Sorn's Restaurant and Cafe

Sorn's Restaurant and Cafe

ตำแหน่งใกล้เคียง ร้านอาหาร

ชมรมร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารตำบลสันปูเลย
ชมรมร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารตำบลสันปูเลย
198 หมู่ 5 ตำบลสันปูเลย
นมสด นมข้าวโพด เชียงใหม่
นมสด นมข้าวโพด เชียงใหม่
Doi saket
Cha Kafei' Cafe'
Cha Kafei' Cafe'
CNX, Amphoe Doi Saket
นมหน้าบ้าน
นมหน้าบ้าน
182 M.9 T.Maepong A.Doi Saket Chiangmai
Danielle Organic Coffee Affair
Danielle Organic Coffee Affair
50220
Locanda Doi Saket
Locanda Doi Saket
Chiang Mai- Chiang Rai Road
Leelawadee  Coffee
Leelawadee Coffee
ติดถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เส้นเชียงใหม่-เชียงราย เยื้องปั๊มน้ำนมันบางจากดอยสะเก็ด
ข้าวต้มฮิมดอย
ข้าวต้มฮิมดอย
31/3 หมู่3 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ต
Tip Tom Cafe' Chiangmai
Tip Tom Cafe' Chiangmai
250 ม.3 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่, Chiang Mai
ขาหมูดอยสะเก็ด
ขาหมูดอยสะเก็ด
533 ม.3 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด
ปลาเผา ผักสด - เชียงใหม่
ปลาเผา ผักสด - เชียงใหม่
168/7บ้านน้ำแพร่
บ้านเฉลิมศรี Chalermsri Coffee House at Doi Saket กาแฟคั่วมือ
บ้านเฉลิมศรี Chalermsri Coffee House at Doi Saket กาแฟคั่วมือ
@บ้านเฉลิมศรี Doi saket, Chiang Mai
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น/หมูตุ๋น - ตา-ยาย2540n"แพตตี้
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น/หมูตุ๋น - ตา-ยาย2540n"แพตตี้
เส้นเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด, Chiang Mai
เฮือนต้นผึ้งอาหารพื้นเมือง&รีสอร์ท
เฮือนต้นผึ้งอาหารพื้นเมือง&รีสอร์ท
90 Moo 7 บ้านต้นผึ้ง ตำบลแม่โป่ง
Ying-Ploy kitchen
Ying-Ploy kitchen
Sanpulai

Serving Thai and Western Food Light Meal Home cooking style. Full Liquor License

กินเท่าที่มี...

ระหว่างรออาหารจานหลัก

[08/01/19]   โปรดทราบ...ทางร้านไม่มีนโยบายเรื่อง ขอยืมเงิน เช็ค จากใคร

ถ้าใครได้รับ Messages...ไม่ใช่ทางเรานะครับ เพิ่งโดนมาบัดเดี๋ยวนี้เอง

Sornsak Studio

ฟิลเตอร์ที่ใช้ในการถ่ายภาพขาวดำ

ในการถ่ายภาพขาวดำ สิ่งที่เราต้องการในภาพคือการนำโทนของสีเทามาเป็นตัวเชื่อมภาพให้ดูน่าสนใจแทนการใช้สี ดังนั้นฟิลเตอร์สี หรือแผ่นกรองแสงสีต่างๆ ที่ใช้กับการถ่ายภาพขาวดำจึงมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้สีผ่านเข้าไป หรือปล่อยให้สีผ่านเข้าไปได้ การสกัดกั้น หรือปล่อยให้เข้าไปได้อย่างเต็มที่ หรือว่าเพียงแค่ส่วนหนึ่ง และดูดซึมไปบ้าง (absorption) ขึ้นอยู่กับความเข้มหรืออ่อนของสีของฟิลเตอร์ที่ใช้ ปริมาณของแสงที่จะผ่านเข้าไปยังเลนส์จะต้องเสียไปบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับสีและความเข้มของสีเช่นกัน

ฟิลเตอร์ที่นำมาพูดคุยกันในวันนี้ เป็นฟิลเตอร์ที่ใช้ในการถ่ายภาพขาวดำโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นฟิลเตอร์สีทั้งหมด เรียกกันว่า Contrast Filters ซึ่งมันจะช่วยสร้าง contrast ให้กับภาพ แต่เนื่องจากการดูดซึม (absorption) ของแสงจะไม่เท่ากันในแต่ละสี จึงจำเป็นที่จะต้องมีการชดเชยแสงกันบ้างในการถ่ายภาพ เพื่อมิให้ฟิล์มได้รับแสงน้อยเกินไป เรียกกันว่า filter factor

เมื่อเราซื้อฟิลเตอร์ ไม่ว่าจะยี่ห้อใด ในกล่องจะมีข้อมูลให้เราอยู่แล้วว่าเป็นฟิลเตอร์เบอร์อะไร และมี filter factor เท่าไร แต่ส่วนใหญ่แล้วเราใช้กล้อง SLR กันทั้งนั้น เมื่อใส่ filter เข้าที่หน้าเลนส์ เครื่องวัดแสงที่อยู่ในกล้องก็จะทำการวัดแสงโดยตรงจากกล้อง อ่านแสงผ่าน filter ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการต้ังค่าของ filter factor แต่ถ้าใครใช้เครื่องวัดแสงที่อยู่นอกกล้อง ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ filter factor มาตั้งบนหน้ากล้อง

