Doctor Ya - คลังยาบางบอน

Doctor Ya - คลังยาบางบอน

ตำแหน่งใกล้เคียง ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม

ครีมทาปากชมพู ครีมหน้าขาว ครีมทานมชมพู โลชั่น
ครีมทาปากชมพู ครีมหน้าขาว ครีมทานมชมพู โลชั่น
บางบอน
โรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ MALI-ih
โรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ MALI-ih
771/1 ซอยเอกชัย85 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน
กระเทียมดำ สมุนไพรบำบัด ลดความดัน เบาหวาน โรคหลอดเลือด
กระเทียมดำ สมุนไพรบำบัด ลดความดัน เบาหวาน โรคหลอดเลือด
1/119 ซ.เอกชัย 64/5 แขวงบางบอน เขตบางบอน
Club Healthcare
Club Healthcare
บางบอน, Bangkhunthien
รับผลิตของ premium ของขวัญ
รับผลิตของ premium ของขวัญ
20/22 ถนนบางขุนเทียน แขวงบางบอน เขตบางบอน
กาแฟลดน้ำหนัก ท้อปซีเคร็ท
กาแฟลดน้ำหนัก ท้อปซีเคร็ท
570-570/1 ติดถนน ระหว่างซอยเอกชัย66/6-66/5 ถ.เอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน
Jiwanatchemical09
Jiwanatchemical09
264 Soi Askachai 87/1 Askachai Road Bangbon
รักสุขภาพ
รักสุขภาพ
104/54, Bangkhunthien
Oem รับแปรรูปสมุนไพร อบ บด ร่อน บรรจุแคปซูล ลูกกลอน
Oem รับแปรรูปสมุนไพร อบ บด ร่อน บรรจุแคปซูล ลูกกลอน
ลำลูกกา, Bangkhunthien
เอพีย่า โกลด์   ดาด้า นัทตี้
เอพีย่า โกลด์ ดาด้า นัทตี้
สแกงาม32, Bangkhunthien
นวดเปิดท่อน้ำนม by thehealthdesigns
นวดเปิดท่อน้ำนม by thehealthdesigns
55/29, Bangkhunthien
Phyto SC 888
Phyto SC 888
10150
Healthy on sale
Healthy on sale
15 พระยามนธาตุ
Ma De มาเด้ กลูต้าไธโอน ผิวขาวใส
Ma De มาเด้ กลูต้าไธโอน ผิวขาวใส
15 ซ.พระยามนธาตุฯ
อุปกรณ์การแพทย์ Medi 2
อุปกรณ์การแพทย์ Medi 2
80/11 ถ.พระรามที่2, Bangkhunthien

***อย่ามองข้าม...กล้วยสุกงอม***

กล้วยที่สุกเต็มที่จะสร้างสารที่เรียกว่า TNF (Tumor Necrosis Factor) ซึ่งมีความสามารถที่จะไปต่อสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติ ยิ่งกล้วยสุกมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดจุดสีดำที่เปลือกมากขึ้น ยิ่งมีจุดดำนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดภูมิต้านทานมากขึ้น

คำแนะนำคือให้กินกล้วยวันละ 1-2 ใบเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ และอื่นๆ ตามคำแนะนำของศาสตราจารย์ญี่ปุ่น กล้วยทีมีผิวเหลืองและมีจุดดำๆหลายๆแห่งจะมีคุณสมบัติในการเพิ่มเม็ดเลือดขาวได้มากกว่ากล้วยที่มีผิวเขียวถึง 8 เท่า

ปล.หมายถึงกล้วยทุกชนิด

ที่มา : รักบ้านเกิด/by สาระแห่งสุขภาพ

กินทุเรียนทั้งที ต้องสุขภาพดี และไม่อ้วน
เริ่มเข้าสู่หน้าทุเรียน ผลไม้ที่หลายต่อหลายคนชื่นชอบกันแล้วนะคะ แต่คุณผู้อ่านบางคนก็ยังมีความกังวลกับเรื่องน้ำหนักตัว ที่อาจเพิ่มตามปริมาณการกินทุเรียนได้ ผู้เขียนจึงขอแนะให้ผู้บริโภคทุเรียนมีความรู้วิธีการกินทุเรียนอย่างไรให้สุขภาพดี เนื่องจากทุเรียนได้รับการยอมรับว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ไทย เป็นผลไม้ที่มีความอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ และได้รับความนิยมสูง อีกทั้งทุเรียนยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ถ้ากินในปริมาณที่พอดีและกินให้ถูกจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย มาอ่านกันว่ากินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วนและมีสุขภาพดี

ในเนื้อเหลืองอวบของทุเรียน ประกอบด้วย 3 อย่างหลัก คือ 1.แป้ง จากเนื้อเหลืองแน่นที่กินแล้วหวานมันอร่อยลิ้น2.ไขมัน มีปนมาอยู่บ้างซึ่งมากกว่าพืชทั่วไป แต่การมีไขมันนี้ทำให้ทุเรียนมีวิตามินอีเยอะ 3.วิตามินแร่ธาตุและกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ โดยกำมะถันตัวนี้เองคือตัวร้อน เป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดอาการร้อนในและกลิ่นไร้เทียมทาน

