วัดอรัญญาราม ปราจีนบุรี

วัดอรัญญาราม ปราจีนบุรี

ตำแหน่งใกล้เคียง สถานที่สักการะ

วัดไทรงาม บ้านเกาะพอก
วัดไทรงาม บ้านเกาะพอก
5 บ้านเกาะพอก ต.คำโตนด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี, Prachin Buri
พระเครื่องเมืองปราจีน
พระเครื่องเมืองปราจีน
196 ม.18 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี, Prachantakham
สมปราช พระเครื่อง
สมปราช พระเครื่อง
173 ม.4 ต.ประจันตคาม
โรงเรียนวังดาลวิทยาคม
โรงเรียนวังดาลวิทยาคม
113 หมู่ 10, Amphoe Kabin Buri
วัดรัตนชมภู
วัดรัตนชมภู
ถนน สุวรรณศร, Amphoe Kabin Buri
โรงเรียนชุมชนวัดหนองจวง
โรงเรียนชุมชนวัดหนองจวง
malee Chanim, Prachin Buri
มะนาวแป้นลุงเอกโรจ จ.ปราจีนบุรี
มะนาวแป้นลุงเอกโรจ จ.ปราจีนบุรี
16/3 M.4 T.Krogsomboon Am.Srimahaphote Prachinburi 25140, Srimahapho
พระเครื่องพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี-จ.สระแก้ว
พระเครื่องพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี-จ.สระแก้ว
ต.ลาดตะเคียน, Kabin Buri
โรงเรียนบ้านปราสาท กบินทร์บุรี
โรงเรียนบ้านปราสาท กบินทร์บุรี
304, Prachin Buri
บ้านหินแกะสลัก ปราจีนบุรี
บ้านหินแกะสลัก ปราจีนบุรี
บ้านหินแกะสลัก ปราจีนบุรี, Prachin
หมูบ้านหัวเขา
หมูบ้านหัวเขา
บ้านหัวเขา ซอย 2 ถนนสุวรรณศร, Prachin Buri
บวชพระทุกเดือน ปราจีนบุรี
บวชพระทุกเดือน ปราจีนบุรี
ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ, Amphoe Kabin Buri
ฮวดสังฆภัณฑ์
ฮวดสังฆภัณฑ์
33, Prachin Buri
วัดเขาพระธรรมขันธ์
วัดเขาพระธรรมขันธ์
วัดเขาพระธรรมขันธ์ 53 หมู่ที่ 15 ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี, Prachin
มหาโพธิ์รถยก
มหาโพธิ์รถยก
srimahaphot, Prachin Buri

ความคิดเห็น

ผมภูมิใจที่ครองประเพณีมาตลอดครับ
งานทำบุญตักบาตรกลางบ้านหมู่ 6วันนี้ รับพรอิ่มบุญ ทุกๆท่านค่ะ

สถานที่สักการะ ตักบาตรทำบุญ ปฏิบัติธรรม

Photos from วัดอรัญญาราม ปราจีนบุรี's post

ไม่ทราบว่าใครเขียน แต่ชอบการเรียงลำดับว่าตอนพระองค์อายุเท่าไร มีเหตุการณ์หรือได้ทำอะไรบ้าง ขอบันทึกไว้ในเฟซบุ๊คตัวเอง เพื่อได้อ่านในปีต่อๆไป

#เรื่องราวเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 มีมากมาย แต่ส่วนใหญ่เวลาได้ข้อมูลเกี่ยวกับท่านเราจะได้ในลักษณะเป็นปี พ.ศ.ซึ่งมันทำให้ไม่เห็นภาพเท่าไหร่ว่าตอนนั้นพระองค์อยู่ในวัยไหน พระชนมายุมากรึยัง เลยลองมานั่งไล่อายุท่านเทียบกับพระราชกรณียกิจแบบคร่าวๆ

มีเรื่องที่คิดไม่ถึงหลายอย่าง เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ดังๆ ทรงแต่งตั้งแต่ 18-19 พรรษา เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ที่เราร้องกันนี่ท่านก็ทรงแต่งตั้งแต่อายุ 22 (เทียบกับอายุเด็กสมัยนี้คือทรงอยู่ปี 4) พระราชกรณียกิจต่างๆนานาก็เริ่มตั้งแต่ 20 ต้นๆ แล้ว พอท่านเลย 60 ไปแทนที่จะเกษียณกลับกลายเป็นงานยิ่งมากขึ้น เสด็จต่างจังหวัดเยอะมาก มูลนิธิชัยพัฒนานี่พึ่งตั้งตอนประมาณ 61 พรรษา ทรงงานไปถึงช่วง 80 พรรษา หลังจากนั้นส่วนมากจะไปประทับและทรงงานอยู่ศิริราช

