีย์ หรือมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒
ในสมัยรัตนโกสินทร์ วัตถุประสงค์การสร้างพระบฏยิ่งหลากหลายออกไป กล่าวคือมีทั้งที่ทำขึ้นเพื่อสืบทอดพระศาสนา เพื่อเป็นพุทธบูชา เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ และเพื่อเป็นอานิสงส์แก่ตนเองและครอบครัว เมื่อวัตถุประสงค์หลากหลาย จึงทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของพระบฏไปด้วย ทั้งในด้านเรื่องราว วัสดุ และขนาด
พระบฏจึงไม่เพียงแต่เป็นวัตถุธรรมเนื่องในพุทธศาสนาที่สะท้อนสัญลักษณ์ถึงพระพุทธเจ้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พระบฏก็ยังเป็นงานทัศนศิลป์จิตรกรรมที่วิจิตรงดงามอย่างมาก เป็น “พุทธศิลป์” ที่ทรงคุณค่าของประเทศชาติ

ขออนุญาต​รูปภาพจาก กรมศิลปากร

"พระบฏที่เก่าแก่ที่สุดในพระเทศไทย" นั้นคือพระบฏในกรุวัดดอกเงิน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ หรือแถวๆวัดพระเจ้าโท้ เป็นพระบฏภาพพระพุทธเจ้าลีลา พร้อมด้วยพระอัคราสาวกเบื้องซ้ายและขวา เขียนด้วยสีฝุ่นผิดทองคำเปลว ยาว 3.4 เมตร กว้าง 1.8 เมตร คาดว่าน่าจะมีอายุก่อนพุทธศตวรรษที่ 22

พระบฏ คือผืนผ้าเขียนรูปพระพุทธเจ้าหรือเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เช่นพระพุทธประวัติหรือชาดก คำว่า “บฏ” มีรากศัพท์ในภาษาบาลีว่า ปฏ (อ่านว่า ปะ – ตะ) หมายถึง ผ้าทอ ผืนผ้า
การประดับอาคารศาสนสถานด้วยผ้าเขียนภาพต่างๆ นั้น เป็นคตินิยมเนื่องในพุทธศาสนามหายานจากประเทศอินเดีย และได้ส่งอิทธิพลไปยังดินแดนต่างๆ เช่นจีนและญี่ปุ่น ดังพบหลักฐานการเขียนภาพบนผืนผ้าและนำไปประดับตามศาสนสถานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ (สมัยราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถัง) ส่วนใหญ่เป็นภาพพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี หรือพระโพธิสัตว์ แวดล้อมด้วยพระสาวก (มาลินี คัมภีรญาณนนท์ ๒๕๓๒)
ในจารึกสุโขทัย หลักที่ ๑๐๖ (จารึกวัดช้างล้อม) กล่าวถึงพนมไสดำ ผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนา ได้สร้างถาวรวัตถุต่างๆ ไว้เป็นอันมาก และในปีพุทธศักราช ๑๘๒๗ “…จึงมาตั้งกระทำหอพระปีฎกธรรมสังวร ใจบูชาพระอภิธรรมกับด้วยพระบดจีนมาไว้ ได้ปลูกทั้งพระศรีม(หาโ)พธิ อันเป็นจอมบุญจอมศรียอ…พระบดอันหนึ่ง ด้วยสูงได้ ๑๔ ศอกกระทำให้บุญไปแก่สมเด็จมหาธรรมราชา กระทำพระหินอันหนึ่ง ให้บุญไปแก่มหาเทวี…” (สำนักนายกรัฐมนตรี ๒๕๑๓)