สรรพคุณของทุเรียน

1. ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ

2. ช่วยเผาผลาญ จากความร้อนของกำมะถันและน้ำตาลในเนื้อ

3. ช่วยระบาย จากกากที่เป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อ

นอกจากนี้ทุเรียนยังมีฤทธิ์ไล่พยาธิได้ ด้วยกำมะถันที่รุ่มร้อนทำให้ลำไส้ไม่เป็นบ้านแสนสุขของพยาธิอีกต่อไป อีกทั้งกากใยในเนื้อที่ช่วยขัดล้างลำไส้ด้วย

การกินทุเรียนเพื่อสุขภาพ ควรกินครั้งละไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลาง น้ำหนักเฉพาะเนื้อประมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึง 187 กิโลแคลอรี ให้ไขมัน 4.1 กรัม โปรตีน 2.5 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 18 มิลลิกรัม 36 มิลลิกรัม 1 มิลลิกรัม และ 22 มิลลิกรัม.ตามลำดับ แต่ ถ้าหากกินครั้งละ 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูก ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากความหวานของทุเรียนมากเกินไปถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งพอ ๆ กับกินข้าว 5 ทัพพี หรือกินน้ำอัดลมเกือบ 2 กระป๋อง หรือก๋วยเตี๋ยวหมู 1 ชาม

สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ระมัดระวังในการกินทุเรียน กินได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการกินทุเรียน คือ ต้องไม่กินร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่มาก ซึ่งจะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เสี่ยงเสียชีวิตหรือเกิดอาการร้อนใน เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ส่วนความเชื่อที่ว่า กินทุเรียนแล้วให้กินมังคุดตามเพื่อแก้ร้อนใน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่คิดว่าเป็นกุศโลบายของคนรุ่นเก่า ที่คิดว่าทุเรียนเป็นของร้อน แล้วให้กินมังคุดเป็นของเย็นแก้กัน และคงต้องการให้คนกินผลไม้ที่หลายหลากชนิดด้วย

ดังนั้นสำหรับคนที่กินทุเรียนจนร้อนใน ควรกินอาหารธาตุเย็นที่มีฤทธิ์แก้ร้อนในตามลงไป ซึ่งมีให้เลือกมากมายตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เช่น

- ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ บางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน

- กินผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น

- กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาวให้มากขึ้น หลายคนนิยมกินมังคุดตามหลังกินทุเรียน

- ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

แนะนำเคล็ดในการกินทุเรียนให้ไม่อ้วน และสุขภาพดี

1. เลือกทุกเรียนห่ามจะดีเพราะมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็กินทุเรียนสุก เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ทุเรียนมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อเคอซิทิน ซึ่งเป็นตัวเดียวกับในหอมใหญ่และองุ่น ทั้งนี้พลังต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนสุกจะมีมากกว่า มังคุด ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง ตามลำดับ

2. ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพก็ให้กินได้ครั้งละไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์ และถ้ามื้อไหนกินทุเรียน ก็ไม่ต้องกินข้าวมาก

3. ทุเรียนน้ำกะทิควรหลีกเลี่ยง เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลทั้งจากทุเรียน ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ และอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย

4. ขอให้กินทุเรียนกับผลไม้เนื้อเย็นน้ำเยอะ เช่น มังคุด ลองกอง แตงโมเพราะจะช่วยดับร้อนได้ดี

5. อย่ากินทุเรียนร่วมกับเหล้า แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะจะทำให้ยิ่งร้อนจัดขาดน้ำและช็อกได้ เนื่องจากกำมะถันในทุเรียนละลายได้ดีในแอลกอฮอล์

อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย จึงควรใส่ใจสิ่งที่เราจะทานเข้าไปกันสักนิดนะคะ อะไรที่มากเกินความพอดี ย่อมนำมาซึ่งสิ่งไม่พึงประสงค์ เช่น น้ำหนักตัว และโรคร้ายต่าง ๆ อย่าลืมประโยคสำคัญที่ว่า You are what you eat กันนะครับ

http://board.postjung.com/

5 ของกิน อร่อยแทนยา!

