Prae.in.Aus
Graduate accounting student, who has a financial planning background, loves to share exp in Aus �
ต่อจากคราวที่แล้วที่ทิ้งไว้ว่าเพื่อนขอให้ช่วยทำ tax ให้แฟนนางด้วย ประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ได้ช่วยนาง เคสของแฟนเพื่อนคือ ถือ defacto visa ทำงานเป็นช่างไม้ แต่ถูกจ้างแบบให้ใช้ ABN ซึ่งเป็นเลขจดทะเบียนการค้าสำหรับธุรกิจ (ไม่แน่ใจว่าแปลถูกมั๊ยนะ 😅) แต่จ่ายเป็นเรทชม. งงมั๊ย ที่นายจ้างทำแบบนี้ อาจมีหลายสาเหตุ จากการวิเคราะห์ของเราเองคือ 1.นายจ้างอาจจะไม่มีงานให้อย่างต่อเนื่อง 2.นายจ้างไม่อยากจ่าย Super *ที่ออสฯเป็นกฎหมายเลยว่าถ้านายจ้างๆแบบถูกกฎหมายมีเลข TFN ต้องจ่าย Super ให้ลูกจ้างประมาณ 11% ทางนี้ก็เลยต้องไปนั่งหาข้อมูลว่าจะ lodge tax แบบ ABN ด้วยอาชีพนี้ต้องทำยังไง
สรุปมีสองแบบด้วยกันคือ PSI (Personal Services Income) ซึ่งมีรายละเอียดว่า คนที่เข้าเกณฑ์นี้ได้คือ ถูกจ้างแบบเรทเป็นรายชม. ทำด้วยตัวเอง ไม่มีลูกจ้าง และอื่นๆ (ซึ่งจำไม่ได้ละ 55) ในเวบมันจะมีให้เราเชคอยู่ว่าเราเป็นแบบไหน กับแบบทำธุรกิจแบบจริงจัง เป็นเจ้าของกิจการ ทีนี้ของแฟนเพื่อนเป็นแบบ PSI เพราะรับจ้างทำงานเอง (เผื่อใครคิดภาพไม่ออก อาชีพแนวรับจ้างอิสระ เช่น คนขับ uber) เราก็เลยต้องไล่ถามละเอียดเลยว่าทำกี่ที่ มีจดรายละเอียดรายรับรายจ่ายมั๊ย รายละเอียดรายรับไม่เท่าไหร่ เพราะถ้านายจ้างไม่ได้แจ้ง ATO เราก็ตามดูข้อมูลใน bank statement แต่รายจ่ายนี่แหละตัวสำคัญ เพราะมันจะช่วยในการหักลบรายได้ว่างานที่ทำนั้นมี profit หรือ loss ถ้าหักลบแล้วเป็น positive ก็จะโดนภาษีรายบุคคลคิดตาม net profit แต่ถ้าไม่ได้จดรายจ่าย แล้วรายได้สูงปรี๊ด คือจะโดนภาษีเยอะแน่นอน
ความโชคดีของแฟนเพื่อนคือ ยังไม่ได้ทำงานเยอะ เลยโดนหักไว้ไม่เยอะ เราก็เลยคำนวณรายได้คร่าวๆสำหรับปีหน้าให้เพื่อนเลยว่า ถ้ายังได้เรทต่อชม.เท่านี้ รายได้ทั้งปีจะเป็นประมาณเท่าไหร่ แล้วรายจ่ายอะไรที่หักลดได้ ทำเป็น record ไว้ใน spreadsheet เพื่อเตรียมตัวไว้ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีหนัก เคสนี้ช่วยเพื่อนผ่านออนไลน์ คุยกันแบบสัญญาณเนทเบลอๆ ประมาณชั่วโมง คุยจบพลังงานชั้นหมดเลย สุดท้ายเพื่อนแอบเอาถุงขนมมาใส่ไว้ในล็อคเกอร์ที่ทำงานเป็นการขอบคุณ แล้วตอนแรกไม่เห็นโน้ตเพื่อน คืองงมาก ใครเอาช็อคโกแลตมาให้ ตอนเห็นก็ทั้งตกใจและก็ดีใจเพราะอยากกิน แต่ก็กลัวว่าใครจะมาป้ายยาอะไรมั๊ย 555 สุดท้ายเพื่อนอีกคนเห็นโน้ตแล้วบอกว่าเป็นของคนนี้ คนที่เราช่วยทำ tax ให้ สรุปกินได้ปลอดภัย เห็นแก่กินสุด 😆
อาทิตย์ก่อนๆ นัดเจอเพื่อนเวียตนามแล้วนางก็พาแฟนนางมาด้วย ก็เลยถามแฟนนางไปว่าทำ tax ยัง นางก็บอกว่ายัง ชิลเว่อ เราก็เลยบอกว่า ถ้ายูจะยื่นเองคงไม่ได้แล้ว (ปกติยื่นเองได้ถึงสิ้นเดือนต.ค.) ต้องไปให้ agent ทำให้ เพราะถ้า agent ทำให้ มันยื่นได้ถึงเดือนมี.ค. นางก็บอกว่า มปร. ชั้นยื่นปีหน้าทีเดียว จอบอ ชิลเว่อ คนออสที่นี่ไม่สนใจเรื่องภาษีเยอะมากกกกก ทำงานให้ ATO เก็บเงินแบบไม่ได้ดอกเบี้ยแทน เฮ้อออ
ปล.ตอนนี้หมดหน้า tax แล้วไม่ได้ทำงาน tax ทำอย่างอื่นแทน แต่ใครให้ทำ tax ให้ก็ยินดีช่วยค่าาาา
#เด็กไทยในต่างแดน
#เด็กไทยในออส
เป็นหวัดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ลากยาวจนมาถึงอาทิตน์นี้ 🤧 มีอยู่จังหวะนึง แบบชั้นมาทำอะไรที่นี่ อยู่ที่นี่เป็นหวัด กินยา นอน จนกว่าจะหายเอง แถมยังต้องไปทำงานอีก แต่ที่ไทย ไปหาหมอ นอนรพ. จบ คิดถึงความสบายมากกกก แล้วการใช้ประกันที่นี่คือหมอต้องส่งตัว แบบซื้อยากลับบ้าน opd เคลมแทบจะไม่ได้ หรือเคลมได้ก็อาจจะไม่หมด ทางนี้เคยไปหา gp เผื่อให้ดูเข่า เพราะล้มมา แล้ว gp ก็ส่งไปให้ ทำ CT scan เราก็เก็บใบเสร็จทุกอย่าง กลับมาส่งเรื่องเคลม แต่ประกันให่้คลมได้ไม่ถึงครึ่ง เพราะเค้ามีกำหนดราคาแต่ละอย่างให้เป็นตาม average ชั้นนี่งงหนัก เพราะที่ไทยคือเคลมได้หมด แต่ก็นะ ยังไม่ได้ศึกษาเรื่องประกันของที่นี่จริงจัง คงต้องหาเวลาละ แต่ใดๆคือเลือกมาใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว ก็ต้องสู้ อาทิตย์ที่แล้ว ทำงานสามวันแต่เหมือนทำทั้งอาทิตย์ ส่วนวันหยุดคือแทบไม่ได้พักเลย เพื่อนขอให้ช่วยทำ tax อบรมต่ออายุ investment planner ของไทย ได้ความรู้ใหม่ๆมาว่า streaming ไทย เทรดหุ้นตปท.ได้แล้ว ว้าวมากกก ต้องกลับไปหาดูเพิ่มซะแล้ว แล้วน้องที่รู้จักที่นี่ก็ขอให้วางแพลนการเงินให้ 😆 ชั้นยังไม่มี license แต่ถ้าคำนวณว่าต้องเก็บเงินเท่าไหร่เพื่อเกษียณทำให้ได้ ส่วนเพื่อนที่ทำ tax ให้ text มาบอกว่า ทำของแฟนให้หน่อย แต่เป็น abn นะ เฮ้ออ… ชั้นได้พักตอนไหนก่อน วันนี้ออกแนวบ่นสุดๆ สรุปคือต้องหาข้อมูล tax filing แบบ ABN แล้วก็หาทางสอบเป็น tax agent เผื่อจะได้เก็บตังได้สะที 😆 ครั้งหน้าจะมาอัพเดทอะไรที่มีสาระมากกว่านี้
