รับเหมาก่อสร้างวาสนา

รับเหมาก่อสร้างวาสนา

รับเหมาก่อสร้างบ้าน อาคารพานิชย์ และอาคารอเนกประสงค์ต่างๆทั้งค่าของและค่าแรง

เข็มหรือเสาเข็ม คือ ส่วนที่อยู่ใต้ฐานราก ทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวบ้านเพื่อส่งผ่านลงไปในดิน เสาเข็มมีหลายประเภท แต่ที่ใช้กับการก่อสร้างบ้านในประเทศไทยมี 2 ประเภท คือเสาเข็มอัดแรงและเสาเข็มเจาะ
เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง หรือเสาเข็มตอก (prestressed concrete pile) บางครั้งเขียนย่อว่า “เสาเข็ม ค.อ.ร.” ทำจากปูนซีเมนต์ชนิดแข็งตัวเร็วและเหล็กเสริมทำจากลวดเหล็กอัดแรงกำลังสูง การตอกจะใช้ปั้นจั่นตอกกระแทกลงในดิน เป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก และมีราคาถูก เป็นเสาเข็มที่ใช้กันแพร่หลายในการก่อสร้างบ้านพักอาศัย เสาเข็มตอกแบ่งประเภทตามรูปร่าง คือเสาเข็มรูปตัวไอ เสาเข็มรูปตัวที เสาเข็มสี่เหลี่ยมตัน เสาเข็มหกเหลี่ยมกลวงและตัน เสาเข็มแปดเหลี่ยมกลวง และเสาเข็มกลม
เสาเข็มเจาะ (bored pile) เป็นเสาเข็มที่ต้องทำในสถานที่ก่อสร้าง โดยใช้เครื่องมือเจาะขุดดินลงไปให้ได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง และความลึกตามที่กำหนดในแบบ แล้วจึงใส่เหล็กเสริมและเทคอนกรีตลงไปเพื่อหล่อเป็นเสาเข็ม

ฐานราก
ฐานราก คือ ส่วนที่ต่อขึ้นมาจากเสาเข็ม ทำหน้าที่เหมือนตัวหุ้มหัวเสาเข็ม และเป็นส่วนฐานของเสาอาคาร ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักทั้งหมดของบ้าน แล้วถ่ายน้ำหนักลงเสาเข็ม

ตอม่อและคานคอดิน
ตอม่อเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างที่วางอยู่บนฐานราก ทำหน้าที่รับน้ำหนักบ้านต่อจากคานคอดิน แล้วถ่ายน้ำหนักลงฐานรากต่อไป คานคอดินคือชื่อเรียกคานตัวที่อยู่ใกล้พื้นดินที่สุด ทำหน้าที่รัดหัวตอม่อและรับน้ำหนักบ้านถ่ายไปที่ฐานราก

เสาและคาน
บ้านส่วนใหญ่ใช้ระบบโครงสร้างที่รับน้ำหนักด้วยเสาและคานมีน้อยหลังที่ใช้ระบบโครงสร้างกำแพงรับน้ำหนัก ผนังบ้านจึงเป็นผนังก่อที่ไม่รับน้ำหนัก หากก่อผนังเต็มหน้าเสา คนทั่วไปอาจแยกความแตกต่างระหว่างเสากับผนังไม่ค่อยได้เนื่องจากเมื่อฉาบปูนแล้วจะดูเป็นชิ้นเดียวกัน ส่วนคานก็มักถูกปิดด้วยแผ่นฝ้าเพดาน

เสาเอ็นและทับหลัง
เสาเอ็นและทับหลังเป็นโครงสร้างรองที่มีลักษณะเป็นเสาคานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดเล็ก มีขนาดกว้างเท่ากับความหนาของผนัง ฝังไว้โดยรอบช่องเปิด เช่น ประตูและหน้าต่างหรือช่องว่างบนผนัง โครงสร้างนี้ช่วยเสริมให้ช่องเปิดแข็งแรงทำให้ไม่เกิดรอยแตกร้าวที่มุมขอบช่องเปิด

กฎกระทรวงฉบับที่ 56 พ.ศ.2543 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ ว่าด้วยการผ่อนผันข้อกำหนด เกี่ยวกับเอกสารที่ต้องแนบพร้อมกับคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารในเขต อบต.