ไม่ต้องไปวิ่งหายากินให้ขมคอ แค่หยิบสิ่งเหล่านี้มาลิ้มลองรส คุณก็สามารถมีสุขภาพดีได้อย่างไม่ลำบากมากมายแล้ว ด้วยสรรพคุณของมันที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน

1. มันฝรั่ง = ยาลดความดัน
ในมันฝรั่งมีสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติชื่อว่า “คูคัวไมน์ส” ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำลงได้ผลชะงัก

2. เนย = ยานอนหลับ
ในเนยมีกรดอะมิโน ที่มีชื่อว่า “ทริปโตพัน” ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทยิ่งขึ้น

3. ส้ม = ยาแก้เบื่อ
กลิ่นส้มช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนวิตามินซีในนั้นช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนคลายความเครียด แก้เบื่อ แก้เซ็งได้ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องกินโดยปอกเปลือกเองเท่านั้น

4. ช็อกโกแลต = ยาแก้ไอ
ในโกโก้ ซึ่งใช้ทำช็อกโกแลต มีสารที่ชื่อ “ธีโอโบรไมน์” ออกฤทธิ์ที่เส้นประสาท “เวกัสเนอร์ฟ” ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการไอ กินแล้วช่วยให้หยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล

5. บ๊วย = ยาชูกำลัง
บ๊วยมีค่าความเป็นด่าง PH 7.35 ซึ่งใกล้เคียงกับเลือดของคนเรา กินแล้วจึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างในร่างกายไว้ได้ ช่วยลดอาการอ่อนเพลียจากภาวะเหนื่อยอ่อน เนื่องจากกรดในเลือดสูง ค่าความเป็นด่างไม่สมดุล แถมยังมีโปรตีน เกลือแร่ และสารอาหารจำเป็นอีกเยอะแยะ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

จริงหรือ ? แค่ดมกลิ่นผลไม้ ก็ช่วยให้เมินอาหารแคลอรี่สูงได้

กลายเป็นข้อมูลที่เห็นแล้วต้องตาโตจริง ๆ เลยว่าไหม ใครจะเชื่อล่ะว่า แค่กลิ่นผลไม้ที่เราดมเข้าไป จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลในสมอง โน้มน้าวให้เราตัดสินใจเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากินได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องฝืนใจ หรือใช้ความพยายามมากเท่าเมื่อก่อน และแม้ว่าจะมีอาหารอันโอชะ (ซึ่งมักจะเป็นอาหารที่ทำให้อ้วน !) วางล่อตาล่อปากอยู่ตรงหน้า ผลวิจัยที่เว็บไซต์ Daily Mail เขานำมาเผยแพร่ ก็บอกว่า เราจะเมินหน้าหนี แล้วเลือกอาหารเพื่อสุขภาพมากินแทนหน้าตาเฉยเลยล่ะ

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส ให้ข้อมูลว่า จากการทดลอง ผู้ทดลองที่ดมกลิ่นผลไม้ก่อนเลือกอาหาร จะพลิกแพลงความอยากอาหารจากตอนก่อนได้ดมกลิ่นผลไม้โดยไม่รู้ตัว สอดคล้องกับผลวิจัยอีกงานหนึ่งที่คัดเลือกอาสาสมัครกว่า 115 คน คละหญิง-ชาย อายุระหว่าง 18-50 ปี โดยจับแยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้นั่งอยู่ในห้องที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นลูกแพร์สด ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งถูกแยกให้นั่งอยู่ในห้องปกติ ไม่มีกลิ่นใด ๆ รบกวน

หลังจากนั้น 15 นาที ผู้ทดลองทั้งสองกลุ่มจะได้เลือกอาหารแบบบุฟเฟต์ โดยดูจากเมนูที่ทีมนักวิจัยเตรียมไว้ให้ ซึ่งในเมนูนั้นจะมีอาหารให้เลือก 3 คอร์สด้วยกัน คอร์สแรกเป็นอาหารประเภทผัก และผลไม้เป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และขนมหวาน ซึ่งไม่มีผัก และผลไม้ปะปนอยู่เลย

ผลการวิจัยก็ปรากฏว่า กลุ่มผู้ทดลองที่ได้ดมกลิ่นลูกแพร์ มีแนวโน้มเลือกอาหารคอร์สแรก (ผัก และผลไม้) มากกว่าอาหารคอร์สอื่น ๆ ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ทดลองที่ไม่ได้ดมกลิ่นลูกแพร์ กลับมีแนวโน้มเลือกรับประทานขนมหวาน (บราวนี่ช็อกโกแลต ราดน้ำเชื่อมผลไม้) มากกว่า

วิธีลดความอ้วน

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็อธิบายถึงการทดสองไว้ด้วยว่า กลิ่นสดชื่นของผลไม้ จะช่วยลดความอยากอาหาร และกำราบปัจจัยกระตุ้นให้อยากกินของหวานได้ประมาณหนึ่ง เนื่องจากกลิ่นผลไม้จะไปสะกิดให้สมองรู้จักแยกแยะอาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารที่ไม่มีประโยชน์อย่างชัดเจนมากขึ้น ผลักดันให้เรารู้สึกระมัดระวังในการกินมากขึ้นไปด้วยนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพิสูจน์มาอีกด้วยนะคะ ว่ากลิ่นผลไม้เกือบทุกชนิด จะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น เพราะกลิ่นหอมหวานของผลไม้ สามารถลดความหิวที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ แถมยังส่งผลกระทบไปถึงสมอง ให้ร่างกายเกิดความรู้สึกอยากกินผลไม้ขึ้นมาจริง ๆ ซะอย่างนั้นเลยด้วย

แบบนี้ก่อนทานอาหาร คงต้องหากลิ่นผลไม้มาดมซะหน่อยแล้วล่ะมั้ง ดูซิว่าจะช่วยลดความอยากอาหารของเราได้ขนาดไหน

http://www.manager.co.th/

6 โรคผิวหนัง มากับฤดูร้อ!!!!!!!!!