ไม่ว่า filter factor ที่ทางผู้ผลิตได้บอกมานั้นจะเท่าไรก็ตาม มันเป็นเพียงแค่ค่าที่แนะนำให้เริ่มต้นเท่านั้น มิใช่ตายตัว ความชอบของแต่คนต่างกันไป และการวัดแสงของเครื่องวัดแสงแต่ละเครื่องก็จะมีค่าที่ต่างกันออกไปบ้าง ดังนั้นทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเอง ว่าชอบโทนอย่างไรและต้องการ ความรู้สึกอย่างไรในภาพ ดังนั้นผมจึงให้ค่าของ filter factor ว่า "โดยประมาณ" ในบทความนี้

ผมใช้ฟิลเตอร์ของ B+W (ต้องบอกว่าเคยใช้ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ได้ถ่ายภาพแล้ว) ก็เลยขออ้างอิงถึงเบอร์และ filter factor ตามนั้น แต่ในเรื่องของ filter factor ก็ไม่น่าจะแตกต่างไปจากยี่ห้ออื่นๆอย่างไร จะต่างกันก็ตรงคุณภาพของสินค้าเท่านั้นเอง และก็อยากจะบอกว่าอะไรก็แล้วแต่ ที่เรานำไปใส่หน้าเลนส์ ก็จะมีแต่ลดความคมชัดของเลนส์ลงทั้งนั้น ดังนั้นจึงควรที่จะใช้ของที่ดี เท่าที่สามารถจะหาได้

ในจำนวนฟิลเตอร์ที่ยกมาให้ดูเป็นตัวอย่างนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีครบทุกสี ลองอ่านดูว่าสีใดให้ผลอย่างไร โดนใจใครแค่ใด แล้วก็ไปเลือกซื้อมาใช้ตามที่ชอบ...ที่จะใช้กันเป็นหลักก็จะมี Yellow, Green, Red และ Orange ส่วนจะเลือกใช้ฟิลเตอร์ที่มีความเข้มสูง หรืออ่อนเพียงไร ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการครับ

ที่จะพูดถึงต่อไปนี้ ก็เฉพาะแค่ฟิลเตอร์ที่ผมมี และเคยใช้ ซึ่งจะขออธิบายคร่าวๆให้รู้ว่าฟิลเตอร์สีใด จะให้ผลอย่างไรบ้าง มันไม่ใช่กฏ ข้อบังคับ หรือเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามเสมอไป...ฟิลเตอร์นอกจะช่วยในการปรับโทนแล้ว ยังเป็นเรื่องของรสนิยม เรื่องของการสร้างสรรค์ และไม่ได้มีกฏเกณท์ใดๆ มาบังคับว่าจะต้องใช้สีอะไรในการถ่ายอะไร ในวงเล็บคือ filter factor ผมใช้คำว่าประมาณ เพราะมันขึ้นอยู่กับการวัดแสงของเครื่องวัดแต่ละเครื่อง และรสนิยม

B+W 021 light yellow [ประมาณ 1.5.]
ฟิลเตอร์สีเหลืองอ่อน ช่วยให้ภาพดูมีความอบอุ่นขึ้นด้วยการ ช่วยปรับเสริมในส่วนของสีเหลือง ส้ม และแดง ใช้ถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์ ดูเป็นธรรมชาติได้ดี

B+W 022 medium yellow [ประมาณ 2]
ฟิลเตอร์สีเหลืองกลาง เป็นฟิลเตอร์ที่เหมาะในการใช้ถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์ที่มีท้องฟ้าและต้นไม้เป็นส่วนประกอบใหญ่ จะช่วยให้เห็นความต่างของสีเขียวมากขึ้น และช่วยลดความมัวของบรรยากาศได้ เมื่อใช้ถ่ายภาพบุคคลด้วยแสงธรรมชาติ จะช่วยลดความไม่สมบูรณ์ของผิวได้

B+W 023 dark yellow [ประมาณ 3]
ฟิลเตอร์สีเหลืองเข้ม เหมาะในการใช้ถ่ายภาพ ที่ต้องการรายละเอียดสูงในพื้นผิวของสิ่งของ ช่วยเพิ่มความเปรียบต่างได้มากกว่าสีเหลืองทั้งหมด ในการถ่ายภาพวิว และจะช่วยลดความไม่สมบูรณ์ของผิวได้มากกว่าสีเหลืองทั้งหมด แต่ปากจะดูซีด

B+W 040 yellow-orange [ประมาณ 4]
ฟิลเตอร์สีเหลือง-ส้ม จะช่วยทำให้สีฟ้า สีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว และสีเขียวเหลือง เข้มขึ้น เป็นฟิลเตอร์ที่นักถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์และภาพสถาปัตยกรรม ควรจะมีติดเอาไว้ เพื่อช่วยเพิ่มความเข้มให้ท้องฟ้า ให้เห็นก้อนเมฆดีขึ้น

B+W 041 red-orange [ประมาณ 4.0-5.0]
ฟิลเตอร์สีแดง-ส้ม ช่วยเพิ่มความเข้มให้กับท้องฟ้ามากขึ้น ฟ้าจะดูมืดครึ้มคล้ายมีพายุ ส่วนที่เป็นเงาจะดูเข้มขี้น ช่วยแยกให้สีเหลือง ส้ม และแดงชัดเจนขึ้น น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายดอกไม้ และ closeup ดอกไม้

B+W 060 yellow-green [ประมาณ 2]
ฟิลเตอร์เหลือง-เขียวคล้ายกับ medium yellow แต่เพิ่มความเข้มให้กับสีแดงได้ดีกว่า เมฆบนท้องฟ้าจะชัดขึ้น เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่มีสีเขียวที่ต่างโทนกัน เช่นสีของใบไม้ที่ต่างโทนกัน