พอเทียบกับเวลาของชีวิตเรา ในเวลาเท่ากันท่านสามารถคิดและสร้างอะไรไว้ได้มากมายเหลือเกิน เก่งจิงๆ เก่งทุกอย่าง เทียบแล้วก็จะรู้ว่าท่านทรงงานหนักจริงๆ ถ้าเป็นญาติพี่น้องเราอายุเกิน 60 ส่วนใหญ่ก็พักผ่อนอยู่บ้านหมดเเล้ว แต่ท่านอายุ หกสิบเจ็บสิบยังออกไปตลุยงานอยู่ ถ้าไม่ออกก็ฟังวิทยุดูทีวีติดตามสถานการณ์บ้านเมืองตลอด

พระราชกรณียกิจต่างๆ ไม่รวมเวลาเสด็จเยี่ยมราษฎร 4 ภาค อยากให้เก็บไว้ดูในวันเกิดของตัวเองทุกๆปี แล้วลองย้อนมองว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรให้ผู้อื่นหรือเพื่อประเทศชาติบ้าง

2 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต

5 พรรษา เปลี่ยนแปลงการปกครอง

6 พรรษา จากบ้าน ครอบครัวเล็กๆย้ายไปสวิตเซอร์เเลนด์

7 พรรษา เป็นสมเด็จพระอนุชา

8 พรรษา เริ่มถ่ายภาพ

9 พรรษา เก็บเงินซื้อคลาริเน็ท

11 พรรษา เสด็จนิวัติพระนคร ครั้งที่ 1

12 พรรษา สงครามโลกครั้งที่ 2

14 พรรษา ทรงเก็บเงินซื้อแซกโซโฟนที่เป็นของใช้แล้วมาเล่นดนตรี (เป็นน้องของพระเจ้าแผ่นดินแต่ยังทรงต้อง"เก็บเงิน")

18 พรรษา เสด็จนิวัติพระนคร ครั้งที่ 2

19 พรรษา สูญเสียพระบรมเชษฐาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์, “แสงเทียน” “ยามเย็น” “สายฝน” “ไกล้รุ่ง”

*เทียบกับอายุเด็กสมัยนี้คือตอนนั้นยังทรงเป็นเพียงเด็กมหาลัยปี 1 เด็กแค่นี้ท่านต้องผ่านอะไรมามากมายจริงๆ แถมครองราชแค่ปีแรก ก็ทรงเริ่มมอบความสุขให้คนไทยผ่านเสียงเพลงแล้ว

20 พรรษา “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์”, “HM Blues”

21 พรรษา ทรงประสบอุบัติเหตุ

22 พรรษา ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิตยากร, “มหาจุฬาลงกรณ์”

23 พรรษา เสด็จนิวัติพระนคร บรมราชาภิเษก ราชาภิเษกสมรส

24 พรรษา “พรปีใหม่”

25 พรรษา สถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต, ทุนภูมิพล, “ยิ้มสู้” “ธงไชยเฉลิมพล”, ทรงระดุมทุนช่วยผู้ป่วยโปลิโอ

26 พรรษา พระราชทานปลาหมอเทศแก่กรมประมง

27 พรรษา หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน, พระราชทานเงินสำหรับพัฒนาหุนยนต์คุณหมอ

28 พรรษา เสด็จเยี่ยมราษฏร ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงโน้มพระองค์รับดอกไม้จากแม่เฒ่าตุ้ม, พระราชทานเรือให้กาชาดใช้ช่วยเหลือประชาชน

29 พรรษา ทรงผนวช, ทรงดนตรีกับ Benny Goodman

30 พรรษา ฟื้นฟูกระบวนเรือพระราชพิธี

31 พรรษา เสด็จภาคเหนือครบทุกจังหวัด, วันทรงดนตรีที่จุฬา, “แสงเดือน”

32 พรรษา เสด็จภาคใต้, ทรงเริ่มวาดภาพจิตรกรรม

33 พรรษา เสด็จต่างประเทศ 16 ประเทศ, มูลนิธิราชประชาสมาสัยเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน, ฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