แพทย์ห่วง 6 อาการโรคผิวหนังที่มากับอากาศร้อน แนะเลี่ยงการอยู่บริเวณที่มีแสงแดดเป็นเวลานาน ควรกางร่มและใส่แว่นกันแดด ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ถ้าอยู่ในที่ร่มไม่ควรใส่เสื้อผ้าหนาและรัดเกินไป...

นายแพทย์ สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาโรคต่างๆ หนึ่งในโรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามคือโรคผิวหนัง จากข้อมูลของสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ พบว่าในช่วงฤดูร้อนโรคและอาการของผิวหนังที่พบบ่อย ได้แก่

1. ผด เนื่องจากอากาศร้อนจะทำให้เหงื่อออกมาก เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบของรูขุมขน เกิดผดเม็ดเล็กๆ แดงๆ หรือเป็นเม็ดใสๆ พบมากในเด็กเล็ก โดยที่ผดมักขึ้นรอบๆ คอ หน้าผาก ส่วนผู้ใหญ่มักเป็นที่คอ เนื่องจากใส่เสื้อคอปิด ใส่สร้อย จะทำให้อับเหงื่อจนเกิดอาการคัน
2. ผิวไหม้แดด โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน มักนิยมไปเที่ยวสงกรานต์ ไปชายทะเล จะตากแดดกันมาก ทำให้ผิวไหม้แดดและลอก ผิวจะดำคล้ำขึ้น

3.กลาก มักพบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ มีอาการคัน หากมีเชื้อราเข้ามาร่วมด้วย ผื่นจะขยายเป็นวง มีขอบเขตชัดเจน มีขุย และมีอาการคันมาก

4. เกลื้อน พบมากในผู้ที่ใส่เครื่องแบบ ใส่เสื้อผ้ารัดมากๆ หรือต้องใส่เสื้อสองชั้นจะเกิดเกลื้อนซึ่งมีลักษณะเป็นวงขาวๆ วงแดงๆ หรือวงดำๆ ซึ่งมักเกิดกับผู้เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมากแล้วไม่ได้อาบน้ำทันที ปล่อยให้ความชื้นหมักหมมมีเหงื่อขังจะเกิดเชื้อราขึ้น มักเกิดบริเวณหลัง หน้าอก ท้องและในบริเวณร่มผ้า

5. ภูมิแพ้ผิวหนัง ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ในหน้าร้อนถ้าเหงื่อ ออกมากจะมีผื่นคันบริเวณคอ ข้อพับ แขน ขา ควรหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อน อับหรือมีฝุ่นละอองมาก เนื่องจากจะทำให้คันมากขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องประดับที่ทำจากสาร นิกเกิลเพราะจะทำให้ผิวหนังอักเสบเกิดผื่นแพ้ได้

6. กลิ่นตัว อากาศร้อนทำให้เหงื่อออกมาก เมื่อเหงื่อออกมากกลิ่นตัวยิ่งแรง

สำหรับ กลุ่มเสี่ยงที่เป็นโรคผิวหนังในฤดูร้อน คือ เด็กเล็ก ผู้ที่ต้องทำงานตากแดดเป็นเวลานาน ผู้ที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ หรือเสื้อผ้าอับชื้น นักกีฬากลางแจ้ง ผู้ที่นิยมกิจกรรมนอกสถานที่ เช่น เที่ยวทะเล อาบแดด ตีกอล์ฟ ฯลฯ และผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

ดัง นั้นควรดูแลรักษาตนเองจากโรคผิวหนังในหน้าร้อน ด้วยการหลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณที่มีแสงแดดเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรใส่เสื้อแขนยาว กางร่มและใส่แว่นกันแดด ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ถ้าอยู่ในที่ร่มไม่ควรใส่เสื้อผ้าหนาและรัดเกินไปเพราะจะทำให้เกิดการอับ ชื้น เหงื่อ เกิดผดผื่นคันได้ ในหน้าร้อนควรสระผมบ่อยๆ เนื่องจากศีรษะที่อับชื้นเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อราที่ศีรษะได้ หากต้องใส่ รองเท้าที่ปกปิดมิดชิด ควรถอดออกบ้างเมื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน หากเท้ามี เหงื่อออกมากให้หายาระงับไม่ให้เหงื่อออกมากเกินไป หรือโรยแป้งไว้ระหว่าง นิ้วเท้าเพื่อขับเหงื่อ ควรเปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ และนำไปผึ่งตากแดดเพื่อดับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรค สำหรับผู้ที่แพ้โลหะไม่ควร ใส่เครื่องประดับที่ทำจากนิกเกิล เพราะเมื่อเหงื่อออกจะทำให้นิกเกิลละลาย ออกมา ทำปฏิกิริยากับผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอักเสบหรือเกิดผื่นแพ้ หากมีเหงื่อออกมากควรอาบน้ำหรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด ฉะนั้น หากปฏิบัติตามคำแนะนำจะสามารถห่างไกลโรคผิวหนังที่มากับฤดูร้อนได้.

ที่มา thairath

กินล้างพิษจร้าาาาาาาาาา

1. กล้วย – บำรุงและสร้างความแข็งแรงของกระเพาะอาหาร ให้เกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยขับของเหลวหรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกาย ป้องกันท้องผูก
2. อัลมอนด์ – มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีน มีไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
3. แอปเปิ้ล – ช่วยจับคอเรสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ต้านเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส ล้างสารพิษออกจากร่างกาย
4. ตำลึง – มีคุณสมบัติช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกาย
5. อะโวคาโด – มีสารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล และป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ช่วยจับสารก่อมะเร็งกว่า 30 ชนิด และช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก
6. บีทรูต – ต่อต้านเชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ตับ และรบบน้ำเหลือง ปรับระดับกรด-ด่างในเลือดให้สมดุล ส่งเสริมให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น ทำให้กำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น
7. กะหล่ำ – เต็มไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยขับฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพาะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ
8. บลูเบอร์รี่ – มีค่าแอนตี้ออกซิแดนต์สูงมาก มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ช่วยลดการระคายเคือง เข้าไปขัดขวางแบคทีเรีย ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
9. กระเทียม – สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส ทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น และลดแรงดันโลหิต
10. ส้มโอ หรือ เกรปฟรุ๊ต – มีสารเพกติน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันไม่ให้โลหะหนักทำอันตรายต่อร่างกาย ต่อต้านการเกิดมะเร็ง กระเพาะอาหารและมะเร็งตับอ่อน
11. มะเขือพวง – เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร จับไขมันอิ่มตัวและขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง
12. แครอท – มีสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องร่างกายจากสารพิษในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ลดการเกิดมะเร็ง ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง
13. ขึ้นฉ่าย – ทำความสะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิตได้ดี มีสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควันบุหรี่ด้วย
14. พืชตระกูลถั่ว (เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) – มีไฟเบอร์สูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาด ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และต่อมลูกหมาก
15. ทับทิม – น้ำทับทิมสามารถรักษาอาการอักเสบ และลดความปวดได้ ช่วยล้างพิษ ลดการติดเชื้อ ลดอาการอักเสบ มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
16. กระเจี๊ยบ – น้ำกระเจี๊ยบช่วยทำความสะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติเชื้อ
17. เมล็ดแฟลกซ์ – มีกรดไขมันโอเมก้า 3 บำรุงสมอง บำรุงความจำ มีผลดีต่อหัวใจ และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
18. มะนาว – ทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง ช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น นำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง จะช่วยล้างพิษในลำไส้ ป้องกันอาการท้องผูก
19. หัวหอม – ประกอบด้วยสารต้านมะเร็งหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล รักษาโรคเบาหวาน โดยช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่
20. สาหร่าย – สามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย ช่วยดูดซึมคลื่นรังสี จับโลหะหนัก เต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ปริมาณมาก

สวัสดีคะวันนี้มีข่าวดีๆๆมาบอกกล่าวทุกท่านคะ

เตือนป่วยไข้หวัดแดด ช่วงหน้าร้อน

โรคไข้หวัดหน้าร้อนหรือไข้หวัดแดด โรคนี้มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งการแสดงอาการของโรคอาจถูกกระตุ้นจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ร่วมกับการรับเชื้อไวรัสไข้หวัดเข้าไป

โดยมีอาการตั้งแต่น้อยไปถึงมาก เช่น อาการหวัดธรรมดาจนถึงหลอดลมอักเสบ ปอดบวม ดังนั้นผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ จึงควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนอยู่แออัด อากาศถ่ายเทได้น้อย เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ตลาด
และสำหรับบางคนที่มีความคิดในการหนีร้อนไปพึ่งเย็นในห้างสรรพสินค้าต่างๆ
ก็ต้องระมัดระวังตัวเองด้วยนะคะเพราะถ้าร่างกายของเราอ่อนแอในตอนนั้นก็ก็จะยิ่งติดเชื้อหวัดได้ง่ายมากยิ่งขึ้นค่ะดังนั้นถ้าเรารู้สึกตัวว่าไม่สบายการพักผ่อนอยู่ที่บ้านน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

ส่วนการปฏิบัติตัวสำหรับคนที่ป่วยเป็นไข้หวัดแดดแล้วก็รักษาอาการเหมือนไข้หวัดปกติเลย นั่นก็คือ

พักผ่อนให้พอเพียง

ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ

รับประทานอาหารร้อน ๆ

ทานยาลดไข้

เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ก็จะทำให้หายจากอาการเจ็บป่วยได้ง่ายมากยิ่งขึ้นค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ศักดา อาจองค์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