B+W 061 green [ประมาณ 3.0]
ฟิลเตอร์สีเขียวเข้ม จะแยกโทนของสีเขียวต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเหลือง-เขียว และจะให้ความเข้มของสีแดงสูงกว่าด้วย แนะนำให้ผู้ที่ชอบถ่ายดอกไม้และ still Life มีไว้ใช้ เนื่องจากสามารถแยกสีแดง และสีเขียวได้ดีมาก

B+W light blue 080 [ Filter factor ประมาณ 1.5]
ฟิลเตอร์นี้จะใช้แก้แสงเมื่อถ่ายกับแสงประดิษฐ์ ที่ออกโทนส้ม หรือหลอดไฟที่ใช้ในบ้าน เมื่อใช้ถ่ายภาพบุคคล ก็จะช่วยทำให้สีผิวเข้มขึ้น

B+W blue 081 [Filter factor 2]
หลายคนไม่ใช้ฟิลเตอร์สีนี้ในการถ่ายภาพขาวดำ เพราะคิดว่าเป็นฟิลเตอร์ใช้แก้สีของแสงเพียงอย่างเดียว จริงแล้วมันช่วยปรับโทนในการถ่ายภาพวิวได้ดี เหมาะที่จะใช้กับ แสงในยามเช้าและกับการถ่ายหมอก ใช้ปรับโทนในการถ่าย Still Life และใช้แก้สีของแสงประดิษฐ์ด้วย

B+W 090 light red [ประมาณ 5.]
ฟิลเตอร์ชิ้นนี้ น่าจะเป็นฟิลเตอร์ยอดนิยมในการถ่ายภาพทั่วไป เหมาะในการถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์ และสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมากเพราะจะช่วยเก็บความขาวของเมฆ และเพิ่มความเข้มให้กับท้องฟ้าได้ดี ทั้งยังช่วยลดความมัวที่อาจจะเกิดขึ้นในบรรยากาศในการถ่ายภาพวิวอีกด้วย และใช้ในการแยกโทนในการถ่ายภาพ Still Life

B+W 091 red [Filter factor ประมาณ 8]
ฟิลเตอร์นี้จะให้ความเข้มของความเปรียบต่างสูงมาก เป็นที่นิยมในหมู่ผู้สนใจการถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์ และสถาปัตยกรรม ที่ต้องการให้เกิดความรู้สึกเกินจริง ท้องฟ้าจะดูคล้ายมีเมฆฝน หรือทำให้ดูมืดครึ้มคล้ายกับมีพายุกำลังมา ท้องฟ้าจะเข้มและเมฆจะดูเด่นชัด เป็นชิ้นสำคัญที่จะใช้ช่วยในการถ่ายภาพของงานก็อปปี้เอกสารเก่า ๆ และใช้ได้ดีในการแยกโทนในการถ่ายภาพ Still Life

B+W UV 010
ชิ้นนี้แถมให้ ... ไม่ค่อยจะมีใครตระหนักกันเท่าไรนัก แต่ฟิล์มขาวดำมีความไวต่อรังสีอุลตราไวโอเล็ทมากพอควร และมีความไวต่อแสงสีฟ้า กับสีของท้องฟ้า ซึ่งปรกติแล้วจะเกิดขึ้นในการถ่ายภาพตามชายทะเล และบนภูเขาสูง ฟิลเตอร์ UV 010 จะช่วยขจัดสิ่งเหล่านั้นให้ได้เป็นอย่างดี Filter factor ประมาณ 1.0 ผมใช้ใส่ติดหน้าเลนส์ถาวรกันอุบัติเหตุต่างๆ ถอดต่อเมื่อเปลี่ยนใช้ฟิลเตอร์ตัวอื่น หรือใส่ทับเข้าไป เพราะฟิลเตอร์ตัวนี้ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด

สุดท้ายที่อยากแนะนำเป็นอย่างยิ่ง ... หลายคนเสียเงินมากมายในการเลือกซื้อเลนส์ดีๆมาใช้ในการถ่ายภาพ แต่กลับเสียดายเงินที่จะซื้อฟิลเตอร์ดีๆมาใช้ ไปใช้ฟิลเตอร์ถูกๆแทน ก็เหมือนกับเอากระจกมัวๆมาบังเลนส์ดีๆไปซะยังงั้น

ศรศักดิ์ ศักดิ์บดินทร์
ดอยสะเก็ด, เชียงใหม่
20/12/2557

[05/05/19]   ขอหยุดหนีร้อนสักอาทิตย์หนึ่งครับ
ปิด 6 - 13 พฤษภาคม 2562

Closed May 6 - 13, 2019

Sornsak Studio

ยุ่งมาตั้งแต่ต้นเดือน เชียงใหม่-กทม. สองรอบ...

Class ล้างฟิล์ม Nov. 24 -25 พร้อมครับ

[05/20/18]   We are back in business on Tuesday 22nd, after after a short break.

ร้านเปิดวันอังคารที่ 22 นี้ครับ

[05/11/18]   We're closing for 10 days...starting May 12th. to May 21st. 2018.

We apologize for any inconvenience that this may have caused.

Fish Fillet (filet) Lemon-butter Sauce
ปลาตาเดียว ซ๊อสเนย-มะนาว

Best wishes for the holidays.

ผัดไทย...เมนูหนึ่งที่ลูกค้าสั่งมาก สำหรับอาหารกลางวัน

Pad Thai - One of our best selling dishes at lunch time.
Image may contain: food

กวาดไปแล้วครั้งหนึ่งตอนเช้า พอตกเย็น...