34 พรรษา โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พันธุ์ข้าวพระราชทานพืชมงคล

35 พรรษา “ยูงทอง”

36 พรรษา อ่างเก็บน้ำเขาเต่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านชลประทานแห่งแรก, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์

37 พรรษา โครงการหมู่บ้านสหกรณ์หุบกระพง โครงการพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์แห่งแรก, ประดิษฐ์เรือใบราชปะเเตน

38 พรรษา ฟื้นฟูทุนเล่าเรียนหลวง, ทรงศึกษาและเพาะพันธุ์ปลานิล

39 พรรษา ทรงเรือใบจากหัวหินข้ามอ่าวไทย (ทรงเท่ห์มาก), "เกษตรศาสตร์"

40 พรรษา ทรงชนะเลิศเหรียญทอง การแข่งขันเรือใบ กีฬาแหลมทอง, หน่วยพระราชทานรักษาประชาชนเคลื่อนที่หน่วยที่ 1

41 พรรษา ตั้งศูนย์ฝึกอาชีพคนพระราชทานทหารผ่านศึกพิการ

42 พรรษา โครงการหลวงพัฒนาชาวเขา (สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง), ฝนหลวง, ทดลองเกษตรพืชเมืองหนาว, โรงนมผงสวนจิตร, นมหนองโพ

43 พรรษา ทรงแนะวิธีการใช้ยาพระราชทานชาวเขา

44 พรรษา “ความฝันอันสูงสุด” , ถ.รัชดาภิเษก ,โรงสีข้าวตัวอย่าง

45 พรรษา ตั้งสมเด็จพระบรม, สายอากาศสุธี 1

46 พรรษา 14 ตุลา 2516

47 พรรษา พระราชดำรัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงครั้งแรก

48 พรรษา มูลนิธิสายใจไทย

49 พรรษา โครงการพระดาบส

51 พรรษา สถาปนาสมเด็จพระเทพฯ

52 พรรษา ทรงขับรถลุยน้ำที่นราธิวาส

54 พรรษา เยี่ยมราษฏรที่นราธิวาส (ทรงนั่งพิงรถยนต์พระที่นั่งที่จอดบนสะพาน)

56 พรรษา โครงการป่ารักน้ำ, เสด็จไปทอดพระเนตรบริเวณน้ำท่วมในกทม.

57 พรรษา ทฤษฏีแกล้งดิน

58 พรรษา พระราชดำริเรื่องขุดคลองและสร้างประตูควบคุมน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม

59 พรรษา โรงกลั่นแอลกอฮอล์ในสวนจิตรลดา ผลิตแก๊ซโซฮอล์ (2529)

60 พรรษา ทรงประดิษฐ์อักษร
เทวนาครี

🎇 วัยเกษียณ 🎇

61 พรรษา มูลนิธิชัยพัฒนา

62 พรรษา ทดลองทฤษฏีใหม่ (2532)

63 พรรษา โครงการพระราชดำริ แหลมผักเบี้ย แก้ปัญหาขยะ น้ำเสีย

64 พรรษา ทรงปลูกหญ้าแฝก, ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาพระไตรปิฏก

65 พรรษา ยุติเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

66 พรรษา กังหันน้ำชัยพัฒนา, “นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ”

67 พรรษา “ติโต”, เสด็จเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว

68 พรรษา สมเด็จย่าสวรรคต, ทรงแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพ, โครงการแก้มลิง, คลองลัดโพธิ์, "เมนูไข่" เพลงพระราชนิพนธ์อันดับสุดท้าย (2538)

69 พรรษา ฉลองสิริราชสมบัติ 50 ปี, “พระมหาชนก” , เหตุการณ์ VR009 ทรงติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติทางวิทยุอย่างใกล้ชิดแล้วโทรไปพระราชทานคำแนะนำ

70 พรรษา พระราชทานแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง, คุณทองแดง, ปีนั้นเเล้งมาก ทรงติดตามการทำงานทีมฝนหลวงตลอดภารกิจทั้งเดือน รับสั่งว่าเมฆทุกก้อนที่ผ่านประเทศไทยต้องเอามาทำฝนให้ได้ และพระราชทานวิธีทำฝนแบบ "ซุปเปอร์แซนวิช" ที่ทรงคิดเอง (2540)

71 พรรษา ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ, พระมหาชนกฉบับการ์ตูน