#วันหยุดใหม่ใกล้ชั้น
12/10/2025
เมื่อชั้นไปงานกฐินที่ิออสฯ ความชาวพุทธแล้ว 1 จริงๆเป็นคนสายปฏิบัติมากกว่าไปงานอีเวนท์ของศาสนา แต่ด้วยความแม่เพื่อนชวน ประกอบกับเป็นบุญใหญ่ วัดที่ไปก็อยู่บนเขาห่างจากในเมืองประมาณชม.นึง เราก็ได้ถุงเงินนี่แหละพาไป ตอนแรกคิดว่าจะไม่ไหวเพราะทั้งเป็นไข้และเป็นหวัด แต่นะอยากทำบุญ นานๆทีได้ทำเป็นกฐินพระราชทานด้วยก็เลยเอาวะ กินยาเข้าไป สรุปง่วงกว่าเดิม 😅
ไปรับแม่เพื่อนเสร็จออกเดินทางจากในเมือง 8.30 น. ถึงวัดก็ประมาณ สิบโมงเป๊ะ ทันพระบิณฑบาตร แล้วคือรถเยอะมาก ต้องจอดในป่า แล้วลงเดินจากเนินไป ใครนึกภาพไม่ออกมีรูปปลากรอบ แล้วคืออะไร ชั้นผู้ใส่ crocs ที่ทำให้เท้าพลิกตลอด เดินลงเขาพร้อมตะกร้าและกระเป๋าอย่าละข้าง ความบาลานส์นั้นต้องเอนตัวไปข้างหลัง แต่ๆๆๆ ด้วยโรงโน้มถ่วงของโลกบวกกับความพะรุงพะรัง เกือบแล้วค่ะ เกือบทำให้ชั้นเป็นผู้ประสบภัยแบบหน้าคว่ำแทน กรี๊ดจนแม่เพื่อนขำ ถ้าใครชวนไปเดินป่า คงขอบายค่ะ ดูจากสภาพวันนี้แล้วไม่น่ารอด
หลังจากรอดหน้าคว่ำขาพลิกมาหวุดหวิด เราก็เดินเข้าไปในศาลา ที่คล้ายๆบ้าน ก็มีช่องให้ถวายอาหาร เพราะมีพระรอบิณฑบาตรอยู่ ถึงแม้พระทั้งวัดจะเป็นฝรั่ง แล้วคนที่มาจอยมีหลายเชื้อชาติ แต่ความพุทธ vibe แบบไทยๆ ประกอบกับ cold & flu tablet ที่กินเข้าไป วุ้นแปลภาษาของชั้นไม่ทำงานค่ะ พระฝรั่งถาม Do you want your container back ไอเรา หูอื้อ ก็ตอบแบบเบลอๆไปว่าใช่ค่าาาา เป็นภาษาไทย แล้วก็มานึกได้ว่า เอ๊ะเมื่อกี้นี่ชั้นตอบภาษาไทยไปนะ พระก็เข้าใจชั้นว่าซั่นนน เพราะพระก็พูดต่อว่า just wait here. It won’t be long. เราก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ขำตัวเอง พระก็คงจะงง อินี่พูดอาร๊ายยย
หลังจากนั้นก็รอพระบิณฑบาตรข้าว แล้วก็ไปหาที่นั่ง เจอกลุ่มพี่คนไทยใจดี ให้นั่งด้วย เพราะไม่ได้เอาเสื่อไป แกให้นั่งพร้อมชวนกินข้าว คนไทยที่แท้ทรู ใจดีชวนกินข้าวตลอด ประหนึ่งเป็นลูกหลานในบ้าน แล้วชั้นก็ชอบของฟรีสะด้วยสิ ยิ่งอาหารไทยในวัดคือเดอะเบส เพราะมีแต่ของอร่อย สักพักหลังจากพระพิจารณาอาหาร เราก็ไปตักอาหารได้ เราก็จัดมา 1 จาน ไม่รุใครเป็นเหมือนกันมั๊ย เค้าบอกกินข้าววัดจะได้บุญ ส่วนพี่ที่ให้นั่งด้วย ก็เอาขนมเปี๊ยะใส่เผือกที่แกทำให้กิน พอกัดไปคำเท่านั่นแหละ อร่อยมากก แป้งพัฟกรอบไส้เผือกนุ่มละมุน โอ๊ย เลยอวยยศแกไป 1 แล้วแกก็ให้มาอีกลูก แกบอกชอบคนชมสะด้วยแล้วก็บอกว่าพี่ทำเอง เลยถามแกว่าทำขายมั๊ย เผื่ออยากสั่ง แกก็บอกซอรี่จ้ะ พี่ยุ่ง ทำงานฟาร์ม เราก็เลยเอาขนมปังสังขยาที่ให้น้องที่บ้านทำเพื่อไปถวายให้แกชิม ถือว่าแลกกัน ได้บุญกันถ้วนหน้า
หลังจากกินข้าวก็ไปไหว้พระในศาลา แล้วว่าจะไปนั่งสมาธิอีกที่ แต่สักพักก็เห็นว่าทำไมพระเดินเข้ามา ก็เลยรอจนพระทำพิธีรับกฐินแล้วก็ให้พร แล้วก็สอนธรรมะ ช่วงระหว่างนั่งรอทำพิธี เราก็นั่งสมาธิแหละ แต่ด้วยฤทธิยาก็ทำให้เราหลับไป 1 กรุบ ตื่นมาทัน ยะถาพอดี 😆 หลังจากนั้นเค้าก็มีแห่ต้นกฐินกัน แล้วความคนไทย ความครีเอทีฟใดๆ ต้นกฐินพญานาคงี้ กฐินจากร่มงี้ ความไทยแทร่มากกก เห็นละม่วนจอยสุด แบบเออ หายคิดถึงบ้านไปได้หน่อย และมีร้องโฮ่ ฮี่ โฮ่ ด้วย ชั้นได้ยินแล้วก็ขำ โค้ดลับคนไทยแล้ว 1 เป็นงานบุญที่บันเทิงสุด ถ้าอยู่ไทยคงได้แค่ใส่ซองแทน จอบอสำหรับวันนี้ นอนต่อค่ะ ไข้ขึ้น
#คนไทยในออสเตรเลีย
#เด็กไทยในออส
#เด็กไทยในต่างแดน
มาแล้ววว ตอนแรกกะจะดองการเขียนเรื่องซื้อรถมือสองที่ออสฯไว้ เพราะเขียนครั้งที่แล้ว กำลังจะโพสแล้วหายหมด แต่คิดไปคิดมาถ้าดองนานกว่านี้อาจจะไม่ได้เขียน 😅
สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจจากที่บอกกับตัวเองว่าค่อยซื้อ ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น คือมันทำให้เราพลาดโอกาสในหลายๆงานไป อีกทั้งทั้งพี่และแม่ก็บอกว่าจะทนลำบากทำไม ในเมื่อมันซื้อโอกาส และเวลาที่เราเสียไปจากการรอรถได้ แต่จริงๆ เราก็ชอบนะ นั่งรถสาธารณะที่ตปท. แบบมันชิลดี นั่งฟังเพลง ดูคนไปเรื่อย แถมมีคนขับให้ด้วย ซึ่งเราก็ขับรถเองมานานละ และก็หาขึ้นรถสาธารณะแบบชิลๆแบบนี้ไม่ได้นะที่ไทย...แต่ก็นะที่พี่กับแม่พูดก็จริง เพราะตอนนี้ย้ายออกมาอยุ่นอกเมือง การเดินทางต้องต่อรถบางครั้งสองสาย บางครั้งรถดีเลย์ ก็เลยลองถามเพื่อนๆที่นี่และพี่ที่ไทยว่าซื้อรถมืองสองต้องดูอะไรบ้าง เพราะไม่มีความรู้เลย