[11/13/16]   ขอบคุณทุกท่านที่ได้ไปอุดหนุน และทุกท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมครับ

Beef cooked to perfection for perfectionist! - photo from internet

Sorn's Restaurant and Cafe's cover photo

Sorn's Restaurant and Cafe

[11/13/15]   ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ

[10/28/15]   มันอยู่ที่ “เกลือ”

บทความนี้ได้เขียนไว้อีกที่หนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว...หลายคนคงได้อ่านกันแล้ว แต่ก็อยากนำมาลงที่นี่ด้วย ใครที่ยังไม่ได้อ่านลองแวะเข้าไปดูครับ แล้วจะรู้ว่า มันอยู่ที่ “เกลือ” จริงๆ

หลายวันมาแล้ว โดนลูกค้าประจำต่อว่า ว่าให้สูตร สเต๊ก อะไรไป! แค่ปรุงรสของเนื้อด้วยเกลือกับพริกไทย แล้วทำซ๊อสก็แค่ ไวน์แดง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย แล้วก็มัสตาส! มันง่ายไปหรือเปล่า? ... ไปลองทำดูแล้ว รสชาติออกมาไม่เห็นเหมือนกินที่ร้านเลย ซึ่งผมก็ยืนยันว่าไม่ได้กั๊กสูตร แต่เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี...

พอดีวันนั้นลูกค้าไม่ค่อยมี และผมก็มีความรู้สึกอยากกินฟิลเล่มิยองโดยให้ลูกค้าจ่ายให้เป็นค่าวิชาขึ้นมา ผมก็เลยจัดเต็มให้เลย ยื่นผ้ากันเปื้อนให้ ให้เขาเข้าไปในครัว ทำสเต๊กกินเองเลย บอกว่าเราต่างคนต่างทำสเต๊กคนละชิ้น ทำด้วยกัน คนละเตา คนละกระทะ แต่ปรุงเหมือนกัน ทำเหมือนกันทุกอย่าง...ข้อแม้อยู่ว่า ถ้ารสชาติเพี้ยน ผมไม่เก็บเงิน แต่ถ้ารสชาติเหมือนเดิม เขาจะต้องจ่ายสองที่ เขาตกลง แล้วก็ทำตามผมทุกอย่าง

ผมส่งกระทะให้ ใส่น้ำมัน (มะกอก) นิดหน่อย ตั้งไฟให้ร้อน โรยเกลือกับพริกไทยทั้งสองด้านของเนื้อ ไม่ต้องหมัก พอกระทะร้อนก็ลงสเต๊ก เวลาทอดก็ไม่ต้องกดเนื้อ ไม่ต้องพลิกซ้าย พลิกขวาบ่อยๆ ทิ้งไว้ด้านละ 2 นาทีครึ่ง แล้วนำไปเข้าเตาอบอีกแป๊บนึง เข้าเตาอบพร้อมกัน ออกพร้อมกัน แล้วก็ทำซ๊อสไวน์แดง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย แล้วก็มัสตาส...แล้วมันก็ออกมารสชาติเดียวกัน...ตามที่ผมบอกไว้เป๊ะ และตามที่ร้านทำมาโดยตลอด

ทีนี้เขาก็เลยโทษกระทะที่เขาใช้...ผมก็บอกว่า มันก็มีส่วนกับการทอดบ้างนิดหน่อยในเรื่องของการเก็บความร้อนของกระทะ แต่ไม่ถึงกับเปลี่ยนรสของเนื้อ หรือทำให้เนื้อเหนียว นอกจากจะใช้เนื้อที่เกรดไม่ดีเอง

ทีนี้่มันมีอะไรค้างคาใจผมอยู่นิดหน่อยมาหลายวันเต็มทีแล้ว ว่าจะเขียนดีไม๊ เพราะผมบอกไปว่าให้ใช้ของดี ใช้เนื้อเกรดดี ใช้น้ำมันมะกอก ใช้ไวน์ที่ใช้ดื่ม ไม่ใช่ไวน์เกรดต่ำ และใช้ Dijon มัสตาส ใช้กระทะที่เก็บความร้อนได้ดี ... เพียงแค่นี้ก็มีชัยไปครึ่งนึงแล้ว แต่ที่ผมไม่ได้บอก เนื่องจากไม่ทันได้คิดก็คือ “เกลือ”

ผมเองก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับ “เกลือ” มากมายนัก นอกจากเป็นผู้ใช้ แต่พอที่จะรู้ว่าต่างเกลือ รสชาติของมันต่างกันอย่างไร...ก็แค่อยากจะมาขยายความครับว่า “เกลือ” มันไม่ใช่แค่เครื่องปรุงรส ที่ให้แค่ความเค็มเท่านั้น มันมีเกลือ แล้วก็มีเกลือ แล้วก็มีเกลือ แล้วก็มีเกลือ...ผมมีความรู้สึกว่ามันเหมือนกับไวน์ หรือว่าเหล้า Single Malt นะ...ไวน์แต่ละตัวจะมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทขององุ่น ดิน อากาศ และแหล่งที่มา ส่วน Single Malt ก็ขึ้นอยู่กับน้ำที่ใช้ในการผลิต ที่จะต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่

เกลือก็เช่นกัน แม้ว่าจะมีหลักๆอยู่แค่ เกลือทะเล กับ เกลือบก แต่มันมีที่มาที่ต่างกัน แร่ธาตุที่ผสมอยู่ในน้ำ หรือในดิน ก็ต่างกัน จึงให้รสชาติ ที่นอกเหนือไปจากความเค็ม ที่ต่างกันออกไป ดังนั้นใครที่คิดว่าเกลือ ก็คือเกลือ อาจจะแปลกใจ ว่ามันมีอะไรมากมายขนาดนี้เชียวรึ