ดังนั้น คติการสร้างพระบฏในสมัยสุโขทัย จึงนิยมทำขึ้นเพื่อการอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
ในจารึกหลักเดียวกันนี้ยังกล่าวถึง “พระบฏจีน” ซึ่งอาจจะเป็นพระบฏที่เขียนขึ้นเนื่องในคติมหายานตามความนิยมของจีน หรือไม่เช่นนั้น ก็อาจหมายความว่าการเขียนภาพบนผ้านั้น ทำตามแบบอย่างของจีน จึงเรียกว่าพระบฏจีน
ในตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช วรรณกรรมที่สำคัญในสมัยอยุธยา (ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๒ – กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๓) ก็ได้กล่าวถึงพระบฏไว้หลายตอนด้วยกัน เช่น
“…ครั้งนั้น ยังมีผขาวอริยพงษ์ อยู่เมืองหงษาวดีกับคน ๑๐๐ หนึ่ง พาพระบตไปถวายพระบาทในเมืองลงกา ต้องลมร้ายสำเภาแตกซัดขึ้นที่ปากพนัง พระบตขึ้นที่ปากพนัง ชาวปากน้ำพาขึ้นมาถวาย สั่งให้เอาพระบตกางไว้ที่ท้องพระโรง แลผขาวอนทพงษ์กับคน ๑๐ คนซัดขึ้นปากพูนเดินตามริมชเล มาถึงปากน้ำ พระญาน้อยชาวปากน้ำพาตัวมาเฝ้า ผขาวเห็นพระบต ผขาวก็ร้องไห้ พระญาก็ถามผขาวๆ ก็เล่าความแต่ต้นแรกมานั้น แลพระญาก็ให้แต่งสำเภาให้ผขาวไปเมืองหงษาวดี…” (กรมศิลปากร ๒๕๑๗)
พระบฏที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดที่พบในประเทศไทย ได้มาจากการขุดกรุพระเจดีย์ วัดดอกเงิน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยกรมศิลปากร ในโครงการสำรวจทางโบราณคดีเหนือเขื่อนภูมิพล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ พระบฎผืนนี้มีขนาดใหญ่มาก คือกว้าง ๑.๘ เมตร และยาวถึง ๓.๔ เมตร เป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ แวดล้อมด้วยเหล่าทวยเทพ สภาพเมื่อแรกพบนั้นชำรุด มีรอยขาดผ่ากลาง ซึ่งเป็นลักษณะการชำรุดก่อนที่จะนำไปบรรจุไว้ในหม้อดิน จึงสันนิษฐานว่าพระบฏนี้มีอายุเก่ากว่าพระเจดีย์ หรือมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒
ในสมัยรัตนโกสินทร์ วัตถุประสงค์การสร้างพระบฏยิ่งหลากหลายออกไป กล่าวคือมีทั้งที่ทำขึ้นเพื่อสืบทอดพระศาสนา เพื่อเป็นพุทธบูชา เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ และเพื่อเป็นอานิสงส์แก่ตนเองและครอบครัว เมื่อวัตถุประสงค์หลากหลาย จึงทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของพระบฏไปด้วย ทั้งในด้านเรื่องราว วัสดุ และขนาด
พระบฏจึงไม่เพียงแต่เป็นวัตถุธรรมเนื่องในพุทธศาสนาที่สะท้อนสัญลักษณ์ถึงพระพุทธเจ้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พระบฏก็ยังเป็นงานทัศนศิลป์จิตรกรรมที่วิจิตรงดงามอย่างมาก เป็น “พุทธศิลป์” ที่ทรงคุณค่าของประเทศชาติ

ขออนุญาต​รูปภาพจาก กรมศิลปากร

23/01/2020

สาระล้วนๆ
ควายไทยดั่งเดิมแท้ๆ คือควายสายพันธ์ ที่ใหญ่และสวยที่สุดในโลก
มีความสง่างาม ช่วยชาวนา ชาวไร่ ข่นส่งคมนาคม ช่วยทำเสบียง ตอนตรรมศึก มีความเชื่อง รู้ภาษา มีความฉลาด ฝึกได้ แต่เนื้อง ด้วยความเจริญ ทางเทคโนโลยี อำนวยความสะดวก ทางการเกษตร คมนาคม จึงทำให้ประชากรควายลดลง อย่างมาก คนเลี้ยงก็ลดลง ทำให้ควายในฝูง เกิดผสม กันเอง ทำให้เลือดชิด ตัวแคละแก่นลง บวก กับ มีควายประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีขนาดตัวเล็ก มา ผสมด้วย ควายไทยในอดีตที่มีการบันทึกใว้ เคยมี ควายในประเทศ ตัวเลข คล้าวๆ ประมาณ 40 ล้านตัว ปัจจุบัน ควายไทย เหลื่อ ไม่ถึง 1 ล้านตัว ควายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคือ ควายจังหวัด อุทัย ด้วยภูมิลำเนา ติด กับ อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง จึงมีควาย ที่ชาวบ้านเรียกว่า มหิงสา ที่มี ความสูง 150 - 200 ซม หรือ 2 เมตร นี้แหละ ครับ น้ำหนักเป็นตันๆ มาผสมกับ ควายไทย ที่เลี้ยงติด กับ เขาป่า แทบนั้น เลยมีสายเลือดมหิงสา ตอนนี้ ควายไทยแท้ดั่งเดิม เข้าขั้นวิกฤต จึงอยากให้คนไทยเรา อนุรักษ์ พื้นฟู ตอบแทนควาย ที่มีบุญคุณต่อ ชาติบ้านเมืองใน อดีต ปัจจุบัน มีการพัฒนาสายพันธุ์ คืนควายใหญ่ให้กับพื้น แผ่นดินไทย และ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเลื่อยๆ
ผมก็เริ่มหันมาอนุรักษ์ ควายไทย
#หากผิดถูกประการใดขอประธานอภัย ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
#ขออณุญาตเจ้าของภาพด้วยนะครับ
#ตัวที่เห็นคือเจ้ารุ่งเพชร