72 พรรษา พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ, เปิดเขือนป่าสักชลสิทธิ์

74 พรรษา รายการศึกษาทัศน์ ทรงอธิบายเรื่องฝนหลวงให้นร.โรงเรียนไกลกังวล

75 พรรษา สะพานพระราม 8, “ทองแดง”

76 พรรษา APEC, พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเรื่องการปรับปรุงหุ่นยนต์คุณหมอพระราชทาน

78 พรรษา ทอดพระเนตรอ่างเก็บน้ำยางชุม จ.ประจวบคิริขันธ์, สระสุวรรณชาติ

79 พรรษา ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

80 พรรษา ทรงเข้ารับการผ่าตัดที่ รพ.ศิริราช

81 พรรษา พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จกรมหลวงฯ, คลองภักดีรำไพ แก้มลิงแห่งสุดท้าย จ.จันทบุรี, โครงการพระราชดำริชั่งหัวมัน

82 พรรษา ประทับศิริราช

83 พรรษา ทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์, สะพานภูมิพล 1/2, ทรงรับการรายงานสรุปสถานการณ์น้ำในประเทศไทย

84 พรรษา พระราชทานคำแนะนำเรื่องการรับมือน้ำท่วม, ช่วงต้นปี(น้ำท่วมกลาง-ปลายปี)ทรงมีพระราชกระแสให้ทำเครื่องบินบังคับด้วยดาวเทียมสำหรับถ่ายภาพทางอากาศ, เจลลี่โภชนา พระราชทานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งในช่องปาก

85 พรรษา เสด็จทอดพระเนตรระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าน้ำศิริราช, เสด็จพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย

86 พรรษา เสด็จกลับไปประทับวังไกลกังวล เสด็จออกมหาสมาคมที่หัวหิน

87 พรรษา เสด็จไปติดตามงานในโครงการในพระราชดำริชั่งหัวมัน 4 ครั้ง เขื่อนแก่งกระจาน 2 ครั้ง ศูนย์อนุรักษ์สุนัขหัวหิน

88 พรรษา เสด็จงานพระราชพิธีวันฉัตรมงคล, เสด็จออกให้ผู้พิพากษาเข้าเฝ้า

อ่านถึงตรงนี้ก็คงเห็นแล้วว่าท่านใช้เวลา "ทั้งชีวิต" ของท่าน ทั้งหมดของชีวิตจริงๆ ทำเพื่อประเทศชาติ ทำเพื่อพวกเราคนไทยที่ท่านรัก

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เคยรับสั่งกับ ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ว่าถ้าท่าน 60 เกษียณแล้วไปนิวส์ออลีนส์ ฟังเพลงแจ๊สกัน แต่ท่านก็ไม่เคยเกษียณ ไม่ได้ไปนิวออร์ลีนส์ ไม่ได้ไปฟังเพลงที่ท่านโปรด เพราะท่านไม่เคยหยุดทรงงานเพื่อพวกเรา

พ่อแม่เราเวลาท่านอายุมากเรายังไม่อยากให้ท่านลำบาก ไม่อยากให้ทำงานบ้าน อยากให้ท่านอยู่สบายๆ แล้วในหลวงของเราอายุ 60 - 70 ก็ยังต้องไปทำงาน ไปแต่ที่ลำบากๆที่เราเองแม้เป็นเด็กแค่คิดก็ยังไม่อยากไป ป่วยก็ยังทำงาน ยังคิดถึงพสกนิกรของพระองค์

ทั้งหมดนี้คือแค่คร่าวๆ อย่างคร่าวๆที่สุดจริงๆ ไม่ต้องสงสัยแม้แต่น้อยว่า "พ่อ" เหนื่อยขนาดไหน

แผ่นดินนี้ที่พ่อสร้างมาทั้งชีวิต ต่อไปนี้ลูกๆจะปกป้องและดูแลเอง

#ธสถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

เครดิต เพจฉันเกิดในรัชกาลที่ #๙

#หากว่าใครมีรูปบางช่วงบางตอนในชีวิตพระองค์ท่านสามารถลงรูปได้ใต้ภาพนี้นะคะเพื่อรำลึกถึงค่ะ💛

... เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลย ...