เพื่อนที่นี่ก็บอกว่าซื้อมาจาก Market place แต่ต้องเอาคนไปดูด้วย ซึ่งไม่มี เพื่อนอีกคนก็เลยแนะนำว่าซื้อจากดีลเลอร์ที่เชื่อถือได้เอา แล้วก็ค่อยเอาช่างไปช่วยดู เราก็เออ แบบนี้คงตรงจริตสุด ก็หาดีลเลอร์ที่น่าเชื่อถือได้ ไปดูหลายที่มาก ไปยัง canningvale คือแบบไกลมาก แต่สุดท้ายก็ได้จาก JH แถวในเมือง เพราะเค้าให้ test drive เจ้าอื่นคือหวงสุดต้องแบบคอนเฟิร์มรถจะเอาเลย ถึงให้ลองแบบอิหยังวะมากกก ก่อนไปก็ดูจากในเวบก่อน ปักธงไว้เลยว่าเป็นเบรนด์ตลาดรถญี่ปุ่น เพราะน่าจะพังยากสุด แล้วขายต่อน่าจะได้ราคาดี ถ้าไม่ได้วีซ่าอยู่ต่อ นั่งดูแล้วไม่มีอยู่ในงบเลย อ่อระหว่างนี้เราก็หาช่างไปด้วย ได้ช่างออสซี่จาก airtasker เป็นเวบอารมณ์ fastwork ที่ไทย
คุยกับช่างแล้วช่างแนะนำดีมาก พร้อมกับส่งให้พี่ที่ไทยดู แกก็แนะนำเอารถแบรนด์ตลาด ถึงแม้จะไมล์เกินแสนหรืออายุรถมากกว่า 10 ปีก็ตาม เพราะแกบอกว่า เค้าน่่าจะเปลี่ยนเครื่องแบบครั้งใหญ่ๆมาแล้วครั้งนึง เราก็แบบอ้ออส่วนช่างออส เรามียี่ห้อรถที่ดูเป็นน้องซู น้องฮยุน ส่งให้ช่างดู ช่างก็บอกว่า น้องฮยุนมีภาษาดีกว่าที่นี่ เพราะมีอะไหล่ตลอด แต่เราติดชื่อเสียของน้องที่มีในไทย เลยไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่ จนไปดูแล้วก็ไม่ค่อยชอบจริงๆ จนได้ลองน้องซูไซส์เล็ก ราคาเกินงบไมล์น้อง แต่ยังมีประกัน new car warranty อยู่ วันแรกที่ได้ลอง ก็รู้สึกโอเค แต่ก็ไม่ได้ถูกใจขนาดนั้น แล้วอีกอย่างเป็นรถคนละคันกับที่ศูนย์มี วันนั้นศูนย์หารถคันที่โชว์ไม่เจอ เลยให้ลองคันที่ไทป์เดียวกัน แล้วบอกว่าถ้าจะลองคันจริง เค้าขอเวลาหา แต่ต้องมัดจำ $500 แบบคืนได้ เราก็แบบเออก็ได้ ก็จ่ายเงินไป แล้วก็นัดไปดูอีกทีอาทิตย์ถัดไป
ระหว่างนั้นก็นัดช่างเลย แบบยังไม่ได้รถ แต่ในใจตั้งใจไว้แล้วแหละ ยังไงวันนั้นต้องได้รถ ก็เลยนัดช่างแล้วส่งยี่ห้อรถให้ไป ช่างก็ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยซื้อขายในตลาด แล้วราคาตกง่าย แต่ช่างก็บอกว่าประกันสำหรับรถใหม่ที่มีอยู่ก็ดี เราก็เลยคิดว่าได้อย่างเสียอย่างแหละ จนใกล้วันไปเอาแล้วก็หานั่งดูในเวบเรื่อยๆ เผื่อเค้ามีคันใหม่มา จนมีน้องเฮช รุ่นที่เราเคยใช้ที่ไทยเลย ส่งข้อความไปหาเซลล์ เซลล์หยุดงานพอดี กลับมาอีกทีคือเซลล์บอกรถไปแล้ว เราก็คิดว่าต้องได้น้องซูแล้วแน่เลย แต่เซลล์ก็บอกว่ามีน้องเฮชอีกรุ่นปีเก่านะ อยากลองมั๊ย เราก็แบบโอเค นั่งดูในเวบรุ่นที่เซลล์บอกแล้วส่งให้ที่พี่ที่ไทยและช่างดู ทุกคนเซย์เยสหมด เราก็แบบภาวนาขอให้มันยังอยู่ได้ลองขับ
จนวันไปลองรถ เซลล์ให้ลองน้องซูก่อนเพราะเป็นคันที่จองไว้ เราลองแล้วรูสึกไม่ชอบเลย มันคันเล็ก หรือติดขับรถคันใหญ่ก็ไม่รู้ นั่งไม่สบายเลย แถมสภาพรถดูสมบุกสมบันมากกว่าคันที่ลองครั้งที่แล้ว ถ้าต้องจ่ายในราคาเดียวกันแล้วได้สภาพรถแบบนี้รู้สึกไม่คุ้ม ก็เลยบอกเซลล์ว่าขอลองน้องเฮช เซลล์ก็ดึงหน้านิดนึงแต่ก็ให้ลอง ตอนที่เราเห็นแค่ข้างนอกยังรู้สึกเฉยๆ จนได้ลองนั่ง รู้สึกชอบเลย เลยบอกเซลล์ขอลองขับด้วย พอได้ลองเท่านั้นแหละ แบบรู้เลยว่าใช่เลย คันนี้รถเราชัวร์ เหมือนน้องตะโกนเรียกเรา เหมือนหากันมานาน 555 ไม่รู้ว่าเว่อมั๊ยแต่รู้สึกแบบนั้น ที่เค้าบอกว่าคนหรือสิ่งของที่ใช่ มันจะมาถูกที่ ถูกจังหวะ ถูกเวลาเสมอ อ่อ ลืมเล่าไปว่าตอนที่เราดูรถแต่ละครั้ง เราเดินดูล้อทุกล้อ ดูว่ามีรอยขนาดไหน ถ้ารอยฉแลบลึกมาก สำหรับเราแล้ว นั่นคือ คนขับรถไม่แข็ง ยิ่งถ้าสภาพภายในรถไม่ไหวอีก ยิ่งบอกเลยว่าคนขับไม่ได้รักรถขนาดนั้น แต่น้องเฮชคันนี้ น้องสภาพดูใหม่ แม้จะมีรอยชนมาบ้าง แต่สภาพภายในคือดีมาก แล้วเชคประวัติ maintenance แล้วคนขับดูแลเรื่อยๆ แถมใช้ต่อปีไม่ได้เยอะด้วย น้องเลยสภาพดีขนาดนี้ นอกจากนี้เราก็ให้เค้าสตาร์ทรถแล้วฟังเสียงเครื่อง แล้วก้มดูใต้รถว่ามีอะไรรั่วมั๊ย สรุปน้องติ๊กผ่านหมด หลังจากนั้นก็รอช่างมาดู ช่างเชคละเอียดมากประมาณชม. ช่างบอก รถสภาพดีมาก ไม่รู้จะติอะไรเลย เลยช่วยต่อราคาไม่ได้ เราก็บอกไม่เป็นไร เพราะเรารู้สึกว่าราคารับได้ แล้วสภาพน้องมันคุ้มที่จะจ่าย ตอนช่างตรวจก็ไปขอความรู้จากช่างอีกว่ามันควรดูตรงไหนยังไงบ้าง ช่างก็ใจดีเว่อ อ่อ ลืมเล่าว่า ช่างเป็นคนแนะนำก่อนซื้อว่าให้ขอเอกสารกับดีลเลอร์ว่ารถมีการ write off มั๊ย ถ้ามีนั่นคือรถอาจจะย้อมแมวมา แล้วช่างก็แนะนำอีกว่าให้ test drive ก่อนเอาช่างไปดูจะได้ไม่เสียเที่ยว ส่วนวันที่ซื้อช่างก็แนะนำอีกว่าเค้าจะขาย warranty ให้ยูเพิ่ม ไม่ต้องไปซื้อนะ เอาตังไปซื้อประกันแบบ comprehensive เลย เพราะยูได้ statutory warranty อยู่แล้วประมาณสามเดือน เราแบบรู้สึกขอบคุณช่างมาก หลังจากนั้นตอนจ่ายตังเมเนเจอร์ก็พยายามฮาร์ดเซลล์ขาย warranty จริงด้วย เราก็พูด no, thank you อย่างเดียวค่ะ ช่างเทรนด์มา 555 หลังจากนั้นรอประมาณสองวัน เพราะทางดีลเลอร์ทำเรื่องโอนชื่อรถให้ ตัวนี้เราต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์และปีรถมั๊ง จากการเดา และถ้าภาษีรถยนต์ rego ใกล้หมดก็มีค่าใช้จ่ายตัวนั้นด้วย มีให้เลือกจ่ายแบบเดือน สามเดือน หกเดือน ปี เราจ่ายแบบปีไปเลย เพราะรู้สึกคุ้มกว่า ส่วนประกันจ่ายแบบรายเดือนเอาเพราะเบี้ยต่างกับรายปีไม่มาก