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) และมาตรา ๘ (๑๒) แห่งพระราช
บัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับ
การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา
๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจ
ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยคำแนะนำของคณะ
กรรมการควบคุมอาคาร ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร หรือเคลื่อนย้าย
อาคารที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดเฉพาะในเขตสภาตำบลหรือเขตองค์การบริหาร
ส่วนตำบล แต่มิได้อยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดการตาม
มาตรา ๘ (๑๐) หรือประกาศกระทรวงมหาดไทยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกตาม
มาตรา ๑๓ ใช้บังคับ ถ้าเป็นอาคารดังต่อไปนี้ ให้แนบเฉพาะแผนผังบริเวณแสดงที่ตั้งอาคาร
โดยสังเขปและสำเนาเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินพร้อมกับคำขอ

(ก) อาคารอยู่อาศัยไม่เกินสองชั้นและมีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันรวมกันไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร

(ข) อาคารเก็บผลิตผลทางเกษตรที่มีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร

(ค) อาคารเลี้ยงสัตว์ที่มีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร

(ง) รั้ว กำแพง ประตู เพิงหรือแผงลอย

(จ) หอถังน้ำที่มีความสูงไม่เกิน ๖ เมตร"


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรผ่อนผัน
ข้อกำหนดเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องแนบพร้อมกับคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร
รื้อถอนอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคารสำหรับอาคารบางชนิดหรือบางประเภทที่อยู่ในเขตองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดเฉพาะในเขตสภาตำบลหรือเขตองค์การบริหารส่วนตำบล แต่มิได้อยู่ในบริเวณ
พื้นที่ที่มีกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดการตามมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติ
ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือประกาศกระทรวงมหาดไทยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
มหาดไทยออกตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ และเพื่อยกเลิกการผ่อนผัน
สำหรับอาคารที่อยู่ในเขตสุขาภิบาลซึ่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มีข้อกำหนดผ่อนผันเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องแนบ
พร้อมคำขออนุญาตดังกล่าว สำหรับอาคารบางชนิดหรือบางประเภทที่อยู่ในเขตสุขาภิบาลด้วย
แต่ในปัจจุบัน การปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปสุขาภิบาลได้ถูกยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติ
เปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

[10/29/17]   นั่งร้าน(Scaffolds)
หมายถึง ที่ปฏิบัติงานซึ่งจัดไว้สูงจากพื้นพื้นดินหรือสูงจากส่วนของอาคารหรือส่วนของงานก่อสร้าง สำหรับเป็นที่รองรับผู้ปฏิบัติงานหรือวัสดุในงานก่อสร้างหรืองานซ่อมบำรุง เป็นการชั่วคราว
นั่งร้านที่ใช้ในงานก่อสร้าง งานปฏิบัติการอุตสาหกรรมและงานปฏิบัติการโรงงานมี 7 แบบคือ
นั่งร้านแบบเสาเรียงเดี่ยว (Single Pole Scaffolds)
นั่งร้านแบบยกพื้นอิสระ (Independent Scaffolds)
นั่งร้านไม้ไผ่ (Bamboo Scaffolds)
นั่งร้านโครงสำเร็จรูป (Prefabricated Scaffolds)
นั่งร้านยกพื้นกว้าง (Platform Scaffolds)
นั้งร้านแบบยกพื้นค้ำยัน (Cantilever Scaffolds)
นั่งร้านแบบเท้าแขน (Bracket Scaffolds)
นั่งร้านแบบลิ่มล็อค (Ring Lock Scaffolds)

Bar-Cut List คืออะไร ? Bar-Cut List ,Bar cutting list หรือ Bar list คือการวางแผนการตัดขนาดวัสดุ (ในงานก่อสร้างนี้จะหมายถึงเหล็กเส้น) เพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างโดยรายละเอียดส่วนนี้จะประกอบด้วยชนิด ขนาด จำนวน และตำแหน่งที่จะนำไปใช้ แต่ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆเช่นระยะการงอปลาย ตำแหน่งและระยะการต่อทาบเหล็ก(ในกรณีที่ความยาวโครงสร้างยาวเกินขนาดความยาวของเหล็กเส้น) ก็เป็นไปตามความถูกต้องของหลักวิศวกรรมด้วย ในส่วนที่เป็นบริการของเรานอกจากการให้รายละเอียดต่างๆดังที่กล่าวไปแล้วเรายังคำนึงถึงเศษเหลือและการนำกลับมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

ประโยชน์ของการ Bar-Cut List

1.ลดระยะเวลาและค่าแรงในการทำงาน เพราะให้ขนาดตัดของทุกชิ้นงานได้ถูกกำหนดมาแล้ว ช่างไม่ต้องเสียเวลาในการคำนวณขนาดตัดหน้างาน