สวัสดีคะหน้าร้อนนี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ
โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ภัยร้ายช่วงหน้าร้อน!!!
ในช่วงหน้าร้อนโรคระบบทางเดินอาหารเป็นโรคที่พบได้มากอันดับ 1 กว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยทั้งหมด ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ซึ่งพบผู้ป่วยกว่า 1 ล้านราย และ เสียชีวิต 37 ราย โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดท้องร่วงมาจากหลายปัจจัย อาทิ น้ำแข็งไม่สะอาด อาหารไม่สะอาด ทั้งนี้ อุจจาระร่วง (Diarrhea) หมายถึง ภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลว จำนวน 3 ครั้งต่อกันหรือมากกว่า หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้ง ใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Diarrhea) เกิดตั้งแต่เริ่มมีอาการอุจจาระร่วง เมื่อได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะถ่ายอุจจาระดีขึ้นภายใน 5-6 วัน โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันหากรักษาไม่ถูกต้องอาจทำให้เสียชีวิตได้นะคะ เราสามารถป้องกันได้ง่ายๆ โดยการล้างมือให้สะอาด เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกสะอาดนะค่ะ...

Timeline Photos

สวัสดีคะวันนี้มาทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกกันคะ

ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากยุงซึ่งเป็นพาหะของโรค ไข้เลือดออกนอกจากจะเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น และก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้ และมักพบบ่อยในเด็กต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 2-8 ปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่จะไม่มีโอกาสเป็นโรคไข้เลือดออกได้ โดยเฉพาะต้องอาศัยอยู่ในแหล่งที่ชุกชุมไปด้วยยุงตัวร้าย

อาการของ ไข้เลือดออก

อาการของ ไข้เลือดออก ไม่จำเพาะอาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ในผู้ใหญ่ที่เป็น ไข้เลือดออก อาจจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดว่าเป็น โรค ไข้เลือดออก อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิต ทั้งนี้ลักษณะที่สำคัญของ ไข้เลือดออก มีอาการสำคัญ 4 ประการคือ

1. ไข้สูงลอย : ไข้ 39-40 มักมีหน้าแดง โดยมากไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ เด็กโตอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5 วัน

2. อาการเลือดออก : เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะ โดยจะมีอาการ
อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ มีจุดเลือดออกตามตัว

3. ตับโต

4. ความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด หรือช็อก : มักจะเกิดช่วงไข้จะลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่ายมือเท้าเย็น รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ

เมื่อใดต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันที

เมื่อมีเลือดออกผิดปกติ อาเจียนมาก ปวดท้อง ซึม ไม่ดื่มน้ำ กระหายน้ำตลอดเวลา มีปัสสาวะออกน้อย

เมื่อความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ตัวลาย เหงื่อออกโดยเฉพาะในช่วงไข้ลง

ไข้เลือดออก
ไข้เลือดออก

แนวทางการรักษาโรค ไข้เลือดออก

โรค ไข้เลือดออก ไม่มีการรักษาเฉพาะ การรักษาเป็นเพียงการประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อก และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลง โดยทั่วไปการดูแลผู้ป่วยโรค ไข้เลือดออก มีแนวทางการดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนี้

1. ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ยาลดไข้ที่ควรใช้คือ พาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาจำพวกแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เกล็ดเลือดผิดปกติ และระคายกระเพาะอาหาร

2. ให้สารน้ำชดเชย เนื่องจากผู้ป่วยไข้เลือดออก มักมีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไข้สูง เบื่ออาหาร และอาเจียน ในรายที่พอทานได้ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ ในรายที่ขาดน้ำมาก หรือมีภาวะเลือดออก เช่น อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือดต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อให้สารน้ำทางเส้นเลือด

3. ติดตามดูอาการใกล้ชิด ถ้าผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น โดยเฉพาะในช่วงไข้ลด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

4. ตรวจนับจำนวนเกล็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือดเป็นระยะ เพื่อใช้พิจารณาปริมาณการให้สารน้ำชดเชย

จะทราบได้อย่างไรว่าผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้ว

ผู้ป่วยไข้เลือดออก หากมีอาการไข้ลดลง ภายใน 24-48 ชั่วโมง แล้วเริ่มกินอะไรได้ รู้สึกตัวดี ไม่ซึม แสดงว่าอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

การปฏิบัติเมื่อมีคนในบ้าน/ข้างบ้านเป็น ไข้เลือดออก

เนื่องจากไข้เลือดออกระบาดโดยมียุงเป็นตัวแพร่พันธุ์ ดังนั้นเมื่อมีคนในบ้านหรือข้างบ้านเป็นไข้เลือดออก ควรจะบอกคนในบ้านหรือข้างบ้านว่า มีคนเป็นไข้เลือดออกด้วย และแจ้งสาธารณสุขให้มาฉีดยาหมอกควันเพื่อฆ่ายุง รวมถึงดูแลให้สมาชิกในครอบครัวป้องกันการถูกยุงกัด สำรวจภายในบ้าน รอบบ้าน รวมทั้งเพื่อนบ้านว่ามีแหล่งแพร่พันธุ์ยุงหรือไม่ หากมีให้รีบจัดการและทำลายแหล่งแพร่พันธุ์นั้น เพื่อป้องกันการเป็นไข้เลือดออก