วันที่ไปรับน้อง ก็อัญเชิญพระองค์เล็กๆไปตั้งในรถไว้ด้วย ไม่ได้ทำพิธีอะไรแค่ให้ความรู้สึกอุ่นใจออนลี่ 555 คนไทยที่แท้ทรู แล้วเราก็ตั้งชื่อให้น้องด้วยว่าถุงเงิน ขับน้องมาได้สักพักละ น้องยังน่ารักอยู่ เพราะคุยกับน้องทุกวันให้พาไปหาเงิน จะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีก ไม่รู้ใครเป็นมั๊ย แต่นี่เป็นคนที่คุยกับทุกอย่างได้ คนไทยคุยไปเรื่อยมีอยู่จริง อ่อส่วนใบขับขี่เรายังไม่ได้เปลี่ยนเป็นของ wa เพราะรัฐนี้เค้าเว้นให้ประมาณนึงสำหรับคนที่ไม่ใช่ resident ว่าถ้ามีใบขับขี่มีเวอร์อิงค์ประกอบสามารถใช้ได้ แค่ยังไม่หมดอายุ เราก็ใช้ไปก่อนจนกว่าจะได้วีซ่าใหม่ ค่อยไปสอบ
ตอนนี้รู้สึกใช้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องรีบวิ่งไปรอขึ้นรถ ฝนตกก็ยังไปไหนสะดวก จะบอกว่ากว่าจะได้น้องมา เราใช้เวลาตัดสินใจและดูนานมาก ประมาณสามเดือนได้ เลยทำให้รู้เลยว่าบางทีสิ่งที่ใช่มันจะหาทางมาหาเราเอง แค่เราไม่ต้องไปเร่งรีบอะไร แล้วพอมันมาถึงก็แค่เปิดใจยอมรับ ไม่ปฏิเสธมัน เพราะถ้ารีบก็อาจจะได้ของที่เราอาจจะยังไม่ถูกใจที่สุด หรือถ้าปฏิเสธโอกาสนั้นเราก็อาจจะเสียสิ่งที่เราตามหามาตลอด เหมือนที่ผ่านมาที่ไทย เราใช้ชีวิตแบบรีบๆตลอด หรือปฏิเสธโอกาสดีๆ คนดีๆที่เข้ามาในชีวิตไม่รู้ตัว หลักๆก็มาจากตัวเราเอง หรือ อาจจะเพราะด้วยสภาพแวดล้อมที่ต้องฝ่ารถติดไปทำงาน ทุกอย่างต้องเปะ ทำให้ดูเป็นคนขี้เหวี่ยง ต้องได้แบบนั้น แบบนี้ ดูเป็นคน perfectionist คิดเยอะ และใช้ชีวิตแบบขาดเสมอ ต้องผลักดันตัวเองตลอดเวลา เลยทำให้ตัดสินใจพลาดหลายอย่าง และก็เสียใจที่ไม่ honest กับตัวเองขนาดนั้น จนมาอยู่ที่นี่ รู้สึกใช้ชีวิตช้าลงขึ้นเยอะ แล้ว appreciate กับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เพราะรู้ว่าทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตไม่ว่าคน สิ่งของหรืออะไร ไม่ใช่เรื่องบัญเอิญ มันมีเหตุที่ทำให้เจอกันเสมอ ก็เลยบอกกับตัวเองตลอดว่า ให้ใช้ชีวิตเหมือนเป็นวันสุดท้าย แล้วทำอะไรที่เราจะไม่เสียใจภายหลัง ใช้ชีวิตให้ง่าย มีอะไรที่ไม่เข้าใจในความสัมพันธ์กับใครก็ให้พูด ถามตรงๆเลย เพราะแต่ก่อนเป็นคนมี ego ประมาณนึงแต่ตอนนี้ด้วยความที่อายุมากขึ้นด้วยมั๊ง เจอคนมาเยอะเลยทำให้รู้ว่าไม่มีประโยชน์เลย เพราะเราไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายมั๊ยที่จะได้คุย ได้เจอกับเพื่อน หรือคนรอบตัวเราคนนั้นๆ ทุกวันนี้เวลา say goodbye กับเพื่อน กับคนในครอบครัวจะกอดเสมอ เพราะไม่รู่ว่าจะมีวันพรุ่งนี้มั๊ย เอ๊ะ! อยู่ดีๆมาแนวซึ่งได้งัยเนี่ยยยยย เอาเป็นว่าจากปสก.การซื้อรถมือสองแบบความคิดเห็นเรา คือไม่ต้องรีบ ถ้าไม่รีบใช้ ถ้าไม่มีคนที่มีความรู้ช่วยดู ให้ซื้อกับดีลเลอร์ที่มีชื่อและไว้ใจได้ เพราะอย่างน้อยก็มี statutory warranty แล้วก็ test drive ก่อนเสมอ เอารถตลาดเป็นหลักเพราะอะไหล่หาง่าย แล้วขายต่อได้ไม่ยาก นอกนั้นก็หาช่างมาดู อ่อจะบอกว่าช่างที่หาได้ เค้าโชว์ cert ว่าจบช่างยนต์มา เราเลยไว้ใจระดับนึง จอบอสำหรับมพากาพย์รถยนต์ เนี่ยแหละ 20-30 นาทีที่ชั้นใช้พิมพ์ไปครั้งที่แล้ว ยาวมั๊ย อ่านกันให้จบน้าาาาา
#เด็กไทยในออส
#คนไทยในออสเตรเลีย
#คนไทยในต่างแดน
#ซื้อรถมือสอง
อยากจิร้องไห้ เมื่อกี้ชั้นนั่งพิมพ์เล่าเรื่องซื้อรถมือสองไปแล้วประมาณครึ่งชม. จะโพสรูปด้วย ที่พิมพ์หายหมด 🥹 เอาเป็นว่า วันนี้ตอนขับรถกลับ แวะซื้อไอติมเห็นพระจันทร์ด้วย กลมดิ๊กเลย เฮ้อออ ชั้นเหนื่อยยยพิมพ์ เดี๋ยวมีเวลา และอารมณ์ดีๆค่อยมาเม้าเรื่องรถมือสองใหม่ละกัน วันนี้ดูพระจันทร์ขึ้นตั้งแต่ตอนกลางวันไปก่อน ฟ้าใสเว่อ วันนี้ฝนไม่ตก เย้
October Theory เป็นทฤษฎีที่บอกว่าอะไรที่ไม่ใช่จะไม่ได้อยู่กับเรา เพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ๆที่ใช่ สำหรับเรานั้นไม่แน่ใจในทฤษฎีนี้ แต่ที่นี่แน่ๆเป็นเดือนที่เราลาจากสิ่งที่เรารักไป ย้อนไป 14 ปีก่อนตอนที่เราอยู่เมลเบิร์นก็ได้รับข่าวที่ไม่ค่อยดีจากทางครอบครัวเรื่องคุณพ่อ ทำให้เราที่อยู่ระหว่างเรียนจบเทอมสองต้องดรอปแล้วบินกลับไทยแบบทันที ตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่ามีทฤษฎีนี้ แต่พอช่วงหลังๆนี้ได้ยินอะไรแบบนี้เยอะมาก พอมองย้อนกลับไปก็น่าจะจริง เป็นเดือนที่ใครหลายๆคนได้ลาจากสิ่งที่ไม่ใช่ แล้วเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ความสัมพันธ์ใหม่ๆ กับคนใหม่ๆ หรืองานใหม่ๆ ก่อนจะสิ้นปีด้วยซ้ำ ถือเป็นการเปิดรับสิ่งที่ใช่ให้กับตัวเอง หรือแม้กระทั่งบางคนก็บอกว่า สิ่งเก่าๆที่ใช่ก็หาทางกลับมา 😅 แต่สำหรับเรา ถ้ามันจะใช่ มันก็คงใช่นานแล้วละ แต่ก็นะ บางสิ่งก็ต้องใช้เวลากว่าจะเข้าใจ และเติบโตจนเรียนรู้เรื่องนั้นๆ ตลอดเวลาสามปีที่อยู่ที่นี่ October theory ก็น่าจะเกิดขึ้นสำหรับเราด้วย ไม่ว่าจะเรื่องเพื่อน คนที่เคยอยู่ในชีวิต ปีนี้หลายๆคนก็ห่างหายไป อาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจกัน ความที่มาจากความเป็นอยู่ที่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งการที่ไม่ honest ต่อกัน หรือไม่ appreciate ในการที่เรามีอยู่ในชีวิต หลังจากที่พยายามกันมานาน พอมันถึงเวลาที่จะต้องปล่อย ก็ต้องปล่อยถึงแม้จะเสียใจหรือไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ตาม เพื่อให้ต่างคนต่างไปเจอคนที่ใช่ และสิ่งที่แต่ละคนเลือก เดือนนี้เลยน่าจะเป็นเดือนที่เหมาะที่สุดสำหรับการปล่อยวาง เพื่อมีที่ว่างให้กับสิ่งที่ใช่ ปีนี้สำหรับเราก็เชื่อว่ามันคงมีอะไรที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องคน เข้ามาในชีวิต รวมถึงยอมรับกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ....
จริงๆอยากจะเขียนรายละเอียดเรื่องการซื้อรถมือสองในชีวิตเราครั้งแรกที่ต่างประเทศนะเนี่ยว่ามีรายละเอียดยังไง เพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย อยู่ที่ไทยคนส่วนใหญ่จะซื้อรถป้ายแดงซะมากกว่า เพราะได้ประโยชน์อะไรหลายๆอย่าง อยู่ที่นี่น่าจะเหมือนกันมั๊ง ยังไม่เคยซื้อ >< เอาเป็นว่าแปะไว้ก่อนละกัน เดี๋ยวมาเล่ามหากาพย์ซื้อรถมืองสองที่นี่ให้ฟังครั้งหน้า และก็อีกหลายๆเรื่อง อารมณ์อยากเม้าแต่ขี้เกียจพิมพ์ 555 แต่ก็อยากบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่ว่าเราผ่านอะไรมาบ้างไว้ย้อนกลับมาดู เหมือนเป็น journey เล็กๆ ไว้ให้ตัวเองกับคนที่เจออะไรคล้ายๆกันมาดูไว้อ่านเป็นกำลังใจละกัน ✌️✌️
Happy Friday!! May your October be a new begin & nice to you 😊
#เด็กไทยในออส
#เด็กไทยในต่างแดน
#คนไทยในต่างแดน
#คนไทยในออสเตรีย
27/09/2025
เมื่อร่างกายต้องการพัก 🙂↕️
ปีนี่เป็นครั้งแรกที่อยู่ออสแบบ nonstop ไม่ได้กลับไทย หรือไปที่อื่นในรอบ 1 ปีเลย เพราะพันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เลยจัด solo trip ไป 1 กรุบแบบ unplanned อีกแล้ว 😄 ตอนนี้เริ่มชินกับการเที่ยวแบบนี้ สนุก & ตื่นเต้นว่าจะได้เจออะไร
ที่ว่า unplan คือ ตื่นเช้าวันนั้นต้องไปสอบ pte เพื่อเพิ่มคะแนนอีกรอบ แล้วรู้สึกอยากไปไหนสักที่หลังสอบเสร็จแบบให้รางวัลความเหนื่อยตัวเอง เลยจองที่พัก เลือกไป Busselton วันนั้นเลย ตอนแรกไม่ได้ดูด้วยว่ามันไกลแค่ไหน แต่ก็แบบอยากไป ไปนั่งรถไฟยื่นไปในทะเลแค่นั้น นอกจากนั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้อีกเลย (หนักพอๆกับตอนไป Bunburry 😅)
รอบนี้เราขับรถไป เพราะมีรถแล้ว ตั้งชื่อให้ด้วยน้า ชื่อน้องถุงเงิน น้องน่ารักมากมาย วันนั้นสอบเสร็จ ประมาณบ่ายสอง เสร็จแล้วไปทำธุระ กินข้าว ออกจาก perth ประมาณ 3.30 pm เป็นช่วงเวลาเริ่มรถติด ใช่ค่ะ ที่นี่มีรถติดด้วย แต่ไม่เท่าไทย เราก็ขับไปเรื่อยๆ พอหลุดจากเมืองมาได้ ก็วิ่งยาวเลย รวมๆประมาณ สามชม.นิดๆ เพราะรถติด ถึงที่พัก ประมาณทุ่ม ที่พักเป็น motel แต่สะอาดมาก ที่นี่พัก motel เป็นปกติ เพราะเอารถขับจอดหน้าที่พักได้เลย ไม่ต้องมีพิธี คนละแบบกับที่ไทยน้า คนที่มาแบบ road trip ก็พักแบบนี้สะส่วนใหญ่ เอาละ หลังจากจัดการตัวเอง ก็เริ่มมาเปิดแมพว่ามีที่เที่ยวอะไรบ้าง ก็เลยรู้ว่า มันใกล้ Magaret river ขับรถไปประมาณ ครึ่งชม. แล้วถ้าเลยไปใต้อีก คือเมือง Augusta ที่มี Cape Leeuwin ที่ได้ชื่อว่าเป็น corner of WA ก็ขับไปอีกสัก 40 นาที ตอนแรกก็ชั่งใจว่าจะเที่ยวในเมืองหรือ ไปใต้ต่อดี แล้วกลับมา เพราะเราจองที่พักไว้สองคืน สุดท้ายเราก็เลยตัดสินใจไปให้สุดค่า แล้วค่อยเที่ยวในเมืองเช้าวันถัดไป
เช้าถัดมาออกจากที่พักประมาณ 8 โมงกำลังดี หาคาเฟ่กินอาหารเช้าแถว Margaret river ไปเจอร้านดังอันนี้ Magaret river baker ดีมาก ไปถึงคนยังไม่ค่อยเยอะโชคดีสุดๆ กินเสร็จก็ขับไปต่อที่ Cape Leeuwin มีค่าเข้าประมาณ $25 ถ้าจำไม่ผิด มีประภาคารแล้วก็ museum เล็กๆให้ดู ที่นี่เป็นจุดที่ Two oceans meet เราแอบว้าวนิดนึง เพราะไม่เคยรู้ 😆 เลยรู้สึกเป็นการเที่ยวที่ได้ความรู้ หลังจากนั้นก็ไป Jewel cave เพราะ คิดว่าน่าจะสวยที่สุด อ่อ ที่นี่มี cave เยอะมาก ในนั้นส่วยใหญ่ก็จะเป็นหินงอกหินย้อยเหมือนบ้านเรา แต่เค้าทำดีกว่ามีทางเดินบันได้ให้ลง แล้วก็จำกัดพื้นที่เผื่อรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ ใช้เวลาประมาณชม.