๑. มัดตราสังข์สามเปลาะ

- มัดที่คอ หมายถึง บ่วงรักลูก
- มัดที่มือ หมายถึง บ่วงรักสามี - ภรรยา
- มัดตรงข้อเท้า หมายถึง บ่วงรักทรัพย์สมบัติ

ติดอยู่สามบ่วงนี้ ไปนิพพานไม่ได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏไม่มีจบสิ้น

๒. เคาะโลงรับศีล ไม่ใช่ให้คนตายมารับศีล แต่เพื่อเป็นการบอกคนที่มาร่วมงานว่า อย่าเอาแต่มัวประมาทขาดสติ ไม่สนใจในหลักธรรมคำสอน เมื่อตายไปหมดโอกาสทำความดี จะเคาะจนโลงแตกก็ลุกขึ้นมาไม่ได้

๓. สวดอภิธรรม มักสวดเป็นภาษาบาลี คนเป็นฟังไม่รู้เรื่อง จึงนึกว่าสวดให้คนตาย แต่จริงๆ แล้วเป็นการสวด เพื่อสอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะได้นำหลักธรรมไปปฏิบัติให้เกิดผลดีในชีวิตประจำวัน
ดังนั้นแม้จะฟังไม่เข้าใจแต่เพื่อให้การฟังสวดอภิธรรมเกิดผล ควรสำรวมส่งจิตไปอยู่กับเสียงพระสวด
ให้จิตสงบนิ่งอยู่กับเสียงพระสวดก็จะเกิดสมาธิจิตได้

๔. บวชหน้าไฟ มักเข้าใจกันว่า เป็นการบวชจูงผู้ตายขึ้นสวรรค์ ความจริงนั้น ไม่ใช่ เพราะการบวชหน้าไฟเป็นการปลงธรรมสังเวชต่อการเกิด แก่ เจ็บ และตายในที่สุด
จริงๆแล้ว มนุษย์ก็มีเท่านี้ ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกีย์วิสัย ไม่ประสงค์จะอยู่ในเพศฆราวาส แล้วพอใจในสมณะเพศ มุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น เข้าสู่มรรคผลนิพพาน

๕. การนิมนต์พระจูงออกหน้าศพ...เพื่อจะสอนคนที่ยังอยู่ให้ได้สำนึกว่าตอนที่ยังอยู่ ต้องเดินตามหลังพระ หมายความว่าให้ดำเนินชีวิตตามพระธรรมคำสั่งสอนพระพุทธเจ้านั่นเอง จึงจะอยู่ดีมีสุข มีความเจริญก้าวหน้า

๖. การเวียนซ้าย ๓ รอบ หมายถึง การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้งสามอันมี กามภพ รูปภพ อรูปภพ ด้วยอำนาจกิเลสตัณหาอุปทาน ก็จะเป็นทุกข์ไม่จบสิ้น
ฉะนั้นต้องทวนกระแสกิเลส เป็นการสอนธรรมชั้นสูง จึงได้พาศพเวียนซ้าย

๗. การใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ เพื่อชี้ให้เห็นว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำสะอาด บริสุทธิ์ ผู้เข้าสู่มรรคผลนิพพาน ต้องชำระจิตให้สะอาดด้วยน้ำทิพย์จากพระธรรม

๘. การแปรรูป หลังจากเผาแล้ว มีการเก็บอัฐิ
และมีการเขี่ยขี้เถ้าผู้ตายให้เป็นรูปร่างกลับไปกลับมาเพื่อจะบอกว่าได้กลับชาติใหม่แล้วตามวิบากของกรรมต่อไป
..................

ดังนั้น "อย่ามัวแต่หลง ลาภ ยศ สรรเสริญ หลงตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่ สิ่งทั้งหลายเอาไปตอนตายไม่ได้" “...มีแต่บุญกุศล และบาป อกุศล เท่านั้น ที่จะติดตามไปได้...”

การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง
สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ.