เวลาทำอาหารเราจะต้องรู้ว่า อะไรที่ควรใส่เกลือก่อน อะไรที่ควรใส่ทีหลัง ไม่ว่าจะเป็นการทอด หรือผัด หรือต้ม หรือว่าควรใส่ขณะใด ขณะที่กำลังเตรียม ขณะที่กำลังทำ หรือว่าใส่หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว...เมื่อจะหมักควรใช้เกลือใด และเมื่อปรุงเสร็จแล้วควรใช้เกลือใด หรือว่าอาหารประเภทสลัด ควรใช้เกลืออะไร ที่จะให้ได้รสชาติที่ดี

จริงๆแล้วผมใช้เกลือในครัวอยู่่สามประเภทเท่านั้น ประเภทหนึ่งใช้เวลาปรุงอาหาร อีกประเภทหนึ่งใช้ในการหมักและในการเตรียมน้ำต้ม และทำขนม อีกประเภทใช้โรยตอนทำเสร็จ ส่วนที่ใส่ขวดไว้ปรุงเพิ่มบนโต๊ะอาหารก็อีกประเภทหนึ่ง

แน่นอน เกลือถุงละ 10 กว่าบาท ก็ใช้ได้ คนจำนวนมากใช้มาเป็นปีๆ หรือทั้งชีวิต ก็จะบอกว่า เท่าที่ใช้มา และวิธีที่ทำมา ก็ไม่เห็นมีอะไรที่ไม่ดี อาหารรสชาติก็ดี ก็...ไม่เถียงครับ ผมก็เคยคิดอย่างนั้นเช่นกัน จนกระทั่งได้มีโอกาสได้เป็นลูกมือของพ่อครัวฝรั่งเศส เมื่อตอนเรียนหนังสืออยู่ มันเปลี่ยนความคิด และความรู้สึกเดิมๆ ที่รู้จักเกลือมาทั้งชีวิตไปจนหมดสิ้น เพราะการใช้เกลือให้ถูกกับประเภทของอาหาร และใช้ใหัถูกขั้นตอน มันเพิ่มรสชาติให้อาหารได้จริงๆ

เวลาที่หลายคนบอกว่ามีสูตรลับ บางทีมันก็อาจจะลับจริงๆ ลับจนบอกไม่ได้ เพราะมันเป็นความลับ แต่บ่อยครั้งที่สูตรลับก็คือเพียงแค่การใช้ของที่มีคุณภาพสูง หรือรู้จักขั้นตอนในการใช้ มันก็แค่นั้น ไม่ต้องดูอะไรมาก แค่ของที่เราใช้ปรุง ใช้กินกันอยู่ทุกวัน อย่างเช่นน้ำปลา หรือว่ากะปิ เมื่อใช้ของดี รสชาติของอาหารมันก็ย่อมดีขึ้น แต่มันก็มีเคล็ดอยู่นิดหน่อยว่าควรจะทำอย่างไร ในการที่จะเอาดึงรสชาติของกระปิ และน้ำปลาออกมา...เกลือก็เช่นเดียวกัน และนั่น จะเรียกได้ว่าเป็นสูตรลับก็ได้เช่นกัน

ดังนั้นที่หลายๆคนถามว่าผมใส่อะไรใน สเต๊ก ในโพ้คช็็อพ หรือว่าในปลา ซึ่งผมบอกว่าแค่เกลือกับพริกไทย ผมไม่ได้โกหกครับ ไม่ได้โกหกจริงๆ...แต่ที่ไม่ได้บอกก็คือ ผมใช้เกลืออะไรเท่านั้น ถ้าใครมาอ่านเจอเข้าตอนนี้ คงรู้แล้วนะครับ ไปหาซื้อเกลือดีๆ ประเภทต่างๆมาลองใช้ดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า ผมไม่ได้โกหก ... เกลือถุงละ 10 กว่าบาท ผมก็ใช้ มันก็เป็นหนึ่งในสามของเกลือที่ผมใช้อยู่ในครัว ซึ่งมันก็มีบทบาทของมัน

ผมใช้อยู่แค่นั้นละครับ แต่ยังมีเกลืออีกมากมายหลายชนิด ต่างกันทั้งลักษณะ เช่น หยาบ ละเอียด ก้อน หรือเป็นเกล็ดบางๆและมีสีต่างๆ เช่น สีขาว สีแดง สีชมพู สีดำ สีเทา หรือหลากสีผสมกัน ขึ้นอยู่กับว่ามาจากแหล่งใดและมีแร่ธาตุใดผสมอยู่บ้าง อีกทั้งรูปลักษณะก็จะต่างกัน มีทั้งที่มาจากแร่ธาตุที่มาจากภูเขาไฟใน ฮาวาย จากเทือกเขาหิมาลัย และในส่วนของเกลือที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อให้ใช้บนโต๊ะอาหารให้ดูสวยงาม และมีธาตุอาหารที่ดี แต่ในการปรุงอาหารเราใช้เกลือสีขาว

ไม่ว่าจะเกลืออะไร ที่ต่างชื่อ ต่างสี ต่างขั้นตอนในการเก็บ และการผลิต มันมีที่มาอยู่สองแห่งแค่นั้น ทะเล กับ พื้นดิน แต่จะมาจากทะเลส่วนไหนของโลก หรือว่าจะมาจากพื้นดินส่วนไหน ใต้ดิน หินลาวา ถ่านภูเขาไฟ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

[10/20/15]   เรื่อง "ไข่ต้ม-ต้มไข่" นี้ เคยนำมาโพ๊สไว้แล้วครั้งหนึ่งแต่เป็นอีกแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมีหน้านี้...ทีนี้มีแล้ว จะไม่พูดถึงเรื่องไข่เลย ก็จะกระไรอยู่...