2.ลดต้นทุนวัสดุ เพราะนอกจากเหล็กทุกเส้นจะถูกกำหนดระยะตัดมาเพื่อวัดตัดหน้างานแล้ว เศษที่เหลือจากการตัดยังมีการคำนวณให้นำกลับไปใช้ในจุดที่เหมาะสมโดยระบุตำแหน่งการใช้ชัดเจน จึงช่วยลดการสูญเปล่าของเศษวัสดุ

3.ลดข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง เพราะลำดับขั้นตอนการทำงานใดก่อน -หลัง (ลำดับคานไหนก่อนหลัง)ได้ถูกกำหนดมาแล้วจึงเป็นการลดข้อผิดพลาดในการทำโครงสร้างหลัก - โครงสร้างรอง

5.ลดข้อผิดพลาดเรื่องระยะตำแหน่งจุดต่อต่างๆ เพราะระยะการงอปลายและการต่อทาบเหล็กที่มีใน List ได้ได้รับการคำนวณให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและถูกต้องตามข้อกำหนด

6.ช่วยลดความผิดพลาดในการประมาณราคาโครงสร้าง เพราะปริมาณวัสดุที่นำมาใช้นั้นได้จากการคำนวณและวางแผนการใช้อย่างเป็นระบบมีที่มาที่ของการใช้ชัดเจน จึงเป็นการหาปริมาณวัสดุที่ค่อนข้างชัดเจนและะแน่นอนมากกว่าการประมาณการ

7.คาดการณ์ปริมาณวัสดุเหลือ เมื่อแล้วเสร็จการทำโครงสร้างแต่ละชั้นจะมีการสรุปเศษเหลือ(ชุดเศษเหลือ)และแสดงตำแหน่งนำที่จะนำไปใช้ต่อในโครงสร้างชั้นต่อๆไป และเมื่อแล้วเสร็จโครงสร้างทั้งหมดแล้วก็ยังแสดงเศษเหลือสุทธิทั้งหมด โดยแสดงเป็น 2ประเภทคือ 1)เศษที่มีความยาวมากกว่าหรือเท่า 1.50 ม.จะแสดงเป็นจำนวนท่อนตามความยาวของแต่ละชนิด

2)เศษที่มีความยาวน้อยกว่า 1.50 ม.จะแสดงเป็นน้ำหนักรวม (ก.ก.)

8.เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับจ้างเหมาบางประเภท ตัวอย่างเช่นการรับเหมาค่าแรงในงานเหล็ก โดยทั่วไปจะคิดค่าแรงตามน้ำหนักของเหล็กที่ใช้ โดยน้ำหนักเหล็กที่จะนำมาใช้ตกลงราคานั้นในขั้นต้นนั้นมักจะใช้การประมาณการซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้ แต่หากใช้ปริมาณที่ได้จากทำ Bar-Cut List ซึ่งมีรายละเอียดการใช้และจำนวนที่ชัดเจนจึงเป็นเกณฑ์การคิดที่เป็นธรรมกับทั้งผู้จ้างและผู้รับจ้าง

9.รู้มูลค่าเศษเหลือวัสดุ ในเศษเหล็กเหลือที่ระยะน้อยกว่า 1.50 ม.มักจะเป็นเศษที่นำมาใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้ แต่มิได้หมายความว่าจะไม่มีมูลค่าเพราะเศษเหลือนี้สามารถนำมาขายได้ และในการทำ Bar-Cut List นี้สามารถระบุถึงน้ำหนักรวมของเศษเหล็กที่คาดว่าจะเหลือเหล่านี้ได้ ตลอดจนเศษที่มีความยาวที่มากกว่า 1.50 ม.ขึ้นไปก็จะแสดงจำนวนและขนาดไว้เพื่อเก็บเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในโครงการอื่นต่อๆไป

นั่งร้านกับพื้น Post Tension
จะรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้นั้น ขั้นตอนการก่อสร้างมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และองค์ประกอบหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการก่อสร้างคือ ระบบนั่งร้านและเสาค้ำยันชั่วคราว ซึ่งหน้าที่หลักของนั่งร้านคือต้องรับน้ำหนักพื้นคอนกรีตขณะที่ยังไม่ได้ดึงลวดรวมกับน้ำหนักบรรทุกจรที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างได้
สำหรับน้ำหนักบรรทุกจรที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง ในการคำนวณสามารถอ้างอิงตามมาตรฐาน ACI 347 และ ASCE 37 ได้ โดยทั้งสองมาตรฐานได้ระบุไว้ดังนี้