นอกจากนี้ต้องคอยระวังเฝ้าดูอาการของสมาชิกในบ้านหรือข้างบ้านว่ามีไข้หรือไม่ หากมีไข้ให้ระวังว่าอาจจะเป็น ไข้เลือดออกได้

เป็นไข้เลือดออกแล้วมีสิทธิ์เป็นซ้ำอีกได้ไหม

เนื่องจากไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ที่ 1, 2, 3 และ 4 ซึ่งในแต่ละปีจะมีการระบาดของสายพันธุ์ต่าง ๆ สลับกันไป หากผู้ป่วยติดเชื้อไข้เลือดออกสายพันธุ์ใดไปแล้ว ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้นตลอดชีวิต และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันข้ามไปยังสายพันธุ์อื่นได้ระยะหนึ่ง ก่อนภูมิคุ้มกันในสายพันธุ์อื่นจะหายไป ดังนั้น ผู้ที่เคยเป็นไข้เลือดออกแล้วก็ยังสามารถกลับมาเป็นได้อีกในสายพันธุ์ที่ต่างจากที่เคยเป็น แต่ทว่า การติดเชื้อครั้งที่ 2 มักจะมีอาการรุนแรงกว่าการป่วยครั้งแรก แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนเรามักติดเชื้อไม่เกิน 2 ครั้ง

การป้องกันโรค ไข้เลือดออก

ทุกวันนี้ยังไม่ยาที่ใช้รักษา ไข้เลือดออก ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยป้องกันการแพร่ของยุง

ยุงลาย
ยุงลาย พาหะนำโรคไข้เลือดออก

การควบคุมสิ่งแวดล้อม Environmental management

การควบคุมสิ่งแวดล้อมเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ยุงมีการขยายพันธุ์

แทงค์ บ่อ กะละมัง ที่เก็บกักน้ำจะเป็นแหล่งที่ยุงออกไข่และกลายเป็นยุง ต้องมีฝาปิดและหมั่นตรวจสอบว่ามีลูกน้ำหรือไม่

ให้ตรวจรอยรั่วของท่อน้ำ แทงค์น้ำหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับน้ำว่ารั่วหรือไม่ โดยเฉพาะฤดูฝน

ตรวจสอบแจกัน ถ้วยรองขาโต๊ะ ต้องเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ สำหรับแจกันอาจจะใส่ทรายผสมลงไป ส่วยถ้วยรองขาโต๊ะให้ใส่เกลือเพื่อป้องกันลูกน้ำ

หมั่นตรวจสอบถาดรองน้ำที่ตู้เย็นหรือเครื่องปรับอากาศเพราะเป็นที่แพร่พันธุ์ของยุง โดยเฉพาะถาดระบายน้ำของเครื่องปรับอากาศซึ่งออกแบบไม่ดี โดยรูระบายน้ำอยู่เหนือก้นถาดหลายเซนติเมตร ทำให้มีน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุง

ตรวจสอบรอบ ๆ บ้านว่ามีแหล่งน้ำขังหรือไม่ ท่อระบายน้ำบนบนหลังคามีแอ่งขังน้ำหรือไม่ หากมีต้องจัดการ

ขวดน้ำ กระป๋อง หรือภาชนะอื่นที่อาจจะเก็บขังน้ำ หากไม่ใช้ให้ใส่ถุงหรือฝังดินเพื่อไม่ให้น้ำขัง

ยางเก่าที่ไม่ใช้ก็เป็นแหล่งขังน้ำได้เช่นกัน

หากใครมีรั้วไม้ หรือต้นไม้ที่มีรูกลวง ให้นำคอนกรีตเทใส่ปิดรู ต้นไผ่ต้องตัดตรงข้อและให้เทคอนกรีตปิดแอ่งน้ำ

การป้องกันส่วนบุคคล

ใส่เสื้อผ้าที่หนาพอสมควร ควรจะใส่เสื้อแขนขาว และกางเกงขายาว เด็กนักเรียนหญิงก็ควรใส่กางเกง

การใช้ยาฆ่ายุง เช่น pyrethrum ก้อนสารเคมี

การใช้กลิ่นกันยุงเช่น ตะไคร้ หรือสารเคมีอื่น ๆ

นอนในมุ้ง

การควบคุมยุงโดยทางชีวะ

เลี้ยงปลาในอ่างที่ปลูกต้นไม้ หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

ใช้แบคทีเรียที่ผลิตสาร toxin ฆ่ายุงได้แก่เชื้อ Bacillus thuringiensis serotype H-14 (Bt.H-14) and Bacillus sphaericus (Bs)

การใช้เครื่องมือดักจับลูกน้ำซึ่งเคยใช้ได้ผลที่สนาบบินของสิงคโปร์ แต่สำหรับกรณีประเทศไทยยังได้ผลไม่ดีเนื่องจากไม่สามารถควบคุมแหล่งน้ำธรรมชาติจึงยังมีการแพร่พันธ์ของยุง