—29/03/2019-สุเมธี—

Photos from วัดอรัญญาราม ปราจีนบุรี's post

Photos from วัดอรัญญาราม ปราจีนบุรี's post

[05/13/18]   "โลกสมมุติอยู่ใต้อำนาจ
ไตรลักษณ์ไม่เที่ยง สุขทุกข์จึงอยู่
กับเราไม่นานเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ
ก็ผ่านไปเสมอ

หมายความว่าเวลามีความสุข
ก็ให้รู้ว่าเดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป
เวลามีความทุกข์ก็ให้รู้ว่าเดี๋ยว
ความทุกข์ก็ผ่านไป"

พระโอวาทธรรม
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก
***************

ธรรมะสวัสดี

🌼"วันสงกรานต์"

🌼วันนี้ทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่า ประชาชนเราทั้งหลายให้อภัยกัน เดินไปตามถนนหนทาง เดินไปที่ไหนๆ ก็ตาม เห็นกันแล้วก็ต้องสาดน้ำล้าง ล้างความสกปรกออก นั่นแหละให้มันสะอาด หมายถึงอันนั้น ไม่ใช่เล่นกันไปเฉยๆ เพื่อเป็นการสนุกสนานในธรรมะว่า เราพ้นมาแล้ว พ้นอันตรายมาแล้ว ผ่านอันตรายมาแล้ว

🌼เราเลยมาพบหน้าพบตากัน ดีอกดีใจ ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรแสดงออก ก็เอาน้ำเย็นๆ สาดกันให้เย็น อันนั้นเรียกว่า การแสดงออกทางจิตใจ

เราชาวไทยซึ่งเป็นพี่เป็นน้องกัน เมื่อถึงวันตรุษเช่นนี้ถือไม่ได้ ในจังหวัดต่างๆ อำเภอต่างๆ จะรู้กันก็ตาม ไม่รู้กันก็ตาม เราทั้งหลายก็ต้อง "เสียสละทิฏฐิมานะ" เอาน้ำสาดกันล้างกัน หมายถึงโอวาทของพระพุทธเจ้า ท่านเรียกว่าล้างความชั่วออกนั่นเอง ไม่ใช่อื่นไกล

🌼ฉะนั้น วันนี้ก็เรียกว่าล้างสิ่งที่สกปรกออกให้มันสะอาด สิ่งที่สะอาด หรือสิ่งที่สกปรกนี้ มันก็อยู่ที่กายของเราที่เรานั่งอยู่นี้ อยู่ที่วาจาของเรานี้ที่มันมีอยู่ อยู่ที่จิตใจของเราที่มีเดี๋ยวนี้

ไม่ใช่ว่าไปล้างที่อื่น เพราะตรงนี้ที่นี่มันสกปรก ทำให้มันสะอาดก็ได้ เราจะทำก็ได้ กายสกปรกทำให้กายมันสะอาดก็ได้ วาจามันสกปรกทำให้มันสะอาดก็ได้ จิตใจมันสกปรกทำให้มันสะอาดก็ได้

โอวาทธรรม: หลวงพ่อชา สุภัทโท

Photos from วัดอรัญญาราม ปราจีนบุรี's post

m.posttoday.com

บายศรีสู่ขวัญ "ตูน-ก้อย" สุดอบอุ่น ยอดบริจาค "ก้าว" พุ่งต่อทะลุ1,200ล้าน

https://m.posttoday.com/local/north/532356?refer=http%3A%2F%2Fm.facebook.com%2F

m.posttoday.com พระมหาวุฒิชัยร่วมกับชาวเชียงรายจัดบายศรีสู่ขวัฐ "ตูน-ก้อย" ที่ไร่เชิญตะวันสุดอบอุ่น ขณะที่ยอดบริจาค"ก้าว"�...

hilight.kapook.com

ท่าน ว.วชิรเมธี ทำพิธีฮ้องขวัญ ตูน ก้อย - รับมอบเงินบริจาคอีก 20 ล้าน

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1661055643931271&id=113053042064880

hilight.kapook.com ณ ไร่เชิญตะวัน มีประชาชนต้อนรับแน่น รวมถึงดารา-ผู้มีชื่อเสียง

วันนี้ วันพระ:)

ญาติโยมมาร่วมกันถวายอาหารเพล ทำบุญบังสกุล

วัดอรัญญาราม ปราจีนบุรี

พระราชาผู้ทรงธรรม วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

“โดยที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของเรา ทั้งตามความศรัทธาเชื่อมั่นของข้าพเจ้าเองก็เห็นเป็นศาสนาดีศาสนาหนึ่ง
เนื่องในบรรดาสัจธรรมคำสั่งสอนอันชอบธรรม คำสั่งสอนอันชอบด้วยเหตุผล
ซึ่งเคยคิดอยู่ว่า ถ้าโอกาสอำนวย ข้าพเจ้าจักได้บวชสักเวลาหนึ่ง”