เคยมีคนถามถึงเรื่องไข่ต้ม ว่าจะต้องต้มอย่างไรจึงให้ออกมาดี ผมก็ไม่รู้อีกละว่า ดีของแต่ละคน มันอยู่่ที่ตรงไหน หรืออย่างไร หรือว่าต้องการให้ไข่สุกแค่ไหน บางคนชอบเละๆแบบไข่ลวก บางคนชอบแบบยางมะตูม บางคนชอบแบบให้ไข่แดงเกือบสุก บางคนก็ชอบแบบสุกๆ แข็งๆ ก็ว่ากันไป ส่วนผมคิดว่าแต่ละระดับของความสุก มันให้ความอร่อยที่ต่างกัน และนำไปใช้ในการทำอาหารที่ต่างกันออกไป

ผมว่าเฉพาะไข่ต้มอย่างเดียวนี่ เขียนเป็นพ็อคเก็ตบุ๊กได้เลยนะ ถ้าลอง google เข้าไปเช็คดูในเน็ท จะเห็นว่ามีคำแนะนำเป็นร้อย เป็นพัน มีเคล็ดต่างๆนาๆ บางคำแนะนำก็ใช้ได้ แต่ว่าเราจะต้มให้ได้เหมือนที่เขาว่าไม๊ล่ะ หรือว่าเขายังกั๊กอะไรอยู่บ้าง...หรือเปล่า!

จะว่ากันจริงๆแล้ว การต้มไข่นั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย นำหม้อมาใส่น้ำ ใส่ไข่ แล้วก็ตั้งไฟ รอให้น้ำเดือด กะเวลาให้ไข่สุก มันมีอยู่แค่นั้น และก็มีอยู่แค่สองวิธีคือ ใส่ไข่ในหม้อต้มไปพร้อมๆกันกับน้ำเย็น กับใส่ไข่ในหม้อต้ม เมื่อน้ำเดือด

แต่การต้มไข่ให้น่ากินนั้นมันมีเคล็ดต่างๆนาๆ แบบที่เขาว่ากัน บางเคล็ดก็มากไป แต่ถ้าจะให้อร่อย หรือดีในแบบอย่างของเรานั้น เราต้องหาวิธีเอาเอง โดยอาศัยเคล็ดต่างๆมาประยุกต์ใช้เอาเอง

แต่ก่อนอื่น มารู้จักไข่ให้ดีกันซะก่อน...ไข่ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้เป็นไข่ไก่ซะส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงขอพูดเฉพาะไข่ไก่นะครับ เพราะคิดว่าเกือบจะร้อยทั้งร้อย กินไข่ไก่กันทั้งนั้น ถ้าเราสังเกตุให้ดีเวลาซื้อไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่ที่มาในกล่อง หรือที่ตั้งเป็นกอง หรือเป็นแผงในตลาดสด จะเห็นว่ามันมีขนาดที่ต่างกัน ที่มาในกล่องจะสังเกตุง่ายหน่อยเพราะมีเขียนบอกขนาดไว้ที่กล่อง แต่ที่ตลาดสด ถ้าเราดูไม่ออก ก็ต้องเชื่อใจผู้ขายแล้วละว่าจะไม่โกงเรา เพราะราคาจะต่างกัน เนื่องจากขนาดของไข่ที่ใหญ่กว่าจะแพงกว่า ซึ่งปรกติจะได้รับการคัดมาเป็นเบอร์ ซึ่งแต่ละเบอร์ จะคิดมาจากน้ำหนัก ซึ่งเป็นมาตรฐานดังนี้...เรียงจากใหญ่ไปเล็ก ในต่างประเทศ บางประเทศ จะมีขนาด 00 หรือ Jumbo ที่บ้านเรามีหรือเปล่า ไม่รู้ เพราะไม่เคยผ่านตามาก่อน

เบอร์ 0 น้ำหนัก 70 กรัมต่อฟองขึ้นไป
เบอร์ 1 น้ำหนัก 65 - 70 กรัมต่อฟอง
เบอร์ 2 น้ำหนัก 60 - 65 กรัมต่อฟอง
เบอร์ 3 น้ำหนัก 55 - 60 กรัมต่อฟอง
เบอร์ 4 น้ำหนัก 50 - 55 กรัมต่อฟอง
เบอร์ 5 น้ำหนัก 45 - 50 กรัมต่อฟอง

ทีนี้มาถึงเรื่องที่เราอาจจะไม่รู้เลย คือว่าไข่ที่เราซื้อนั้นใหม่ หรือสดแค่ไหน...ใครๆก็บอกให้ซื้อไข่สด ไข่ใหม่ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันใหม่แค่ไหน ก็ต้องเชื่อใจผู้ขายกันไป หรือไม่ก็ต้องใช้วิธีสัมผัสเอา

การเลือกซื้อไข่...เขาให้ซื้อไข่ที่สด ที่ใหม่ หากเราสัมผัสไข่ จะรู้สึกว่าบริเวณเปลือกไข่จะสากมือ เพราะมีนวลแป้งเคลือบเปลือกไข่เหลืออยู่ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้น้ำ อากาศ หรือสิ่งสกปรกเข้าไปภายใน แต่กี่คนที่ไปตลาดจะมีเวลาเลือก หรือรู้จักวิธีเลือก (ทั้งนี้ยังไม่รวมสีหน้าไม่พอใจจากผู้ขาย พร้อมกับคำบอกแกมประชดว่า ใหม่ทั้งนั้นละจ้า) แต่หากว่าซื้อในซุปเปอร์มาเก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะมาในกล่อง และที่กล่องจะระบุวันบรรจุกล่อง หรือวันผลิต (อาจจะจริงอย่างที่เขาบอก)