ACI 347 ในข้อที่ 2.2.1 ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับน้ำหนักบรรทุกในแนวดิ่งว่า ใช้น้ำหนักบรรทุกจรไม่น้อยกว่า 50 psf (244 kg/m2) ถ้าใช้รถเข็นหรือรถลากที่มีเครื่องยนต์ให้ใช้น้ำหนักบรรทุกจรไม่น้อยกว่า 75 psf (366 kg/m2) ทั้งนี้น้ำหนักบรรทุกที่ใช้ออกแบบเมื่อรวม DL+LL จะต้องไม่น้อยกว่า 100 psf (488 kg/m2) หรือถ้าใช้รถเข็นหรือรถลากที่มีเครื่องยนต์ให้ใช้น้ำหนักรวม DL+LL จะต้องไม่น้อยกว่า 125 psf (610 kg/m2)

ASCE 37 ให้ตารางในการใช้น้ำหนักบรรทุกจรในการออกแบบ ดังนี้(ตามรูป)
ยกตัวอย่างเช่น ในการเทพื้น post tension ชั้นที่ 4 หนา 0.20m และมีน้ำหนักบรรทุกระหว่างการก่อสร้าง (Construction Load) ในที่นี้กำหนดให้ประมาณ 250 kg/m2 น้ำหนักบรรทุกที่ระบบนั่งร้านต้องรับมีค่าเท่ากับ 2400x0.20 + 250 เท่ากับ 730 kg/m2 เมื่อเลือกระบบนั่งร้านและระยะห่างเพื่อรับน้ำหนักให้เพียงพอได้แล้ว ก็ต้องมาตรวจสอบพื้นชั้นที่ 3 ว่าถูกออกแบบไว้รับน้ำหนักได้เท่าไร สามารถรับน้ำหนัก 730 kg/m2 ที่ถ่ายลงมาได้หรือไม่ ถ้าพื้นชั้นที่ 3 หนา 0.20m รับ SDL 300 kg/m2 และ LL 300 kg/m2 หมายความว่า พื้นชั้นที่ 3 เมื่อดึงลวดแล้วคอนกรีตอายุครบ 28 วันจะรับน้ำหนักรวมได้ 600 kg/m2 เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวพื้นชั้นที่ 3 มีอายุคอนกรีตไม่ถึง 28 วัน จึงอาจจะไม่สามารถรับน้ำหนักได้เต็มตามที่ออกแบบไว้ ในที่นี้ตั้งสมมติฐานว่ารับน้ำหนักได้เพียง 75% (พิจารณาจากอายุของคอนกรีต) ของที่ออกแบบไว้คือ 0.75x600 = 450 kg/m2 จึงเหลือน้ำหนักส่วนเกินอยู่ 280 kg/m2
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องถ่ายน้ำหนักส่วนเกินลงไปที่พื้นชั้นที่ 2 ด้วย ดูรูปด้านล่างประกอบ ถ้าพื้นชั้นที่ 2 รับน้ำหนักได้เท่ากับพื้นชั้นที่ 3 และอายุคอนกรีตมากกว่า 28 วันแล้ว จึงสามารถรับน้ำหนักได้เต็มที่คือ600 kg/m2
ข้อพิจารณาพิเศษ
1. ในการทำพื้น Post tension ชั้น 1 ที่มี Lean concrete เป็นแบบ จะต้องระวังการทรุดตัวหรือกการไหลออกด้านข้างของดินใต้ Lean concrete ด้วย ดังนั้นจึงควรบดอัดให้แน่น
2. ในการเทพื้น post tension ชั้นสอง แล้วมีพื้นชั้นหนึ่งด้านล่างเพียงชั้นเดียว พื้นชั้นที่หนึ่งเพียงชั้นเดียวจะต้องสามารถรับน้ำหนักของพื้นชั้นสองตอนที่ยังไม่ได้ดึงลวดรวมกับน้ำหนักบรรทุกจรที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างได้
3. ในระบบพื้นที่มี span ยาวมากจนต้องใช้ Band beam ที่มีความลึก นั่งร้านและพื้นชั้นล่างจะต้องสามารถน้ำหนักของ Band beam นั้นได้อย่างเพียงพอ การค้ำยันกลับอาจจะต้องค้ำยันลงไปมากกว่า 1 ชั้น