นึง ได้เดินออกกำลังกายนิดหน่อย เสร็จก็ประมาณ บ่ายสองครึ่งละ ที่นี่ก็หาดูต่อว่าจะไปไหนดี ก็มีความคิดที่ว่าชั้นยังไม่เห็น Margaret river เลย มันอยู่ตรงไหน แต่ในแมพ มันมีที่นึงที่เป็นจุดชมวิว ชื่อ Margaret river mount point เออ เอาวะ มันคงจะเห็นบ้างละ ก็ปักหมุดไปตรงนั้น ขับไปประมาณ 30 นาที แต่…. ทางที่กูเกิ้ลปักให้ ไม่มีรถขับตามหลังชั้นเลยสักคัน รถไปอีกทาหมด ทางที่ขับไปชื่อ caves road ชั้นขับไปแบบไม่ได้เอะใจเลย จนกะทั้งในแมพเป็นพื้นที่เขียน แล้วเขียนว่า forrest เท่านั้นแหละ ทริปน่านที่เคยไปกับพี่พลอย dejavu ขึ้นมาเลย … แต่มันก็คงไม่มีแง่งหินต้องขับแบบ offroad ละน้าาา 😅 … ใช่แล้ววว ไม่มีหิน แต่มีจิงโจ้วิ่งผ่านกลางถนนเท่านั้นเอง แต่เป็นถนนที่วิวสวยมาก แนะนำๆ สุดท้ายก็ถึงจุดชมวิว ชั้นได้เห็น Margaret river จริงๆด้วย เดินเล่นสักพัก แล้วก็ขับกลับ Busselton อีกครึ่งชม. รวมๆ ขากลับไกลกว่าขามาอีก เพราะแวะแต่ละจุดที่เรียบชายทะเล ถึงที่พักเกือบหกโมง
Busselton day ต้องยกให้เค้าวันนึง จริงๆแค่ครึ่งวัน เพราะต้องกลับบ่ายวันนั้นแล้ว ตอนแรกอยากไป Donbourough ก่อนตอนเช้าด้วยซ้ำ แต่ดูจากสภาพรถแล้ว น้องอาจจะไม่ไหว วันนี้ก็ไปแบบชิลๆ แต่ชิลแบบใด ชั้นก็ต้องวิ่งไปขึ้นรถไฟเพราะชิลเกิน คิดว่ามันอยู่ใกล้ ใช่ค่ะใกล้จริงแต่ต้องหาที่จอด จอดรถปุ๊บก็วิ่งสับเลยค่ะ เพราะไม่งั้นคือไม่ได้ไป โชคดีที่จองตั๋วไว้ก่อนแล้ว แล้วโชคดีอีกที่พนง.ถามว่าอยากอัพเกรดไป observatory มั๊ยมีที่สุดท้ายในรอบเรา ซึ่งตอนแรกคิดว่ามันรวมอยู่ในตั๋วแล้ว ก็เลยจัดไป ค่าขึ้นรถไฟกับค่าเข้าชมทั้งหมดรวมประมาณ $50 ใน observatory ก็มี tour guide อธิบายความเป็นมาและสัตว์ในทะเลต่างๆ คุยถามความรู้นางไปอีก เอาให้คุ้ม 😆😆
สรุปทริปนี้ฮีลใจมากกกก เป็น roadtrip ครั้งแรก แล้วก็สนุกมาก แพลน roadtrip ผุดขึ้นมาเต็ม แต่ที่อยากไปสุดๆคือ NZ ส่วนออส อยากไป Ululu ไปดูสถานที่สำคัญที่คน Aborigin เชื่อว่าเป็นสถานศักดิ์สิทธิ แล้วอยากไปขี่อูฐด้วยเอาจริง มีมั๊ยนะ 😆
#เด็กไทยในออส
#เด็กไทยในต่างแดน
วันนี้ได้พักแล้ววว แต่เมื่อวานก็แอบโดดงานไปวัน เพราะพลังหมด คุยกับลูกค้าเยอะเกิน บางคนไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้จริงๆ T^T ก็ค้นพบว่าคนออสซี่ก็ไม่ค่อยได้ตื่นตัวกับการวางแผนภาษีเลย และบางคนก็ไม่รู้ว่าอะไรที่ลดหย่อนได้บ้าง สำหรับคนที่จ่ายภาษีขั้นสูง หลายๆคนรู้คร่าวๆ ว่าอะไรลดหย่อนได้บ้างแต่ก็ขี้เกียจเก็บใบเสร็จ ขี้เกียจทำบันทึก มารู้ตัวอีกทีตอนที่ยื่นภาษีเนี่ยแหละว่า เฮ้ยยยยย ทำไมชั้นต้องจ่ายภาษีอีกทั้งๆที่ถูกหักไปแล้ว ทำไมไม่เก็บบันทึกทำไมไม่ทำ ชั้นทำงานหนักมาแทบตายเลยนะ อยากบอกว่าถ้าไม่ใช่นักธุรกิจ อาชีพที่ทำเงินได้เยอะของประเทศนี้คือ tradies รายได้เยอะจริง 200k อัพแต่งานหนักจริง ถ้าเป็นคน local แล้วรายได้เยอะขนาดนี้ ภาษีที่จ่ายคือ 47%+ (Medicare Levy Surcharge 1-1.5%) สิ่งที่จะช่วยลดหย่อนได้คือขอให้นายจ้างหัก super ให้เยอะขึ้น หรือที่เรียกว่า reportable emplyer superannuation contributions หรือง่ายๆ salary sacrify ถ้าใครทำงานสาย aged care ก็จะมีตัวช่วยอย่าง โปรแกรม smart salary ช่วยในการหักเงินไปลงค่าใช้จ่ายต่างๆก่อน ก่อนที่เหลือจะเป็น assessible income (*ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smart.com.au/ ) หรือการซื้อ private healt insurance แบบ full cover แม้กระทั่งการมีพาร์ทเนอร์ เพราะจะช่วยให้ threshold ในการจ่าย medicare levy surcharge เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้ามีลูกด้วยก็จะเพิ่มไปอีก และก็ contribute superfund ให้กับพาร์ทเนอร์ หรือให้ตัวเองเพิ่ม แต่ก็มี limit ในแต่ละปี ส่วนคนที่ไม่ใช่ local tax offset หลักๆเลยคือ medicare levy surcharge เราขอ medicare levy exemption ได้ แต่ต้องขอใบ medicare entitlement statement ก่อนที่ lodgement นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวกับการทำงาน หลักๆคือใบเสร็จ แต่ถ้างานนั้นต้องเดินทางไปหลายที่ แล้วใช้รถของตัวเอง ก็ควรทำ logbook หรือ daily record ระยะทางของแต่ละวัน และรายละเอียดไปไหนเพื่ออะไร หรือใครทำงานที่บ้านก็สามารถขอลดหย่อนได้ แต่ก็ต้องบันทึกรายละเอียดทุกครั้งว่าทำตั้งแต่เวลาไหนถึงไหน ข้อมูลของค่าใช้จ่ายตัวไหนที่ลดหย่อนได้ไม่ได้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในเวบ ato.gov.au หรือถ้าไม่แน่ใจก็ปรึกษา tax agent โลด พอแค่นี้ก่อน เหมือนมาระบายยังไงม่ายรุ 😆
#คนไทยในเพิร์ธ
#เด็กไทยในออสเตรเลีย
04/07/2025
มาต่อกันด้วยเรื่องการย้าย Super fund ที่เขียนข้างไว้ตั้งแต่เดือนเม.ย. (ไปไล่ย้อนอ่านดูได้น้า) เพิ่งได้มีโอกาสตามกับทาง ATO ไปสองวันก่อน และใช่ค่ะ ครั้งนี้ก็ใช้ล่ามเหมือนเคย บทสนทนารอบนี้ชม.กว่า ทั้งๆที่มี Ref no. แล้ว ต้องขอบคุณล่ามที่อยู่กันจนจบ แม้ว่าบางตอนจะแปลตัดบทไปบ้างก็ตาม ขอตัดเอาตอนพีคมาเล่าละกัน เพราะบางที staff ที่รับโทรฯก็พูดข้อมูลไม่ถูกเหมือนกัน อ่ะเริ่ม!