ทีนี้มาถึงวิธีเช็คไข่ (ขอเตือนว่า ต้องทำที่บ้านเท่านั้น)...ใส่น้ำในหม้อ หรือชาม หรือถ้วย วางไข่ลงในน้ำ หากเป็นไข่สด มันจะนอนนิ่งๆอยู่ข้างล่างไม่ตั้งหัว หรือตั้งท้าย หากลอยขึ้นมากลางๆ ยกหัวขึ้นบ้าง หางขึ้นบ้าง ก็ยังใช้ได้อยู่ แต่หากว่าลอยมันขึ้นมาที่ผิวน้ำ ก็ทิ้งไปได้เลย

วิธีเก็บรักษาไข่...เมื่อได้ไข่มา ควรเก็บไว้ในตู้เย็น (ตามตำราก็บอกให้เก็บที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศา C หรือต่ำกว่า) ถ้าซื้อมาแบบเป็นกล่อง ก็ควรเก็บทั้งกล่องเพราะกล่องจะช่วยลดการระเหย และลดการเพิ่มฟองอากาศภายในไข่ แต่ถ้าซื้อมาตามตลาด ร้านที่ดีหน่อยก็จะห่อด้วยกระดาษหน้งสือพิมพ์ใส่ถุงมา ถ้้าซื้อมาเป็นแผงก็วางใส่ในรางไข่ ในตู้เย็นและให้เอาด้านแหลมลง ไข่แดงจะได้ไม่ถูกบีบ เวลาต้มหรือทอดไข่แดงก็จะได้อยู่กลางไข่...ถ้าจะพิถีพิถันหน่อยก็ห่อกระดาษเก็บไว้ก็ได้นะ

ต้มไข่ไม่ให้เปลือกร้าวและแกะเปลือกง่าย...ให้ใส่น้ำเย็นให้ท่วมไข่ บีบมะนาวลงไปซักหนึ่งลูก หรือว่าใส่น้ำส้มสายชูก็ได้ ใส่เกลือป่นลงไปประมาณช้อนชาหรือสอง ขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำ ไม่ต้องกลัวเค็ม น้ำมะนาวและเกลือจะช่วยไม่ให้เปลือกร้าว ไม่ให้เนื้อไข่ไหลออกมาระหว่างต้ม ใช้ทัพพีคนให้ไข่เขยื้อนตัวหน่อยก็ดี ไข่แดงจะได้อยู่ตรงกลาง...เมื่อเสร็จ ตักออกแช่ในน้ำเย็นจัดทันที ทิ้งไว้สักครู่ เปลือกจะไม่ติดแน่นกับไข่ขาว แกะง่าย ไข่จะนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ไข่แดงไม่มีรอยสีดำๆเป็นวงแหวนอยู่รอบนอก

เวลาที่จะใช้ในการต้มคิดจากไข่ที่อยู่ในอุณหภูมิห้อง ถ้านำไข่ออกจากตู้เย็นมาใหม่ๆควรทิ้งไว้ข้างนอกให้ได้อุณหภูมิปกติก่อนนำไปต้ม...และอย่าลืมว่าต่างระดับความสูงของพื้นที่ ความร้อนของน้ำที่ต่างกัน ไข่ที่ต่างขนาด ปริมาณของไข่ที่ต้ม รวมทั้งประเภทของหม้อที่ใช้ต้ม ก็จะทำให้เวลาต่างกันไปด้วยอีกด้วย ดังนั้นผมจึงบอกไม่ได้ว่าควรจะเป็นกี่นาที...หากอยากจะให้สมบูรณ์ตามที่ต้องการทุกครั้ง ก็จะต้องทำตามขั้นตอนที่ได้หาพบแล้ว และต้มไข่ในจำนวนที่เท่ากัน ทุกครั้งไป

วิธีต้มไข่ของผมคือ ใช้หม้อก้นหนาขนาดกลางหนึ่งใบ ใส่ไข่ลงไปในหม้อ ใส่น้ำให้ท่วมไข่...ใส่เกลือ บีบมะนาว หรือใส่น้ำส้มสายชู ต้มไข่ไปพร้อมๆกับน้ำ ไม่ต้องใช้ไฟแรงมาก เอาแค่กลางๆก็พอ (ว่าจะบอกให้รักษาความร้อนเป็นองศา แต่หลายคนคงจะไม่ได้ใช้เทอร์โมมิเตอร์ เลยบอกให้ใช้ไฟกลางๆแทน) ส่วนจะปิดฝาหม้อ หรือไม่ปิดนั้น ก็เลือกเอา ผมไม่ได้ปิดฝา

วิธีที่คุณจะได้ไข่ต้มที่ถูกใจคือ...ให้ต้มไข่หกฟอง...ตั้งเวลาไว้ที่ 7 นาที...เมื่อครบ 7 นาที ให้นำไข่ออกมาหนึ่งฟอง ใช้ปากกากันน้ำเขียนเลข 7 ไว้ที่ไข่ หย่อนไข่ลงไปในน้ำเย็น จากนั้น 30 วินาทีต่อไป นำออกมาอีกหนึ่งฟอง เขียน 7.30 แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็น...ทำทุก 30 วินาที และเขียนเวลากำกับจนครบทุกฟอง ซึ่งฟองสุดท้ายจะเป็น 9.30 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือก ผ่าดู ก็จะได้สภาพไข่ที่มีความต่างกัน โดยเฉพาะไข่แดง คงจะต้องโดนใจซักฟองหนึ่งเป็นแน่ แต่หากว่ายังแข็งไม่พอที่ 9 นาทีครึ่ง ก็เพิ่มเป็น 10 นาที หรือมากกว่า...ผมกินได้ตั้งแต่เละเป็นไข่ลวก ยันไปถึงแข็งเป๊กที่เป็นไข่พะโล้ แต่สำหรับไข่ต้มที่ใช้ใส่ในสลัดผมพอใจของผมที่ 9 นาที