ด้วยพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ ๙ นี้ แสดงให้เห็นถึงพระราชศรัทธาที่พระองค์ทรงมีต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง
แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะทรงเจริญพระชนมพรรษาในต่างประเทศ
แต่ทรงสนพระราชหฤทัยในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์
เนื่องจากทรงได้รับการปลูกฝังจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ฉะนั้น วันที่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงผนวชจึงเป็นวันที่สมเด็จพระราชชนนีทรงปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง

ย้อนไปในปี พ.ศ.๒๔๙๙ ขณะเจริญพระชนมพรรษา ๒๙ พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ได้เสด็จออกผนวช
เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์
ได้รับสมญานามว่า ภูมิพโล จากนั้นเสด็จมาปฏิบัติสมณวัตรที่วัดบวรนิเวศวรวิหาร เป็นเวลา ๑๕ วัน
นับได้ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่สองแห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ที่ทรงผนวชขณะดำรงสิริราชสมบัติ
พระองค์แรกคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาที่ตั้งมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ทรงประกอบศาสนกิจ ปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ อย่างสมบูรณ์เคร่งครัดเฉกเช่นพระภิกษุรูปอื่นๆ
ทรงลงพระอุโบสถทำวัตรเช้า-เย็น ทรงสดับพระธรรม เสด็จฯ ออกรับบิณฑบาตจากประชาชน

แม้ภายหลังทรงลาสิกขาบทแล้ว พระองค์ก็ยังทรงเป็นพุทธมามกะที่ดี ทรงอุปถัมภ์เกื้อกูลศาสนบุคคล ศาสนพิธี ศาสนวัตถุมาโดยตลอด
นอกจากนั้นยังทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน
เป็นการแสดงให้เห็นถึงเสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนไทยอย่างแท้จริง

ในวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๐ นี้ จะมีพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ไปยังพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรสบรรจุลงในถ้ำศิลา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
และอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปยังบัลลังก์พระพุทธชินสีห์บรรจุลงในถ้ำศิลา วัดบวรนิเวศวิหาร
ตามราชประเพณีโบราณ และเป็นไปอย่างสมพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองประเทศโดย ‘ธรรม’ เสมอมา🙏🙏🙏

ห่างไกลพ่อไปถึง…🇹🇭👑
… ๗๐ ปี พ่อทรงงานไม่เคยท้อ…ไม่เคยบ่น…
…พลังงานทดแทน…ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล…
…ปลูกป่าในใจคน…๓ อย่างประโยชน์๔อย่าง…
…ด้วยความเข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา…
…ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ…พอเพียง…
" พ่อเคยบอกว่า "
" …ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์…แต่หน้าที่ของข้าพเจ้าไม่ใช่หน้าที่ของกษัตริย์…เป็นสิ่งยากที่จะระบุ…ข้าพเจ้าเพียงแค่ทำสิ่งต่างๆ…ที่ข้าพเจ้าคิดว่า…จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย… "
" พระราชดำรัส(ของพ่อ)พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช…บรมนาถบพิตร "
…ปวงข้าพระพุทธเจ้าน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ "
…จะอีกกี่ชาติขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป…🇹🇭

พระเมรุในหลวงฝีมือช่างชั้นยอดๆ กรมศิลปากร เป็นคนออกแบบ

ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗

ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ

๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)



นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่านผู้เป็นดวงประทีปของโลก

สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ พี่น้องญาติ กัลยาณมิตร ปีใหม่ปีนี้ ขอให้มีความสุขสุขภาพแข็งแรง เฮงเฮงรวยรวยๆ เดินทางปลอดภัย

💠สาธุ อนุโมทนาบุญ มหากุศล ฉลองงานผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2559💠

💠วันนี้วันออกพรรษา ทําบุญ ตักบาตร ปฏิบัติธรรม พร้อมถวายเป็นพระราชกุศลให้ในหลวงในพระบรมโกศ💠

:):)

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัด เวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นคือ พวกชาวบ้าน กลุ่มหนึ่งพากันกล่าวตำหนิพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาว่า ช่างไม่รู้จักกาลเวลาเสียเลยพากันจาริกไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้งแม้ในระหว่างฤดูฝนบางครั้งก็ไปเหยียบข้าวกล้าของชาวนาเสียหาย ขณะที่พวกนิครนถ์ นักบวชในศาสนาอื่นและฝูงนกยังหยุดพักผ่อนไม่ท่องเที่ยงไปในฤดูฝนเช่นนี้ เรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้าในกาลต่อมา พระองค์จึงทรงรับสั่งให้พระสงฆ์ประชุมพร้อมกันตรัสถามจนได้ความเป็นจริงแล้วจึงทรงบัญญัติเรื่องการเข้าพรรษาไว้ว่า