สาระล้วนๆ
ควายไทยดั่งเดิมแท้ๆ คือควายสายพันธ์ ที่ใหญ่และสวยที่สุดในโลก
มีความสง่างาม ช่วยชาวนา ชาวไร่ ข่นส่งคมนาคม ช่วยทำเสบียง ตอนตรรมศึก มีความเชื่อง รู้ภาษา มีความฉลาด ฝึกได้ แต่เนื้อง ด้วยความเจริญ ทางเทคโนโลยี อำนวยความสะดวก ทางการเกษตร คมนาคม จึงทำให้ประชากรควายลดลง อย่างมาก คนเลี้ยงก็ลดลง ทำให้ควายในฝูง เกิดผสม กันเอง ทำให้เลือดชิด ตัวแคละแก่นลง บวก กับ มีควายประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีขนาดตัวเล็ก มา ผสมด้วย ควายไทยในอดีตที่มีการบันทึกใว้ เคยมี ควายในประเทศ ตัวเลข คล้าวๆ ประมาณ 40 ล้านตัว ปัจจุบัน ควายไทย เหลื่อ ไม่ถึง 1 ล้านตัว ควายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคือ ควายจังหวัด อุทัย ด้วยภูมิลำเนา ติด กับ อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง จึงมีควาย ที่ชาวบ้านเรียกว่า มหิงสา ที่มี ความสูง 150 - 200 ซม หรือ 2 เมตร นี้แหละ ครับ น้ำหนักเป็นตันๆ มาผสมกับ ควายไทย ที่เลี้ยงติด กับ เขาป่า แทบนั้น เลยมีสายเลือดมหิงสา ตอนนี้ ควายไทยแท้ดั่งเดิม เข้าขั้นวิกฤต จึงอยากให้คนไทยเรา อนุรักษ์ พื้นฟู ตอบแทนควาย ที่มีบุญคุณต่อ ชาติบ้านเมืองใน อดีต ปัจจุบัน มีการพัฒนาสายพันธุ์ คืนควายใหญ่ให้กับพื้น แผ่นดินไทย และ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเลื่อยๆ
ผมก็เริ่มหันมาอนุรักษ์ ควายไทย
#หากผิดถูกประการใดขอประธานอภัย ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
#ขออณุญาตเจ้าของภาพด้วยนะครับ
#ตัวที่เห็นคือเจ้ารุ่งเพชร

12/01/2020

เชียงใหม่ประกาศเริ่ม " ควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิด " ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. - 30 เม.ย. 2563 ฝ่าฝืนจำคุก 3 เดือน ปรับ 25,000 บาท

#งานไฟป่าและหมอกควัน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ , สถานีตำรวจภูธรฮอด

เชียงใหม่ประกาศเริ่ม " ควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิด " ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. - 30 เม.ย. 2563 ฝ่าฝืนจำคุก 3 เดือน ปรับ 25,000 บาท

#งานไฟป่าและหมอกควัน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ , สถานีตำรวจภูธรฮอด