หลังจากได้ขั้นตอนของการดูไข่ ซื้อไข่ ต้มไข่ในเวลาที่พอใจแล้ว ทีนี้ก็ขั้นตอนของการเก็บ หากต้มครั้งละหลายฟอง...เคยไม๊ที่เวลาเราหยิบไข่มาแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นไข่ดิบ หรือไข่ต้มสุกแล้ว? ผมต้มทีละหลายฟอง เวลาเก็บก็เก็บในตู้เย็น ในรางวางไข่ และเพื่อที่จะกันความผิดพลาด ผมใช้ปากกากันน้ำทำเครื่องหมายกากบาทไว้ที่ก้นไข่ เพื่อให้รู้ว่าเป็นไข่ที่ต้มแล้ว

หวังว่าคงจะพอช่วยให้คุณๆได้กินไข่ต้มที่ถูกใจ ถูกปากกันบ้างนะครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านอาหาร ใน Doi Saket?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ผู้จัดการทั่วไป

Sornsak Sakbodin

ทีมทำอาหาร

Husband and wife

เสื้อผ้า

Casual

การบริการทั้งหมด

Outdoor Reserve Takeout Waiter Walkins

ร้านอาหารแนะนำ

Coffee Dinner Drinks Lunch

ช่วงราคา

$$$

ตัวเลือก

Cash

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


1/5 Moo 3, Doi Saket Road,
Doi Saket
50220

เวลาทำการ

อังคาร 17:00 - 21:00
อังคาร 11:30 - 14:30
พุธ 15:00 - 21:00
พุธ 11:30 - 14:30
พฤหัสบดี 15:00 - 16:00
พฤหัสบดี 11:30 - 14:30
ศุกร์ 17:00 - 21:00
ศุกร์ 11:30 - 14:30
เสาร์ 15:00 - 16:00
เสาร์ 11:30 - 14:30
อาทิตย์ 15:00 - 21:00
อาทิตย์ 11:30 - 14:30
Doi Saket ร้านอาหารอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
ก๋วยเตี๋ยวแสงสุรีย์ ก๋วยเตี๋ยวแสงสุรีย์
Doi Saket

เต็มอิ่ม เติมพลัง

Yellow House Cafe & Accommodation Yellow House Cafe & Accommodation
85/4 Moo 7 (near Tao Garden)
Doi Saket, 50220

Racing-Cafe Racing-Cafe
AP Honda Chiangmai
Doi Saket, 50220

Racing Cafe' ศูนย์รวมผู้ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซต์ทุกสายพันธ์

ครัวคุณหงษ์ ครัวคุณหงษ์
Chiangmai - Doi Saket Highway
Doi Saket, 50220

You are what you eat...at Krua Khun Hong we care every little details of making our fresh juices (daily made by orders) & our tasty Malaysian food (pre-orders)!

ร้านน้อยวัวย่าง ดอยสะเก็ด ร้านน้อยวัวย่าง ดอยสะเก็ด
ปากหมู่บ้านร้องขี้เหล็ก ดอยสะเก็ด เชียงใหม่
Doi Saket, 50220

ขายอาหารประเภทปิ้งย่าง ตามสั่งต่างๆและเครื่องดื่ม

ร้านโกอ้วนอาหารตามสั่ง ร้านโกอ้วนอาหารตามสั่ง
28/1 ก่อนถึงกาดแม่คือ ตำบลสำราญราษฎร์
Doi Saket, 50220

ร้านอาหารตามสั่ง รับจัดออเดอร์ข้าวกล่อง

ข้าวต้มฮิมดอย ข้าวต้มฮิมดอย
31/3 หมู่3 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ต
Doi Saket, 50220

ร้านข้าวต้มฮิมดอย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 15.00-22.00น.

INJOY CAFE INJOY CAFE
R378+PH ตำบล สันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด เชียงใหม่
Doi Saket, 50220

ร้าน INJOY CAFE ขายอาหารและเครื่องดื่ม เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 22:00 น.

บ้านไอติม บ้านไอติม
เชิงดอย
Doi Saket, 50220

ร้านไอติม มีทั้งแบบแท่ง และแบบโคน น่ารักๆๆ อร่อยๆๆ คะ

Vivo bene Village Vivo bene Village
93 หมู่บ้านใหม่ริมคลอง หมู่ 9 ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด
Doi Saket, 50220

Vivo bene Village is a 72-room care and convalescent centre located in Doi Saket Chiang Mai(Thailand).Personal care varies according to individual needs.

อาหารคลีนเชียงใหม่ Mason Kitchen อาหารคลีนเชียงใหม่ Mason Kitchen
201/1
Doi Saket, 50220

เมสันคิทเช่น อาหารเพื่อสุขภาพ สดสะอาด ปราศจากสารพิษ สำหรับคนรักสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก

ขาหมูดอยสะเก็ด ขาหมูดอยสะเก็ด
533 ม.3 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด
Doi Saket, 50220

เมนูแนะนำ >> ขาหมูสดใหม่ ทุกวัน << พร้อมอาหารตามสั่ง ราคาสบายกระเป๋า เป็นกันเองจ้าาา ^^