อนุชานามิ ภิกขะเว อุปะคันตุง แปลว่า "ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้พวกเธออยู่จำพรรษา"

พระสงฆ์ที่เข้าจำนำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่หากมีกรณีจำเป็น 4 ประการต่อไปนี้ ภิกษุผู้อยู่พรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ต้องกลับมาภายในระยะเวลา 7 วัน คือ
1. ไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
2. ไประงับไม่ให้ภิกษุสึก
3. ไปเพื่อธุระของสงฆ์
4. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา

วันเข้าพรรษานี้โดยทั่วไปกำหนดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เรียกว่า วันเข้าพรรษา (ปุริมพรรษา) ถ้าปีใดเป็นปีอธิกมาส มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเข้าพรรษา ในวันแรม๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถเข้าพรรษาได้ก็เลื่อนเข้าพรรษา ในแรม ๑ ค่ำเดือน ๙ ก็ได้ ไปสิ้นสุดเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน๑๒ เรียกว่า วันเข้าพรรษาหลัง (ปัจฉิมพรรษา)

๒. การถือปฏิบัติวันเข้าพรรษาในประเทศไทย

สมัยก่อนประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม จะเริ่มทำไร่ทำนาปักดำข้าวกล้าก่อนพรรษากาลพอ พระสงฆ์เข้าพรรษาก็จะเสร็จงานในไร่นา ย่อมมีเวลาว่างมาก ประกอบกับการคมนาคมไปมาระหว่างสถานที่ต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากฝนตกชุกและน้ำขึ้นเจิ่งนอง เต็มแม่น้ำลำคลองทั่วไปชาวบ้านจึงถือโอกาสเข้าวัดถวายทาน รักษาศีล ฟังธรรมและเจริญภาวนาเพิ่มพูนบุญกุศลกันมากขึ้น

ดังนั้นเมื่อถึงวันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนก็จะพากันหาอาหารทั้งคาวหวาน ผลไม้ และเครื่องอุปโภคที่จำเป็นแก่สมณะนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ใกล้บ้านตน พระภิกษุสงฆ์แนะนำสั่งสอนให้เกิด ศรัทธาในการปฏิบัติ ตามหลักทานศีลและภาวนา และความไม่ประมาทในการประกอบคุณความดีอื่น ๆ

ตามประวัติศาสตร์ พุทธศาสนิกชนชาวไทย ได้เริ่มบำเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษานี้ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ดังข้อความในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า

"พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ทั้งท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขันทั้งสิ้นทั้งหลายทั้งหญิงทั้งชายฝูงท่วยมีศรัทธาในพุทธศาสน์ มักทรงศีล เมื่อพรรษาทุกคน"

นอกจากการรักษาศีลแล้ว พุทธศาสนิกชนไทย ในสมัยสุโขทัยนั้นยังได้บำเพ็ญกุศลอื่น ๆดังรายละเอียดปรากฎอยู่ในหนังสือ นางนพมาศ พอสรุปได้ดังนี้

เมื่อถึงเดือน ๘ ก็มีพระราชพิธีอาษาฒมาส พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป จะได้เข้าจำพรรษา ในพระอารามต่าง ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งให้จัดแจงเสนาสนะถวาย พร้อมทั้งบริขารอันควรแก่สมณะบริโภค เช่น เตียงตั่ง เสื่อสาด ผ้าจำนำพรรษา อาหารหวานคาวยารักษาโรค และธูปเทียนจำนำพรรษา เพื่อบูชาพระรัตนตรัยในพระอารามหลวงทั่วราชอาณาจักร แม้ชาวเมืองสุโขทัย ก็บำเพ็ญกุศลเช่นนี้ในวัดประจำตระกูลของตน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เทวโลก ใน Amphoe Prachantakham?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


หมู่ 6 ต.คำโตนด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี
Amphoe Prachantakham
25130
Amphoe Prachantakham สถานที่สักการะอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
สมปราช พระเครื่อง สมปราช พระเครื่อง
173 ม.4 ต.ประจันตคาม
Amphoe Prachantakham, 25130

ปราชปราจีน