อันตรายจากงานนั่งร้าน
มักจะพบเสมอในหน่วยงานก่อสร้าง เพราะมีการใช้งานตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด กล่าวคือ เมื่อเริ่มทำชั้นที่สองขึ้นไปต้องทำนั่งร้าน และค้ำยันจนกระทั่งโครงสร้างทั้งหมดเสร็จ จึงเริ่มการตกแต่งภายในและภายนอก การตกแต่งภายนอกต้องตั้งนั่งร้านจากชั้นล่างสุดจนกระทั่งถึงชั้นบนสุด ถ้าโครงสร้างสูงมากอาจใช้นั่งร้านชนิดแขวนเข้าช่วย เพื่อให้การตั้งนั่งร้านจากข้างล่างไม่ต้องต่อชั้นไปสูงมากนัก อันตรายที่มักเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานในการใช้นั่งร้าน ได้แก่
1. การพังของนั่งร้าน เป็นสาเหตุที่ทำให้คนงานได้รับอันตรายอย่างมาก การพังของนั่งร้านมีสาเหตุมากมาย เช่น

1.1 รับน้ำหนักการบรรทุกมากเกินไป เป็นเพราะคนงานขึ้นไปมากเกินไป หรือกองวัสดุไว้มากเกินความจำเป็น
1.2 วัสดุนำมาใช้ไม่สมบูรณ์ เช่น ใช้ไม้เก่าจนเนื้อไม้ยุ่ย หรือเป็นเหล็กที่คดงอเป็นสนิม
1.3 การประกอบหรือติดตั้งไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นนั่งร้านไม้มีการยึดด้วยตะปูน้อย หรือไม่ถูกวิธี หรือนั่งร้านเหล็กใช้ส่วนประกอบไม่ครบ
1.4 ฐานของนั่งร้านไม่แข็งแรงมั่นคง วางบนดินอ่อน บนเศษไม้ผุ หรือวัสดุที่ไม่แข็งแรง พอที่จะรับน้ำหนักได้
1.5 จากการทำงานไม่ถูกวิธี เช่น การเทพื้นคอนกรีตโดยใช้ปั้มคอนกรีตจะไม่ไหลตามท่อและจะสุมเป็นกอง ถ้าคนงานไม่ขยับปลายท่อเพื่อเปลี่ยนที่กองของคอนกรีตใหม่ หรือเกิดจากคนงานโกยคอนกรีตไม่ทันก็จะมีคอนกรีตกองใหญ่ ซึ่งคอนกรีตนี้จะมีน้ำหนักมาก (1 ลูกบาศก์เมตรหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัม) ถ้าคิดรวมกับน้ำหนักของคนงานที่ขึ้นไปปฏิบัติงานแล้ว จะทำให้ค้ำยันบริเวณนั้นรับน้ำหนักเกินกว่าที่ออกแบบไว้เป็นสาเหตุให้ค้ำยันพังทลาย

2. คนงานตกลงมาจากนั่งร้าน ไม่ใช่มีสาเหตุจากนั่งร้านพังเท่านั้น ที่ทำให้คนงานตกลงมาแต่ยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีก ที่ทำให้คนงานตกลงมาจากนั่งร้าน เช่น

2.1 คนงานประมาทเลินเล่อ เดินสะดุดวัสดุบนนั่งร้านแล้วพลัดตกลงมา
2.2 คนงานทำงานเพลิน ทำให้ก้าวผิดเพราะไม่ทันสังเกตมองพื้นทางเดินบนนั่งร้าน เช่น ถอยหลังเพื่อให้ทำงานชนิดโดยไม่ได้ดูว่าตอนนี้ยืนอยู่ริมนั่งร้านแล้ว
2.3 อาจจะเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน เช่น เป็นลม หน้ามืด ก็อาจจะทำให้ตกลงมาได้
2.4 เกิดจากการพัดของลมอย่างแรง เช่น ขณะทำงานเกิดมีฝนตกกระทันหันและลมพัดแรง พัดเอาคนงานตกลงมา กรณีเช่นนี้มีคนงานก่ออิฐโดนลมพัดทั้งคนทั้งกำแพงอิฐที่ยังก่อไม่เสร็จตกลงมาเสียชีวิต

3. การพังทลายของนั่งร้านตกลงมาโดนอาคารที่อยู่รอบข้าง หรือบ้านพักคนงานที่สร้างอยู่ติดอาคารที่กำลังก่อสร้าง เหตุการณ์เช่นนี้พบในเขตชุมชนที่ต้องสร้างอาคารสูงในพื้นที่ที่จำกัด โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

4. คนงานได้รับอันตรายจากการเดินผ่านนั่งร้าน ในการทำงานของคนงานต้องเดินผ่านนั่งร้านที่ตั้งอยู่รอบอาคาร เพื่อเข้าไปทำงานแล้วต้องเดินผ่านค้ำยันของชั้นที่เทคอนกรีตเสร็จใหม่ๆ หรือขึ้นไปตั้งนั่งร้านชั้นต่อไป ถ้าหากการตั้งนั่งร้านไม่เป็นระเบียบ ระเกะระกะ มีปลายของชิ้นส่วนนั่งร้านโผล่ยื่นออกมาคนงานอาจจะโดนทิ่มหรือเดินชนส่วนอันตรายเหล่านั้นทำให้ได้รับบาดเจ็บได้

ประเภทและขนาดของงานวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎกระทรวง
กำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. ๒๕๕๐ มีดังต่อไปนี้

(๑) อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ ๓ ชั้นขึ้นไป หรือโครงสร้างของอาคารที่ชั้นใดชั้นหนึ่งมีความสูงตั้งแต่ ๔ เมตรขึ้น ไป หรืออาคารที่มีช่วงคานตั้งแต่ ๕ เมตรขึ้นไป

(๒) อาคารสาธารณะทุกขนาด

(๓) คลังสินค้า ไซโล ห้องเย็น หรือยุ้งฉางที่มีความจุตั้งแต่ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป

(๔) โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นหอ ปล่อง หรือศาสนวัตถุ เช่น พระพุทธรูปหรือเจดีย์ที่มีความสูงตั้งแต่ ๖ เมตรขึ้น ไป

(๕) โครงสร้างสะพานที่มีช่วงระหว่างศูนย์กลางตอม่อช่วงใดช่วงหนึ่งยาวตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

(๖) ท่าเทียบเรือหรืออู่เรือสำหรับเรือที่มีระวางขับน้ำตั้งแต่ ๕๐ เมตริกตันขึ้นไป

(๗) ชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีตหล่อสำเร็จหรือคอนกรีตอัดแรงหล่อสำเร็จทุกชนิดที่มีความยาวตั้งแต่ ๕ เมตรขึ้น ไป

(๘) เสาเข็มคอนกรีตที่มีความยาวตั้งแต่ ๖ เมตรขึ้นไป หรือที่รับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยตั้งแต่ ๓ เมตริกตันขึ้นไป

(๙) งานเสริมความมั่นคงของฐานรากทุกขนาด

(๑๐) นั่งร้านหรือค้ำยันชั่วคราวที่มีความสูงตั้งแต่ ๔ เมตรขึ้นไป

(๑๑) แบบหล่อคอนกรีตสำหรับเสาที่มีความสูงตั้งแต่ ๔ เมตร หรือคานที่มีช่วงคานตั้งแต่ ๕ เมตรขึ้นไป

(๑๒) โครงสร้างใต้ดิน สิ่งก่อสร้างชั่วคราว กำแพงกันดิน คันดินป้องกันน้ำ หรือคลองส่งน้ำที่มีความสูงหรือความ ลึกตั้งแต่ ๑.๕๐ เมตรขึ้นไป

(๑๓) โครงสร้างของระบบขนส่งสาธารณะ ทางรถสาธารณะ หรือทางวิ่งสนามบินทุกขนาด

(๑๔) ทางรถไฟ ทางรถรางสาธารณะ ทางหลวง ทางสาธารณะ หรือทางวิ่งสนามบินทุกขนาด

(๑๕) เขื่อน ฝาย อุโมงค์ ท่อระบายน้ำ หรือระบบชลประทานที่มีความสูงตั้งแต่ ๑.๕๐ เมตรขึ้นไป หรือมีความจุ ตั้งแต่ ๕๐ ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือที่มีอัตราการไหลของน้ำตั้งแต่ ๑ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไป

(๑๖) โครงสร้างที่มีการกักของไหล เช่น ถังเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำมัน อุโมงค์ส่งน้ำ หรือสระว่ายน้ำที่มีความจุตั้งแต่ ๕๐ ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป

(๑๗) ท่อส่งน้ำ ท่อระบายน้ำ หรือช่องระบายน้ำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๐.๘๐ เมตรขึ้นไป หรือพื้นที่หน้าตัด ตั้งแต่ ๐.๕๐ ตารางเมตรขึ้นไปและมีโครงสร้างรองรับ หรือมีความยาวตั้งแต่ ๑๐๐ เมตรขึ้นไป

(๑๘) ระบบชลประทานที่มีพื้นที่ชลประทานตั้งแต่ ๕๐๐ ไร่ต่อโครงการขึ้นไป

(๑๙) ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีพื้นที่ตั้งแต่ ๕๐ ตารางเมตรขึ้นไปและมีความสูงจากพื้นดิน ตั้งแต่ ๑๕ เมตรขึ้นไป หรือป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีพื้นที่ตั้งแต่ ๒๕ ตารางเมตรขึ้น ไปที่ติดตั้งอยู่บนหลังคา ดาดฟ้า หรือกันสาด หรือที่ติดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร

(๒๐) อัฒจันทร์ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒๑) โครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งหรือติดตั้งอุปกรณ์รับส่งวิทยุหรือโทรทัศน์ที่มีความสูงจากระดับฐานของ โครงสร้างตั้งแต่ ๒๕ เมตรขึ้นไป หรือที่มีน้ำหนักตั้งแต่ ๒๐๐ กิโลกรัมขึ้นไป

Archive for น้ำหนักวัสดุดิน

น้ำหนักหินต่อลูกบาศก์เมตร
1. หินใหญ่
1.1 หินใหญ่คัดและหินคลุก = 1.65 ตัน / ลบ.ม.
1.2 หินใหญ่ไม่คัด = 1.50 ตัน / ลบ.ม.
2. หินย่อย
2.1 หินย่อย 3/8 นิ้ว = 1.20 ตัน / ลบ.ม.
2.2 หินย่อย 3/4 นิ้ว 3/5 นิ้ว และ 2 นิ้ว = 1.45 ตัน / ลบ.ม.
2.3 หินฝุ่น = 1.60 ตัน / ลบ.ม.

ประเภทของหลังคา

ประเภทของหลังคารูปแบบต่างๆ ที่นิยมใช้อยู่ทั่วไป ซึ่งหลังคาแต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ให้ท่านพิจารณาเลือกใช้ ตามความเหมาะสม รูปแบบของหลังคาสามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบต่างๆ กันได้ดังนี้

1. หลังคาแบน (Flat Slab) มีลักษณะแบนราบคล้ายกับเป็นพื้นจึงมักถูกใช้เป็นพื้นดาดฟ้า แต่เนื่องจากรับความร้อนมาก และกันแดดกันฝน ไม่ค่อยได้ จึงไม่ใคร่เหมาะกับบ้านเราสักเท่าไร แต่ที่เห็นนำมาใช้กันได้ก็เห็นจะเป็นอาคารตึกแถวหรืออาคารพานิชย์สูงหลายชั้น และอาคารที่ไม่เน้น ความสวยงาม ของรูปทรงหลังคา การก่อสร้างหลังคาประเภทนี้คล้ายๆ กับการก่อสร้างพื้น แต่มีข้อควรทำคือ ควรจะผสมน้ำยากันซึม หรือควรมีวัสดุกันซึมปูทับอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งทำให้บนพื้นที่หลังคาประเภทนี้ขึ้นไปใช้ประโยชน์ได้

2. หลังคาเพิงหมาแหงน (Lean To)เป็นหลังคาที่ยกให้อีกด้านสูงกว่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้ เหมาะสมสำหรับบ้านขนาดเล็ก เนื่องจากก่อสร้างง่าย รวดเร็ว ราคาประหยัด แต่ต้องระวังควรให้หลังคามีองศาความลาดเอียงมากพอ ที่จะระบายน้ำฝนออกได้ทันไม่ไหลย้อนซึมกลับเข้ามาได้ โดยอาจพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ความชันจากขนาดของหลังคา วัสดุมุงหลังคา และระยะซ้อนของหลังคา เป็นต้น ในกรณีที่มีโอกาสหรือความเสี่ยงที่น้ำฝนจะไหลย้อนซึมเข้ามาได้ ก็ควรใช้ความลาดชันมากขึ้นตามลำดับ เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้รวดเร็วขึ้น

3. หลังคาแบบผีเสื้อ (Butterfly) หลังคาชนิดนี้ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกัน ไม่ค่อยเหมาะกับ สภาพภูมิอากาศ ที่ฝนตกชุกแบบเมืองไทยสักเท่าไร เนื่องจากต้องมีรางน้ำที่รองรับน้ำฝนจากหลังคาทั้ง 2 ด้าน ทำให้รางน้ำมีโอกาศรั่วซึมได้สูง จึงไม่เป็นที่นิยมสร้างกัน มากนัก ยกเว้นอาคารที่ต้องการลักษณะเฉพาะพิเศษที่แปลกตาออกไป

4. หลังคาทรงหน้าจั่ว (Gable Roof) เป็นหลังคาที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทยเรา มีลักษณะเป็นหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังมาชนกัน มีสันสูงตรงกลาง เป็นหลังคาที่มีความสะดวกในการก่อสร้าง สามารถกันแดดกันฝนได้ดี และสามารถระบายความร้อน ใต้หลังคาได้ดีอีกด้วย