หลังจากที่แจ้งเลข ref ไปแล้วจนท.หาไม่เจอในตอนแรก เราก็ยืนยันในเลขที่เราได้แล้วสุดท้ายจนท.ก็บอกว่า เรื่องของยูมันทำไม่ได้ เพราะอยู่ต้องเป็น resident ที่นี่ก่อน เราก็แบบ ฮ่ะ? คำโตๆ แบบ อิหยังวะมากก เราก็ถามกลับไปว่า เราไม่เป็น resident ยังงัยจ่าย tax มาสามปี*
*resident ในความหมายของ tax โดยใช้ residency test หลักๆคือ มีความตั้งใจในการมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศ มีครอบครัวอาศัยอยู่ในประเทศด้วย อาศัยอยู่มากกว่า 6 เดือนมีการมีงานทำ เว้นเสียแต่ว่า regular home อยู่ตปท และไม่ได้มีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนั้นๆ (ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านได้จาก www.ato.gov.au)
ก็เลยถามกลับไปว่า resident ในความหมายของยูคืออะไร นางก็บอกว่า เป็น pr ไม่ก็ citizenship แล้วนางก็ยืนยันคำเดิมว่าย้ายไม่ได้ด้วยเหตุผลนั้น เราก็เลยบอกว่า เราคุยกับทาง super ทั้งสองทาง เค้าบอกว่าเราย้ายได้ แค่ติดตรงที่ status เราเคยเดินทางออกนอกประเทศไป แล้วเคยเคลมไปแล้ว ในระบบมันยังติดตรงนั้นอยู่ ต้องติดต่อ ato เท่านััน จนท.ก็ถามกลับมาว่ายูไปเอามาจากไหน ใครบอกยู เราก็บอกก็ทั้งจนท.ทางยู super และ tax accountant ก็บอกว่าทำได้ทั้งหมด ไม่งั้นจนท.คนที่รับเรื่องครั้งที่แล้วคงไม่ให้ ref no. มา
องค์แม่อิลูกช่างเถียงกลับเข้าร่าง พร้อมทั้งความรู้ที่เรียนมา เรามั่นใจมาก ก็เลยถามนางกลับไปว่า งั้นยูบอกมาหน่อยว่าที่อยู่บอกว่าการจะย้าย super ต้องเป็น pr หรือ citizen เท่านัันอยู่ในส่วนไหนของเพจยู ไอจะเอาไปคุยกับ tax accountant นางก็หายไปสกพัก ระหว่างนั้นเราก็เสริชหาข้อมูลเพื่อความชัวไปด้วยซึ่งไม่มีระบุเลย แล้วนางก็กลับมาบอกว่าในกรณีของยูๆ ต้องติดต่อทาง super fund ของยูให้ทำเรื่องเท่านั้น เราก็แบบ อ่ะ เมื่อกี้นี้เทอยังบอกว่าทำไม่ได้ ทำไมกลับคำให้ไปติดต่อ เราก็ถามกลับเลยว่าเดี๋ยวนะ เมื่อกี้ยูบอกว่าต้องเป็น pr อะไรเท่านัันนิ ไอต้องการข้อมูลตรงนั้นอยู่ไหนละ คราวนี้นางก็เริ่มแถไปเรื่อย พูดแต่ว่าเคสของเราต้องบลาบลาบลาเหมือนเดิม อารมณ์แบบเออ กุพูดมั่วไปเมื่อกี้แต่ขอโทษไม่ได้ เพราะความ ato มันค้ำคออยู่ เราก็เลยพูดกลับไปใหม่ว่า โอเค สรุปไม่ต้องเป็น pr ก็ได้ใช่มั๊ย งั้นคราวนี้กลับมาที่จุดเริ่มต้นใหม่ เพราะ อย่างที่เล่าให้ยูฟัง ไอย้ายไม่ได้เพราะติดตรง status นั้น
เนื่องจากคุยกันมานานมาก นางคงเริ่มอยากวางสายให้จบๆ ก็เลยบอกว่า งั้นยูก็ไปติดต่อ Dep Home of Affairs ให้เค้าอัพเดท สเตตัสยูว่ายูกลับมาแล้ว เราก็แบบ ฮ่ะ? อิรอบ แล้วตอบกลับไปว่า เดี๋ยวนะ ชั้นกลับเข้ามาในประเทศ ผ่านตม. ซึ่งเค้าก็มีข้อมูลแล้วว่าชั้นกลับมา ยังต้องไปอัพเดท status ตัวเองกับทางตม.อีกเนี่ยนะ ผีปอปมาก แล้วกการที่ไอทำงานจ่าย tax มาสามปี status ไอยังไม่อัพเดทอีกหรอว่าไอยูในประเทศนี้แล้ว doesn’t it make sense เหลือใจกับจนท.คนนี้จริงๆ นางก็ตอบใช่เสียงแข็งแบบเอออ กุถูกเสมอ กุจะทำแบบนี้ เราแบบค่ดเอือม ไม่คิดว่าจะถูก discriminate กลายๆ เราก็บอกว่าโอเค งั้นขอหัวข้อเรื่อง หรือรีพอร์ตที่ยูจะเอาหน่อยว่าชื่ออะไร เวลาไอไปติดต่อจนท.ตรงนั้นจะได้บอกเค้าถูก แล้วก็ขอชื่อยูไว้ด้วย ถ้าเค้าถาม นางก็ตอบมาว่าเราไม่ได้เรคคอร์ดบทสนทนาไว้แต่ก็ต้องจำใจให้ชื่อนางกับเรามา
หลังจากที่วางสายกับนางเสร็จ เราลองเข้าไปใน mygov เพื่อไปดูว่ามันยังเป็นแบบเดิมมั๊ย ยังติดสเตตัวนั้นอยู่มั๊ย สรุปคลิ๊กเข้าไป เอ๊ะ ทำไมไปต่อได้ แล้วก็เอ๊ะอีกจนจบ สรุปทำได้เรียบร้อย ซุปเปอร์ย้ายมาภายในสามวันทำการเสร็จ เฮ้อออ เอา 1 ชมครึ่งของชั้นคืนมาาาาา
ปล.เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราเป็นที่พึ่งตัวเองเสมอ หาข้อมูลเยอะๆ ถ้ามั่นใจก็พูดก็เถียงได้แต่มีเหตุมีผล เอาข้อมูลมาสู้ ไม่ใช่มั่วๆไปเหมือนจนท.คนนี้นาจา
ปล2. ไปเล่าให้เพื่อนที่ทำงาน tax ด้วยกันฟัง นางว่าถ้าเป็นช่วง tax season ส่วนใหญ่เค้าจะจ้างคนมาตอบแบบโยนคู่มือให้แล้วก็ไปหาเอา ซึ่งเราก็ไม่รู้จริงมั่วแค่ไหน แต่ถ้าอยากพิสูจน์ลองโทรไปคุยได้ คุยบ่อยๆจะรู้ว่าใครจริงใครมั่ว 😅
#เด็กไทยในต่างแดน
#เด็กไทยในออสเตรเลีย
#คนไทยในเพิร์ธ
Australian resident for tax purposes If you're an Australian resident for tax purposes, you must declare all income you've earned in Australia and overseas.