แพทย์ยืนยัน ‘ผักแพ้ว’ ป้องกัน ม ะ เ ร็ งได้จริง - รักสยาม 08/01/2020

แพทย์ยืนยัน ‘ผักแพ้ว’ ป้องกัน ม ะ เ ร็ งได้จริง - รักสยาม

บ้านเราก็ ผักไผ่ นะครับ😘😍🥰

แพทย์ยืนยัน ‘ผักแพ้ว’ ป้องกัน ม ะ เ ร็ งได้จริง - รักสยาม พบได้บ่อยได้ทั่วๆไปตามชายน้ำ มีลัחษณะเป็นไม้ล้มลุח ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยวรูปหอח มีกลิ่นหอมยวนใจ.....

06/01/2020

ประเพณีตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า คือการนำเอาฟืนมาเผา เพื่อให้พระพุทธเจ้าได้ผิงไฟ จัดขึ้นในช่วงเดือน ๔ เหนือ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำของเดือน เป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น ชาวล้านนามีความเชื่อว่า พระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูปในวิหารก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นเช่นเดียวกับคนเรา จึงร่วมกันหาไม้ฟืนมาจุดเผาไฟผิงให้เกิดความอบอุ่น ประเพณีนี้เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับบริบททางสภาพแวดล้อม เนื่องจากในดินแดนล้านนาเป็นพื้นที่ๆมีความหนาวเย็นมาก รวมทั้งมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และมีความชื้นสูง การผิงไฟนอกจากจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายแล้ว ยังขับไล่ความชื้นในอากาศที่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย

คำว่า “หลัว” เป็นภาษาล้านนา หมายถึง ฟืน ส่วนคำว่า “หิง” หมายถึง การผิงไฟ และคำว่า “พระเจ้า” หมายถึง องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเพณีทานหลัวหิงไฟพระเจ้ามีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างแพร่หลายทั่วไปในล้านนา แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง ส่วนมากจะเป็นวัดที่อยู่แถบชนบทห่างไกล และสามารถเสาะหาฟืนได้ง่าย

ข้ออณุญาต​และขอบคุณข้อมูลจาก ป๋าระมี พระเจ้าโท้ฮักษา

ประเพณีตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า คือการนำเอาฟืนมาเผา เพื่อให้พระพุทธเจ้าได้ผิงไฟ จัดขึ้นในช่วงเดือน ๔ เหนือ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำของเดือน เป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น ชาวล้านนามีความเชื่อว่า พระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูปในวิหารก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นเช่นเดียวกับคนเรา จึงร่วมกันหาไม้ฟืนมาจุดเผาไฟผิงให้เกิดความอบอุ่น ประเพณีนี้เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับบริบททางสภาพแวดล้อม เนื่องจากในดินแดนล้านนาเป็นพื้นที่ๆมีความหนาวเย็นมาก รวมทั้งมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และมีความชื้นสูง การผิงไฟนอกจากจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายแล้ว ยังขับไล่ความชื้นในอากาศที่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย

คำว่า “หลัว” เป็นภาษาล้านนา หมายถึง ฟืน ส่วนคำว่า “หิง” หมายถึง การผิงไฟ และคำว่า “พระเจ้า” หมายถึง องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเพณีทานหลัวหิงไฟพระเจ้ามีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างแพร่หลายทั่วไปในล้านนา แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง ส่วนมากจะเป็นวัดที่อยู่แถบชนบทห่างไกล และสามารถเสาะหาฟืนได้ง่าย

ข้ออณุญาต​และขอบคุณข้อมูลจาก ป๋าระมี พระเจ้าโท้ฮักษา

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เชิญพระสารีริกธาตุ​

ที่อยู่

Amphoe Hot
50240
ชอปปิ้งและค้าปลีก อื่นๆใน Amphoe Hot (แสดงผลทั้งหมด)
ผักดอย  ok ผักดอย ok
44 หมู่1 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
Amphoe Hot, 50240

ผัก ปลอด สารพิษ ธรรมชาติ สวน โรงเรือน ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สลัด Kale ฟาร์มสเตย์ ที่พัก

ขายเสื้อผ้ามือสองราคาแบบถู ขายเสื้อผ้ามือสองราคาแบบถู
6 ม.6 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
Amphoe Hot, 50240