5. หลังคาทรงปั้นหยา (Hip Roof) เป็นหลังคาที่กันแดดกันฝนได้ดีทุกๆด้าน มีความโอ่อ่าสง่างาม แต่หลังคาชนิดนี้มีราคาแพง เนื่องจากเปลืองวัสดุ มากกว่า หลังคาชนิดอื่นๆ ตลอดจนต้องใช้ช่างที่มีฝีมือพอสมควรในการก่อสร้าง เพราะมีรายละเอียดเยอะกว่าหลังคาชนิดอื่นๆ

6. หลังคาแบบร่วมสมัย (Modern& Contemporary) เป็นหลังคาที่มีรูปทรงทันสมัย แตกต่างจาก 5 แบบข้างต้น และใช้วัสดุที่ทันสมัย ก่อให้เกิดรูปทรง แปลกตา แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนและการรั่วซึมนะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ผู้รับเหมา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


นครราชสีมา
Bangkok
30000
ผู้รับจ้าง อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
บริษัท เอ็ม.ที.ซี การก่อสร้าง จำกัด บริษัท เอ็ม.ที.ซี การก่อสร้าง จำกัด
Bangkok, 10200

รับออกแบบก่อสร้าง บ้าน อาคาร โรงงานทุกชนิด สนใจติดต่อ ชินกฤต เพชรซ้อน(ราชัน) 098-2986784,085-1231065

ให้เช่ารถแม็คโคร หกล้อดั้ม 086-1981250, 086-1639935 ให้เช่ารถแม็คโคร หกล้อดั้ม 086-1981250, 086-1639935
คลองสามวา
Bangkok, 10510

รับขุดท่อ ปรับพื้นที่ ขุดสระ มีรถแม็คโครและรถหกล้อดั้ม ราคากันเอง ยินดีให้คำปรึกษาฟรี.

รับเหมาตกแต่งภายใน รับเหมาตกแต่งภายใน
กรุงเทพ
Bangkok, 10240

รับเหมาต่อเติม รับเหมาต่อเติม
รามคำแหง
Bangkok

รับเหมา งานต่อเติม งานทาสี งานกั้นผนัง งานฝ้า งานโครงหลังคา งานปูกระเบื้อง

ขายของตกแต่งบ้านสวยๆ ขายของตกแต่งบ้านสวยๆ
อ่อนนุช แขวงบางจาก เขตสวนหลวง
Bangkok, 10260

ขายของตกแต่งบ้าน

รับออกแบบตกแต่งภายใน I MakerDesign รับออกแบบตกแต่งภายใน I MakerDesign
บางรัก
Bangkok, 11000

รับออกแบบตกแต่งภายใน

ทำระบบ กันซึม วางระบบ ซ่อมแซม ผนัง หลังคา บริษัท APT Enterprise จำกัด ทำระบบ กันซึม วางระบบ ซ่อมแซม ผนัง หลังคา บริษัท APT Enterprise จำกัด
200/93 หมู่ 8 ตำบล คูคต อำเภอ ลำลูกกา
Bangkok, 12130

บริษัท APT Enterprise จำกัด ทำระบบ กันซึม วางระบบ ซ่อมแซม ผนัง หลังคา ทุกชนิด

รับสร้างบ้าน งานต่อเติม และ ตกแต่งภายใน By QUEEN DECOR รับสร้างบ้าน งานต่อเติม และ ตกแต่งภายใน By QUEEN DECOR
67/7 หมู่ 19
Bangkok

รับออกแบบตกแต่งภายใน -งานบ้านเดี่ยว บ้านแฝด คอนโด หอพัก -งานร้านกาแฟ(franchines) และเจ้าของร้าน(owner)

Atmindhouse Atmindhouse
ถนน ร่มเกล้า
Bangkok, 10520

บริการรับสร้างบ้านบนที่ดินของลูกค้า ด้วยระบบเทปูนหล่อในที่ ที่มีประสบการณ์ 40 ปี

รับเหมาเขียนภาพจิตรกรรม รับเหมาเขียนภาพจิตรกรรม
811 Dusit
Bangkok, 10300

รับเหมาออกแบบเกี่ยวกับการเขียนภาพจิตกรรม

รับเหมา ทาสีบ้าน เปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์ไม้ ระบบประปา ไฟฟ้าภายในบ้าน รับเหมา ทาสีบ้าน เปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์ไม้ ระบบประปา ไฟฟ้าภายในบ้าน
รามอินทรา ท่าแร้ง บางเขน
Bangkok, 10200

รับเปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์ไม้ งานซ่อมบำรุง ระบบไฟฟ้า ประปา สีบ้าน งานหลังคา งานเหล็กต่างๆ

อาจารย์กวี - BIM TECH อาจารย์กวี - BIM TECH
Bangkok

BIM Consulting and Service