26/06/2025
Officially my first day as a tax accountant!!!
จริงๆ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือน แต่วันนี้เป็นวันแรก ที่ได้ทำ tax ให้กับลูกค้าคนแรกแบบไม่รู้จักกันมาก่อน กังวลและนอนไม่หลับทั้งคืนเมื่อคืน แล้วเมื่อเช้าได้ชิฟท์เริ่มงานประมาณ 9 โมง แต่ด้วยความที่กังวลทั้งตัวโปรแกรมที่ไม่ชินและอื่นๆ เลยไปถึงออฟฟิสประมาณ 8.40 น. เตรียมข้อมูลลูกค้า โปรแกรมที่ใช้ แถมลูกค้าคนนี้มาเคลมก่อน tax period อีก เราก็เพิ่งรู้ว่ามันเคลมได้เลย ถ้าที่ทำงานส่งข้อมูลให้กับทาง ATO เรียบร้อยแล้ว แล้วขึ้นใน client report ว่า finalised แต่จริงๆแล้วควรรออีกสักพักประมาณกลางเดือนก.ค. ก็ยังไม่สาย เผื่อมีดอกเบี้ยคงค้างจากแบงค์ หรือใดๆ จะได้ไม่ต้อง amend ทีหลัง สรุปทำเสร็จภายในครึ่งชม. เมเนฯ ประกบเชคงานด้วยอีกที จากที่ตื่นเต้นก็เริ่มดีขึ้น สักพักก็มีลูกค้าที่นัด และก็ walk-in มา เราก็ shadow เพื่อน นั่งคุยเคสกัน รวมๆแล้ววันแรก ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขอบคุณลูกค้าทุกคนคร่าา 🙏😊
ปล. ชื่อเราเต็ม nametag เลย 😅
11/05/2025
Happy Mother’s Day & Visaka Day!
เป็นวันอาทิตย์ที่ดีจริงๆ celebrate ไปพร้อมกันทั้งสองงานของสองประเทศ วันนี้เลยได้ไปวัดไทย สั่งขนมกับน้องที่บ้านเอาไปร่วมทำบุญ เป็นครั้งแรกที่ไปวัดที่ตปท.ตรงกับวันสำคัญทางศาสนาจริงๆ แต่เอาเข้าจริงอยู่ตปท.แทบจะไม่ค่อยได้ไปวัดเลย เพราะไปยาก วัดส่วนใหญ่ไม่อยู่บนเขาก็รถบัสไปไม่ถึง แต่วัดที่ไปวันนี้ใกล้บ้านถ้ามีรถก็ขับไปประมาณ 10 นาที แต่ถ้าไม่มีนั่งบัสไปรวมระยะเวลาเดินและรอก็ประมาณครี่งชม. วัดที่ไป ไม่มีพระไทยเลย มีแต่พระฝรั่ง อินเดีย และจากประเทศอื่น แต่คนที่ไปส่วนใหญ่ก็คนไทย
วันนี้ก็เจอพี่คนไทยทักถามว่า มาคนเดียวหรอ เลยบอกว่าใช่ค่าาา บ้านอยู่ใกล้ๆ แต่มารถเมค่ะ แกก็อึ้งๆ แบบใจเอาอิหลี ใช่ค่ะ ถ้าอยากทำอะไรแล้วต้องไปให้สุด เมื่อวันศุกร์ก็เป็นวันหยุด เลยตั้งใจจะไปดูงานดอกไม้ของวันแม่ที่แถว Subiaco อยากไปดูเทคนิคว่าเค้าจัดยังไง อลังขนาดไหน พอไปถึง เดินออกจากสถานีรถไฟแล้วก็เดินตามถนนไปตามแผนที่งานที่ได้มา เค้าก็จะจัดดอกไม้ให้ถ่ายรูปตามถนนเป็นจุดๆ จุดถ่ายไม่เยอะ แต่คนออสซี่ก็ไปดูกัน ถ้าถามความเห็น มันก็เป็นอีเวนท์ให้ครอบครัวมีอะไรทำกัน แต่ใดๆก็คิดว่าถ้าเป็นที่ไทย งานน่าจะอลังกว่าเยอะ 😆😅 แต่ย่านนั้นคือมีแต่ของแนวๆ ชอบมาก แล้วก็มีร้านอาหารน่านั่งหลายร้าน อาจจะได้กลับไปใหม่อีก
อ่อ ได้ถามคนที่นี่ด้วยว่าทำไมถึงเป็นวันแม่วันนี่ คนที่นี่ก็ตอบไม่ได้ แต่ไม่ใช่วันเกิดควีนแบบที่ไทย แล้วก็วันแม่นี่ไม่ได้มีแค่ที่ออส แต่มีที่เมกาและอังกฤษเหมือนกัน คือกำหนดให้เป็นอาทิตย์ที่สองของเดือนพ.ค. อ่ะ ว่าแล้วก็เอารูปจากการเดินไปกลับมาให้ชมคร่าาา
May miracles happen 😊
เดือนใหม่แล้ว ผ่านไปเร็วมากกกก คลาส tax ของเราก็เช่นกัน เหลืออีก 2 sessions ก็จะจบแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ลุ้นว่าจะได้มั๊ย อ.ในคลาสก็กดดันสะจริงว่า จะมีคำถามเกี่ยวกับ tax ให้จำให้ได้ว่ากฎอะไร แบบไหน 🥲 ยากนะ แต่ก็สู้ เพราะเราเลือกที่จะทำ
ไม่รู้ใครเป็นบ้างมั๊ย พอมาอยู่ตปท. เราก็พึ่งไลฟ์โค้ช (aka หมอดู) กันบ่อย โดยเฉพาะเพื่อนเราเป็นผู้แนะนำ 😆 เคยเล่าให้พส.จีนฟังว่าเวลามี depression ใดๆ คนไทยส่วนใหญ่ก็จบด้วยการดูหมอ มากกว่าไปพบจิตแพทย์ เพื่อนคือขำแบบโดนเส้นมาก ก็นะ คนไทยนับถือทุกอย่าง 555 ได้ดูไกลบ้านตอนนึงที่ Farose ไปเที่ยวเมลเบิร์นแล้วมีเด็กนร.พาเที่ยว ใดๆคือคนนั้นก็พาไปไหว้พระแม่ Victoria บอกถ้าอยากได้ PR ก็ให้มาขอ มาไหว้ แล้วก็มีคนทำจริงๆ เพราะเคยเห็น อีกช่องก็พูดถึง ส่วนเรานั้น …. 😅
วันนี้ตื่นสาย แต่ตั้งใจจะไปเดินที่พาร์ค เพราะทำงานเกือบทุกวัน เลยอยากฮีลตัวเองประมาณนึง แล้วก็ดันซื้อบัตรวิ่ง 5 โลไว้กับน้องคนไทยที่อยู่ที่นี่ เพราะน้องมาชวนบอกว่าทำบุญไปด้วย เราก็เออก็ได้วะ ก็เลยได้เริ่มกลับมาดูแลตัวเองแล้วเริ่มวิ่งประมาณนึง วันนี้เลยได้ถ่ายคลิป ใบไม้ช่วงเปลี่ยนสีมาฝากค่า ส่วนอาทิตย์นี้จะเป็นวันแม่ มี event เยอะแยะเลย เดี๋ยวจิ้มไปอันนึงแล้วจะมาเล่าให้ฟังว่างานเป็นยังไง 😊
Enjoy the miracle time in May!!!
Click here to claim your Sponsored Listing.