ฉีดสารเคมี ไข้เลือดออก

การใช้สารเคมีในการควบคุม

ใช้ยาฆ่าลูกน้ำ วิธีการนี้จะสิ้นเปลืองและไม่เหมาะที่จะใช้อย่างต่อเนื่อง วิธีการนี้จะเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดและได้มีการสำรวจพบว่ามีความชุกของยุงมากกว่าปกติ

ใช้สารลดแรงตึงผิว เช่น ผงซักฟอก สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ฉีดพ่นกำจัดยุง เพราะสารดังกล่าวจะไปทำลายระบบการหายใจของแมลง ทำให้แมลงตายได้

ใช้ "ทรายอะเบท" กำจัดยุงลาย โดยให้นำทรายอะเบท 1 กรัม ใส่ในภาชนะที่มีน้ำขัง (อัตราส่วน 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร หรือ 20 กรัม) จะป้องกันไม่ให้เกิดลูกน้ำได้นานประมาณ 1-2 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากใช้เสร็จแล้วต้องเก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดมิดชิด รวมทั้งเก็บในที่เย็น แห้ง และมีการระบายอากาศอย่างเพียงพอ

การใช้สารเคมีพ่นตามบ้านเพื่อฆ่ายุง วิธีการนี้ใช้ในประเทศเอเชียหลายประเทศมามากกว่า 20 ปีแต่จากสถิติของการระบาดไม่ได้ลดลงเลย การพ่นหมอกควันเป็นรูปอธรรมที่มองเห็นว่ารัฐบาลได้ทำอะไรเกี่ยวกับการระบาด แต่การพ่นหมอกควันไม่ได้ลดจำนวนประชากรของยุง ข้อเสียคือทำให้คนละเลยความปลอดภัย การพ่นหมอกควันจะมีประโยชน์ในกรณีที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก

หากใครมีข้อสงสัย หรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องโรคไข้เลือดออก สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) หมายเลขโทรศัพท์ 089-204-2255 ตลอด 24 ชั่วโมง

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


The Tree Bangbon Shopping Mall
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 21:00
อังคาร 10:00 - 21:00
พุธ 10:00 - 21:00
พฤหัสบดี 10:00 - 21:00
ศุกร์ 10:00 - 21:00
เสาร์ 10:00 - 21:00
อาทิตย์ 10:00 - 21:00
เวชภัณฑ์ อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
Yofoto Thailand co.,ltd. Yofoto Thailand co.,ltd.
240/61 อาคารอโยธยา ทาวเวอร์ ชั้น 25 ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง
Bangkok, 10310

บริษัท โยโฟโต อินเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

Endomed Thailand Endomed Thailand
2nd, Soi 42, 1st Junction, Lat Phrao 101 Road, Klongjan, Bangkapi
Bangkok, 10240

Medical equipments and supplies business

ร้านขายยา จ.เจริญเภสัช ร้านขายยา จ.เจริญเภสัช
240 Krungkasem Rd., Bang Khun Phrom, Phranakorn
Bangkok, 10200

โรงพยาบาลนวมินทร์9 โรงพยาบาลนวมินทร์9
44/505 Nawamin Rd
Bangkok, 10510

โรงพยาบาล เอกชน ตรวจสุขภาพ ย่านมีนบุรี คลอดเหมาจ่าย ฝากครรภ์ฟรี ตรวจหัวใจ

SRK VET Supply SRK VET Supply
39/38 ซ.พระยาสุเรนทร์ 40 คลองสามวา
Bangkok, 10510

จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับคลีนิค โรงพาบาลสัตว์ คุณภาพดี ราคาสัมผัสได้

Bio Sky Bio Sky
Bangkok, 10200

Vita Longa Asia is Medical Tourism, Medical Treatment & Holiday In Thailand

Hallelujah Clothes Hallelujah Clothes
39/421 Butsarin Phayasurain Rd. Klong Sam Wa, Sam Wa East
Bangkok, 10200

Food&Drug in Bestprice$$

ร้านขายยา ราชวิถีเภสัช ร้านขายยา ราชวิถีเภสัช
ถนน ราชวิถี
Bangkok, 10400

ร้านขายยาและอาหารเสริมคุณภาพมาตรฐานราคาถูก

Shilinatour Shilinatour
Phraholyothin
Bangkok, 10900

I-Pharma Drugstore I-Pharma Drugstore
38/295 ม.7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง
Bangkok, 12120

Good products for your health.

อินเตอร์เภสัช by MagMed อินเตอร์เภสัช by MagMed
ระหว่างซอยลาดพร้าววังหิน 53-55
Bangkok, 10230

3C อุปกรณ์การแพทย์ 3C อุปกรณ์การแพทย์
523/15 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ
Bangkok, 10140

จำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์คุณภาพดี มีรับประกัน ราคาเข้าถึงได้ **จัดส่งสินค้า ฟรี ทั่วประเทศ**